<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>71962</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/07/2020 10:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/07/2020 10:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ควบรวม“ทีโอที-กสทฯ” เลื่อนอีก6 เดือน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ก.ค.2563 นายพุทธิพงษ์ ปุณกันต์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) เปิดเผยถึงการควบรวม บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) หรือ ทีโอที และบริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) หรือ CAT ได้สำเร็จซึ่งภายในเดือนกรกฏาคมนี้ เตรียมเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) ขอขยายเวลาการควบรวม เพื่อจัดตั้งบริษัท NT ออกไปอีก 6 เดือน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ถามว่าติดปัญหาอะไร การควบรวมหากทำเร็วแล้วไม่ดี ก็ไม่ควรตั้ง การขยายเวลาออกไปอีก 6 เดือน เนื่องจากมีปัญหาและอุปสรรค ในช่วงที่ผ่านมาเกิดสถานการณ์โควิด การจ้างที่ปรึกษา มีบริษัทจากต่างประเทศที่ต้องเข้ามาเจรจา และมีแผนธุรกิจที่จะต้องเข้ามาวิเคราะห์จึงไม่สามารถทำอะไรได้ และการควบรวมจะต้องแจ้งเจ้าหนี้เพื่อให้รับทราบ ขณะเดียวกันกฏหมายซึ่งนี่เป็นครั้งแรกของประเทศไทยที่มีเรื่องของพ.ร.บ.รัฐวิสาหกิจเข้ามากระบวนการต่างๆ จะต้องผ่านขั้นตอนทั้งหมด ทำให้การประชุมทั้งหมดหยุด และปัญหาด้านเทคนิค&amp;rdquo;&amp;nbsp;
อย่างไรก็ตามหลังจากนี้ในช่วง 6 เดือน โครงสร้างต่างๆ ของบริษัท NT ทั้งเรื่องธุรกิจ และการจัดตั้งคณะกรรมการจะมีไทม์ไลน์ออกมาให้เห็นชัด วิธีคัดเลือกหน่วยงาน ทั้ง ทีโอที และกสทฯมีจุดแข็งที่ต่างกัน วิธีการบริหารการจัดการพยายามทำให้ทีโอที เป็นบริษัท แม่ เป็นโฮลดิ้ง คัมปะนี ซึ่งในอนาคตจะแยกบริษัทมีประมาณ 4-5 บริษัท เพื่อสร้างโอกาสทางธุรกิจให้กับ ทีโอทีและกสทฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แหล่งข่าวระดับสูงจากบมจ.ทีโอที เปิดเผยว่าก่อนหน้านี้การประชุมครม.เมื่อวันที่ 14 ม.ค.2563 มีมติให้เริ่มควบรวมให้เสร็จภายใน 6 เดือน โดยบริษัท NT จะมีกระทรวงการคลังเป็นผู้ถือหุ้นทั้งหมดซึ่งผ่านไป 6เดือน ตั้งแต่เดือนมิ.ย.63 ก็ยังไม่สามารถจัดตั้งบริษัทได้ เนื่อง่จากติดปัญหาทั้งทีโอทีและกสทฯ ไม่อยากนำทรัพย์สินมารวมกัน เพราะ การควบรวมทั้ง 2 บริษัท หมายถึงการรวม 2 บริษัทที่มีทรัพย์สินรายละกว่า 1.4 แสนล้านบาทเข้าด้วยกัน แต่ละฝั่งก็ยังมีข้อพิพาทที่มีทั้งระหว่างกันและกับเอกชนภายนอก โดยทีโอทีเป็นจำเลยในคดีสำคัญมีมูลค่ารวมราว 3 หมื่นล้านบาท ส่วนแคทมีคดีที่ตกเป็นจำเลย มูลค่าคดีราว 4 หมื่นล้านบาทรวมถึงการต้องรักษาสถานะการจ้างงานของพนักงานทั้งหมดกว่า 2.4 หมื่นคน แบ่งเป็น ทีโอที 1.9 หมื่นคน และแคท 4 พันคน ก็เป็นความทาทายที่จะขับเคลื่อน NT ต่อไปอย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แหล่งข่าวระดับสูงจากคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดเผยว่า ปัญหาการควบรวม ทีโอทีและกสทฯ จะเป็นเรื่องใหญ่มากในเรื่องของการใบอนุญาต (ไลเซ่นส์) คลื่นความถี่ 5G &amp;nbsp;ที่ทีโอทีได้ไลเซ่นส์ 5G ย่านความถี่ 26.4-26.8GHz. จำนวน 4 ใบ &amp;nbsp;และกสทฯ ได้ไลเซ่นส์ 5G ย่านความถี่ 700 MHz ใบจำนวน 2 ซึ่งกรณีนี้ กสทช.ยังไม่มีการออกประกาศเรื่องกฏหมายการควบรวมธุรกิจ จึงทำให้ไม่สามารถโอนย้ายไลเซ่นส์ที่เป็นคลื่นความถี่ได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ทีโอทีและกสทฯ เจอโจทย์นี้ การโอนอะไรที่ไม่ใช่คลื่นจะไม่เป็นปัญหา แต่ถ้าเกี่ยวข้องกับคลื่นความถี่เป็นปัญหาใหญ่แน่นอน เนื่องจาก กสทช.ยังไม่มีการออกประกาศหรือกฏหมายเกี่ยวกับการออกไลเซ่นส์หลังการควบรวมกิจการ ซึ่งปัญหานี้ ทรูมูฟฯ กำลังจะเป็นเคสตัวอย่าง หลังจากที่ เรียลมูฟ และทรูมูฟเอช รวมธุรกิจกัน &amp;nbsp;การโอนคลื่นความถี่ไม่สามารถโอนกันได้ ทรู มูฟ ไม่ได้รับการจัดสรรมา แทน เรียลมูฟ ที่ขอใช้บริการ MVNO จาก กสทฯ &amp;nbsp;เนื่องจากคลื่นความถี่ย่าน 850 MHz เป็นของ กสทฯ ดังนั้น ทรู มูฟ ไม่มีสิทธิในการบริหารจัดการคลื่นความถี่ของ บมจ. กสทฯ ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน และการรวมธุรกิจทำให้ทรัพย์สินและหนีสิ้นทั้งหมด รวมไปถึงสิทธิต่างๆ ของบริษัท เรียล มูฟฯ จะต้องหมดไปด้วยเช่นกัน&amp;rdquo;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/71962</URL_LINK>
                <HASHTAG>ควบรวมทีโอที-กสท., พุทธิพงษ์ ปุณกันต์, รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส)</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200612/image_big_5ee32a48d892a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
