<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>43748</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/08/2019 13:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/08/2019 13:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ประวิตร&#039;สวน&#039;พูดได้ไง&#039;ปล่อยตัวผู้ต้องสงสัยแลกเดินหน้าพูดคุยสันติสุข</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 ส.ค.62- พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีมีข่าวลือถึงข้อเสนอของกลุ่มบีอาร์เอ็นที่ขอให้ปล่อยตัวผู้ต้องสงสัยทั้งหมด เพื่อเดินหน้าการพูดคุยว่า &amp;ldquo;เฮอะ พูดได้ไง&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/43748</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดับไฟใต้, บิ๊กป้อม-พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, บีอาร์เอ็น, พูดคุยสันติสุข</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190708/image_big_5d23087e81964.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>42803</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/08/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/08/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เปลี่ยนหน.คุยสันติสุขใต้ รู้ตัวโจรระเบิดตู้เอทีเอ็ม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; ชี้เดินหน้าพูดคุยสันติสุขไม่ใช่การเจรจา ลั่นไทยมีหนึ่งเดียวไม่แบ่งแยก ระบุพร้อมเปิดทุกช่องทางแก้ปัญหาไฟใต้ เล็งตั้ง &amp;quot;หน.คณะพูดคุยสันติสุข&amp;quot; คนใหม่ แทน &amp;quot;พล.อ.อุดมชัย&amp;quot; ที่ไปทำหน้าที่ ส.ว. &amp;quot;รัฐบาล&amp;quot; วางคิว &amp;quot;นายกฯ&amp;quot; ลงชายแดนใต้ดูเมืองต้นแบบสามเหลี่ยมมั่นคง 7 ส.ค.นี้ &amp;quot;ปัตตานี&amp;quot; กล้องวงจรปิดจับภาพชัด 10 คนร้ายแต่งกายคล้ายทหารบึ้มตู้เอทีเอ็ม &amp;quot;ตำรวจ&amp;quot; ฟุ้งรู้ตัวแล้ว รอรวบรวมหลักฐานออกหมายจับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันจันทร์ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กล่าวถึงกรณีกลุ่มมาราปาตานีเรียกร้องให้ไทยสานต่อการพูดคุยสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้เพื่อแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ว่า เรื่องการพูดคุยต้องดำเนินการอย่างระมัดระวังอย่างที่สุด สิ่งแรกที่มีความแตกต่างก็คือ เพราะเหตุใดเราถึงไม่พูดในประเทศของเรา ไม่สงสัยกันบ้างเลยหรืออย่างไร เพราะการที่รัฐจะไปพูดคุยกับใครก็ตามในเรื่องของความไม่เรียบร้อยไม่สามารถทำได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ที่ผ่านมาเป็นเรื่องของประเทศเพื่อนบ้านที่เข้ามาช่วย ก็ไปหารือกันได้ข้อสรุปอย่างไรเสนอมาทางรัฐบาลเป็นผู้ตัดสินใจ ซึ่งในการทำงานต้องยึดมั่นในหลักการของรัฐธรรมนูญ &amp;nbsp;ประเทศไทยเป็นหนึ่งเดียวแบ่งแยกไม่ได้ ทั้งในเรื่องของดินแดนหรือพื้นที่ภายในทั้งหมดต้องเห็นใจกัน &amp;nbsp;และขอให้ติดตามดูว่าสถานการณ์บ้านเมืองของเราแตกต่างกับต่างประเทศอย่างไร หลายประเทศมีการต่อสู้กันมายาวนาน เราก็ไม่ต้องการให้ยาวนานขนาดนั้นอยู่แล้ว อะไรก็ตามที่รับได้ก็จะทำ อยากจะบอกว่าเรามีหลายมาตรการ ทั้งเรื่องกฎหมายและการพัฒนา การพาคนกลับบ้าน แต่ทุกอย่างก็ต้องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ซึ่งเราก็เปิดทุกช่องทางขอให้ใจเย็น ซึ่งการพูดคุยสันติสุขไม่ใช่การเจรจา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่าหัวหน้าคณะการพูดคุยสันติสุขยังเป็น พล.อ.อุดมชัย ธรรมสาโรรัชต์ อยู่หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่ากำลังพิจารณาอยู่เพราะ พล.อ.อุดมชัยไปทำหน้าที่สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ขอให้ใจเย็น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล สำนักโฆษก สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี จัดกิจกรรมนำสื่อมวลชนลงพื้นที่จังหวัดสงขลา ปัตตานี และยะลา ระหว่างวันที่ 5-7 ส.ค.62 ก่อนที่ พล.อ.ประยุทธ์จะลงพื้นที่ในวันที่ 7 ส.ค.เพื่อติดตามความคืบหน้าโครงการสำคัญของรัฐบาล ในการขับเคลื่อนและพัฒนาพื้นที่ด้านเศรษฐกิจตามโครงการเมืองต้นแบบ &amp;quot;สามเหลี่ยมมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน&amp;quot; ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 4 ต.ค.59 &amp;nbsp;โดยมี พล.ร.ต.สมเกียรติ ผลประยูร เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) &amp;nbsp;นำเยี่ยมชม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับโครงการเมืองต้นแบบ สามเหลี่ยมมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาพื้นที่ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ให้เป็นพื้นที่เศรษฐกิจเฉพาะ ด้วยการกระตุ้นให้เกิดการลงทุนจากภาคเอกชน &amp;nbsp;ก่อให้เกิดการสร้างงาน สร้างรายได้ และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่และพื้นที่ใกล้เคียง &amp;nbsp;ซึ่งถือเป็นยุทธศาสตร์สำคัญในการแก้ไขปัญหาด้านความมั่นคงและพัฒนาจังหวัดชายแดนใต้อย่างเต็มรูปแบบ โดยนำร่องในพื้นที่ 3 อำเภอ ได้แก่ 1.อำเภอหนองจิก จังหวัดปัตตานี เป็นเมืองต้นแบบอุตสาหกรรมแปรรูปการเกษตร 2.อำเภอสุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาส เป็นเมืองต้นแบบการค้าขายชายแดนระหว่างประเทศ และ 3.อำเภอเบตง จังหวัดยะลา เป็นเมืองต้นแบบการพัฒนาที่พึ่งพาตนเองอย่างยั่งยืน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีการจัดเยี่ยมชมโครงการที่สำเร็จนำร่อง คือ บริษัท ม่านกู่หว่าง ฟู้ด จำกัด อ.เทพา จ.สงขลา ซึ่งเป็นการลงทุนร่วมกันระหว่างภาคเอกชนไทยและจีน ก่อสร้างโรงงานแปรรูปทุเรียน เงินลงทุน 700 ล้านบาท รับซื้อผลผลิตทุเรียนเพื่อแปรรูปแช่แข็งส่งออกไปยังประเทศจีน โดยใช้แรงงานในพื้นที่ในกระบวนการผลิตในโรงงานประมาณ 1,200 คน ใช้เงินทุนหมุนเวียนประมาณ 2,000 ล้านบาท รับซื้อทุเรียน 1.2 หมื่นตันต่อปี และในปี 2563 ตั้งเป้าไว้ว่าจะรับซื้อทุเรียนเพิ่ม 2 หมื่นตัน ซึ่งเป็นจำนวน 1 ใน 3 ของผลผลิตทุเรียนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ มีการเยี่ยมชมบริษัท หนองจิกพัฒนา จำกัด อ.หนองจิก จ.ปัตตานี โรงงานแปรรูปมะพร้าวครบวงจร โดยในขณะนี้มีการสร้างอาคารหลังใหม่เพื่อรองรับผลผลิตจากมะพร้าวของเกษตรกรในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยมีกําลังผลิต 160,000 ลูก/วัน และจะขยายเป็น 240,000 ลูก/วัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ร.ต.สมเกียรติกล่าวว่า ขณะนี้เรากำลังพัฒนาให้ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นสามเหลี่ยมมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน และจะพยายามพัฒนาพื้นที่ภาคใต้ ซึ่งเคยเป็นพื้นที่บอบช้ำให้กลายมาเป็นพื้นที่สีม่วง เพิ่มการลงทุนและมุ่งการพัฒนาพื้นที่ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวชุมชน อีกทั้งจะพัฒนาเมืองโก-ลก จ.นราธิวาส ให้กลับมาเป็นเมืองการค้าชายแดน โดย พล.อ.ประยุทธ์ได้หารือทวิภาคีกับนายมหาเธร์ โมฮัมหมัด นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ซึ่งทั้งสองประเทศเห็นพ้องจะผลักดันสะพานข้ามแม่น้ำทั้งสองแห่งให้เร็วที่สุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.ปัตตานี มีความคืบหน้ากรณีคนร้ายลอบวางระเบิดตู้เอทีเอ็มใน 3 อำเภอ จ.ปัตตานี ซึ่งทั้ง 3 &amp;nbsp;อำเภอเหตุการณ์เกิดในเวลาเดียวกัน และคนร้ายเลือกก่อเหตุกับตู้เอทีเอ็มของธนาคารอิสลามที่ตั้งอยู่บริเวณสถานศึกษา จนทำให้ตู้เอทีเอ็มได้รับความเสียหายอย่างหนัก โดยเฉพาะตู้เอทีเอ็มที่ตั้งอยู่หน้าโรงเรียนมูลนิธิอาซิซสถาน ต.นาประดู่ อ.โคกโพธิ์ คนร้ายได้ขโมยเงินไปด้วยและอยู่ระหว่างการตรวจสอบว่าจำนวนเท่าไหร่ แต่ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต เหตุเกิดเมื่อกลางดึกของวันที่ 4 ส.ค.ที่ผ่านมา ล่าสุดได้มีการเผยแพร่คลิปจากกล้องวงจรปิดในจุดเกิดเหตุดังกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวยังรายงานว่า คลิปจากกล้องวงจรปิดมีความยาว 3 นาที ซึ่งเป็นกล้องที่อยู่ประตูทางเข้า หน้ามหาวิทยาลัยฟาฏอนี อ.ยะรัง จ.ปัตตานี ซึ่งจะเห็นประตูและตู้ยาม โดยที่กล้องสามารถจับภาพคนร้ายแต่งกายชุดดำคล้ายทหารพราน จำนวนกว่า 10 คน มีอาวุธสงคราม แบ่งกำลังเป็นสองชุด โดยชุดแรกเข้าไปจับตัว รปภ.ที่อยู่ในป้อมยามและมัดมือมัดเท้า ส่วนอีกชุดนำระเบิดแสวงเครื่องไปวางไว้ที่ตู้เอทีเอ็ม พร้อมกับลากสายไฟเพื่อเตรียมการจุดระเบิด โดยภาพสุดท้าย 1 ในคนร้ายได้เดินมาที่กล้องวงจรปิดและใช้มือปัดกล้องไปทิศทางอื่นเพื่อไม่ให้เห็นการปฏิบัติการครั้งนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ต.ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี ผบก.ภ.จว.ปัตตานี กล่าวว่า หลังจากที่ได้สืบสวนสอบสวนทั้ง 3 จุดพบคนร้ายแต่งกายในลักษณะเดียวกัน และคล้ายกับคนร้ายที่ก่อเหตุโจมตีจุดตรวจปะกาฮารังเมื่อวันที่ 23 &amp;nbsp;ส.ค.ที่ผ่านมา เช่นเดียวกับการใช้ระเบิด ซึ่งทั้งสามจุดจากการตรวจสอบพฤติกรรมของคนร้ายในการก่อเหตุนั้น ต่างกันที่บางจุดใช้อาวุธปืน เผายาง และบางจุดวางระเบิดซ้อนกัน 2 ลูก แต่อย่างไรก็ตามเป้าหมายการก่อเหตุคือตู้เอทีเอ็มของธนาคารอิสลาม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เชื่อว่าคนที่สั่งการคนเดียวกัน เพราะจากการสืบสวนในทางลับพอจะทราบตัวบ้างแล้วบางคน แต่ขอให้ผลการตรวจสอบจากพยานหลักฐานออกมาก่อน โดยได้นำพยานในที่เกิดเหตุมาสอบปากคำเพิ่มเติม เชื่อว่าจะสามารถยืนยันตัวผู้ที่ก่อเหตุได้แน่นอนและน่าจะออกหมายจับได้&amp;quot; พล.ต.ต.ปิยะวัฒน์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่าเป้าหมายผู้ก่อเหตุประสงค์ต่อทรัพย์ใช่หรือไม่ ผบก.ภ.จว.ปัตตานีกล่าวว่า ทรัพย์น่าจะเป็นผลพลอยได้ เพราะดูจากจุดเกิดเหตุมีเพียงตู้เอทีเอ็มเพียงจุดเดียวที่เงินได้หายไป แต่ยังไม่ทราบจำนวนของเงินที่หายไปต้องรอธนาคารตรวจสอบทางระบบอีกครั้ง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายไกรศร วิศิษฎ์วงศ์ ผู้ว่าฯ ปัตตานี กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ได้รับการแจ้งเตือนจะมีการก่อเหตุและทุกหน่วยได้วางมาตรการป้องกันและระมัดระวังอย่างเข้มงวด แต่คนร้ายเลือกก่อเหตุในยามวิกาล เป็นเวลาที่ทุกคนพักผ่อนกันแล้วดังที่เห็น ซึ่งจากการตรวจสอบเป็นระเบิดเพื่อมุ่งหวังทำลายล้างอย่างชัดเจน เป็นระเบิดบรรจุถังแก๊สหนัก 15 กก. จุดสัญญาณแบบลากสาย ทั้ง 3 จุดเหมือนกันหมด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้ว่าฯ ปัตตานีกล่าวว่า เจ้าหน้าที่ได้ติดตามความคืบหน้าคดีนี้อย่างใกล้ชิด จากกล้องวงจรปิดและหลักฐานที่เก็บไว้ได้และพฤติกรรมคนร้าย พอจะทราบแล้วว่าเป็นกลุ่มที่ปฏิบัติการอยู่ใน จ.ปัตตานี &amp;nbsp;เพราะเป็นลักษณะการก่อเหตุที่เหมือนกันพร้อมๆ กัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;อย่าเพิ่งสรุปอะไรง่ายๆ เราผ่านอะไรมามากมายแล้ว ต้องสร้างความเชื่อมั่นให้พี่น้องประชาชนมั่นใจ ต้องให้เจ้าหน้าที่ตรวจดูรายละเอียดทั้งหมดอีกครั้งว่าคนร้ายมีเป้าหมายอะไร เพราะที่หนึ่งเงินหาย &amp;nbsp;แต่อีกสองที่เงินไม่ได้หายไป คงต้องรอดูเจ้าหน้าที่สรุปอีกครั้ง&amp;quot; ผู้ว่าฯ ปัตตานีกล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/42803</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะพูดคุยสันติสุข, จังหวัดชายแดนภาคใต้, นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, พูดคุยสันติสุข, หนังสือพิมพ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190805/image_big_5d4841668eac8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>26682</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/01/2019 22:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/01/2019 22:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แฉ&#039;คอซารี&#039;คุมบีอาร์เอ็น โชว์ป่วนใต้ก่อนคุยสันติสุข</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พลางตัว &amp;quot;ดูนเลาะห์ แวมานอ&amp;quot; ปรับทัพบีอาร์เอ็นฯ ยกแผง &amp;nbsp;&amp;quot;คอซารี&amp;quot;ขึ้นผู้นำคนใหม่ &amp;nbsp;ดัน &amp;quot;เป๊าะนีมะ&amp;quot;คุมกำลังทหาร ด้าน&amp;quot;บิ๊กป้อม&amp;rdquo;รับฝีมือ &amp;quot;บีอาร์เอ็น&amp;quot; โหมไฟใต้ช่วงนี้ ยันไม่เกี่ยวการเมือง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 ม.ค.62 - &amp;nbsp;ที่มหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงความรุนแรงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ว่า ตนพูดไปแล้วว่าเป็นฝีมือกลุ่มบีอาร์เอ็น &amp;nbsp;เราปิดล้อมเขา เราวิสามัญเขา เขาก็ตอบโต้เรา สถานการณ์ความไม่สงบในจังหวัดชายแดภาคใต้ ไม่ใช่ว่าจะเกิดขึ้นเรื่อยๆ แต่เป็นเพราะไม่มีการเข้ามาพูดคุย ผู้สื่อข่าวถามว่า มีเรื่องการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้องด้วยหรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ไม่เกี่ยว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ &amp;nbsp;บรรยากาศในพื้นที่ จ.ปัตตานี จากกรณีเกิดเหตุการณ์ลอบยิงเจ้าหน้าที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องในพื้นที่จังหวัดปัตตานี &amp;nbsp;ทำให้ทางด้านฝ่ายความมั่นคง ได้สั่งการให้ทุกจุดตรวจร่วมสนธิกำลัง &amp;nbsp;และประสานจุดตรวจทุกจุดตรวจ จัดให้มีการตรวจเข้มและเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจตรายานพาหนะทุกชนิด และบุคคลต้องสงสัยต่างๆทั้งในพื้นที่และรอบนอกพื้นที่ให้จัดแผนเฝ้าระวังป้องกัน เนื่องจากทราบมีกลุ่มเคลื่อนไหวรวมทั้งมีการลาดตระเวณ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกัน เพื่อกำจัดพื้นที่ของกลุ่มคนร้ายที่เคลื่อนไหว &amp;nbsp;และให้เจ้าหน้าทีที่เป็นชุดสืบสวนหาข่าว และชุดนอกเครื่องแบบออกหาข่าวความเคลื่อนไหวของกลุ่มคนร้ายเพื่อหาทางป้องกันเหตุร้ายที่อาจจะเกิดขึ้นในจังหวัดปัตตานี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มีรายงานว่า &amp;nbsp;หน่วยข่าวความมั่นคง ประเมินการก่อเหตุรุนแรงในช่วงนี้ว่า เกิดจากการปรับตัวบุคคลระดับบริหารขององค์กรบีอาร์เอ็นฯ หลังจากที่ ดูนเลาะห์ แวมานอร์ ได้ขยับออกจากตำแหน่งหัวหน้าขบวนการฯ ไม่ยอมพบกับผู้อำนวยความสะดวก ที่ได้ประสานเพื่อพูดคุยสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยได้เปลี่ยนให้ คอ ซารี &amp;nbsp;ซึ่งเป็นสายการเมืองขึ้นเป็นผู้นำคนใหม่ &amp;nbsp;พร้อมทั้งมีชื่อ วอเฮะ เป็นเลขาธิการฯ ส่วนของกองกำลังทหาร และได้แต่งตั้ง เป๊าะนีมะ ขึ้นคุมกำลังแทน โดยช่วงนี้เป็นการแสดงศักยภาพของกองกำลังทหารที่ได้มีการสร้างกำลังทดแทนขึ้นมาในช่วง1-2 ปีทีผ่านมา ทั้งนี้เพื่อเตรียมไปสู่การต่อรองเพื่อพูดคุยสันติสุขที่จะพุ่งเป้ามาที่ขบวนการบีอาร์เอ็นมากขึ้น.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/26682</URL_LINK>
                <HASHTAG>3จังหวัดชายแดนใต้, BRN, ความมั่นคง, ความไม่สงบในพื้นที่จังหวดชายแดนภาคใต้, บีอาร์เอ็น, พูดคุยสันติสุข</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190115/image_big_5c3df9e37874c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
