<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>60383</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/03/2020 17:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/03/2020 17:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศาลสั่งปรับ ฟิลลิป มอร์ริส เลี่ยงภาษีบุหรี่ 2 ยี่ห้อดัง 130 ล้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าม และ นายเจอรัลด์ มาร์โกลีส ผู้จัดการสาขาฟิลลิป มอร์ริส (ไทยแลนด์) ลิมิเต็ด ผู้แทนนิติบุคคลบริษัท ฟิลลิป มอร์ริสฯ จำเลยที่ 1&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 มี.ค.63 -&amp;nbsp; ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลอ่านคำพิพากษา ในคดีหมายเลขดำ อ.232/2560 ที่พนักงานอัยการคดีพิเศษ 4 เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง บริษัท ฟิลลิป มอร์ริส (ไทยแลนด์) ลิมิเต็ด โดย นายเจอรัลด์ มาร์โกลีส ผู้จัดการสาขา ฟิลลิป มอร์ริส (ไทยแลนด์) ลิมิเต็ด และ พนักงานบริษัทหญิงคนไทย (ไม่ขอสงวนชื่อ-สกุล) เป็นจำเลยที่ 1-2 ฐานร่วมกันนำเข้าบุหรี่ที่มีแหล่งผลิตในต่างประเทศ เข้าราชอาณาจักรเพื่อจำหน่ายโดยมีเจตนาหลีกเลี่ยงภาษี เพื่อฉ้อค่าภาษีสรรพสามิต ตาม พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ.2469 ม.27,115 จัตวา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คำฟ้องระบุว่า เมื่อระหว่างวันที่ 22 ม.ค. 2545 -14 ส.ค. 2546 จำเลยที่ 1-2 กับพวกที่หลบหนียังไม่ได้นำตัวมาฟ้องอีกหลายคน ร่วมกันนำบุหรี่ยี่ห้อ L&amp;amp;M และยี่ห้อมาร์โบโล เข้ามาในราชอาณาจักรไทย และได้ร่วมกันสำแดงเท็จโดยความเท็จ โดยฉ้อโกงและอุบายด้วยการยื่นใบขนสินค้าขาเข้าต่อเจ้าหน้าที่ศุลกากร กรมศุลกากรเพื่อผ่านพิธีการศุลกากร ซึ่งรวมราคาเป็นเท็จไม่ตรงตามราคาที่แท้จริงและถูกต้องตามกฎหมายศุลกากร จำนวน 780 ครั้ง เหตุเกิดที่เขตบางรัก, เขตคลองเตย กรุงเทพฯ, สำนักงานศุลกากรท่าเรือแหลมฉบัง จ.ชลบุรี และด่านศุลกากรอื่นๆอีกหลายที่ รวมทั้งประเทศสหรัฐอเมริกา เขตปกครองพิเศษฮ่องกง และประเทศอินโดนีเซีย ต่อเนื่องเกี่ยวพันกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยวันนี้ นายเจอรัลด์ มาร์โกลีส ผู้จัดการสาขา ฟิลลิป มอร์ริส (ไทยแลนด์) ลิมิเต็ด ผู้แทนนิติบุคคลบริษัท ฟิลลิป มอร์ริส (ไทยแลนด์) ลิมิเต็ด และพนักงานบริษัท จำเลยที่ 1-2 เดินทางมาศาล พร้อมคำฟังคำพิพากษา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานโจทก์-จำเลย นำสืบหักล้างแล้วเห็นว่า พยานหลักฐานโจทก์ซึ่งมาจากหลายหน่วยงานนั้น ต่างฝ่ายต่างทำหน้าที่ในลักษณะประสานความร่วมมือค้นหาความจริง เบิกความมีน้ำหนักให้รับฟัง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประกอบเมื่อพิเคราะห์พยานหลักฐานที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) รวบรวมได้ ทั้งเอกสารโครงสร้างราคาบุหรี่ที่ยึดได้เมื่อไปตรวจค้นสำนักงานของจำเลยที่ 1 ในปี 2542, เอกสารติดต่อกันระหว่างจำเลยที่ 1 กับ ฟิลลิป มอร์ริส เอเชีย ซึ่งเป็นผู้ดูแลบริษัทในเครือที่อยู่ในภาคพื้นเอเชีย ก็ตีราคาหน้าโรงงานซึ่งมีราคาเฉลี่ย และราคาขายปลีกที่ใช้วิธีสุ่มตรวจจากตลาดในประเทศอินโดนีเซีย หรือต้นทุนบุหรี่ยี่ห้อมาร์โบโล และ L&amp;amp;M ก็จะเห็นได้ว่ามีตัวเลขสูงกว่าราคาสำแดงตามใบขนส่งสินค้าของจำเลยที่ 1&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พฤติการณ์การนำเข้าและการสำแดงราคาบุหรี่เพื่อผ่านพิธีการศุลกากรของจำเลยที่ 1 ตั้งแต่ก่อนเกิดเหตุ, ขณะเกิดเหตุ และภายหลังเกิดเหตุ เป็นการยื่นราคาสำแดงที่ปรากฎว่าเจ้าหน้าที่ตรวจพบเหตุสงสัยราคาที่สำแดงกรณีผู้ซื้อผู้ขายมีความสัมพันธ์กัน ซึ่งก่อน-หลังเกิดเหตุจำเลยที่ 1 นำเข้าบุหรี่จากประเทศมาเลเซีย, อินโดนีเซีย, ฟิลิปปินส์โดยสำแดงราคาคงที่ราคาเดียวมาตลอด จะมีการเปลี่ยนแปลงราคาสำแดงคือมาร์โบโล ซึ่งเจ้าหน้าที่ศุลกากรเคยเข้าตรวจค้นยึดและประเมินเห็นว่าราคาประเมินสำแดงต่ำและเรียกเก็บภาษีเพิ่มเติมมาโดยตลอด ซึ่งจำเลยที่ 1 ไม่ได้โต้แย้งและยินยอมชำระภาษีอากรขาเข้าและค่าปรับ เพื่อระงับคดีในชั้นศุลกากรเท่ากับจำเลยที่ 1 ยอมรับราคาประเมินของศุลกากรเป็นราคาของนำเข้าที่แท้จริง ซึ่งตามปกติราคาสินค้าต้องมีเปลี่ยนแปลงตามสภาวะเศรษฐกิจ แต่จำเลยที่ 1 ยังสำแดงราคาที่เจ้าหน้าที่ศุลกากรปฏิเสธไม่ยอมรับราคามาโดยตลอด และใช้วิธีย้ายการนำเข้าเมื่อถูกศุลกากรประเมินเรียกเก็บภาษีเพิ่มเติม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งผู้ขายบุหรี่ให้แก่จำเลยที่ 1 คือฟิลลิป มอร์ริส มาเลเซีย , อินโดนีเซีย , ฟิลิปปินส์ เป็นบริษัทในเครือเดียวกัน ความสัมพันธ์ลักษณะการสำแดงราคาไม่ได้เปลี่ยนแปลงจากเดิม การที่จำเลยที่ 1 สำแดงราคาคงที่ต่อเนื่อง ไม่เปลี่ยนตามเศรษฐกิจ ทั้งที่ไม่ปรากฏการทำสัญญาซื้อขายตกลงราคากันไว้ล่วงหน้า เป็นข้อบ่งชี้ว่าผู้ซื้อกับผู้ขายเป็นบริษัทแม่ผู้กำหนดราคาตามอำเภอใจและเป็นราคาที่ไม่สะท้อนความเป็นจริง เมื่อพิจารณาในแง่ธุรกิจย่อมขัดกับหลักการประกอบธุรกิจที่ผู้ขายต้องมุ่งหวังผลกำไรสูงสุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่จำเลยต่อสู้ว่า การดำเนินคดีนี้ และคดีอาญาหมายเลขดำที่ 185/2559 (สำนวนแรก) ขัดต่อคำตัดสินของคณะผู้พิจารณาขององค์การการค้าโลก (WTO) ที่วินิจฉัยว่า การฟ้องคดีอาญานี้ ขัดต่อข้อตกลงว่าด้วยการประเมินราคาศุลกากรของ WTO ศาลเห็นว่าการดำเนินคดีอาญา พนักงานสอบสวนมุ่งถึงพฤติการณ์การนำเข้าและการสำแดงราคาบุหรี่ของจำเลยที่ 1 ซึ่งเกิดต่อเนื่องระหว่างปี 2543-2549 ว่ามีการสำแดงราคาตรงตามราคาที่แท้จริงหรือไม่ และมีเจตนาหลีกเลี่ยงการเสียภาษีอากรขาเข้าโดยการสำแดงเท็จหรือไม่ เนื่องจากดีเอสไอได้รับรายงานจากสายลับผู้แจ้งความนำจับว่าจำเลยที่ 1 และบริษัทอื่น สำแดงราคาต่ำกว่าความเป็นจริง เป็นเหตุให้ไทยสูญเสียรายได้จากการเก็บภาษีอากรเป็นจำนวนมาก ซึ่งเป็นกระบวนการทางอาญา ไม่ใช่ตรวจสอบการประเมินราคา หรือการตรวจสอบหลังการตรวจปล่อยในชั้นศุลกากร จึงไม่ขัดต่อพันธกรณีที่ต้องนำมาตรา 7 ของความตกลงทั่วไป มาถือปฏิบัติ เพราะเป็นคนละกรณี นอกจากนี้ไม่มีบทบัญญัติกฎหมายใดให้ศาลต้องถือตามคำตัดสินของ WTO อีกด้วย ข้ออ้างจำเลยที่ 1 ฟังไม่ขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า การกระทำของบริษัท ฟิลลิป มอร์ริส (ไทยแลนด์) ลิมิเต็ด จำเลยที่1 เป็นการสำแดงเท็จ เมื่อพิจารณาพฤติการณ์ก่อนเกิดเหตุ , ขณะเกิดเหตุ , หลังเกิดเหตุ จำเลยที่ 1 สำแดงราคาคงที่มาโดยตลอด ไม่เคยชี้แจงเหตุผลเกี่ยวกับราคาที่แท้จริงทั้งที่อยู่ในวิสัยที่พึงกระทำได้ พฤติการณ์บ่งชี้ให้เห็นว่าเป็นการนำสินค้าประเภทบุหรี่เข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อหลีกเลี่ยงการชำระค่าอากรให้ครบถ้วนโดยเจตนาจะฉ้อค่าภาษีของรัฐบาล เป็นการผ่าฝืนมาตรา 27 พ.ร.บ.ศุลกากรฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนเรื่องราคาที่แท้จริงของบุหรี่ทั้ง 2 ยี่ห้อ จำนวน 3,184,957,148 บาท แต่จำเลยที่1 สำแดงราคาเป็นเงินจำนวน 2,534,227,797 บาท ดังนั้นราคาของจึงขาดเป็นเงินจำนวนทั้งสิ้น 650,729,350 บาท คิดอากรขาเข้าอัตราร้อยละ 4 ของจำนวนดังกล่าวเท่ากับ 32,536,467 บาทซึ่งเป็นค่าอากรขาเข้าที่จำเลยที่ 1 ต้องเสียเพิ่ม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ดี ระหว่างการพิจารณาของศาล ได้มีการแก้กฎหมาย ซึ่งเป็นกฎหมายที่ใช้ภายหลังการกระทำผิดโดยยังคงบัญญัติให้การกระทำตามฟ้อง เป็นความผิดอยู่ และมีบทกำหนดโทษ จำคุกไม่เกิน 10 ปี หรือปรับเป็นเงินตั้งแต่ครึ่งเท่า แต่ไม่เกิน 4 เท่าของค่าอากรที่ต้องเสียเพิ่ม ซึ่งกฎหมายที่แก้ไขใหม่นั้นเป็นคุณแก่จำเลยที่ 1 มากกว่า ตามกฎหมายจึงนำมาพิจารณา จึงพิพากษาว่า ให้ปรับ บริษัท ฟิลลิป มอร์ริส (ไทยแลนด์) ลิมิเต็ด จำเลยที่ 1 ตามอัตรากฎหมายที่แก้ไขใหม่ จึงปรับเป็นเงินทั้งสิ้น 130,145,870 บาท และข้อเท็จจริงฟังได้ว่า คดีนี้มีสายลับผู้แจ้งความนำจับ จ่ายสินบนร้อยละ 30 ของค่าปรับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนพนักงานบริษัทหญิงคนไทย จำเลยที่ 2 ศาลเห็นว่าไม่ได้มีอำนาจหน้าที่ในทางบริหาร หรือมีส่วนกำหนดนโยบายเรื่องการนำเข้า/จัดจำหน่ายบุหรี่ในไทยของจำเลยที่ 1 แต่อย่างใด จึงพิพากษายกฟ้องจำเลยที่ 2&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภายหลังฟังคำตัดสิน นายเจอรัลด์ มาร์โกลีส ผู้จัดการสาขาฟิลลิป มอร์ริส (ไทยแลนด์) ลิมิเต็ด ผู้แทนนิติบุคคลบริษัท ฟิลลิป มอร์ริสฯ จำเลยที่ 1 กล่าวผ่านล่ามแปลภาษาว่า เราไม่เห็นด้วยอย่างยิ่งกับคำตัดสินของศาลวันนี้ เนื่องจากคำตัดสินดังกล่าวขัดต่อกฎหมายศุลกากรของไทย และกฎหมายระหว่างประเทศ รวมถึงคำตัดสินต่างๆ ของหน่วยงานทั้งไทยและต่างประเทศก่อนหน้านี้ และเราจะยื่นอุทธรณ์คำพิพากษาดังกล่าวเพื่อต่อสู้คดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้องค์การการค้าโลก (WTO) ได้มีคำตัดสินออกมาหลายครั้งก่อนหน้านี้ว่าประเทศไทยดำเนินการขัดต่อกฎหมายการค้าระหว่างประเทศ โดยการปฏิเสธราคานำเข้าที่บริษัท ฟิลลิป มอร์ริส (ไทยแลนด์) ลิมิเต็ดสำแดง และดำเนินการฟ้องร้องคดีอาญากับบริษัทฯ รัฐบาลฟิลิปปินส์ ร้องขอต่อ WTO เพื่อเริ่มกระบวนการตอบโต้ทางการค้าอันเนื่องมาจากการที่ประเทศไทยไม่ปฏิบัติตามพันธกรณีที่มีกับ WTO ซึ่งคิดเป็นมูลค่าการค้าระหว่างไทยและฟิลิปปินส์จำนวนมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คดีนี้ก่อให้เกิดข้อกังขาอีกครั้งต่อระบบเงินสินบนรางวัลที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์มาอย่างยาวนาน ว่าเป็นแรงจูงใจให้เร่งทำคดีจากเงินค่าปรับ และสร้างผลประโยชน์ขัดแย้งสำหรับเจ้าหน้าที่รัฐบาลของไทยที่อาจจะได้รับประโยชน์เป็นการส่วนตัวจำนวนมากจากค่าปรับที่ได้รับเป็นอีกประเด็นของเรื่องนี้จะส่งผลกระทบต่อการลงทุนต่อเนื่องและการลงทุนใหม่จากต่างประเทศ เนื่องจากการปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรมนี้คุกคามความเชื่อมั่นในการลงทุนในประเทศไทยของเรา รวมถึงการซื้อใบยาสูบจากประเทศไทย คดีนี้เป็นเรื่องน่ากังวลอย่างยิ่งสำหรับทุกบริษัทที่ปฏิบัติตามกฎหมายอย่างถูกต้องในประเทศไทย เราจะอุทธรณ์คัดค้านคำตัดสินและต่อสู้ข้อกล่าวหาที่มีต่อเราซึ่งไม่มีมูลความจริงต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/60383</URL_LINK>
                <HASHTAG>บุหรี่, ฟิลลิป มอร์ริส</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200320/image_big_5e749c84c7cce.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>51425</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/11/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/11/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฟิลลิปมอร์ริสดิ้นอุทธรณ์ หลังถูกปรับอ่วม1.2พันล.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ศาลชั้นต้นลงดาบฟิลลิป มอร์ริส สำแดงเท็จราคาบุหรี่ สั่งปรับ 4 เท่า วงเงินรวม 1,225 ล้านบาท ส่วนคนไทย 7 คนรอด ผู้จัดการบริษัทเล็งอุทธรณ์ ชี้คำตัดสินไม่สอดรับที่องค์การการค้าโลกชี้ขาด
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันศุกร์ที่ 29 พ.ย. ที่ห้องพิจารณา 910 ศาลอาญาได้อ่านคำพิพากษาคดีหมายเลขดำ อ.185/2559 ในคดีที่พนักงานอัยการคดีพิเศษ 4 เป็นโจทก์ ยื่นฟ้องบริษัท ฟิลลิป มอร์ริส (ไทยแลนด์) ลิมิเต็ด ซึ่งเป็นนิติบุคคล ที่มีนายเจอรัลด์ มาโกลีส ชาวสหรัฐอเมริกา ผู้จัดการสาขาฟิลลิป มอร์ริสฯ เป็นผู้แทน กับจำเลยพนักงานชาวไทย ร่วมกันเป็นจำเลยที่ 1-8 ในความผิดฐานร่วมกันเกี่ยวข้องด้วยประการใดๆ ในการหลีกเลี่ยง หรือพยายามหลีกเลี่ยงค่าภาษีศุลกากร โดยเจตนาที่จะฉ้อค่าภาษีของรัฐบาล ตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ.2469 มาตรา 27 และ 115 จัตวา, พ.ร.บ.ศุลกากร (ฉบับที่ 11) พ.ศ.2490 มาตรา 3, พ.ร.บ.ศุลกากร (ฉบับที่ 17) พ.ศ.2543 มาตรา 10 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 และ 91, พ.ร.บ.ให้บำเหน็จในการปราบปรามผู้กระทำผิด พ.ศ.2489 มาตรา 4-9 ซึ่งคดีมีอัตราโทษตามกฎหมายศุลกากร ให้ปรับเป็นเงิน 4 เท่า ราคาที่รวมค่าอากร หรือจำคุกไม่เกิน 10 ปี หรือทั้งปรับและจำคุก
ทั้งนี้ นายเจอรัลด์ กับจำเลยที่ 2-8 มาฟังคำพิพากษาพร้อมทีมทนายความและบุคคลใกล้ชิด
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;คำฟ้องอัยการโจทก์ เมื่อวันที่ 18 ม.ค.2559 บรรยายพฤติการณ์สรุปว่า เมื่อระหว่างวันที่ 28 ก.ค.2546-24 มิ.ย.2549 บริษัท ฟิลลิปฯ กับพวก ได้ร่วมกันนำเข้าบุหรี่ยี่ห้อมาร์ลโบโร (MARLBORO) และแอลแอนด์เอ็ม (L&amp;amp;M) เข้ามาในราชอาณาจักร และร่วมกันบังอาจสำแดงเท็จโดยฉ้อโกง ออกอุบายด้วยการยื่นใบขนส่งสินค้าขาเข้าต่อเจ้าหน้าที่ศุลกากรเพื่อผ่านพิธีการศุลกากร โดยสำแดงราคาอันเป็นเท็จไม่ตรงตามราคาที่แท้จริง เพื่อหลีกเลี่ยงค่าภาษีศุลกากร ซึ่งเป็นความผิดทั้งสิ้น 272 ครั้ง โดยรวมราคาของสินค้าบุหรี่บวกกับราคาภาษีอากรที่หลีกเลี่ยงเป็นเงินทั้งสิ้น 20,210,209,582.50 บาท ซึ่งศาลอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวไปด้วยหลักทรัพย์คนละ 1 ล้านบาท
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ศาลพิจารณาแล้วมีปัญหาต้องวินิจฉัย ว่าจำเลยที่ 1-8 กระทำผิดตามฟ้องหรือไม่ โจทก์มีเจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) 3 ราย เบิกความเป็นพยานว่า จำเลยที่ 1 ตั้งสาขาในประเทศไทย นำเข้าบุหรี่ 2 ยี่ห้อ จากสหรัฐอเมริกามายังไทย แต่ในทางปฏิบัติเป็นการนำสินค้าบุหรี่มาจากฟิลิปปินส์ มีการเปลี่ยนกรรมการบริษัทหลายครั้งเพื่อให้เกิดความยุ่งยากในการเรียกมาสอบสวน ในการสำแดงสินค้าระบุราคาต้นทุนในการขนส่งและนำเข้า หรือราคาหน้าโรงงาน (ซีไอเอฟ) ลดลงเรื่อยๆ โดยสำแดงราคาบุหรี่ยี่ห้อมาร์ลโบโร ราคา 9.50 บาทต่อซอง ยี่ห้อแอลแอนด์เอ็ม ราคา 7 บาทต่อซอง ก่อนสำแดงในปีถัดมาช่วงระหว่างปี 2546-2547 สำแดงราคามาร์ลโบโรนำเข้า 7.76 บาทต่อซอง และแอลแอนด์เอ็ม ราคา 5.88 บาทต่อซอง เป็นการตั้งราคาตามอำเภอใจ เพื่อให้จ่ายภาษีได้น้อยลง&amp;nbsp;
ในขณะที่คู่แข่งนำเข้าบุหรี่ต่างประเทศรายอื่น แจ้งราคาซีไอเอฟมาร์ลโบโร นำเข้า 27 บาทต่อซอง และแอลแอนด์เอ็ม 16 บาทต่อซอง เห็นได้ว่าการนำเข้าบุหรี่จากฟิลิปปินส์และมาเลเซียเป็นกลุ่มบริษัทในเครือบริษัท ฟิลลิป มอร์ริสฯ ซึ่งเป็นบริษัทแม่ที่ตั้งอยู่สหรัฐ มีโลโก้เป็นรูปม้า 2 ตัว และอักษรคำว่าฟิลลิป มอร์ริส ภาษาอังกฤษแบบเดียวกัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ พยานยังระบุว่า ระหว่างปี 2546-2550 จำเลยที่ 1 โอนเงินค่าสินค้าไปยังบริษัทในเครือของบริษัทแม่ที่ฟิลิปปินส์, ฮ่องกง, ออสเตรเลีย, สวิตเซอร์แลนด์, อินโดนีเซีย, มาเลเซีย, สหรัฐ และสิงคโปร์ ซึ่งการตรวจสอบธุรกรรมทางการเงินของจำเลยนั้น โจทก์มีหลักฐานจำนวนเงินที่แน่นอน ซึ่งเกี่ยวข้องกับบริษัทจำเลยที่ 1 ในการนำเข้าบุหรี่ยี่ห้อมาร์ลโบโรและแอลแอนด์เอ็ม ดังนั้น การนำเข้าบุหรี่ทั้งสองยี่ห้อของจำเลยเป็นการสำแดงราคาที่ต่ำลงและคงที่อยู่นานถึง 3 ปี ซึ่งมีมูลค่าต่ำกว่าผู้นำเข้ารายอื่นหลายเท่า ที่จำเลยที่ 1 ต่อสู้ว่าสำแดงราคาถูกต้อง และการนำเข้าไม่มีการโต้แย้งจากเจ้าหน้าที่ศุลกากรนั้น ไม่อาจต่อสู้หักล้างพยานฐานโจทก์ได้ จำเลยที่ 1 สำแดงราคาต่ำกว่าความเป็นจริง เพื่อหลบเลี่ยงภาษี&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ จำเลยที่ 1 สำแดงราคาสินค้าตามใบขน 272 ฉบับ ราคา 12,270,608,315 บาท โดยคำนวณจากราคาของผู้ค้าในดิวตี้ฟรี เป็นฐานคำนวณเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมแก่จำเลยที่ 1 เห็นสมควรกำหนดราคาลงกึ่งหนึ่งคงเหลือ 6,135,304,157.50 บาท เมื่อคำนวณเป็นภาษีอากรที่ต้องชำระเป็นเงิน 306,497,667.87 บาท จำเลยที่ 1 กระทำผิดตามฟ้อง
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนประเด็นที่จำเลยต่อสู้ว่า การดำเนินคดีแก่จำเลยที่ 1 ขัดต่อความตกลงว่าด้วยการประเมินราคาศุลกากรเนื่องจากไม่อาจนำราคาซื้อของบริษัท คิง เพาเวอร์ฯ มาใช้เป็นราคาซื้อขายของที่เหมือนกันหรือคล้ายกันโดยไม่ชอบ ซึ่งข้อเท็จจริงส่วนนี้องค์การการค้าโลก (WTO) ได้มีคำที่ใช้ไปแล้วนั้น เห็นว่าการดำเนินคดีแก่จำเลยที่ 1 กับพวก ดีเอสไอได้นำใบขนส่งสินค้าบุหรี่ทั้ง 2 ยี่ห้อ มีลักษณะเป็นอย่างเดียวกันในกระบวนการผลิตของกลุ่มธุรกิจเดียวกันหรือกลุ่มทุนเดียวกันมาใช้เป็นพยานหลักฐานดำเนินคดีเพื่อทราบว่าจำเลยที่ 1 สำแดงราคาสินค้าบุหรี่ซึ่งมียี่ห้อเดียวกัน มีราคาแตกต่างกัน อันเป็นลักษณะเป็นการสำแดงราคาที่แท้จริงหรือไม่ การรวบรวมพยานหลักฐานส่วนนี้มุ่งหมายเพื่อพิสูจน์ความผิดของจำเลยที่ 1 มิได้มีวัตถุประสงค์เพื่อนำมาเปรียบเทียบเพื่อประเมินราคาศุลกากรจากใบขนทั้ง 272 ฉบับ เพื่อให้จำเลยที่ 1 ต้องชำระราคาหรือหวังเงินเพิ่มแต่อย่างใด เนื่องจากกระบวนการส่วนนี้ผ่านพ้นการดำเนินการพิธีศุลกากรไปครบถ้วนแล้ว การที่โจทก์ดำเนินคดีแก่จำเลยที่ 1 กับพวกอีก 7 คน จึงไม่ได้ขัดต่อความตกลงทั่วไปว่าด้วยศุลกากรและการค้า หรือการประเมินราคาตามความตกลง พยานหลักฐานจำเลยที่ 1 จึงไม่มีน้ำหนักหักล้างพยานหลักฐานโจทก์ได้ จำเลยที่ 1 จึงมีความผิดตามฟ้อง
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ประเด็นต่อมา จำเลยที่ 2-8 ร่วมรู้เห็นกับการกระทำผิดของจำเลยที่ 1 หรือไม่ จำเลยที่ 2-8 ยอมรับว่าลงลายมือชื่อในการทำธุรกรรมทางการค้าไปตามหน้าที่ในฐานะลูกจ้างเท่านั้น เมื่อพิจารณาจากการเจรจานำเข้าบุหรี่จากต่างประเทศ เห็นว่าเป็นการกระทำของจำเลยที่ 1 กับบริษัทต่างประเทศในเครือ ไม่ปรากฏว่าจำเลยที่ 2-8 ร่วมรู้เห็นด้วย พยานหลักฐานไม่พอรับฟังให้ลงโทษจำเลยที่ 2-8 ได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;พิพากษาว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตาม พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ.2469 มาตรา 27 ลงโทษปรับ 4 เท่าของค่าภาษีอากรที่ต้องชำระจำนวน 306,497,667.87 บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 1,225,990,671.50 บาท และให้ยกฟ้องจำเลยที่ 2-8&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายเจอรัลด์กล่าวหลังฟังคำพิพากษาว่า ยินดีกับพนักงานทั้ง 7 คนที่ศาลพิพากษายกฟ้อง ส่วนคำตัดสินในของบริษัท ก็ให้ความเคารพ แต่จะยื่นอุทธรณ์ต่อไป เนื่องจากมองว่าไม่ตรงกับคำตัดสินขององค์การการค้าโลกที่เคยมีคำตัดสินไปก่อนหน้านี้ โดยยืนยันว่าบริษัทได้ปฏิบัติตามข้อกฎหมายของไทยในเรื่องของการแสดงราคาสินค้าและการยื่นสำแดงภาษีนำเข้าบุหรี่.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/51425</URL_LINK>
                <HASHTAG>บริษัท ฟิลลิป มอร์ริส (ไทยแลนด์) ลิมิเต็ด, ฟิลลิป มอร์ริส, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191129/image_big_5de12099959b6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>51410</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/11/2019 19:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/11/2019 19:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฟิลลิปมอร์ริส ไทยแลนด์ ประกาศอุทธรณ์คดีภาษีบุหรี่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 &amp;nbsp;พ.ย. 2562 ฟิลลิป มอร์ริส (ไทยแลนด์) ลิมิเต็ด (&amp;ldquo;PMTL&amp;rdquo;) พร้อมยื่นอุทธรณ์คำตัดสินของศาลอาญา ซึ่งตัดสินว่ามีการสำแดงราคานำเข้าบุหรี่จากฟิลิปปินส์ระหว่างปี 2546-2549 ไม่ถูกต้อง ศาลพิพากษายกฟ้องพนักงานทั้งหมดซึ่งถูกฟ้องเป็นจำเลยในคดีนี้ โดยศาลพิจารณาว่ามีอากรขาดไปจำนวน 306,497,667.87 บาท (ประมาณ 10 ล้านเหรียญสหรัฐ) และกำหนดค่าปรับเป็นจำนวนสี่เท่าของอากรที่ขาดไปดังกล่าว เป็นค่าปรับจำนวน 1,225,990,671 บาท (หรือประมาณ 40.5 ล้านเหรียญสหรัฐ) ฟิลลิป มอร์ริส อินเตอร์เนชันแนล อิงค์ (PMI) ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของ PMTL ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีนี้และคำตัดสินไม่ได้กำหนดให้ PMI มีความรับผิดชอบในค่าปรับดังกล่าวแต่อย่างใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มร. เจอรัลด์ มาร์โกลีส ผู้จัดการสาขา PMTL กล่าวว่า &amp;ldquo;เราจะยื่นอุทธรณ์คำพิพากษาของศาลอาญาทันที เนื่องจากไม่สอดคล้องกับคำตัดสินของกรมศุลกากรและองค์การการค้าโลกก่อนหน้านี้ที่เห็นด้วยกับราคานำเข้าที่ PMTL สำแดง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เป็นที่น่าผิดหวังที่ศาลไม่ให้น้ำหนักกับคำวินิจฉัยของหน่วยงานทั้งไทยและต่างประเทศเกี่ยวกับการนำเข้านี้ที่มีมาตลอดเวลา 15 ปี และมีคำสั่งปรับโดยอ้างอิงจากราคาสินค้าที่ขายในตลาดที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง&amp;rdquo; มร. มาร์โกลีส กล่าวเพิ่ม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตลอดทศวรรษที่ผ่านมา หน่วยงานทั้งไทยและต่างประเทศรวมถึงกรมศุลกากรของไทยได้พิจารณาราคานำเข้าของเราและสรุปเหมือนกันว่า PMTL สำแดงราคาศุลกากรที่ถูกต้อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เช่นเดียวกันนี้ องค์การการค้าโลก (WTO) ได้มีคำวินิจฉัยออกมาหลายครั้งว่าประเทศไทยดำเนินการขัดต่อกฎหมายการค้าระหว่างประเทศ โดยการปฏิเสธราคานำเข้าที่ PMTL สำแดง และดำเนินการฟ้องร้อง PMTL เป็นคดีอาญา ตามที่ปรากฏเป็นข่าวเมื่อเร็วๆ นี้ สื่อฟิลิปปินส์ยังได้มีการรายงานด้วยว่ารัฐบาลฟิลิปปินส์ได้ระบุอย่างชัดเจนถึงความตั้งใจที่จะให้ประเทศไทยแสดงความรับผิดชอบจากการที่ไม่ปฏิบัติตามคำตัดสินของ WTO ผ่านมาตรการตอบโต้ทางการค้าซึ่งจะสร้างความเสียหายให้กับอุตสาหกรรมยานยนต์ของประเทศไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คดีนี้ก่อให้เกิดข้อกังขาอีกครั้งต่อระบบเงินสินบนรางวัล ที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์มาอย่างยาวนานว่าเป็นแรงจูงใจจากเงินค่าปรับและสร้างผลประโยชน์ขัดแย้งสำหรับเจ้าหน้าที่รัฐบาลของไทยที่อาจจะได้รับประโยชน์โดยตรงกว่าหลายล้านบาทจากค่าปรับที่รัฐบาลได้รับหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;คดีนี้ยังเป็นการส่งสัญญาณที่ไม่ดีถึงแนวปฏิบัติของประเทศไทยต่อบริษัทข้ามชาติ การปฏิบัติตามกฎหมาย การจ้างงาน และการจัดเก็บภาษี รวมถึงความไม่โปร่งใสในด้านการค้าระหว่างประเทศ เราจะยื่นอุทธรณ์คำตัดสินที่เราเห็นว่าไม่เป็นธรรมนี้เพื่อปกป้องชื่อเสียงและสิทธิของบริษัทต่อไป&amp;rdquo; มร. มาโกลีสกล่าว
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/51410</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฟิลลิป มอร์ริส, สำแดงราคานำเข้าบุหรี่, อุทธรณ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191129/image_big_5de1096edc1bb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>51387</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/11/2019 12:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/11/2019 12:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> ศาลอาญาสั่งปรับ&#039;ฟิลลิป มอร์ริส&#039;1,225ล้านหลีกเลี่ยงภาษีนำเข้าบุหรี่อันเป็นเท็จ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
29พ.ย.62-ที่ห้องพิจารณา 910 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลอ่านคำพิพากษา คดีบริษัทฟิลลิป มอร์ริส (ไทยแลนด์) ลิมิเต็ด หลีกเลี่ยงภาษีศุลกากรนำเข้าบุหรี่ หมายเลขดำ อ.185/2559 พนักงานอัยการคดีพิเศษ 4 เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง บริษัทฟิลลิป มอร์ริส ฯ กับพวก ร่วมกันเป็นจำเลยที่ 1-8 ในความผิดฐานร่วมกันเกี่ยวข้องด้วยประการใดๆ ในการหลีกเลี่ยง หรือพยายามหลีกเลี่ยงค่าภาษีศุลกากร โดยเจตนาที่จะฉ้อค่าภาษีของรัฐบาล ตาม พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ.2469 มาตรา 27 , 115 จัตวา ,พ.ร.บ.ศุลกากร (ฉบับที่ 11 ) พ.ศ.2490 มาตรา 3 , พ.ร.บ.ศุลกากร (ฉบับที่ 17 ) พ.ศ.2543 มาตรา 10 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 , 91 , พ.ร.บ.ให้บำเหน็จในการปราบปรามผู้กระทำผิด พ.ศ.2489 มาตรา 4-9 ซึ่งคดีมีอัตราโทษ ตามกฎหมายศุลกากร ให้ปรับเป็นเงิน 4 เท่า ราคาที่รวมค่าอากร หรือจำคุกไม่เกิน 10 ปี หรือ ทั้งปรับและจำคุก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตามฟ้องอัยการโจทก์ เมื่อวันที่ 18 ม.ค. 2559 บรรยายพฤติการณ์สรุปว่า เมื่อระหว่างวันที่ 28 ก.ค. 2546 -&amp;nbsp; 24 มิ.ย. 2549&amp;nbsp; บริษัท ฟิลลิปฯ กับพวก ได้ร่วมกันนำเข้าบุหรี่ยี่ห้อมาร์ลโบโร (MARLBORO) และยี่ห้อ แอลแอนด์เอ็ม (L&amp;amp;M) เข้ามาในราชอาณาจักร และร่วมกันบังอาจสำแดงเท็จโดยฉ้อโกงและออกอุบายด้วยการยื่นใบขนส่งสินค้าขาเข้าต่อเจ้าหน้าที่ศุลกากร กรมศุลกากร เพื่อผ่านพิธีการศุลกากร โดยสำแดงราคาอันเป็นเท็จไม่ตรงตามราคาที่แท้จริงเพื่อหลีกเลี่ยงค่าภาษีศุลกากร ซึ่งเป็นความผิดทั้งสิ้น 272 ครั้ง โดยรวมราคาของสินค้าบุหรี่บวกกับราคาภาษีอากร ที่หลีกเลี่ยงเป็นเงินทั้งสิ้น 20,210,209,582.50 บาท (สองหมื่นสองร้อยสิบล้านสองแสนเก้าพันห้าร้อยแปดสิบสองบาทห้าสิบสตางค์) สำหรับจำเลยศาลอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวไป ด้วยหลักทรัพย์คนละ 1 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยศาลอาญาได้พิพากษา ให้ปรับ 1,225,990,617 บาท บริษัทฟิลลิป มอร์ริส (ไทยแลนด์) ลิมิเต็ด&amp;nbsp; (จำเลยที่1) หลีกเลี่ยงภาษีศุลกากรนำเข้าบุหรี่ยี่ห้อมาร์โบโร (MARLBORO) และยี่ห้อ แอลแอนด์เอ็มมาร์ล (L&amp;amp;M) เข้ามาในราชอาณาจักร โดยการสำแดงเท็จไม่ตรงตามราคาที่แท้จริงเพื่อหลีกเลี่ยงค่าภาษีศุลกากร ส่วนจำเลยที่ 2-8 ยกฟ้อง เนื่องจากเป็นลูกจ้างที่ลงลายมือชื่อตามหน้าที่ เมื่อเป็นการทำนิติกรรมในต่างประเทศ จำเลยที่ 2-8 ไม่มีส่วนรู้เห็น พยานหลักฐานยังไม่พอที่จะลงโทษได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/51387</URL_LINK>
                <HASHTAG>บุหรี่ยี่ห้อมาร์ลโบโร, บุหรี่ยี่ห้อแอลแอนด์เอ็ม, ฟิลลิป มอร์ริส, หลีกเลี่ยงค่าภาษีศุลกากร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180201/image_big_5a72e9796fa13.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
