<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>40292</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/07/2019 23:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/07/2019 23:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“เอเอ็มจี ไดรฟ์วิ่ง อะคาเดมี” ฝึกขับขี่รถสมรรถนะสูง ครั้งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด จัดกิจกรรม &amp;ldquo;เอเอ็มจี ไดรฟ์วิ่ง อะคาเดมี&amp;rdquo; (AMG Driving Academy) ซึ่งเป็นการฝึกอบรมขับขี่รถยนต์สมรรถนะสูงครั้งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพื่อเรียนรู้เทคนิคการขับขี่แบบเต็มสมรรถนะ โดยทีมผู้ฝึกสอนมืออาชีพจากเมอร์เซเดส-เอเอ็มจี ดีกรีแชมป์การแข่งขันมอเตอร์สปอร์ตรายการระดับโลก ณ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เอเอ็มจี ไดรฟ์วิ่ง อะคาเดมี&amp;rdquo; จัดเป็นครั้งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งได้พาสื่อมวลชนร่วมสัมผัสประสบการณ์สุดพิเศษ ทั้งสัมผัสสมรรถนะรถยนต์สปอร์ตสายพันธุ์แรงภายใต้แบรนด์เมอร์เซเดส-เอเอ็มจี ครบทั้งพอร์ตโฟลิโอรวม 14 รุ่น โดยมีรถยนต์รุ่นไฮไลท์ Mercedes-AMG C 63 S Coup&amp;eacute; นอกจากนี้ยังได้รับเกียรติจาก เบิร์น ชไนเดอร์ แบรนด์แอมบาสเดอร์ของเมอร์เซเดส-เอเอ็มจี นักแข่งรถสัญชาติเยอรมัน เจ้าของตำแหน่งแชมป์ DTM ห้าสมัย และแชมป์สองสมัยจากสนามนูร์เบอร์กริงสุดโหด ร่วมให้คำแนะนำอย่างใกล้ชิด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โรลันด์ โฟลเกอร์ ประธานบริหาร บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า แบรนด์เมอร์เซเดส-เอเอ็มจี ยึดถือหลักการสร้างสรรค์รถยนต์ที่สามารถ &amp;lsquo;ขับเคลื่อนทุกสมรรถนะ &amp;ndash; Driving Performance&amp;rsquo; เป็นหัวใจหลักของแบรนด์ โดยได้รับการยอมรับในฐานะแบรนด์&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; รถสปอร์ตระดับแถวหน้าของโลกที่โดดเด่นทั้งในด้านกีฬามอเตอร์สปอร์ต และด้านการพัฒนารถยนต์ที่มีเอกลักษณ์ โดยในปีที่ผ่านมามียอดจำหน่ายทั่วโลกสูงถึง 609,000 คัน และหลังจากเปิดตัวแบรนด์เมอร์เซเดส-เอเอ็มจีอย่างเป็นทางการในประเทศไทย บริษัทฯได้เดินหน้าเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ยอดขายรถยนต์ภายใต้แบรนด์นี้พุ่งสูงขึ้นเป็นลำดับโดยในปีพ.ศ. 2561 มียอดขายเติบโตจากปีก่อนหน้าขึ้นถึง 309% บริษัทฯ ยังเปิดโอกาสสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้าของเมอร์เซเดส-เอเอ็มจี เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการขับขี่รถยนต์สมรรถนะสูงให้กับลูกค้า เราจึงได้จัดกิจกรรม AMG Driving Academy 2019 ขึ้นเป็นประเทศแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยความร่วมมือกับทีมงานจากแบรนด์เมอร์เซเดส-เอเอ็มจี ประเทศเยอรมนี เพื่อให้ผู้ชื่นชอบความเร็วแรงทุกท่านได้ทดสอบสมรรถนะของรถยนต์เมอร์เซเดส-เอเอ็มจีอย่างเต็มที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทางด้าน ฟรังค์ ชไตน์อัคเคอร์ รองประธานบริหารฝ่ายขายและการตลาด บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า กิจกรรม AMG Driving Academy คือการทดสอบการขับขี่ที่จะทำให้ผู้เข้าร่วมทุกท่านได้ปลดล็อคขีดจำกัดของตัวเอง พร้อมสัมผัสประสบการณ์อันทรงพลังจากการขับขี่ยนตกรรมสมรรถนะสูง ด้วยการเสริมทักษะการขับขี่ โดยทีมผู้ฝึกสอนจากเมอร์เซเดส-เอเอ็มจีมาร่วมสอนเทคนิค และให้คำแนะนำต่างๆ โดยกิจกรรมนี้จะแบ่งการทดสอบออกเป็น 6 สถานี ได้แก่ Drag Race, Brake &amp;amp; Lane Change, Cornering Exercise, Car Control, Lead &amp;amp; Follow และ Auto-X Practice &amp;amp; Competition พร้อมแบบฝึกหัดสุดท้าทายในการขับขี่แบบเต็มสนาม โดยผู้เข้ารับการอบรมจะได้รับประสบการณ์จริงจากการฝึกทักษะแต่ละด้าน และได้รับทราบถึงประโยชน์ที่จะได้รับจากสมรรถนะอันยอดเยี่ยม เทคโนโลยี และนวัตกรรมอันก้าวล้ำ ซึ่งถือเป็นหัวใจหลักของแนวคิดในการผลิตรถยนต์เมอร์เซเดส-เอเอ็มจีทุกรุ่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อีกหนึ่งไฮไลท์ของกิจกรรมคือ ผู้ขับขี่จะได้สัมผัสประสบการณ์สุดมันส์จากการทดสอบรถยนต์เมอร์เซเดส-เอเอ็มจีอย่างครบครันทั้งพอร์ตโฟลิโอรวม 14 รุ่น ทั้งรุ่นที่ประกอบในประเทศ และนำเข้า ได้แก่ Mercedes-AMG GT 53 4MATIC+ 4-Door Coup&amp;eacute; รถสปอร์ต 4 ประตูตระกูล AMG GT และ Mercedes-AMG E 53 4MATIC+ รถยนต์นั่ง 4 ประตูในสไตล์เอเอ็มจี พร้อมด้วย Mercedes-AMG GT C Roadster, Mercedes-AMG E 63 S 4MATIC+, Mercedes-AMG E 53 4MATIC+ Coup&amp;eacute;, Mercedes-AMG CLS 53 4MATIC+, Mercedes-AMG A 45 4MATIC, Mercedes-AMG GLA 45 4MATIC, Mercedes-AMG CLA 45 4MATIC, Mercedes-AMG GLE 43 4MATIC Coup&amp;eacute;, Mercedes-AMG GLC 43 4MATIC Coup&amp;eacute;, Mercedes-AMG C 43 4MATIC Coup&amp;eacute;, Mercedes-AMG C 43 4MATIC, Mercedes-AMG SLC 43 รวมถึง Mercedes-AMG C 63 S Coup&amp;eacute; ยนตรกรรมสปอร์ตคูเป้โฉมใหม่ อย่างใกล้ชิดเป็นครั้งแรกอีกด้วย ซึ่งหลังจากเสร็จสิ้นการฝึกทักษะทุกฐานแล้ว ผู้ขับขี่จะมีความเข้าใจ และสามารถใช้ประโยชน์จากสมรรถนะ และเทคโนโลยีอันทันสมัยที่มาพร้อมกับตัวรถได้อย่างเต็มที่ นอกจากนี้ ผู้เข้าร่วมอบรมทุกท่านที่ผ่านการฝึกอบรมฯ จะได้รับประกาศนียบัตรรับรอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้ง 6 สถานีการฝึกสอน มีรายละเอียดดังนี้ สถานีที่ 1: Brake &amp;amp; Lane Change เป็นการทดสอบการควบคุมเบรกฉุกเฉิน และทดสอบความเร็วในการตอบสนองต่อสิ่งเร้าของตัวผู้ขับขี่เอง โดยผู้ทดสอบจะได้ทดสอบระบบความปลอดภัย ESP และไฟเบรกกระพริบฉุกเฉิน (Adaptive brake light) ซึ่งผู้ทดสอบจะได้ขับรถออกจากจุดเริ่มต้นด้วยความเร็วประมาณ 100 กม./ชม.และเพิ่มในรอบต่อไปเป็น 110-120 กม./ชม. และเมื่อเห็นสัญญาณไฟกระพริบจากทางซ้ายหรือขวา ผู้เข้าร่วมทดสอบต้องเหยียบเบรกและหักเลี้ยวตามทิศทางของสัญญาณไฟ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนสถานีที่ 2: Car Control เป็นการทดสอบความสามารถในการควบคุมรถของผู้ทดสอบ เมื่อเผชิญกับสถานการณ์ที่คาดไม่ถึง โดยรถที่ใช้ทดสอบคือ Mercedes-AMG C 43 4MATIC Coup&amp;eacute; และ Mercedes-AMG C 43 4MATIC ที่มีการหุ้มล้อหลังด้วยปลอกพลาสติกเพื่อลดการยึดเกาะถนนจำลองเหตุการณ์ถนนลื่น โดยผู้เข้าทดสอบจะได้ลองฝึกทักษะการควบคุมรถในโหมดระบบความปลอดภัย ESP ที่แตกต่างกัน ทั้งเปิด ปิด และในโหมด Sport&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับสถานีที่ 3: Drag Race เป็นสถานีที่เปิดโอกาสให้ผู้ทดสอบทุกท่านได้สัมผัสถึงสมรรถนะความแรงของรถยนต์เมอร์เซเดส-เอเอ็มจี ด้วยการจำลองการแข่งขันมอเตอร์สปอร์ต พร้อมฝึกทักษะการตอบสนองของผู้ทดสอบ โดยรถทั้งสองคันจะถูกปล่อยตัวพร้อมกันเมื่อสัญญาณไฟแดงดับลง และผู้ทดสอบจะต้องเบรกเมื่อถึงจุดที่กำหนดไว้ ผู้ที่สามารถหยุดรถให้อยู่ในจุดที่กำหนดได้จะถือว่าชนะการแข่งขัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มาต่อกันที่สถานีที่ 4: Cornering Exercise เป็นการทดสอบการเข้าโค้ง โดยจะใช้พื้นที่โค้งในสนามที่มีความกว้างแตกต่างกันไป ทำให้ผู้ทดสอบสามารถฝึกทักษะที่จำเป็นในการขับขี่ ได้แก่ การเบรก การบังคับทิศทางรถ และการมองเห็น โดยผู้ฝึกสอนจะเป็นผู้นำขบวน ทำให้ผู้ทดสอบได้ฝึกการขับขี่ในเส้นทางการแข่งรถจริงๆพร้อมทั้งยังได้เรียนรู้เทคนิคการขับขี่ของนักแข่งรถอีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สถานีที่ 5: Lead &amp;amp; Follow ในสถานีนี้ รถยนต์เมอร์เซเดส-เอเอ็มจีจะถูกแบ่งเป็น 3 กลุ่ม ซึ่งรถในแต่ละกลุ่มจะมีลักษณะและสมรรถนะที่คล้ายคลึงกัน เพื่อให้ผู้ทดสอบได้ฝึกทักษะการขับขี่แบบนักแข่งรถตามเส้นทางการแข่งรถของจริง พร้อมทั้งสัมผัสสมรรถนะของรถยนต์เมอร์เซเดส-เอเอ็มจีอย่างเต็มรูปแบบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สุดท้ายคือ สถานีที่ 6: Auto-X Practice &amp;amp; Competition คือ การจำลองการแข่งขันมอเตอร์สปอร์ต ที่ผู้ทดสอบจะได้ใช้ทักษะการควบคุมรถ และการขับขี่ของผู้ทดสอบแต่ละคน พร้อมเพิ่มความตื่นเต้นเร้าใจให้ผู้ทดสอบทุกคนด้วยการจับเวลาการแข่งขัน ผู้ที่ทำเวลาได้เร็วที่สุดจะเป็นผู้ชนะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับกิจกรรม &amp;ldquo;เอเอ็มจี ไดรฟ์วิ่ง อะคาเดมี&amp;rdquo; จัดขึ้นเป็นครั้งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยผู้เข้าร่วมอบรมต่างได้รับความรู้และการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าในการขับรถ รวมถึงรับรู้ถึงสมรรถนะและความมีเอกลักษณ์ของรถยนต์ทั้ง 14 รุ่น นับว่าเป็นกิจกรรมที่ท้าทายและเสริมสร้างความรู้ให้ผู้เข้าร่วมอบรมอย่างมาก กิจกรรมสุดเอ็กซ์คลูซีฟ&amp;nbsp; อย่างนี้ จัดขึ้นเพื่อลูกค้า Mercedes-AMG เท่านั้น โดยผู้สนใจสามารถสอบถามได้ที่ตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/40292</URL_LINK>
                <HASHTAG>AMG Driving Academy, nattythaipost, thaipost, ข่าวรถ, ทดลองขับ, ทดสอบรถ, ฟรังค์ ชไตน์อัคเคอร์, ยานยนต์ไทยโพสต์, เอเอ็มจี ไดรฟ์วิ่ง อะคาเดมี, โรลันด์ โฟลเกอร์, ไทยโพสต์ยานยนต์, “เอเอ็มจี ไดรฟ์วิ่ง อะคาเดมี” ฝึกขับขี่รถสมรรถนะสูง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190705/image_big_5d1f7b4059e72.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>40058</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/07/2019 11:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/07/2019 11:17</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>Mercedes-AMG C 63 S Coupé โฉมใหม่ เสริมทัพพอร์ตโฟลิโอเมอร์เซเดส-เอเอ็มจี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 10pt;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 10pt;&quot;&gt;บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด รุกตลาดรถยนต์สมรรถนะสูงต่อเนื่อง เปิดตัวยนตรกรรมสปอร์ตคูเป้พันธุ์แรง Mercedes-AMG C 63 S Coup&amp;eacute; โฉมใหม่ ที่ยกระดับ &amp;ldquo;สมรรถนะการขับขี่&amp;rdquo; ขึ้นไปอีกขั้น ด้วยดีไซน์ภายนอกที่ได้รับการออกแบบใหม่ให้มีความปราดเปรียว โดยรถยนต์รุ่นนี้จะนำเสนอในราคา 10,129,000 บาท &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 10pt;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 10pt;&quot;&gt;โรลันด์ โฟลเกอร์ ประธานบริหาร บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า แบรนด์เมอร์เซเดส-เอเอ็มจีได้รับการยอมรับในฐานะแบรนด์รถสปอร์ตระดับแถวหน้าของโลกที่โดดเด่นทั้งในด้านกีฬามอเตอร์สปอร์ต และด้านการพัฒนารถยนต์ที่มีเอกลักษณ์ ด้วยหลักการสร้างสรรค์รถยนต์ที่สามารถ &amp;lsquo;ขับเคลื่อนทุกสมรรถนะ &amp;ndash; Driving Performance&amp;rsquo; ซึ่งเป็นหัวใจหลักของแบรนด์ สำหรับในประเทศไทย บริษัทฯ ได้ตอกย้ำความเป็นผู้นำกลุ่มรถยนต์สมรรถนะสูง ด้วยการนำเสนอรถยนต์ภายใต้แบรนด์เมอร์เซเดส-เอเอ็มจีรุ่นใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง ซึ่งแต่ละรุ่นมีคาแรกเตอร์และความโดดเด่นที่แตกต่างกัน เพื่อให้ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้ทุกกลุ่ม ส่งผลให้เราได้รับความไว้วางใจจากลูกค้าที่ชื่นชอบในสมรรถนะความเร้าใจของรถยนต์กลุ่มนี้ ด้วยยอดขายรถยนต์เมอร์เซเดส-เอเอ็มจีห้าเดือนที่ผ่านมาที่เติบโตขึ้นประมาณ 160% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันกับปีที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 10pt;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 10pt;&quot;&gt;ฟรังค์ ชไตน์อัคเคอร์ รองประธานบริหารฝ่ายขายและการตลาด บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า Mercedes-AMG C 63 S Coup&amp;eacute; คือรถยนต์สปอร์ตคูเป้ตระกูล 63 ที่มาพร้อมดีไซน์ภายนอกอันโฉบเฉี่ยวของตระกูลซี-คลาส และการยกระดับสมรรถนะด้วยการพัฒนาด้านอากาศพลศาสตร์ ทั้งกระจังหน้าและล้ออัลลอยด์ที่จะช่วยควบคุมการไหลเวียนของลมที่ปะทะด้านหน้าของตัวรถให้ดียิ่งขึ้น และเพิ่มเติมความหรูหราและความสปอร์ตภายในห้องโดยสารให้โดดเด่นมากกว่าเดิม พร้อมด้วยระบบเทคโนโลยีและความปลอดภัยอันล้ำสมัย ที่จะยกระดับประสบการณ์ในการขับขี่ขึ้นไปอีกขั้น นอกจากนี้ Mercedes-AMG C 63 S Coup&amp;eacute; ยังได้รับการเพิ่มฟีเจอร์ใหม่ของ &amp;lsquo;Mercedes me connect&amp;rsquo; บริการเสริมที่จะมอบประสบการณ์แบบไร้รอยต่อเพื่อเชื่อมโยงลูกค้า รถยนต์ เมอร์เซเดส-เบนซ์ และผู้จำหน่ายอย่างเป็นทางการรวมถึงบริการอื่นๆ ของเมอร์เซเดส-เบนซ์เข้าไว้ด้วยกันเพียงปลายนิ้วสัมผัส โดยฟีเจอร์ใหม่นี้มีความโดดเด่นมากมายไม่ว่าจะเป็น Mercedes-Benz emergency call system บริการที่จะคอยช่วยเหลือคุณจากสถานการณ์ฉุกเฉินระบบวิเคราะห์สภาพรถยนต์ Telediagnostics ที่จะคอยส่งข้อมูลและสถานะของรถยนต์ไปยังศูนย์บริการเมื่อตรวจพบความเสียหาย ระบบตั้งค่ารถยนต์ และระบบสตาร์ทเครื่องยนต์ ลูกค้าที่สนใจสามารถเยี่ยมชมพร้อมสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ผู้จำหน่ายรถยนต์เมอร์เซเดส-เอเอ็มจีอย่างเป็นทางการทั้ง 13 แห่งทั่วประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 10pt;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 10pt;&quot;&gt;Mercedes-AMG C 63 S Coup&amp;eacute; มีพละกำลังจากเครื่องยนต์เบนซิน V8 ขนาด 4 ลิตร แรงม้าที่ 510 แรงม้า ส่วนแรงบิด 700 นิวตันเมตร พร้อม Bi-turbo ด้วยเทคนิคการติดตั้ง turbo แบบ Hot inside V เพื่อให้ได้การระบายความร้อน และการกระจายน้ำหนักของเครื่องยนต์ที่ดีขึ้น ผสานการออกแบบตัวรถที่วางให้ระยะห่างระหว่างจุดกึ่งกลางของล้อคู่หน้า และคู่หลัง กว้างขึ้น การเลือกใช้ยางที่มีขนาดใหญ่กว่ารถในตระกูล C-Class รุ่นปกติ ผสานกับเพลาหลังที่ได้รับการพัฒนาขึ้นเป็นพิเศษ และใช้ชุดเฟืองท้ายแบบ LSD (Limited-slip differential) ที่ควบคุมการทำงานด้วยระบบไฟฟ้า ช่วยป้องกันอาการล้อหลังลื่นไถลขณะเข้าโค้งด้วยความเร็วสูง เสริมให้ตัวรถยึดเกาะถนนได้ดี โดยทำงานร่วมกับระบบควบคุมการทรงตัวอัตโนมัติ ซึ่ง ผู้ขับสามารถเปิดหรือปิด หรือเปลี่ยนเป็น SPORT Handling ได้ตามต้องการ นอกจากนี้ ยังมีระบบเกียร์แบบสปอร์ต AMG SPEEDSHIFT MCT 9-SPEED Sports Transmission ที่ช่วยให้การตอบสนองของรถในระหว่างที่มีการเปลี่ยนเกียร์รวดเร็ว และราบรื่นยิ่งขึ้น &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 10pt;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/40058</URL_LINK>
                <HASHTAG>Mercedes-AMG C 63 S Coupé, nattythaipost, thaipost, ข่าวรถ, ทดลองขับ, ทดสอบรถ, ฟรังค์ ชไตน์อัคเคอร์, ยานยนต์ไทยโพสต์, เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย), โรลันด์ โฟลเกอร์, ไทยโพสต์ยานยนต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190703/image_big_5d1c2bf508dbb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>39094</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/06/2019 11:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/06/2019 11:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เมอร์เซเดส-เบนซ์ เสริมทัพพอร์ตโฟลิโอเอสยูวีในไทย เปิดตัว GLC 220 d 4MATIC</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 0pt;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 0pt;&quot;&gt;บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด เดินหน้าเสริมทัพพอร์ตโฟลิโอรถยนต์ SUV ด้วยการนำเสนอ Mercedes-Benz GLC 220 d 4MATIC รุ่นประกอบในประเทศใหม่ล่าสุดเอาใจครอบครัวที่ชื่นชอบรถยนต์ดีเซล ที่มาพร้อมกับดีไซน์ภายนอกที่เรียบหรูและทันสมัย ห้องโดยสารที่กว้างขวาง อัตราการปล่อยไอเสียที่ต่ำ และอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันที่ยอดเยี่ยมเพียง 5.9 ลิตร/100 กม. &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 0pt;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 0pt;&quot;&gt;ฟรังค์ ชไตน์อัคเคอร์ รองประธานบริหาร ฝ่ายขายและการตลาด บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า รถยนต์ในกลุ่มเอสยูวีของเมอร์เซเดส-เบนซ์ มีกลุ่มเป้าหมายหลักคือคนรุ่นใหม่ และครอบครัวยุคใหม่ที่ชื่นชอบความท้าทายในทุกการขับขี่ แต่ในขณะเดียวกันก็ต้องการความนุ่มนวลและสะดวกสบายด้วย ซึ่งรถยนต์ประเภทนี้นอกจากจะมีสมรรถนะที่ทรงพลังแล้ว ยังได้รับการออกแบบตามหลักปรัชญา Sensual Purity ให้ดูเรียบง่าย แต่ยังคงไว้ซึ่ง ความหรูหราและทันสมัยเพื่อรักษาเอกลักษณ์ของแบรนด์ไว้อย่างลงตัว ซึ่งในปัจจุบัน ทางบริษัทฯ ได้นำเสนอรถยนต์เอสยูวี Mercedes-Benz GLC รุ่นประกอบในประเทศใน 2 รุ่นย่อยแล้ว ได้แก่ Mercedes-Benz GLC 250 d 4MATIC OFF-ROAD และ Mercedes-Benz GLC 250 d 4MATIC AMG Dynamic สำหรับ Mercedes-Benz GLC 220 d 4MATIC ได้รับการออกแบบเพื่อเพิ่มความพลิ้วไหว และมอบประสบการณ์ในการขับขี่ที่นุ่มนวลยิ่งขึ้น ด้วยเครื่องยนต์ดีเซลขนาด 2.2 ลิตร ตัวถังที่มีขนาดใหญ่ และราคาอันเร้าใจ ทำให้รถยนต์รุ่นนี้เป็นรถยนต์ SUV ที่เหมาะสมกับการขับขี่ในทุกๆ วัน เพราะนอกจากจะมีอัตราการปล่อยไอเสียที่ต่ำแล้ว ยังมีอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันที่ยอดเยี่ยม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 0pt;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 0pt;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 0pt;&quot;&gt;Mercedes-Benz GLC 220 d 4MATIC เป็นรถยนต์ครอบครัวที่เหมาะสำหรับการขับขี่ในชีวิตประจำวัน โดย ดีไซน์ภายนอก ตกแต่งแบบ Exclusive exterior package ที่มาพร้อมขอบโครเมี่ยม และกระจังหน้าแบบสามมิติที่ลาดต่ำลงเพื่อความสวยงาม ประดับด้วยสัญลักษณ์เมอร์เซเดส-เบนซ์ขนาดใหญ่ตรงกลางบนลาย 2 แถบ ลายเส้นด้านข้างถูกออกแบบให้ลาดเอียงไปทางด้านท้ายเสริมโครงสร้างตัวรถให้ดูทรงพลังและสง่างามไปพร้อมกัน โดย Mercedes-Benz GLC 220 d 4MATIC จะมาพร้อมกับระบบไฟหน้าแบบ LED High Performance headlamps และล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้ว 5 ก้าน ซึ่งเป็นขนาดที่เหมาะสมที่สุดที่จะมอบประสบการณ์การขับขี่ในตัวเมืองด้วยความนุ่มนวลและสะดวกสบาย &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 0pt;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 0pt;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 10pt;&quot;&gt;สำหรับ ดีไซน์ภายใน ถูกออกแบบโดยเน้นความหรูหรา ทันสมัย และกว้างขวาง เพื่อตอบสนองไลฟ์สไตล์แบบครอบครัวโดยเฉพาะ โดย Mercedes-Benz GLC 220 d 4MATIC ถูกตกแต่งด้วยลายไม้แบบ Open-pore brown ash wood พร้อมเบาะหนัง ARTICO สีดำแบบ Comfort ที่ง่ายต่อการดูแลรักษา และพวงมาลัยแบบมัลติฟังก์ชัน นอกจากนี้ยังประกอบไปด้วย พื้นที่เก็บสัมภาระด้านท้าย 550 ลิตร และสามารถบรรจุได้ถึง 1,600 ลิตรเมื่อพับเบาะที่นั่งด้านหลังลง ระบบวิทยุ-ซีดี MB Audio 20 และระบบเชื่อมต่อโทรศัพท์เคลื่อนที่แบบ Bluetooth ด้านเทคโนโลยี มาพร้อมกับระบบ DYNAMIC SELECT ที่มีโหมดการขับขี่ 5 แบบ คือ ECO ที่ช่วยปรับการขับขี่เข้าสู่ระบบประหยัดน้ำมัน, INDIVIDUAL ที่สามารถบันทึกรูปแบบการขับขี่ที่ผู้ขับขี่กำหนดไว้ได้, COMFORT ที่ช่วยให้ผู้ขับขี่รู้สึกผ่อนคลาย สะดวกสบายเหมือนขับรถซาลูน, SPORT และ SPORT+ เน้นการเพิ่มความเร้าใจให้กับการขับขี่มากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ ยังมีระบบช่วยในการนำรถเข้าจอดอัตโนมัติพร้อม PARKTRONIC เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ขับขี่ อีกทั้ง ยังติดตั้งระบบกันสะเทือน AGILITY CONTROL ที่ช่วงล่างของรถยนต์เพื่อเสริมความนุ่มนวลในการขับขี่อีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 0pt;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;Mercedes-Benz GLC 220 d 4MATIC รุ่นประกอบในประเทศ มาพร้อมกับเครื่องยนต์ดีเซลแถวเรียง 4 สูบ และเกียร์อัตโนมัติ แบบ 9G-TRONIC ความจุกระบอกสูบ 2,143 ซีซี กำลังแรงม้าสูงสุดที่ 170 แรงม้า ที่ 3,000 &amp;ndash; 4,200 รอบ/นาที แรงบิด 400 นิวตันเมตร ที่ความเร็วรอบ 1,400 - 2,800 รอบต่อนาที อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ที่ 8.3 วินาที ความเร็วสูงสุด 210 กม./ชม และอีกหนึ่งอุปกรณ์ใหม่ อย่าง ชุดอุปกรณ์ปะยางฉุกเฉินแบบ TIREFIT เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้ขับขี่ในยามคับขัน Mercedes-Benz GLC 220 d 4MATIC รุ่นประกอบในประเทศ ราคา 3,040,000 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 0pt;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/39094</URL_LINK>
                <HASHTAG>Mercedes-Benz GLC 220 d 4MATIC, nattythaipost, thaipost, ข่าวรถ, ทดลองขับ, ทดสอบรถ, ฟรังค์ ชไตน์อัคเคอร์, รถใหม่, รีวิว., เมอร์เซเดส-เบนซ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190621/image_big_5d0c57d031294.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>38547</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/06/2019 11:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/06/2019 11:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เบนซ์ เสริมไลน์อี-คลาส เปิดตัว E 220 d Sport ดีเซล พร้อมปลั๊กอินไฮบริด   E 350 e</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 17pt;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 17pt;&quot;&gt;บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด เสริมทัพรถยนต์อี-คลาสรุ่นประกอบในประเทศ เอาใจลูกค้าผู้ชื่นชอบเครื่องยนต์ดีเซล เปิดตัว E 220 d Sport พร้อมแนะนำรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริดในตระกูล E 350 e รุ่นเพิ่มอุปกรณ์ ได้แก่ E 350 e Avantgarde, E 350 e Exclusive และ E 350 e AMG Dynamic ในราคาใหม่ เอาใจคนรักเมอร์เซเดส-เบนซ์โดยเฉพาะ ซึ่งรถยนต์ในตระกูลอี-คลาสทุกรุ่นจะมาพร้อมกับฟีเจอร์ใหม่ของ &amp;lsquo;Mercedes me connect&amp;rsquo; บริการเสริมที่จะมอบประสบการณ์แบบไร้รอยต่อเพื่อเชื่อมโยงลูกค้า รถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ และผู้จำหน่ายอย่างเป็นทางการรวมถึงบริการอื่นๆ ของเมอร์เซเดส-เบนซ์เข้าไว้ด้วยกันเพียงปลายนิ้วสัมผัส&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 17pt;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 17pt;&quot;&gt;ฟรังค์ ชไตน์อัคเคอร์ รองประธานบริหารฝ่ายขายและการตลาด บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า เมอร์เซเดส-เบนซ์ อี-คลาส คือยนตรกรรมที่ยึดถือแนวคิดแห่งความก้าวล้ำและไม่เคยหยุดนิ่ง ทั้งประสิทธิภาพในการขับเคลื่อนที่โดดเด่น พร้อมพาคุณไปสู่จุดหมายได้อย่างปราดเปรียวและสะดวกสบาย รูปลักษณ์ดีไซน์ภายนอกที่โฉบเฉี่ยว สะกดทุกสายตา รวมถึงความหรูหรา รายละเอียดในห้องโดยสาร และเทคโนโลยีที่เชื่อมต่อคุณเข้ากับรถยนต์ ซึ่งทั้งหมดนี้ถือเป็นเครื่องพิสูจน์ความชาญฉลาดอย่างเหนือระดับของรถยนต์รุ่นนี้ได้เป็นอย่างดี&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 17pt;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 17pt;&quot;&gt;จากความนิยม และเสียงตอบรับอันดีเยี่ยมของรถยนต์อี-คลาส บริษัทฯ จึงได้เปิดตัวรถยนต์ในตระกูลอี-คลาสรุ่นประกอบในประเทศซึ่งประกอบด้วย รถยนต์เครื่องยนต์ดีเซล อย่าง E 220 d Sport โดยเครื่องยนต์ดีเซลใหม่ OM 654 Common-rail แบบ 4 สูบ ใน E 220 d ไม่เพียงแต่ทรงพลังกว่าเดิม แต่ยังมอบสมรรถนะอันเร้าใจ และยังเหนือชั้นด้วยประสิทธิภาพการประหยัดน้ำมันและปล่อยไอเสียน้อยกว่าเมื่อเทียบกับรุ่น 651 นอกจากนี้ ยังได้เปิดตัวรถยนต์อี-คลาส ในกลุ่มปลั๊กอินไฮบริด (EQ Power) ได้แก่รุ่น E 350 e Avantgarde E 350 e Exclusive และ E 350 e AMG Dynamic ที่เมอร์เซเดส-เบนซ์ได้ปรับเปลี่ยนอุปกรณ์ และนำเสนอในราคาใหม่ เพื่อให้เข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้มากยิ่งขึ้น และอีกความพิเศษของการเปิดตัวรถยนต์ในตระกูลอี-คลาสรุ่นประกอบในประเทศในครั้งนี้ คือการเพิ่มฟีเจอร์ใหม่ของ &amp;lsquo;Mercedes me connect&amp;rsquo; บริการเสริมที่จะมอบประสบการณ์แบบไร้รอยต่อเพื่อเชื่อมโยงลูกค้า รถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ และผู้จำหน่ายอย่างเป็นทางการรวมถึงบริการอื่นๆ ของเมอร์เซเดส-เบนซ์เข้าไว้ด้วยกันเพียงปลายนิ้วสัมผัส โดยฟีเจอร์ใหม่นี้มีความโดดเด่นมากมายไม่ว่าจะเป็น Mercedes-Benz emergency call system บริการที่จะคอยช่วยเหลือคุณจากสถานการณ์ฉุกเฉิน ระบบวิเคราะห์สภาพรถยนต์ Telediagnostics ที่จะคอยส่งข้อมูลและสถานะของรถยนต์ไปยังศูนย์บริการเมื่อตรวจพบความเสียหาย ระบบตั้งค่ารถยนต์ และระบบสตาร์ทเครื่องยนต์พร้อมเปิดระบบปรับอากาศภายในห้องโดยสารด้วยโทรศัพท์มือถือ ลูกค้าที่สนใจรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ อี-คลาสสามารถติดต่อเพื่อทดลองขับรถยนต์และสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ผู้จำหน่ายรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์อย่างเป็นทางการทั้ง 33 แห่งทั่วประเทศ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/38547</URL_LINK>
                <HASHTAG>E 220 d Sport, nattythaipost, ข่าวรถ, ข่าวรถไทยโพสต์, ทดลองขับ, ทดสอบรถ, ฟรังค์ ชไตน์อัคเคอร์, รีวิว., เมอร์เซเดส-เบนซ์, ไทยโพสต์ยานยนต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190614/image_big_5d03279968fd7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>38248</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/06/2019 11:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/06/2019 11:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เมอร์เซเดส-เบนซ์ เปิดตัวรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริด Benz C 300 e  รุ่นประกอบในประเทศ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 0pt;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 0pt;&quot;&gt;บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดตัวรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริด เจนเนอเรชั่นที่ 3 ภายใต้แบรนด์ EQ อย่าง Mercedes-Benz C 300 e ยนตรกรรมซาลูนสุดหรูอัจฉริยะรุ่นประกอบในประเทศ สร้างมาตรฐานครั้งใหม่ให้กับรถยนต์ในเซ็กเมนต์นี้ ที่ผสมผสานขุมพลังปลั๊กอินไฮบริด และเทคโนโลยีอันล้ำสมัยอย่างครบครัน โดยนำเสนอในสองรุ่นย่อย ได้แก่ The C 300 e AMG Dynamic ราคา 3,215,000 บาท และ The C 300 e Avantgarde ราคา 2,699,000 บาท &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 0pt;&quot;&gt;โรลันด์ โฟลเกอร์ ประธานบริหาร บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า บริษัท เดมเลอร์ เอจี ได้ตั้งเป้าว่า ภายในปีพ.ศ. 2573 ยอดขายรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์มากกว่าครึ่งหนึ่งจะมาจากกลุ่มรถยนต์ที่มีระบบขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้า และรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริด และในปีนี้เมอร์เซเดส-เบนซ์ ยังคงเดินหน้าสานต่อแนวคิดเกี่ยวกับการเดินทางแห่งอนาคต และการใช้ชีวิตอย่างเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมอย่างครบวงจร พร้อมตอกย้ำภาพลักษณ์ผู้นำอันดับหนึ่งด้านยนตรกรรมไฟฟ้าที่นำเสนอรุ่นรถยนต์ที่มีความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ด้วยการมุ่งนำเสนอยนตกรรมที่เพียบพร้อมด้วยสมรรถนะ และความหรูหราตามแบบฉบับของเมอร์เซเดส-เบนซ์ควบคู่ไปกับการผลิต ยนตกรรมที่สามารถลดอัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์อีกด้วย &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 0pt;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 0pt;&quot;&gt;ปัจจุบัน เมอร์เซเดส-เบนซ์นำเสนอเทคโนโลยีภายใต้แบรนด์ EQ ทั้งหมด 3 กลุ่ม ได้แก่ 1) EQ เทคโนโลยีในรถยนต์ Battery Electric Vehicles 2) EQ Power ซึ่งแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มย่อย คือ เทคโนโลยีสำหรับรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริดภายใต้แบรนด์เมอร์เซเดส-เบนซ์ และเทคโนโลยีสำหรับรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริดในการแข่งขันมอเตอร์สปอร์ต กลุ่มเมอร์เซเดส-เอเอ็มจี และรถยนต์สมรรถนะสูง 3) EQ Boost เทคโนโลยี 48 โวลต์ที่ช่วยเพิ่มกำลังขับเคลื่อนให้กับรถยนต์ภายใต้แบรนด์เมอร์เซเดส-เบนซ์ และเมอร์เซเดส-เอเอ็มจี โดยในช่วงไตรมาสแรกของปีบริษัทฯ ได้เปิดตัว Mercedes-Benz S 560 e รถยนต์ปลั๊กอินไฮบริดรุ่นเรือธงระดับพรีเมี่ยมที่เปรียบเสมือนสัญลักษณ์แห่งผู้นำภายในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์ โชว์ 2019 และล่าสุดเพื่อเป็นการขยายพอร์ตโฟลิโอแบรนด์ EQ บริษัทฯ จึงได้เปิดตัวรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริด เจนเนอเรชั่นที่ 3 อย่าง &amp;ldquo;Mercedes-Benz C 300 e รุ่นประกอบในประเทศ&amp;rdquo; ยนตรกรรมซาลูนหรูอัจฉริยะที่ผสมผสานเทคโนโลยีอันล้ำสมัยของรถยนต์ในตระกูล C-Class และเครื่องยนต์ปลั๊กอินไฮบริดไว้ได้ลงตัว ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าที่ชื่นชอบสมรรถนะอันทรงพลัง และยนตรกรรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 0pt;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 0pt;&quot;&gt;ฟรังค์ ชไตน์อัคเคอร์ รองประธานบริหารฝ่ายขายและการตลาด บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า Mercedes-Benz C 300 e รุ่นประกอบในประเทศ คือ รถยนต์ ปลั๊กอินไฮบริด เจนเนอเรชั่นที่ 3 โดดเด่นในเรื่องสมรรถนะจากเครื่องยนต์ปลั๊กอินไฮบริดผสานกับพลังจากมอเตอร์ไฟฟ้า ควบคู่กับประสิทธิภาพที่ดียิ่งขึ้นของแบตเตอรี่ลิเธียม-ไอออนชนิดใหม่ที่สามารถประจุไฟฟ้าได้มากกว่าเดิม ส่งผลให้ระยะทางสูงสุดสำหรับการขับขี่โดยใช้พลังงานไฟฟ้าอย่างเดียวเพิ่มขึ้นจากเจนเนอเรชั่นก่อนหน้าถึง 30% และช่วยให้อัตราการประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงในโหมดไฮบริดเพิ่มขึ้นอีกด้วย นอกจากนี้ยังมาพร้อมดีไซน์การออกแบบอันหรูหรา ปราดเปรียวในสไตล์ของรถยนต์ตระกูล C-Class และผสานด้วยเทคโนโลยีอันล้ำสมัยเทียบเท่ารถยนต์ตระกูล S-Class อีกด้วย อีกทั้งยังมาพร้อมกับบริการ &amp;lsquo;Mercedes me connect&amp;rsquo;  ที่มีความสามารถในการเชื่อมต่อระหว่างลูกค้า รถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ และผู้จำหน่ายอย่างเป็นทางการ ซึ่งเทคโนโลยีนี้มาพร้อมฟังก์ชันอันโดดเด่นมากมายที่ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถเลือกปรับเพิ่มบริการและฟังก์ชันต่างๆ ตามต้องการได้ผ่านแอพพลิเคชันบนสมาร์ทโฟน โดยทางเมอร์เซเดส-เบนซ์ได้นำเสนอรถยนต์รุ่น Mercedes-Benz C 300 e ทั้งหมด 2 รุ่นย่อยด้วยกัน ได้แก่ C 300 e Avantgarde และ C 300 e AMG Dynamic &lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/38248</URL_LINK>
                <HASHTAG>Mercedes-Benz C 300 e, nattythaipost, ข่าวรถ, ทดลองขับ, ทดสอบรถ, ฟรังค์ ชไตน์อัคเคอร์, ยานยนต์ไทยโพสต์, รีวิว., เมอร์เซเดส-เบนซ์, ไทยโพสต์ยานยนต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190611/image_big_5cff300840061.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>37715</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/06/2019 11:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/06/2019 11:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เมอร์เซเดส-เบนซ์ ส่งมอบลิมูซีน เอส-คลาส ให้ 6 โรงแรมห้าดาวของเมืองไทย  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 17pt;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 17pt;&quot;&gt;บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด จัดงาน &amp;ldquo;The Taste of Legacy&amp;rdquo; ย้ำภาพลักษณ์ที่สุดแห่งความหรูหราเหนือระดับ ด้วยการร่วมเป็นพันธมิตรกับ 6 โรงแรมชั้นนำระดับห้าดาวของเมืองไทย ในการทำธุรกิจรถยนต์สำหรับกลุ่มลูกค้าองค์กรครั้งยิ่งใหญ่ พร้อมส่งมอบ Mercedes-Benz S 350 d Exclusive จำนวนกว่า 40 คัน เพื่อเป็นรถลิมูซีนในการให้บริการแก่ลูกค้าคนสำคัญ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 17pt;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 17pt;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 17pt;&quot;&gt;โรลันด์ โฟลเกอร์ ประธานบริหาร บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า งาน &amp;lsquo;The Taste of Legacy&amp;rsquo; ในวันนี้ จัดขึ้นเพื่อเป็นการเฉลิมฉลองความร่วมมือครั้งยิ่งใหญ่ระหว่างบริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ให้บริการรถลิมูซีนสำหรับโรงแรมชั้นนำรายใหญ่ของเมืองไทย อย่าง เบลล์ ทรานสพอร์ท และโรงแรมชั้นนำระดับ 5 ดาวของเมืองไทยทั้ง 6 แห่ง อย่าง โรงแรมคาเพลลา กรุงเทพ โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล กรุงเทพฯ โรงแรมสยามเคมปินสกี้ กรุงเทพฯ โรงแรม ดิ โอกุระ เพรสทีจ กรุงเทพฯ โรงแรม สุโขทัยกรุงเทพ และโรงแรม ดับเบิ้ลยู กรุงเทพ ที่พร้อมส่งมอบที่สุดแห่งความหรูหราเหนือระดับ ผ่านขบวนยนตรกรรมหรู Mercedes-Benz S 350 d Exclusive กว่า 40 คัน เพื่อสะท้อนถึงความมุ่งมั่น ในการดำเนินงานที่ต้องการมอบสิ่งที่ดีที่สุดให้กับลูกค้าของตน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 17pt;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 17pt;&quot;&gt;ทางด้าน ฟรังค์ ชไตน์อัคเคอร์ รองประธานบริหาร บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า การส่งมอบรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ เอส-คลาสในครั้งนี้ ถือเป็นการส่งมอบครั้งยิ่งใหญ่แห่งปี ด้วยมูลค่ารถยนต์รวมกว่า 300 ล้านบาท โดยหลากหลายโรงแรมพันธมิตรของเรา นับเป็นลูกค้าธุรกิจกลุ่มองค์กรยุคแรกเริ่มที่เลือกใช้รถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ เพื่อดูแลลูกค้าคนสำคัญมายาวนานกว่า 10 ปี ตั้งแต่รุ่น Mercedes-Benz S 320 CDI จนเปลี่ยนมาใช้ Mercedes-Benz S 350 d Exclusive ซึ่งสิ่งนี้สามารถสะท้อนถึงความเชื่อมั่นของแต่ละโรงแรมที่มีต่อรถยนต์ เมอร์เซเดส-เบนซ์ในฐานะเครื่องหมายที่แสดงถึงมาตรฐานและคุณภาพขั้นสูงที่ทางโรงแรมตั้งใจจะมอบให้กับลูกค้าได้เป็นอย่างดี ซึ่งในปัจจุบัน เอส-คลาส นับเป็นรถลิมูซีนระดับพรีเมี่ยมที่ดีที่สุดในประเทศไทย ที่พร้อมสร้างความประทับใจให้กับลูกค้าได้ตั้งแต่วินาทีแรกที่ได้สัมผัสธุรกิจรถยนต์สำหรับกลุ่มลูกค้าองค์กรของเมอร์เซเดส-เบนซ์ ดำเนินงานภายใต้ชื่อ Mercedes-Benz Corporate Solutions ซึ่งเป็นโปรแกรมที่สนับสนุนการทำธุรกิจของหน่วยงาน องค์กร บริษัท และผู้บริหาร ด้วยรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์หลากหลายรุ่น ตั้งแต่กลุ่มคอมแพกต์ คาร์ ลักชัวรี่ คาร์ เอสยูวี หรือแม้กระทั่งลิมูซีนหรูอย่างเอส-คลาส และเมอร์เซเดส-มายบัค เอส-คลาส ที่สามารถตอบสนองความต้องการในการทำธุรกิจของลูกค้าแต่ละองค์กรได้อย่างเหมาะสม ด้วยข้อเสนอสุดพิเศษที่หลากหลาย ลงตัวกับทุกรูปแบบธุรกิจ ผ่านคำแนะนำของ &amp;lsquo;ที่ปรึกษากลุ่มลูกค้าองค์กร&amp;rsquo; ที่พร้อมบริการและตอบโจทย์ทางธุรกิจของแต่ละองค์กรได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ยังมีการบริการหลังการขายที่ดีที่สุด  ทั้งการรับประกันเป็นระยะเวลา 3 ปี โดยไม่เสียค่าบริการและไม่จำกัดระยะทาง ซึ่งลูกค้าสามารถเลือกโปรแกรมหรือประกันซ่อมบำรุงเพิ่มเติมได้ เพื่อการคุ้มครองที่มากขึ้น และบริการช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง &amp;lsquo;Star Assist&amp;rsquo; จากศูนย์บริการที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทางทั้ง 33 แห่งทั่วประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 17pt;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/37715</URL_LINK>
                <HASHTAG>Mercedes-Benz Corporate Solutions, Mercedes-Benz S 320 CDI, Mercedes-Benz S 350 d, nattythaipost, The Taste of Legacy, ข่าวรถ, คอมแพกต์ คาร์ ลักชัวรี่, ทดลองขับ, ทดสอบรถ, ฟรังค์ ชไตน์อัคเคอร์, รีวิว, เมอร์เซเดส-เบนซ์, โรลันด์ โฟลเกอร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190605/image_big_5cf747166041f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>28055</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/02/2019 11:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/02/2019 11:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เมอร์เซเดส-เบนซ์ รุกปี 62 เปิดตัว CLS รุ่นประกอบในประเทศ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:17.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:17.0pt&quot;&gt;บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดตัวยนตรกรรมสปอร์ตสุดหรูรุ่นล่าสุดที่ประกอบในประเทศ อย่าง Mercedes-Benz CLS 300 d AMG Premium ที่มาพร้อมเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย และดีไซน์อันงดงามที่จะช่วยเสริมรากฐาน และเอกลักษณ์ของรถยนต์ตระกูลนี้ให้แข็งแกร่งขึ้นไปอีกขั้น พร้อมนำเสนอในราคา 4,390,000 บาท &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:17.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:17.0pt&quot;&gt;ฟรังค์ ชไตน์อัคเคอร์ รองประธานบริหารฝ่ายขายและการตลาด บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า การนำเสนอผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ที่หลากหลายและครอบคลุม &amp;nbsp;ทุกเซกเมนต์ถือเป็นหนึ่งในแนวทางการดำเนินงานที่ทำให้เมอร์เซเดส-เบนซ์ประสบความสำเร็จ และได้รับความไว้วางใจจากลูกค้าให้เป็นอันดับหนึ่งในตลาดรถยนต์หรูมาโดยตลอด โดยในปีพ.ศ. 2561 ที่ผ่านมา เราได้มีการนำเสนอยนตรกรรมรุ่นประกอบในประเทศไทยเพื่อเป็นการมอบทางเลือกที่หลากหลายขึ้นให้กับลูกค้าทุกท่านทั้งหมดถึง 7 รุ่นย่อย ทั้งจากตระกูลMercedes-Benz และรถยนต์สปอร์ตสมรรถนะสูง Mercedes-AMG ซึ่งในครั้งนี้ทางบริษัทฯ ยังคงไม่หยุดยั้งที่จะสานต่อแนวทางดังกล่าว และเปิดศักราชใหม่ด้วยการเปิดตัวรถยนต์ในกลุ่ม ดรีมคาร์ (Dream Car) อย่าง Mercedes-Benz CLS 300 d AMG Premium รุ่นประกอบในประเทศ สุดยอดยนตรกรรมสปอร์ต ที่มาพร้อมเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยและดีไซน์อันงดงามที่จะช่วยเสริมรากฐานและเอกลักษณ์ของรถยนต์ตระกูลนี้ให้แข็งแกร่งขึ้นไปอีกขั้น พร้อมตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าผู้ชื่นชอบความหรูหราสไตล์สปอร์ตได้เป็นอย่างดี&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:17.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:17.0pt&quot;&gt;Mercedes-Benz CLS 300 d AMG Premium รุ่นประกอบในประเทศ เป็นรถยนต์สปอร์ตคูเป้ 4 ประตูรุ่นใหม่ ที่มาพร้อมกับดีไซน์ที่น่าหลงใหลเหนือระดับ สะท้อนแนวคิดของการออกแบบรถยนต์ในแบบฉบับของเมอร์เซเดส-เบนซ์ได้อย่างสมบูรณ์แบบ โฉบเฉี่ยวด้วยไฟหน้า MULTIBEAM LED และเสริมความมั่นใจให้กับผู้ขับขี่ด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยีความปลอดภัยต่างๆ อาทิ ระบบช่วยรักษาระยะห่างจากรถที่อยู่ด้านหน้า (Active Distance Assist DISTRONIC) ระบบช่วยเตือนเมื่อมีรถอยู่ในจุดอับสายตา (Blind Spot Assist) หรือระบบช่วยเบรกแบบแอคทีฟ (Active Brake Assist) เป็นต้น ที่พร้อมเป็นเสมือนผู้ช่วยในการขับขี่อัจฉริยะตลอดระยะเวลาที่อยู่บนท้องถนน โดยผู้ที่สนใจสามารถเยี่ยมชมพร้อมสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ผู้จำหน่ายรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ อย่างเป็นทางการทั้ง 32 แห่ง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:17.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:17.0pt&quot;&gt;ดีไซน์ภายนอก มีจุดเด่นอยู่ที่ชุดไฟหน้าแบบ MULTIBEAM LED ดีไซน์ใหม่ และกระจังหน้าแบบ diamond grille ที่มีเส้นตัดแบ่งเส้นเดียวอันเป็นเอกลักษณ์ของรถยนต์แบบคูเป้ของเมอร์เซเดส-เบนซ์ พร้อมเส้นสายที่ดูกว้างและมีลักษณะทอดตัวลงไปที่พื้น คล้ายกับลักษณะของ Mercedes-AMG GT นอกจากนี้ รถยนต์รุ่นนี้ยังมาพร้อมกับหลังคาซันรูฟเลื่อนเปิด &amp;ndash; ปิดได้ด้วยระบบไฟฟ้า, กันชนหน้า &amp;ndash; หลัง และสเกิร์ตข้างดีไซน์สปอร์ตจาก AMG, สัญลักษณ์ Mercedes-Benz บนคาลิปเปอร์เบรก, ล้ออัลลอยดีไซน์สปอร์ตจาก AMG แบบ 5 ก้านคู่ ขนาด 19&amp;quot;, ยางรถยนต์แบบ Run-flat tyres และไฟท้ายแบบ LED พร้อมเทคโนโลยีไฟเบอร์ออฟติก ดีไซน์ภายในห้องโดยสารนั้นหรูหราเรียบง่าย แต่เพิ่มความพิเศษด้วยการติดตั้งไฟประดับที่ช่องลมของเครื่องปรับอากาศ เพื่อเสริมรูปลักษณ์ของช่องลมที่ดูคล้ายเครื่องยนต์ของเครื่องบินเจ็ทให้ดูโดดเด่นและสวยงามมากยิ่งขึ้น พร้อมเสริมลูกเล่นด้วยการเปลี่ยนสีเมื่อมีการปรับอุณหภูมิ รวมถึงการออกแบบแผงหน้าปัดสำหรับผู้ขับขี่แบบดิจิทัล ที่ผู้ขับขี่สามารถเลือกรูปแบบการแสดงผลของแผงหน้าปัดได้ 3 แบบ เพื่อให้เหมาะกับความรู้สึกขณะขับขี่ หรือให้เข้ากับการตกแต่งภายในห้องโดยสาร เบาะที่นั่งตอนหลังยังสามารถพับลงแบบ 40/20/40 ได้, เบาะที่นั่งคู่หน้าสามารถปรับระดับด้วยระบบไฟฟ้า พร้อมหน่วยบันทึกความจำ, พวงมาลัยเพาเวอร์แบบมัลติฟังก์ชั่นแบบสปอร์ต 3 ก้านท้ายตัดที่ปรับน้ำหนักตามความเร็วรถด้วยระบบไฟฟ้า หุ้มหนัง nappa พร้อมปุ่มควบคุมแบบ Touch Control, ระบบ AUDIO 20 GPS และหน้าจอแสดงผลข้อมูลแบบ Digital widescreen cockpit ขนาด 12.3 นิ้ว, ระบบควบคุมและสั่งงานด้วย touchpad, กาบบันไดเรืองแสงพร้อมสัญลักษณ์ Mercedes-Benz, ชุดคันเร่งและแป้นเบรกแบบสปอร์ต อีกทั้งยังสามารถเลือกสีของไฟเรืองแสงล้อมรอบห้องโดยสารได้ถึง 64 สี &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:17.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:17.0pt&quot;&gt;CLS 300 d AMG Premium รุ่นประกอบในประเทศ ใช้เครื่องยนต์ดีเซลแถวเรียง 4 สูบ พร้อมเทอร์โบคู่ และอินเตอร์คูลเลอร์ 1,950 ซีซี&amp;nbsp; 245 แรงม้า 500 นิวตันเมตร อัตราเร่ง&amp;nbsp; 0-100 กม./ชม. 6.4 วินาที สนนราคา CLS 300 d AMG Premium รุ่นประกอบในประเทศ ราคา 4,390,000 บาท&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/28055</URL_LINK>
                <HASHTAG>CLS 300 d, Mercedes-Benz, ข่าวยานยนต์, ข่าวรถ, ฟรังค์ ชไตน์อัคเคอร์, เมอร์เซเดส-เบนซ์, ไทยโพสต์.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190201/image_big_5c53c937d59d7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
