<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>102367</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/05/2021 09:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/05/2021 09:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;จุรินทร์&#039;สั่งโฟกัสธุรกิจแฟรนไชส์ สร้างอาชีพให้คนไทย หลังโควิด-19 คลี่คลาย </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 พ.ค. 2564 นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ รองอธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เปิดเผยว่า นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้สั่งการให้เตรียมความพร้อมในการช่วยเหลือและบรรเทาผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ให้กับประชาชนด้วยโครงการ &amp;ldquo;แฟรนไชส์สร้างอาชีพ&amp;rdquo; ทันทีที่การแพร่ระบาดคลี่คลายลง ซึ่งล่าสุดกรมฯ ได้กำหนดแนวทางการดำเนินโครงการแล้ว โดยจะจัดโรดโชว์นำแฟรนไชส์ที่อยู่ในการส่งเสริมของกรมฯ ไปจัดแสดงทั้งในกรุงเทพฯ และส่วนภูมิภาครวม 15 จังหวัดเป้าหมาย เพื่อให้ผู้ที่ว่างงาน หรือตกงาน ได้เลือกซื้อแฟรนไชส์ไปประกอบอาชีพ และมีรายได้เลี้ยงตัวเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ในส่วนกลางกำหนดจัดที่อิมแพค เมืองทองธานี หรือไบเทค บางนา และในต่างจังหวัด 15 จังหวัด กำหนดจัดในห้างสรรพสินค้าหรือแหล่งชุมชน ได้แก่ เชียงใหม่ ลำปาง พิษณุโลก เชียงราย อุดรธานี ขอนแก่น นครราชสีมา อุบลราชธานี นครศรีธรรมราช สุราษฎร์ธานี สงขลา ระยอง กาญจนบุรี ชลบุรี และนครสวรรค์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพูนพงษ์กล่าวว่า การจัดงานครั้งนี้ กรมฯ มีเป้าหมายนำแฟรนไชส์ไปจัดแสดงรวม 500 ราย แยกเป็นส่วนกลาง 400 ราย และต่างจังหวัด 100 ราย และจะมีการให้ส่วนลดค่าธรรมเนียมเป็นพิเศษกับผู้ที่ซื้อแฟรนไชส์ 10-50% เมื่อมีการตกลงซื้อขายในงานนี้ และได้ตั้งเป้าหมายมีผู้ซื้อแฟรนไชส์ไปประกอบอาชีพรวม 10,000 ราย แยกเป็นการซื้อขายในทันทีช่วงการจัดงาน 5,400 ราย และต่อเนื่องอีก 4,600 ราย คาดว่าจะเกิดมูลค่าทางเศรษฐกิจไม่ต่ำกว่า 4,606.80 ล้านบาท ทั้งการจำหน่ายผลิตภัณฑ์และเพิ่มการขยายธุรกิจด้วยแฟรนไชส์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกัน ยังได้ประสานไปยังสถาบันการเงิน เช่น ธนาคารออมสิน , SME D Bank และธนาคารกสิกรไทย เพื่อให้คําแนะนํา และสนับสนุนเงินทุนอัตราดอกเบี้ยพิเศษสําหรับผู้ที่มีเงินลงทุนไม่เพียงพอ ให้มีโอกาสในการลงทุนทำธุรกิจด้วยแฟรนไชส์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพูนพงษ์กล่าวว่า การประกอบธุรกิจด้วยการซื้อแฟรนไชส์ มีประโยชน์สำหรับผู้ที่ไม่รู้ว่าจะทำธุรกิจอะไร เพราะมีคนคิดไว้ให้แล้ว เมื่อซื้อไปก็สามารถเริ่มทำธุรกิจได้ทันที และที่สำคัญ ผู้ที่เป็นเจ้าของแฟรนไชส์ก็พร้อมที่จะเป็นพี่เลี้ยงให้กับผู้ซื้อ ทำให้การเริ่มต้นทำธุรกิจ ไม่มีปัญหา อุปสรรค และยังสามารถเลือกซื้อแฟรนไชส์ที่เหมาะสมกับตัวเอง มีขนาดธุรกิจให้เลือกตั้งแต่ราคาถูก จนถึงราคาแพง โดยธุรกิจที่มองว่ามีโอกาสในช่วงสถานการณ์เช่นนี้ ส่วนใหญ่เป็นแฟรนไชส์อาหารและเครื่องดื่ม ที่ทำได้ง่ายและเริ่มทำธุรกิจได้ทันที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ก่อนหน้านี้ คณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้อนุมัติโครงการสร้างรายได้ด้วยแฟรนไชส์ฝ่าโควิด-19 ของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เพื่อช่วยเหลือและสร้างอาชีพแก่คนว่างงานและคนตกงาน เพื่อกระตุ้นและฟื้นฟูธุรกิจแฟรนไชส์ และธุรกิจ SMEs ขนาดเล็ก ให้กลับมาดำเนินธุรกิจในตลาดเป็นปกติ เพื่อสร้างโอกาสทางการตลาดให้กับผลิตภัณฑ์และการขยายการลงทุนในธุรกิจให้กับแฟรนไชส์มากขึ้น และเพื่อเพิ่มช่องทางการหารายได้และสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจไทย โดยอนุมัติงบประมาณวงเงิน 68 ล้านบาท จากพ.ร.ก.กู้เงิน ที่เน้นการฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมจากผลกระทบของโควิด-19&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/102367</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมพัฒนาธุรกิจการค้า, พูนพงษ์ นัยนาภากรณ์, แฟรนไชส์สร้างอาชีพ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210510/image_big_60989e0e0a4b5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>96085</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/03/2021 09:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/03/2021 09:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พาณิชย์วาดฝันหนุน&#039;ร้านค้าปลีกค้าส่ง&#039;เข้าตลาดหุ้น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 มี.ค.2564 นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ รองอธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เปิดเผยว่า กรมฯ กำลังอยู่ระหว่างการผลักดันร้านค้าปลีกค้าส่งที่อยู่ในการส่งเสริมและได้รับการพัฒนาจากกรมฯ ซึ่งปัจจุบันมีร้านต้นแบบจำนวน 213 ราย เข้าไปจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยให้ได้เพิ่มมากขึ้น หลังจากที่ก่อนหน้านี้ สามารถผลักดันเข้าไปจดทะเบียนและมีการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฯ แล้ว 2 ราย คือ บริษัท ธนพิริยะ จำกัด (มหาชน) ที่เชียงราย และบริษัท เคแอนด์เค ซุปเปอร์สโตร์ เซาท์เทิร์น จากัด (มหาชน) ที่หาดใหญ่ เพราะถือเป็นอีกแนวทางหนึ่งในการสร้างความเข้มแข็งให้กับธุรกิจค้าปลีกค้าส่งของไทย &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;กรมฯ กำลังเข้าไปช่วยเหลือและผลักดันให้มีการเข้าไปจดทะเบียน เพื่อระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ฯ โดยเห็นแวว 2-3 ราย เพราะมีความเข้มแข็ง มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเขากำลังแต่งตัวอยู่ คาดว่า อีกไม่นาน จะมีความชัดเจนมากขึ้น หากทำเสร็จอีก ก็จะแสดงให้เห็นว่าธุรกิจค้าส่งค้าปลีกของคนไทยเก่ง และสามารถอยู่รอดท่ามกลางการแข่งขันที่รุนแรงได้&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับประโยชน์ที่จะได้รับจากการเข้าไปจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ จะช่วยสร้างความเข้มแข็งให้กับธุรกิจขนาดกลางและเล็ก (SMEs) ก้าวไปเป็นธุรกิจขนาดใหญ่ได้ เพราะสามารถระดมเงินทุนมาใช้ในการขยายกิจการ เพิ่มจำนวนสาขา และแข่งขันกับธุรกิจค้าส่งค้าปลีกสมัยใหม่ได้ ทำให้ธุรกิจค้าส่งค้าปลีกของคนไทย มีโอกาสเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพูนพงษ์กล่าวว่า ในปี 2564 กรมฯ มีแผนที่จะพัฒนาโชวห่วยให้มีความเข้มแข็ง โดยตั้งเป้าเข้าไปช่วยปรับวิธีการบริหารจัดการร้านค้าให้เป็นระบบ ระเบียบมากขึ้น ปรับโฉมร้านค้าให้มีความทันสมัย สินค้าต้องหาง่าย และต้องใส่ใจเรื่องสุขอนามัยที่ดี ร้านค้า สินค้า ต้องสะอาดปราศจากเชื้อโรค รวมทั้งจะผลักดันให้มีการนำระบบเทคโนโลยีมาใช้ในการบริหารจัดการร้านค้า เช่น ระบบการขายหน้าร้าน (Point of Sale : POS) ซึ่งจะช่วยลดต้นทุน เพิ่มกำไรให้แก่ธุรกิจ โดยถือเป็นสิ่งที่ไม่มีไม่ได้ในยุคปัจจุบัน ตั้งเป้าจะพัฒนาให้ได้ 3,500 ราย และในจำนวนนี้ 500 ราย จะผลักดันให้นำระบบ POS มาใช้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ยังจะผลักดันให้เพิ่มช่องทางการจำหน่ายสินค้าผ่านออนไลน์ควบคู่กับการขายสินค้าหน้าร้าน (Omni-Channel) ทำให้สามารถเข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้เพิ่มขึ้น ทั้งลูกค้ารายเดิมและลูกค้ารายใหม่ โดยโชวห่วยไม่จำเป็นต้องสร้างเว็บไซต์เป็นของตนเอง แต่ใช้สื่อสังคมออนไลน์ที่ใช้กันอยู่เป็นประจำ เช่น แอปพลิเคชันไลน์ หรือแมสเซนเจอร์ เป็นช่องทางการตลาดให้กับผู้บริโภคในการสั่งซื้อสินค้า เพราะผู้คนในชุมชนส่วนใหญ่จะมีการใช้สื่อสังคมออนไลน์ดังกล่าวกันอยู่ก่อนแล้ว จึงไม่จำเป็นต้องเรียนรู้การใช้สื่อสังคมออนไลน์เพิ่มเติม แต่เป็นการอำนวยความสะดวกแก่ผู้ซื้อ และผู้ขายก็จะมียอดขายเพิ่มขึ้น โดยมีการจัดส่งสินค้าให้ลูกค้าแบบเดลิเวอรี่ เช่น จักรยานยนต์ หรือจักรยาน เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปัจจุบัน มีร้านโชวห่วยทั้งประเทศประมาณ 4 แสนราย โดยตัวเลขที่ทรงตัวอยู่ในระดับนี้มานาน เพราะมีการเปิดใหม่ และปิดตัวไปเท่าๆ กัน โดยรายเดิมที่ปิดตัวไป มีทั้งทำธุรกิจมานาน และไม่มีลูกหลานมาทำกิจการต่อ จึงต้องปิดตัวไป หรือทำแล้วประสบปัญหา แข่งขันไม่ได้ ก็ปิดตัวไป แต่ก็มีรายที่ปรับตัว และอยู่รอดได้ ก็ทำธุรกิจต่อ และยังมีรายใหม่ๆ เข้ามาทำธุรกิจเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะในช่วงที่รัฐบาลมีมาตรการช่วยบรรเทาผลกระทบจากโควิด-19 ทั้งโครงการคนละครึ่ง เราชนะ เรารักกัน ทำให้ร้านโชวห่วยมีรายได้เพิ่มขึ้น จึงมีร้านโชวห่วยเกิดใหม่มากขึ้นตามไปด้วย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/96085</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมพัฒนาธุรกิจการค้า, พูนพงษ์ นัยนาภากรณ์, ร้านค้าปลีกค้าส่ง, เข้าตลาดหุ้น</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210315/image_big_604ec99210df4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>87155</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/12/2020 16:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/12/2020 16:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กรมพัฒน์ฯ ร่วมกับ กีวี คมคม โปรดักส์ จัดงานเปิดตัว Thai SELECT-KOM KOM Food Journey สร้างประสบการณ์ชิมอาหารบนเส้นทางนักปั่นทั่วไทย </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-top:6.0pt; margin-right:0in; margin-bottom:0in; margin-left:0in; text-align:justify&quot;&gt;กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ร่วมกับ บริษัท กีวี และคมคม โปรดักส์ จำกัด ผู้จำหน่ายมีดทำครัวชื่อดัง เปิดตัวกิจกรรม &amp;ldquo;Thai SELECT- KOM KOM Food Journey&amp;rdquo; ถ่ายทอดเรื่องราวอาหารไทยผ่านร้าน Thai SELECT การแสดงสุดประทับใจ และไฮไลท์เปิดตัวทีมปั่นจักรยานที่จะมาร่วมสร้างประสบการณ์ผ่านร้านอาหาร Thai SELECT 5 เส้นทางทั่วประเทศไทย ยกระดับมาตรฐานร้านอาหารไทยให้มีคุณภาพ ปลุกกระแสรักอาหารไทยใส่ใจสุขภาพ สร้างความเชื่อมั่นให้ผู้บริโภค เพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจ พร้อมรองรับนักชิมมาสัมผัสประสบการณ์หลังสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลาย &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:6.0pt; margin-right:0in; margin-bottom:0in; margin-left:0in; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:6.0pt; margin-right:0in; margin-bottom:0in; margin-left:0in; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:6.0pt; margin-right:0in; margin-bottom:0in; margin-left:0in; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:6.0pt; margin-right:0in; margin-bottom:0in; margin-left:0in; text-align:justify&quot;&gt;นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ รองอธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เปิดเผยว่า ในวันนี้ กรมฯ ได้ร่วมมือกับบริษัท กีวี และคมคม โปรดักส์ จำกัด ผู้จำหน่ายมีดทำครัวชื่อดังของไทยกว่า 30 ปี จัดงานแถลงข่าวเปิดตัวกิจกรรม &amp;ldquo;Thai SELECT- KOM KOM Food Journey&amp;rdquo; ณ เรือสิริมหรรณพ ท่าเรือเอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ เพื่อช่วยผลักดันร้านอาหารไทยที่ได้รับตราสัญลักษณ์ Thai SELECT ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัดให้เป็นที่รู้จักแก่ประชาชนในวงกว้าง และสร้างกระแสความภูมิใจในอาหารไทย ภายในงานมีการถ่ายทอดการเดินทางของอาหารไทยจากร้านบ้านขนิษฐา ร้านอาหารที่ได้รับ Thai SELECT ที่สร้างอัตลักษณ์อาหารไทยจากอดีตมาจนถึงปัจจุบัน และการแสดงจากนักแสดงชื่อดังมาร่วมสร้างความประทับใจและการจดจำในคุณค่าของอาหารไทย&amp;rdquo; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:6.0pt; margin-right:0in; margin-bottom:0in; margin-left:0in; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:6.0pt; margin-right:0in; margin-bottom:0in; margin-left:0in; text-align:justify&quot;&gt;รองอธิบดี กล่าวต่อว่า &amp;ldquo;ไฮไลท์ของกิจกรรมฯ คือ การเปิดตัวทีมนักปั่นจักรยานในชื่อ Thai SELECT- KOM KOM กว่า 30 คน พร้อมด้วย Influencer สายสุขภาพ สายการท่องเที่ยวและกีฬา ที่จะเข้าร่วมเส้นทางการแข่งขันจักรยานทั่วประเทศ โดยระหว่างเส้นทางการปั่นจักรยาน ทีมนักกีฬาจะหยุดแวะพักรับประทานอาหาร ณ ร้าน Thai SELECT เพื่อสัมผัสความประทับในรสชาติอาหารและคุณภาพงานบริการที่ดีจากร้าน Thai SELECT เบื้องต้นกำหนดช่วงเวลาการเดินทางระหว่างเดือนมกราคม-มิถุนายน 2564 ใน 5 เส้นทางหลัก ได้แก่ สงขลา จันทบุรี กาญจนบุรี ระยอง สุโขทัย ซึ่งมีร้านอาหาร Thai SELECT รวมกว่า 66 ร้าน โดยมีร้านอาหารแนะนำ เช่น ร้านคีรีมันตรา กาญจนบุรี ร้านจันทรโภชนา จันทบุรี ร้านเทอราคอตต้า ระยอง ร้าน 12 หน่วยตัด สุโขทัย ร้านอาหารป่ายาง สงขลา พร้อมทั้งแนะนำเมนูที่เป็นเอกลักษณ์ของร้านอาหาร Thai SELECT เพื่อให้นักชิม ทั้งในและต่างประเทศได้รับทราบและเชิญชวนมาร่วมสร้างประสบการณ์ความอร่อยไปด้วยกัน&amp;rdquo; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:6.0pt; margin-right:0in; margin-bottom:0in; margin-left:0in; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:6.0pt; margin-right:0in; margin-bottom:0in; margin-left:0in; text-align:justify&quot;&gt;&amp;ldquo;ความร่วมมือในครั้งนี้ กรมฯ คาดหวังว่าจะช่วยสร้างการรับรู้ในร้านอาหาร Thai SELECT ให้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง สร้างประสบการณ์และความประทับใจในวัฒนธรรมอาหารไทยที่อยู่ในแต่ละภูมิภาคให้เกิดขึ้นแก่ผู้บริโภค อันเป็นการสร้างโอกาสการตลาดใหม่ในกลุ่มนักท่องเที่ยวทั้งคนไทยและต่างประเทศ รองรับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจที่กำลังจะดีขึ้นในอนาคต&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:6.0pt; margin-right:0in; margin-bottom:0in; margin-left:0in; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:6.0pt; margin-right:0in; margin-bottom:0in; margin-left:0in; text-align:justify&quot;&gt;&amp;ldquo;สำหรับตราสัญลักษณ์ Thai SELECT เป็นการต่อยอดตราสัญลักษณ์ Thai SELECT ที่ให้การส่งเสริมร้านอาหารไทยในต่างประเทศมาเกือบ 20 ปี และประสบความสำเร็จในต่างประเทศเป็นอย่างมาก กระทรวงพาณิชย์ โดยกรมพัฒนาธุรกิจการค้าจึงมีนโยบายนำตราสัญลักษณ์ Thai SELECT มามอบแก่ร้านอาหารไทยที่มีมาตรฐานเพื่อช่วยยกระดับธุรกิจร้านอาหารไทยในประเทศให้มีคุณภาพ และเป็นการช่วยแนะนำร้านอาหารไทยให้แก่นักท่องเที่ยวอีกทางหนึ่งด้วย ภายใต้แนวคิด &amp;ldquo;อาหารไทย ต้อง Thai SELECT&amp;rdquo; มีร้านอาหารไทยที่ได้รับตราฯ แล้วจำนวน 987 ร้าน คาดว่าในปี 2564 จะมีร้านอาหารที่ได้รับตราฯ เพิ่มขึ้นอีกกว่า 100 ร้าน โดยการคัดสรรร้านเป็นไปอย่างเข้มข้นเพื่อให้ได้ร้านที่มีคุณภาพภายใต้หลักเกณฑ์ที่กำหนด เช่น รสชาติอาหาร รายการอาหาร วัตถุดิบ สุขอนามัย (Food Safety) การตกแต่งร้านภายนอก/ภายในและบรรยากาศร้าน รวมทั้งการบริการที่ดีเยี่ยม ประกอบกับร้านอาหารจะได้รับโอกาสในการโปรโมทผ่านช่องทางประชาสัมพันธ์ออฟไลน์และออนไลน์ของกรมฯ อาทิ นิตยสารบนสายการบิน และ Food Delivery เพื่อเพิ่มยอดขายกระตุ้นการบริโภคให้กับร้าน Thai SELECT ได้อีกทาง ทั้งนี้ ร้านอาหารที่สนใจสมัครเข้ารับการตราสัญลักษณ์ Thai SELECT สามารถสอบถามข้อมูลรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.dbd.go.th หรือสายด่วน 1570 ทั้งนี้ ข้อมูลจากเกียรตินาคินภัทร (KKP Research) คาดว่าปี 2564 ธุรกิจร้านอาหารจะค่อยๆ ฟื้นตัวจากสภาพเศรษฐกิจที่ชะลอตัว คาดว่าจะมีมูลค่าการค้าอยู่ที่ 4.41-4.45 แสนล้านบาท&amp;rdquo; รองอธิบดี กล่าวทิ้งท้าย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/87155</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมพัฒนาธุรกิจการค้า, พูนพงษ์ นัยนาภากรณ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201217/image_big_5fdb2105a8ca2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
