<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>17758</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/09/2018 13:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/09/2018 13:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พ่อค้าส้มตำชี้จุดโดนตร.ยัดยารีด5หมื่น พงส.เร่งสรุปส่งปปช.ใน30วัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 ก.ย. 61 - ที่กองกำกับการสืบสวน&amp;nbsp; กองบังคับการนครบาล 1 (กก.สส.บก.น.1) พ.ต.อ.วิชัย แดงประดับ ผกก.กลุ่มงานสอบสวน กองบังคับการนครบาล 1 นำตัวนายศักดิ์ชัย แน่นอุดร พ่อค้าส้มตำ หน้าปากซอยพระราม 6 พร้อม น.ส.สโรชา แน่นอุดร ลูกสาว ที่ถูกกลุ่มตำรวจสืบสวนนครบาล 1 ยัดยาเสพติด เรียกรับเงิน 50,000 บาท แลกกับการไม่ถูกดำเนินคดี มาชี้จุดเกิดเหตุเรียกรับเงิน-จ่ายเงิน และจุดคืนเงินหลังจากเรื่องดังกล่าวปรากฏต่อสื่อ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยจุดแรกที่ร้านอาหารตามสั่งข้างตึกกองกำกับการสืบสวน 1 ที่เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมนำตัว น.ส.สโรชา ลูกสาวนายศักดิ์ชัย มานั่งรออยู่ในมุมมืด เวลาประมาณ 01.00 น. ก่อนที่นายศักดิ์ชัย จะตามมาโดยมีนายตำรวจ 1 คน คอยคุมเชิงอยู่ จึงขอรับตัวลูกสาวกลับก่อน เพราะยังไม่รู้ที่มาที่ไปของเรื่อง เมื่อถึงบ้านพักตำรวจชุดดังกล่าวได้ตามไปที่ร้านและนำตัวนายศักดิ์ชัยกลับมาที่ กก.สส.บก.น.1 โดยให้นั่งรอที่ทางประตูขึ้นชั้น 2 ซึ่งเป็นจุดที่ 2 และจุดดังกล่าวเป็นที่ต่อรองเงิน โดยตำรวจชุดดังกล่าวพยายามข่มขู่อ้างมีหมายจับคดีกรรโชกทรัพย์อีก 1 คดีหลังจากนำบัตรประชาชาชนไปตรวจสอบกับทะเบียนประวัติผู้ต้องหา พร้อมสอบถามมีเงินเท่าไหร่ โดยเจ้าตัวบอกมีอยู่จำนวน 50,000 บาท แต่ตำรวจชุดดังกล่าว บอกยังไม่รับปากจะช่วยได้หรือไม่ อ้างต้องไปรายงานนายก่อน สักพักหัวหน้าชุดจึงลงมาบอกว่าได้ ก่อนนำตัวนายศักดิ์ชัย ขึ้นไปพูดคุยกันที่ห้องทำงานชั้น 2&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จุดที่ 3 คือจุดที่ลูกชายนายศักดิ์ชัย นำเงิน จำนวน 50,000 บาท มามอบให้ &amp;ldquo;ด.ต.&amp;rdquo; นายหนึ่ง ที่หน้า กก.สส.บก.น.1 ที่นายศักดิ์ชัย ยืนดูอยู่บริเวณชั้น 2 เห็นพฤติการณ์ทั้งหมด และจุดที่ 4 ที่ สน.พญาไท หน้าห้องสืบสวน &amp;ldquo;ส.ว.&amp;rdquo; หัวหน้าชุด ได้นำเงินจำนวน 50,000 บาท มาคืนให้หลังจากเรื่องดังกล่าวแดงขึ้นถูกนำเสนอผ่านสื่อ มีการต่อรองให้ตำรวจชั้นผู้ใหญ่เคลียร์เพื่อให้เรื่องจบเลิกแล้วต่อกัน&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภายหลังการชี้จุด นายศักดิ์ชัย เปิดเผยว่า หลังจากเกิดเรื่องดังกล่าว ได้มีจดหมายมาข่มขู่ถึงที่บ้านเป็นซองสีฟ้าระบุหน้าซองถึงตน ภายในเนื้อหาระบุ &amp;ldquo;เดี๋ยวตายเป็นหมาข้างถนน&amp;rdquo; ขณะนี้ก็รู้สึดหวาดกลัว หวั่นมีคนปองร้าย ญาติ ๆ ก็บอกให้กลับไปที่ต่างจังหวัด กลัวจะเป็นเป้านิ่งเพราะมีเรื่องกับตำรวจ เรื่องทั้งหมดจะจบลงแล้ว มีการพูดคุยกับตำรวจชั้นผู้ใหญ่ แต่กลับมีตำรวจชุดดังกล่าวไปข่มขู่จึงต้องเดินหน้าสู้คดีให้ถึงที่สุด ที่ไม่สบายใจตอนนี้ เมื่อตำรวจทำผิดทำไมไม่ให้ออกจากราชการ เพียงแต่โยกไปอยู่อีกจุดหนึ่ง แต่เมื่อประชาชนที่กล่าวหาว่าทำผิดกลับจับติดคุกทันที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน พ.ต.อ.วิชัย กล่าวว่า จากนี้จะได้สอบปากคำนายศักดิ์ชัย เพิ่มเติม&amp;nbsp; พร้อมสอบเพิ่มในประเด็นที่พบว่ามีพลเรือนร่วมอยู่ด้วยถ้าพบว่ามีก็ดำเนินคดีข้อหาสนับสนุน&amp;nbsp; ส่วนเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ถูกกล่าวหา หลังรวบรวมพยานหลักฐานจะส่งเรื่องให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ชี้มูลภายในเวลา 30 วัน.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/17758</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตำรวจ, นครบาล1, ป.ป.ช., พ.ต.อ.วิชัย แดงประดับ, พ่อค้าส้มตำ, ยัดยารีด5หมื่ีน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180917/image_big_5b9f432657e68.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>17288</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/09/2018 10:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/09/2018 10:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สนองคำสั่งผบ.ตร.!เด้งตำรวจสืบ 1 ยัดยาบ้ารีดเงินพ่อค้าส้มตำ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 ก.ย.61- &amp;nbsp; พ.ต.อ.กฤษณะ &amp;nbsp;พัฒนเจริญ รอง โฆษก ตร. เปิดเผยถึงกรณีที่นายศักดิ์ชัย แน่นอุดร อายุ 49 ปี พ่อค้าส้มตำ ได้มาแจ้งความร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.พญาไท ยัดยาบ้า เรียกรับเงินจำนวน 50,000 บาท ว่า ได้รับแจ้งจาก สน.พญาไท ว่า ด้วยเมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2561 เวลาประมาณ 13.00 น. นายศักดิ์ชัย แน่นอุดร อายุ 49 ปี ได้มาแจ้งความร้องทุกข์ที่ สน.พญาไทย ให้ดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สส.บก.น.1 ซึ่งอ้างว่าได้เรียกรับเงินสินบนจากตนเป็นจำนวนเงิน 50,000 บาท ไปนั้น &amp;nbsp;โดยประกอบไปด้วยนายตำรวจชั้นสัญญาบัตร จำนวน 3 นาย ชั้นประทวนจำนวน 4 นาย รวม 7 นั้น ในความผิดฐาน &amp;nbsp;&amp;ldquo;ร่วมกันกรรโชกทรัพย์และใช้อำนาจในตำแหน่งโดยมิชอบ ข่มขืนใจหรือจูงใจเพื่อให้บุคคลใดมอบให้หรือหามาให้ซึ่งทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดนั้น&amp;rdquo; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะนี้ทาง สน.พญาไท นั้นได้รับคำร้องทุกข์ตามคดีอาญาไว้แล้วและอยู่ในขั้นตอนการสอบสวน รวบรวมพยานหลักฐานเพื่อจะได้ดำเนินคดี กับทั้งได้รายงานเรื่องให้ กองบัญชาการตำรวจนครบาล 1 ทราบ และได้มีคำสั่งแต่งตั้งคณะพนักงานสืบสวนสอบสวนเพื่อสืบสวนข้อเท็จจริง กับทั้งได้มีคำสั่งให้กลุ่มข้าราชการตำรวจที่ถูกกกล่าวหานั้น มาปฏิบัติราชการ ที่ศูนย์ปฏิบัติการ กองบังคับการตำรวจนครบาล 1 โดยขาดจากหน้าที่เดิมตั้งแต่วันที่ 11 กันยายน 2561 เป็นต้นไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รองโฆษก ตร. กล่าวต่อว่า ยังกล่าวต่ออีกว่า ในกรณีดังกล่าวการกระทำผิดกฎหมายเป็นเรื่องของความประพฤติส่วนตัว ไม่เกี่ยวกับองค์กรแต่อย่างใด ยืนยันทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติจะไม่มีการปกป้องข้าราชการตำรวจที่กระทำผิดกฎหมายอย่างแน่นอน แต่ทั้งนี้จะต้องให้ความเป็นธรรมกับทั้งสองฝ่าย ซึ่งพนักงานสอบสวนและคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริง จะดำเนินการไปตามอำนาจหน้าที่ ตามกรอบกฎหมาย และระยะเวลาที่กำหนด &amp;nbsp;ที่ผ่านมา พล.ต.อ.จักรทิพย์ &amp;nbsp;ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้สั่งการมาโดยตลอด ห้ามเจ้าหน้าที่ตำรวจ เข้าไปยุ่งเกี่ยว เรียกรับผลประโยชน์โดยมิชอบ หรือปฏิบัติหน้าที่อันเป็นการเหลื่อมล้ำกับกฎหมาย สร้างความเดือนร้อนแก่พี่น้องประชาชน โดยเน้นย้ำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจปฏิบัติงานด้วยความสุจริต เป็นธรรม ให้บริการประชาชนด้วยใจ เสมือนเป็นคนในครอบครัว นึกถึงความเดือดร้อน หรือปัญหาต่างๆที่ประชาชนมาขอความช่วยเหลือเป็นสำคัญ คอยบำบัดทุกข์บำรุงสุกแก่ประชาชน ตลอดจนการปฏิบัติหน้าที่ตามกรอบของกฎหมาย พร้อมกำชับผู้บังคับบัญชา คอยสอดส่องดูแล ผู้ใต้บังคับบัญชาอย่างใกล้ชิดทั้งในเวลาราชการและนอกเวลาราชการ หากพบเจ้าหน้าที่ตำรวจที่มีความพฤตินอกรีต ไปเรียกรับเงินทอง เรียกรับผลประโยชน์อื่นใด หรือแม้กระทั่งใช้อำนาจหน้าที่ในทางมิชอบ จะดำเนินทางวินัยและอาญา อย่างเด็ดขาด ไม่ปล่อยไว้ให้เป็นเยี่ยงอย่าง เสื่อมเสียชื่อเสียงขององค์กรและเสียกำลังใจของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ประพฤติปฏิบัติดีอยู่แล้ว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/17288</URL_LINK>
                <HASHTAG>พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ, พ่อค้าส้มตำ, ยัดยาบ้า, รองโฆษก ตร., รีดไถ, สน.พญาไท</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180727/image_big_5b5aba6f1dd09.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
