<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>115233</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/09/2021 09:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/09/2021 09:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘หมอธีระวัฒน์’ชูยาฆ่าพยาธิIvermectin</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;01 ก.ย.2564 - นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา หัวหน้าศูนย์วิทยาศาสตร์สุขภาพโรคอุบัติใหม่ คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์โพสต์เฟซบุ๊กว่า ยาฆ่าพยาธิIvermectin ใช้ได้ทั้ง การรักษาโควิดตั้งแต่เริ่มต้นรวมกระทั่งเมื่อติดเชื้อและมีอาการไปแล้วและสามารถใช้ร่วมกับยาอื่นได้ (early และ late treatment)&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประการสำคัญก็คือโควิดมีการกลายพันธุ์ไปเรื่อยๆ และจะเห็นได้ว่ายามาตรฐานที่ใช้รักษา ฟาวิพิราเวียร์เริ่มเห็นว่าได้ผลช้าลงหรือไม่ทันการณ์ ยาฆ่าพยาธิตั้งกล่าวมีประวัติการใช้งานมานานมากทำให้ทราบกระบวนการใช้และความปลอดภัยและมีการพิสูจน์ในเรื่องของโควิดมีอยู่แล้ว ในระดับต่างๆซึ่งเป็นกลไกที่เกี่ยวข้องกับการขัดขวางตัวไวรัสโดยตรง และการเข้าร่างกาย ทางตัวรับต่างๆนอกจาก ACE2 ทำให้กระบวนการติดเชื้ออ่อนด้อยลง ขัดขวางกลไกที่ต่อเนื่องยับยั้งการเพิ่มจำนวนของไวรัสได้ ยับยั้งกระบวนการที่ทำให้เกิดการอักเสบไม่ปะทุ
ยับยั้งกระบวนการที่ทำให้เลือดข้น การเกิดลิ่มเลือดในโควิด ฟื้นฟูประสิทธิภาพของการพยุงชีวิตของเซลล์ผ่านทางตัวอนุภาคโรงพลังงานไมโตคอนเดรีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ยาฆ่าพยาธินี้ทำให้ผู้ค้นคิดและผู้ที่นำไปใช้ต่อสู้กับโรคพยาธิฟิลาเรีย William C Campbell และ Satoshi Omura ได้รับรางวัลโนเบลสาขาสรีรวิทยา และ อายุรศาสตร์ ในปี 2015 และจัดเป็นยาสำคัญขององค์การอนามัยโลกอยู่แล้ว
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115233</URL_LINK>
                <HASHTAG>นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา, ฟาวิพิราเวียร์, ยาฆ่าพยาธิIvermectin, หัวหน้าศูนย์วิทยาศาสตร์สุขภาพโรคอุบัติใหม่, โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210710/image_big_60e97b55f10c0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>112856</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/08/2021 17:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/08/2021 17:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชมรมแพทย์ชนบทตรวจโควิดชุมชนในกรุงเทพฯ-ปริมณฑลวันสุดท้าย ขณะที่ พอช.หนุนชุมชนจัดตั้งครัวกลาง-เตรียมสมุนไพรสู้โควิด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จุดตรวจที่โรงเรียนชุมชนหมู่บ้านพัฒนา คลองเตย หนูน้อยกลัวสำลีแยงจมูก&amp;nbsp; ทีมแพทย์ต้องช่วยกันปล้ำ (ภาพจาก facebook&amp;nbsp; ชมรมแพทย์ชนบท)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทีมแพทย์เชียงรายตรวจโควิดถึงบ้านสำหรับผู้สูงอายุที่ออกมาจุดตรวจไม่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ /&amp;nbsp; ชมรมแพทย์ชนบทปิดปฏิบัติการตรวจโควิดเชิงรุกในกรุงเทพฯ และปริมณฑลเป็นวันสุดท้าย &amp;ldquo;ไม่เสร็จ&amp;nbsp; ไม่เลิก&amp;nbsp; ไม่หมด&amp;nbsp; ไม่กลับ&amp;nbsp; กู้ภัยโควิดกรุงเทพฯ&amp;rdquo;&amp;nbsp; โดยเปิดจุดตรวจวันนี้ 26 จุด&amp;nbsp; รองรับผู้ตรวจประมาณ 50,000 ราย&amp;nbsp; คาดพบผู้ติดเชื้อ 5,000 ราย&amp;nbsp; โดยจะแจกยาและให้การรักษาทันที &amp;nbsp;เพื่อลดภาวะเตียงล้น-บุคลากรรองรับไม่พอ&amp;nbsp; ขณะที่ พอช.เตรียมระดมความช่วยเหลือจากภาคเอกชน&amp;nbsp; ภาคีเครือข่าย&amp;nbsp; หนุนชุมชนจัดตั้งครัวกลาง&amp;nbsp; จัดเตรียมยาสมุนไพรสู้ภัยโควิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ตามที่ชมรมแพทย์ชนบทจากทั่วประเทศระดมกำลังประมาณ 400 คน&amp;nbsp; กว่า&amp;nbsp; 40 ทีม&amp;nbsp; เข้ามาตรวจโควิดเชิงรุกครั้งที่ 3 ในชุมชนแออัดในกรุงเทพฯ และปริมณฑล&amp;nbsp; ระหว่างวันที่ 6-10 สิงหาคม&amp;nbsp; ตั้งเป้าเปิดจุดตรวจทั้งหมด 174 จุด&amp;nbsp; รองรับชุมชนได้ประมาณ 300 ชุมชน&amp;nbsp; ผู้เข้ารับการตรวจทั้งหมดประมาณ&amp;nbsp; 250,000 คน&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เปิดจุดตรวจที่ พอช.รองรับประชาชน 1,500 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; โดยวันนี้ (10 สิงหาคม)&amp;nbsp; เป็นการตรวจวันสุดท้าย&amp;nbsp; facebook ชมรมแพทย์ชนบทโพสต์ข้อความว่า &amp;ldquo;ปิดแผนปฏิบัติการวันนี้ &amp;nbsp;วันสุดท้าย กู้ภัยโควิดกรุงเทพมหานคร &amp;nbsp;ปักหลัก 26 จุดตรวจ &amp;nbsp;กระจายทั่วกรุงเทพมหานคร &amp;nbsp;รวมปริมณฑล จังหวัดนครปฐมและสมุทรปราการอีก 2 จุดบริการ &amp;nbsp;&amp;nbsp;เป้าหมายตรวจคัดกรอง 5 หมื่นราย &amp;nbsp;คาดหมายว่าจะพบผู้ติดเชื้อ 5 พันราย &amp;nbsp;เข้าสู่กระบวนการรักษาพยาบาล &amp;nbsp;แต่ละจุดตรวจวันนี้เปิดรับประชาชนในชุมชนโดยรอบ &amp;nbsp;รวมถึงประชาชนบริเวณใกล้เคียงที่ Walk-in เข้ามาขอตรวจ &amp;nbsp;&amp;nbsp;เราจะตรวจให้กับทุกคน &amp;nbsp;เพราะเรามาเพื่อตรวจคัดแยกผู้ติดเชื้อ&amp;nbsp; ทุกทีมกำลังขนสัมภาระ &amp;nbsp;ล้อหมุนไปยังพื้นที่จุดหมาย &amp;nbsp;ตั้งแต่เวลา&amp;nbsp; 6.30 น.&amp;rdquo;&amp;nbsp; และ &amp;ldquo;เปิดยุทธการ&amp;nbsp; ทิ้งทวน&amp;nbsp; วันสุดท้าย&amp;nbsp; ไม่เสร็จ&amp;nbsp; ไม่เลิก&amp;nbsp; ไม่หมด&amp;nbsp; ไม่กลับ&amp;nbsp; กู้ภัยโควิดกรุงเทพฯ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประชาชนมาลงทะเบียนตรวจโควิดที่ พอช. ตั้งแต่เช้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; โดยในวันนี้ที่สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ &amp;lsquo;พอช.&amp;rsquo; ถนนนวมินทร์&amp;nbsp; เขตบางกะปิ&amp;nbsp; กรุงเทพฯ เป็นอีกแห่งหนึ่งที่ชมรมแพทย์ชนบทมาเปิดบริการจุดตรวจ&amp;nbsp; โดยทีมแพทย์จากสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) พิจิตรและนครสวรรค์ &amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp; 16 คนร่วมเป็นทีมตรวจ&amp;nbsp; มีอาสาสมัครจาก พอช. ประมาณ 30 คน&amp;nbsp; ร่วมสนับสนุนการตรวจของทีมแพทย์&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ลงทะเบียนผู้ตรวจ&amp;nbsp; จัดคิว&amp;nbsp; และอำนวยความสะดวกต่างๆ&amp;nbsp; โดยมีประชาชนทั่วไปเข้ารับการตรวจประมาณ 1,500 คน&amp;nbsp; &amp;nbsp;และ นพ.ยงยศ &amp;nbsp;ธรรมวุฒิ &amp;nbsp;รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข &amp;nbsp;อดีตประธานชมรมแพทย์ชนบทได้มาเยี่ยมจุดตรวจที่สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.ยงยศ &amp;nbsp;ธรรมวุฒิ &amp;nbsp;รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข (ที่ 2 จากซ้าย) เยี่ยมจุดตรวจที่ พอช.&amp;nbsp; โดยมีผู้บริหาร พอช.ให้การต้อนรับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปฏิบัติการ &amp;ldquo;ดับไฟที่ต้นทาง&amp;rdquo;&amp;nbsp; พบติดเชื้อแล้วร้อยละ 10.8 &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.เกรียงศักดิ์ &amp;nbsp;วัชรนุกูลเกียรติ &amp;nbsp;ผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา&amp;nbsp; ซึ่งยกทีมจำนวน 36 คนมาตรวจโควิดเชิงรุกในกรุงเทพฯ&amp;nbsp; บอกว่า&amp;nbsp; ทีมแพทย์ทั้งหมดจะใช้ชุดตรวจ Rapid &amp;nbsp;Antigen Test &amp;nbsp;Kit &amp;nbsp;(ATK หรือชุดตรวจแบบเร็ว) สามารถรู้ผลตรวจแต่ละคนภายในเวลาไม่เกิน 30 นาที &amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยคนที่มีผลเป็นลบ &amp;nbsp;แพทย์จะให้กลับบ้านได้เลย &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ส่วนผู้ที่มีผลบวกให้รอตรวจ RT-PCR อีกครั้ง&amp;nbsp; เพื่อยืนยันผลตรวจ&amp;nbsp; หากผลติดเชื้อแน่นอน&amp;nbsp; ทีมแพทย์จะนำรายชื่อเข้าสู่ระบบการรักษาแบบ Home Isolation ของสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) และจ่ายยารักษาเบื้องต้นตามอาการที่พบก่อน&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยผู้ที่มีผลตรวจเป็นบวก จะได้รับยาฟ้าทะลายโจร &amp;nbsp;หรือฟาวิพิราเวียร์ตามอาการที่พบมากน้อยจากการวินิจฉัย &amp;nbsp;และเชื้อจากการสวอปเพื่อตรวจ RT- PCR ของทุกทีมจะถูกรวบรวมส่งไปตรวจที่แล็ปของ รพ.มหาราชนครราชสีมาวันละ 3&amp;nbsp; รอบ ซึ่งจะรู้ผลภายในวันเดียว &amp;nbsp;โดยผู้ติดเชื้อสามารถเข้าไปดูผลได้ผ่านทางโทรศัพท์มือถือในวันรุ่งขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บางชุมชนที่มีความคับแคบ&amp;nbsp; ทีมแพทย์ต้องนั่งมอเตอร์ไซค์เข้าไปตรวจให้แก่ผู้สูงอายุหรือเจ็บป่วย &amp;nbsp;(ภาพจาก facebook&amp;nbsp; ชมรมแพทย์ชนบท)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ทั้งนี้จากการสรุปผลปฏิบัติการบุกกรุง 5&amp;nbsp; วัน&amp;nbsp; ระหว่างวันที่ 4-8&amp;nbsp; สิงหาคม 2564&amp;nbsp; ตรวจคัดกรองด้วย ATK ทั้งสิ้น&amp;nbsp; 96,087&amp;nbsp; ราย &amp;nbsp;พบผลบวก 10,357 ราย &amp;nbsp;&amp;nbsp;คิดเป็นร้อยละ&amp;nbsp; 10.8 &amp;nbsp;&amp;nbsp;ผู้ที่มีผลบวกเก็บตัวอย่างส่ง RT-pcr 9,790 ราย&amp;nbsp; คิดเป็นร้อยละ&amp;nbsp; 94.5&amp;nbsp; ผลตรวจ RT-pcr ยืนยันตรงกัน &amp;nbsp;มีผลบวกลวงเพียงร้อยละ&amp;nbsp; 0.55&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ประเมินระดับความรุนแรง &amp;nbsp;แดง &amp;nbsp;&amp;nbsp;ร้อยละ 2.5 &amp;nbsp;เหลือง &amp;nbsp;ร้อยละ &amp;nbsp;27.3&amp;nbsp; และ เขียว&amp;nbsp; ร้อยละ 70.2&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทีมแพทย์ให้การรักษาโดยจ่ายยาฟาวิพิราเวียร์ &amp;nbsp;4,792 ราย (รวม 239, 600 เม็ด) คิดเป็นร้อยละ 46.3 ของผู้ที่ตรวจพบเชื้อให้ผลบวก &amp;nbsp;และให้การฉีดวัคซีนกลุ่มเสี่ยง &amp;nbsp;เข็มแรก &amp;nbsp;จำนวน 3,047 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:5.25pt; margin-right:0in; margin-bottom:0in; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ปฏิบัติการบุกกรุงครั้งที่ 3 ของชมรมแพทย์ชนบทครั้งนี้&amp;nbsp;&amp;nbsp; ตั้งเป้าตรวจทั้งหมด 250,000 ราย&amp;nbsp; ประเมินว่าผลบวกจะอยู่ที่ประมาณ 10-15% &amp;nbsp;&amp;nbsp;ดังนั้นจะพบผู้ที่มีเชื้อโควิดที่จะเข้าสู่ระบบการดูแลรักษาจำนวน 25,000-32,500 คน ซึ่งจะสามารถตัดตอนการระบาดไปได้พอสมควร &amp;nbsp;และสามารถช่วยลดภาระเตียงล้นของโรงพยาบาลใน กทม.ลงได้ &amp;nbsp;เพราะทีมแพทย์จะพยายามจ่ายยาฟาร์วิพิราเวียร์ให้กับผู้ติดเชื้อตามเกณฑ์ที่ควรรับยาทุกคน &amp;nbsp;เพื่อลดโอกาสที่ผู้ติดเชื้อจะป่วยหนักจนต้องเข้าโรงพยาบาล&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:5.25pt; margin-right:0in; margin-bottom:0in; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ นพ.เกรียงศักดิ์&amp;nbsp; ยังเปรียบเทียบว่า&amp;nbsp; &amp;ldquo;กรุงเทพฯ คือต้นเพลิงที่ไฟกำลังลุกลามไปถึงทุกจังหวัด&amp;nbsp; จึงต้องมาช่วยดับไฟโควิดที่กรุงเทพฯ&amp;nbsp; เพื่อปลุกเจ้าของพื้นที่ให้ลุกตื่นขึ้นมาจัดการดับไฟให้เร็วที่สุด&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:5.25pt; margin-right:0in; margin-bottom:0in; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พอช.หนุนชุมชนจัดตั้งครัวกลาง-เตรียมสมุนไพรสู้โควิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 &amp;nbsp;ในกรุงเทพฯ และปริมณฑล&amp;nbsp; โดยขณะนี้รัฐบาลได้ขยายพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด (พื้นที่สีแดงเข้ม) จากเดิม 13 จังหวัด เพิ่มขึ้นเป็น 29 จังหวัด ขณะเดียวกันสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ หรือ พอช.ได้สนับสนุนให้ชุมชนต่างๆ จัดทำโครงการเพื่อรับมือกับการแพร่ระบาดของโควิด&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดย พอช.ได้จัดทำโครงการ &amp;lsquo;การแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของชุมชนผู้มีรายได้น้อยที่ได้รับผลกระทบจากโควิด&amp;rsquo; ในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล งบประมาณเบื้องต้น 30 ล้านบาท&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ขณะนี้ได้อนุมัติโครงการเพื่อสนับสนุนชุมชนแล้ว จำนวน &amp;nbsp;50&amp;nbsp; เครือข่ายเขต/เมือง &amp;nbsp;&amp;nbsp;รวม &amp;nbsp;416 &amp;nbsp;ชุมชน&amp;nbsp; ผู้รับผลประโยชน์&amp;nbsp; 83,574ครัวเรือน&amp;nbsp; &amp;nbsp;งบสนับสนุนรวม &amp;nbsp;18,650,000 บาท &amp;nbsp;แยกเป็น&amp;nbsp;&amp;nbsp; โครงการระดับเครือข่ายเมือง/เขต &amp;nbsp;5 ล้านบาทโครงการระดับชุมชน 11.4 ล้านบาทเศษ&amp;nbsp;ถุงยังชีพแจกจ่ายกลุ่มเปราะบางของกระทรวงการพัฒนาสังคมฯ &amp;nbsp;2 ล้านบาท &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; และล่าสุดจากการประชุมผ่านระบบ Zoom ร่วมกันระหว่างผู้นำชุมชนต่างๆ กับผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ พอช. เมื่อวันที่ 8 สิงหาคมที่ผ่านมา&amp;nbsp; พบว่าสิ่งที่ชุมชนต้องการเร่งด่วนในช่วงเดือนสิงหาคม-ตุลาคมนี้&amp;nbsp; คือ 1.จัดตั้งครัวกลางหรือศูนย์อาหารชุมชน &amp;nbsp;&amp;nbsp;เพื่อให้บริการทั้งแบบทำอาหารรายวัน &amp;nbsp;แจกจ่ายของแห้งกลับบ้าน &amp;nbsp;หรือตั้งคลังอาหารให้สมาชิกในชุมชนมาเบิกอาหารไปปรุงเอง&amp;nbsp; 2. จัดหายาสมุนไพรรักษาโควิดให้ชุมชนให้ได้อย่างน้อย 1,000 ชุด (ประมาณเบื้องต้นชุดละ 500 บาท/คน &amp;nbsp;สำหรับยา&amp;nbsp; 3&amp;nbsp; ตำรับ&amp;nbsp; กินยา&amp;nbsp; 5วัน) &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น้ำใจจากพี่น้องเครือข่ายชุมชนในต่างจังหวัด&amp;nbsp; ส่งสมุนไพรเพื่อใช้อบตัวหรือต้มสูดดมเพื่อช่วยให้ระบบหายใจดีขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; 3.จัดหายาสมุนไพรสำหรับรักษาเด็กที่ติดเชื้อ&amp;nbsp; (หมอสมุนไพรแนะนำยาเขียวหอม แคปซูลละ 4 บาท) 4.ประสานงานกับสำนักงานเขต&amp;nbsp; กทม.&amp;nbsp; และ สปสช. &amp;nbsp;เพื่อสนับสนุนการจัดทำ Home isolation และ Community isolation&amp;nbsp; 5.รณรงค์ให้มีการบริจาคยาและเงินช่วยเหลือการจัดการโควิดของชุมชน&amp;nbsp;&amp;nbsp; 6.จัดหาชุด ppe &amp;nbsp;เพื่อป้องกันการติดเชื้อให้ผู้นำชุมชน&amp;nbsp; ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; โดย พอช.จะมีบทบาทพอช. 1.การประสานหน่วยงาน&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภาคเอกชน &amp;nbsp;&amp;nbsp;บุคคล&amp;nbsp;&amp;nbsp; เพื่อระดมเงินและข้าวของช่วยเหลือครัวต่างๆ&amp;nbsp;&amp;nbsp; 2.ประสานเครือข่ายชุมชนในพื้นที่ชนบทเพื่อซื้อข้าวสาร &amp;nbsp;&amp;nbsp;อาหาร&amp;nbsp; ผัก สมุนไพร&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; นำส่งครัวชุมชนต่างๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;สช. ใช้ &amp;lsquo;นครปฐมโมเดล&amp;rsquo; ปลุกเครือข่ายสมัชชาสุขภาพรับมือโควิด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นอกจากข้อเสนอจากผู้นำชุมชนต่างๆ ดังกล่าวแล้ว&amp;nbsp; สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) ได้จัดประชุมเครือข่ายสมัชชาสุขภาพจังหวัด และสภาองค์กรชุมชนทั่วประเทศ&amp;nbsp; ผ่านระบบ Zoom เมื่อวันที่ 9 สิงหาคมที่ผ่านมา&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดย มา&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดย นพ.ประทีป ธนกิจเจริญ &amp;nbsp;เลขาธิการคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (คสช.)  กล่าวว่า&amp;nbsp;สถานการณ์ในขณะนี้ถือว่าประเทศอยู่ระหว่างวิกฤต &amp;nbsp;โดยตัวเลขผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่ได้ทะลุ 2 หมื่นคน &amp;nbsp;เสียชีวิตมากกว่าวันละ 200 ราย&amp;nbsp; และจำนวนผู้ติดเชื้อสะสมกำลังเดินหน้าสู่ 1 ล้านคนในระยะเวลาอันใกล้ &amp;nbsp;ซึ่งคาดการณ์ว่าสถิติจะเพิ่มสูงขึ้นอีกในช่วงกลางเดือนสิงหาคม-กันยายนนี้ &amp;nbsp;&amp;nbsp;ฉะนั้นทุกภาคส่วนจำเป็นต้องลุกขึ้นมาช่วยเหลือประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นพ.ประทีป กล่าวต่อว่า หากพิจารณาสถานการณ์การระบาด&amp;nbsp; จะพบว่าเชื้อโควิด-19 ได้ขยายออกจากกรุงเทพฯ และปริมณฑล &amp;nbsp;กระจายตัวจนใกล้เป็น &amp;ldquo;วิกฤตของระบบสาธารณสุขระดับพื้นที่&amp;rdquo; ทั่วประเทศไปแล้ว &amp;nbsp;และจากตัวเลขประชาชนที่ทยอยเดินทางออกจาก กทม. กลับไปรักษาตัวตามภูมิลำเนาที่เพิ่มขึ้นทุกวันตามนโยบายส่งกลับผู้ติดเชื้อเพื่อช่วยแบ่งเบาภาระเตียงของโรงพยาบาลใน กทม. เชื่อว่าอีกไม่นานสถานการณ์การติดเชื้อของแต่ละจังหวัดจะไม่ต่างจาก กทม. ที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; สถานการณ์เช่นนี้ตอกย้ำว่า เป้าหมายและกลยุทธ์รับมือโควิด-19 ระลอก 4 จะอยู่ที่ตำบลและชุมชน &amp;nbsp;โดยมีการดูแลรักษาที่บ้าน หรือ Home Isolation&amp;nbsp;และศูนย์พักรักษาที่ชุมชน หรือ Community Isolation &amp;nbsp;ที่จัดการโดยประชาชนในพื้นที่ จะเป็นระบบบริการหลัก &amp;nbsp;และมีจังหวัด &amp;nbsp;อำเภอเป็นฐานอำนวยการ &amp;nbsp;สนับสนุน &amp;nbsp;และรับรักษาพยาบาลผู้ป่วยที่มีอาการหนัก &amp;nbsp;รวมทั้งมีพระและวัดเป็นที่พึ่งด้านจิตใจของครอบครัวผู้เสียชีวิต&amp;rdquo; เลขาธิการ คสช. กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;การประชุมผ่านระบบ Zoom ของ สช.&amp;nbsp; และภาคีเครือข่ายเมื่อวันที่ 9 สิงหาคมที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นพ.ประทีป กล่าวอีกว่า&amp;nbsp;มีตัวอย่างพลังภาคีเครือข่ายภาควิชาการ ภาคธุรกิจ ภาคสังคม และจิตอาสาของจังหวัดนครปฐม ได้เข้าไปทำงานร่วมกับหน่วยงานราชการ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นภายใต้การสนับสนุนของผู้ว่าราชการจังหวัด และนายก อบจ. เกิดมาตรการของชาวนครปฐม &amp;nbsp;จนเป็นต้นแบบการจัดระบบการจัดการโควิด-19 ระดับจังหวัด &amp;nbsp;เกิดเป็น &amp;lsquo;นครปฐมโมเดล&amp;rsquo;&amp;nbsp;ที่มีรูปธรรมการจัดการ&amp;nbsp;กิจกรรม และนวัตกรรมทางสังคมระดับพื้นที่ที่หลากหลาย โดยล่าสุด 4จังหวัดภาคอีสาน คือ นครราชสีมา ชัยภูมิ &amp;nbsp;บุรีรัมย์ และสุรินทร์ หรือ นครชัยบุรินทร์&amp;rsquo; &amp;nbsp;และ 5 จังหวัดของ กขป. เขต 10 คือ อุบลราชธานี &amp;nbsp;ศรีสะเกษ &amp;nbsp;ยโสธร &amp;nbsp;มุกดาหาร &amp;nbsp;และอำนาจเจริญ ได้นำโมเดลดังกล่าวไปต่อยอดแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นพ.สำเริง แหยงกระโทก &amp;nbsp;อดีตผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข &amp;nbsp;และแกนนำสมัชชาสุขภาพเขตนครชัยบุรินทร์ กล่าวว่า &amp;nbsp;หากถอดบทเรียนเรื่องมาตรการของภาคประชาชนในการขับเคลื่อนงานระดับพื้นที่ จาก &amp;lsquo;นครปฐมโมเดล&amp;rsquo; จะพบว่ามีอยู่ 4 ประเด็นสำคัญที่แต่ละจังหวัดสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้ &amp;nbsp;ได้แก่ 1.การตั้งศูนย์ประสานงานภาคประชาชนสู้ภัยโควิด-19 ประจำจังหวัด &amp;nbsp;ทำหน้าที่เป็นศูนย์ประสานงานและทำงานร่วมกับภาครัฐ ซึ่ง จ.นครราชสีมา ได้ดำเนินการแล้ว &amp;nbsp;2. การจัดตั้งกองทุนเพื่อระดมปัจจัยสนับสนุน ซึ่งมีตัวอย่างจาก &amp;lsquo;กองทุนลมหายใจ&amp;rsquo; ของ จ.นครปฐม &amp;nbsp;3. การบริหารสิ่งสนับสนุนทั้งทางการแพทย์และทางสังคมเข้าไปสู่ HI และ CI ในชุมชนพื้นที่ &amp;nbsp;และ 4.การสร้างและพัฒนาทักษะการจัดการ HI และ CI ของแกนนำ และอาสาสมัครในชุมชน ภายใต้การเป็นพี่เลี้ยงของระบบบริการสาธารณสุขในพื้นที่รับผิดชอบ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;ใช้วัดเป็นสถานที่พักคอยผู้ป่วย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นายปฏิภาณ &amp;nbsp;จุมผา &amp;nbsp;รองผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ กล่าวเสริมว่า &amp;nbsp;นอกจากมาตรการของภาคประชาชนแล้ว &amp;nbsp;บทบาทของพระสงฆ์และวัดที่มีอยู่ทุกพื้นที่มีความสำคัญมากในการเป็น &amp;lsquo;ผู้นำชุมชน และสถานที่พักพิง&amp;rsquo; รับมือกับวิกฤตครั้งนี้ &amp;nbsp;ดังที่ สมเด็จพระมหาธีราจารย์ &amp;nbsp;เจ้าอาวาสวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ราชวรมหาวิหาร ได้แสดงพระธรรมเทศนา ไว้เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคมที่ผ่านมา&amp;nbsp; มีเนื้อตอนหนึ่งว่า &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;ในภาวะวิกฤตโควิด-19 ทุกภาคส่วนล้วนนำเอาความดีและความเชี่ยวชาญมารวมเป็นพลังสำคัญช่วยเหลือเกื้อกูลกัน &amp;nbsp;คณะสงฆ์ได้จัดตั้งโรงทานตามพระราชดำริของสมเด็จพระสังฆราชฯ สนับสนุนให้ใช้พื้นที่วัดเป็นศูนย์พักคอยเพื่อส่งต่อผู้ป่วยสีเขียว &amp;nbsp;คณะสงฆ์ทั่วสังฆมณฑล &amp;nbsp;ร่วมประสานหน่วยงานภาครัฐและเอกชน จัดตั้งโรงพยาบาลสนามทั่วประเทศเพื่อรองรับและสงเคราะห์ผู้ประสบภัยโควิด-19&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; รอง ผอ.พอช.สรุปในตอนท้ายว่า&amp;nbsp; ในสถานการณ์วิกฤตโควิด-19&amp;nbsp; มีหลายพื้นที่ที่วัดและพระสงฆ์มีบทบาทสำคัญ เช่น &amp;nbsp;1.การดูแลด้านสุขภาพกันเองของพระสงฆ์ และการร่วมดูแลชุมชน&amp;nbsp; 2.การสนับสนุนให้เกิดการจัดตั้ง CI ซึ่งเป็นได้ทั้ง CI ของพระด้วยกันเอง &amp;nbsp;หรือการใช้พื้นที่วัดเป็นฐานเพื่อจัดตั้ง CI ของชุมชน&amp;nbsp; 3. การระดมปัจจัยและสิ่งสนับสนุนในพื้นที่&amp;nbsp; 4. การช่วยเหลือญาติโยมในช่วงท้ายของชีวิต และการ &amp;ldquo;ปลุก-ปลอบ&amp;rdquo; เยียวยาจิตใจของครอบครัวผู้สูญเสีย และเป็น &amp;ldquo;เสาหลักทางจิตวิญญาณ&amp;rdquo; เพื่อให้ทุกคนก้าวผ่านความยากลำบากครั้งนี้ไปด้วยกัน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;ส่วนหนึ่งของทีมแพทย์ชนบทจากทั้งหมดประมาณ 400 คนที่มาบุกกรุงครั้งที่ 3 (ภาพจาก facebook&amp;nbsp; ชมรมแพทย์ชนบท)&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112856</URL_LINK>
                <HASHTAG>ATK หรือชุดตรวจแบบเร็ว, Home Isolation, Rapid  Antigen Test  Kit, กระทรวงสาธารณสุข, กรุงเทพฯ-ปริมณฑล, จัดตั้งครัวกลาง, ชมรมแพทย์ชนบท, ดับไฟที่ต้นทาง, ตรวจโควิดชุมชน, ทีมแพทย์จากสาธารณสุขจังหวัด, นครปฐมโมเดล, นครสวรรค์, นพ.ประทีป ธนกิจเจริญ, นพ.ยงยศ  ธรรมวุฒิ, นพ.สำเริง แหยงกระโทก, นพ.เกรียงศักดิ์  วัชรนุกูลเกียรติ, นายปฏิภาณ  จุมผา, บุคลากรรองรับไม่พอ, พอช., พิจิตร, ฟาวิพิราเวียร์, ยาฟ้าทะลายโจร, ลดภาวะเตียงล้น, วิกฤตของระบบสาธารณสุขระดับพื้นที่, สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ, สมุนไพรสู้โควิด, สสจ., สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ, โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา, ไม่เสร็จ  ไม่เลิก  ไม่หมด  ไม่กลับ  กู้ภัยโควิดกรุงเทพฯ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210810/image_big_611252397a508.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>112542</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/08/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/08/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ดึงร้านขายยาช่วยคุมโควิด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; ปรับแผนใหม่ ฝากตัวกับ &amp;quot;ร้านขายยา&amp;quot; สปสช.เตรียมใช้เป็นกลไก แจก ATK 8.5 ล้านชุด ติดตามอาการ จ่ายยาฟาวิพิราเวียร์ถ้าผลตรวจบวก&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขณะที่รองอธิบดีกรมควบคุมโรคเผยแอสตร้า​เซน​เน​ก้า​แจ้งส่งวัคซีนให้ไทยเดือนส.ค.&amp;nbsp; 5.4 ล้านโดส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2564 นพ.จเด็จ ธรรมธัชอารี เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เปิดเผยในที่ประชุมชี้แจงแนวทางการจ่ายชุดตรวจโควิด Antigen Test Kit (ATK) ให้แก่ประชาชนกลุ่มเสี่ยงสำหรับร้านยาแผนปัจจุบันประเภท 1 และคลินิกพยาบาล เมื่อวันที่ 6 ส.ค.2564 ตอนหนึ่งว่า คณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บอร์ด สปสช.) ได้มีมติให้ สปสช.ดำเนินการจัดหาชุดตรวจโควิด Antigen test kit (ATK) จำนวน 8.5 ล้านชุด แจกให้ประชาชนกลุ่มเสี่ยงสามารถตรวจหาเชื้อโควิด-19 ได้ด้วยเอง ในช่วงเดือน ส.ค.- ก.ย.นี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;หลังสิ้นสุดเดือน ก.ย. ก็จะมีการประเมินสถานการณ์อีกครั้ง หากมีความจำเป็นจะต้องซื้อเพิ่ม สปสช.ก็จะดำเนินการ&amp;rdquo; นพ.จเด็จกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.จเด็จกล่าวต่อไปว่า คาดว่าสถานการณ์โควิด-19 ในปีงบประมาณหน้าจะยังมีความรุนแรง ฉะนั้นชุดตรวจโควิด ATK จำนวน 8.5 ล้านชุด จึงเป็นประเด็นสำคัญ โจทย์คือจะทำอย่างไรให้ชุดตรวจเหล่านั้นกระจายถึงมือประชาชนกลุ่มเสี่ยงได้รวดเร็วและกว้างขวางที่สุด เพื่อลดอุปสรรคในการเข้าถึงบริการของประชาชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ สปสช.ถือโอกาสขอความร่วมมือ ชักชวนร้านขายยาเป็นหน่วยกระจายชุดตรวจโควิด ATK เนื่องจากร้านขายยาทั่วประเทศที่ขึ้นทะเบียนอนุญาตขายยาแผนปัจจุบัน (ขย.1) นั้นมีจำนวนมาก และน่าจะมีบุคลากรที่คอยแนะนำการตรวจให้กับประชาชนได้ ในกรณีตรวจแล้วพบว่าติดเชื้อหรือผลเป็นบวกก็จะขอความร่วมมือให้ร้านขายยาเป็นกลไกในการให้คำแนะนำในการดูแล หรือส่งต่อเข้าสู่กระบวนการรักษาด้วยวิธี Home isolation (HI)
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ บอร์ด สปสช.ยังมีมติมอบให้ สปสช.จัดหายาต้านไวรัสฟาวิพิราเวียร์เพิ่มเติม ซึ่งถ้าตามข่าวในขณะนี้จะพบว่าผู้ป่วยโควิดจำนวนมากยังเข้าไม่ถึงยา ด้วยเหตุที่ว่าหน่วยบริการที่ช่วยดำเนินการอาจจะยังน้อยเกินไป หรือระบบการกระจายยายังไม่มีประสิทธิภาพ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;อันนี้เป็นแนวคิดต่อเนื่องว่าถ้าประสบความสำเร็จ เราอาจจะขยายไปสู่การเป็นจุดกระจายยาที่จำเป็นสำหรับผู้ป่วยโควิด&amp;nbsp; ถ้าร้านขายยาทั่วประเทศร่วมมือกันก็อาจจะขยายไปสู่การให้ยาผู้ป่วยในบางส่วนได้ หรือถ้าไกลกว่านั้น ก็อาจจะขอให้ร้านขายยามาช่วยทำ Home Isolation ในบทบาทที่ร้านขายยาสามารถทำได้ แต่ทั้งหมดนี้ขอเริ่มที่ชุดตรวจ ATK ก่อน&amp;rdquo; นพ.จเด็จกล่าว &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน ผศ.รุ่งเพ็ชร สกุลบำรุงศิลป์ ผู้แทนนายกสภาเภสัชกรรม กล่าวว่า สิ่งที่อยากจะแนะนำคือ สปสช. น่าจะต้องมีรายชื่อ เว็บไซต์ หรือแอปพลิเคชัน ที่มีรายชื่อร้านขายยาที่เข้าร่วมโครงการทั้งหมด ประกอบด้วย ชื่อร้าน สถานที่ตั้ง และเบอร์ติดต่อ ส่วนตัวคิดว่าหากมีแอป จะช่วยให้ผู้ป่วยสามารถพูดคุยโดยตรงกับร้านขายยาเพื่อลดการเดินทางของประชาชนกลุ่มเสี่ยง &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ เมื่อผู้ป่วยได้รับชุดตรวจ ATK แล้วอาจจะต้องศึกษาวิธีการใช้ผ่านวิดีโอ หรือเอกสารกำกับการใช้งาน ซึ่งอาจจะต้องเฉพาะเจาะจงกับชุดตรวจที่ประชาชนได้ไป เนื่องจากชุดตรวจแต่ละชุดอาจจะมีรายละเอียดที่แตกต่างกัน เมื่อผู้ป่วยตรวจเชื้อแล้วก็อาจจะแนะนำให้ส่งเป็นรูป และแจ้งผลการตรวจมาที่ร้านขายยา โดยร้านขายยาก็จะแปลผลและอธิบายเพื่อชี้แจงให้กับผู้ป่วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม ในกรณีที่ผู้ป่วยมีผลเป็นบวกและสามารถเข้ารับการรักษาในระบบ Home Isolation ร้านขายยาสามารถดูแลให้คำปรึกษาและติดตามอาการ ตรงนี้ก็จะเป็นบริการที่จะสามารถช่วยผู้ป่วยได้ เพราะผู้ป่วยโควิด-19 หลายรายไม่มีอาการ หรือมีอาการน้อยมาก ซึ่งก็สามารถดูแลตัวเองได้ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ตอนนี้มีผู้ป่วยหลายรายที่มีผลเป็นบวก และเภสัชกรเองก็ได้มีการโทร. หรือติดตามอาการผ่านไลน์เป็นระยะ ทำให้ผู้ป่วยก็จะสบายใจขึ้น และเข้าใจว่าไม่จำเป็นต้องเข้าสู่ระบบถ้ายังสามารถดูแลตัวเองได้ ในกรณีที่สะดวกจะกักตัวบ้าน&amp;rdquo; ผศ.รุ่งเพ็ชรกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลได้จัดสรรและกระจายชุดตรวจ Antigen Test Kit ซึ่งรัฐบาลไทยได้รับจากสมาพันธรัฐสวิส จำนวน 1.1 ล้านชุด เพื่อใช้ประโยชน์ตามความเหมาะสมแล้ว โดยพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้กระจายชุดตรวจ ATK ซึ่งได้รับจากสมาพันธรัฐสวิส ตามความจำเป็นเร่งด่วน อย่างทั่วถึง เป็นธรรม ซึ่งขณะนี้รัฐบาลได้จัดสรรไปยังจังหวัดพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด 13 จังหวัด ตามจำนวนผู้ป่วยและความเหมาะสมแล้ว ดังนี้ กรุงเทพมหานครจำนวน 200,000 ชุด, นนทบุรี ปทุมธานี จังหวัดละ 75,000 ชุด, อยุธยา สมุทรสาคร นครปฐม ชลบุรี สมุทรปราการ และฉะเชิงเทรา จังหวัดละ 70,000 ชุด, 4 จังหวัดภาคใต้ ได้แก่ นราธิวาส ปัตตานี ยะลา และสงขลา จังหวัดละ 45,000 ชุด และสำรองที่กระทรวงสาธารณสุขจำนวน 150,000 ชุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โฆษกรัฐบาลเปิดเผยว่า นายกรัฐมนตรีเชื่อมั่นว่าอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ได้รับมอบจากสมาพันธรัฐสวิส และได้แจกจ่ายแล้วนี้ จะมีส่วนสำคัญในการสนับสนุนให้ไทยสามารถควบคุมจำกัดวงของการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ทั้งนี้ ในส่วนของเครื่องช่วยหายใจ จำนวน 102 เครื่อง ที่ได้รับมอบจากสมาพันธรัฐสวิส ในโอกาสเดียวกันนี้ จะได้แจกจ่ายตามความเหมาะสมต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.โสภณ เอี่ยมศิริถาวร รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวถึงป้องกันโควิด-19 ว่า ในเดือน ส.ค.นี้ ทางบริษัท แอสตร้า​เซน​เน​ก้าฯ ​แจ้งมาว่าส่งวัคซีนมาให้ไทยได้ จำนวน 5.4 ล้านโดส ซึ่งใกล้เคียงเดือน ก.ค.ที่ผ่านมา จำนวน 5.3 ล้านโดส ทางกระทรวงสาธารณสุขยังแนะนำ สูตรการฉีดวัคซีนสลับยี่ห้อ ฉีดวัคซีนซิโนแวค เข็ม 1 แล้วเว้นไป 3 สัปดาห์ จึงฉีดวัคซีนแอสต​ร้า​เซน​เน​ก้า​เป็นเข็ม 2 แล้วประมาณใน 2 สัปดาห์ ภูมิจะขึ้นสูง ใช้ป้องกันสายพันธุ์เดลตาได้ดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า จากจำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 เพิ่มขึ้น และการปรับการรักษาให้ยารักษาโควิด-19 ฟาวิพิราเวียร์เร็วขึ้น ทำให้จำนวนการใช้ยารักษาโควิดเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ข้อมูลล่าสุดจนถึงวันที่ 4 ส.ค.2564 มีความต้องการใช้ยาฟาวิพิราเวียร์ วันละ 8.5 แสนเม็ดต่อวัน ได้จัดสรรลงพื้นที่ทั่วประเทศตั้งแต่ 7​ ก.ค. ถึง 4 ส.ค.ไปแล้ว จำนวน 20.5 ล้านเม็ด ทั้งนี้ กระทรวงสาธารณสุขได้มอบให้องค์การเภสัชกรรมจัดหายาเพิ่มเติม เพื่อให้เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานเกิดความมั่นใจ และช่วยชีวิตคนป่วยได้ทันท่วงที โดยใน 3​ เดือนนี้ตั้งแต่ ต.ค.-ธ.ค.2564 ให้จัดหาเพิ่มขึ้นอีก 300 ล้านเม็ด (เดือนละ 100 ล้านเม็ด) โดยเฉพาะเดือน ส.ค.-ก.ย.ให้จัดหา 120 ล้านเม็ด สำหรับยาเรมเดซิเวียร์ (Remdesivir) ให้จัดหาเพิ่มอีก 1 แสนขวด รวมเป็น 2 แสนขวดภายในเดือน ส.ค.นี้ ให้เพียงพอตามเกณฑ์การรักษาใหม่เพื่อกระจายให้ทุกจังหวัด
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับเวชภัณฑ์ที่ใช้ประจำ อาทิ หน้ากาก N 95 หน้ากากอนามัย ชุดกาวน์ ถุงมือ ถุงเท้า รองเท้า หมวกคลุมผม กว่า 11​ รายการ จากข้อมูลมีการใช้เวชภัณฑ์ในแต่ละเดือนมากที่สุดจากทั่วประเทศ เช่น ถุงมือยาง (disposable glove) มีการใช้กว่า 19​ ล้านคู่ รองลงมา หน้ากากอนามัย (surgical mask) กว่า 16​ ล้านชิ้น, หมวกคลุมผม (Disposable cap) 3 ​ล้านชิ้น, ชุดกาวน์ (Coverall &amp;amp; gown) 1.6 ล้านชุด เป็นต้น มีการคาดการณ์การใช้งานเพื่อสำรองให้เพียงพอในการใช้แต่ละเดือน โดยจัดซื้อด้วยงบกลางและงบเงินกู้ มีการจัดสรรไปยังภูมิภาคทุกสัปดาห์ หากพื้นที่ใดไม่เพียงพอ สามารถประสานขอสนับสนุนเวชภัณฑ์เร่งด่วนได้ที่กองบริหารการสาธารณสุข สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112542</URL_LINK>
                <HASHTAG>Antigen Test Kit, Antigen Test Kit (ATK), COVID-19, ฟาวิพิราเวียร์, ร้านขายยา, สปสช., หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, โควิด, โควิด 19, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210630/image_big_60dc54e57e16c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>112400</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/08/2021 13:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/08/2021 13:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โฆษกพท.จี้รัฐเร่งหามาตรการเข้มข้นคุมโควิดระบาด หลังยอดตาย-ติดเชื้อเพิ่มต่อเนื่อง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 ส.ค.64 - &amp;nbsp;น.ส.อรุณี กาสยานนท์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ประเทศไทยเดินทางมาถึงจุดต่ำสุดแล้วเมื่อกลายเป็นประเทศที่ฟื้นตัวจากโควิด-19 อันดับสุดท้ายของโลก ใน 120 ประเทศ ผู้ติดเชื้อรายวันเกิน 20,000 คนติดต่อกันเป็นวันที่ 3 ผู้เสียชีวิตทำสถิติสูงสุดเกือบ 200 คน รวมแล้วผู้เสียชีวิตอยู่ที่ &amp;nbsp;5,854 &amp;nbsp;ราย ผู้ป่วยทุกคนคือผู้รับผลพวงจากการบริหารที่ผิดพลาดของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ ผอ.ศบค. ที่ไม่สามารถควบคุมสถานการณ์การระบาดได้ โดยเฉพาะในต่างจังหวัดที่น่าเป็นห่วง มีผู้ติดเชื้อที่ไม่แสดงอาการเพิ่มขึ้น การกักตัวทำได้ไม่ดีพอ อุปกรณ์ป้องกันเชื้อ ชุดตรวจหาเชื้อด้วยตัวเอง (Antigen test kit) &amp;nbsp;ขาดแคลน &amp;nbsp;และยังไม่สามารถเข้าถึงการเบิกจ่ายยาฟาวิพิราเวียร์ได้ &amp;nbsp;ยิ่งทำให้สถานการณ์ทวีความรุนแรงขึ้น จากผู้ป่วยสีเขียวกลายเป็นสีแดงอย่างรวดเร็ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;อยากให้พลเอกประยุทธ์ ในฐานะ ผอ.ศบค.ศึกษาหาทางใช้มาตรการควบคุมการระบาดอย่างเข้มข้นและมีประสิทธิภาพ พร้อมทั้งพิจารณากระจายการผลิตยาฟาวิพิราเวียร์ให้เพียงพอต่อความต้องการโดยด่วน ไม่ควรจำกัดการผลิตไว้ที่องค์การเภสัชกรรม(อภ.) เพียงหน่วยงานเดียว โดยขอความร่วมมือกับโรงพยาบาลเอกชนขนาดใหญ่ที่มีโรงงานผลิตยาของตัวเอง เข้ามาร่วมระดมกำลังการผลิตซึ่งสามารถทำได้ทันที อย่าปล่อยให้สถานการณ์เลวร้ายลงทั้งที่สามารถวางแผนรับมือได้ เพราะสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) และสภาเภสัชกรรม ได้ประเมินแล้วว่าหากผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มขึ้นวันละ 20,000 คน ความจำเป็นของการใช้ยาฟาวิพิราเวียร์จะอยู่ที่ 30 ล้านเม็ดต่อเดือน ขณะที่กำลังการผลิตของ อภ.ในเดือนสิงหาคมอยู่ที่ 2.5 ล้านเม็ดเท่านั้น&amp;quot;
&amp;nbsp;
โฆษกพรรคเพื่อไทย ยังได้แสดงความเสียใจต่อกรณีที่มีนักท่องเที่ยวต่างชาติในโครงการภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ถูกฆ่าข่มขืนเสียชีวิต ถือเป็นความหละหลวมในการใช้มาตรการของรัฐและซ้ำเติมสถานการณ์การฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวให้เลวร้ายลง จึงอยากให้เจ้าหน้าที่ระดมสรรพกำลังทำงานเรื่องนี้โดยต้องเร่งจับกุมผู้กระทำผิดให้เร็วที่สุด พลเอกประยุทธ์ ในฐานะนายกฯและ ผอ.ศบค.ต้องออกมาแสดงความเสียใจและรับผิดชอบต่อครอบครัวผู้สูญเสียด้วย เพื่อเร่งฟื้นฟูความเชื่อมั่นให้กับประเทศในภาวะที่บ้านเมืองเหลือตัวเลือกในการอยู่รอดเพียงน้อยนิด ก่อนที่คนไทยจะอดตายกันหมด&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112400</URL_LINK>
                <HASHTAG>Antigen Test Kit, นางสาวอรุณี กาสยานนท์, พล.อ.ประยุทธ์ จันทรโอชา, ฟาวิพิราเวียร์, มาตรการคุมโควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210806/image_big_610cd2c28fcc3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>112120</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/08/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/08/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จ่อปรับเกณฑ์ซื้ออาหารในห้าง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ไทยพบผู้ติดเชื้อใหม่ 18,901 ราย เสียชีวิต 147 ราย ทำยอดติดเชื้อสะสมทะลุ 6.5 แสนแล้ว สธ.ร่วมมือแพทย์ชนบทลุยตรวจเชิงรุก กทม. 4-10 ส.ค. คาดเจอผู้ป่วยเพิ่ม 32,500 ราย! ยัน &amp;ldquo;ฟาวิพิราเวียร์&amp;rdquo; ไม่ขาดแคลนแต่อาจติดขัดเรื่องกระจาย &amp;ldquo;บิ๊กตู่&amp;rdquo; หยิบปัญหาสั่งอาหารในห้างถกที่ประชุม ครม. &amp;ldquo;เลขาฯ สมช.&amp;rdquo; แพลมอาจเพิ่มจุดรับสินค้าแก้ขัด จับตาประชุม 4 ส.ค.คลอดหลักเกณฑ์ใหม่อีกรอบ หลายจังหวัดตัวเลขพุ่งแห่ปิดห้าง-สถานที่ท่องเที่ยว
เมื่อวันอังคารที่ 3 ส.ค. ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค.รายงานสถานการณ์ประจำวันว่า พบผู้ติดเชื้อใหม่ 18,901 ราย เป็นการติดเชื้อในประเทศ 18,151 ราย มาจากระบบเฝ้าระวังและระบบบริการ 15,176 &amp;nbsp;ราย มาจากการค้นหาเชิงรุก 2,975 ราย มาจากเรือนจำ 743 ราย เป็นผู้เดินทางมาจากต่างประเทศ 7 ราย ทำให้ยอดผู้ติดเชื้อสะสม 652,185 &amp;nbsp;ราย หายป่วยเพิ่มเติม 18,590 ราย หายป่วยสะสม 437,831 ราย อยู่ระหว่างรักษา 209,039 ราย อาการหนัก 4,893 ราย ใส่เครื่องช่วยหายใจ 1,046 ราย และมีรายงานผู้เสียชีวิตเพิ่มเติม 147 ราย เป็นชาย &amp;nbsp;84 ราย หญิง 63 ราย อยู่ใน กทม.มากที่สุด 55 ราย รองลงมาคือ &amp;nbsp;ปทุมธานี 11 ราย โดยมีผู้เสียชีวิตที่บ้าน 2 ราย อยู่ใน กทม. 1 ราย และปทุมธานี 1 ราย ทำให้ขณะนี้มียอดผู้เสียชีวิตสะสม 5,315 ราย ขณะที่สถานการณ์โลกมียอดผู้ติดเชื้อสะสม 199,595,039 ราย เสียชีวิตสะสม &amp;nbsp;4,248,886 ราย &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับ 10 จังหวัดที่มีผู้ติดเชื้อสูงสุดได้แก่ กทม. 3,566 ราย, &amp;nbsp;สมุทรปราการ 1,361 ราย, ชลบุรี 1,359 ราย, สมุทรสาคร 1,282 ราย, &amp;nbsp;นนทบุรี 565 ราย, ปทุมธานี 465 ราย, นครราชสีมา 454 ราย, &amp;nbsp;อุบลราชธานี 448 ราย, บุรีรัมย์ 405 ราย และสระแก้ว 382 ราย โดยมีคลัสเตอร์ใหม่ 4 แห่ง ประกอบด้วย ที่ อ.เมืองสมุทรสาคร 2 แห่ง คือ &amp;nbsp;โรงงานถุงพลาสติก พบผู้ติดเชื้อ 19 ราย และโรงงานบรรจุอาหารกระป๋อง 11 ราย, บริษัทคอนกรีต อ.บางเลน จ.นครปฐม 10 ราย และโรงงานข้าวโพด อ.เมืองกาญจนบุรี 24 ราย &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) &amp;nbsp;กล่าวว่า ขณะนี้ผู้ติดเชื้อโควิด-19 มีจำนวนมาก แม้ขยายเตียงรองรับกว่า 1.85 แสนเตียงก็ยังไม่เพียงพอ โดยเฉพาะพื้นที่ กทม.ในกลุ่มผู้ติดเชื้อที่ไม่มีอาการหรือมีอาการเล็กน้อย ได้จัดระบบการดูแลรักษาที่บ้าน (Home Isolation) และที่ชุมชน (Community &amp;nbsp;Isolation) โดยมีศูนย์บริการสาธารณสุข กทม.และคลินิกชุมชนอบอุ่นดูแลติดตามอาการ และมีหน่วยเชิงรุกในชุมชน หรือ CCR &amp;nbsp;Team สนับสนุนการดำเนินงาน ใน กทม.มีแล้วประมาณ 200 ทีม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.เกียรติภูมิกล่าวต่อว่า ในช่วงล็อกดาวน์ 2 สัปดาห์นี้ สธ.ร่วมกับชมรมแพทย์ชนบทจัดหน่วย CCR Team โดยบุคลากรสาธารณสุขจิตอาสาหลายสาขาวิชาชีพในภูมิภาค 39 ทีมภูธร ตรวจเชิงรุกในพื้นที่ กทม. ระหว่างวันที่ 4-10 ส.ค.และคาดว่าจะมีเพิ่มเติมอีกรวมกว่า 40 ทีม ซึ่งหน่วยเชิงรุก CCR Team มีความสำคัญในการช่วยควบคุมสถานการณ์การระบาดในพื้นที่ กทม. เนื่องจากช่วยแยกผู้ติดเชื้อในชุมชนไม่ให้เกิดการแพร่เชื้อต่อ โดยตรวจคัดกรองหาผู้ติดเชื้อในชุมชนด้วยชุดตรวจ Antigen Test Kit (ATK) โดย &amp;nbsp;สธ.ได้สนับสนุนชุดตรวจ ATK 3 แสนชุด ตั้งเป้าหมายตรวจคัดกรองวันละ 35,000 ราย โดยภายใน 7 วันจะตรวจคัดกรองให้ได้ไม่น้อยกว่า 250,000 ราย คาดว่าอาจพบผลบวก 15% หรือ 32,500 &amp;nbsp;ราย และประมาณ 1 ใน 3 ต้องการยาฟาวิพิราเวียร์ จึงสนับสนุนยาฟาวิพิราเวียร์อย่างน้อย 6 แสนเม็ด เริ่มดำเนินการวันที่ 4 ส.ค.เป็นวันแรก
ฟาวิพิราเวียร์ไม่ขาดแคลน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่ประชุมคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บอร์ด &amp;nbsp;สปสช.) มีมติเห็นชอบให้ยา วัคซีน เวชภัณฑ์ อุปกรณ์ทางการแพทย์ &amp;nbsp;และชุดตรวจทางห้องปฏิบัติการสำหรับการตรวจคัดกรอง ตรวจยืนยัน การดูแลรักษาที่เกี่ยวข้องกับโรคโควิด-19 ที่ถูกกำหนดโดยกรมการแพทย์ สธ. หรือหน่วยงานที่ ศบค.มอบหมายทุกรายการ เป็นสิทธิประโยชน์ในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ และยังเห็นชอบให้เพิ่มรายการยาฟาวิพิราเวียร์ในแผนการจัดหาเพิ่มเติมอย่างเร่งด่วนในปี &amp;nbsp;2564 จำนวนไม่เกิน 27 ล้านเม็ด วงเงินไม่เกิน 891 ล้านบาท จากงบค่าบริการโควิด-19 และต่อเนื่องไปปี 2565 รองรับกรณีหน่วยบริการไม่สามารถหายาฟาวิพิราเวียร์ได้เพียงพอ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แหล่งข่าวจากทำเนียบรัฐบาลแจ้งถึงข้อกังวลปริมาณยาฟาวิพิราเวียร์ที่อาจมีไม่เพียงพอต่อการรักษา จะพิจารณาอนุญาตให้โรงงานผลิตยาเอกชนร่วมผลิตหรือไม่ว่า สธ.คาดการณ์ว่ายาฟาวิพิราเวียร์ไม่ขาด และในเดือน ส.ค.นี้องค์การเภสัชกรรมจะผลิตยาได้เดือนละ 2-3 &amp;nbsp;ล้านเม็ด และได้สั่งนำเข้ามาจากต่างประเทศด้วย โดยเดือน ต.ค.จะขยายกำลังการผลิตถึงเดือนละ 30 ล้านเม็ด จึงคาดการณ์ว่าน่าจะมีปริมาณยาที่เพียงพอ แต่อาจมีปัญหาการกระจายทั้ง รพ.หลัก รพ.สนาม หรือแต่ละจุด ซึ่งกำลังปรับกันอยู่และคาดว่าเร็วๆ นี้จะดีขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พ.อ.หญิง ศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกกองทัพบก กล่าวถึงการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยโควิด (กลุ่มสีเขียว) กลับภูมิลำเนาว่า ตั้งแต่ 29 ก.ค. ถึง 3 ส.ค.ได้ใช้เครื่องบินลำเลียงแบบ C295 บินส่งผู้ป่วยโควิดกลับภูมิลำเนาไปแล้ว 4 เที่ยวบิน รวม 84 คน และล่าสุดจัดเที่ยวบินด้วย ฮ.ท.17 &amp;nbsp;เป็นเที่ยวบินแรกใน 2 เส้นทางบิน โดยออกเดินทางจาก กทม.ไป จ.ตาก &amp;nbsp;และรับผู้ป่วยโควิดจาก จ.ตากไปส่งต่อที่ จ.พิษณุโลก รวม 11 คน นอกจากนี้ยังได้จัดรถยนต์นำผู้ป่วยโควิด (สีเขียว) กลับภูมิลำเนาอีก 2 &amp;nbsp;จังหวัด คือ พิษณุโลก 12 คน และพิจิตรอีก 14 คน&amp;nbsp;
พ.อ.หญิง ศิริจันทร์ยังชี้แจงถึงกรณีเบอร์โทรศัพท์ของศูนย์ประสานงานต้านโควิด ทบ.ว่ามีการรับสายตลอด 24 ชั่วโมง และยังใช้งานได้ตามที่ประชาสัมพันธ์ แต่ที่โทร.ติดบ้างไม่ติดบ้างอาจเป็นเพราะตอนนี้มีประชาชนโทร.เข้ามาเป็นจำนวนมาก และในแต่ละเคสต้องใช้เวลาพูดคุยอย่างน้อย 10-20 นาทีต่อคน แม้จะเพิ่มคู่สายเป็น 40 คู่สายแล้วก็ตาม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาลแจ้งว่า ในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี &amp;nbsp;(ครม.) ผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ พล.อ.ประยุทธ์ได้กล่าวถึงปัญหาเรื่องการเดินทางออกจาก จ.ภูเก็ตของนักท่องเที่ยวเพื่อมายัง กทม.ขึ้นเครื่องกลับประเทศ โดยต้องนั่งรถบัสมา กทม. เนื่องจากสนามบินใน &amp;nbsp;กทม.ปิด โดยสั่งให้กระทรวงคมนาคมกับกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาไปหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อหาทางอำนวยความสะดวก &amp;nbsp;โดยอาจเปิดสนามบินเป็นกรณีพิเศษ หรือให้ใช้สนามบินอู่ตะเภาแทน&amp;nbsp;
จ่อชงผ่อนคลายเดลิเวอรี
นอกจากนี้ พล.อ.ประยุทธ์ยังได้หยิบยกปัญหามาตรการผ่อนปรนให้ร้านอาหารในห้างสรรพสินค้าขายอาหารแบบเดลิเวอรีได้ แต่ห้ามจำหน่ายหน้าร้าน ทั้งที่ประชาชนบางส่วนสามารถเดินทางไปจับจ่ายสินค้าในซูเปอร์มาร์เก็ตในห้างสรรพสินค้าได้ โดย พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ในฐานะ ผอ.ศปก.ศบค.ชี้แจงว่า การจำหน่ายอาหารเดลิเวอรีนั้น แม้เป็นพนักงานส่งอาหารก็ไม่สามารถเดินไปรับอาหารหน้าร้านค้าได้ ต้องไปรับอาหารจุดอื่น จึงจะพิจารณาให้เพิ่มจุดรอรับอาหารสำหรับคนที่จะมาซื้ออาหารให้เป็นกิจจะลักษณะที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียง ซึ่งตรงนี้ยังเป็นเพียงข้อเสนอ โดย &amp;nbsp;ศปก.ศบค.จะไปพิจารณารายละเอียดเรื่องแนวทางดังกล่าวอีกครั้ง&amp;nbsp;
มีรายงานแจ้งถึงข้อเสนอของผู้ประกอบการบางส่วน ที่เรียกร้องให้ประชาชนสั่งซื้ออาหารภายในห้างสรรพสินค้าได้ที่หน้าร้านว่า เบื้องต้นไม่สามารถอนุญาตได้ เนื่องจากทีมแพทย์เน้นย้ำว่าไม่อยากให้คน
รวมตัวกันหน้าร้าน แต่ในที่ประชุม ศปก.ศบค.ในวันที่​ 4 ส.ค.นี้จะพิจารณาหาแนวทางปฏิบัติที่เหมาะสม และออกเป็นมติเพื่อให้จังหวัดออกแนวทางปฏิบัติได้ทันที โดยไม่จำเป็นต้องเข้าที่ประชุม ศบค.ชุดใหญ่ เนื่องจากหลักการปฏิบัติจะสอดคล้องกับข้อกำหนดในประกาศอยู่แล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนเรื่องการให้ความช่วยเหลือเยียวยาประชาชนที่ได้รับผลกระทบนั้น นายกฯ สั่งการให้หน่วยงานด้านความมั่นคงไปติดตามการปฏิบัติตามมาตรการที่ ศบค.ได้ประกาศข้อกำหนดออกไป หากฝ่าฝืนกระทำผิดก็ให้ลงโทษ เช่นเรื่องฝ่าฝืนเคอร์ฟิว ขณะเดียวกันให้ไปดูกรณีบุคคลที่มีภูมิลำเนาอยู่จังหวัดหนึ่ง แต่เข้ามาทำงานอีกจังหวัดหนึ่ง ซึ่งขณะนี้ถูกประกาศเป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด (สีแดงเข้ม) ว่าจะเยียวยาเขาอย่างไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน นพ.สุวรรณ​ชัย​ วัฒนา​ยิ่ง​เจริญ​ชัย​ อธิบดี​กรมอนามัย แถลงเรื่องร้านอาหารในห้างสรรพสินค้าที่ระบุว่าให้สั่งเดลิเวอรีเท่านั้น &amp;nbsp;ทำให้ประชาชนเกิดข้อสงสัยว่าเมื่อมาซูเปอร์มาเก็ตในห้างแล้วจะสามารถไปซื้อเองที่ร้านอาหารในห้างนั้นๆ ได้หรือไม่ ว่าต้องลดการรวมตัวแออัดหน้าร้าน จึงให้ร้านที่อยู่ในห้างจัดบริการเดลิเวอรี ซึ่งเราได้ทำมาแล้วตั้งแต่ปี 2563 ที่มีการปิดห้างสรรพสินค้า หากห้างหรือศูนย์การค้า คอมมิวนิตีมอลไม่สามารถทำได้ ก็ไม่สามารถเปิดให้บริการลักษณะนี้ได้ จะต้องให้ผู้บริโภคสั่งผ่าน Food Delivery Service
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;สายพันธุ์เดลตาแพร่ระบาดได้ง่ายและเร็วขึ้น ทุกร้านต้องประเมินมาตรฐานสุขภาพลักษณะของสถานที่ Thai Stop Covid &amp;nbsp;Plus เพื่อให้ สธ.ติดตามกำกับและประเมินผล ส่วนพนักงานเดลิเวอรี &amp;nbsp;ผู้ประกอบการแพลตฟอร์มการจัดส่งอาหารต้องประเมิน Thai Stop &amp;nbsp;Covid เช่นกัน ต้องคัดกรองพนักงาน ทั้ง Full Time และ &amp;nbsp;Part Time&amp;rdquo;&amp;nbsp;
เมื่อถามว่า เนื่องจากมีรายงานพบเห็นพนักงานส่งสินค้ามีการรวมตัวกันระหว่างรอคำสั่ง บางครั้งจับกลุ่มคุยกันโดยไม่สวมหน้ากากอนามัย จะมีแนวทางจัดการอย่างไร นพ.สุวรรณชัยกล่าวว่า ส่วนนี้เป็นสาเหตุของโอกาสแพร่เชื้อและเกิดกลุ่มก้อนของการระบาด ปัญหาส่วนใหญ่จะเกิดในส่วนของ part-time ซึ่งเรื่องที่มักมีการร้องเรียนก็คือ จุดที่ไปรอรับอาหารและจุดรับส่งคำสั่งซื้อ ซึ่งแยกเป็น 2 กรณี กรณีแรกร้านอาหารภายนอกห้างต้องขอความร่วมมือควบคุมและจัดระบบด้วย จะปฏิเสธความรับผิดชอบไม่ได้ และกรณีที่สอง ร้านในห้างเรามีการกำหนดในข้อกำหนดฉบับที่ 30 ว่าห้างมีหน้าที่จัดระบบและควบคุมกำกับไม่ให้ไรเดอร์มารวมกลุ่ม หรือไม่ปฏิบัติตามมาตรการสูงสุด ส่วนจะมีการเอาผิดหรือไม่นั้น หากเป็นครั้งแรกมีโทษปรับไม่เกิน 1,000 บาท &amp;nbsp;ครั้งที่ 2 ปรับ 1,000-10,000 บาท ครั้งที่ 3 ปรับ 10,000-20,000 บาท &amp;nbsp;ซึ่งเจ้าพนักงานตามกฎหมายที่สำคัญคือคณะกรรมการโรคติดต่อของกรุงเทพฯ ทุกจังหวัดมีหน้าที่ผู้กำกับให้เป็นไปตามประกาศของแต่ละจังหวัด ถือเป็นหน้าที่ แต่ส่วนสำคัญคือประชาชนต้องช่วยกันคนละไม้คนละมือ เป็นหูเป็นตาสอดส่อง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับสถานการณ์โควิดในพื้นที่ต่างๆ นั้น ที่ จ.สมุทรปราการ พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 1,361 ราย และเสียชีวิต 4 ราย เป็นเพศหญิงทั้งหมด และยังพบว่า รพ.เอกชนในจังหวัดหลายแห่งขาดแคลนน้ำเกลือแล้ว ส่วนที่ จ.เชียงใหม่ พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 66 ราย ซึ่งส่วนใหญ่เกิดจากการนำเชื้อเข้ามาจากต่างจังหวัด
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ที่ จ.บุรีรัมย์ สถานการณ์ยังคงน่าเป็นห่วง พบผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่อีก 234 ราย กระจายใน 13 อำเภอ &amp;nbsp;จาก 23 อำเภอ ขณะที่ จ.อำนาจเจริญ มีผู้ป่วยยืนยันรายใหม่ 54 ราย &amp;nbsp;เสียชีวิตเพิ่ม 1 ราย โดยจังหวัดยังมีคำสั่งให้ปิดร้านสะดวกซื้อ และมินิบิ๊กซี สาขาพนา ส่วนที่ จ.นครราชสีมา พบผู้ป่วยติดเชื้อรายใหม่นิวไฮ &amp;nbsp;412 ราย เสียชีวิตรายวันอีก 2 ราย รวมเสียชีวิตสะสม 66 ราย และยังมีคลัสเตอร์ที่ต้องติดตามดูอย่างใกล้ชิดและมีมาตรการเข้มข้นบับเบิลแอนซีลอีก 9 คลัสเตอร์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนในพื้นที่ภาคใต้นั้น จ.กระบี่ พบผู้ป่วยใหม่อีก 15 ราย คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดจึงมีมติขยายเวลาปิดศูนย์การค้าโวคกระบี่ออกไปอีก 7 วัน ส่วนที่ จ.ปัตตานี พบผู้ติดเชื้อรายใหม่พุ่งอีก 359 ราย &amp;nbsp;เสียชีวิตเพิ่มอีก 2 ราย ทำให้มีมติเห็นชอบให้ปิดห้างบิ๊กซี สาขาปัตตานี &amp;nbsp;เป็นเวลา 14 วัน ไม่ต่างจาก จ.สงขลา ที่พบผู้ติดเชื้อใหม่ 122 ราย และเสียชีวิต 5 ราย สูงสุดในรอบ 4 เดือน ทำให้มีคำสั่งปิดสถานที่และชายหาดทั้งหมดในอำเภอเมืองสงขลาทั้ง 8 จุด.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112120</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทำยอดติดเชื้อสะสม, ฟาวิพิราเวียร์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, หยิบปัญหาสั่งอาหารในห้าง, ไทยพบผู้ติดเชื้อใหม่, ไวรัสโคโรนา 2019</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210524/image_big_60ab2ef6b1e3d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>103371</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/05/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/05/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นิวไฮดับ35รายคร่าทารก2เดือน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;quot;กรมพระศรีสวางควัฒนฯ&amp;quot;&amp;nbsp; พระราชทานยาฟาวิพิราเวียร์ช่วยผู้ป่วยหลักสี่ ศบค.พบติดเชื้อใหม่ 2,473 เสียชีวิตนิวไฮ 35 ราย เศร้า! โควิดคร่าชีวิตทารกวัย 2 เดือน สธ.แจงป่วยมีโรคหัวใจแต่กำเนิด &amp;ldquo;บิ๊กตู่&amp;rdquo; สั่งเร่งตรวจเชิงรุกเรือนจำทั่วประเทศ ราชทัณฑ์แจงเจอเพิ่ม 1,408 ราย พุ่ง 11,670 คน หวั่นคุก กทม.ไม่พอกักตัวนักโทษใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม เวลา 13.34 น. สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี องค์ประธานราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ เสด็จออก ณ ตำหนักทิพย์พิมาน อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา พระราชทานพระวโรกาสให้ พญ.วันทนีย์ วัฒนะ รองปลัดกรุงเทพมหานคร, นพ.สุรินทร์ นัมคณิสรณ์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลคลองสามวา, นพ.สมเกียรติ อัศวโรจน์พงษ์ รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลกลาง&amp;nbsp; พร้อมคณะ เข้าเฝ้าฯ รับพระราชทานยาฟาวิพิราเวียร์ จำนวน 10,000 เม็ด เพื่อนำไปแจกจ่ายแก่ชุมชนและผู้ใช้แรงงานที่ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ในพื้นที่เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานครต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในโอกาสนี้ มีพระดำรัสพระราชทานกำลังใจแก่บุคลากรผู้ปฏิบัติงานช่วงวิกฤติโควิด-19 ทั้งทีมแพทย์ พยาบาล บุคลากรทางการแพทย์ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ที่เป็นกำลังหลักทุ่มเทดูแลรักษาผู้ป่วยโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 อย่างเต็มกำลังความสามารถ อีกทั้งต้องรับภาระและความเสี่ยงสูงในการเป็นแนวหน้าต่อสู้กับสถานการณ์ดังกล่าว และพระราชทานกำลังใจแก่ประชาชนและผู้ป่วยให้หายดี กลับมาใช้ชีวิตตามปกติกับครอบครัวอันเป็นที่รักได้โดยเร็ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. แถลงสถานการณ์ประจำวันว่า มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 2,473 ราย เป็นการติดเชื้อในประเทศ 1,770 ราย มาจากระบบเฝ้าระวังและระบบบริการ 1,423 ราย มาจากการค้นหาเชิงรุก 347 ราย เป็นผู้ติดเชื้อในเรือนจำ 680 ราย เป็นผู้เดินทางมาจากต่างประเทศ 23 ราย ทำให้มียอดผู้ติดเชื้อสะสม 113,555 ราย หายป่วยสะสม 69,918 ราย เฉพาะวันนี้หายป่วย 2,718 ราย อยู่ระหว่างรักษา 42,988 ราย อาการหนัก 1,150 ราย ใส่ท่อช่วยหายใจ 384 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานผู้เสียชีวิตเพิ่มเติม 35 ราย เป็นชาย 17 ราย หญิง 18 ราย อยู่ใน กทม. 16 ราย, เชียงราย สงขลา สมุทรปราการ จังหวัดละ 2 ราย,&amp;nbsp; อุบลราชธานี สระแก้ว ศรีสะเกษ ระยอง ชลบุรี ปทุมธานี ชัยภูมิ ลพบุรี นครปฐม สมุทรสาคร ชุมพร สระบุรี สุราษฎร์ธานี จังหวัดละ 1 ราย ส่วนใหญ่มีโรคประจำตัวความดันสูง เบาหวาน ปัจจัยเสี่ยงติดเชื้อจากคนในครอบครัว ให้มียอดผู้เสียชีวิตสะสม 649 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับผู้ติดเชื้อรายใหม่จากต่างประเทศ มี 2 ราย เป็นหญิงไทย 2 ราย มาจากกัมพูชา ลักลอบเข้าเมืองผ่านช่องทางธรรมชาติ และจากข้อมูลวันที่ 17 พ.ค. พบลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมาย 107 ราย ซึ่งจากการสอบถามฝ่ายความมั่นคงยังคงทำงานอย่างเข้มงวด จึงขอร้องหากเป็นคนไทยจะเดินทางเข้าประเทศ ขอให้ใช้ช่องทางที่ถูกต้อง และขอแสดงความรู้สึกไม่ดีกับผู้ที่ลักลอบเข้าทางช่องทางธรรมชาติ ท่านเป็นผู้เสี่ยงนำเชื้อเข้ามา &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ทวีศิลป์กล่าวว่า 5 จังหวัดที่มีผู้ติดเชื้อรายใหม่มากที่สุดวันที่ 18 พ.ค. ได้แก่ กทม. 873 ราย, นนทบุรี 155 ราย,&amp;nbsp; สมุทรปราการ 121 ราย, ปทุมธานี 117 ราย, สมุทรสาคร 63 ราย และจากข้อมูลยังพบว่าผู้ติดเชื้อส่วนหนึ่งมาจากการสังสรรค์ รวมถึงการเล่นสนุกเกอร์ในพื้นปิด เพดานต่ำ อากาศถ่ายเทไม่สะดวก จึงขอให้ระมัดระวังด้วย ขณะที่ตัวเลขผู้ป่วยและหายระหว่างวันที่ 8-14 พ.ค. กทม.มีผู้ป่วยรายใหม่ 6,644 ราย หายป่วย 5,322 ราย, นนทบุรี มีผู้ป่วยรายใหม่ 1,212 ราย หายป่วย 384 ราย, ปทุมธานี มีผู้ป่วยรายใหม่ 640 ราย หายป่วย 624 ราย,&amp;nbsp; สมุทรปราการ ผู้ป่วยใหม่ 833 ราย หายป่วย 658 ราย, นครปฐม ผู้ป่วยรายใหม่ 130 หายป่วย 168 ราย, สมุทรสาคร ผู้ป่วยรายใหม่ 431 ราย หายป่วย 439 ราย ขณะที่จังหวัดอื่นๆอีก 71 จังหวัด มีผู้ป่วยรายใหม่ 4,207 ราย หายป่วย 4,653 ราย ซึ่งตัวเลขเหล่านี้จะนำไปสู่การบริหารจัดการเตียงต่อไป อย่างไรก็ตาม วันเดียวกัน มีจังหวัดที่ไม่พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ ถึง 23 จังหวัด ประกอบด้วย ขอนแก่น อุบลราชธานี พิษณุโลก ลำพูน ลำปาง อ่างทอง นครพนม เพชรบูรณ์ ตราด น่าน กาฬสินธุ์ ชุมพร พะเยา เลย แพร่ อุตรดิตถ์ ชัยนาท หนองคาย พังงา อำนาจเจริญ หนองบังลำภู บึงกาฬ และสตูล &amp;nbsp;
โควิดคร่าทารก 2 เดือน!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่พื้นที่ กทม. ยังคงมีเขตที่ต้องจับตามอง 19 เขต มี 21 คลัสเตอร์สำคัญ โดยคลัสเตอร์ที่ยังพบผู้ติดเชื้อสูงอยู่คือแคมป์คนงานหลักสี่ ตรวจเชิงรุกวันที่ 17 พ.ค. ประมาณ 1,600 ราย พบติดเชื้อ 1,107 ราย คิดเป็น 66.41% จากนี้ต้องติดตามผู้สัมผัสใกล้ชิดต่อไป นอกจากนี้ ต้องจับตาในเขตจตุจักร ที่เป็นคลัสเตอร์ราชทัณฑ์ เพราะพื้นที่เรือนจำทั่วประเทศตั้งแต่วันที่ 13-18 พ.ค. มีผู้ติดเชื้อรวมทั้งสิ้น 11,428 ราย &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผู้เสียชีวิต 35 ราย พบว่ามีตั้งแต่อายุ 2 เดือนถึง 93 ปี ทั้งนี้ นพ.จักรรัฐ พิทยาวงศ์อานนท์ ผู้อำนวยการสำนักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข กล่าวถึงกรณีมีผู้เสียชีวิตจากโควิดอายุน้อยสุด 2 เดือน ว่า จากการติดตามข้อมูลพบว่าหนูน้อยคนดังกล่าวมีภาวะเป็นโรคหัวใจแต่กำเนิด ผนังหัวใจรั่ว และเมื่อติดเชื้อโควิดจึงทำให้มีอาการรวดเร็วรุนแรงและเสียชีวิตในที่สุด คาดว่าเป็นการติดเชื้อโควิดจากบุคคลในครอบครัว ส่วนพ่อแม่ของเด็กนั้น ขณะนี้รักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทางด้าน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ในสัปดาห์ที่ผ่านมา พบว่าสถานการณ์โควิดในกรุงเทพฯ และปริมณฑล ยังอยู่ในระดับที่ทรงตัว แม้ว่าเราจะสามารถลดจำนวนผู้ติดเชื้อในบางพื้นที่ แต่ยังมีคลัสเตอร์ใหม่เกิดขึ้นอีก ทำให้ต้องเรียกประชุมผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุขเป็นการด่วนในช่วงเช้าของวันที่ 17 พ.ค. เพื่อรับทราบข้อมูลล่าสุด และหาทางแก้สถานการณ์ที่เกิดขึ้นให้ได้เร็วที่สุด ซึ่งผลของการประชุมสรุปได้ว่า จะเร่งแก้ไขปัญหาการติดเชื้อในเรือนจำต่างๆ ทั่วประเทศ โดยจะดำเนินการตรวจเชิงรุกให้ได้มากและเร็วที่สุด และจัดตั้งโรงพยาบาลสนามภายในเรือนจำ เพื่อคัดแยกผู้ป่วยออกมารักษา หากมีผู้มีอาการรุนแรง จะนำออกมาเข้ารักษาในโรงพยาบาลเฉพาะทางตามระบบต่อไป โดยจะให้การดูแลรักษาผู้ที่ติดเชื้ออย่างดีที่สุดด้วยความเท่าเทียม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนในพื้นที่อื่นๆ ในกรุงเทพฯ และปริมณฑล จะยังเดินหน้าต่อไปในแนวทางที่เราทำสำเร็จมาแล้ว คือการระดมตรวจเชิงรุก คัดแยกผู้ป่วย ส่งตัวรักษา และระดมฉีดวัคซีนในพื้นที่เสี่ยง ซึ่งต้องควบคู่ไปกับการบังคับใช้มาตรการป้องกันอย่างเคร่งครัด ซึ่งการระบาดในขณะนี้ เกิดขึ้นจากพื้นที่ที่มีการรวมตัวกันอย่างแออัด จึงได้สั่งการให้ทาง ศบค.เร่งออกตรวจพื้นที่ที่มีโอกาสเสี่ยงเหล่านี้ ไม่ว่าจะเป็นแคมป์คนงานก่อสร้าง โรงงาน และสถานที่อื่นๆ ใน กทม.ทั้งหมด ซึ่งสถานที่ที่เกิดการระบาด รวมทั้งในเรือนจำ เราจะใช้แนวทางบับเบิลแอนด์ซีล คือการปิดกั้นการเดินทางเข้า-ออกของคนในสถานที่นั้นๆ เพื่อไม่ให้เชื้อแพร่กระจายออกไปสู่ภายนอก ซึ่งทีมแพทย์เชื่อว่าจะสามารถควบคุมสถานการณ์ได้โดยเร็ว โดยมีการประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิดวันต่อวัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ถึงแม้ว่าสถานการณ์ยังคงทรงตัว แต่สิ่งที่ต้องให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ทุกคนก็คือ มีจำนวนผู้ป่วยที่หายป่วยในแต่ละวันเป็นจำนวนมาก จนถึงวันนี้มีเกือบ 7 หมื่นคนแล้ว เฉพาะระลอกนี้มีมากกว่า 4 หมื่นคน หรือประมาณครึ่งหนึ่งของผู้ติดเชื้อ ซึ่งเป็นผลมาจากความสามารถของบุคลากรทางการแพทย์
ขู่ทำผิดกฎปิดร้านทันที
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า มาตรการผ่อนคลาย เช่น การอนุญาตให้พื้นที่สีแดงเข้มนั้นสามารถนั่งทานอาหารได้ร้านได้ โดยจำกัดจำนวนคน เป็นความพยายามในการช่วยเหลือประชาชนที่ประกอบธุรกิจร้านอาหาร ซึ่งมีจำนวนมาก และกระทบกับวิถีชีวิตประจำวันของผู้คน โดยผ่านการพิจารณาจากคณะที่ปรึกษาอย่างรอบคอบ และต้องมีการบังคับใช้มาตรการป้องกันโรคอย่างเข้มงวด เช่นการจำกัดคนไม่เกิน 1 ใน 4 และเว้นระยะห่าง หากพบว่าร้านใดไม่ดำเนินการตามมาตรการจะสั่งปิดในทันที หรือมีการทบทวนมาตรการ จึงขอให้เจ้าของร้านอาหารทุกร้านในกรุงเทพฯ และปริมณฑล ดำเนินการอย่างเข้มงวด และเจ้าหน้าที่คอยดูแล ควบคุมอย่างใกล้ชิดด้วย นอกจากนี้ยังได้สั่งการให้กระทรวงกลาโหม และกองทัพไทยควบคุมการลักลอบเข้าประเทศจากชายแดนอย่างเข้มงวดสูงสุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในที่ประชุม ครม. ผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ พล.อ.ประยุทธ์พูดถึงตัวเลขผู้ติดเชื้อสะสมที่เกิน 1 แสนรายว่า อยากให้ดูตัวเลขว่าเป็นอย่างไร ผู้ติดเชื้อกี่คน หายป่วยกี่คน พยายามหามุมดีๆ มานำเสนอ ส่วนที่มีการเสนอให้ล็อกดาวน์นั้น คงเป็นไปได้ยาก เพราะจำเป็นต้องดูแลคนทำงาน ลูกจ้าง และหากผ่อนคลายมาตรการเปิดให้รับประทานอาหารในร้านได้ 25 แล้วไม่พบผู้ติดเชื้อที่มาจากร้านอาหาร อาจจะมีมาตรการผ่อนคลายเพิ่มเติมเข้ามาอีก เช่น ขยายปริมาณนั่งรับประทานอาหารในร้าน แต่ถ้าพบว่ามีผู้ติดเชื้อต้องทบทวนอีกครั้งว่าอาจต้องปิดเป็นเวลา 14 วันหรือไม่ ขณะที่เรื่องการแพร่ระบาดในเรือนจำนั้น น่าจะจัดการไม่ยาก สามารถควบคุมได้อยู่แล้ว ขอให้กระทรวงยุติธรรมกับกระทรวงสาธารณสุขประสานงานแก้ปัญหากันอย่างใกล้ชิด นอกจากนี้ พล.อ.ประยุทธ์ยังให้มีการยกเลิกทัวริสต์บับเบิล หรือการท่องเที่ยวแบบจับคู่ที่รัฐบาลจะทำก่อนหน้านี้ออกไปก่อน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.วีรกิตติ์ หาญปริพรรณ์ รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ กระทรวงยุติธรรม กล่าวผ่านรายการ NBT รวมใจสู้ภัยโควิด-19 @ทำเนียบรัฐบาล ถึงสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 ในเรือนจำ ช่วงหนึ่งว่า ภายหลังเกิดการแพร่ระบาดทั่ว กทม.และปริมณฑลในต้นเดือน พ.ค. กรมราชทัณฑ์ได้ตรวจเชิงรุก 100% ใน 4 เรือนจำในพื้นที่ กทม.จำนวน 2 หมื่นคน และทำให้ผู้ติดเชื้อจำนวนมาก โดยสันนิษฐานเหตุที่ทำให้เกิดการติดเชื้อเป็นจำนวนมากเกิดจากระยะฟักตัวของโควิดนานขึ้น ซึ่ง 14 วันแรกของการกักตัวตรวจไม่พบ แต่มาตรวจพบในการกักตัว 21 วัน ประกอบกับมีผู้ต้องขังในเรือนจำออกไปภายนอก เช่น การเดินทางไปกลับศาลจำนวนบ่อยครั้ง รวมทั้งไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลภายนอก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในขณะนี้ใช้มาตรการควบคุม งดให้ญาติเข้าเยี่ยมผู้ต้องขัง งดให้ผู้ต้องขังออกไปทำงานข้างนอก และห้ามให้บุคคลภายนอกเข้ามาทำกิจกรรมภายในเรือนจำ ขณะเดียวกันได้แจ้งไปยังศาลยุติธรรมให้ชะลอการพิจารณาคดีในการเรียกตัวผู้ต้องขังออกไป ซึ่งศาลเห็นชอบ และอาจใช้วิธีการ Zoom หรือคอนเฟอเรนซ์ไปก่อนในรายที่มาจากแดนติดเชื้อ รวมทั้งการประกันตัวอาจจะลดหลักทรัพย์หรือไม่ใช้หลักทรัพย์ในคดีที่ไม่ใช่คดีอุกฉกรรจ์&amp;nbsp;&amp;nbsp; ซึ่งแนวทางทั้งหมดนี้ เชื่อว่าสามารถลดจำนวนผู้ติดเชื้อลงได้ แต่ยังมีปัญหาสำคัญที่ยังแก้ไขไม่ได้ของกรมราชทัณฑ์ คือ การรับผู้ต้องขังรายใหม่ ที่ขณะนี้สถานการณ์ข้างนอกมีผู้ติดเชื้อมาก ถ้าเรือนจำยังรับผู้ต้องขังรายใหม่เข้ามาอีก&amp;nbsp; จะทำให้บริหารงานอย่างยากลำบาก เพราะไม่รู้ว่าจะนำผู้ต้องขังส่วนนี้ไปแยกกักในส่วนใด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสิทธิ สุธีวงศ์ รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ แถลงว่า มีผู้ต้องขังติดเชื้ออยู่ระหว่างการรักษา 11,670 ราย จากเรือนจำและทัณฑสถานทั่วประเทศ จำนวน 13 แห่ง โดยมีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 1,408
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ว่าที่ ร.ต.ธนกฤต จิตรอารีย์รัตน์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เปิดเผยว่า นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม ได้ขออนุมัติงบประมาณ 411,653,300 บาท ไปที่สำนักงบประมาณ เพื่อนำมาใช้จัดซื้อยาฟาวิพิราเวียร์และยาฟ้าทะลายโจร เพื่อบรรเทาเยียวยาควบคุมการแพร่ระบาดและรักษาอาการผู้ต้องขังเบื้องต้น.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/103371</URL_LINK>
                <HASHTAG>COVID-19, กรมพระศรีสวางควัฒนฯ, ตัวเลขผู้ติดเชื้อโควิด, ติดเชื้อใหม่, พระราชทานยาฟาวิพิราเวียร์, ฟาวิพิราเวียร์, ศบค., หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, โควิด, โควิด 19, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210518/image_big_60a3cb8e61428.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>101873</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/05/2021 18:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/05/2021 18:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พาณิชย์ปัดคำขอสิทธิบัตร เปิดทางอย. และบริษัทยาไทยผลิต “ฟาวิพิราเวียร์” รูปแบบเม็ด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 พ.ค. 2564 นายวุฒิไกร ลีวีระพันธุ์ อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา เปิดเผยถึงความคืบหน้าการพิจารณาคำขอรับสิทธิบัตรยา &amp;ldquo;ฟาวิพิราเวียร์&amp;rdquo; รูปแบบยาเม็ด ที่มีการสอบถามความคืบหน้ามาก่อนหน้านี้ ว่า กรมฯ ได้มีคำสั่งปฏิเสธคำขอจดทะเบียนสิทธิบัตรแล้ว ภายหลังจากให้โอกาสผู้ขอได้ชี้แจงเพิ่มเติม โดยผู้ตรวจสอบสิทธิบัตรพิจารณาแล้ว ยังคงเห็นว่าการประดิษฐ์ดังกล่าว ไม่มีขั้นการประดิษฐ์สูงขึ้น ตามมาตรา 5 (2) และมาตรา 7 แห่ง พ.ร.บ.สิทธิบัตร พ.ศ. 2522 ทำให้ปัจจุบันไม่มีผู้ใดมีสิทธิผูกขาดในยาฟาวิพิราเวียร์ ทั้งในโครงสร้างสารออกฤทธิ์หลัก ซึ่งไม่เคยมีการขอรับสิทธิบัตรในประเทศไทย และรูปแบบยาเม็ด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;กรมฯ ได้มีคำสั่งปฏิเสธคำขอแล้วในวันนี้ (5 พ.ค.) หากองค์การเภสัชกรรม หรือบริษัทยาสามัญไทยรายอื่นประสงค์จะผลิตยาดังกล่าว เพื่อใช้ในประเทศ ก็สามารถดำเนินการได้ แต่เนื่องจากกระบวนการของกฎหมาย ยังเปิดโอกาสให้ผู้ขอ สามารถอุทธรณ์คำสั่งต่อคณะกรรมการสิทธิบัตรได้ภายใน 60 วัน หากไม่มีการอุทธรณ์ภายในระยะเวลาดังกล่าว จึงจะถือว่าคำสั่งปฏิเสธของกรมฯ เป็นที่สุด และเสร็จสิ้นกระบวนการทางกฎหมาย&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวุฒิไกร กล่าวว่า ทุกภาคส่วนกำลังช่วยกันแก้ปัญหาสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ตามบทบาทและหน้าที่ของตนเองภายใต้เป้าหมายเดียวกัน คือ ให้ประชาชนเข้าถึงยาที่จำเป็นได้อย่างทันท่วงที และไม่อยากให้มองว่าสิทธิบัตรเป็นอุปสรรคต่อการเข้าถึงยาเพียงอย่างเดียว เพราะหากมองในมุมกลับกัน ตั้งแต่โรคโควิด-19 ระบาดในไทยเมื่อต้นปี 2563 มีคนไทยยื่นจดสิทธิบัตร อนุสิทธิบัตรที่เกี่ยวข้องกับโรคโควิด-19 แล้วกว่า 60 คำขอ เช่น หน้ากากอนามัย ตู้อบฆ่าเชื้อ ยาต้านไวรัส และหุ่นยนต์ขนส่งอาหารในโรงพยาบาล เป็นต้น จึงเห็นได้ว่าสิทธิบัตร ก็เป็นประโยชน์สำหรับคนไทยที่จะทำให้ข้ามผ่านสถานการณ์ที่ยากลำบากของการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ไปด้วยกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับประเด็นที่มีการเสนอในบางสื่อว่า ประเทศไทยไม่สามารถบังคับใช้สิทธิตามสิทธิบัตร (Compulsory License หรือ CL) เพื่อผลิตยาที่มีสิทธิบัตรขึ้นเองได้ เนื่องจากติดขัดที่กรมทรัพย์สินทางปัญญากำลังแก้ไขกฎหมายสิทธิบัตรนั้น เป็นความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน กรมฯ ขอเรียนว่า การแก้ไขกฎหมายสิทธิบัตรที่มีการอ้างถึง ปัจจุบันเป็นเพียงร่างกฎหมายที่อยู่ภายในหน่วยงาน ยังต้องผ่านกระบวนการพิจารณาด้วยความรอบคอบอีกหลายขั้นตอนกว่าจะมีผลบังคับใช้ ดังนั้น การใช้สิทธิ CL จึงยังเป็นอำนาจของกระทรวง ทบวง กรมที่เกี่ยวข้อง ตามมาตรา 51 แห่งพ.ร.บ.สิทธิบัตร พ.ศ.2522 ซึ่งบังคับใช้อยู่ในปัจจุบัน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/101873</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมทรัพย์สินทางปัญญา, ผลิตเอง, ฟาวิพิราเวียร์, วุฒิไกร ลีวีระพันธุ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210428/image_big_6088c639aaf6a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
