<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>86087</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/12/2020 12:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/12/2020 12:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ดีอีเอสเตือนรับมือมัลแวร์เรียกค่าไถ่แนะอย่าโหลดไฟล์มั่ว </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 ธ.ค.2563 นายพุทธิพงษ์​ ปุณณกันต์​ รัฐมนตรี​ว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม​ หรือ​ ดีอีเอส​ &amp;nbsp;เปิดเผยว่า ข้อดีของเทคโนโลยีดิจิทัลมีมากและมีความสำคัญกับทุกกลุ่มอุตสาหกรรม แต่ก็ยังมีกลุ่มผู้ที่ประสงค์ร้ายหรือแสวงหาประโยชน์ในลักษณะจับข้อมูลเป็นตัวประกันที่เรียกว่ามัลแวร์หรือการแฮกข้อมูลที่มักมาในรูปแบบของการเรียกค่าไถ่หน่วยงานรัฐหรือเอกชนขนาดใหญ่ โดยในช่วงปี 2560 จนถึงปัจจุบัน ศูนย์ประสานการรักษาความมั่นคงปลอดภัยระบบคอมพิวเตอร์ประเทศไทย (ไทยเซิร์ต) ภายใต้ สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือ สพธอ. (ETDA) หน่วยงานสังกัดกระทรวงดิจิทัลฯ ได้ตรวจพบกลุ่มผู้ไม่หวังดีเข้ามาโจมตีข้อมูลหน่วยงานต่างๆ ในประเทศไทยใช้ชื่อ เช่น วันนาคราย (WannaCry) แกนด์แครบ สต็อป (GandCrab Stop) &amp;nbsp;โพลีแรนซัม เวอร์ล็อก (PolyRansom/Virlock) ไครซิส/ดาร์มา (Crysis/Dharma) เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยพบสถิติการโจมตีของมัลแวร์ตั้งแต่เดือนมกราคม-พฤศจิกายน 2563 มีการโจมตีทั้งสิ้น 1,969 ครั้ง มาในลักษณะของมัลแวร์ที่เข้ามาแฮกระบบเพื่อสร้างความเสียหายต่อข้อมูล โดยที่ผ่านมาได้ตรวจพบว่ากลุ่มผู้ไม่หวังดีจะใช้เซิร์ฟเวอร์ทั้งที่อยู่ในประเทศและต่างประเทศโจมตีหน่วยงานที่เป็นโครงสร้างพื้นฐาน อุตสาหกรรมบันเทิง ภาคการเงินและสาธารณสุข ในหลายๆ ประเทศพร้อมๆกัน เพื่อสร้างผลกระทบ ทั้งการสูญเสียข้อมูลสำคัญ สูญเสียความพร้อมใช้งานของระบบคอมพิวเตอร์ เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ตัวอย่างล่าสุดจากเคสการถูกมัลแวร์โจมตีของโรงพยาบาลสระบุรีที่ถูกแฮกข้อมูลของโรงพยาบาลและคนไข้​เมื่อช่วงเดือนกันยายน2563 ที่ผ่านมานั้น ​เป็นลักษณะของการเรียกค่าไถ่เพื่อแลกกับการปลดล็อกการเข้าถึงข้อมูล ซึ่งต้องชื่นชมศูนย์ไทยเซิร์ตที่ตรวจสอบและพบความผิดปกติที่รวดเร็ว สามารถเร่งกู้ประวัติคนไข้กลับมา​ได้อย่างรวดเร็วและไม่มีการนำข้อมูลไปทำให้โรงพยาบาลเสียหาย​ ดังนั้นจึงอยากให้หน่วยงานต่างๆ มีระบบป้องกันหรือรองรับที่เพียงพอ เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ไม่หวังดีเข้ามาเจาะข้อมูลได้ &amp;nbsp;และหากหน่วยงานไหนต้องการให้กระทรวงดิจิทัลฯ เข้าไปช่วยวางระบบป้องกันก็สามารถติดต่อเข้ามาเพื่อส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปให้คำแนะนำในการวางระบบป้องกันข้อมูลสำคัญ ถือเป็นการป้องกันการโจมตีข้อมูลจากผู้ไม่หวังดีในอนาคต&amp;quot; &amp;nbsp;นายพุทธิพงษ์กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ช่องทางการติดมัลแวร์ ประกอบด้วย 1. รูปแบบที่ติดจากการคลิกไฟล์ในอีเมลอ่าน ซึ่งถือเป็นการกลไกการติดตั้งจากเหยื่อเอง (เหยื่อได้รับอีเมลล่อลวงให้เปิดไฟล์ติดตั้งมัลแวร์) 2. มัลแวร์จะกระจายตัวเองอัตโนมัติผ่านเครือข่ายภายในไปยังเครื่องคอมพิวเตอร์อื่น ๆ ที่มีช่องโหว่ และ 3. เครื่องคอมพิวเตอร์ถูกเจาะโดยโจรไซเบอร์ หลายครั้งพบว่าการเจาะระบบสำเร็จ เริ่มต้นมาจากการเจาะบริการที่มีความเสี่ยงที่เปิดอินเทอร์เน็ต เช่น เครื่องคอมพิวเตอร์มีการเปิดให้บริการ Remote Desktop ร่วมกับมีการตั้งค่ารหัสผ่านคาดเดาง่าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการรับมือและป้องกันมัลแวร์ต่างๆ เบื้องต้นอาจพิจารณาบล็อกการเชื่อมต่อไปยังเซิร์ฟเวอร์ปลายทาง ตามข้อแนะนำของศูนย์ไทยเซิร์ต อาทิ กรณีที่พบว่าเครื่องคอมพิวเตอร์ติดมัลแวร์ ควรตัดการเชื่อมต่อจากเครือข่ายทันที เช่น การดึงสายแลนด์ออก ใช้เทคนิค Application Whitelist เพื่อป้องกันมัลแวร์ และโปรแกรมที่ไม่ได้รับการอนุญาตสามารถทำงานบนเครื่องคอมพิวเตอร์ได้ โดยจัดการให้มีเพียงโปรแกรมที่ระบุและตรวจสอบแล้วทำงานบนเครื่องคอมพิวเตอร์ ส่วนโปรแกรมอื่นๆ ซึ่งรวมถึงมัลแวร์จะไม่สามารถทำงานได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ควรอัพเดตระบบปฏิบัติการและซอฟต์แวร์ รวมถึงโปรแกรมป้องกันไวรัสให้เป็นปัจจุบันอยู่เสมอ และหลีกเลี่ยงในการเปิด Macro จากไฟล์เอกสารแนบที่มากับอีเมล &amp;nbsp;กรณีหน่วยงานและ องค์กรขนาดใหญ่ ควรทำการบล็อกอีเมลที่มีไฟล์แนบจากแหล่งที่มาที่ไม่น่าเชื่อถือ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/86087</URL_LINK>
                <HASHTAG>พุทธิพงษ์​ ปุณณกันต์, มัลแวร์เรียกค่าไถ่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201103/image_big_5fa0b79ed658a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>82632</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/11/2020 10:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/11/2020 08:56</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;พุทธิพงษ์&#039;ลั่น!ไม่กลัวทัวร์บ้ากามลง ปิด Pornhub มีคนบอกทำช้าไปด้วยซ้ำ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 พ.ย.63 - &amp;nbsp;นายพุทธิพงษ์​ ปุณณกันต์​ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม​ (ดีอีเอส)​ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีรัฐบาล​ โดยดีอีเอสสั่งให้ระบบอินเทอร์เน็ต​ -​ มือถือทุกค่ายระงับการเข้าถึง​ Pornhub เว็บไซต์หนังโป๊ชื่อดังว่า​ ถือเป็นเว็บไซต์ผิดกฎหมาย และกระทรวงได้รับการร้องเรียนเป็นจำนวนมาก จึงรวบรวมหลักฐานส่งฟ้องศาล และศาลได้มีคำสั่ง ปิดไปกว่า 190 กว่ายูอาร์แอล ซึ่งกระบวนการในการปิดเว็บไซต์ลามกอนาจารนั้น จะแตกต่างจากแพลตฟอร์มปกติ เนื่องจากเว็บไซต์ลามกอนาจารส่วนใหญ่มาจากต่างประเทศ ในหลายประเทศอาจจะถูกกฎหมาย สามารถเสียเงินและเป็นสมาชิกเข้าดูได้ แต่ในประเทศไทยถือว่ายังผิดกฎหมายอยู่ จึงต้องใช้วิธีการปิดกั้นการมองเห็นในประเทศไทย โดยเมื่อได้คำสั่งศาลมาแล้ว จะส่งให้โอเปอร์เรเตอร์ ผู้ให้บริการมือถือทุกค่าย รวมถึงผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตทุกรายเพื่อแจ้งให้ปิดการมองเห็นในประเทศ แต่ในต่างประเทศยังเข้าได้ปกติ เพราะเป็นการบังคับใช้เฉพาะกฎหมายไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่า​ เว็บไซต์นี้มีผู้ติดตามจำนวนมาก ทำให้รัฐบาลถูกโจมตีอย่างมาก​ รมว.ดีอีเอส​ กล่าวว่า ขอให้มองใน 2 มิติ คนที่ร้องเรียนมาส่วนใหญ่เป็นผู้ปกครองและผู้ใหญ่ที่เป็นห่วงเยาวชน และต้องเข้าใจว่าเรื่องนี้ไม่ได้ถูกกฎหมายไทย ในฐานะผู้บังคับใช้กฎหมายจึงมีความจำเป็นต้องปฏิบัติอย่างเคร่งครัด ที่ผ่านมาอาจจะไม่ได้ทำให้ครบถ้วนมากนัก จึงมีการเข้าถึงได้บ้าง​ ดีอีเอสทำตามหน้าที่​ ก็ต้องเห็นใจ ไม่ทำก็ไม่ได้ เราเข้าใจดีแต่ต้องทำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า​ หวั่นใจหรือไม่ที่เรื่องนี้จะเป็นประเด็นทำให้มีคนไม่พอใจรัฐบาลมากขึ้น​ นายพุทธิพงษ์​ กล่าวว่า คงไม่ เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องของการบังคับใช้กฎหมาย และยังมีอีกหลายอันที่ผิดกฎหมาย ในเมื่อกระทรวงมีความจำเป็นก็ต้องทำ ตนเข้าใจแนวคิดของทุกคนดี แต่ต้องขอความเห็นใจด้วยว่าเราต้องปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด เพราะคนส่วนใหญ่เป็นผู้ร้องเรียนเข้ามา ตนไม่ได้คิดเองทำเอง ทุกอย่างมีหลักฐาน เมื่อศาลพิจารณาแล้วจึงมีคำสั่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซักว่า​ ขณะนี้ทัวร์ลง​ รมว.ดีอีเอส​อย่างหนัก​ จะตอบโต้อย่างไร​ นายพุทธิพงษ์​ กล่าวว่า​ คงไม่ตอบโต้อะไรเพราะต้องทำตามหน้าที่ คิดว่าวันหนึ่งทุกคนคงเข้าใจว่ามันเป็นหน้าที่ที่ต้องทำ เพราะมีหลายคนบอกว่าตนทำช้าไปเสียด้วยซ้ำ ย้ำว่าตนทำตามกฎหมายไม่ได้ก้าวก่ายสิทธิของใคร เป็นการบังคับใช้กฎหมายโดยส่งศาลตามกระบวนการยุติธรรม ไม่ได้ใช้อำนาจของตัวเอง ไม่ได้ใช้อำนาจของกระทรวง ไม่ได้รังแกใครเป็นพิเศษ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามว่า​ สาเหตุมาจากการที่มีการโพสต์คลิปบุคคลสำคัญของประเทศใช่หรือไม่​ รมว.ดีอีเอสตอบว่า ไม่เกี่ยว เพราะเว็บไซต์ที่ผิดกฎหมายที่สามารถรวบรวมได้และส่งศาลนั้นมีจำนวน 190 กว่ายูอาร์แอล ซึ่งถือเป็นจำนวนที่เยอะมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า หลังจากนี้จะมีการปิดเว็บไซต์ในลักษณะนี้เพิ่มอีกหรือไม่ นายพุทธิพงษ์​ กล่าวว่า สำหรับเว็บไซต์ลามกอนาจารและเว็บไซต์การพนัน​ ดีอีเอสทำอย่างต่อเนื่อง.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/82632</URL_LINK>
                <HASHTAG>Pornhub, พุทธิพงษ์​ ปุณณกันต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201103/image_big_5fa0b79ed658a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>68953</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/06/2020 13:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/06/2020 13:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;พุทธิพงษ์&#039;แย้มมี2ตัวเต็งนั่งแม่บ้านพปชร.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 มิ.ย.2563 - นายพุทธิพงษ์​ ปุณณกันต์​ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม​ ในฐานะรักษาการกรรมการบริหาร​ (กก.บห.)​ พรรคพลังประชารัฐ​ (พปชร.)​ ให้สัมภาษณ์ถึงการเลือกหัวหน้าพรรค และเลขาธิการพรรค​ พปชร.ชุดใหม่ว่า ในวันที่ 19 มิ.ย.นี้ จะมีการประชุมรักษาการ​ กก.บห. คงได้มีการพบกันหลายคน และคงได้หารือกัน​ โดยสามารถพูดคุยกันได้ไม่ได้มีปัญหาหนักหนาเหมือนที่เป็นข่าวกัน ซึ่งในการประชุมดังกล่าวจะเป็นการประชุมเพื่อเตรียมความพร้อมการประชุมใหญ่สามัญของพรรค เพื่อเลือก​ กก.บห.ชุดใหม่ การกำหนดแนวทางว่าใครจะเป็นคณะกรรมการจัดการการเลือกในตำแหน่งต่างๆ​ การกำหนดขั้นตอน กฎเกณฑ์ต่างๆ​ ให้ถูกต้องตามข้อบังคับ​ของพรรค เพื่อให้ออกมาดูดี​ ส่วนเรื่องใครจะดำรงตำแหน่งใดใน​ กก.บห.ยังไม่มีการระบุ​ แต่​โดยปกติก่อนวันประชุมใหญ่สามัญจะมีการพูดคุยถึงบุคคลที่ดำรงหัวหน้าพรรคและเลขาธิการพรรค​กันก่อน ส่วนบุคคลที่จะมาดำรงตำแหน่งเลขาธิการพรรคคนใหม่นั้น​ ยอมรับว่า​ ขณะนี้มี 2 รายชื่อ​ ส่วนการปรับเปลี่ยน​ กก.บห.ครั้งนี้จะส่งผลต่อการปรับ ครม.หรือไม่นั้น ตนไม่ทราบ เราทำในส่วนของพรรคเท่านั้น​ &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพุทธิพงษ์ ยังกล่าวถึงกรณี​ ม.ร.ว.จัตุมงคล โสณกุล รมว.แรงงาน ในฐานะหัวหน้าพรรครวมพลังประชาชาติไทย​ (รปช.)​ ยื่นหนังสือลาออกหัวหน้าพรรคว่า เป็นเรื่องของพรรค รปช. เราไม่สามารถไปก้าวก่ายระบบและวิธีทำงานแต่ละพรรคได้ แต่ที่ผ่านมาความสัมพันธ์และการทำงานในรัฐบาลเป็นไปด้วยดีจึงคิดว่าไม่น่ามีปัญหาอะไร ส่วนการลาออกจะส่งผลต่อปรับ ครม.หรือไม่นั้น ไม่ทราบ เพราะแต่ละพรรคมีวิธีการจัดการของตัวเอง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/68953</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรรมการบริหาร, พปชร., พรรคพลังประชารัฐ, พุทธิพงษ์​ ปุณณกันต์, ​ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200617/image_big_5ee9b662b7934.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>43294</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/08/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/08/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บันทึกหน้า4</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ไทยโพสต์ อิสรภาพแห่งความคิด &amp;quot;ศูนย์เฟคนิวส์เซ็นเตอร์&amp;quot; ต่อต้านข่าวปลอม ใกล้จะเป็นรูปเป็นร่างแล้ว&amp;nbsp; &amp;quot;พุทธิพงษ์​ ปุณณกันต์&amp;quot; รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ในฐานะแม่งาน บอกว่า &amp;quot;อยู่ระหว่างรวบรวมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เริ่มมีรายชื่อหน่วยงานและพูดคุยกันอย่างไม่เป็นทางการไปบ้างแล้ว&amp;quot; ให้รีบโดยเร็ว โดยดึงทุกภาคส่วนเข้ามาร่วมมือ&amp;nbsp; เพราะ &amp;quot;ข่าวปลอม&amp;quot; ในยุคโลกไร้พรมแดน ที่มาตามโซเชียลมีเดียนั้น นอกจากจะกระทบต่อตัวบุคคล องค์กรแล้ว ยังกระทบต่อความมั่นคงของประเทศชาติอีกด้วย ...๐ ต้องตรงกับความเห็นของ &amp;quot;บิ๊กแดง&amp;quot; พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ที่ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวรอยเตอร์สเมื่อวันก่อนว่า &amp;quot;สิ่งที่กองทัพกำลังต่อสู้อยู่ในปัจจุบันนี้ เทียบได้กับการต่อสู้กับกบฏคอมมิวนิสต์ในทศวรรษ 1970-1980 โดยสิ่งที่ท้าทายในขณะนี้คือการโฆษณาชวนเชื่อทางอินเทอร์เน็ต ภัยคุกคามขณะนี้ก็คือข่าวปลอม มันเหมือนกับสงครามไซเบอร์ และเมื่อรวมมันกับเหตุการณ์ (ระเบิด) ที่เกิดขึ้นเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ก็เหมือนกับสงครามลูกผสม&amp;quot;&amp;nbsp; ...๐ พรรคอนาคตใหม่ โดยเฉพาะ &amp;quot;พรรณิการ์ วานิช&amp;quot; โฆษกพรรค ที่เกรงว่า &amp;quot;ศูนย์เฟคนิวส์&amp;quot; จะมีขึ้นเพื่อใช้เล่นงานฝ่ายตรงข้ามรัฐบาล กรุณาคิดอะไรให้เป็นบวกสักนิด ...๐ กรณีถวายสัตย์ปฏิญาณของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีนั้น มีความเห็นจาก &amp;quot;ถาวร เชาว์วิชารัตน์&amp;quot; อดีตอัยการอาวุโส สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีแพ่ง 9 มีนบุรี ระบุว่า &amp;quot;กรณีความบกพร่องอันจะเป็นประการใดมาก็ตาม เรื่องเหล่านี้ได้ผ่านขั้นตอนที่องค์พระมหากษัตริย์ได้มีพระบรมราชวินิจฉัยมาแล้วว่า ไม่ได้เป็นปัญหา พิธีกรรมต่างๆ จึงลุล่วงและเสร็จไปแล้วสมบูรณ์ และเรียบร้อยแล้ว&amp;quot; เป็นความเห็นที่ชัดเจนที่สุดตั้งแต่เกิดปัญหานี้ขึ้นมา ทุกฝ่ายควรจบเรื่องนี้ได้แล้ว ...๐ 7 พรรคฝ่ายค้านที่หยิบเอาเรื่องนี้มาโจมตีรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์นั้น ไม่น่าจะเกิดประโยชน์อะไร สู้เอาเวลาไปรับฟังปัญหาความทุกข์ยากของพี่น้องประชาชน แล้วสะท้อนต่อให้รัฐบาลแก้ปัญหาจะเกิดประโยชน์มากกว่า ...๐ ที่ &amp;quot;ปิยบุตร แสงกนกกุล&amp;quot; ส.ส.บัญชีรายชื่อและเลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ ซึ่งเป็นผู้เปิดประเด็นการถวายสัตย์ปฏิญาณไม่ครบตามรัฐธรรมนูญมาตรา 161 บอกว่าไม่มีเจตนาต้องการจะล้มรัฐบาลนั้น แต่หลายคนซึ่งเป็นแกนนำ 7 พรรคการเมืองฝ่ายค้านกลับเรียกร้อง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี แบบนี้ไม่เรียกว่า &amp;quot;ล้มรัฐบาล&amp;quot; หรือ? ...๐ ความจริงเรื่องนี้ก็อย่างที่ ท่านอดีตอัยการถาวร เชาว์วิชารัตน์ ว่าไว้นั่นแหละ ส่วนเกี่ยวข้องกับกฎหมายอย่างไรนั้น นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ก็ยื่นเรื่องให้ &amp;quot;ผู้ตรวจการแผ่นดิน&amp;quot; ซึ่งอยู่ระหว่างกระบวนการวินิจฉัย ก็ไม่รู้ว่าทำไมบรรดานักการเมืองฝ่ายค้านถึงได้เอาเรื่อง &amp;quot;ถวายสัตย์ปฏิญาณ&amp;quot; มาโจมตีเป็นรายวัน เจตนาหวังผลอะไร? ...๐ ปิดท้ายด้วยปัญหา &amp;quot;เสถียรภาพรัฐบาล&amp;quot; ที่ 5 พรรคเล็ก พรรคไทยศรีวิไลย์ พรรคพลังไทยรักไทย พรรคประชาธิปไตยใหม่ พรรคประชาธรรมไทย และพรรคครูไทยเพื่อประชาชน ประกาศถอนตัวจากพรรคร่วมรัฐบาล ล่าสุดพรรคพลังประชารัฐในฐานะแกนนำพรรคร่วมรัฐบาลส่ง &amp;quot;ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า&amp;quot; เคลียร์ปัญหาเบื้องต้นได้ข้อยุติแล้ว โดยจะเกลี่ยตำแหน่งทางการเมือง โดยเฉพาะกรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรีให้กับพรรคเล็ก อ้อ! ส่วน &amp;quot;ส.ส.เต้&amp;quot; มงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ หัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์ นั้นไม่กลับแล้ว เป็น &amp;quot;ฝ่ายค้านอิสระ&amp;quot; สมใจอยาก ...๐&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; พุทธิพงษ์​ ปุณณกันต์&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ปิยบุตร แสงกนกกุล&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/43294</URL_LINK>
                <HASHTAG>บันทึกหน้า4, ปิยบุตร แสงกนกกุล, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, พุทธิพงษ์​ ปุณณกันต์, ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า, วิลเลี่ยม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/5a2df4ed2a690-2.png</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>34125</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/04/2019 17:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/04/2019 17:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“พุทธิพงษ์” โว พันธมิตรรวมตั้งรัฐบาลเริ่มชัดเจนแล้ว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 21 เม.ย.​ นายพุทธิพงษ์​ ปุณณกันต์ กรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐ​ (พปชร.) ในฐานะประธานยุทธศาสตร์กรุงเทพของพรรค เปิดเผยว่า ระหว่างนี้ที่พรรคการเมืองต่างๆ กำลังรอคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) รับรองผลการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการ เพื่อเดินหน้าจัดตั้งรัฐบาลนั้น ทีม กทม.ของพรรค ได้เตรียมเดินหน้านโยบายที่หาเสียงไว้กับประชาชน ซึ่งเป็นนโยบายที่ทำได้จริง ไม่เพ้อฝัน และจะทำทันที เพื่อแก้ไขปัญหาให้ชาว​ กทม.และประชาชนทุกคนที่อาศัยอยู่ใน​ กทม.​ โดยจะเร่งเดินหน้า 3 นโยบายหลัก 1.แก้ไขปัญหาการจราจรติดขัด ซึ่งในสัปดาห์หน้า คณะทำงานจะไปร่วมพูดคุยกับกองบังคับการตำรวจจราจร​ (บก.จร.) และกรุงเทพมหานคร เพื่อศึกษาถึงความเป็นไปได้ในการนำระบบ AI มาใช้ควบคุมสัญญาณไฟจราจรตามสี่แยก 2.นโยบาย 50 เขต 50 สวนสาธารณะ เพิ่มปอดให้กรุงเทพ ซึ่งขณะนี้มีความคืบหน้าแล้วใน 5 เขตของ กทม. และ​ 3.นโยบายพัฒนาตลาดใน​ กทม.ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น พร้อมกับดูแลผู้ค้าหาบเร่แผงลอยจากการถูกจัดระเบียบ นอกจากนี้ ยังจะมีการทำถนนคนเดินทั้ง 50 เขตในกรุงเทพด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพุทธิพงษ์ กล่าวว่า ส่วนนโยบายใหญ่ของพรรค ก็ได้เตรียมความพร้อมไว้เป็นอย่างดี ซึ่งล่าสุดนายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรค ได้ตั้งคณะทำงานขึ้นมาศึกษาและเตรียมความพร้อมในนโยบาย เช่น การลดภาษีบุคคลธรรมดาลงทุกระดับ ร้อยละ 10, นโยบายด้านการหารายได้เข้ารัฐ เพื่อตอบโจทย์ประเทศในด้านการพัฒนา ทั้งนี้หลายนโยบายของพรรค พปชร.ได้รับเสียงตอบรับเป็นอย่างดีจากประชาชน ซึ่งเรามุ่งเน้นให้เกิดประโยชน์แก่ประชาชนทุกกลุ่ม ไม่ใช่เฉพาะกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง และหากได้มีโอกาสจัดตั้งรัฐบาล ก็จะเดินหน้าขับเคลื่อนนโยบายในทันที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพุทธิพงษ์ กล่าวว่า เป็นที่ทราบกันดีว่าหลังการเลือกตั้งครั้งนี้ประเทศไทยจะได้รัฐบาลผสมจากหลายพรรค ซึ่งทุกพรรคต่างมีนโยบายเป็นของตัวเอง ดังนั้น หากพรรค พปชร.ได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ก็จะต้องหารือกับพรรคร่วม เพื่อผนวกและปรับนโยบายของพรรคการเมืองต่างๆ ให้เดินหน้าไปด้วยกันอย่างมีประสิทธิภาพ​ ซึ่งพรรค พปชร.มั่นใจจะได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล แต่ถึงกระนั้นต้องรอให้ กกต.รับรองผลการเลือกตั้งเสียก่อน ทุกอย่างถึงจะมีความชัดเจน เพราะขณะนี้ยังไม่มีความชัดเจนในหลายเรื่อง เช่น การแจกใบเหลือง ส้ม แดง การนับคะแนนใหม่และเลือกตั้งใหม่ในหลายหน่วย รวมถึงสูตรการคำนวณ ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ขณะนี้พันธมิตรที่จะร่วมจัดตั้งรัฐบาลกับพรรค พปชร.นั้น มีความชัดเจนในระดับหนึ่ง ซึ่งไม่ผิดจากที่สื่อมวลชนได้รายงานไปแล้วเป็นระยะๆ แต่ความชัดเจนทั้งหมด จะเกิดขึ้นภายหลังวันที่ 9 พ.ค.นี้ แน่นอน&amp;quot; นายพุทธิพงษ์​ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่า​ พรรคเศรษฐกิจใหม่ ของนายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์​ ประกาศจุดยืนไม่ร่วมรัฐบาลกับพรรค พปชร.จะทำให้ พปชร.รวมเสียงลำบากหรือไม่ นายพุทธิพงษ์ กล่าวว่า 1.เราไม่ก้าวก่าย แต่ให้เกียรติจุดยืนของพรรคอื่น เพราะทุกพรรคต่างมีอุดมการณ์ทางการเมืองของตัวเอง จึงเป็นสิทธิ์ที่จะแสดงจุดยืนตามความคิดเห็น และ2.เรายังไม่ด่วนสรุปว่าขณะนี้พรรคการเมืองใดได้จำนวน ส.ส.เท่าใด เพราะ กกต.ยังไม่รับรองผลการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการ ตัวเลขจึงยังไม่ชัดเจน แต่ยืนยันว่าพรรค พปชร.ไม่ได้ประโยชน์ใดๆ จากการทำงานของ กกต.ของหน่วยงานรัฐแน่นอน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/34125</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐ​ (พปชร.), การจัดตั้งรัฐบาล, พุทธิพงษ์​ ปุณณกันต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190120/image_big_5c448dc75c2d0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>23698</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/12/2018 08:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/12/2018 08:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รัฐบาลโต้รายงานGlobal Wealth Report 2018ใช้ข้อมูลเก่าสวนทางกับความเป็นจริง </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7ธ.ค.61-นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ชี้แจงกรณีที่มีผู้โพสต์ข้อมูลในโซเชียลมีเดีย โดยอ้างอิงจาก Global Wealth Report 2018 ว่า ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีความเหลื่อมล้ำสูงที่สุดในโลก ว่า จากการตรวจสอบพบว่า ข้อมูลที่รายงานฉบับนี้นำมาอ้างอิงเป็นข้อมูลเก่าตั้งแต่ปี 2549 แล้วพยายามนำมาเชื่อมโยงกับข้อมูลบางส่วนของปีปัจจุบัน ทำให้ข้อมูลคลาดเคลื่อนไม่สมบูรณ์และขาดความน่าเชื่อถือ และแหล่งข้อมูลที่ถูกนำไปวิเคราะห์ 2 แหล่ง คือ ธนาคารแห่งประเทศไทยและองค์กรการเงินระหว่างประเทศ ก็ไม่มีส่วนใดเลยที่แสดงถึงการถือครองมูลค่าทรัพย์สินของคนรวย 1% ในประเทศไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ประเทศที่ถูกนำมาเทียบส่วนใหญ่เป็นประเทศพัฒนาแล้วในกลุ่ม OECD ยกเว้นจีน อินเดีย อินโดนีเซีย โคลัมเบีย โรมาเนีย แอฟริกาใต้ และไต้หวัน ซึ่งอาจทำให้เกิดความเข้าใจผิดว่า ประเทศไทยมีความเหลื่อมล้ำเรื่องความมั่งคั่งมากที่สุดในโลก ทั้ง ๆ ที่ในความเป็นจริงสถานการณ์ความเหลื่อมล้ำของไทยดีขึ้นเป็นลำดับ โดยสัดส่วนรายได้ของกลุ่มคนรวยที่สุดแตกต่างจากกลุ่มคนจนที่สุด ลดลงจาก 29.92 เท่าในปี 2549 เหลือ 19.29 เท่าในปี 2560&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;รัฐบาลยืนยันว่าการแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจและการกระจายรายได้เป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง ซึ่งที่ผ่านมาได้ดำเนินการอย่างต่อเนื่อง เช่น โครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ การฝึกอาชีพเพิ่มทักษะ กองทุนการออมแห่งชาติ โครงการเงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิด เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ โครงการพัฒนาที่อยู่อาศัยเพื่อผู้มีรายได้น้อย กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา สิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ การจัดสรรที่ดินทำกินแก่ผู้ยากไร้ เป็นต้น&amp;rdquo;นายพุทธิพงษ์ กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/23698</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองทุนการออมแห่งชาติ, ความเหลื่อมล้ำ, พุทธิพงษ์​ ปุณณกันต์, รายงานCS Global Wealth Report 2018, เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ, โครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181024/image_big_5bd0387ed5515.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>19810</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/10/2018 08:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/10/2018 08:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;พลังประชารัฐ&#039; ดึง &#039;หมอพลเดช&#039; ร่วมพรรค</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.พลเดช ปิ่นประทีป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 ต.ค. 61 - นายพุทธิพงษ์​ ปุณณกันต์ ว่าที่กรรมการบริหารพรรคประชารัฐ เปิดเผยถึงกิจกรรมในวันที่ 15 ต.ค. ที่ตลาดน้ำคลองลัดมะยม โดยมี 4 รัฐมนตรีพรรคพลังประชารัฐร่วมกิจกรรมด้วยว่า ที่คลองลัดมะยมเป็นกิจกรรมเกี่ยวกับภาคประชาสังคม ที่มีตัวแทนกลุ่มเกษตรกร ชาวนา ชาวไร่ มาแชร์ประสบการณ์ และหลังจากนี้ทุกสัปดาห์จะเปิดรับฟังความคิดเห็นจากกลุ่มคนต่างๆ หากในอนาคตเมื่อพลังประชารัฐได้รับอนุมัติจัดตั้งพรรคเป็นทางการแล้ว จะเชิญตัวแทนกลุ่มคนเหล่านี้มาร่วมกันร่างนโยบายพรรคด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพุทธิพงษ์​ กล่าวว่า ในวันนั้นจะมีการเปิดตัวนพ.พลเดช ปิ่นประทีป อดีตรมช.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ในรัฐบาล พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ อดีตนายกรัฐมนตรี และอดีตสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ(สปช.) ที่จะมาร่วมทำงาน เป็นแกนหลักดูงานด้านประชาสังคม และนายอำนวย กลิ่นอยู่ นายกสมาคมกีฬาคนตาบอดแห่งประเทศไทย จะมาช่วยดูเรื่องคนพิการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพุทธิพงษ์ กล่าวอีกว่า ทั้งนี้ การทำงานของพรรค เป็นการทำงานเริ่มจากฐานรากขึ้นมาข้างบน และมีนโยบายลงไป เบื้องต้นมีกลุ่มคนจากทุกๆภาคของประเทศไทยมาร่วมขับเคลื่อน อย่างคนรุ่นใหม่ที่เปิดตัวไปจะทำงานกันทุกสัปดาห์ และดึงเพื่อนๆเข้ามาขยายกิจกรรมออกไป เพื่อนำไปสู่การปฏิบัติในรูปแบบคนรุ่นใหม่ เป็นต้น&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/19810</URL_LINK>
                <HASHTAG>นพ.พลเดช ปิ่นประทีป, นายอุตตม สาวนายน, พปชร., พรรคพลังประชารัฐ, พุทธิพงษ์​ ปุณณกันต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181013/image_big_5bc1481297f4a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
