<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>67641</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/06/2020 16:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/06/2020 16:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เด่นคุณ&#039;ลุยช่วยพ่อค้าแม่ค้าทั่วประเทศ กับ&#039;ตลาดนัดสมหวัง&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; พระเอกกล้ามแน่น เด่นคุณ งามเนตร เตรียมฟิตเต็มที่เดินหน้าช่วยพ่อค้า-แม่ค้าออนไลน์ ขายของแบบสุดพลังใน ตลาดนัดสมหวังออนไลน์ งานนี้ขอเป็นอีกหนึ่งแรงกำลังที่จะช่วยให้พ่อแม่พี่น้องชาวไทย ฟันฝ่าพิษเศรษฐกิจ จากโควิค-19 ไปด้วยกัน &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ซึ่ง เด่นคุณ &amp;nbsp;ในฐานะพรีเซ็นเตอร์ สมหวังเงินสั่งได้ เปิดใจถึงเรื่องนี้ว่า &amp;ldquo;ตอนนี้เราได้เปิดตลาดนัดสมหวังออนไลน์ ในชื่อ FB เพจ &amp;quot;ตลาดนัดสมหวัง&amp;quot; เพื่อมุ่งช่วยเหลือพ่อแม่พี่น้อง พ่อค้าแม่ค้าในการค้าขายทำมาหากินสร้างรายได้ให้มากยิ่งขึ้น ซึ่งทุกคนสามารถเข้ามาฝากร้านบนสื่อออนไลน์ของสมหวังเงินสั่งได้ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น และที่พิเศษกว่าทุกตลาดก็คือ เราจะมีการทำการโปรโมทประชาสัมพันธ์ ร้านค้าต่างๆ ที่เข้ามาฝากร้านกับเราอย่างจริงจัง เพื่อช่วยผลักดันยอดขายให้ได้มากที่สุด &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ซึ่งตั้งแต่เราเริ่มต้นเปิดโครงการมาก็มีแม่ค้าพ่อค้ามาฝากร้านในตลาดนัดสมหวังอย่างคึกคักเป็นจำนวนมาก ของขายในตลาดก็หลากหลายมีทุกอย่างจริงๆ ทั้งอาหารการกิน ของใช้ พระเครื่อง ร้านล้างรถยังมีเข้ามาฝากให้เราโปรโมทเลยครับ  มีพ่อค้าแม่ค้าหลายคนได้เข้ามาไลฟ์สดขายของกันอย่างเฮฮา ทุกคนมีความสุขทั้งคนขายคนซื้อ ผมว่าเป็นตลาดที่มันส์มากและไม่เหมือนใครจริงๆ ครับ โดยเพจเราได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการไปเมื่อวันที่ 1 มิถุนายนที่ผ่านมา &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผมเองในฐานะพรีเซ็นเตอร์ของสมหวังเงินสั่งได้ ก็จะเข้ามาช่วยทำกิจกรรมสนุกๆ มันส์ๆ กระตุ้นการขายแบบจัดเต็ม โดยจะมีการไลฟ์สดในเพจตลาดนัดสมหวังเป็นประจำ ทุกวันพฤหัสบดีเวลา 11.00 น. เพื่อช่วยรีวิวสินค้า อาหาร และของขายต่างๆ จากร้านค้าให้แบบเต็มกำลังครับ ขอเชิญพ่อค้าแม่ค้าทุกท่าน ทุกร้านทั่วประเทศ เข้ามาร่วมมาฝากร้านกันได้เลยนะครับ  เพียงแค่ กดไลท์เพจ https://www.facebook.com/somwangmarket/ จากนั้นก็ฝากร้านโดยสามารถลงเป็นคลิป VDO หรือ รูปภาพ ส่วนใครที่อยากแวะเข้ามาช้อปปิ้งจับจ่ายซื้อของก็ กดไลท์มาร่วมช้อปปิ้งที่เพจได้เช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/67641</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตลาดนัดสมหวัง, พ่อค้าแม่ค้า, สมหวังเงินสั่งได้, เด่นคุณ งามเนตร, โควิค-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200602/image_big_5ed615b212671.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>53408</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/12/2019 09:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/12/2019 09:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>วงจรปิดจับภาพ2คนร้ายขี่จยย.ขโมยอาหารทะเลในตลาดจันทบุรี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 ธ.ค.62- ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ไปที่ตลาดสวนมะม่วง ตำบลตลาด อำเภอเมือง จังหวัดจันทบุรี หลังได้รับการร้องเรียนจากพ่อค้าแม่ค้าว่ามีคนร้ายชายหญิง อาศัยช่วงที่ปลอดคนขี่รถจักรยานยนต์ตระเวนเปิดตู้แช่ขโมยปลาโรเซียว น้ำหนักตัวละ 15 กิโลกรัม เป็นเงินกว่า 5,000 บาท และมีร้านขายหมึกใกล้เคียงอีกหลายร้านถูกคนร้าย 2 คนนี้ขโมยปลาหมึกหอมไป 2 ถุง ถุงละ 10 กิโลกรัม เป็นเงิน 4,000 บาท ซึ่งทั้ง 2 ร้านได้เดินทางไปแจ้งความที่สถานีตำรวจภูธรเมืองจันทบุรี ไว้เป็นหลักฐานแล้ว ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวยังรับแจ้งจากแม่ค้าร้านขายอาหารทะเลรายอื่นๆอีกกว่า 5 ร้าน ก็ถูกคนร้าย 2 สามีภรรยารายนี้ขโมยของไปเช่นกัน ซึ่งรวมแล้วมีผู้เสียหายกว่า 10 ร้าน ที่ถูกคนร้าย 2 สามีภรรยาคู่นี้ก่อเหตุ ทั้งนี้กล้องวงจรปิดภายในตลาดสวนมะม่วง และใกล้เคียงสามารถจับพฤติกรรมคนร้าย 2 สามีภรรยาคู่นี้ไว้ได้อย่างชัดเจน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายหน่า อายุ 50 ปี พ่อค้าขายปลาโรเซียว กล่าวว่า ร้านของตนเองถูกคนร้ายมาขโมยปลาไปแล้ว รอบละ 2 ตัว เป็นเงินกว่า 5,000 บาท และเบื้องต้นได้เดินทางไปแจ้งความที่สถานีตำรวจภูธรเมืองจันทบุรี ไว้เป็นหลักฐานแล้ว แต่ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่สามารถจับคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมายได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนน.ส.นก อายุ 42 ปี แม่ค้าที่ขายปลาหมึกหอมที่อยู่ใกล้กัน กล่าวว่า ก็ถูกคนร้าย 2 สามีภรรยาคู่นี้มาก่อเหตุขโมยปลาหมึก ไปกว่า 10 กิโลกรัม รวมเป็นเงิน 4,000 บาท เช่นกัน ทั้งนี้พ่อค้าแม่ค้าในตลาดสวนมะม่วง อยากวิงวอนให้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เร่งติดตามจับกุมคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมายให้ได้ เพราะตอนนี้พ่อค้าแม่ค้าวิตกกังวล และกลัวว่าคนร้ายจะย่ามใจมาก่อเหตุซ้ำอีก
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/53408</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขโมยอาหารทะเล, จ.จันทบุรี, ตลาดสวนมะม่วง, พ่อค้าแม่ค้า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191228/image_big_5e06c26dd2c28.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>24924</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/12/2018 09:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/12/2018 09:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> &#039;บิ๊กตู่&#039;เดินตลาดพระประแดงอยากเห็นกับตาศก.ไม่ดีจริงหรือ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 ธ.ค.61- ที่ว่าการอำเภอพระประแดง จ.สมุทรปราการ เวลา 08.10 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) พร้อมคณะอาทิ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รองนายกรัฐมนตรี พล.อ.อนันตพร กาญจนรัตน์ รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ นายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา นายกฤษฎา บุญราช รมว.เกษตรและสหกรณ์ สักการะพระบรมราชานุสาวรีย์ พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ก่อนเยี่ยมชมตลาดพระประแดง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยนายกฯได้พูดคุยกับพ่อค้าแม่ค้าว่า ราคาสินค้ามีขึ้นมีลง ตามกลไกตลาด และยังได้ถามแม่ค้าขายไก่สดว่า อยากจะรู้ว่าที่บอกว่าเศรษฐกิจไม่ดี มันไม่ดีอย่างไร เพราะคนข้างนอกเขาก็พอใจ และอยู่ได้ จากนั้นนายกฯได้ดูแผงขายอาหารทะเลสด พร้อมกับหยิบปูม้าขึ้นมา และถามพ่อค้าว่า ปูต้องมัดไว้ใช่ไหม ตายหรือยัง พร้อมถามอีกว่าขายดีหรือไม่ ซึ่งพ่อค้าตอบว่า ขายไม่ค่อยดี นายกฯจึงแนะนำให้มีการประชาสัมพันธ์ให้เกิดความคึกครื้น พร้อมกับถามพ่อค้าอีกว่า ที่ขายไม่ดีแสดงว่าเราสู้เขาไม่ได้ใช่หรือไม่ ถ้าอย่างนั้นก็ต้องหาลูกค้าประจำ ขณะที่พ่อค้ากล่าวว่า ลูกค้าประจำมีน้อยเพราะตนให้เขาซื้อเชื่อ แล้วไม่จ่ายหนีไปหมด นายกฯยังได้กล่าวทีเล่นทีจริงว่า เป็นความผิดนายกฯอีกใช่ไหม จากนั้นพ่อค้าได้บอกกับนายกฯ ให้อยู่อีก 4 ปี ซึ่งนายกฯได้เพียงยิ้ม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม พ่อค้าแม่ค้าภายในตลาดได้นำดอกกุหลาบมามอบให้กับนายกรัฐมนตรี และส่งเสียงเชียร์ให้กำลังใจ ขณะที่นายกฯ กล่าวว่า วันนี้ต้องการมาดูให้เห็นกับตา มาเยี่ยมจริงๆ ก็เห็นเขามากันเยอะ และที่บอกขายของไม่ดีขายของไม่ได้ แต่มาเดินแล้วก็เห็นว่าขายได้ทุกร้าน เพราะการขายของก็อยู่ที่ว่าจะขายอะไรด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ช่วงหนึ่งมีหญิงสูงวัยได้ขอเข้ามาถ่ายรูปกับนายกฯด้วยความดีใจ โดยบอกว่านายกฯหล่อกว่าตัวจริงอีก นายกฯได้แต่ยิ้ม พร้อมบอกว่า มันแหม่งๆนะ นี่ตัวปลอมหรือไง
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/24924</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตลาดพระประแดง, นายกรัฐมนตรี, บิ๊กตู่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, พ่อค้าแม่ค้า, เศรษฐกิจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181224/image_big_5c20469bcde82.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>23767</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/12/2018 10:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/12/2018 10:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สรรพากรแจงภาษีออนไลน์รายได้ 2 ล้านจ่ายรัฐแค่ 10,000 บาท</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สรรพากรปัดข่าวรีดภาษีขายออนไลน์ ชี้หากยอดขายถึง 2 ล้านบาท จ่ายภาษี 1 หมื่นบาทเริ่มปี2563

นายปิ่นสาย สุรัสวดี โฆษกกรมสรรพากร เปิดเผยว่า จากกรณีที่ ร่าง พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ ...) พ.ศ. ... เพื่อรองรับระบบภาษีและเอกสารธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ตามแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานระบบการชำระเงินแบบอิเล็กทรอนิกส์แห่งชาติ (National e-Payment Master Plan) กรมยืนยันว่าการยกร่างแก้ไขกฎหมาย ได้ผ่านการพิจารณาจากคณะรัฐมนตรี สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา และส่วนที่เกี่ยวข้อง อย่างรอบคอบ จึงไม่ได้เป็นการแก้ไขกฎหมายที่กระทบต่อสิทธิ เสรีภาพของประชาชนที่เกินกว่าเหตุ เป็นการใช้สิทธิที่ชอบเพื่อประโยชน์สาธารณะ

ทั้งนี้ การแก้ไขกฎหมายมีวัตถุประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ผู้เสียภาษี ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแผนของกรมที่จะเดินหน้าเรื่องอิเล็กทรอนิกส์อย่างเต็มรูปแบบ โดยมีสาระสำคัญคือ จะช่วยให้การเสียภาษี หัก ณ ที่จ่าย ในอัตรา 3% ซึ่งจากเดิมผู้เสียภาษีจะต้องเตรียมเอกสารมายื่นต่อกรมเอง แต่สถาบันการเงินจะหักภาษีและเป็นผู้ยื่นให้กรมสรรพากรแทนทั้งหมด รวมทั้งกฎหมายใหม่ จะเป็นการรองรับระบบพาณิชย์อิเล็กทรอนิสก์ในการยื่นเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม ของผู้ประกอบการที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มจากเดิมที่ต้องยื่นเอกสารเป็นกระดาษ ก็จะเปลี่ยนเป็นระบบอิเล็กทรอนิสก์แทน

ส่วนกรณีที่กฎหมายกำหนดให้สถาบันการเงินรวมถึงนอนแบงก์ ต้องแจ้งข้อมูลบัญชีที่รับเงินเข้าในข่ายที่เป็นธุรกรรมพิเศษ ประกอบด้วย 1.การฝากหรือรับโอนเงินทุกบัญชีรวมกันตั้งแต่ 3,000 ครั้งต่อปีต่อธนาคาร และ 2. การฝากหรือรับโอนเงินทุกบัญชีรวมกันตั้งแต่ 400 ครั้งต่อปีต่อธนาคาร และยอดรวมของการรับฝากตั้งแต่ 2 ล้านบาทขึ้นไป กรมยืนยันว่าเป็นการส่งข้อมูลเท่านั้น ไม่ได้เอาไปตรวจสอบเรียกเก็บภาษี เพราะไม่ใช่ว่าจะตรวจสอบง่ายๆ กรมต้องการเฉพาะข้อมูลเพื่อไปทำการวิเคราะห์พฤติกรรมผู้เสียภาษี กลุ่มผู้เสียภาษี เพื่อทำแผนปรับปรุงประสิทธิภาพจัดเก็บต่อไป

&amp;ldquo;กรมไม่ได้มีเจตนาแก้ไขกฎหมายโดยมุ่งไปตรวจสอบใคร ธนาคารมีหน้าที่ส่งข้อมูลมาให้กรม และข้อมูลทุกอย่างจะอยู่ในระบบ ไม่มีเจ้าหน้าที่กรมคนไหนได้เห็น ข้อมูลที่ส่งมา จะส่งมาเฉพาะ ชื่อ นามสกุล จำนวนครั้งที่ฝากโอน และวงเงินที่ได้รับเท่านั้น&amp;rdquo;นายปิ่นสาย กล่าว

นายปิ่นสาย กล่าวว่า ส่วนกรณีที่กังวลว่าจะไปเรียกเก็บภาษีจากกลุ่มพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ และกลุ่มเอสเอ็มอีหรือไม่นั้น กรมยืนยันว่าการแก้ไขกฎหมาย ไม่ได้มีเจตนาโดยตรงที่จะเข้าไปจัดเก็บ ซึ่งตามประมวลรัษฎากร หากกลุ่มผู้ค้าดังกล่าว มีรายได้ถึงเกณฑ์ ก็ต้องยืนแบบเสียภาษีอยู่แล้ว ไม่ได้หมายความว่ามีการออกกฎหมายแล้วจะต้องเสียภาษี เพราะทุกคนมีหน้าที่เสียภาษีให้ถูกต้อง โดยตามประมวลรัษฎากร มาตรา 40 (2-8) กำหนดให้อาชีพอิสระต้องเสียภาษีเหมาจ่าย 0.5% ของรายได้ หรือนำรายได้ไปคูณด้วย 0.005 ซึ่งหากกลุ่มผู้ค้าออนไลน์มีรายได้ถึงเกณฑ์เข้าบัญชี 2 ล้านบาท ก็จะเสียภาษีแค่ 10,000 บาท


ทั้งนี้ จากการแก้ไขกฎหมายจะทำให้กรมสามารถแยกข้อมูลผู้เสียภาษี รวมทั้งกลุ่มผู้ค้าออนไลน์ได้แม่นยำมากขึ้น โดยจะแยกเป็นกลุ่มดีและกลุ่มเสี่ยง ในกลุ่มดี ที่เสียภาษีถูกต้อง ก็จะให้บริการที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น ส่วนกลุ่มเสี่ยง ก็จะดูว่าเสี่ยงมากหรือเสี่ยงน้อย ในรายที่รายได้ถึงเกณฑ์แต่ไม่เคยมีการยื่นแบบเสียภาษีเลย กรมก็จะส่งหนังสือไปให้ยื่นแบบให้ถูกต้อง หรือ หากเป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงมาก ก็จะต้องออกหนังสือเชิญมาพบ พูดคุย

นายปิ่นสาย กล่าวว่า กฎหมายจะเริ่มมีผลบังคับใช้ในปี 2563 และจะมีผลต่อการยื่นแบบเสียภาษีในปี 2564 ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อแก้ไขรายละเอียดในการดำเนินงาน เช่น จะไม่นับข้อมูลผู้ที่ฝาก โอน หรือถอนเงินเข้าบัญชีตัวเอง รวมทั้งการเปิดบัญชีครั้งแรก 2 ล้านบาท ก็จะไม่ให้ส่งข้อมูลเข้ามาที่กรม และการเปิดบัญชีร่วม ที่อยู่ระหว่างหาข้อสรุปว่า จะนับจำนวนที่บุคคลใด ทั้งนี้ เชื่อว่าการแก้ไขกฎหมายจะไม่กระทบกับคนส่วนใหญ่ ซึ่งจากข้อมูลพบว่า คนไทยมีรายได้เฉลี่ย 26,000 บาทต่อเดือน หรือประมาณ 4-5 แสนบาทต่อปี ซึ่งต่ำกว่า 2 ล้านบาท ไม่ต้องเข้าเกณฑ์เสียภาษีอยู่แล้ว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/23767</URL_LINK>
                <HASHTAG>พ่อค้าแม่ค้า, รีดภาษีออนไลน์, สรรพากร, อาชีพอิสระ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180205/image_big_5a7871c7d0d1d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>23271</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/12/2018 10:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/12/2018 10:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หนังวัว-ควายเค็มเมนูเด็ดอีสานรับลมหนาว </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;02 ธ.ค.2561 - &amp;nbsp;ในช่วงนี้สภาพอากาศหนาวเย็นลง หลังอุณหภูมิลดลงต่อเนื่อง พ่อค้าแม่ค้าหลายรายในตำบลหัวถนน อ.นางรอง จ.บุรีรัมย์ ได้นำหนังวัว หนังควายเส้น หรือหนังวัว หนังควายเค็ม มามัดเป็นกำวางขายตามริมถนนทางหลวงแผ่นดิน หมายเลข 24 สายโชคชัย-เดชอุดม ช่วง บ.โคกน้ำทรัพย์ ต.หัวถนน อ.นางรอง ซึ่งตั้งเป็นเพิงร้านค้ามากกว่า 10 ร้าน เนื่องจากชาวอีสานส่วนใหญ่ในช่วงฤดูหนาวขณะก่อไฟผิงจะนิยมนำหนังวัว หนังควายเส้นตากแห้งมาเผาไฟแล้วทุบกินกับข้าวเหนียว โดยเชื่อว่าการเคี้ยวหนังเค็มจะเป็นการกระตุ้นให้ร่างกายอบอุ่น เนื่องจากหนังเค็มจะเคี้ยวยาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยแต่ละวันจะมีพ่อค้าแม่ค้านำหนังวัว หนังควายเค็มมาวางขายเกือบ 10 ราย ซึ่งหนังวัว หนังควายเค็มขายในราคามัดละ 20 บาท หากซื้อ 3 มัด ขายในราคา 50 บาท และซื้อ 7 มัด ขายในราคา 100 บาท ทำให้ได้รับความสนใจจากประชาชน และผู้ที่ขับรถสัญจรผ่านไปมาต่างแวะมาอุดหนุน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แม่ค้าขายหนังวัว หนังควายเค็ม อยู่บ้านโคกน้ำทรัพย์ ต.หัวถนน อ.นางรอง จ.บุรีรัมย์ รายหนึ่ง บอกว่า ในช่วงที่มีสภาพอากาศหนาวเย็นได้ไปรับหนังวัว หนังควายเค็มจาก อ.พล จ.ขอนแก่น มาวางขายริมถนน เนื่องจากหนังวัว หนังควายเค็มถือเป็นเมนูเด็ดสำหรับชาวอีสานที่ชอบนำไปเผารับประทานในช่วงก่อไฟผิงคลายหนาว ทำให้มีทั้งประชาชน และนักท่องเที่ยวที่ขับรถสัญจรผ่านไปมาแวะซื้อไม่ขาดสาย ส่งผลให้มีรายได้วันละ 1,000-2,000 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนวิธีการรับประทานก็จะนำไปเผาไฟให้ไหม้พอประมาณ ก่อนนำมาทุบเอาคราบไหม้ออกรับประทานได้ และยังนำไปปรุงแต่งเป็นเมนูอาหารได้หลายชนิด เช่น ยำหนังเค็ม ต้มซุปหนังเค็ม หรือนำไปแกง แล้วแต่ความชอบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับหนังเค็มที่นำมาขายมีจุดเด่นคือ มีรสชาติอร่อย นุ่มไม่แข็ง สามารถเผาไฟแรงได้ไม่ไหม้ และสามารถนำไปเผากับเตาแก๊สได้โดยไม่ต้องกังวลว่าจะไหม้เพราะมีการผลิตเส้นขนาดใหญ่เผื่อลูกค้าที่ไม่ถนัดในการเผาไฟ ที่สำคัญยังมีความสะอาดปลอดภัย ไร้สารเจือปน เพราะส่วนผสมมีเพียงเกลือ และรำอ่อนเท่านั้น
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/23271</URL_LINK>
                <HASHTAG>นางรอง, บุรีรัมย์, พ่อค้าแม่ค้า, หนังควาย, หนังวัว, อากาศหนาว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181202/image_big_5c0354e5754c1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>9131</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/05/2018 12:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/05/2018 11:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กโจ๊ก&#039;ถาม&#039;สันธนะ&#039;3นายพลใครกลั่นแกล้ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 พ.ค.61- พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว ( รอง ผบช.ทท.) หนึ่งในคณะทำงานคลี่คลายการปราบปรามผู้มีอิทธิพลที่ตลาดใหม่ดอนเมืองระดับผู้บังคับบัญชา กล่าวหลังศาลอาญาให้ประกันตัว พ.ต.ท.สันธนะ ประยูรรัตน์ &amp;nbsp;ประธานที่ปรึกษาบริษัทพัฒนาตลาดใหม่ดอนเมืองในวงเงิน 300,000 บาท และห้ามออกนอกประเทศ ที่ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมหลังศาลอาญาออกหมายจับ 8 หมายข้อหาร่วมกันกรรโชกทรัพย์ ร่วมกับพวกอีก 10 คน รวม 45 หมายจับว่า ถึงแม้ศาลจะให้ประกันตัวพ.ต.ท.สันธนะ ก็ไม่มีผลอะไรต่อการดำเนินคดีในส่วนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.ต.สุรเชษฐ์กล่าวว่า ในส่วนประเด็นที่อาจจะมีการไปข่มขู่พยานนั้น ระหว่างถูกควบคุมตัวทางตัว พ.ต.ท.สันธนะ ได้ให้สัมภาษณ์ว่าจะฟ้องกลับพ่อค้าแม่ค้า 8 ราย ที่แจ้งความให้ร้ายเป็นผู้มีอิทธิข่มขู่รีดไถ ซึ่งถ้าหากมีการข่มขู่พยานเจ้าหน้าที่ต้องรายงานต่อศาลให้ทราบ เพื่อใช้ดุลพินิจว่าจะมีการถอนประกันตัวชั่วคราวหรือไม่ มีขั้นตอนของกฎหมายอยู่แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ระหว่างนี้พยานทั้งหมดเราได้ใช้มาตรการคุ้มครองพยานอยู่แล้ว ไม่มีปัญหาพยานทุกคนไม่มีอะไรต้องห่วง ได้ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าไปดูแลแล้ว ส่วนที่ พ.ต.ท.สันธนะ จะฟ้องร้องกลับพยานก็เป็นสิทธิที่จะฟ้องร้องได้ ยืนยันว่าไม่มีผลกระทบต่อการดำเนินการของเจ้าหน้าที่ อย่างที่บอกตั้งแต่ต้นถ้าพบว่ามีการข่มขู่พยานเกิดขึ้น เราต้องรายงานให้ศาลทราบทันที&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ &amp;nbsp;กล่าวกรณีที่ พ.ต.ท.สันธนะ ประยูรรัตน์ ออกมาระบุว่ามีตำรวจระดับนายพล 3 คน กลั่นแกล้งนั้นไม่มีอะไร ก็ไม่ทราบว่าเป็นใคร เราทำไปตามหน้าที่ ทุกอย่างเป็นไปตามกระบวนการ ศาลอนุมัติหมายจับเราก็ปฏิบัติตามหมายศาล ส่วนการติดตามจับกุมผู้ต้องหาที่เหลืออีก 10 คน ที่ร่วมกันกรรโชกทรัพย์ ล่าสุดเจ้าหน้าที่สามารถติดตามจับกุมตัวได้เพิ่มอีก 1 คน ไปหลบซ่อนตัวอยู่ที่ จ.สระบุรี ทราบชื่อคือนายต้น อยู่ระหว่างการควบคุมตัวอยู่ที่ สน.ดอนเมือง ส่วนที่เหลือเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนอยู่ระหว่างเร่งติดตามจับกุมตัวเพื่อมาดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างกระชั้นชิด &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/9131</URL_LINK>
                <HASHTAG>คุ้มครองพยาน, ตลาดใหม่ดอนเมือง, บิ๊กโจ๊ก, พ.ต.ท.สันธนะ, พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล, พ่อค้าแม่ค้า, รองฯต่อ, เมจิก สกิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180514/image_big_5af90bc86b78c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
