<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>117768</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/09/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/09/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>27ก.ย.ลุ้นเปิด10กิจการ ห้าง-เซเว่นฯขายถึง3ทุ่ม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; หัวโต๊ะ ศบค.ชุดใหญ่ 27 ก.ย. จ่อเคาะคลายล็อก 10 กิจการ &amp;quot;ศูนย์เด็กเล็ก-ห้องสมุด-พิพิธภัณฑ์-หอศิลป์-ฟิตเนส-ทำเล็บ-สัก-นวด-โรงหนัง-เล่นดนตรีในร้าน&amp;quot; &amp;nbsp;ขณะที่ห้าง-ร้านสะดวกซื้อ-ตลาดเตรียมเฮเปิดได้ถึง 3 ทุ่ม เปิดพื้นที่สีฟ้านำร่องท่องเที่ยว ไทยติดเชื้อใหม่ 12,697 ราย เสียชีวิตเพิ่ม 132 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 24 กันยายน ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. รายงานสถานการณ์การแพร่ระบาดในประเทศไทยว่า พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 12,697 ราย เป็นการติดเชื้อในประเทศ &amp;nbsp;12,516 ราย มาจากระบบเฝ้าระวังและระบบบริการ 11,313 ราย มาจากการค้นหาเชิงรุก 1,203 ราย และมาจากเรือนจำ 170 ราย เป็นผู้เดินทางมาจากต่างประเทศ 11 ราย หายป่วยเพิ่มขึ้น 13,540 ราย อยู่ระหว่างรักษา 127,392 ราย อาการหนัก 3,377 ราย ใส่ท่อช่วยหายใจ 743 ราย เสียชีวิตเพิ่ม 132 ราย เป็นชาย 69 ราย หญิง 63 ราย เป็นผู้เสียชีวิตที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป 85 ราย มีโรคเรื้อรัง 33 ราย มีหญิงตั้งครรภ์ 1 รายที่ จ.นราธิวาส มีผู้เสียชีวิตนอกโรงพยาบาล 2 คน ที่ กทม.และลำพูน พบผู้เสียชีวิตมากสุดอยู่ใน กทม. 31 ราย ทำให้มียอดผู้ติดเชื้อสะสมยืนยันตั้งแต่ปี 2563 จำนวน 1,508,447 ราย มียอดหายป่วยสะสมตั้งแต่ปี 2563 จำนวน 1,393,902 ราย มียอดผู้เสียชีวิตสะสมตั้งแต่ปี 2563 จำนวน 16,016 ราย ขณะที่ สถานการณ์โลก มียอดผู้ติดเชื้อสะสม 231,386,985 ราย เสียชีวิตสะสม 4,742,610 ราย &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับ 10 จังหวัดที่มีผู้ติดเชื้อสูงสุด วันที่ 24 ก.ย. ได้แก่ กทม. 2,239 ราย ชลบุรี 897 ราย สมุทรปราการ 758 ราย ยะลา 675 ราย ระยอง 556 ราย สงขลา 555 ราย นราธิวาส 439 ราย ราชบุรี 365 ราย ตาก 294 ราย และนครราชสีมา 270 ราย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาลแจ้งว่า ที่ประชุมศูนย์ปฏิบัติการศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศปก.ศบค.) เตรียมเสนอแนวทางผ่อนคลายมาตรการกิจการ กิจกรรมต่างๆ ต่อที่ประชุม ศบค.ชุดใหญ่ ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ในฐานะ ผอ.ศบค.เป็นประธานการประชุม ในวันที่ 27 ก.ย.นี้ โดยจะเสนอให้พิจารณาขยายระยะเวลาการประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินออกไปอีก 2 เดือน หรือถึงวันที่ 30 พ.ย. และจะเสนอให้เลื่อนการเปิดพื้นที่ Sandbox ในพื้นที่จังหวัดต่างๆ ที่ก่อนหน้านี้เตรียมจะให้ 5 จังหวัดเป็นพื้นที่นำร่อง จากเดิมที่วางแผนไว้ว่าจะเปิดในวันที่ 1 ต.ค.นี้ ขยับไปเป็นวันที่ &amp;nbsp;1 พ.ย. &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้จะเสนอให้ผ่อนคลายกิจการ กิจกรรมที่ถูกสั่งปิดเพิ่มขึ้น 10 ประเภท ได้แก่ 1.ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก และวัยก่อนเรียน 2.ห้องสมุดสาธารณะ ห้องสมุดเอกชน ห้องสมุดชุมชน 3.พิพิธภัณฑ์ แหล่งประวัติศาสตร์ โบราณสถาน 4.ศูนย์การเรียนรู้ ศูนย์วิทยาศาสตร์และวัฒนธรรม หอศิลป์ 5.กีฬาในร่ม ในห้องที่มีระบบปรับอากาศ ฟิตเนส 6.ร้านทำเล็บ 7.ร้านสัก 8. ร้านนวด สปา เพื่อสุขภาพ 9.ธุรกิจโรงภาพยนตร์ ฉายภาพยนตร์ และ 10.การเล่นดนตรีในร้านอาหาร โดยผู้ประกอบการต้องมีการตรวจสอบและปรับปรุงระบบหมุนเวียนอากาศ และจัดสถานที่ให้เป็นไปตามมาตรการ COVID-Free Setting ก่อนเปิดบริการ &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในส่วนศูนย์การค้า ห้างสรรพสินค้า สถานที่กลุ่มกีฬากลางแจ้ง ที่ร่มโล่งมีอากาศถ่ายเทสะดวก การซ้อมของนักกีฬาทีมชาติไทยทุกประเภท และร้านสะดวกซื้อ ตลาดสด ตลาดนัด ให้เฉพาะที่จำหน่ายเครื่องอุปโภคบริโภค และ ขยายเวลาเปิดให้บริการไม่เกินเวลา 21.00 น. จากเดิมที่เปิดบริการได้ถึง 20.00 น. &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน จะเสนอให้พิจารณาให้ปรับเวลาออกนอกเคหสถานหรือเคอร์ฟิว จากเดิม 21.00 น. ถึง 04.00 น. ของวันรุ่งขึ้น ขยับเป็นเวลา 22.00 น. ถึงเวลา 04.00 น. ของวันรุ่งขึ้น และจะเสนอปรับลดระยะเวลาในการกักตัวในสถานที่กักกันของรัฐ โดยให้ผู้ที่เดินทางเข้าประเทศไทยในทุกช่องทางที่มีเอกสารรับรองการฉีดวัคซีนครบตามเกณฑ์มาแล้วอย่างน้อย 14 วัน ให้กักตัวอย่างน้อย 7 วัน และต้องตรวจหาเชื้อด้วยวิธี RT-PCR 2 ครั้ง ครั้งแรก วันที่ 0-1 ครั้งสอง วันที่ 6-7 ส่วนผู้ที่เดินทางเข้าประเทศซึ่งโดยสารมาทางเครื่องบิน และไม่มีเอกสารรับรองการฉีดวัคซีน ให้กักตัวอย่างน้อย 10 วัน และต้องตรวจหาเชื้อด้วยวิธี RT-PCR 2 ครั้ง ครั้งแรก วันที่ 0-1 ครั้งสอง วันที่ 8-9 &amp;nbsp; ขณะที่ผู้เดินทางเข้าประเทศไทยทางช่องทางบก และไม่มีเอกสารรับรองการฉีดวัคซีน ให้กักตัวอย่างน้อย 14 วัน และตรวจหาเชื้อด้วยวิธี RT-PCR 2 ครั้ง ครั้งแรกวันที่ 0-1 ครั้งสองวันที่ 12-13 ทั้งนี้ จะมีผลบังคับใช้วันที่ 1 ต.ค. &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ประชุม ศปก.ศบค.ยังจะเสนอให้พิจารณาแนวทางการเปิดพื้นที่นำร่องการท่องเที่ยวในพื้นที่ที่มีผู้ติดเชื้อโควิด-19 น้อยมาก หรือพื้นที่สีฟ้า โดยกำหนดรูปแบบการท่องเที่ยวขึ้นอยู่กับลักษณะและความพร้อมของพื้นที่สีฟ้า คือ การจัดพื้นที่ที่สามารถเดินทางท่องเที่ยวได้ทั้งจังหวัด รวมถึงการจัดพื้นที่ที่สามารถเดินทางท่องเที่ยวได้ทั้งอำเภอ ตำบล หรือหมู่บ้าน ซึ่งขึ้นอยู่กับความพร้อมของพื้นที่ นอกจากนี้ยังต้องดูเรื่องการจัดพื้นที่ที่สามารถเดินทางท่องเที่ยวได้ เฉพาะสถานที่ เฉพาะพื้นที่หรือระหว่างสถานที่ ระหว่างสถานที่หรือระหว่างพื้นที่ โดยระบบการเดินจะต้องเป็นแบบ Bubble and Seal ที่เรียกว่า Sealed Route&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ที่ประชุม ศปก.ศบค.เห็นว่า การพิจารณาผ่อนคลายกิจการ กิจกรรมครั้งนี้ จะต้องตอบโจทย์เรื่องการกระตุ้นเศรษฐกิจควบคู่กับการควบคุมโรคอย่างเหมาะสม โดยต้องมีแผนเตรียมการและทรัพยากรรองรับสถานการณ์ ทางด้านการจัดการด้านการแพทย์และสาธารณสุข เพื่อให้เกิดความปลอดภัย ป้องกันการแพร่ระบาด รวมทั้งสร้างความมั่นใจแก่นักท่องเที่ยวและประชาชนในพื้นที่เป็นหลัก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอายุตม์ สินธพพันธุ์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ เปิดเผยถึงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ในเรือนจำและทัณฑสถานว่า พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 170 ราย เป็นผู้ต้องขังในเรือนจำสีแดง 159 ราย และผู้ต้องขังรับใหม่ในห้องแยกกักโรค 11 ราย รักษาหายเพิ่ม 268 ราย เสียชีวิต 1 ราย ทำให้มีผู้ติดเชื้อที่ยังอยู่ในการดูแลของกรมราชทัณฑ์ 6,037 ราย แยกเป็นผู้ติดเชื้อกลุ่มสีเขียว 87 เปอร์เซ็นต์ สีเหลือง 12.6 เปอร์เซ็นต์ และสีแดง 0.4 เปอร์เซ็นต์ เป็นเรือนจำพื้นที่กรุงเทพมหานคร 314 ราย (รวมทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์) ปริมณฑล 69 ราย และต่างจังหวัด 5,654 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ มีเรือนจำที่พ้นจากการระบาดเพิ่ม 2 แห่ง คือ เรือนจำอำเภอธัญบุรี และเรือนจำกลางนครสวรรค์ โดยไม่มีเรือนจำระบาดใหม่ต่อเนื่องเป็นวันที่สอง ส่งผลให้เรือนจำสีแดงลดลงอยู่ที่ 24 แห่ง และเรือนจำสีขาว 118 แห่ง โดยมีผู้ติดเชื้อรักษาหายสะสม 60,428 ราย หรือ 88.5 เปอร์เซ็นต์ของผู้ติดเชื้อสะสม 68,265 ราย เสียชีวิตสะสม 146 ราย คิดเป็นอัตรา 0.2 เปอร์เซ็นต์ของผู้ติดเชื้อสะสม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทพ.อรรถพร ลิ้มปัญญาเลิศ รองเลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เปิดเผยว่า หลังจาก สปสช.เริ่มกระจายชุดตรวจโควิด-19 antigen test kit (ATK) แบบ Self-test สำหรับแจกให้ประชาชนไปตรวจที่บ้านตั้งแต่วันที่ 16 ก.ย.2564 ที่ผ่านมา พบว่าผู้ที่ได้รับชุดตรวจไปแล้วได้นำไปตรวจหาเชื้อและรายงานผลการตรวจกลับมาในสัดส่วนที่เพิ่มมากขึ้นจาก 3% ในช่วงแรกเป็น 46% ของผู้ที่รับชุดตรวจไปทั้งหมดในปัจจุบัน สำหรับอีก 54% ที่เหลือนั้นมีทั้งกลุ่มที่ตรวจแล้ว แต่ยังอยู่ระหว่างการอัปเดตข้อมูล และอีกกลุ่มคือกลุ่มที่รับไปแล้วแต่ยังไม่ได้ตรวจ ซึ่งต้องขอแนะนำว่า เมื่อรับชุดตรวจ ATK ไปแล้ว ควรรีบตรวจหาเชื้อและบันทึกผลกับหน่วยบริการที่แจกชุดตรวจโดยเร็ว นอกจากนี้ยังพบข้อร้องเรียนว่ามีบางคนเมื่อรับ ATK ไปแล้ว นำไปขายต่อ ซึ่งทำให้เสียสิทธิ์และถือว่ามีความผิดตามกฎหมายด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ จากข้อมูลการแจกชุดตรวจ ATK ให้กับประชาชนล่าสุด เมื่อวันที่ 24 ก.ย.2564 เวลา 14.00 น. มีประชาชนรับชุดตรวจ ATK แล้ว 122,412 ราย รวม 244,825 ชุด ในจำนวนนี้เป็นการลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตัง จำนวน 121,777 ราย และเป็นการแจกโดย อสม. 635 ราย ตรวจโควิดและบันทึกผล 55,634 ราย หรือร้อยละ 46 เป็นผลบวก จำนวน 379 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับสถานการณ์การติดเชื้อโควิด-19 ในต่างจังหวัด พบว่าที่จังหวัดสมุทรปราการ ตัวเลขติดเชื้อลดลง โดยติดเชื้อใหม่ 758 ราย เสียชีวิต 12 ราย ส่วน จ.สมุทรสาคร ติดเชื้อเพิ่ม 261ราย เสียชีวิต 4 ราย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ จ.กระบี่ พบผู้ติดเชื้อใหม่ 109 คน เสียชีวิต 1 ราย &amp;nbsp;โดยเจ้าหน้าที่ทีมสอบสวนโรค สำนักงานสาธารณสุขอำเภอเมืองกระบี่ เร่งคัดกรองกลุ่มเสี่ยงตรวจหาเชื้อจากพ่อค้าแม่ค้าโซนขายอาหาร ภายในตลาดสดมหาราชเทศบาลเมืองกระบี่ และลูกค้า รวมกว่า 100 คน หลังจากพบแม่ค้าขายอาหารติดโควิด-19 ซึ่งเทศบาลเมืองกระบี่ได้ประกาศปิดตลาดสดมหาราชเป็นรอบที่ 3 ระหว่างวันที่ 24-25 ก.ย.นี้ เพื่อทำความสะอาดฆ่าเชื้อ และพ่อค้าแม่ตั้งแผงขายสินค้าบริเวณรอบนอกตลาด นอกจากนี้ได้เร่งตรวจหาเชื้อกลุ่มเสี่ยงจากคลัสเตอร์ตำรวจจราจร สังกัด สภ.เมืองกระบี่ 2 นายติดโควิด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จ.พังงา นายวิชัย ชูจิต สาธารณสุขอำเภอเมืองพังงา พร้อมด้วยปลัดอำเภอเมืองพังงา นายจิระวัตร เพิ่มทรัพย์ ผอ.รพ.สต.ตากแดด และผู้นำท้องที่ แบ่งทีมเจ้าหน้าที่สาธารณสุข อสม. ลงพื้นที่สอบสวนโรคพร้อมคัดกรองเชิงรุกในพื้นที่ตำบลตากแดด หลังจากพบผู้ป่วยยืนยันแล้ว 14 ราย และมีผู้สัมผัสเสี่ยงสูงกว่า 50 ราย ซึ่งผู้ป่วยยืนยันรายแรกเป็นแม่บ้านในที่ทำการองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ตากแดด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่ จ.ปัตตานี สถานการณ์ยังคงน่าเป็นห่วง พบผู้ติดเชื้อพุ่งอีก 270 คน เสียชีวิต 1 คน โดยนายนิอันนุวา สุไลมาน นายกเทศมนตรีเมืองปัตตานี เปิดเผยว่า ตัวเลขผู้ติดเชื้อที่เพิ่มขึ้นวันละ 200-300 คน เนื่องจากมีการผ่อนคลายมาตรการลง และเมื่อไปตรวจดูตามร้านอาหารต่างๆ ปรากฏว่ามีการนั่งในร้านกันอย่างหนาแน่น ถ้าปล่อยไว้ก็มีความเสี่ยงที่ตัวเลขผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นอีก จึงอยากให้ทุกคนช่วยดูแลป้องกัน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117768</URL_LINK>
                <HASHTAG>จ่อเคาะคลายล็อก 10 กิจการ, ทำเล็บ, นวด, พิพิธภัณฑ์, ฟิตเนส, ศูนย์เด็กเล็ก, สัก, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, หอศิลป์, ห้องสมุด, เล่นดนตรีในร้าน, โควิด-19, โรงหนัง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210524/image_big_60ab2ef6b1e3d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>116979</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/09/2021 00:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/09/2021 18:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฟิตเนสจ่อเปิดแน่ กมธ.กีฬาพร้อมโอบอุ้มและช่วยดัน</HEADLINE>
                <CONTENT>

กลุ่มฟิตเนสเฮ ทางคณะกรรมาธิการกีฬา สภาผู้แทนราษฎร ดึงผู้เกี่ยวข้องทั้ง ศบค. กระทรวงสาธารณสุข กรมควบคมโรค สภาพัฒน์ ธนาคารแห่งประเทศ ร่วมหารือเพื่อจับมือช่วยอุ้มกลุ่มธุรกิจผู้ประกอบการสถานออกกำลังกายเเละผู้ฝึกสอนกีฬา (ฟิตเนส) ให้สามารถเปิดกิจการให้เร็วที่สุด รวมทั้งช่วยหาทางช่วยเยียวยาและฉีดวัคซีนทั่วประเทศ

&amp;nbsp; &amp;nbsp; ดร.บุญลือ ประเสริฐโสภา ประธานคณะกรรมาธิการกีฬา สภาผู้แทนราษฎร เป็นประธานในการประชุมคณะกรรมาธิการกีฬา สภาผู้แทนราษฎร ที่ห้องประชุม 404 อาคารรัฐสภา โดยมีกลุ่มธุรกิจผู้ประกอบการสถานออกกำลังกายเเละผู้ฝึกสอนกีฬา (ฟิตเนส) นำโดย นายธันย์ปวัฒน์ เตชภูวดลวิทิต ผู้จัดการเพาะกายทีมชาติไทย ประธานกลุ่มธุรกิจผู้ประกอบการ&amp;nbsp; ในฐานะเจ้าของกิจการแอคท์ไลฟ์ฟิตเนส เเละ นาย พัสสพงศ์ พิทักษ์พูลสิน ที่ปรึกษากลุ่มธุรกิจผู้ประกอบการ เข้าร่วมประขุมเพื่อทางคณะกรรมาธิการกีฬาจะได้ช่วยพิจารณาหาแนวทางให้ภาครัฐผ่อนปรนให้เปิดกิจการสถานออกกำลังกายและฟิตเนส พร้อมหาทางออกเเละเป็นการช่วยเหลือ กลุ่มธุรกิจผู้ประกอบการสถานออกกำลังกายเเละผู้ฝึกสอนการออกกำลังกาย เพื่อเป็นการเยียวยา เเละผลักดันให้กลุ่มผู้ประกอบการกลับมาดำเนินกิจการได้อีกคร้ิง&amp;nbsp;

&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้านี้ เมื่อสัปดาห์ก่อน ทางกลุ่มธุรกิจผู้ประกอบการสถานออกกำลังกายเเละผู้ฝึกสอนกีฬา (ฟิตเนส) ได้ประสานกับทาง นายภูมิวรินทร์ ชุณหะวงษ์วริศ ที่ปรึกษากรรมธิการกีฬา ประจำคณะกรรมาธิการกีฬา เพื่อนำคณะกลุ่มธุรกิจผู้ประกอบการสถานออกกำลังกายและผู้ฝึกสอนการออกกำลังกาย ได้ยื่นหนังสือให้กับทางดร.บุญลือ ประเสริฐโสภา ประธานคณะกรรมาธิการกีฬา พร้อมด้วย ดร.สิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ เลขานุการ และ ดร.เอกการ ซื่อทรงธรรม รองประธานคณะกรรมาธิการกีฬา คนที่ 3&amp;nbsp;

&amp;nbsp; &amp;nbsp; หลังการประชุม ดร.บุญลือ ประเสริฐโสภา ประธานคณะกรรมาธิการกีฬา เปิดเผยว่า ในการประชุมครั้งนี้ เราได้เชิญผู้เกี่ยวข้องมาร่วมประชุมมีทั้งตัวแทนจากศบค. กระทรวงสาธารณสุข โดยกรมควบคุมโรค สภาพัฒน์ ธนาคารแห่งประเทศไทย ซึ่งหลังจากได้ฟังปัญหาจากกลุ่มธุรกิจผู้ประกอบการสถานออกกำลังกายเเละผู้ฝึกสอนกีฬา (ฟิตเนส) ซึ่งเดือดร้อนมากจากการโดนปิดกิจการ ทั้งไม่มีเงินจ่ายค่าเช่า สัญญาจะหมดเพราะต้องใช้เม็ดเงิน รวมทั้งคนตกงาน

&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;วิธีแก้ไข ทางศบค.จะดูเรื่องเวลาเปิดปิด ปรับรูปแบบ ทางกระทรวงสาธารณสุข และกรมควบคุมโรคจะช่วยดูแลเรื่องฉีดวัคซีนให้ครบส่วนสภาพัฒน์ จะดูเรื่องเงินกู้ โดยทางธนาคารแห่งประเทศไทย จะดูแลในเรื่องปล่อยกู้ รวมทั้งเรื่องหนี้สิน ทำอย่างไรให้ทางฟิตเนสเปิดได้ อีกเรื่องคือการเยียวยาตามม.33 ม. 39 ม.40&amp;rdquo;

&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ถ้ากลุ่มฟิตเนสจะเปิดได้ต้องปรับรูปแบบใหม่ มีโอกาสที่จะเปิดกิจการได้ซึ่งเราจะพยายามช่วยเหลือทุกทาง เพื่อให้เปิดดำเนินกิจการและให้ ผู้ประกอบการสามารถอยู่ได้และดำเนินกิจการต่อไป&amp;rdquo;

&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายธันย์ปวัฒน์ เตชภูวดลวิทิต ผู้จัดการทีมเพาะกายทีมชาติไทย ในฐานะเจ้าของกิจการแอคท์ไลฟ์ฟิตเนส เปิดเผยว่า ดีใจมาก ที่ทางกรรมาธิการกีฬา สภาผู้แทนราษฎร ยื่นมือเข้าช่วยเหลือผลักดันให้เราสามารถดำเนินกิจการต่อไปได้ ผมต้องขอบคุณอย่างมาก ที่พยายามผลักดันและช่วยให้พวกเรารอดตาย รวมไปถึงนายศุกรีย์ สุภาวรีกุล นายกสมาคมกีฬาเพาะกายและฟิตเนสแห่งประเทศไทย ที่ช่วยในเรื่องข้อมูล ตอนนี้กลุ่มฟิตเนสทั่วประเทศจะได้ฉีดวัคซีนแล้วครับ รวมทั้งมีแนวโน้มที่จะได้เปิดกิจการแน่นอน ตอนนี้เราต้องรอคำสั่งจากทางภาครัฐ
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116979</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลุ่มธุรกิจผู้ประกอบการสถานออกกำลังกายและผู้ฝึกสอนกีฬา, กีฬา, ฟิตเนส</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210917/image_big_61437ba71fea5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>116404</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/09/2021 00:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/09/2021 12:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“ฟิตเนส” ร้องกมธ.กีฬาช่วยดันปลดล็อค ช่วยด้วย ใกล้อดตายแล้ว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;

กลุ่มฟิตเนส ทั้งเจ้าของกิจการและผู้ฝึกสอน ร้องขอความช่วยเหลือ จากกรรมาธิการกีฬา&amp;nbsp; สภาผู้แทนราษฎร ช่วยเหลือผลักดันให้ปลดล็อคเปิดกิจการได้ เหมือนกิจการอื่นๆ วอนรัฐ&amp;nbsp; &amp;ldquo;อย่ามองข้าม&amp;rdquo; เพราะใกล้อดตายกันหมดแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กลุ่มผู้ประกอบการธุรกิจสถานออกกำลังกาย ฟิตเนส ทั้งเจ้าของกิจการ เเละผู้ฝึกสอนการออกกำลังกาย นำโดย นายธันย์ปวัฒน์ เตขภูวดลวิทิต ผู้จัดการทีมเพาะกายทีมชาติไทย พร้อมด้วย เหล่าเทรนเนอร์ เจ้าหน้าที่ ได้ไปยื่นหนังสือ ขอผ่อนคลายการเปิดกิจการเเละการขอความข่วยเหลือจากภาครัฐรวมถึงมาตราการการป้องกันการติดเชื้อโควิด-19 ในสถานบริการการออกกำลังกาย ให้กับ ทาง นาย บุญลือ ประเสริฐโสภา ประธานคณะกรรมาธิการกีฬา&amp;nbsp; สภาผู้แทนราษฎร ที่อาคารรัฐสภา
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เนื่องจากทาง กลุ่มผู้ประกอบการธุรกิจสถานออกกำลังกาย ฟิตเนสเดือดร้อนจากคำสั่งปิดสถานที่ออกกำลังกาย ฟิตเนส ในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล เนื่องจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 เป็นสาเหตุที่ทำให้ต้องมาขอความช่วยเหลือจากทางคณะกรรมาธิการกีฬา&amp;nbsp; สภาผู้แทนราษฎร
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นาย บุญลือ ประเสริฐโสภา กล่าวว่า หลังจากรับเรื่องจากทางกลุ่มฟิตเนส ทางเราจะพยายามช่วยเหลือเพราะเข้าใจว่าทุกคนเดือดร้อนและได้รับผลกระทบจากการที่ยังไม่ปลดล็อก เพราะอยู่ในพื้นที่สีแดง เราจะพยายามทำทุกช่องทางให้ทุกคนได้เปิดธุรกิจอย่างรวดเร็วที่สุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธันย์ปวัฒน์ เตขภูวดลวิทิต เปิดเผยว่า ทางนายบุญลือ ประเสริฐโสภา ได้ให้คำเเนะนำเเละพร้อมรับฟังข้อเสนอเเนะต่างๆ เเละได้มีคำสั่งให้ทางคณะกรรมาธิการกีฬา&amp;nbsp; สภาผู้แทนราษฎร&amp;nbsp; รับเรื่องนี้ไว้เพื่อพิจารณาเรื่องนี้ ในการประชุมกรรมาธิการกึฬา ในวันพุธที่ 15 ก.ย. เวลา 14.00 น อีกครั้ง เพื่อหาทางออกเเละเป็นการช่วยเหลือ กลุ่มผู้ประกอบการสถานออกกำลังกายเเละผู้ฝึกสอนการออกกำลังกาย เพื่อเป็นการเยียวยา เเละผลักดันให้กลุ่มผู้ประกอบการกลับมาดำเนินกิจการได้อีกครั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;เราจะพยายามหามาตรการป้องกันโควิด-19 ในกิจการของเรา เพื่อให้สามารถดำเนินการเปิดกิจการให้ได้เร็วที่สุดเหมือนกับกิจการอื่นๆ เราอยากจะให้ทางภาครัฐบาลมาช่วยเหลือเรื่องเงินทุนที่ทำให้เราสามารถดำเนินกิจการได้ เราอยากเสนอภาครัฐบาลในเรื่องการผลักดันในเรื่องการชักชวนให้คนมาสมัครสมาชิกออกกำลังกายและสามารถนำใบเสร็จไปลดหย่อนภาษีได้&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ถ้าสามารถเปิดกิจการได้ รายได้ของเราน่าจะไม่กลับมาเต็มที่ เราคงมีรายได้แค่ 50 เปอร์เซ็นต์ แต่รายจ่ายของเราเต็ม 100 เปอร์เซ็นต์ อีกทางก็คือ ผู้ฝึกสอนการออกกำลังกาย ที่ต้องตกงาน อยากให้ทางภาครัฐบาลช่วยเหลือ หาโครงการที่ทำให้คนเหล่านี้ ได้มีรายได้มีงานทำ ทุกวันนี้ ผมคิดว่าโควิด-19 ไม่มีทางหายไปจากประเทศเรา เพียงแต่เราจะใช้ชีวิตอยู่กันได้อย่างไร ผมขอแค่ว่า อย่ามองข้ามพวกผมครับ ให้พวกเราได้มีตัวตนเหมือนกับกิจการอื่นๆ ช่วยเหลือให้พวกเราได้เปิดกิจการด้วยครับ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116404</URL_LINK>
                <HASHTAG>กีฬา, ฟิตเนส</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210912/image_big_613ce7940d19b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>82089</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/10/2020 18:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/10/2020 18:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แก้บทเรียน สธ.ตั้งคณะทำงานตรวจประเมิน โรงแรมกักตัวที่รัฐจัดให้ หรือ ASQ  หลังพบเชื้อในฟิตเนส และหญิงชาวฝรั่งเศสติดโควิด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 ต.ค.63-ที่ศูนย์แถลงข่าวโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 &amp;nbsp;นพ. ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์ อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ แถลงข่าวมาตรการเข้มในสถานกักตัวที่รัฐกำหนด ว่า สถานกักกันโรคเป็นการเฝ้าระวังโรคโควิด 19 ในผู้เดินทางมาจากต่างประเทศ ทำให้ระบบการจัดการโรคโควิด 19 ในประเทศมีประสิทธิภาพ โดยสถานกักตัวที่รัฐกำหนด (Alternative State Quarantine : ASQ) ผู้เข้ากักกันจะต้องออกค่าใช้จ่ายเอง ปัจจุบันมีโรงแรมที่ประกาศเป็น ASQ แล้ว 101 แห่ง จำนวน 13,004 ห้อง อยู่ระหว่างตรวจประเมิน 2 แห่ง รออนุมัติอีก 7 แห่ง ส่วน Alternative Local Quarantine (ALQ) ในภูมิภาคที่จะรองรับการบินตรงมายังต่างจังหวัดมี 21 แห่ง ได้แก่ บุรีรัมย์ 1 แห่ง ชลบุรี 1 แห่ง ภูเก็ต 8 แห่ง ปราจีนบุรี 1 แห่ง และสุราษฎร์ธานี 10 แห่ง รวม 1,466 ห้อง โดย ASQ จะต้องผ่านมาตรฐาน 6 หมวด ได้แก่ หมวด 1 โครงสร้างอาคารวิศวกรรมความปลอดภัยและระบบสื่อสารสารสนเทศ หมวด 2 บุคลากร ซึ่งต้องได้รับการอบรมก่อนปฏิบัติงาน หมวด 3 วัสดุ อุปกรณ์สำนักงาน และอื่นๆ หมวด 4 ยา เวชภัณฑ์ และอุปกรณ์ป้องกันอันตรายส่วนบุคคล หมวด 5 การจัดการสิ่งแวดล้อม และเป็นมิตรกับชุมชน และหมวด 6 โรงพยาบาลคู่สัญญาปฏิบัติการร่วมและความสะดวกสบายเพิ่มเติม ดาวน์โหลดรายละเอียดได้ที่ http://www.hsscovid.com/files/A%20State%20Quarantine%2017.4.63.pdf&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;สำหรับกรณีที่พบเชื้อบนพื้นผิวอุปกรณ์ฟิตเนส ใน ASQ แห่งหนึ่งที่จังหวัดสมุทรปราการ เบื้องต้นคณะทำงานวิชาการได้ตรวจประเมินพบว่า มีหลายจุดที่ต้องทำการทบทวน เช่น การให้ออกจากห้องมาออกกำลังกาย การเข้าไปทำความสะอาดห้องพัก 2 วันต่อครั้ง การออกมาปะปนกันของผู้กักตัว เป็นต้น ทั้งนี้ ก่อนอนุญาตให้ดำเนินการ ASQ ได้มีการชี้แจงถึงมาตรฐานการอนุญาตให้ผู้กักตัวออกมานอกห้อง โดยต้องจัดระบบ จัดพื้นที่พักผ่อน จัดรอบการออกนอกห้องพัก การเว้นระยะห่าง มีการทำความสะอาดฟิตเนสเป็นรอบๆ ซึ่งระบบวางไว้ค่อนข้างดี แต่บางโรงแรมอาจไม่ได้ทำตามแนวทางที่ตกลงกันไว้อย่างเคร่งครัด กรมสนับสนุนบริการสุขภาพจึงได้ไปซักซ้อมทำความเข้าใจให้มีความปลอดภัย แต่ผู้เดินทางยังได้รับความสะดวกสบายและปลอดภัย แนวทางหนึ่งคือ การจัดกลุ่มผู้เข้ากักกันตามความเสี่ยงของประเทศต้นทาง โดยพิจารณาจากจำนวนผู้ป่วยและระบบโครงสร้างพื้นฐานการควบคุมโรคของประเทศนั้น ซึ่งจะพิจารณาทุก 15 วัน และแบ่งเป็นกลุ่มประเทศเสี่ยงต่ำ ปานกลาง และสูง ถ้าใช้เรื่องความเสี่ยงควบคู่กับการอนุญาตให้ใช้สิ่งอำนวยความสะดวก มาตรการก็จะเข้มแข็งขึ้น เป็นการจัดการตามความเสี่ยงและยังคงความปลอดภัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;quot;การจัดการ ASQ ยังคงเป็นไปตามมาตรฐาน แต่บางส่วนอาจจะต้องปรับปรุง โดยจะตั้งคณะทำงานตรวจประเมินมาตรฐานเพื่อให้เกิดความมั่นใจมากยิ่งขึ้น และทบทวนการอนุญาตให้ผู้กักตัวใช้สิ่งอำนวยความสะดวกในโรงแรม สำหรับกรณีที่จังหวัดสมุทรปราการ คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดสมุทรปราการได้ให้ ASQ หยุดรับคนเข้ากักกันเพิ่ม ให้ผู้พักเดิมอยู่แต่ภายในห้อง ไม่อนุญาตออกมาใช้พื้นที่ส่วนรวม และเมื่อคนในที่พักออกจากที่กักครบทั้งหมดแล้ว จะมีการเข้าไปดูแลทำความสะอาดและประเมินทุกอย่างอีกครั้ง&amp;quot; นพ.ธเรศกล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/82089</URL_LINK>
                <HASHTAG>#โควิด-19, ASQ, นพ.ธเรศ กรัษนัยรววิวงค์, ฟิตเนส, หญิงชาวฝรั่งเศศ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201028/image_big_5f995a9d79dd8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>81831</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/10/2020 15:49</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/10/2020 15:49</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กรมอนามัย สั่งฟิตเนสคุมเข้มต้อง ‘เช็กอินไทยชนะ – เว้นระยะห่าง – เช็ดล้างอุปกรณ์’ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;

​26ต.ค.63-นพ. สุวรรณชัย &amp;nbsp;วัฒนายิ่งเจริญชัย &amp;nbsp;รักษาราชการแทนอธิบดีกรมอนามัย เปิดเผยว่า จากกรณีที่มีหญิงชาวฝรั่งเศสติดเชื้อโควิด 19 ในประเทศไทย และพบเชื้อที่พื้นผิวอุปกรณ์ออกกำลังกายในห้องฟิตเนสภายในสถานที่กักกันนั้น การเฝ้าระวังและป้องกันโรคโควิด 19 ในสถานประกอบการจึงยังคงต้องปฏิบัติตามคำแนะนำของกรมอนามัย เนื่องจากตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่องกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ พ.ศ. 2558 &amp;nbsp;ข้อ 9 (12) กำหนดให้การประกอบกิจการสถานที่ออกกำลังกายเป็นกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ ดังนั้น ผู้ประกอบการประเภทสถานที่ออกกำลังกายหรือฟิตเนส ต้องมีการคุมเข้มด้านความสะอาดและปฏิบัติ &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ตามแนวทางมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 อย่างเคร่งครัด ตั้งแต่มีการกำหนดจุดลงทะเบียนคัดกรองผู้เข้าใช้บริการ ส่วนพนักงาน และเทรนเนอร์ต้องสวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้าตลอดเวลา &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;เว้นระยะห่างอย่างน้อย 1 - 2 เมตร และจำกัดจำนวนผู้ใช้บริการไม่ให้แออัด รวมทั้งทำความสะอาดอุปกรณ์ เครื่องออกกำลังกาย บริเวณที่นั่งและส่วนที่เป็นจุดเสี่ยงที่มีการสัมผัสซ้ำ เช่น มือจับของอุปกรณ์ออกกำลังกาย ปุ่มกดของลู่วิ่งหรือเครื่องปั่นจักรยาน เป็นต้น โดยต้องหมั่นทำความสะอาดเป็นประจำทั้งก่อนและหลังใช้อุปกรณ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
​นพ. สุวรรณชัย กล่าวต่อไปว่า ในส่วนของผู้มาใช้บริการต้องลงทะเบียนผ่านแอพพลิเคชั่น &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ไทยชนะ&amp;rdquo; และสวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้าเมื่อเข้าใช้บริการ ช่วงขณะที่ออกกำลังกายสามารถ &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ถอดออกได้ เนื่องจากเวลาออกกำลังกาย ร่างกายจะต้องการออกซิเจนมากขึ้น สังเกตได้จากการหายใจเร็วขึ้น การสวมใส่หน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้าจะทำให้ร่างกายได้รับออกซิเจนไม่เพียงพอ นอกจากนี้ก่อนเล่นให้เช็ดทำความสะอาดอุปกรณ์ต่าง ๆ ด้วยผ้าและน้ำยาทำความสะอาดที่ทางฟิตเนสเตรียมไว้ให้ แต่เพื่อความมั่นใจ &amp;nbsp; ควรพกสเปรย์แอลกอฮอล์เข้มข้น 70 เปอร์เซ็นต์ไปด้วย ฉีดทิ้งไว้ 30 วินาทีจนเริ่มแห้ง แล้วค่อยเช็ดตามด้วยผ้าและอย่าลืมเช็ดทำความสะอาดอีกครั้งหลังเล่นเสร็จ รวมทั้งควรเพิ่มระยะห่างในการใช้อุปกรณ์สำหรับ &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ออกกำลังกาย หลีกเลี่ยงการพูดคุยระยะใกล้ชิดกัน และล้างมือบ่อย ๆ ไม่ใช้มือสัมผัสใบหน้า ตา ปาก จมูก และหลีกเลี่ยงการอยู่บริเวณที่มีผู้มาใช้บริการจำนวนมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
​ทั้งนี้ เกณฑ์มาตรฐานสถานประกอบกิจการด้านการออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ ประกอบด้วย &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;1) มาตรฐานด้านอาคารสถานที่และสิ่งแวดล้อม เช่น อาคารและคุณลักษณะภายในมีความมั่นคง แข็งแรง &amp;nbsp; เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคาร 2) มาตรฐานด้านอุปกรณ์ออกกำลังกาย เช่น มีระบบและรายงาน &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;การตรวจเช็กอุปกรณ์ออกกำลังกายให้มีความแข็งแรง ทนทาน สะอาด และพร้อมใช้งานทุกวัน 3) มาตรฐาน การให้บริการ เช่น จัดทำป้ายคำแนะนำ/คำเตือน ในการออกกำลังกาย โดยติดไว้ให้เห็นอย่างชัดเจน &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;4) มาตรฐานด้านบุคลากร ผู้ให้บริการ เช่น บุคลากรผู้ให้บริการออกกำลังกาย ต้องมีคุณสมบัติจบการศึกษา &amp;nbsp; &amp;nbsp; ขั้นต่ำปริญญาตรีทางวิทยาศาสตร์สุขภาพ วิทยาศาสตร์การกีฬา หรือพลศึกษา และผ่านการอบรมหลักสูตร &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ผู้ฝึกสอนการออกกำลังกาย (Instructor Exercise) ที่จัดโดยกรมอนามัย หรือหลักสูตรที่ได้รับความเห็นชอบร่วมกันระหว่างกรมอนามัยและสถาบันการศึกษา และ 5) มาตรฐานด้านความปลอดภัยและมาตรการกรณี &amp;nbsp; &amp;nbsp; เกิดเหตุฉุกเฉิน ส่วนมาตรฐานสวนสาธารณะเพื่อการออกกำลังกายประกอบด้วยมาตรฐานด้านบริหารจัดการ มาตรฐานด้านการตอบสนองผู้ใช้บริการและมาตรฐานด้านกายภาพ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/81831</URL_LINK>
                <HASHTAG>#โควิด-19, กรมอนามัย, ฟิตเนส</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201026/image_big_5f968d3914e6a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>68244</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/06/2020 17:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/06/2020 17:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สธ.ย้ำการ์ดอย่าตก เพราะผู้ติดเชื้อลด ลั่นต้องคุมเข้มโรงหนัง ฟิตเนส </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
9 มิ.ย.63- พญ. พรรณพิมล วิปุลากร อธิบดีกรมอนามัย แถลงข่าวผลการสำรวจการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 จากผู้ตอบแบบสอบถาม 25,623 ราย ระหว่างวันที่ 22-28 พ.ค.2563 พบว่า เหตุผล 3 อันดับแรกที่ประชาชนการ์ดตก คือ ร้อยละ 57.4 ระบุว่ามีจำนวนผู้ติดเชื้อลดลงควบคุมการระบาดได้ดีขึ้น ร้อยละ 36.6 รู้สึกว่าตัวเองมีความเสี่ยงในการติดเชื้อต่ำ และร้อยละ 28.4 บอกว่ากิจวัตรประจำวันไม่เอื้ออำนวย จึงขอย้ำเตือนประชาชนต้องตระหนักในการป้องกันตนเอง เมื่อเดินทางไปในพื้นที่สาธารณะ ต้องสวมหน้ากากผ้าหรือหน้ากากอนามัยตลอดเวลา หมั่นล้างมือ และเว้นระยะห่าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;พญ.พรรณพิมลกล่าวต่อว่า มาตรการความปลอดภัยในการให้บริการของโรงภาพยนตร์และสถานออกกำลังกาย ซึ่งได้รับการผ่อนปรนในระยะที่ 3 และมีประชาชนออกไปใช้บริการจำนวนมาก ได้มีมาตรการหลักและมาตรการเฉพาะเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 ตามแนวทางที่ ศบค.กำหนดไว้ รวมทั้งในส่วนของโรงภาพยนตร์ให้นำเทคโนโลยีเข้ามาเสริมเรื่องการจองที่นั่ง การออกบัตรชมภาพยนตร์ออนไลน์ และการชำระเงินออนไลน์ ส่วนสถานออกกำลังกายหรือฟิตเนส จะมีทั้งมาตรการการทำความสะอาดส่วนรวมที่ทางฟิตเนสจะดูแลทำความสะอาดสถานที่และอุปกรณ์ออกกำลังกาย รวมทั้งเพิ่มมาตรการส่วนตัวให้ผู้ใช้บริการต้องร่วมทำความสะอาดจุดสัมผัสอุปกรณ์ออกกำลังกายที่ตัวเองใช้ เพื่อให้มีการทำความสะอาดทุกครั้งหลังใช้งาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับมาตรการหลักของโรงภาพยนตร์ แต่ละแห่งจะเน้นการทำความสะอาดจุดสัมผัสต่างๆ จัดจุดล้างมือให้กับผู้ใช้บริการ เว้นระยะห่างที่นั่งสำหรับรอเข้าชมและที่นั่งในโรงภาพยนตร์ การคัดกรองผู้ใช้บริการและพนักงานผู้ให้บริการอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งการติดตามผ่านแพลตฟอร์มไทยชนะ ส่วนมาตรการเฉพาะจะเน้นการทำความสะอาดระบบปรับอากาศอย่างสม่ำเสมอ เว้นระยะห่างที่นั่งชมภาพยนตร์ 2 เว้น 2 และเว้นระยะแถวเว้นแถว ที่สำคัญจะต้องงดจัดกิจกรรม &amp;nbsp; อีเวนต์ คอนเสิร์ต ทั้งในโรงภาพยนตร์และด้านนอกโรงภาพยนตร์เพื่อลดการรวมตัวของประชาชน และจัดพื้นที่จำหน่ายอาหารและเครื่องดื่มให้เป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นอกจากนี้ ขอเชิญชวนประชาชนที่ไปใช้บริการได้ร่วมกันประเมินมาตรฐานการให้บริการของโรงภาพยนตร์และสถานออกกำลังกายผ่านแพลตฟอร์มไทยชนะ เพื่อเป็นข้อมูลกลับมาให้กรมอนามัย ติดตามตรวจสอบเพื่อประเมินการให้บริการของสถานบริการต่างๆ ให้เกิดความปลอดภัยตามที่กำหนด&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/68244</URL_LINK>
                <HASHTAG>การ์ดอย่าตก, คนติดเชื้อลด, พญ.พรรณพิมล วิปุลากร, ฟิตเนส, โรงหนัง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200609/image_big_5edf5e3485760.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>6040</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/03/2018 09:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/03/2018 09:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ฟิตเนส เฟิรส์ท&#039; ดึงแบรนด์ใหม่ &#039;เซเลบริตี้ ฟิตเนส&#039; เจาะกลุ่มวัยรุ่น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ฟิตเนส เฟิรส์ท ทุ่มงบขยายสาขาเพิ่ม 4 แห่ง พร้อมเตรียมเปิดแบรนด์น้องใหม่ &amp;ldquo;เซเลบริตี้ ฟิตเนส&amp;rdquo; เจาะกลุ่มลูกค้าวัยรุ่น เล็งหาบางสาขาเปิดบริการ 24 ชั่วโมง เชื่อรายโตไม่น้อยกว่า 6%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายมาร์ค เอลเลียต บิวคานันท์ กรรมการบริหาร บริษัท ฟิตเนส เฟิรส์ท (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า การดำเนินธุรกิจในปี 2561 บริษัทเตรียมขยายสาขาและรูปแบบใหม่ เพื่อตอบสนองความต้องการผู้บริโภคและครบครันทุกเซ็กเมนต์มากยิ่งขึ้น โดยเบื้องต้นวางเงินลงทุนไว้ 450 ล้านบาท จากปีก่อนใช้ 300 ล้านบาท เพื่อขยายสาขาใหม่อีก 4 สาขา ประกอบด้วย เซ็นทรัลพลาซา พระราม 2, เซ็นทรัลเวิลด์,เซ็นทรัลเฟสติวัล หาดใหญ่ และคลับไอคอนที่ไอคอนสยาม โดยการเปิดคลับใหม่ในครั้งนี้จะมาพร้อม 2 คอนเซ็ปต์ใหม่ เพื่อตอบโจทย์คนรักการออกกำลังกายในทุกไลฟสไตล์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกันเพื่อทำให้บริษัทเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายกลุ่มคนรุ่นใหม่อายุ 20 ปีขึ้นไปมากขึ้น จึงเตรียมเปิด &amp;ldquo;เซเลบริตี้ ฟิตเนส&amp;rdquo; (Celebrity Fitness) เข้ามาเปิดตัวในเมืองไทยเป็นครั้งแรก หลังจากที่ &amp;ldquo;Fitness First Asia&amp;rdquo; บริษัทแม่ของฟิตเนส เฟิรส์ท ประเทศไทย ได้ควบรวมกิจการกับ &amp;ldquo;Celebrity Fitness&amp;rdquo; ในปีที่ผ่านมา ภายใต้การบริหารของ&amp;ldquo;Evolution Wellness&amp;rdquo; ที่มีเป้าหมายสู่การเป็นผู้นำในธุรกิจฟิตเนสที่มีเครือข่ายมากที่สุดในเอเชีย และในปีนี้จะเดินหน้ารุกขยายธุรกิจทั่วภูมิภาคผ่านแบรนด์ฟิตเนส เฟิรส์ท และเซเลบริตี้ ฟิตเนส อย่างเต็มรูปแบบ เบื้องต้นทำเลของแบรนด์ใหม่ดังกล่าวจะอยู่ใจกลางเมืองกรุงเทพฯ และราคาค่าสมาชิกจะถูกกว่าฟิตเนสเฟิรส์ท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พร้อมกันนี้ บริษัทยังเตรียมเปิดให้บริการฟิตเนส เฟิรส์ท บางทำเล เพื่อให้บริการ 24 ชั่วโมงอีกด้วย รวมถึงบางสาขาอาจเลื่อนเวลาทำการให้มากขึ้น เพื่อตอบโจทย์ความต้องการลูกค้าที่ต้องการออกกำลังกายทุกช่วงเวลาสำหรับปี 2560 บริษัทสามารถมีฟิตเนสเปิดให้ลบริการจำนวนคลับ 28 แห่ง สมาชิกรวมกว่า 78,000 คน มีสมาชิกเข้าใช้บริการในคลับสูง 6.3 ล้านครั้งในปีที่ผ่านมา มีคลาสออกกำลังกายให้ใช้บริการมากถึง 17,000 คลาสต่อเดือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ดี ในปี 2561 ฟิตเนส เฟิรส์ท ประเทศไทยตั้งเป้ารายได้เพิ่มขึ้นไม่น้อยกว่า 6.3% รวมถึงรายได้จาก ครูฝึกเพิ่มขึ้นอีกไม่น้อยกว่า 14.6%และจะเพิ่มคลาสให้สมาชิกได้ใช้บริการมากถึง 18,500 คลาสต่อเดือนโดยคาดว่าจะมีสมาชิกเข้าใช้บริการในคลับสูงถึง 6.7ล้านครั้งในปีนี้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/6040</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฟิตเนส, ฟิตเนส เฟิรส์ท, วัยรุ่น, เซเลบริตี้ ฟิตเนส, เซ็นทรัลพลาซา พระราม 2, เซ็นทรัลเฟสติวัล หาดใหญ่, เซ็นทรัลเวิลด์, เทรนเนอร์ฟิตเนส, ไอคอนสยาม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180329/image_big_5abc4b3f941fb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
