<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>70243</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/07/2020 16:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/07/2020 16:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;กรมเจ้าท่า&#039; ชี้เจ้าของฟาร์มกุ้งผิดจริงหลังใช้รถแบคโฮขุดทะเล เตรียมดำเนินการตามกฎหมาย </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายลงตรวจสอบเจ้าของฟาร์มกุ้งใช้รถแบคโฮขุดทะเลวางท่อสูบน้ำพบทำผิดจริงจากที่ขออนุญาต พร้อมกับให้ผู้เชี่ยวชาญรวบรวมข้อมูลผลกระทบสิ่งแวดล้อมดำเนินการมาตรการทางกฎหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 ก.ค.63 - จากกรณีชาวบ้านร้องเรียนนายทุนใช้เครื่องมือหนักขนาดใหญ่ขุดดินทะเลขึ้นมาถมนเป็นถนนให้รถแบคโฮลงไปขุดดินในทะเลเพื่อวางท่อสูบน้ำเข้าฟาร์มเพาะเลี้ยงลูกกุ้งบริเวณชายหาดบางมะพร้าว หมู่ 13 ตำบลบางมะพร้าว อ.หลังสวน จ.ชุมพร ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศชายฝั่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุด นาวาเอก กิตติพงษ์ พุ่มสร้าง รอง ผอ.ศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล (ศรชล.)จ.ชุมพร นายคำรณ อินจันทร์ ผอ.สำนักงานเจ้าท่าสาขาชุมพร นางอวยพร อุ่นเพ็ง นักวิชาการสิ่งแวดล้อมชำนาญการพิเศษ สทจ.ชุมพร นายสุชาติ รัตนเรืองศรี ผอ.ส่วนอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลที่ 4 สุราษฎร์ธานี&amp;nbsp;นายจิรยุทธ์ รัตนดิลก ณ ภูเก็ต ผอ.ศูนย์บริหารจัดการทรัพยากรป่าชายเลน จ.ชุมพร พร้อมผู้เกี่ยวข้องรวมกว่า 30 คน ลงพื้นที่ตรวจสอบบริเวณก่อสร้างฟาร์มเพาะเลี้ยงลูกกุ้งขนาดใหญ่ ของบริษัท มรกตฟาร์ม จำกัด ตั้งอยู่ริมถนนเลียบชายหาดบางมะพร้าว หมู่ที่ 13 ต.บางมะพร้าว อ.หลังสวน จ.ชุมพร จุดเกิดเหตุตามที่มีการร้องเรียน โดยมี นายโกเวทย์ ตันติสุวรรณ นักธุรกิจเจ้าของ บริษัท มรกต ฟาร์ม จำกัด นายสันต์ ฉิมหาด นายก อบต.บางมะพร้าว นายวัชรินทร์ สุวรรณยอด ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 13 ให้การต้อนรับ พร้อมกับนำลงพื้นที่ตรวจสอบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการตรวจสอบบริเวณชายหาดตรงข้ามกับฟาร์ม ที่ใช้รถแบคโฮขุดดินทรายยื่นลงไปในทะเล 2 ข้างคู่ขนานกันยาวกว่า 50 เมตรเพื่อให้รถแบ็คโฮ 2 คัน ขับลงไปตักขุดดินตามที่ปรากฏเป็นข่าวร้องเรียน โดยพบมีร่องรอยถูกรถแบคโฮกลบทำลายให้กลับสภาพเดิมไปจนหมดแล้ว แต่ยังมีเหลือเนินดินโผล่เป็นสันยื่นลงไปในทะเลที่ใช้เป็นจุดฝังกลบท่อโผล่ให้เห็นเป็นสันดอนยื่นออกไปในทะเลยาวประมาณ 10 เมตร และมีธงแดงปักเป็นระยะตามแนวท่อยาวประมาณ 200 เมตร เพื่อป้องกันเรือประมงชายฝั่งขับผ่าน ทราบว่าเจ้าของฟาร์มเพิ่งทำการฝังกลบบริเวณดังกล่าวเสร็จเมื่อวันที่ 29 มิถุนายนที่ผ่านมาก่อนที่เจ้าหน้าที่จะลงตรวจสอบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายคำรณ อินจันทร์ ผอ.สำนักงานเจ้าท่าสาขาชุมพร กล่าวว่าฟาร์มแห่งนี้ได้รับอนุญาตให้ปลูกสร้างสิ่งล่วงล้ำลำน้ำประเภทวางท่อสูบน้ำ ใบอนุญาตที่ 31/2562 วันที่ 30 ต.ค.62 โดยวางท่อ HDPE จำนวน 4 ท่อ ความยาว 200 เมตร&amp;nbsp;แต่ตามที่ปรากฏตามข่าวมีการใช้รถแบ็คโฮ 2 คัน ซึ่งเป็นเครื่องมือหนักลงไปขุดในทะเลลักษณะนั้นถือว่าเป็นการกระทำที่ผิดไม่เป็นไปตามระเบียบข้อปฏิบัติในการวางท่อสูบน้ำเข้าฟาร์ม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน นาวาเอกกิตติพงษ์ กล่าวว่าตามที่ปรากฏเป็นข่าวนั้นตนเป็นผู้ลงมาตรวจสอบเองถึง 2 ครั้ง เพราะถือว่าเป็นหน้าที่โดยตรงของหน่วยงานตน และได้มีการถ่ายภาพวิดีโอไว้เป็นหลักฐาน พร้อมกับประสานหน่วยงานเกี่ยวข้องลงมาตรวจสอบข้อเท็จจริงในวันนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่นายโกเวทย์ ตันติสุวรรณ เจ้าของบริษัท มรกตฟาร์ม จำกัด กล่าวว่าหลังขออนุญาตจากสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาค สาขาชุมพร บริษัทฯ ได้ทำการขุดฝังกลบท่อแล้วเสร็จตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2562 แต่ด้วยความแรงของลมคลื่นช่วงปลายปี 62 ท่อได้ลอยโผล่ขึ้นมาไม่เป็นไปตามแบบ ต่อมาเดือนมิถุนายน 2563 จึงต้องดำเนินการอย่างเร่งด่วนได้ใช้รถแบคโฮทำการเปิดหน้าทรายใหม่อีกครั้งใช้เวลาประมาณ 5 วัน โดยใช้สายสลิงถ่วงกับลูกปูนเพื่อถ่วงท่อและกลบทรายทับท่ออีกครั้งจนปรากฏภาพตามที่เป็นข่าวดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภายหลังตรวจสอบเจ้าหน้าที่ทั้งหมดได้ร่วมกันทำบันทึกการตรวจสอบพร้อมกับประสานมอบหมายให้ ศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอ่าวไทยตอนกลาง จ.ชุมพร นำนักวิชาการ ผู้เชี่ยวชาญ นักประดาน้ำ เข้ามาตรวจสอบข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อม เพื่อประกอบการพิจารณาของแต่ละหน่วยงานในการดำเนินการตามกฎหมายต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/70243</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมเจ้าท่า, ขุดทะเล, จังหวัดชุมพร, ฟาร์มเลี้ยงกุ้ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200701/image_big_5efc568c3ead7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>70156</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/06/2020 16:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/06/2020 16:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชาวบ้านโวยกรมเจ้าท่าปล่อยนายทุนขุดทะเล วางท่อสูบน้ำเข้าฟาร์มกุ้ง ระบบนิเวศชายฝั่งเสียหาย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชาวบ้านโวยปล่อยนายทุนใช้รถแบ็คโฮ 2 คัน ขุดทะเลทำคูถนนลงไปวางท่อสูบน้ำเข้าฟาร์มเลี้ยงกุ้ง ส่งผลระบบนิเวศน์ชายฝั่ง เสียหาย วอนหน่วยงานเกี่ยวข้องตรวจสอบถูกต้องหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 มิ.ย.63 - ผู้สื่อข่าวได้รับร้องเรียนจากชาวบ้านมีนายทุนใช้รถแบ็กโฮจำนวน 2 คัน ขุดดินในทะเลขึ้นมาทำเป็นคันคูคล้ายถนนยื่นลงไปในทะเลยาวเกือบ 100 เมตร เพื่อให้รถแบ็คโฮขับลงไปขุดดินวางท่อสูบน้ำทะเลขึ้นไปใช้ในฟาร์มกุ้งขนาดใหญ่บนชายฝั่ง บริเวณพื้นที่เขตรอยต่อระหว่างอำเภอหลังสวนและอำเภอละแม จ.ชุมพร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยมีลักษณะการขุดดินทะเลขึ้นมาเป็นคันคูคล้ายถนนคู่ขนาดเพื่อให้รถแบ็คโฮขับลงไปขุดตัดดินระหว่างกลางในการวางท่อขนาดใหญ่แล้วฝังกลบ เพื่อต้องการสูบน้ำขึ้นไปใช้ในฟาร์มเลี้ยงกุ้งขนาดใหญ่บนชายหาด ซึ่งการทำในลักษณะนี้ชาวบ้านมองว่าไม่น่าจะเป็นการกระทำที่ถูกต้องตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง และอาจจะผลกระทบต่อระบบนิเวศน์ทางทะเลและชายฝั่งได้ในอนาคต จึงอยากเรียกร้องให้หน่วยงานเกี่ยวข้องลงไปตรวจสอบข้อเท็จจริงเพื่อป้องกันการเกิดปัญหาในอนาคต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางสาวชิดสุภางค์ ชำนาญ เลขานุการสมาคมเพื่อนสิ่งแวดล้อมชุมพร และในฐานะคณะอนุกรรมการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง จ.ชุมพร พร้อมด้วย นายธนเทพ กมศิลป์ ผู้ทรงคุณวุฒิฯ ร่วมกันให้ความเห็นถึงกรณีดังกล่าวว่าปัจจุบันการที่หน่วยงานรัฐหรือเอกชนจะมีโครงการก่อสร้าง การเลี้ยงสัตว์น้ำ หรือโครงการอะไรก็ตามที่เกี่ยวข้องกับทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง จะต้องมีการศึกษาผลกระทบผลได้ผลเสีย และให้เป็นไปตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องจากหลายหน่วยงาน ดังนั้นจะอนุมัติหรืออนุญาตให้ทำอะไรเพียงหน่วยงานเดียวเหมือนเมื่อก่อนไม่ได้อีกแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธนเทพ กล่าวต่อว่า ดังนั้นในกรณีนี้จึงไม่ทราบว่ามีการขออนุญาตถูกต้องหรือไม่ หากมีการขอถูกต้องหน่วยงานเกี่ยวข้องโดยเฉพาะกรมเจ้าท่าได้มีการติดตามการดำเนินงานของผู้ประกอบการรายนี้หรือไม่ เพราะหากดูจากภาพหลักฐานการร้องเรียนการขุดดินทะเลขึ้นมาทำคันถนนทั้งสองข้างยื่นยาวออกไปในทะเลเพื่อให้รถแบ็คโฮขับลงไปขุดวางท่อขนาดใหญ่สูบน้ำเข้าไปใช้ในฟาร์มเลี้ยงกุ้งไม่น่าจะถูกต้อง&amp;nbsp;เพราะการใช้รถแบ็กโฮขุดลักษณะนี้ถือเป็นการเหยียบย่ำส่งผลกระทบต่อหน้าดินและชายฝั่งอย่างมาก ดังนั้นจึงตั้งข้อสังเกตว่าหน่วยงานเกี่ยวข้องได้ลงไปควบคุมดูแลการทำงานหรือไม่ หรือแค่เซ็นอนุมัติอย่าเดียวแล้วปล่อยให้ประกอบการทำได้ตามใจชอบ ดังนั้นผู้เกี่ยวข้องจะต้องลงไปตรวจสอบและดำเนินการผิดถูกก็ว่ากันไปตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน นาวาเอกกิตติพงษ์ พุ่มสร้าง รอง ผอ.ศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล (ศรชล.)จ.ชุมพร เปิดเผยว่า กรณีดังกล่าวตนได้ลงพื้นที่ไปตรวจสอบเบื้องต้นและได้ถ่ายภาพไว้เป็นหลักฐานแล้ว ซึ่งผู้รับเหมาอ้างว่าได้ขออนุญาตถูกต้อง แต่อย่างไรก็ตามการใช้รถแบ็คโฮลงไปทำงานในทะเลลักษณะนี้ถือว่าไม่ถูกต้อง จริงๆแล้วจะต้องมีทุ่นหรือแพสำหรับให้รถแบ็คโฮลงไปทำงานไม่ใช่ขุดดินทะเลขึ้นมาทำคูถนนยื่นลงไปในทะเลเพื่อให้รถแบ็คโฮขับลงไปทำงานขุดดินฝังท่อเช่นนี้เพราะได้ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศน์ทรัพยากรชายฝั่งอย่างมาก ซึ่งตอนนี้ตนได้ประสานไปยังกรมเจ้าท่าและผู้เกี่ยวข้องแล้วเพื่อลงไปตรวจสอบฟาร์มกุ้งแห่งนี้ว่าดำเนินการถูกต้องหรือไม่อย่างไรเพื่อป้องกันปัญหาผลกระทบที่จะเกิดขึ้นต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/70156</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมเจ้าท่า, จังหวัดชุมพร, ฟาร์มเลี้ยงกุ้ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200630/image_big_5efb0610c52c1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
