<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>69562</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/06/2020 11:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/06/2020 11:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฟอร์ดพร้อมปกป้องวัสดุภายในรถ เพื่อให้คุณใช้เจลล้างมือได้อย่างสบายใจ  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;เพื่อปฎิบัติตามข้อแนะนำในการป้องกันโรคโควิด-19 การใช้ผลิตภัณฑ์เจลล้างมือทันทีที่ขึ้นรถหลังจากทำธุระต่างๆ มาทั้งวัน จึงถือเป็นการดูแลสุขอนามัยที่ดีของผู้ใช้รถยนต์ แต่ส่วนประกอบบางอย่างของเจลล้างมืออาจทำลายพื้นผิววัสดุภายในรถได้ โดยเฉพาะสารเคมีอย่าง&amp;nbsp;&amp;nbsp; เอทานอล แอลกอฮอล์ ที่อาจทำปฏิกิริยากับวัสดุต่างๆ ส่งผลให้วัสดุภายในห้องโดยสารเสื่อมสภาพเร็วขึ้น หากไม่มีการเคลือบสารป้องกันพิเศษเอาไว้ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ความท้าทายหนึ่งที่วิศวกรฟอร์ดประสบทุกวัน คือการทดสอบผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ บนวัสดุที่ใช้ในรถแต่ละคันอย่างต่อเนื่อง เพื่อปรับปรุงองค์ประกอบทางเคมีของสารเคลือบบนวัสดุภายในรถฟอร์ดให้ดูดีตลอดอายุการใช้งาน การทดสอบนี้ยังนำไปใช้กับอุปกรณ์ตกแต่งรถยนต์ต่างๆ ที่วางจำหน่ายภายในศูนย์บริการฟอร์ด ไม่ว่าจะเป็นแผ่นรองท้ายรถ และชิ้นส่วนที่ทำจากพลาสติก เป็นต้น &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;มาร์ค มอนต์โกเมอรี วิศวกรอาวุโสด้านวัสดุ จากศูนย์เทคโนโลยีวัสดุ สถาบันเทคนิคดันตัน ของฟอร์ด ยุโรป ในประเทศอังกฤษ เปิดเผยว่า แม้ผลิตภัณฑ์ที่ดูปลอดภัยยังอาจสร้างปัญหาเมื่อสัมผัสกับพื้นผิวภายในรถ จึงไม่น่าแปลกใจที่ผลิตภัณฑ์อย่างเจลล้างมือ ครีมกันแดด และยาทากันแมลง มีแนวโน้มที่จะสร้างความเสียหายได้แก่วัสดุภายในรถได้เช่นกัน ทั้งนี้ การใช้เจลแอลกอฮอล์ล้างมือมีปริมาณเพิ่มสูงขึ้นอย่างมากจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ยกตัวอย่างเช่นในประเทศอิตาลี ยอดขายเจลล้างมือพุ่งสูงขึ้นถึง 18 เท่าเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว และยังมีการคาดการณ์ว่ายอดจำหน่ายเจลล้างมือทั่วโลกในปี 2563 จะสูงขึ้น 2.5 เท่า เมื่อเทียบกับปี 2562 แม้ว่าเจลล้างมือจะช่วยฆ่าเชื้อโรคที่มือของผู้ขับขี่ และวัสดุภายในห้องโดยสารของรถฟอร์ดจะทนทานต่อผลิตภัณฑ์ดังกล่าว แต่ก็ไม่ได้หมายความว่ารถทั้งคันจะปราศจากเชื้อโรค โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเราจำเป็นต้องใช้รถร่วมกับผู้อื่น เจ้าของรถควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ใช้สำหรับรถยนต์โดยเฉพาะในการทำความสะอาดและฆ่าเชื้อ และหลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนประกอบของสารฟอกขาว ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ และแอมโมเนีย เพราะผลิตภัณฑ์เหล่านี้สามารถทำลายสารเคลือบกันแสงสะท้อนและสารเคลือบป้องกันรอยนิ้วมือในรถได้ บริเวณที่ควรใส่ใจเป็นพิเศษในการทำความสะอาดคือจุดสัมผัสบ่อยเช่น พวงมาลัย ที่จับ เกียร์ ปุ่มหรือหน้าจอสัมผัส ก้านไฟเลี้ยวและที่ปัดน้ำฝน ที่พักแขน และที่ปรับเบาะ นอกจากนี้ เข็มขัดนิรภัยยังควรอยู่ในลำดับต้นๆ ของการทำความสะอาด เพราะอาจเป็นแหล่งสะสมเชื้อโรคจากการไอและจามได้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ทีมฟอร์ดในเมืองดันตัน ประเทศอังกฤษ และเมืองโคโลญ ประเทศเยอรมนี ยังได้ทดสอบความทนทานต่อความร้อนของวัสดุภายในรถยนต์ที่อุณหภูมิสูงถึง 74 องศาเซลเซียส ซึ่งเป็นอุณหภูมิที่สูงที่สุดภายในห้องโดยสารหลังจอดรถอยู่กลางแดดริมทะเลในวันที่อากาศร้อนจัด นอกจากนี้ ยังมีการจำลองสถานการณ์เมื่อรถตากแดดจัดเป็นเวลานาน ด้วยการใช้แสงอัลตราไวโอเลตส่องรถทิ้งไว้ยาวนานถึง 1,152 ชั่วโมง หรือ 48 วัน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;นอกจากนี้ ฟอร์ดยังทดสอบความทนทานของพลาสติกที่อุณหภูมิต่ำถึง -30 องศาเซลเซียส และเมื่อพลาสติกถึงจุดที่เปราะบางที่สุดก็โยนลูกบอลยางที่มีน้ำหนักมากลงไปซ้ำๆ เพื่อให้แน่ใจว่าพลาสติกจะไม่แตกเสียหาย เจ้าของรถจึงมั่นใจได้ว่า รถยนต์ฟอร์ดพร้อมที่จะลุยไปกับคุณในทุกสภาพแวดล้อมตลอดอายุการใช้งาน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/69562</URL_LINK>
                <HASHTAG>ข่าวรถ, ฟอร์ด., ฟอร์ดพร้อมปกป้องวัสดุภายในรถ เพื่อให้คุณใช้เจลล้างมือได้อย่างสบายใจ, ยานยนต์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200624/image_big_5ef2d35342f84.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
