<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>85976</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/12/2020 19:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/12/2020 18:44</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> ชักไม่ค่อยดี !เตือนผู้ไปร่วมงานฟาร์ม เฟสติวัล เชียงราย ช่วงเดียวกับกลุ่มติดเชื้อโควิดท่าขี้เหล็ก ให้สังเกตุอาการตัวเอง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
4 ธ.ค.63- ที่ศูนย์แถลงข่าวสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 กระทรวงสาธารณสุข จ.นนทบุรี &amp;nbsp;นายแพทย์โอภาส การย์กวินพงศ์ รักษาราชการแทนอธิบดีกรมควบคุมโรค และนายแพทย์โสภณ &amp;nbsp; &amp;nbsp;เอี่ยมศิริถาวร ผู้อำนวยการกองโรคติดต่อทั่วไป แถลงข่าวความคืบหน้าสถานการณ์โรคโควิด 19 จ.ท่าขี้เหล็ก ประเทศเมียนมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นายแพทย์โอภาสกล่าวว่า ขณะนี้มีผู้ติดเชื้อโควิด 19 ที่เดินทางมาจาก จ.ท่าขี้เหล็ก ประเทศเมียนมา ตั้งแต่วันที่ 24 พฤศจิกายน 2563 จนถึงปัจจุบัน จำนวน 13 ราย เดินทางเข้าช่องทางธรรมชาติ 10 ราย (เชียงใหม่ 3 ราย เชียงราย 3 ราย กรุงเทพมหานคร 1 ราย พะเยา 1 ราย พิจิตร 1 ราย และราชบุรี 1 ราย) และเข้ามาตามระบบ เป็นชาวเชียงรายทั้ง 3 ราย ผู้ที่เดินทางกลับเข้ามามีความเสี่ยงรับเชื้อมาด้วย จึงขอให้คนไทยในฝั่งท่าขี้เหล็กแจ้งรายชื่อ ขอเดินทางกลับประเทศไทยอย่างถูกต้อง ซึ่ง จ.เชียงรายได้จัดเตรียมสถานที่กักกันโรคหลายร้อยห้องรองรับ หากเข้ามาตามเส้นทางธรรมชาติ จะมีการตรวจจับดำเนินคดีตามกฎหมาย เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงจะตรวจตราเข้มตามแนวชายแดน มี อสม.ช่วยเฝ้าระวังตามสถานที่ต่างๆ รวมถึงประชาชนช่วยกันเฝ้าระวัง หากพบผู้เดินทางกลับมาอย่างผิดกฎหมาย ไม่ได้ผ่านการกักกัน 14 วัน ให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่สาธารณสุข กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน หรือ อสม.ทันที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นายแพทย์โอภาสกล่าวต่อว่า นอกจากนี้ ขอความร่วมมือภาคประชาสังคม ผู้ให้บริการ ผู้ใช้บริการ และผู้จัดกิจกรรมต่างๆ ในพื้นที่สาธารณะ ต้องเข้มมาตรการสวมหน้ากาก หมั่นทำความสะอาดตามจุดสัมผัสต่างๆ จัดจุดล้างมือ เว้นระยะห่าง และสแกนไทยชนะทุกครั้ง ส่วนสถานพยาบาลจะช่วยคัดกรองกลุ่มเสี่ยงต่างๆ และให้คำแนะนำประชาชน กระทรวงมหาดไทยได้กำชับให้ทุกจังหวัดกำกับติดตามให้สถานที่ต่าง ๆ ที่ให้บริการ ปฏิบัติตามมาตรการควบคุมป้องกันโรค เช่น สถานบันเทิง เป็นต้น หากไม่ปฏิบัติตามมีอำนาจสั่งปิดได้ทันที กระทรวงสาธารณสุขได้กำหนดแนวทางปฏิบัติสำหรับโรงเรียนและสถานที่ต่างๆ คือ ให้ปิดเฉพาะกรณีที่พบผู้ป่วยยืนยันโควิด 19 ในสถานที่นั้นๆ หากเป็นผู้ที่สัมผัสกับผู้ป่วยไม่จำเป็นต้องปิดสถานที่ โดยผู้สัมผัสเสี่ยงสูงจะต้องเข้ารับการกักกันเพื่อเฝ้าระวังอาการ ส่วนผู้สัมผัสเสี่ยงต่ำหรือผู้สัมผัสที่ใกล้ชิดกับผู้สัมผัสเสี่ยงสูงก็ไม่ต้องปิดสถานที่เช่นเดียวกัน แต่แนะนำให้เฝ้าระวังอาการ สวมหน้ากาก ล้างมือ เว้นระยะห่าง โดยสถานที่นั้นๆ สามารถทำความสะอาดบ่อย ๆ เพื่อความปลอดภัยและสร้างความมั่นใจ หากมีผลการสอบสวนโรคเพิ่มเติมจะรายงานให้ทราบต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ส่วนผู้ที่เดินทางกลับมาจากเชียงใหม่และเชียงราย ถ้าไม่ได้อยู่สถานที่เดียวกับผู้ป่วย ถือว่าไม่มีความเสี่ยง ไม่จำเป็นต้องกักตัว ในกรณีนักเรียนที่ไปเที่ยวเชียงใหม่แต่ไม่ใช่พื้นที่ที่พบผู้ติดเชื้อ การให้กักตัวถือว่าเป็นมาตรการที่เกินความจำเป็น สำหรับการตรวจพบผู้ติดเชื้อโควิด 19 ที่จ.กำแพงเพชร ชายไทยอายุ 49 ปี ผลตรวจพบปริมาณสารพันธุกรรมน้อยและมีภูมิคุ้มกันขึ้นแล้ว แสดงว่าติดเชื้อมานาน และผู้สัมผัสใกล้ชิดผลการตรวจเป็นลบ จึงไม่จำเป็นต้องดำเนินการปิดโรงเรียน&amp;rdquo; นายแพทย์โอภาสกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นายแพทย์โสภณ เอี่ยมศิริถาวร ผู้อำนวยการกองโรคติดต่อทั่วไป กล่าวว่า สถานการณ์โรคโควิด 19 ทั่วโลกมีผู้ติดเชื้อ 65,527,498 ราย เป็นการติดเชื้อรายใหม่ 678,631 ราย ถือว่าแนวโน้มการระบาดยังสูงต่อเนื่อง เสียชีวิตสะสม &amp;nbsp;1,511,719 ราย เสียชีวิตเพิ่มขึ้น 12,679 ราย โดยประเทศที่มีผู้ติดเชื้อสูงสุด ยังคงเป็นสหรัฐอเมริกา อินเดีย บราซิล รัสเซีย และฝรั่งเศส สำหรับประเทศเพื่อนบ้านที่มีการติดเชื้อสูง คือ เมียนมา และมาเลเซีย &amp;nbsp;โดยเมียนมามีผู้ป่วยรายใหม่ 1,418 ราย &amp;nbsp;มาเลเซีย มีผู้ป่วยรายใหม่ 1,075 ราย &amp;nbsp;ทำให้ต้องเฝ้าระวัง ผู้เดินทางอย่างต่อเนื่อง สำหรับสถานการณ์ของประเทศไทย วันที่ 4 ธันวาคม มีผู้ป่วยโควิด 19 รายใหม่ 14 ราย แบ่งเป็นการติดเชื้อในประเทศ 1 ราย สัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วยยืนยันก่อนหน้านี้ ส่วนอีก 13 ราย เดินทางมาจากต่างประเทศ เป็นคนไทย 9 ราย คนต่างชาติ 4 ราย เข้าสู่ระบบการกักกันในสถานกักกันที่รัฐจัดให้ 8 ราย และสถานกักกันที่รัฐกำหนด 5 ราย ยังมีผู้ป่วยอยู่ในการรักษาพยาบาล 154 ราย เกินครึ่งไม่มีอาการ ที่เหลือมีอาการเล็กน้อย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นายแพทย์โสภณกล่าวว่า ความคืบหน้าการติดตามผู้ป่วยโควิด 19 ที่เดินทางมาจาก จ.ท่าขี้เหล็ก ประเทศเมียนมา ผู้สัมผัสของผู้ติดเชื้อโควิด 19 ที่เข้ามาทางเส้นทางธรรมชาติจำนวน 10 รายนั้น ได้ทำการตรวจหาเชื้อผู้สัมผัสมากกว่า 250 ราย ส่วนใหญ่ให้ผลเป็นลบ แต่มีชายไทยอายุ 28 ปี อาชีพพนักงานสถานบันเทิงในจังหวัดเชียงรายที่ติดเชื้อ จากการสอบสวนโรคพบว่า วันที่ 28 พฤศจิกายน ได้ไปพบผู้ติดเชื้อของ จ.พะเยา ที่เดินทางกลับมาจากท่าขี้เหล็กพร้อมเพื่อนอีก 2 คน และพักห้องเดียวกัน ช่วงเย็นไปทำงานร้านอาหารตามปกติ วันที่ 29 พฤศจิกายน มีการรับประทานอาหารด้วยกัน ไปเที่ยวงานฟาร์ม เฟสติวัล กับกลุ่มเพื่อนดังกล่าว วันที่ 30 พฤศจิกายน ไปเที่ยวสถานบันเทิง และเดินทางต่อไป จ.เชียงใหม่กับเพื่อนด้วยรถส่วนตัว &amp;nbsp;วันที่ 1 ธันวาคมเดินทางกลับจ.เชียงรายด้วยรถโดยสารประจำทาง ช่วงเย็นไปทำงานตามปกติ วันที่ 2 ธันวาคม เริ่มมีอาการเจ็บคอ จึงไปขอตรวจที่โรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง ผลตรวจพบเชื้อโควิด 19 เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ ขณะนี้อาการดี ไม่มีไข้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ประชาชนที่ไปงานฟาร์ม เฟสติวัลเวลา 19.30-21.30 น. และเที่ยวในบริเวณงาน โดยเฉพาะโซนลานเบียร์ หน้าเวที และห้องน้ำ ให้สังเกตอาการโรคระบบทางเดินหายใจ มีไข้ ไอ เจ็บคอ น้ำมูก อาการเด่นของโควิด 19 คือจมูกไม่ได้กลิ่น ลิ้นไม่ได้รับรส ให้สวมหน้ากาก หลีกเลี่ยงสถานที่ชุมชน และผู้ที่ลงทะเบียนไทยชนะหากได้รับข้อความ ให้ติดต่อผู้จัดงานหรือสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเพื่อรับคำแนะนำในการเฝ้าระวังและนัดสถานที่ตรวจหาเชื้อ ตั้งแต่วันที่ 4 ธันวาคม 2563 เช่นเดียวกับผู้โดยสารเที่ยวบินเดียวกับผู้ป่วย ขอให้สังเกตอาการ รายงานตัวกับเจ้าหน้าที่สาธารณสุขในภูมิลำเนา เพื่อรับคำแนะนำในการเฝ้าระวังอาการ&amp;rdquo; นายแพทย์โสภณกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นายแพทย์โสภณกล่าวต่อว่า สำหรับหญิงไทยอยุ 51 ปี จ.สิงห์บุรี ที่ตรวจพบการติดเชื้อโควิด 19 โดยระบุว่านั่งเครื่องบินลำเดียวกับผู้ป่วยโควิด 19 ที่เดินทางกลับมาจากเชียงราย เบื้องต้นแจ้งว่าเดินทางไปจังหวัดเชียงรายและไม่ได้ข้ามไปประเทศเพื่อนบ้าน หากข้อมูลนี้ถูกต้องก็จะเป็นอีก 1 รายที่ติดเชื้อภายในประเทศ แต่ขณะนี้ข้อมูลยังไม่ครบถ้วน อยู่ระหว่างการสอบสวนโรคและเก็บข้อมูลเพิ่มเติม เพื่อหาสาเหตุและสถานที่รับเชื้อ หากทราบข้อมูลเพิ่มเติมจะนำเสนอต่อไป ขอให้ผู้ที่ถูกสอบสวนโรคให้ข้อมูลตามความเป็นจริงเพื่อประโยชน์ของตัวท่านเองและผู้ใกล้ชิด และการสอบสวนโรคเป็นไปอย่างถูกต้อง เพื่อจำกัดวงการแพร่ระบาดและการป้องกันควบคุมโรคได้อย่างรวดเร็ว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/85976</URL_LINK>
                <HASHTAG>#โควิด-19, จ.เชียงราย, ท่าขี้เหล็ก, ฟาร์ม เฟสติวัล เชียงราย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201204/image_big_5fca205430c2b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
