<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>118889</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/10/2021 22:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/10/2021 00:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฟอร์ดแนะ เคล็ดลับขับขี่ปลอดภัยในเวลากลางคืน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในช่วงที่ผ่านมา หลายคนอาจไม่ค่อยได้เดินทางในช่วงเวลากลางคืน แต่จากสถิติของศูนย์ข้อมูลอุบัติเหตุ (Thai RSC) พบว่า จำนวนการแจ้งเหตุผู้ประสบภัยจากรถใน พ.ศ. 2564 ในช่วงเวลา 18.00 &amp;ndash; 02.00 น. มีจำนวนมากกว่า 140,000 ราย ทั้งนี้ เนื่องจากดวงตาต้องมีการเพ่งหรือปรับตัวเพื่อการมองเห็นในสภาวะแสงน้อย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการใช้ความเร็วในที่มืด การขับรถในเวลากลางคืนจึงอาจทำให้ทัศนวิสัยของผู้ขับขี่ถดถอยลง ไม่ว่าจะเป็นความสามารถในการกะระยะ การจำแนกสี หรือประสาทการมองเห็นรอบด้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ดี มีหลายวิธีที่จะทำให้ผู้ใช้รถใช้ถนนในเวลากลางคืนสามารถขับขี่ได้อย่างมั่นใจ และปลอดภัย ตั้งแต่การหลีกเลี่ยงไฟสูงจากรถคันอื่น ไปจนถึงการสอดส่องความเร็วของผู้ร่วมถนนที่อาจทำให้เกิดอันตรายได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เปิดไฟหน้าไว้ตลอดเวลา แม้ในยามโพล้เพล้ ผู้ขับขี่ทุกคนก็จำเป็นต้องเปิดไฟหน้ารถไว้เสมอ เพื่อให้ตาของเราสามารถปรับให้เข้ากับความมืดในเวลาพลบค่ำได้ ไฟหน้าจะช่วยป้องกันภัยอันตรายให้ทั้งคุณและผู้ใช้ถนนรายอื่นได้ แต่ข้อสำคัญคือต้องไม่ใช้ไฟสูงที่จะทำให้คนที่กำลังขับสวนมาตาพร่าจากแสงที่สว่างเกินไป ในฟอร์ด เอเวอเรสต์ รุ่นไทเทเนียม พลัส มีระบบเปิด-ปิดไฟสูงอัจฉริยะที่สามารถเปิดไฟสูงเมื่อทางข้างหน้ามืดสนิท และปิดไฟสูงอัตโนมัติเมื่อตรวจจับเจอแสงไฟของรถคันหน้าส่องมา เพิ่มสมาธิให้ผู้ขับขี่สามารถสังเกตเส้นทางในความมืดได้โดยไม่ต้องกังวลเรื่องการควบคุมไฟสูง ในขณะที่ไฟตัดหมอกแบบ LED ในฟอร์ด เรนเจอร์ รุ่นไวลด์แทรคก็ยังได้รับการออกแบบมาให้สีเข้มขึ้นเพื่อเพิ่มวิสัยทัศน์และความปลอดภัยในการขับขี่ในเวลากลางคืน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รักษาระยะห่าง เมื่อมีรถวิ่งอยู่ด้านหน้าขณะขับขี่ยามค่ำคืน ทำให้ผู้ขับขี่ต้องเพ่งสมาธิไปที่รถคันหน้าว่าจะเร่งหรือเบรกเมื่อไร และด้วยความสามารถในการกะระยะที่ลดลง อาจจะทำให้เกิดความตึงเครียดโดยไม่จำเป็น เทคโนโลยีช่วยขับขี่ที่ช่วยเว้นระยะห่างจากรถคันหน้าจึงมีความจำเป็นในสถานการณ์เช่นนี้ ฟอร์ดใช้ระบบควบคุมความเร็วแบบรักษาระยะห่างอัตโนมัติ (Adaptive Cruise Control) ทำให้คุณไม่ต้องคอยเหยียบเบรคและคันเร่งบ่อยๆ เมื่อเดินทางไกล โดยระบบจะรักษาระยะห่างจากรถคันหน้าให้อัตโนมัติ คุณสามารถตั้งค่าระยะห่างและความเร็วที่พอเหมาะ เมื่อรถคันหน้าชะลอลง รถฟอร์ดก็จะช่วยชะลอตามได้อัตโนมัติ และเมื่อการจราจรโล่งมากขึ้นทำให้รถคันหน้าเร่งความเร็ว รถฟอร์ดก็จะกลับมาวิ่งที่ความเร็วที่ตั้งค่าไว้ อย่างไรก็ตาม ควรพึงตระหนักไว้ว่าผู้ขับขี่ควรขับในระดับความเร็วที่ปลอดภัย &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เตือนเพื่อนร่วมทางเมื่อเกิดเหตุขัดข้อง ความขัดข้องทางเทคนิคสามารถเกิดระหว่างขับขี่ยามค่ำคืนได้แม้ว่าคุณจะตรวจเช็คสภาพรถอย่างรอบคอบแล้วก็ตาม บางครั้งผู้ขับขี่อาจจะลืมเติมเชื้อเพลิง เปลี่ยนน้ำมันเครื่อง หรือมีเหตุยางรถแบนกะทันหันหลังจากวิ่งเหยียบของมีคมที่มองไม่เห็นบนท้องถนน เทคโนโลยีเพื่อความปลอดภัยอย่างระบบช่วยโทรฉุกเฉินพร้อมให้คุณอุ่นใจตลอดการเดินทาง หรือระบบตรวจลมยางที่ช่วยแจ้งเตือนเมื่อลมยางอ่อนจนอาจเกิดความเสี่ยง โดยแสดงผลให้เห็นบนหน้าปัดรถ หากแรงดันนั้นต่ำเกินไป ไฟแจ้งเตือนจะสว่างขึ้นให้ทราบว่าจำเป็นต้องเติมลมยางหรือเปลี่ยนยาง เมื่อมีกรณีใดๆ ที่ทำให้รถไปต่อไม่ได้ ผู้ขับขี่ควรแจ้งเตือนผู้ร่วมทางด้วยการกดสัญญาณไฟฉุกเฉินและนำรถออกห่างจากการจราจรให้มากที่สุดเท่าที่ทำได้ และพึงตรวจเช็คทั้งลมยางและของเหลวอื่นๆ อย่างสม่ำเสมอ โดยไม่ต้องรอให้ระบบแจ้งเตือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ระวังสัตว์ข้ามถนน การขับขี่ในบริเวณที่อาจมีสัตว์ข้ามถนน คุณต้องมีสมาธิมากๆ กับสภาวะแวดล้อมยามค่ำคืนที่อาจมีสุนัขหรือแมววิ่งตัดหน้ารถ ไฟหน้า LED ของรถฟอร์ดช่วยมอบทัศนวิสัยที่สว่างมากพอที่จะมองเห็นสิ่งมีชีวิตที่อยู่ด้านหน้าได้ และยังช่วยให้ขับรถตอนค่ำคืนด้วยความมั่นใจและควบคุมได้ดีขึ้น นอกจากนี้ หากปฏิกิริยาของผู้ขับขี่ยังไม่ไวต่อสิ่งที่เห็นมากพอ ระบบช่วยเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติพร้อมระบบตรวจจับคนเดินถนนและยานพาหนะอื่นๆ ได้ (Automatic Emergency Braking &amp;ndash; AEB) โดยใช้การทำงานร่วมกันของกล้องและเรดาร์ในการตรวจจับและระบุความเสี่ยง ซึ่งจะส่งสัญญาณเตือนไปให้ทราบด้วยเสียงและข้อความเตือน และระบบก็จะเตรียมเบรก หรือหากผู้ขับขี่ตอบสนองช้า เทคโนโลยีการเบรกอัตโนมัติจะทำงานทันที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หยุดพักหากเหนื่อยล้า สิ่งที่จำเป็นต้องให้ความสำคัญยิ่งกว่าผู้ร่วมถนน หรือสภาวะแวดล้อมตอนกลางคืน คือสภาพร่างกายของผู้ขับขี่เอง อาการหลับในคือหนึ่งในสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดภัยบนท้องถนน หากรู้ตัวว่าต้องขับรถในช่วงเวลาที่เป็นเวลานอน ควรมั่นใจว่าพักผ่อนมาแล้วเพียงพอ ในกรณีที่ความง่วงอาจมารบกวนคุณ ทำให้รถเบี่ยงออกนอกเลนไปโดยไม่ได้ตั้งใจและไม่ได้เปิดไฟเลี้ยว รถฟอร์ด เรนเจอร์ รุ่นไวลด์แทรค 4x4 มีเทคโนโลยีที่จะช่วยหักพวงมาลัยเล็กน้อยและมีระบบสั่นที่พวงมาลัยเพื่อให้เตือนให้คุณควบคุมรถกลับเข้ามาในเลน หากคุณอยากทำให้ตนเองตื่นตัวตลอดเวลา สามารถเปิดวิทยุหรือระบบความบันเทิงในรถ ฟังเพลงจังหวะหนักๆ คลายความง่วงโดยใช้ระบบ SYNC 3 ของฟอร์ดที่สามารถสั่งงานได้ด้วยเสียงภาษาไทย หรือลดหน้าต่างลงเพื่อรับออกซิเจนจากภายนอก หมั่นยืดเส้นยืดสายหรือมีขนมติดรถไว้ขบเคี้ยวระหว่างทาง อย่างไรก็ตาม วิธีที่ดีที่สุดคือการเลี่ยงขับรถเวลากลางคืนเพียงคนเดียว ให้คนที่โดยสารมาด้วยคอยเป็นเพื่อนคุย และถ้าหากง่วงเกินไป ควรหยุดพักสักงีบตามจุดพักรถหรือที่พักระหว่างทาง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118889</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฟอร์ด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211005/image_big_615c74fa9a326.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>104767</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/05/2021 11:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/05/2021 11:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ไบรท์&#039;ใส่ขาสั้นลากแตะควง&#039;ฟอร์ด&#039;ไต่สวนคดีละเมิดอำนาจศาล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;31 พ.ค. 64 - ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลนัดไต่สวนคดีละเมิดอำนาจศาล หมายเลขดำ ลศ.1/2564&amp;nbsp; ที่ ผอ.สำนักอำนวยการประจำศาลอาญา กล่าวหา นายอรรถพล บัวพัฒน์ หรือครูใหญ่, นายชินวัตร จันทร์กระจ่าง หรือไบรท์ และนายอนุรักษ์&amp;nbsp; เจนตวนิชย์ หรือฟอร์ด เส้นทางสีแดง แนวร่วมกลุ่มราษฎร เป็นผู้ถูกกล่าวหา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากกรณีเมื่อวันที่ 8 มี.ค. 2564&amp;nbsp; เวลาประมาณ 18.10 น. นายชินวัตรได้โพสต์เฟซบุ๊กชื่อ ไบรท์ ราษฎร เป็นภาพถ่ายของนายอรรถพล และนายชินวัตร นอนอยู่ในห้องเวรชี้ศาลอาญา และภาพนายไชยอมร แก้ววิบูลย์พันธุ์ หรือแอมมี่ เดอะบอตทอมบลูส์ ผ่านระบบการประชุมทางจอภาพ หรือวิดิโอคอนเฟอเรนซ์ ซึ่งจากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดย้อนหลังพบว่าเมื่อเวลา10.30 น.วันที่ 8 มี.ค. 2564 พนักงานอัยการได้ส่งตัวฟ้องทั้ง 3 กับพวก รวม 18 คนต่อศาลอาญา&amp;nbsp; ทั้งหมดเข้าห้องเวรชี้เพื่อรอสอบคำให้การ ปรากฏว่า ช่วงเวลา 13.07 น.ขณะที่ศาลเปิดระบบการประชุมทางจอภาพปรากฏภาพนายไชยอมรนั้น นายอนุรักษ์ ได้หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาถ่ายภาพนายไชยอมร&amp;nbsp; ต่อมาเวลา 13.10 น. นายชินวัตรได้หยิบโทรศัพท์มือถือมาถ่ายรูปตัวเองและนายอรรถพล อันเป็นการประพฤติตนไม่เรียบร้อยในบริเวณศาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในวันนี้มีเพียงนายชินวัตรและนายอนุรักษ์ เดินทางมาศาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดย นายอนุรักษ์ เปิดเผยว่า ยอมรับว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้น ตนเองเป็นผู้หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาถ่ายรูปในพื้นที่ศาลจริง แต่ที่ทำแบบนั้นก็เพื่อยืนยัน ให้บุคคลภายนอกได้รู้ ว่าทางราชทัณฑ์และทางศาล ดูแลแกนนำ คือ แอมมี่ ที่ถูกคุมขังอย่างไร ซึ่งหลังจากนี้ก็จะปล่อยให้เป็นไปตามขั้นตอนของการดำเนินคดีตามปกติ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน นายชินวัตร เปิดเผยว่า วันนี้ต้องการเดินทางมายืนยันว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้นตัวเองได้ทำจริง ส่วนครูใหญ่ไม่ได้ทำผิดร่วมด้วย แม้การถ่ายรูปในพื้นที่ดังกล่าวจะเป็นเรื่องผิด แต่ตัวเองก็ยืนยันว่าถ่ายเฉพาะแค่ภาพบุคคล เป็นสิทธิ์ที่ควรจะถ่ายได้&amp;nbsp; ส่วนในวันนี้ที่ตัดสินใจสวมกางเกงขาสั้นและรองเท้าไม่รัดส้นมา เพื่อเป็นการแสดงสัญลักษณ์ ศาลต้องมีการปฏิรูป กลับมายึดหลักความยุติธรรมต่อไป ทั้งในเรื่องของการคุมขังผู้ที่ถูกกล่าวหา ซึ่งยังไม่ได้มีคำสั่งตัดสินเด็ดขาดว่าเป็นผู้ทำผิด สิ่งเหล่านี้ไม่ควรจะเกิดขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวได้โทรศัพท์ติดต่อไปยังนายอรรถพล หนึ่งในผู้ต้องหาที่ต้องเดินทางมาวันนี้ ซึ่งนายอรรถพลกล่าวเพียงว่ายังไม่ได้รับหมายเรียกใดๆ จากศาลหรือเจ้าหน้าที่ ขณะนี้ตัวเองอยู่ที่จังหวัดขอนแก่น เมื่อไม่มีหมายก็เลยไม่ได้เดินทางมา.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/104767</URL_LINK>
                <HASHTAG>3นิ้ว, ชินวัตร จันทร์กระจ่าง, ฟอร์ด, ละเมิดอำนาจศาล, ศาลอาญา, อนุรักษ์ เจนตวนิชย์, ไบรท์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210531/image_big_60b463a946b0c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>86171</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/12/2020 12:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/12/2020 12:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เอกชัย&#039;รับทราบข้อหาจัดม็อบหน้าสภา &#039;ฟอร์ด-มายด์-อั๋ว&#039;เลื่อนพบตร.บางโพ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 ธ.ค. 63 - ที่ สน.บางโพ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายเอกชัย หงส์กังวาน นักกิจกรรมทางการเมือง ได้เดินทางมาเข้าพบพนักงานสอบสวน เพื่อรับทราบข้อกล่าวหา ตามหมายเรียกในความผิดฐานเป็นผู้จัดการชุมนุมและไม่แจ้งการชุมนุมตาม พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ จากการชุมนุมที่รัฐสภา แยกเกียกกาย เมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายนที่ผ่านมา โดยมีนางอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคก้าวไกล ร่วมมาเป็นพยาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยนายเอกชัย กล่าวว่า สัปดาห์ก่อนมีหมายเรียกมาที่บ้านแจ้งว่าตนเป็นผู้ร่วมจัดการชุมนุมที่รัฐสภา ทั้งที่ตนเพียงไปยื่นหนังสือให้นางอมรัตน์ แต่ตนเดินทางกลับไม่ได้เพราะมีการชุมนุมปิดถนน จึงเดินออกมาพร้อม ส.ส.ในช่วงเย็น กลับถูกหมายเรียกด้วย จึงต้องการชี้แจงเหตุการณ์ดังกล่าวว่าไม่ได้ไปร่วมการชุมนุม และจะให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน นางอมรัตน์ กล่าวยืนยันเพียงสั้น ๆ ว่าในวันดังกล่าว นายเอกชัย ได้มายื่นหนังสือร้องเรียนจริง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ในส่วนของ นายทัตเทพ เรืองประไพกิจเสรี หรือ &amp;ldquo;ฟอร์ด&amp;rdquo;,&amp;nbsp; น.ส.ภัสราวลี ธนกิจวิบูลย์ผล หรือ &amp;ldquo;มายด์&amp;rdquo; และ น.ส.จุฑาทิพย์ ศิริขันธ์ หรือ &amp;ldquo;อั๋ว&amp;rdquo; แกนนำกลุ่มคณะราษฎร ที่มีการนัดให้มาพบพนักงานสอบสวน ตามหมายเรียกในความผิดตาม มาตรา112 กรณีการชุมนุมปราศรัยที่หน้ารัฐสภา แยกเกียกกาย ซึ่งมีเนื้อหาพาดพิงถึงสถาบัน เมื่อวันที่ 24 กันยายน ที่ผ่านมา ในวันนี้นั้น พ.ต.ท.ธรรมรักษ์ เรืองดิษฐ์ รอง ผกก.(สอบสวน) สน.บางโพ กล่าวว่า จากกรณีดังกล่าวนั้นได้รับการประสานจากทนายความผ่านโทรศัพท์ว่า ขอเลื่อนวันนัดรายงานตัวออกไปก่อน โดยทีมทนายความผู้ถูกกล่าวหาจะยื่นหนังสือเพื่อกำหนดวันเข้าพบใหม่อีกครั้ง ในช่วงบ่ายของวันนี้.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/86171</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฟอร์ด, ม.112, มายด์, ม็อบ, สน.บางโพ, อั๋ว, เอกชัย หงส์กังวาน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201207/image_big_5fcdbe3bd4df8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>86072</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/12/2020 07:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/12/2020 07:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ฟอร์ด-ทัตเทพ&#039;แกนนำม็อบโต้ชาวเน็ตกุข่าวเรียนไม่จบโชว์ปริญญาบัตรเกียรตินิยมอันดับ 1</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 ธ.ค. 2563 &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายทัตเทพ เรืองประไพกิจเสรี หรือ ฟอร์ด หนึ่งในแกนนำกลุ่มราษฎร ทวีตภาพใบปริญญาบัตรของตัวเองผ่านทวิตเตอร์ &amp;quot;FordTattep @fordtattep&amp;quot; ตอบโต้กรณีโดนปั่นแกระแสว่า เรียนไม่จบ โดยเจ้าตัวระบุข้อความในภาพดังกล่าวด้วยว่า &amp;quot;ไหนใครบอกผมเรียนไม่จบ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พร้อม นายทัตเทพ ยังระบุข้อความในทวิตเตอร์อีกว่า &amp;quot;รัฐศาสตร์สอนให้เราเข้าใจ ยึดมั่นในประชาธิปไตยมองเห็นว่าสังคมที่เปี่ยมไปด้วยเสรีภาพและความเท่าเทียมนั้นเกิดขึ้นได้ นี่คือสิ่งที่ผมรวบยอดจากการเรียนตลอด 3ปีครึ่ง ถึง IO การเรียนจบหรือไม่ไม่ใช่สิ่งที่จะนำไปตัดสินหรือวัดคุณค่าของมนุษย์ อย่างไรก็ตาม ก่อนจะปั่นอะไรโปรดเช็คข้อเท็จจริงด้วย&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;


&lt;p dir=&quot;ltr&quot; lang=&quot;th&quot;&gt;รัฐศาสตร์สอนให้เราเข้าใจ ยึดมั่นในประชาธิปไตยมองเห็นว่าสังคมที่เปี่ยมไปด้วยเสรีภาพและความเท่าเทียมนั้นเกิดขึ้นได้ นี่คือสิ่งที่ผมรวบยอดจากการเรียนตลอด 3ปีครึ่ง

ถึงIO การเรียนจบหรือไม่ไม่ใช่สิ่งที่จะนำไปตัดสินหรือวัดคุณค่าของมนุษย์อย่างไรก็ตามก่อนจะปั่นอะไรโปรดเช็คข้อเท็จจริงด้วย pic.twitter.com/scHSmd66Ab&lt;/p&gt;
&amp;mdash; FordTattep (@fordtattepRuang) December 5, 2020


&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/86072</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทัตเทพ เรืองประไพกิจเสรี, ฟอร์ด, เรียนไม่จบ, แกนนำกลุ่มราษฎร, โชว์ปริญญาบัตร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201020/image_big_5f8ed45b1905f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>55018</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/01/2020 12:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/01/2020 12:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ฟอร์ด&#039;ยื่นกกต.ตั้งพรรค&#039;เส้นทางสีแดง&#039; ก้าวข้ามการเมืองบนถนนเข้าสภา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ม.ค. 63 - ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายอนุรักษ์ เจนตวนิชย์ หรือฟอร์ด เส้นทางสีแดง&amp;nbsp; แกนนำกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง พร้อมตัวแทนของกลุ่มนักเคลื่อนไหวจำนวน 15 คน เข้ายื่นขอจดจองตั้งพรรคการเมืองกับนายทะเบียนพรรคการเมือง กกต.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยนายอนุรักษ์ กล่าวว่า เรามาขอจดจองชื่อตั้งพรรคโดยใช้ชื่อว่า พรรคเส้นทางสีแดง การที่เรามาตั้งพรรคในช่วงนี้เพราะเป็นพัฒนาการมาจากการเคลื่อนไหวของคนสีแดง ที่ได้มีการเคลื่อนไหวมาตั้งแต่ปี&amp;nbsp; 2553&amp;nbsp; ผ่านการกิจกรรมอันยาวนาน มาจนถึงจุดที่เราคิดว่าควรที่จะก้าวไปข้างจากการเคลื่อนไหวบนท้องถนน การรณรงค์เลือกตั้ง ไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ ตนคิดว่าเราพร้อมที่จะเข้าไปทำงานในสภา ซึ่งพวกเราผ่านอะไรมาบนเส้นทางนี้มากแล้ว&amp;nbsp; พวกเราจึงพร้อมแล้วที่คนเสื้อแดงจะต้องมีพรรคการเมืองเป็นของตัวเอง จุดเด่นของพรรคเราเป็นพรรคที่ต่อสู้เพื่อประชาชน&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยนักเคลื่อนไหวนักต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย&amp;nbsp; พวกเราไม่มีนักการเมืองอยู่เบื้องหลัง เป็นสิ่งที่ตนยืนยันมาตลอดว่า กลุ่มคนเสื้อแดงทำกิจกรรมด้วยความเป็นอิสระ ที่ยึดอุดมการณ์ ประชาธิปไตย&amp;nbsp; ความยุติธรรม ความถูกต้อง และสิทธิมนุษยชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;เรามีความพร้อมในการเลือกตั้ง โดยในการเลือกตั้งในปีนี้ พวกเราจะสร้างพรรคขึ้นมาเพื่อรองรับการเลือกตั้งที่จะมาถึง แต่จะเน้นการเลือกตั้งระดับชาติ ไม่ส่งผู้สมัครระดับท้องถิ่น&amp;nbsp; พรรคการเมืองของเรา แม้จะเป็นพรรคคนเสื้อแดง&amp;nbsp; แต่อุดมการณ์ของเรา เรามีความตั้งใจที่จะทำประโยชน์เพื่อประชาธิปไตย&amp;nbsp; เพื่อคนไทยทั้งประเทศ โดยไม่จำกัดสีเสื้อ ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญและเป็นปรัชญาทางการเมืองของเรา ที่ว่าเราจะทำงานรับใช้ประชาธิปไตย โดยไม่จำกัดสีเสื้อ&amp;rdquo; นายอนุรักษ์ กล่าว และยืนยันว่า พรรคคนเสื้อแดงที่ตั้งขึ้นจะไม่ใช่พรรคสำรอง&amp;nbsp; แต่เราต้องการให้เป็นพรรคการเมืองที่ยืนยาว และรับใช้ประชาธิปไตย และพร้อมทำงานร่วมกับทุกเสื้อสี.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/55018</URL_LINK>
                <HASHTAG>กกต., คนเสื้อแดง, ตั้งพรรค, ฟอร์ด, เส้นทางสีแดง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200120/image_big_5e2532990cd7d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>50263</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/11/2019 13:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/11/2019 13:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เอกชัย-ฟอร์ด&#039;บุกสตช.อีกรอบ ทวงผบ.ตร.คดีทำร้ายไม่คืบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 พ.ย. 62 - ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ นายเอกชัย หงส์กังวาน พร้อมด้วยนายอนุรักษ์ เจนตวนิชย์ หรือฟอร์ด เส้นทางสีแดง นักเคลื่อนไหวทางการเมือง ได้เดินทางมายื่นหนังสือถึง พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) เรื่องไม่ชอบมาพากลในการสอบสวนกรณีการถูกประทุษร้าย แต่ยังไม่สามารถจับกุมคนร้ายได้ โดยในปีนี้ถูกคุกคามรวมกันถึง 7 ครั้ง ซึ่งมี พ.ต.อ.วิชัย ศรีศีลศิริกุล รองผบก.กช. ในฐานะกองอำนวยการประจำวันรับหนังสือ
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
นายเอกชัย กล่าวว่า เมื่อวันที่ 6 พ.ย.ที่ผ่านมา ได้เข้าไปให้การกับคณะกรรมาธิการกฎหมายการยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน โดยมีตำรวจชุดสอบสวนภูธรภาค 1 และชุดสืบสวนนครบาล ร่วมเข้าชี้แจงในครั้งนี้ แต่อยากให้ ผบ.ตร. เรียกชุดสืบสวนคดีนี้มาชี้แจงและตอบคำถามที่ยังข้องใจ และอยากให้ติดตามเร่งรัดจับกุมคนร้ายมาดำเนินคดีโดยเร็ว
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;ldquo;ก่อนหน้านี้เคยเรียกร้องให้เร่งรัดการติดตามคนร้ายในคดี แต่คำให้การของตำรวจกลับแสดงให้เห็นถึงความไม่ชอบมาพากลหลายอย่าง อาทิ ตำรวจอ้างการขอข้อมูลเบอร์โทรศัพท์ต้องทำเป็นหนังสือไปยังเครือข่ายเคลื่อนที่ ทั้งที่ตำรวจมีอำนาจขอจากศาล, ตำรวจอ้างการตรวจสอบเบอร์โทรศัพท์จะต้องตรวจสอบในพื้นที่รัศมี 20 กิโลเมตร ทั้งที่ความจริงสามารถโฟกัสเฉพาะจุดได้&amp;rdquo; นายเอกชัย ระบุ
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
นายเอกชัย กล่าวด้วยว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจอ้างมีการตรวจสอบการใช้โทรศัพท์มือถือของ นายวราวุฒิ แขงพล ซึ่งเป็นผู้ต้องสงสัยในคดีของเรา โดยตำรวจยืนยันเขาไม่อยู่ในวัน-เวลาที่เกิดเหตุ ตนจึงอธิบายว่าคนร้ายจะใช้เฉพาะโทรศัพท์มือถือที่เตรียมสำหรับแผนการนี้เท่านั้น แต่ตำรวจไม่ชี้แจงเรื่องการตรวจสอบเบอร์โทรศัพท์ของผู้ที่อยู่ในวัน-เวลาที่เกิดเหตุเพื่อเปรียบเทียบกับเขา โดยการเลี่ยงตอบคำถามของตำรวจบ่งบอกถึงความไม่ชอบมาพากลในการติดตามคนร้ายในคดีเหล่านี้ จึงร้องขอให้เรียกตำรวจที่เกี่ยวข้องกับคดีเหล่านี้มาไต่สวนถึงความคืบหน้า.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/50263</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีทำร้ายร่างกาย, ผบ.ตร., ฟอร์ด, สตช., เอกชัย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191114/image_big_5dccefce7c5e7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>16790</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/09/2018 12:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/09/2018 12:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฟอร์ด ฉลองยอดการผลิตรถมัสแตงครบ 10 ล้านคัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 10pt;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 10pt;&quot;&gt;ฟอร์ดฉลองยอดการผลิตฟอร์ด มัสแตงครบ 10 ล้านคัน โดยฟอร์ด มัสแตงเป็นรถสปอร์ตรุ่นที่ขายดีที่สุดในสหรัฐอเมริกาตลอดช่วง 50 ปีที่ผ่านมา และยังเป็นรถสปอร์ตที่ขายดีที่สุดในโลกติดต่อกันถึงสามปีซ้อน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 10pt;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 10pt;&quot;&gt;ฟอร์ด มัสแตงคันที่ 10 ล้าน เป็นรุ่นจีที เปิดประทุนปี 2019 สีขาววิมเบิลดัน ไวท์ เกียร์ธรรมดา 6 สปีด เครื่องยนต์ V8 ขุมพลัง 460 แรงม้า มาพร้อมเทคโนโลยีเหนือชั้น และเทคโนโลยีช่วยขับขี่อัจฉริยะใหม่ล่าสุด ผลิตที่โรงงานแฟลตร็อค รัฐมิชิแกน โดยฟอร์ด มัสแตง คันที่ 10 ล้าน เป็นสีและรุ่นเดียวกับฟอร์ด มัสแตง คันแรกที่มีซีเรียลนัมเบอร์ (VIN 001) ซึ่งผลิตในปี 1964 เครื่องยนต์ V8 พลัง 164 แรงม้า เกียร์ธรรมดา 3 สปีด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 10pt;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 10pt;&quot;&gt;จิม ฟาร์ลีย์ ประธานฝ่ายตลาดโลก ฟอร์ด มอเตอร์ คัมปะนี เปิดเผยว่า ผมตื่นเต้นทุกครั้งที่ได้เห็นฟอร์ด มัสแตงโลดแล่นบนถนน ไม่ว่าจะในดีทรอยต์ กรุงลอนดอน หรือปักกิ่ง ความรู้สึกเหมือนกับตอนที่ผมซื้อรถคันแรกในปี 2510 เป็นฟอร์ด มัสแตงสองประตู ขับไปทั่วประเทศสมัยเป็นวัยรุ่น ฟอร์ด มัสแตงคือรถที่ขับไปไหน ไม่ว่าใครเห็น ก็ต้องยิ้ม ตลอดระยะเวลาการผลิต 54 ปี ฟอร์ด มัสแตงมีฐานการผลิตที่เมืองซานโฮเซ รัฐแคลิฟอร์เนีย เมืองเมทัชเชน รัฐนิวเจอร์ซีย์ และเมืองเดียร์บอร์น มิชิแกน ซึ่งเป็นโรงงานผลิตแห่งแรก โดยฟอร์ดเริ่มจำหน่ายฟอร์ด มัสแตง นอกสหรัฐอเมริกาอย่างเป็นทางการในปี 2558 ในปัจจุบัน ฟอร์ด มัสแตง มีจำหน่ายใน 140 ประเทศทั่วโลก ทั้งในตลาดหลักในเอเชีย แปซิฟิก เช่น ประเทศจีน ออสเตรเลีย อินเดีย และฟิลิปปินส์ จนกลายเป็นรถในดวงใจของเหล่าผู้ที่ชื่นชอบนับหมื่นคน ส่วนในประเทศไทย พบฟอร์ด มัสแตง ได้เร็วๆ นี้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 10pt;&quot;&gt;(เรื่อง : นรินทร โชติภิรมย์กุล)&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/16790</URL_LINK>
                <HASHTAG>motoring, thaipost, ข่าวรถ, ข่าวใหม่, ฟอร์ด, ฟอร์ด มัสแตง, ยานยนต์ไทยโพสต์, รถใหม่, ไทยโพสต์ยานยนต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180904/image_big_5b8e121984b86.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
