<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>63498</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/04/2020 09:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/04/2020 08:49</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ดร.เสรี&#039; เผย 20 เศรษฐีไทยที่นายกฯจะคุยด้วยไม่ใช่ตามที่ &#039;ฟอร์บส์&#039; จัดอันดับ! </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 เม.ย.63 - ดร.เสรี วงษ์มณฑา ผู้ร่วมก่อตั้งสถาบันทิศทางไทย นักวิชาการด้านสื่อสารมวลชนและการตลาด โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า 20 เศรษฐีที่นายกฯ จะคุยด้วยเพื่อหารือด้านเศรษฐกิจคือผู้ที่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจในมิติต่างๆ ไม่ใช่ 20 เศรษฐีตามการจัดอันดับของ Forbes แล้วสื่อที่นำเสนอชื่อ top 20 เศรษฐีนั้นเอามาจากไหน รายงานข่าวเร็วไปไหม ไม่ตรวจสอบกันเลยเนาะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สิ่งที่นายกฯท่านจะปรึกษา 3 ประเด็นใหญ่ชัดเจน และน่าจะแสดงวิสัยทัศน์ที่ดี 3 ประเด็นนั้นคือ 1. อยากให้พยุงการจ้างงานเพื่อไม่ให้คนตกงาน 2. ช่วยลดราคาสินค้าเพื่อลดภาระของประชาชน และ 3 &amp;nbsp;มาช่วยกันคิดว่าจะฟื้นเศรษฐกิจอย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เรื่องนี้แล้วแต่คนจะมอง คนมองบวกก็จะบอกว่านี่คือการระดมความคิดทุกภาคส่วนของเศรษฐกิจมาช่วยให้ประเทศไทยฟื้นตัวทางด้านเผสรษฐกิจให้ได้หลังจากท่านได้คุณหมอมาช่วยท่านสู้กับ COVIT ได้ดีมากๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อเอาชนะโรคระบาดได้ เราก็ต้องฟื้นตัวทางด้านเศรษฐกิจ ไมว่า ครม. จะเก่งหรือไม่เก่งอย่างไร การฟื้นตัวทางด้านเศรษฐกิจจะอาศัยความคิดนักการเมืองฝ่ายเดียวไม่ได้ ต้องบูรณาการความคิดของนักธุรกิจทุก sector ที่มีความสำคัญกับเศรษฐกิจเข้ามาเป็น recovery plan เราจึงจะฟื้นได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สู้โรคด้วยคำแนะนำของหมอผู้เชี่ยวชาญจนเอาชนะได้ แล้วจะฟื้นเศรษฐกิจด้วยคำแนะนำของนักธุรกิจที่มีความสำคัญกับการพัฒนาและการรักษาความมั่นคงทางเศรษฐกิจน่าจะเป็นการขับเคลื่อนที่ถูกต้องนะคะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่าจ้องแซะ แขวะ ด่า มันทุกเรื่อง เพราะเกลียดลุงตู่เลยคิด วางการเมืองแบบกีฬาสีลงก่อนเถอะนะคะ คิดถึงประเทศชาติ มาเป็นครอบครัวเดียวกัน สู้ปัญหาไปด้วยกัน ให่เราชนะไปด้วยกันเถอะนะคะ ขอร้องค่ะ&amp;quot;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/63498</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดร.เสรี วงษ์มณฑา, ฟอร์บส์, เศรษฐี, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190131/image_big_5c52dd64aefb3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>30666</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/03/2019 19:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/03/2019 19:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฟอร์บส์ชี้ &#039;เจฟฟ์ เบโซส&#039;ยังรวยสุดในโลก - &#039;ทรัมป์&#039;อันดับพุ่ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;นิตยสารฟอร์บส์เผยอันดับอภิมหาเศรษฐีโลกตามข้อมูลล่าสุดเมื่อวันอังคาร พบ &amp;quot;เจฟฟ์ เบโซส&amp;quot; เจ้าพ่อแอมะซอนยังรวยที่สุดในโลก ตามด้วยบิล เกตส์ และวอร์เรน บัฟเฟตต์ ส่วนประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ขึ้น 51 อันดับแต่รวยเท่าเดิม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ เจฟฟ์ เบโซส / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากรายชื่อล่าสุดของฟอร์บส์ที่เผยแพร่เมื่อวันอังคารที่ 5 มีนาคม อันดับส่วนใหญ่ใน 20 อันดับแรกยังคงเดิม ยกเว้นเพียงบางรายเช่นมาร์ค ซักเคอร์เบิร์ก ผู้ร่วมก่อตั้งเฟซบุ๊ก ร่วงลง 3 อันดับ ส่วนไมเคิล บลูมเบิร์ก อดีตนายกเทศมนตรีนิวยอร์กที่ประกาศแล้วว่าจะไม่ลงเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐแข่งกับทรัมป์ปีหน้า มีอันดับขยับขึ้น 2 อันดับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีกล่าวว่า ตามข้อมูลของฟอร์บส์ เบโซส วัย 55 ปี มีทรัพย์สินเพิ่มขึ้น 1.9 หมื่นล้านดอลลาร์ในเวลา 1 ปี ทำให้เขามีทรัพย์สินเพิ่มเป็น 1.31 แสนล้านดอลลาร์แล้ว และรวยทิ้งห่างบิล เกตส์ ออกไปอีก โดยเศรษฐีใจบุญผู้ร่วมก่อตั้งไมโครซอฟท์วัย 63 ปี มีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นจาก 9 หมื่นล้านดอลลาร์ในปีที่แล้ว เป็น 9.65 หมื่นล้านดอลลาร์ในปีนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บัฟเฟตต์ กูรูด้านการลงทุน วัย 88 ทรัพย์สินหดลง 1.5 พันล้านดอลลาร์ เหลือ 8.25 หมื่นล้านดอลลาร์ ส่วนอันดับ 4 คือ เบอร์นาร์ด อาร์โนลต์ ซีอีโอของหลุยส์วิตตองโมเอต์เอนเนสซี ตามด้วย 5.คาร์ลอส สลิม ชาวเม็กซิกัน, 6.อามันซิโอ ออร์เตกา ผู้ก่อตั้งแบรนด์ซาราและอินดิเท็กซ์ชาวสเปน, 7.ลาร์รี เอลลิสัน แห่งออราเคิล, 8.ซัคเคอร์เบิร์ก ที่ทรัพย์สินหดลง 9 พันล้านดอลลาร์ ทำให้ตกจากอันดับ 5 เมื่อปีที่แล้ว, 9.บลูมเบิร์กขยับจากอันดับ 11 มีทรัพย์สินเพิ่มจาก 5 หมื่นล้านเป็น 5.55 หมื่นล้านดอลลาร์ และลาร์รี เพจ ผู้ร่วมก่อตั้งกูเกิล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มหาเศรษฐีใน 20 อันดับแรกของโลกนั้น มีคนอเมริกันถึง 14 ราย มหาเศรษฐีที่ไม่ใช่อเมริกันรายอื่นยังรวมถึงมูเกศ อัมบานี ประธานรีไลแอนซ์อินดัสตรีส์ชาวอินเดีย อยู่อันดับ 13 และหม่า ฮัวเถิง ผู้บริหารเทนเซนต์ บริษัทอินเทอร์เน็ตยักษ์ใหญ่ของจีน ติดอันดับ 20&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับประธานาธิบดีทรัมป์ ฟอร์บส์ประเมินว่าทรัมป์มีทรัพย์สิน 3.1 พันล้านดอลลาร์ ไม่เปลี่ยนแปลงจากปีที่แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปีนี้มีมหาเศรษฐีที่ทรัพย์สินลดลงถึง 994 คน มากเป็นประวัติการณ์ และทำให้ทรัมป์ขยับจากอันดับ 766 ในปีที่แล้ว มาเป็นอันดับ 715 ของโลกในปีนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานกล่าวว่า มูลค่าทรัพย์สินของทรัมป์เกือบครึ่งหนึ่งคือ ตึกระฟ้า 9 แห่งของทรัมป์ในนิวยอร์ก ส่วนสนามกอล์ฟและคลับเฮาส์หลายแห่งนั้น มีมูลค่าเพียง 550 ล้านดอลลาร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ดี ทรัมป์ยังไม่ใช่ข้าราชการการเมืองที่มาจากการเลือกตั้งที่ร่ำรวยที่สุดในสหรัฐ โดยตำแหน่งนั้นเป็นของ เจ. บี. พริตซ์เคอร์ จากพรรคเดโมแครตที่เพิ่งได้เป็นผู้ว่าการรัฐอิลลินอยส์เมื่อเดือนมกราคมปีนี้ ฟอร์บส์ประเมินว่าเขามีทรัพย์สิน 3.2 พันล้านดอลลาร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนของไทย บุคคลที่ร่ำรวยที่สุดตามการประเมินของฟอร์บส์ปีนี้ 3 อันดับแรก คือ นายธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานอาวุโสของเครือซีพี มีทรัพย์สิน 15.2 พันล้านดอลลาร์ ติดอันดับ 75 ของโลก ตามด้วยนายเจริญ สิริวัฒนภักดี แห่งเบียร์ช้าง มีทรัพย์สิน 14.5 พันล้านดอลลาร์ อยู่อันดับ 87 และนายอัยยวัฒน์ ศรีวัฒนประภา แห่งคิงเพาเวอร์ มีทรัพย์สิน 5.9 พันล้านดอลลาร์ อันดับ 290 ของโลก.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/30666</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธนินท์ เจียรวนนท์, ฟอร์บส์, มหาเศรษฐีโลก, เจฟฟ์ เบโซส</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190306/image_big_5c7fbf03ab3b6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>4467</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/03/2018 13:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/03/2018 12:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผู้ก่อตั้ง&#039;แอมะซอน&#039;รวยสุดในโลก&#039;เจ้าสัวเจริญ&#039;ยังคงเป็นเศรษฐีอันดับ1ของไทย&#039;ทักษิณ&#039;รวยขึ้น3.1พันล้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;7 มี.ค.61- &amp;nbsp;นิตยสารฟอร์บส์เปิดเผยรายนามมหาเศรษฐีพันล้านดอลลาร์ของโลกประจำปี 2561 เมื่อวันอังคาร &amp;quot;เจฟฟ์ เบซอส&amp;quot; ผู้ก่อตั้งเว็บขายของออนไลน์ แอมะซอน รวยอันดับหนึ่งแทนที่ &amp;quot;บิล เกตส์&amp;quot; เศรษฐีใจบุญแห่งไมโครซอฟท์ ขณะ &amp;quot;โดนัลด์ ทรัมป์&amp;quot; รวยน้อยลง 400 ล้านดอลลาร์ ของไทยเจ้าพ่อเบียร์ช้างรั้งอันดับหนึ่งเหมือนเดิม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฟอร์บส์กล่าวไว้ในรายงานการจัดอันดับมหาเศรษฐีโลกประจำปี 2561 ที่เผยแพร่เมื่อวันอังคารที่ 6 มีนาคม ว่าเบซอสมีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นเป็น 112,000 ล้านดอลลาร์ จากอานิสงส์ราคาหุ้นแอมะซอนที่เพิ่มขึ้นถึง 59% ในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา จนทำให้เขารวยมากกว่าเกตส์ 90,000 ล้านดอลลาร์ และภายหลังการประกาศผลการจัดอันดับ หุ้นของแอมะซอนยังพุ่งทะยานขึ้นอีก จนทรัพย์สินของเบซอสเพิ่มเป็น 127,000 ล้านดอลลาร์ ยิ่งเพิ่มช่องว่างระหว่างเขากับเกตส์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนเกตส์ซึ่งตกไปอยู่อันดับ 2 มีทรัพย์สิน 90,000 ล้านดอลลาร์ อันดับ 3.ยังคงเป็นวอร์เรน บัฟเฟตต์ นักลงทุนเจ้าของเบิร์กเชียร์แฮธาเวย์ มีทรัพย์สิน&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;84,000 ล้านดอลลาร์ อันดับ 4.เป็นนักธุรกิจชาวฝรั่งเศส แบร์นารด์ อาร์โนลต์ ประธานและซีอีโอ LVMH เจ้าของหลุยส์วิตตอง ที่ขยับขึ้นจากอันดับ 11 มีทรัพย์สิน 72,000 ล้านดอลลาร์ อันดับ 5. มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก แห่งเฟซบุ๊ค มีทรัพย์สิน 71,000 ล้านดอลลาร์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อันดับ 6. อามันซิโอ ออร์เตกา เจ้าของแบรนด์แฟชันซาราจากสเปน มีทรัพย์สิน 70,000 ล้านดอลลาร์, อันดับ 7. คาร์ลอส สลิม เฮลู นักธุรกิจโทรคมนาคมชาวเม็กซิโก มีทรัพย์สิน 67,100 ล้านดอลลาร์, อันดับ 8. และ 9. ชาร์ลส์ คอช และเดวิด คอช สองพี่น้องแห่งคอชอินดัสตรีส์ มีทรัพย์สิน 60,000 ล้านดอลลาร์เท่ากัน, อันดับ 10. แลร์รี เอลลิสัน นักธุรกิจซอฟต์แวร์ มีทรัพย์สิน 58,500 ล้านดอลลาร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปีนี้มหาเศรษฐีระดับพันล้านดอลลาร์ของโลกมีจำนวนมากถึง 2,208 คน มีทรัพย์สินรวมกัน 9.1 ล้านล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 18% จากปีที่แล้ว โดยสหรัฐยังมีคงมีเศรษฐีพันล้านมากที่สุด 585 ราย ตามด้วยจีนแผ่นดินใหญ่ 373 ราย ในกลุ่มเศรษฐี 20 อันดับแรกของฟอร์บส์ปีนี้ มีชาวจีนติดโผด้วย 2 คน ได้แก่ หม่าฮว่าเถิง ผู้บริหารบริษัทอินเทอร์เน็ตยักษ์ใหญ่ เทนเซนต์ รวยอันดับ 17 ของโลกและรวยสุดในเอเชียด้วยทรัพย์สิน 45,300 ล้านดอลลาร์ อีกคนคือแจ็ก หม่า ผู้ก่อตั้งอาลีบาบา รวยติดอันดับ 20 ของโลก ทรัพย์สิน 39,000 ล้านดอลลาร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ รวยติดอันดับ 766 ของโลก ร่วงลงจากอันดับ 544 ในปีที่แล้ว มีทรัพย์สินแค่ 3,100 ล้านดอลลาร์ &amp;nbsp;น้อยลงจากปีก่อน 400 ล้านดอลลาร์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มหาเศรษฐีพันล้านดอลลาร์หน้าใหม่ในปีนี้มีถึง 259 คน หลายคนเป็นเศรษฐีจากการครอบครองเงินสกุลดิจิทัล ขณะเดียวกัน ก็มีมหาเศรษฐีที่หลุดจากโผ 121 คน ซึ่งรวมถึงชาวซาอุดีอาระเบีย 10 ราย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนไทยปีนี้มีมหาเศรษฐีพันล้านดอลลาร์ถึง 30 คน เพิ่มขึ้น 10 คนจากปี 2560 นำทัพโดย นายเจริญ สิริวัฒนภักดี เจ้าของเบียร์ช้าง มีทรัพย์สิน 17,600 ล้านดอลลาร์ ติดอันดับ 65 ของโลก ตามด้วยอันดับ 95. นายธนินท์ เจียรวนนท์ เจ้าสัวซีพี มีทรัพย์สิน 14,900 ล้านดอลลาร์, อันดับ 388. นายวิชัย ศรีวัฒนประภา แห่งคิงเพาเวอร์ ทรัพย์สิน 5,000 ล้านดอลลาร์, อันดับ 514. นายสุเมธ เจียรวนนท์ มีทรัพย์สิน 4,200 ล้านดอลาร์, อันดับ 527 นายจรัญ เจียรวนนท์ และนายมนตรี เจียรวนนท์ มีทรัพย์สินเท่ากัน 4,100 ล้านดอลลาร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อันดับ 629. นายสารัชถ์ รัตนาวะดี ผู้บริหารธุรกิจพลังงาน กัลฟ์เอ็นเนอร์จีดีเวลลอปเมนท์ มีทรัพย์สิน 3,600 ล้านดอลลาร์, อันดับ 679 นายสมโภชน์ อาหุนัย จากธุรกิจพลังงาน มีทรัพย์สิน 3,400 ล้านดอลลาร์, &amp;nbsp;อันดับ 703 นายวานิช ไชยวรรณ แห่งไทยประกันชีวิต มีทรัพย์สิน 3,300 ล้านดอลลาร์, อันดับ 791. นพ.ปราเสริฐ ปราสาททองโอสถ จากธุรกิจโรงพยาบาล มีทรัพย์สิน 3,000 ล้านดอลลาร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การจัดอันดับของฟอร์บส์ปีนี้ นายทักษิณ ชินวัตร ติดอันดับที่ 1,339 ของโลก และอันดับที่ 16 ของไทย มีทรัพย์สิน 1,800 ล้านดอลลาร์ &amp;nbsp;เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว 100 ล้านดอลลาร์.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/4467</URL_LINK>
                <HASHTAG>จัดอันดับเศรษฐีโลก, ทักษิณ ชินวัตร, นิตยสารฟอร์บส์, บิล เกตส์, ฟอร์บส์, เจฟฟ์ เบซอส, เจริญ สิริวัฒนภักดี, เบียร์ช้าง, แอมะซอน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180307/image_big_5a9f7ee2aa157.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
