<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>98402</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/04/2021 16:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/04/2021 16:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยกกฎ &#039;มส.&#039; ชี้อดีตพระร่วมม็อบ ยังห่มเหลืองอ้างไม่เปล่งวาจาสึก ผิดแต่งเลียนแบบสงฆ์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ ม็อบทะลุฟ้าข้างทำเนียบรัฐบาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 เม.ย.64 - เฟซบุ๊ก สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ชี้แจงถึงกรณีพ้นจากพระภิกษุโดยไม่เปล่งวาจา มีเนื้อหาดังนี้&amp;nbsp;ปัจจุบัน ข่าวคราวเกี่ยวกับพระพุทธศาสนาเกี่ยวกับพระภิกษุสงฆ์ ยังปรากฎอยู่ให้ชาวพุทธต้องถกเถียงกันอยู่เนืองๆ การพ้นจากความเป็นพระภิกษุจะต้องเปล่งวาจาตลอดไปหรือไม่ ตามที่ปรากฏตามสื่อสังคมออนไลน์หรือสื่อช่องทางอื่นๆ ปรากฎมีพระภิกษุ 2&amp;nbsp;รูป ร่วมชุมนุมทางการเมืองแล้วถูกเจ้าคณะผู้ปกครองสงฆ์ให้สละสมณเพศเสีย เวลาผ่านไปหนึ่งวัน มีข่าวสังคมออนไลน์พระที่ถูกจับสีก กลับมาห่มจีวรอีกครั้ง โดยอ้างว่าไม่ได้เปล่งวาจายังคงเป็นสงฆ์อยู่ สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ พิจารณาแล้วเห็นว่าประเด็นดังกล่าว หากไม่นำเสนอความจริงต่อสังคม อาจทำให้เป็นกระแสกระทบต่อความมั่นคงของพระพุทธศาสนาได้ จึงขอยกเอาแนวทางและหลักการ กรณีพระภิกษุพ้นจากความเป็นสงฆ์ โดยไม่ได้เปล่งวาจา มาบอกกล่าวในข้อเท็จจริง ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พระภิกษุรูปนั้น พ้นจากความเป็นสงฆ์ตามกฎมหาเถรสมาคม (มส.) ฉบับที่ 21&amp;nbsp;(พ.ศ.2538)&amp;nbsp;ว่าด้วยการให้พระภิกษุสละสมณเพศ ในกรณีพระภิกษุรูปใดไม่สังกัดอยู่ ในวัดใดวัดหนึ่งหรือไม่มีวัดเป็นที่อยู่เป็นหลักแหล่ง ให้พระภิกษุผู้ดำรงตำแหน่งปกครองวัดหรือ พระภิกษุผู้ดำรงตำแหน่งปกครองสงฆ์ในเขตท้องที่ที่พบพระภิกษุรูปนั้น มีอำนาจหน้าที่วินิจฉัยให้พระภิกษุรูปนั้นสละสมณเพศเสียได้ตามที่กล่าวข้างต้น ปรากฎมีพระภิกษุมาร่วมชุมนุมทางการเมือง 2&amp;nbsp;รูป ถูกเจ้าคณะผู้ปกครองให้สละสมณเพศ ประกอบด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.พระประนมกร พุทฺธิเชฏโฐ สังกัดวัดเลียบ จังหวัดสุรินทร์ หรือนายประนมกร ปราณีต และ 2.พระวิรัช กิตติญโณ สังกัดวัดราษฎร์รังสรค์ จังหวัดกระบี่ หรือนายวิรัช แช่ พ้นจากความเป็นพระภิกษุเหตุไม่สังกัดอยู่ในวัดใดวัดหนึ่ง ไม่มีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง ตามกฎมหาเถรสมาคม ฉบับที่ 21&amp;nbsp;(พ.ศ.2538)&amp;nbsp;ว่าด้วยการให้พระภิกษุสละสมณเพศ และได้บันทึกสารภาพยอมรับผิด สมัครใจที่จะลาสิกขา โดยมีพยานประกอบด้วยเจ้าคณะแขวงดุสิต เจ้าคณะแขวงถนนนครไชยศรี พระวินยาธิการ เจ้าหน้าที่ตำรวจ และเจ้าหน้าที่สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ และได้บันทึกไว้ในหนังสือสุทธิว่า &amp;quot;ได้ลาสิกขาโดยสมัครใจ เพราะต้นสังกัดเดิมไม่รับรอง&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้น การที่นายประนมกร ปราณีต และนายวิรัช แซ่คู เอาผ้าเหลืองมาห่มแล้วอ้างว่า ยังเป็นสงฆ์อยู่ เพราะไม่เปล่งวาจาสึก ถือว่าเป็นการแต่งกายเลียนแบบสงฆ์ผิดตามประมวลกฎหมายอาญา ลักษณะ 4&amp;nbsp;ความผิดเกี่ยวกับศาสนา มาตรา 208&amp;nbsp;มีโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปีหรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/98402</URL_LINK>
                <HASHTAG>พ้นจากความเป็นสงฆ์, ม็อบทะลุฟ้า, สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210325/image_big_605c528c2982a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
