<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>77436</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/09/2020 21:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/09/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พ้นโควิด-19</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในวัย 54 ปีเต็มของ อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และ รมว.สาธารณสุข อาจเรียกได้ว่าเป็นปีที่หนักสุดในชีวิต ที่มาพร้อมกับความคาดหวัง และแบกภาระในการแก้ปัญหาวิกฤติการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ให้ผ่านพ้นไปให้ได้ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; งานครบรอบวันคล้ายวันเกิดเมื่อวันที่ 13 ก.ย.ที่ผ่านมา จึงไม่มีอะไรหวือหวาอย่างในรอบหลายปีที่ผ่านมา มีเพียงการทำบุญในบรรยากาศเรียบง่ายและอบอุ่นที่โรงพยาบาลสงฆ์ ร่วมกับบุตรสาวและบุตรชาย ครอบครัว พร้อมข้าราชการกระทรวง สธ.ที่ใกล้ชิด &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อนุทิน บอกสิ่งที่อยากได้ที่สุดในปีนี้คือ &amp;quot;ให้โควิด-19 หมดไปจากประเทศไทย ต้องการเห็นคนไทยได้กลับไปทำมาหากินอย่างเป็นปกติอีกครั้ง และประเทศไทยฟื้นจากความลำบาก ให้พี่น้องประชาชนอยู่ดีกินดี&amp;quot;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขณะที่ผู้ร่วมงานและมิตรสหายก็ให้ขอให้รองนายกฯ มีสุขภาพแข็งแรงทั้งกายและใจ พร้อมมีพลังมุ่งมั่นแก้ปัญหาให้ประเทศชาติและส่วนรวมต่อไปอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่มีอีกหนึ่งคำอวยพรที่ อนุทิน ปลาบปลื้มไม่น้อย นั่นคือสารอวยพรจาก บิ๊กตู่-พล.อ.ประยุทธ์&amp;nbsp; จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ที่ส่งมาให้ก่อนหน้านี้ มีใจความว่า...&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมและภริยาขอน้อมจิตอาราธนาคุณพระศรีรัตนตรัย และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายในสากลโลก ตลอดจนเดชะพระบารมีของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าๆ พระบรมราชินี ได้โปรดอภิบาลประทานพรให้ท่านประสบแต่ความสุขสิริสวัสดิ์พิพัฒนมงคล สมบูรณ์พูนผลในสิ่งอันพึงปรารถนาทุกประการ&amp;quot; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เชื่อว่ากำลังใจเต็มเปี่ยมเช่นนี้ อนุทิน มีแรงทำงานไม่มีหมดแน่นอน.&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0cm;&quot;&gt;เด็กคลองเตย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/77436</URL_LINK>
                <HASHTAG>คันปากอยากเล่า, พ้นโควิด-19, อนุทิน ชาญวีรกูล, เด็กคลองเตย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200809/image_big_5f2ff6c243787.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>63969</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/04/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/04/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คลังเร่งกู้7หมื่นล้านจ่ายเยียวยา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo;สมคิด&amp;rdquo; โอ่ไทยจะฟื้นฟูประเทศในเดือน มิ.ย.นี้ เพราะพ้นโควิด-19 &amp;ldquo;สุริยะ&amp;rdquo; ขอแบ่งเค้ก 10,000 ล้านบาทภายใต้แผน &amp;ldquo;คลัง&amp;rdquo; เปิดปฏิทินกู้แล้ว &amp;nbsp;6 เดือนที่เหลือของปีงบประมาณ 2563 กู้ 6.03 แสนล้านบาท ที่เหลือ 4 แสนล้านกู้ในปี 2564 เน้นเงินภายในประเทศ 80% ประเดิม 7 หมื่นล้านตามนโยบายแจก 5 พันบาทล็อตสอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวันพุธ ที่กระทรวงอุตสาหกรรม นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมให้ความช่วยเหลือวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 โดยมีนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.อุตสาหกรรม, นายอุตตม สาวนายน รมว.การคลัง, นายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) และนายกลินท์ สารสิน ประธานสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย รวมทั้งผู้เกี่ยวข้องประชุมอย่างพร้อมเพรียง
โดยนายสมคิดกล่าวว่า ได้รับทราบข้อเสนอมาตรการเยียวยาผู้ประกอบการในระยะวิกฤติจากผลกระทบโควิด-19 ซึ่งได้กำชับให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการตามที่เอกชนขอมา ส่วนมาตรการภาษีที่ขอให้กรมสรรพากรยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลแก่ทุกธุรกิจเอสเอ็มอี 3 ปี ในปีภาษี ?2563-2565 นั้น ก็มอบหมายให้กระทรวงการคลังเร่งพิจารณา และให้กระทรวงอุตสาหกรรมเร่งจัดทำฐานข้อมูลขนาดใหญ่ (บิ๊กดาต้า) เพื่อใช้เป็นข้อมูลสำหรับภาคธุรกิจในอนาคต รวมทั้งต้องเริ่มจัดทำโครงการสนับสนุนเศรษฐกิจฐานราก (โลคัล อีโคโนมี) ที่เป็นการจ้างงานในพื้นที่&amp;nbsp;
&amp;ldquo;ไทยต้องพึ่งพาตนเองให้มากขึ้น หรือระเบิดจากข้างในโดยสร้างความเข้มแข็งในประเทศ เพราะไทยจะเป็นที่แรกๆ ของโลกที่มีแผนฟื้นฟูเศรษฐกิจหลังจบโควิด เพราะมียอดติดเชื้อลดลงมาก เชื่อว่า มิ.ย.หรือ พ.ค. จะเริ่มเห็นแผนนี้ชัดเจน โดยจะทำเป็นโครงการและมาตรการขนาดใหญ่ออกมาในช่วงเดือน มิ.ย.ต่อเนื่องจากการช่วยเหลือเยียวยาประชาชน ซึ่งในส่วนนี้จะใช้เงินจาก พ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินวงเงิน 1 ล้านล้านบาท ซึ่งได้จัดสรรสำหรับฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศในวงเงิน 4 แสนล้านบาท&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสมคิดยังกล่าวถึงเรื่องการปล่อยสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำพิเศษ (ซอฟต์โลน) ที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จะปล่อยกู้ให้ธนาคารพาณิชย์เพื่อนำไปปล่อยกู้ต่อให้เอกชนในอัตราดอกเบี้ยพิเศษ ว่าได้กำชับ ธปท.ให้ไปดูการกระจายการปล่อยสินเชื่อให้ทั่วถึง และผ่อนปรนเงื่อนไขให้ผู้ประกอบการที่ขอสินเชื่อ ซึ่งนอกจากเอสเอ็มอี ให้พิจารณาถึงผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดใหญ่ที่ประสบปัญหา เช่น ธุรกิจการบิน ธุรกิจโรงแรมและการท่องเที่ยว เป็นต้นด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุริยะกล่าวว่า กระทรวงจะของบ 10,000 ล้านบาทที่อยู่ภายใต้มาตรการฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคม วงเงิน 400,000 ล้านบาท โดยกำหนดโครงการขึ้นมาหลายส่วน ทั้งการช่วยเหลือเอสเอ็มอีและช่วยภัยแล้ง ซึ่งเป็นการจ้างงานในพื้นที่ เช่น 340 ล้านบาทเพื่อจ้างเกษตรกรชาวไร่อ้อยและเครือข่าย 5,000 รายเข้าไปปรับพื้นที่ในการเตรียมทำเกษตร จ้างงานที่ถูกเลิกจ้าง 500 คน ในพื้นที่รอบเหมืองแร่เพื่อช่วยจัดหาแหล่งน้ำแก้ภัยแล้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายกลินท์กล่าวว่า เศรษฐกิจฐานรากที่จะให้ความสำคัญได้แก่การเกษตรที่มูลค่าสูง และนำสู่อุตสาหกรรมเกษตรแปรรูป แปลงเป็นสินค้ากลุ่มอาหาร เพื่อใช้บริโภคในประเทศและส่งออกได้ด้วย ซึ่งขณะนี้หอการค้าไทยมีการส่งเสริมอยู่แล้วในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา
ตั้งเป้ากู้ 6.03 แสนล้าน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน นางแพตริเซีย มงคลวนิช ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) กล่าวภายหลังการประชุมคณะกรรมการนโยบายและกำกับการบริหารหนี้สาธารณะ (คนน.) ครั้งที่ 2/2563 ที่มีนายอุตตม สาวนายน รมว.การคลัง เป็นประธาน ว่ากระทรวงได้ปรับแผนก่อหนี้สาธารณะ หลังพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) กู้เงิน 1 ล้านล้านบาทมีผลบังคับใช้ โดยปีงบประมาณ 2563 ช่วงที่เหลืออีก 6 เดือน รัฐบาลจะกู้เงินตาม พ.ร.ก. 6.03 แสนล้านบาท ส่วนอีก 4 แสนล้านบาท จะกู้ในปีงบประมาณ 2564 แต่หากรัฐบาลมีแผนใช้เงินมากกว่า 6 แสนล้านบาท ก็สามารถปรับแผนเพิ่มเติมได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ที่ประชุมได้เห็นชอบการก่อหนี้ใหม่ตาม พ.ร.ก.กู้เงิน 6.03 แสนล้านบาท และปรับแผนก่อนหนี้เดิม เนื่องจากมีหลายหน่วยงานขอเพิ่ม-ลดวงเงิน 2.4 แสนล้านบาท โดยจะเสนอให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบสัปดาห์หน้า ซึ่งการปรับปรุงแผนก่อหนี้ จะทำให้ปีงบประมาณ 2563 ในช่วงที่เหลืออีก 6 เดือน ต้องมีการกู้ใหม่ 6.03 แสนล้านบาท จากแผนเดิมที่ต้องก่อหนี้ 8.94 แสนล้านบาท รวมเป็น 1.497 ล้านล้านบาท โดยในส่วนการกู้เงินตาม พ.ร.ก. สบน.จะทยอยกู้ตามความต้องการใช้เงิน โดยมีคณะกรรมการกลั่นกรองโครงการก่อน และเสนอเข้า ครม. ขณะเดียวกัน สบน.จะเตรียมการกู้เงินไว้ให้ เมื่อผ่าน ครม.จะได้เบิกจ่ายเงินกู้ทันเวลา&amp;rdquo; นางแพตริเซียกล่าว
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับการกู้เงิน จะมีทั้งการกู้เงินระยะสั้นและยาว ทั้งการออกพันธบัตรรุ่นต่างๆ การกู้เงินจากธนาคาร การกู้ระยะยาว (เทอมโลน) ตั๋วสัญญาใช้เงิน (พีเอ็น) และตั๋วเงินคลัง รวมทั้งการออกพันธบัตรออมทรัพย์ ขายให้รายย่อยประมาณ 1 แสนล้านบาท ซึ่งใช้เวลา 1-2 เดือนก่อนเปิดขาย โดยขณะนี้กำลังดูเครื่องมือว่าจะออกแบบไหนอย่างไร เพราะเป็นจำนวนที่ใหญ่กว่าปกติในช่วงครึ่งปีหลังที่ออกประมาณ 2-2.5 หมื่นล้านบาท
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางแพตริเซียกล่าวว่า หลังจาก ครม.เห็นชอบแผนการก่อหนี้ และคณะกรรมการการกลั่นกรองเห็นชอบแผนการใช้เงินจาก พ.ร.ก.กู้เงินแล้ว หน่วยงานแรกที่จะใช้เงินทันที คือสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เพื่อใช้จ่ายเงินเยียวยารอบที่ 2 สำหรับแจกเงิน 5,000 บาทในมาตรการเราไม่ทิ้งกัน วงเงิน 7 หมื่นล้านบาท โดยกระทรวงได้ออกจดหมายชี้ชวนถึงสถาบันการเงินให้เข้าร่วมประมูลเงินกู้แล้ว และคาดว่า สบน.จะเตรียมเงินพร้อมภายในวันที่ 5 พ.ค. เพื่อให้เบิกจ่ายเงิน 5,000 บาทรอบ 2 ในกรอบ 14 ล้านคนได้ภายในวันที่ 8 พ.ค.นี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;การกู้เงินก้อนแรก 7 หมื่นล้านจาก พ.ร.ก.กู้เงิน จะเป็นการกู้จากธนาคารในประเทศ โดยเปิดประมูลในวันที่ 29 เม.ย.เป็นตั๋วสัญญาใช้เงินอายุ 4 ปี อัตราดอกเบี้ยอ้างอิงระยะสั้นสำหรับการกู้ยืมเงินระหว่างธนาคารของตลาดกรุงเทพฯ หรือ BIBOR ปัจจุบันอยู่ที่ 0.97% บวก 5 ทศนิยม ส่วนการกู้เดือนต่อไปต้องดูหลายๆ อย่าง ต้องรอดูว่าจะต้องเยียวยาใครอีกเท่าไหร่อย่างไร ซึ่งยังไม่ทราบตัวเลข ถ้ามีตัวเลขออกมาก็จะสามารถดำเนินการได้ตามความต้องการ&amp;rdquo; นายแพตริเซียกล่าว
เน้นกู้ในประเทศเป็นหลัก
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับการกู้เงินตาม พ.ร.ก.กู้เงิน 1 ล้านล้านบาทให้อำนาจกู้เงินทั้งในประเทศและต่างประเทศ แต่ สบน.คงดูในประเทศเป็นหลัก โดยต้องวิเคราะห์ความคุ้มค่า คุ้มทุน วิเคราะห์สภาพคล่องในประเทศเพื่อให้มั่นใจว่าการกู้เงินตาม พ.ร.ก.จะไม่ไปช็อกตลาดจนทำให้สภาพคล่องในประเทศมีปัญหา โดยตามแผนการกู้ในประเทศจะไม่ต่ำกว่า 80% ส่วนต่างประเทศสัดส่วน 20% ต้องดูว่าที่ไหนเหมาะสม และจะดำเนินการอย่างไร ต้องดูเผื่อไว้ โดยขณะนี้ยอมรับว่ามีองค์การระหว่างประเทศมาคุยด้วยหลายแห่ง ทั้งธนาคารโลก (เวิลด์แบงก์) และธนาคารพัฒนาเอเชีย (เอดีบี) แต่ทั้งหมดต้องหารือกันก่อน
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;วงเงินกู้ 1.497 ล้านล้านบาทจะส่งผลให้เพดานหนี้สาธารณะสิ้นปี 2563 อยู่ที่ 51.84% และถ้าเป็นไปตามแผนการกู้เงินในปี 2564 จะทำให้หนี้สาธารณะ อยู่ที่ 57.96% บนสมมุติฐานจีดีพี 3% แต่คงต้องมานั่งดูตัวเลขกันใหม่ ถ้าจีดีพีไม่ได้ 3% สัดส่วนหนี้สาธารณะก็อาจเพิ่มขึ้น&amp;rdquo; นายแพตริเซียกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับการเปิดลงทะเบียนรับเงินเยียวยา 5,000 บาท ผ่านเว็บไซต์ w ww.เราไม่ทิ้งกัน.com ในวันสุดท้ายยังมีประชาชนลงทะเบียนต่อเนื่อง โดยคาดจะมียอดลงทะเบียนกว่า 28.7 ล้านคน &amp;nbsp;โดยมีผู้ได้รับเงินแล้ว 4.2 ล้านคน มีการลงทะเบียนซ้ำซ้อน และข้อมูลไม่ตรงตามบัตรประชาชน 7 ล้านคน มีคนไม่ผ่านการตรวจสอบเบื้องต้น แต่ขอทบทวนสิทธิรับเงินได้ 10.5 ล้านคน โดยมีกลุ่มที่ต้องขอข้อมูลเพิ่ม 6.3 ล้านคน ส่วนความคืบหน้าการจ่ายเงิน ในวันที่ 24 เม.ย.จ่ายเงินเพิ่มอีก 7 แสนคน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับความเคลื่อนไหวทางการเมืองนั้น นายสุชาติ ธาดาธำรงเวช อดีตสมาชิกพรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) กล่าวถึงพระราชกำหนด 2 ฉบับที่ใช้เงิน ธปท.ดำเนินการในวงเงิน 900,000 ล้านบาท ว่าเงินสนับสนุนสินเชื่อเอสเอ็มอี 500,000 ล้านบาทในรูปซอฟต์โลน และเงินซื้อตราสารหนี้เอกชนโดยตรง 400,000 ล้านบาท ซึ่งในส่วนซอฟต์โลนเห็นด้วย เพราะเป็นมาตรการที่เคยใช้มาแล้วในรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ช่วงหลังน้ำท่วมปี 2554-2557 แต่ขอเสนอแนะให้เพิ่มเติมคือเอสเอ็มอีที่เข้าไม่ถึงระบบธนาคาร?พาณิชย์ หรือเอสเอ็มอีรายเล็ก?&amp;nbsp;
&amp;quot;การจัดตั้งกองทุนเสริมสภาพคล่องตลาดตราสารหนี้ภาคเอกชน (BSF) วงเงิน? 400,000 ล้านบาทนั้น ธนาคารชาติมีหน้าที่เป็นธนาคารกลาง และเป็นนายธนาคารของธนา?คารพาณิชย์ ไม่มีหน้าที่ลงไปจัดสรรสินเชื่อเอง? เพราะอาจขาดทุนเป็นภาระภาษีของประชาชน และเลี่ยงไม่พ้นการเลือกปฏิบัติ ซึ่งอาจถูกกล่าวหาใช้เงินรัฐอุ้มคนรวย อาจเกิดปัญหาคอร์รัปชัน และ?เกิดความเสี่ยงต่อความเชื่อมั่นในระบบการเงินของประเทศ&amp;rdquo;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายปริญญ์ พานิชภักดิ์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะหัวหน้าทีมเศรษฐกิจทันสมัยกล่าวว่า มาตรการของรัฐบาลที่เกี่ยวข้องกับด้านพลังงานในการช่วยเหลือพี่น้องประชาชนเรื่องลดค่าไฟฟ้าแบบขั้นบันไดถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี แต่อยากให้ช่วยเหลือมากไปกว่านี้ เนื่องจากต้นทุนของราคาน้ำมันและก๊าซที่เป็นส่วนหนึ่งในการคิดค่าเอฟทีได้ลดลงมาก และอยากให้กระทรวงพลังงานพิจารณาเรื่องโครงสร้างราคาน้ำมัน โดยให้ลดหรืองดการจัดเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางดรุณวรรณ ชาญพิพัฒนชัย รองโฆษกพรรค ปชป. กล่าวว่า ต้องการให้ภาครัฐให้การช่วยเหลือแบบครอบคลุมทุกคนแบบทั่วถึงทุกกลุ่มอาชีพ โดยใช้เกณฑ์เรื่องของรายได้สำหรับผู้ที่มีรายได้ต่ำกว่า 1,000,000 บาท/ปีทุกราย เป็นเวลา 3 เดือน โดยตรวจสอบข้อมูลจากบัตรประชาชน และจ่ายเงินแบบโอนตรงเข้าบัญชี.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/63969</URL_LINK>
                <HASHTAG>COVID-19, ปฏิทินกู้, พ้นโควิด-19, ฟื้นฟูประเทศ, สมคิด จาตุศรีพิทักษ์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เร่งกู้7หมื่นล้านจ่ายเยียวยา, โควิด 19, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200422/image_big_5ea044570be22.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
