<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>53969</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/01/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/01/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จับตาอัยการชง3คดีใหญ่ จตุพรปลอบ6นักโทษนปช.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; จับตา 3 คดีใหญ่ปีหนู อัยการเผยยื่นอุทธรณ์คดี กปปส.ชุด 4 ส.แล้ว ส่วนคดี นปช.ก่อการร้าย-โอ๊คฟอกเงินกรุงไทยอยู่ระหว่างขยายเวลายื่นอุทธรณ์ &amp;quot;จตุพร&amp;quot; เข้าเยี่ยม 6 นักโทษ นปช.ที่เรือนจำพัทยา ปลอบอยู่ให้เป็น เย็นให้พอ รอให้ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 6 มกราคม นายประยุทธ เพชรคุณ อัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญา 3 ในฐานะรองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด (อสส.) กล่าวถึงการพิจารณาอุทธรณ์คดีสำคัญซึ่งเป็นที่สนใจของประชาชน ที่ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องเมื่อช่วงปี 2562 ว่า สำหรับคดีการชุมนุมการเมืองในส่วนของ 4 แกนนำ กลุ่มคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข หรือ กปปส.ชุดแรก ถูกฟ้องร่วมกบฏ, 24 แกนนำ แนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ถูกฟ้องร่วมกันก่อการร้ายนั้น หลังจากที่ศาลอาญาพิพากษายกฟ้องแล้ว &amp;nbsp;พนักงานอัยการสำนักงานคดีศาลสูงได้พิจารณาแล้วยื่นอุทธรณ์คดีในส่วนของ 4 แกนนำ กปปส.ต่อศาลไปแล้วเมื่อวันที่ 11 ธ.ค.62 ส่วนคดี 24 แกนนำ นปช.อยู่ระหว่างการขอคัดถ่ายเอกสารที่มีจำนวนมากกว่า 20 ลัง จึงได้ขอขยายเวลายื่นอุทธรณ์ต่อศาลอาญาแล้ว ซึ่งศาลอนุญาตขยายเวลายื่นอุทธรณ์ให้จนถึงวันที่ 10 ม.ค.63
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในส่วนคดีร่วมกันฟอกเงินทุจริตการปล่อยกู้สินเชื่อ ระหว่างธนาคารกรุงไทยกับกลุ่มธุรกิจเครือกฤษดามหานคร ที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางมีคำพิพากษายกฟ้องนายพานทองแท้ &amp;nbsp;ชินวัตร บุตรชายคนโตของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีนั้น นายประยุทธเปิดเผยว่า คดีดังกล่าวอยู่ระหว่างการขอคัดถ่ายเอกสารเช่นกัน โดยอัยการขออนุญาตศาลขยายเวลายื่นอุทธรณ์ ซึ่งศาลอาญาคดีทุจริตฯ พิจารณาแล้วอนุญาตให้ขยายเวลายื่นอุทธรณ์จนถึงวันที่ 25 ม.ค.63
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับคดี 4 แกนนำ กปปส. หรือชุด 4 ส. คือ นายสนธิญาณ ชื่นฤทัยในธรรม &amp;nbsp;อายุ 57 ปีเศษ หนึ่งในผู้บริหารสื่อเครือเนชั่นกรุ๊ป, นายสกลธี ภัททิยกุล อายุ 42 ปีเศษ อดีต ส.ส.กทม. ปัจจุบันดำรงตำแหน่งรองผู้ว่าฯ กทม., นายสมบัติ ธำรงธัญวงศ์ อายุ 68 ปีเศษ อดีตอธิการบดีสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) และอดีตประธานคณะกรรมาธิการปฏิรูปการเมือง สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) และนายเสรี วงศ์มณฑา อายุ 70 ปีเศษ นักวิชาการด้านสื่อสารมวลชนและการตลาด เป็นจำเลยที่ 1-4 ที่ถูกฟ้องร่วมกบฏ, ยุยงให้ร่วมกันหยุดงาน ร่วมกันปิดงาน, กระทำด้วยวาจาเพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในกฎหมายแผ่นดินโดยใช้กำลังประทุษร้ายก่อความไม่สงบในราชอาณาจักร, อั้งยี่, &amp;nbsp;ซ่องโจร, มั่วสุมโดยใช้กำลังประทุษร้ายฯ, ร่วมกันบุกรุก, ขัดขวางเจ้าหน้าที่ประจำหน่วยเลือกตั้งฯ ในคดีหมายเลขดำ อ.1197/2557 นั้น ศาลอาญามีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 25 ก.ค.62 ยกฟ้อง อัยการได้ยื่นขอขยายอุทธรณ์ถึง 3 ครั้ง ศาลอนุญาตขยายเวลายื่นอุทธรณ์จนถึง 25 ธ.ค.62 โดยอัยการได้ยื่นคำอุทธรณ์ภายในกำหนดเวลาเดือน ธ.ค.62 ไปแล้ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนคดีของนายวีระกานต์ มุสิกพงศ์ อายุ 71 ปีเศษ อดีตประธาน นปช., นายจตุพร พรหมพันธุ์ &amp;nbsp;อายุ 54 ปีเศษ ประธาน นปช. กับพวกที่เป็นแกนนำ นปช.รวม 24 คน ถูกฟ้องร่วมกันก่อการร้าย, ร่วมกันทำให้ปรากฏแก่ประชาชนด้วยวาจาฯ, มั่วสุมกันตั้งแต่ 10 คนขึ้นไปใช้กำลังประทุษร้ายฯ ให้เกิดความวุ่นวายขึ้นในบ้านเมืองโดยผู้กระทำคนใดคนหนึ่งมีอาวุธ, ร่วมกันชุมนุมหรือมั่วสุมฝ่าฝืนข้อกำหนดฯ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ พ.ศ.2548 ในคดีหมายเลขดำ อ.2542/2533 ที่ศาลอาญามีคำพิพากษายกฟ้องไปเมื่อวันที่ 14 ส.ค.62 นั้น อัยการได้ยื่นขอขยายอุทธรณ์มาแล้วถึง 4 ครั้ง โดยครั้งล่าสุดยื่นขอขยายเวลาอุทธรณ์เมื่อเดือน ธ.ค.62
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนคดีฟ้องนายพานทองแท้ ร่วมกันฟอกเงินทุจริตเงินปล่อยกู้แบงก์กรุงไทย จำนวน 10 ล้านบาท &amp;nbsp;คดีหมายเลขดำ อท.245/2561 ในความผิดฐานร่วมกันฟอกเงิน และสมคบกันฟอกเงิน ตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 มาตรา 5, 9, 60 และ พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ฉบับที่ 5) พ.ศ.2558 มาตรา 10 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 91 ที่ศาลอาญาคดีทุจริตฯ กลาง มีคำพิพากษายกฟ้องเมื่อวันที่ 25 พ.ย.62 ซึ่งคดีนี้องค์คณะผู้พิพากษา 2 คนมีความเห็นต่างกันในการตัดสิน โดย 1 ในองค์คณะมีความเห็นแย้งว่า พฤติการณ์ที่มีเช็คเงินลงชื่อนายวิชัย &amp;nbsp;กฤษดาธานนท์ อดีตผู้บริหารเครือกฤษดามหานคร โอนเข้าบัญชีนายพานทองแท้ เป็นความผิด เห็นควรให้ลงโทษจำคุก 4 ปี ซึ่งมีการบันทึกไว้เป็นความเห็นแย้งท้ายคำพิพากษาด้วย โดยหากคู่ความยื่นอุทธรณ์ความเห็นแย้งนี้ในสำนวนก็จะขึ้นสู่ศาลอุทธรณ์ทราบด้วย ซึ่งอัยการก็ขอศาลอนุญาตขยายเวลายื่นอุทธรณ์ ซึ่งศาลก็ให้ขยายเวลาจนถึง 25 ม.ค.63 ดังกล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช.พร้อมแกนนำ นปช.เข้าเยี่ยมแกนนำ นปช.ที่ถูกคุมขังที่เรือนจำพิเศษพัทยา ในคดีชุมนุมและขัดขวางการประชุมอาเซียนซัมมิตที่เมืองพัทยาเมื่อปี 2552 &amp;nbsp;สำหรับนักโทษคดีการเมืองที่ศาลฎีกาพิพากษาสั่งคุมขัง 4 ปี ประกอบด้วย นายวรชัย เหมะ อดีต ส.ส. สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย, นายสำเริง ประจำเรือ, นายพายัพ ปั้นเกตุ, นายสิงห์ทอง บัวชุม, นายศักดา นพสิทธิ์ รองเลขาธิการพรรคเพื่อชาติ และนายพงศ์พิเชษฐ์ สุขจินดาทอง โดยทั้งหมดเป็นแกนนำและแนวร่วม นปช.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจตุพรกล่าวภายหลังเข้าเยี่ยมว่า ทุกคนมีกำลังใจดี มีพี่น้องและครอบครัวเดินทางมาเยี่ยมอยู่ตลอด อีกทั้งทุกคนก็ผ่านการติดคุกมาครั้งนี้เป็นครั้งที่ 2 ในช่วงระหว่างจากชั้นอุทธรณ์ไปศาลฎีกา &amp;nbsp;จำนวนกว่า 5 เดือน ดังนั้นในรอบนี้ก็ถือว่าผ่านบทเรียนมาแล้ว ทุกคนสุขภาพดี ยกเว้นนายพงศ์พิเชษฐ์ที่มีปัญหาเรื่องสุขภาพอยู่ก่อนแล้ว แต่ทุกคนก็มีจิตใจดีปรับตัวได้ ตามคำที่ตนเคยพูดไว้คือ อยู่ให้เป็น &amp;nbsp;เย็นให้พอ รอให้ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ทั้งหมดนี้เป็นเรื่องของชะตากรรมจากการต่อสู้กว่า 10 ปีที่ผ่านมา ส่วนแกนนำคนอื่นๆ ที่ยังไม่เข้าเรือนจำตามคำพิพากษาของศาลนั้น ส่วนตัวทราบว่าขณะนี้แต่ละคนกำลังแก้ไขปัญหาครอบครัว เนื่องจากทันทีที่เข้าเรือนจำครอบครัวก็จะอยู่ด้วยความลำบาก เพราะทุกคนที่เป็นจำเลยในคดีนี้ล้วนแต่เป็นหัวหน้าครอบครัว ดังนั้นต่างฝ่ายต่างให้กำลังใจ และส่วนตัวเคยมีประสบการณ์เข้าออกคุกมากกว่า 4 &amp;nbsp;ครั้ง ก็เข้าใจถึงชะตากรรมดังกล่าว&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจตุพรกล่าวว่า ทุกคนได้รับการปฏิบัติอย่างดีจากกรมราชทัณฑ์เหมือนกับผู้ต้องขังรายอื่น ดังนั้นอยากเชิญชวนมวลชนคนเสื้อแดง หากมีโอกาสก็มาเยี่ยมเพื่อเป็นการต่อลมหายใจให้กำลังใจซึ่งกันและกัน เพราะอย่างน้อยจะมีความหวังและความรู้สึกที่ผูกพันกับชะตากรรมดังกล่าว เพื่อก่อเกิดเป็นพลังในการรอวันเวลาที่จะได้รับอิสรภาพออกมาใช้ชีวิตกันต่อไป ทั้งนี้เมื่อถึงเวลาที่ทุกคนพ้นโทษก็จะมีชะตากรรมเดียวกับตนคือถูกตัดสิทธิ์ทางการเมือง 10 ปี.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/53969</URL_LINK>
                <HASHTAG>กปปส., ก่อการร้าย, นปช., ฟอกเงินกรุงไทย, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อยู่ให้เป็น เย็นให้พอ รอให้ได้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200106/image_big_5e1341be56f99.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>46543</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/09/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/09/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปปง.มัด‘โอ๊ค’ฟอกเงิน10ล. ‘ไม่น่าเชื่อถือ’ทำธุรกิจรถฯ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ผู้อำนวยการส่วนบริหารทรัพย์สิน ปปง.ขึ้นประเดิมไต่สวนพยานปากแรกคดี &amp;quot;พานทองแท้&amp;quot; ฟอกเงินกรุงไทย ยัน &amp;quot;ไม่น่าเชื่อถือ&amp;quot; ที่จำเลยอ้างทำธุรกิจรถยนต์ เผยตรวจสอบการรับโอนเงิน 10 ล้านเป็นการให้ค่าตอบแทนบางประการ ด้าน &amp;quot;โอ๊ค&amp;quot; ย้ำไม่มีเจตนาฟอกเงิน หากศาลกรุณาอ่านจะเข้าใจ เตรียมขึ้นเบิกความเช้าวันที่ 26 ก.ย.นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 24 ก.ย. ที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ถ.นครไชยศรี ศาลไต่สวนพยานโจทก์นัดแรก คดีฟอกเงินกู้แบงก์กรุงไทย อท.245/2561 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีพิเศษ 4 เป็นโจทก์ ยื่นฟ้องนายพานทองแท้ หรือโอ๊ค ชินวัตร อายุ 39 ปี บุตรชายคนโตของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เป็นจำเลย ในความผิดฐานร่วมกันฟอกเงิน และสมคบกันฟอกเงิน ตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 มาตรา 5, 9, 60 และ พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ฉบับที่ 5) พ.ศ.2558 มาตรา 10 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 91&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยอัยการยื่นฟ้องเมื่อวันที่ 10 ต.ค.2561 จากกรณีนายพานทองแท้รับโอนเงินเป็นเช็คจำนวน 10 ล้านบาทเข้าบัญชี ซึ่งมีการกล่าวหาว่าเงินนั้นเป็นส่วนหนึ่งของการกระทำจากการทุจริตปล่อยกู้สินเชื่อระหว่างธนาคารกรุงไทยกับเอกชนกลุ่มกฤษดามหานคร ที่มีนายวิชัย กฤษดาธานนท์ อายุ 80 ปี ผู้บริหารกฤษดามหานคร กับนายรัชฎา กฤษดาธานนท์ อายุ 53 ปี ซึ่งเป็นบุตรชายของนายวิชัย และอดีตคณะผู้บริหารธนาคารกรุงไทย ตกเป็นจำเลย ในคดีของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ซึ่งศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุดแล้วให้จำคุกนายวิชัยและนายรัชฎา บุตรชายคนละ 12 ปี ร่วมกับพวก โดยในส่วนของนายวิชัย, นายรัชฎา และกลุ่มอดีตกรรมการบริษัทเอกชนในเครือกฤษดา รวม 6 คนนั้น ก็ถูกอัยการยื่นฟ้องความผิดฟอกเงินการทุจริตปล่อยกู้ดังกล่าวต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบเช่นกันด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คดีนี้ในชั้นศาล นายพานทองแท้ จำเลย ให้การปฏิเสธต่อสู้คดีว่าไม่ได้กระทำผิดตามฟ้อง ซึ่งเงินดังกล่าวเป็นที่ได้ร่วมลงทุนกับนายรัชฎา บุตรชายของนายวิชัย อดีตผู้บริหารกฤษดามหานคร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยช่วงเช้าศาลได้ไต่สวนพยานอัยการโจทก์ 1 ปากเสร็จสิ้นคือ นายสุนทรา พลไตร ผู้อำนวยการส่วนบริหารทรัพย์สิน สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ในฐานะผู้กล่าวหาคดีนี้ ได้เบิกความตอบคำถามศาลสรุปว่า ในการตรวจสอบคดีนี้ช่วงปี 2559-2560 พยานเป็นผู้อำนวยการส่วนข้อมูลคดีและมาตรการพิเศษทางกฎหมาย ปปง. โดยได้ตรวจสอบเอกสารจากการประสานงานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ที่ได้ตรวจสอบเส้นทางการเงิน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และที่พยานเห็นว่ามีการร่วมกันฟอกเงินระหว่างจำเลยกับนายวิชัย กฤษดาธานนท์ เนื่องจากมีการรับโอนและโยกย้ายเงินในหลายบัญชี ซึ่งในส่วนของจำเลยมีการนำเงินเข้าบัญชีธนาคารกรุงเทพต่างสาขาระหว่างบางพลัดและซอยอารีย์ ขณะที่ทั้งสองก็ไม่ได้มีนิติสัมพันธ์ใดๆ กันทางธุรกิจ นอกจากนี้ยังพบว่าจำเลยได้โอนเงิน 10 ล้านบาทคืนนายวิชัย เมื่อธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้ร้องทุกข์กล่าวโทษดำเนินคดีกับผู้บริหารธนาคารกรุงไทย และนายวิชัย เมื่อปี 2548
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่มีการระบุว่า จำเลยทำธุรกิจรถยนต์กับนายรัชฎานั้นก็ไม่น่าเชื่อถือ โดยการตรวจสอบเชื่อว่าการรับโอนเงินระหว่างจำเลยและนายวิชัยเป็นการให้ค่าตอบแทนบางประการ หลังจากที่นายวิชัยได้รับเงินปล่อยกู้จากธนาคารกรุงไทย ซึ่งบิดาของจำเลยคือนายทักษิณ ชินวัตร ในขณะนั้นดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี และการตรวจสอบเส้นทางการเงินนั้นก็ดูจากต้นเงิน ที่เมื่อธนาคารกรุงไทยได้ปล่อยกู้ให้กับบริษัท โกลเด้น เทคโนโลยี อินดัสเทรียล พาร์คฯ แล้ว จนผ่านไปถึงนายวิชัย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นจำเลยก็ได้รับเช็คโอนเงินเข้าบัญชี 10 ล้านบาทจากนายวิชัย ส่วนที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองมีคำพิพากษายกฟ้องนายทักษิณจากคดีอนุมัติให้ธนาคารกรุงไทยปล่อยกู้นั้น จะด้วยเหตุผลใด อย่างไร พยานไม่ทราบ เพราะไม่ได้เกี่ยวข้องในคดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ เมื่อพยานโจทก์ปากแรกเบิกความเสร็จช่วงเที่ยงเศษ ศาลได้นัดไต่สวนพยานโจทก์ปากที่ 2 ในเวลา 13.30 น. อีกทั้งในวันนี้นายพานทองแท้ได้ยื่นคำให้การใหม่เพิ่มเติม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลังนายพานทองแท้ให้สัมภาษณ์ว่า วันนี้ที่ตนได้ยื่นคำให้การใหม่นั้น เป็นการเพิ่มเติมหลังจากมีเหตุการณ์ที่ทำให้เปลี่ยนแปลงแนวทางการต่อสู้คดี จึงเลือกให้การใหม่ทั้งหมด แต่ยังคงปฏิเสธข้อกล่าวหา โดยในวันพฤหัสบดีที่ 26 ก.ย.นี้ ตนจะขึ้นเบิกความนัดไต่สวนพยานจำเลยซึ่งมีตนเพียงปากเดียว เบิกความในประเด็นเรื่องการลงทุนและเงินจำนวน 10 ล้านบาท ว่านำไปใช้จ่ายอะไร เพื่อให้ศาลเข้าใจว่าจริงๆ แล้วไม่ใช่เป็นเรื่องใหญ่ และที่ผ่านมาตนเองยังไม่เคยขึ้นเบิกความ จึงยังไม่ได้ให้ข้อมูลกับศาล&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;แต่ยืนยันเจตนาไม่เคยฟอกเงินตามข้อกล่าวหาตั้งแต่แรกเริ่ม ที่มีการฟ้องร้องดำเนินคดี และหากศาลกรุณาอ่านก็จะเข้าใจ&amp;quot; นายพานทองแท้กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเวลา 13.30 น. ศาลได้ไต่สวนนายเฉลิม แผลงศร ผอ.อาวุโสฝ่ายบัญชีและการเงิน บริษัท วอยซ์ทีวี จำกัด และกรรมการบริษัทในเครือ Voice TV ซึ่งมีนายพานทองแท้ เป็นผู้ถือหุ้นในบริษัทเครือ Voice TV ที่มาเบิกความเกี่ยวกับประเด็นธุรกิจรถยนต์ ที่นายพานทองแท้ จำเลย จะร่วมกับนายรัชฎา กฤษดาธานนท์ บุตรชายของนายวิชัยว่า พยานทำหน้าที่วิเคราะห์เกี่ยวกับการลงทุน การเงินกองทุนต่างๆ ให้กับผู้บังคับบัญชา และตนยังได้ดูแลบัญชีบริษัทและของจำเลยมาตลอดด้วย โดยบัญชีเงินของจำเลยนั้นถูกอายัดโดยกรมบัญชีกลางไว้ตั้งแต่ปี 2553&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่พยานเคยช่วยศึกษาแผนธุรกิจการนำเข้ารถยนต์หรูต่างประเทศ ซึ่งให้คำแนะนำกับจำเลยว่าธุรกิจนี้ไม่น่าจะเป็นไปได้ ต้องใช้เงินจำนวนมากหลักร้อยล้าน โดยที่จำเลยไม่ได้สอบถามหรือพูดคุยกับนายรัชฎาเรื่องการลงทุนนำเข้ารถยนต์นี้ก่อน เนื่องจากขณะนั้นนายรัชฎาเกี่ยวข้องกับธุรกิจซื้อขายรถยนต์มือสองและการลงทุนอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งเป็นคนละประเภทกับธุรกิจที่นายพานทองแท้จะทำ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเฉลิมระบุด้วยว่า ตนเคยรับทราบที่มีการโอนเงิน 10 ล้านบาทจากบัญชีของจำเลย ธนาคารกรุงเทพ สาขาบางพลัด เข้าบัญชีธนาคารกรุงเทพ ของจำเลย สาขาซอยอารีย์เอง แต่ไม่ทราบรายละเอียดเรื่องการโอนเงิน 10 ล้านคืนให้กับนายรัชฎา ซึ่งเรื่องนี้เลขานุการของนายพานทองแท้จะเป็นคนประสานกับเลขานุการของนายรัชฎา โดยตนไม่ได้เกี่ยวข้องใดๆ กับการออกเช็คและส่งเช็คคืน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเฉลิมยังได้เบิกความเกี่ยวกับการทำงานก่อนหน้านี้ที่เคยเป็นเจ้าหน้าที่ธุรการระดับ 4 ศูนย์ธุรกิจต่างประเทศ ธนาคารกรุงไทย สาขาสมุทรปราการ ช่วงปี 2534-2539 นานเป็นเวลา 5 ปีก่อนที่จะเข้ามาร่วมทำงานกับบริษัท ชินคอร์ปอเรชั่นฯ และบริษัท ฮาวคัมฯ กระทั่งมาทำงานที่บริษัท วอยซ์ทีวีฯ แต่ระบุการเข้ามาทำงานนั้นไม่ได้เกิดจากจำเลยชักชวน โดยการทำงานที่ผ่านมาและบริษัทต่างๆ เป็นการสมัครเข้ามาเอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ เมื่อไต่สวนพยานช่วงบ่ายเสร็จสิ้นแล้ว ในเวลา 16.00 น. ศาลก็ได้แจ้งนัดไต่สวนพยานโจทก์ปากต่อไปในวันที่ 25 ก.ย. เวลา 09.30 น. ที่ในส่วนของนายพานทองแท้นั้น จะขึ้นเบิกความเป็นพยานจำเลยในวันพฤหัสบดีที่ 26 ก.ย.นี้ เวลา 09.00 น. โดยก่อนเดินทางกลับ นายพานทองแท้ก็ยังคงมีสีหน้ายิ้มแย้ม พร้อมบอกว่าพรุ่งนี้จะมาฟังการไต่สวนเช่นเดิม.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/46543</URL_LINK>
                <HASHTAG>การรับโอนเงิน 10 ล้าน, ทำธุรกิจรถยนต์, ปปง., พานทองแท้ ชินวัตร, ฟอกเงินกรุงไทย, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190924/image_big_5d8a27a0828e0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>19526</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/10/2018 10:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/10/2018 10:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;วัฒนา&#039;ร่าย6ข้อจ้องเล่นงาน&#039;โอ๊ค&#039;ฟอกเงินกรุงไทย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 ต.ค. 61 - นายวัฒนา เมืองสุข แกนนำพรรคเพื่อไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า คดีฟอกเงินที่อัยการคดีพิเศษกำลังจะนำตัวนายพานทองแท้ ชินวัตร หรือโอ๊ค ไปฟ้องที่ศาลอาญาคดีทุจริต ยังมีความพิเศษพิศดารอีกหลายประการที่สมควรบันทึกไว้ ประกอบด้วย (1) คตส. ได้ส่งสำนวนการสอบสวนคดีความผิดฐานฟอกเงิน กรณีธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) อนุมัติสินเชื่อโดยทุจริตให้แก่บริษัทในเครือกฤษดามหานคร มาให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ดำเนินคดีตามกฎหมายกับผู้ที่เกี่ยวข้องตั้งแต่ปี พ.ศ. 2550&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(2) มีผู้เกี่ยวข้องที่ได้รับเช็คจากนายวิชัย กฤษดาธานนท์ แบบเดียวกับโอ๊คประมาณ 150 ราย ซึ่งรวมถึงนายทหารยศพลเอกและพลเรือโท แต่ปรากฏว่าดีเอสไอเลือกดำเนินคดีกับโอ๊คและผู้ใกล้ชิดเพียง 4 ราย ส่วนผู้ที่ได้รับเช็ครายอื่นๆ ไม่มีการดำเนินคดีแต่อย่างใด (3) จนกระทั่งนายวีระ สมความคิด นายวันชัย บุนนาค และนายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ได้มาร้องทุกข์กล่าวโทษให้ดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้องทุกรายโดยไม่เลือกปฏิบัติ ดีเอสไอจึงเพิ่งแต่งตั้งคณะพนักงานสอบสวนขึ้นทำการสอบสวนผู้ถูกกล่าวหาอื่นเมื่อเดือนสิงหาคม 2561&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(4) ดีเอสไอใช้เวลาสอบสวนผู้ถูกกล่าวหาอื่นที่ได้รับเช็ค 159 รายเพียง 1 เดือน โดยสอบผู้กล่าวหาคือนายวีระ นายวันชัย และนายเรืองไกร รวม 3 ปาก สอบพนักงานสอบสวนเป็นพยานรวม 2 ปาก จากนั้นจึงมีคำสั่งไม่ฟ้องผู้ถูกกล่าวหาทั้งหมดอ้างว่า &amp;ldquo;ผู้ได้รับเช็คไม่ทราบว่าเงินดังกล่าวมาจากที่ใด&amp;rdquo; โดยไม่ได้สอบปากคำผู้ถูกกล่าวหาแต่กลับทราบว่าผู้ถูกกล่าวหาไม่ทราบแหล่งที่มาของเงิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(5) คดีที่เกี่ยวกับพลเอกท่านหนึ่งที่ได้รับเช็คจากนายวิชัยซึ่งขาดอายุความตั้งแต่วันที่ 20 กันยายน 2561 โดยไม่ปรากฏว่ามีการสั่งคดีในเรื่องนี้อย่างไร คดีขาดอายุความขณะอยู่ในความรับผิดชอบของใคร (6) วงเงินที่ถูกกล่าวหาว่ามีการกระทำความผิดคือ 9,900 ล้านบาท นอกจากโอ๊คที่คืนเงินจำนวน 10 ล้านบาทแล้ว จำนวนที่เหลือได้มีการติดตามยึดหรืออายัดคืนหลวงหรือไม่ หรือที่โอ๊คถูกดำเนินคดีเพราะเป็นคนเดียวที่คืนเงิน.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/19526</URL_LINK>
                <HASHTAG>พานทองแท้, ฟอกเงินกรุงไทย, วัฒนา, อัยการคดีพิเศษ, โอ๊ค</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>DELETE</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180519/image_big_5aff77f85681f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
