<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>109542</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/07/2021 12:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/07/2021 12:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>องค์กรต้านคอร์รัปชั่น ตั้งคำถาม&#039;นักการเมือง ข้าราชการ พ่อค้า&#039;ใครโกง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 ก.ค.64- &amp;nbsp; ดร.มานะ นิมิตรมงคล เลขาธิการองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) หรือ ACT โพสต์เฟซบุ๊ก Mana Nimitmongkol เรื่องใครโกง..?&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ใครโกงกินสร้างความเดือดร้อนให้บ้านเมืองมากกว่ากันระหว่าง &amp;lsquo;นักการเมือง ข้าราชการ พ่อค้า&amp;rsquo; ยังไม่มีใครบอกได้ เพราะบางครั้งพวกเขารวมหัวโกงบางครั้งก็แยกกันกิน การรู้เท่าทันคนโกงอย่างแยกแยะไม่เหมารวม จึงเป็นจุดเริ่มต้นการต่อสู้คอร์รัปชันที่ประชาชนและหน่วยงานของรัฐควรเรียนรู้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;lsquo;คอร์รัปชันในภาครัฐ&amp;rsquo;[1] (Corruption in Public Sector) หมายถึงการโกงกินทุกประเภทในหน่วยงานของรัฐ &amp;nbsp;ทั้งกระทรวง รัฐวิสาหกิจ มหาวิทยาลัย องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ฯลฯ โดยคนที่มีอำนาจรัฐและกินเงินเดือนหลวงที่เรียกชื่อต่างกัน เช่น เจ้าหน้าที่ของรัฐ ข้าราชการ นักการเมือง อาจารย์ ทหาร ตำรวจ พนักงาน หากเป็นเรื่องการจัดซื้อจัดจ้าง การให้สิทธิ์สัมปทาน ก็จะมีพ่อค้ามาสมรู้ร่วมคิดเป็นเครือข่ายที่เรียกว่า &amp;lsquo;สามประสานผลาญชาติ&amp;rsquo;[2] &amp;nbsp;&amp;nbsp;
ไม่ใช่ทุกครั้งที่คนทั้งสามกลุ่มร่วมมือกัน แต่เกือบทั้งหมดต้องมีข้าราชการเป็นตัวกลาง รูปแบบของคอร์รัปชันจึงแบ่งตาม &amp;ldquo;กลุ่มคน&amp;rdquo; ที่เป็นตัวแสดงหลัก ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. คอร์รัปชันโดยเจ้าหน้าที่รัฐ หรือคอร์รัปชันในระบบราชการ &amp;nbsp;(Bureaucratic Corruption) [3]&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มีมากและกระทบกับชีวิตประจำวันของประชาชนมากที่สุด เป็นการกระทำของเจ้าหน้าที่ในหน่วยงานโดยไม่มีนักการเมืองเกี่ยวข้อง เช่น เรียกรับสินบนจากประชาชน รีดไถ ยักยอกเอาของหลวงไปใช้ ปลอมแปลงเอกสาร ร่วมมือกับพ่อค้าในการจัดซื้อจัดจ้าง เกิดขึ้นทุกระดับตั้งแต่กระทรวง กรม จังหวัด จนถึงหน่วยงานเล็กสุด เช่น กรณีโกงเงินคนพิการของพัฒนาสังคมจังหวัดทั่วประเทศ การสร้างถนน เป็นต้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มีข้อแม้ว่า ความผิดเหล่านี้แม้ทำกันมานาน ทำจนเป็นธรรมเนียม แต่ถ้าเป็นผลประโยชน์ก้อนใหญ่อาจต้องส่งส่วยหรือได้รับการยินยอมจากนักการเมืองด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. คอร์รัปชันโดยนักการเมือง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เป็นคอร์รัปชันที่บงการโดยนักการเมืองที่มีอำนาจกว้างมาก บวกด้วยความร่วมมือจากเจ้าหน้าที่ของรัฐผู้มีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมาย จึงสร้างความเสียหายรุนแรง โดยทั่วไปพบว่ามีนักธุรกิจเข้ามาร่วมวางแผนด้วยเสมอ เว้นแต่เป็นคอร์รัปชันทางการเมือง[4] &amp;nbsp;หรือการใช้อิทธิพลไปข่มขู่ &amp;ndash; รีดไถ &amp;ndash; ตบทรัพย์ผู้อื่น ที่นักการเมืองทำได้ด้วยตนเอง ในที่นี้จะแยกเป็น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ก. นักการเมืองระดับชาติ.. ในรัฐบาลและรัฐสภา ตัวอย่างเช่น กรณีสนามฟุตซอล รถไฟฟ้าสนามบินสุวรรณภูมิ หากเป็นคนในรัฐบาลจะใช้อำนาจในการกำหนดนโยบายสาธารณะ การลงทุน การกำกับหน่วยราชการและรัฐวิสาหกิจ แต่งตั้งโยกย้าย ผ่านมติ ครม. และตำแหน่งรัฐมนตรี หากเป็น ส.ส. หรือข้าราชการการเมือง อาจใช้บทบาทการเป็น ส.ส. หรือกรรมาธิการก็ได้ พบเห็นทั้งลงมือด้วยตัวเองและผ่านเครือข่าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข. นักการเมืองในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น.. คนกลุ่มนี้มีอำนาจบริหารและใช้งบประมาณของท้องถิ่นเต็มที่แม้จะอยู่ภายใต้กำกับของกระทรวงมหาดไทย ตัวอย่างเช่น กรณีเสาไฟกินรี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. คอร์รัปชันโดยเอกชน.. บ่อยครั้งที่พบว่ารัฐเสียรู้เอกชนโดยไม่ตั้งใจ เช่น ฮั้วประมูล &amp;nbsp;ลักสเปก ทิ้งงาน ฉ้อโกง โดยเจ้าหน้าที่รัฐไม่ได้ร่วมรู้เห็น บางทีอาจเป็นเพราะความด้อยประสิทธิภาพ ความไม่รู้หรือความผิดพลาดของเจ้าหน้าที่ ทำให้รัฐเสียหาย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กลุ่มนี้ยังรวมถึงกรณีที่ประชาชนบางคนที่ฉวยโอกาสโกงเล็กโกงน้อยเมื่อมีโอกาส เช่น โกงเงินโครงการคนละครึ่ง โกงสิทธิ์ฉีดวัคซีนในพื้นที่ระบาดโควิด ขายเสียงในการเลือกตั้ง เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บทสรุป..&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การแยกแยะเช่นนี้อย่างน้อยก็ทำให้เห็นว่า สินบนและเงินทอนในการจัดซื้อจัดจ้างปีละ 2 &amp;ndash; 3 แสนล้านบาทมีโอกาสกระจายเข้ากระเป๋าคนในรัฐบาล ข้าราชการและนักการเมืองไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การควบคุมคอร์รัปชันให้ได้ผลจึงต้องพุ่งเป้าเล่นงานให้ถูกตัว ไม่เหมารวม ใช้มาตรการต่อต้านที่หลากหลายร่วมกัน การใช้มาตรการแบบเหวี่ยงแหจะสร้างภาระเกินจำเป็นแก่หน่วยงานและข้าราชการที่ดี ทำให้ขาดความร่วมมือและไม่ได้ผลในที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อ่านจบแล้วใครที่ยังอยากโทษรัฐบาล ป.ป.ช. สตง. ว่าทำหน้าที่ไม่ดี ขาดความรับผิดชอบจนคนโกงเต็มบ้านเต็มเมืองก็ทำได้ แต่คอร์รัปชันเป็นปัญหาใหญ่มีรายละเอียดมาก คนโกงเก่งขึ้นรู้วิธีหลบเลี่ยง ดังนั้นถ้าคนไทยไม่คิดว่าเป็นปัญหาของทุกคน ไม่ร่วมกันลงมือต่อต้าน ก็ไม่มีทางเอาอยู่หรอกครับ&amp;nbsp;
-----------------
1. &amp;nbsp;รูปแบบสำคัญได้แก่ 1) การจัดซื้อจัดจ้าง การให้สิทธิ์/สัมปทาน 2) การใช้อำนาจอนุญาตอนุมัติตามกฎหมายต่างๆ 3) การใช้อำนาจบริหารราชการแผ่นดิน 4) การบริหารงานบุคคล เช่น แต่งตั้ง โยกย้าย เลื่อนตำแหน่ง 5) การมีผลประโยชน์ทับซ้อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. &amp;nbsp;ผศ.ดร.ธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เป็นผู้ใช้คำนี้คนแรก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.&amp;ldquo;คอร์รัปชันในระบบราชการ&amp;rdquo; https://www.facebook.com/act.anticorruptionThailand/posts/986580198173394/
&amp;nbsp;4. &amp;ldquo;คอร์รัปชันทางการเมือง&amp;rdquo; https://www.isranews.org/.../isranews.../98461-mana-10.html&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;4. &amp;ldquo;ฮั้ว&amp;rdquo; https://www.isranews.org/.../isranews.../94180-mana-4.html
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/109542</URL_LINK>
                <HASHTAG>ข้าราชการ, นักการเมือง, พ่อค้า, มานะ นิมิตรมงคล, เลขาธิการองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน, ใครโกง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210713/image_big_60ed186e8a29e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>78970</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/09/2020 15:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/09/2020 15:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สรรพากรจี้พ่อค้า - แม่ค้าออนไลน์รีบยื่นแบบภาษีขีดเส้นไม่เกิน 8 ต.ค. </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 ก.ย. 2563 นางสมหมาย ศิริอุดมเศรษฐ ที่ปรึกษาด้านยุทธศาสตร์การจัดเก็บภาษี (กลุ่มธุรกิจพลังงาน) ในฐานะโฆษกกรมสรรพากร เปิดเผยว่า &amp;ldquo;30 กันยายน 2563 เป็นวันที่สิ้นสุดเวลาการยื่นแบบภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาครึ่งปี (ภ.ง.ด.94) ปี 2563 ซึ่งพ่อค้า - แม่ค้าออนไลน์ เป็นผู้มีรายได้ตามมาตรา 40 (8) แห่งประมวลรัษฎากร ให้นำรายได้จากการขายสินค้าบนระบบออนไลน์ที่ได้รับระหว่างวันที่ 1 มกราคมถึงวันที่ &amp;nbsp; 30 มิถุนายน 2563 มารวมคำนวณยื่นแบบภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาครึ่งปี (ภ.ง.ด.94) หากใช้ช่องทางการยื่นแบบทางอินเทอร์เน็ตผ่านเว็บไซต์กรมสรรพากร www.rd.go.th ได้ถึงวันที่ 8 ตุลาคม 2563 และชำระภาษี (ถ้ามี) ผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์เพื่อรักษามาตรฐานการเว้นระยะห่างทางสังคม ร่วมกันป้องกันการแพร่ระบาดของ &amp;nbsp;โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID &amp;ndash; 19)&amp;rdquo;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โฆษกกรมสรรพากร กล่าวเพิ่มเติมว่า &amp;ldquo;สำหรับผู้เสียภาษีที่มีภาษีต้องชำระ ตั้งแต่ 3,000 บาท ขึ้นไป สามารถแบ่งผ่อนชำระได้ 3 งวดๆ ละเท่าๆ กัน โดยไม่ต้องเสียเงินเพิ่มใดๆ และติดต่อขอผ่อนชำระได้ที่สำนักงานสรรพากรพื้นที่สาขา หรือทางอินเทอร์เน็ตที่ www.rd.go.th ทั้งนี้ การยื่นแบบฯ เกินระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด &amp;nbsp; จะทำให้ผู้เสียภาษีมีภาระต้องชำระค่าปรับไม่เกิน 2,000 บาท และหากมีภาษีที่ต้องชำระ จะต้องเสียเงินเพิ่มในอัตราร้อยละ 1.5 ต่อเดือน&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/78970</URL_LINK>
                <HASHTAG>พ่อค้า, รีดภาษี, สมหมาย ศิริอุดมเศรษฐ, แม่ค้าออนไลน์, โฆษกกรมสรรพากร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200711/image_big_5f092f5f485e7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>42718</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/08/2019 08:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/08/2019 08:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หนุ่มขับกระบะก้มหยิบแก้วกาแฟรถพุ่งชนท้ายสิบล้อแฟนสาวเจ็บสาหัส  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 ส.ค.62- ร.ต.ท.คุณภัทร &amp;nbsp;ผิวบัวคำ &amp;nbsp;รองสารวัตรสอบสวน สภ.เมืองอ่างทอง รับแจ้งช่วงกลางดึกที่ผ่านมา เกิดอุบัติเหตุรถกระบะชนท้ายรถบรรทุกสิบล้อ &amp;nbsp;ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บติดภายในจำนวน 2 ราย &amp;nbsp;เหตุเกิดบริเวณบนสะพานบางแก้ว &amp;nbsp;ถนนสายเอเซียขาเข้ากรุงเทพฯ &amp;nbsp;หมู่ที่ 9 &amp;nbsp;ตำบลบ้านอิฐ &amp;nbsp;อำเภอเมือง &amp;nbsp;จังหวัดอ่างทอง จึงเดินทางไปตรวจสอบพบบริเวณช่องทางด้านขวาบนสะพานบางแก้ว &amp;nbsp;พบรถยนต์กระบะ &amp;nbsp;ยี่ห้ออีซูซุ &amp;nbsp;รุ่นดีแม็กซ์ &amp;nbsp;แบบแค็ป &amp;nbsp;สีบรอนซ์เงิน &amp;nbsp;หมายเลขทะเบียน ตฏ 179 กรุงเทพมหานคร &amp;nbsp;บรรทุกถุงภายในบรรจุใบและผลมะกรูดมาเต็มคันรถ &amp;nbsp;ชนท้ายรถบรรทุกสิบล้อบรรทุกน้ำตาล &amp;nbsp;ยี่ห้ออีซูซุ &amp;nbsp;หมายเลขทะเบียน 70 &amp;ndash; 0809 สิงห์บุรี &amp;nbsp;แล้วเสียหลักไปชนอัดติดกับราวสะพานในสภาพด้านหน้าพังเสียหายยับเยิน &amp;nbsp;ถุงมะกรูดกระจายตกอยู่บนพื้นถนน &amp;nbsp;ผู้ขับขี่พลเมืองดีสามารถช่วยเหลือนำออกมาจากรถได้ &amp;nbsp;ทราบชื่อต่อมา นายธนากร &amp;nbsp;อ่องแช่ม &amp;nbsp;อายุ 32 ปี &amp;nbsp;อยู่บ้านเลขที่ 67/1 &amp;nbsp;หมู่ที่ 9 &amp;nbsp;ตำบลประศุก &amp;nbsp;อำเภออินทร์บุรี &amp;nbsp;จังหวัดสิงห์บุรี &amp;nbsp;อาการบาดเจ็บเล็กน้อย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธนากร เล่าว่า &amp;nbsp;ตนเองพร้อมด้วยแฟนสาวขับรถกระบะบรรทุกใบและลูกมะกรูดออกจากจังหวัดสิงห์บุรี &amp;nbsp;เพื่อที่จะนำไปส่งที่ตลาดไท &amp;nbsp;ระหว่างทางได้ก้มหยิบแก้วกาแฟพอหันมาอีกทีรถกระบะของตนเองก็ชนท้ายรถสิบล้อ &amp;nbsp;จึงได้หักหลบทำให้รถเสียหลักไปชนกับราวสะพาน &amp;nbsp;ทางเจ้าหน้าที่ได้ทำการปฐมพยาบาลเบื้องต้น &amp;nbsp;พร้อมนำตัวส่งโรงพยาบาลอ่างทอง &amp;nbsp;ด้านในรถฝั่งผู้โดยสารพบผู้ได้รับบาดเจ็บอาการสาหัสหมดสติติดภายใน จำนวน 1 ราย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นเจ้าหน้าที่ต้องใช้เครื่องมือตัด ถ่าง &amp;nbsp;ให้การช่วยเหลือนำผู้บาดเจ็บออกมาจากยานพาหนะ &amp;nbsp;โดยใช้เวลาในการช่วยเหลือกว่า 20 นาที &amp;nbsp;ทางเจ้าหน้าที่กู้ชีพ รพ.อ่างทอง &amp;nbsp;นำตัวส่งโรงพยาบาลอ่างทอง &amp;nbsp;อย่างเร่งด่วน &amp;nbsp;ทราบชื่อต่อมา นางสาวรจนา &amp;nbsp;แสนวัง &amp;nbsp;อายุ 30 ปี &amp;nbsp;แฟนสาวของผู้ขับขี่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สอบสวนเบื้องต้นคาดว่าผู้ขับขี่รถยนต์กระบะอาจจะหลับในหรือก้มหยิบแก้วกาแฟในขณะที่กำลังขึ้นสะพาน &amp;nbsp;ทำให้ไม่ทันสังเกตรถบรรทุกสิบล้อที่อยู่ด้านหน้า &amp;nbsp;ทำให้ชนท้ายรถบรรทุกสิบล้อแล้วเสียหลักไปชนกับราวสะพาน &amp;nbsp;ส่งผลทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัสติดภายใน &amp;nbsp;ซึ่งทางเจ้าหน้าที่จะทำการสอบสวนอย่างละเอียดถึงสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุ &amp;nbsp;หลังจากผู้ได้รับบาดเจ็บทำการรักษา&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/42718</URL_LINK>
                <HASHTAG>จ.อ่างทอง, ตำรวจ, พ่อค้า, รถชน, อุบัติเหตุ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190805/image_big_5d477f8ff10a3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
