<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>13751</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/07/2018 08:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/07/2018 08:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สหภาพฯกทพ.เบรคตั้งกองทุนฟิวเจอร์ฟันด์ ชี้แบกดอกเบี้ยแสนล้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สหภาพ กทพ.บุกคมนาคมเบรคตั้งกองทุน TFF หวันสร้างภาระทางการเงินให้การทางพิเศษฯพร้อมเสนอหลังหมดสัญญาสัมปทานกับ BEMให้บริการทางด่วนขั้นที่1และ2 เอง

นายชาญชัย โพธิ์ทองคำ ประธานสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจการทางพิเศษแห่งประเทศไทย(สร.กทพ.) เปิดเผยภายหลังการเข้าพบ นายไพรินทร์ ชูโชติถาวร รมช.คมนาคมว่า ได้มีการเสนอขอให้ทางกระทรวงทบทวนเรื่องการระดมทุนผ่านกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานเพื่ออนาคตของประเทศ(Thailand Future Fund : TFF)ในโครงการทางพิเศษพระราม3-ดาวคะนอง-วงแหวนรอบนอกตะวันตก และโครงการทางด่วนขั้นที่ 3-สายเหนือตอนN2 ด้านตะวันออกช่วงเกษตรนวมินทร์ต่อไปยังมอเตอร์เวย์ ของการทางพิเศษฯ เนื่องจากมองว่าผลการตอบแทนอยู่ที่ประมาณ 8% นั้นสูงเกินไป

อย่างไรก็ตามมองว่าการกู้เงินผ่านกองทุนดังกล่าวระยะเวลา 30 ปี เป็นเงินต้นจำนวน 45,093 ล้านบาท ดอกเบี้ย 107,093 ล้านบาท รวมเป็นเงิน 152,187 ล้านบาท จะทำให้มีต้นทุนทางการเงินสูงมากเมื่อเทียบกับการออกพันธบัตรระยะเวลา 15 ปีที่มีเงินต้น 45,093 ล้านบาท ดอกเบี้ย 13,445 ล้านบาท รวมเป็นเงิน 58,234 ล้านบาท ซึ่งการกู้กองทุนรวมTFF จะเป็นการกู้ครั้งเดียวและต้องจ่ายดอกเบี้ยตลอดระยะเวลา 3 ปี

อย่างไรก็ตามแต่ในส่วนของการออกพันธบัตรสามารถทยอยกู้เงินได้คือใช้เท่าไหร่ก็กู้เท่านั้นโดยในปีแรกการทางพิเศษฯใช้เพียงประมาณ 3,000 ล้านบาท รวมถึงในอนาคตที่จะมีการเชื่อมโยงโครงข่ายทางพิเศษมากขึ้นปริมาณจราจรจะเพิ่มขึ้นเฉลี่ยทุกปีไม่น้อยกว่า 6% การทางพิเศษฯจะต้องส่งเงินเข้ากองทุนฯไม่น้อยกว่า 250,000 ล้านบาท

&amp;ldquo;อยากให้มีการพิจารณาเพราะต้นทุนที่สูงเกินไปการทางพิเศษฯจะอยู่ได้อย่างไร และอยากให้เอาเงินก้อนนี้มาทำเป็นโครงการที่ไม่ได้เป็นรายได้อะไรมากมายเช่น โครงการทางพิเศษพระราม3-ดาวคะนอง ที่เป็นโครงการที่เป็นลูกค้าเก่า เพราะฉะนั้นปริมาณรถจะไม่ได้เพิ่มขึ้นเหมือนโครงการใหม่ๆที่คนใช้เยอะ ซึ่งการกู้ผ่าน TFF ครั้งเดียว 45,093 ล้านบาทนั้น การทางพิเศษฯไม่ได้ใช้เงินในครั้งเดียวภายใน 3 ปีถึงจะใช้เงินหมด การกู้เงินมากอดไว้โดยที่เสียดอกเบี้ยแน่นอนภายใน 3 ปีจึงเป็นการสร้างปัญหาสร้างภาระทางการเงินให้การกทางพิเศษฯ&amp;rdquo; นายชาญชัย กล่าว

นอกจากนี้ยังเสนอให้ยกเลิกสัมปทาน)ทางพิเศษเฉลิมมหานคร (ทางด่วนขั้นที่ 1) สายดิน โครงการทางพิเศษศรีรัช (ทางด่วนขั้นที่ 2) กับ บมจ.ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ (BEMที่จะหมดอายุสัมปทานภายในเดือนก.พ.ปี 63 ระยะเวลาสัมปทาน 30 ปี โดยทางการทางพิเศษฯได้มีการเสนอหลังหมดสัญญาจะขอนำกลับมาบริหารเองและมองว่าหากนำกลับมาบริหารเองในการยกเลิกด่านบางด่านที่เกิดขึ้นจากสัญญาสัมปทานผูกไว้หากไม่มีสัญญาสัมปทานดังกล่าวแล้วก็สามารถยกเลิกได้ และสามารถการบริหารจัดการจราจรให้มีความคล่องตัวในการเดินทางมากขึ้น รวมถึงมองว่าเป็นการเสียเปรียบเนื่องจากในสัญญาสัมปทานได้มีการรวมรายได้ของทางด่วนขั้นที่ 1 กับขั้นที่ 2 ด้วยจึงต้องแบ่งรายได้ร่วมกับผู้ได้รับสัมปทาน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/13751</URL_LINK>
                <HASHTAG>กทพ., ทางด่วน, ฟิวเจอร์ฟันด์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180220/image_big_5a8c42b568053.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>11591</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/06/2018 14:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/06/2018 14:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไม่มีเลื่อนแล้ว! “สมคิด” นั่งหัวโต๊ะสั่งเด็ดขาด ก.ย. นี้ขายแน่ไทยแลนด์ฟันด์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ไม่มีเลื่อนแล้ว! &amp;ldquo;สมคิด&amp;rdquo; นั่งหัวโต๊ะสั่งการ ก.ย. 2561 เอาแน่ขายหน่วยลงทุนไทยแลนด์ฟิวเจอร์ฟันด์ มั่นใจเดือนหน้ายื่นไฟล์ลิ่งให้ ก.ล.ต. พิจารณาได้แน่ พร้อมสั่งกรมทางหลวงปลดล็อกกฎหมายก่อนเข็นมอเตอร์เวย์สาย 7 และ 9 ลุยระดมทุนเป็นโครงการต่อไป

18 มิ.ย. 61 - นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.การคลัง เปิดเผยว่า นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ได้เรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมดในการขายหน่วยลงทุนของกองทุนรวมโครงการสร้างพื้นฐานเพื่ออนาคตประเทศไทย (ไทยแลนด์ฟิวเจอร์ฟันด์) โดยสั่งให้เร่งดำเนินการไม่ให้มีการเลื่อนออกไปอีกแล้ว ซึ่งการระดมทุนหน่วยลงทุนไทยแลนด์ฟิวเจอร์ฟันด์ วงเงิน 4.4 หมื่นล้านบาทแรก จะต้องยื่นเรื่องขอขายหน่วยลงทุน (ไฟล์ลิ่ง) ให้คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ในเดือน ก.ค. 2561 และขายหน่วยลงทุนให้กับประชาชนและนักลงทุนสถาบันในเดือน ก.ย. 2561

&amp;quot;นักลงทุนสถาบันในไทยสนใจซื้อหน่วยลงทุนไทยแลนด์ฟิวเจอร์ฟันด์จำนวนมาก เนื่องจากให้ผลตอบแทนพอสมควร และบริษัทประกันก็สามารถลงทุนได้ เพราะที่ผ่านมามีปัญหาการแหล่งลงทุนระยะยาว&amp;quot; นายอภิศักดิ์ กล่าว

นายอภิศักดิ์ กล่าวอีกว่า ยืนยันว่าการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) ได้รับทราบรายละเอียดต่าง ๆ ทั้งหมดแล้ว โดย กทพ. ระบุว่าไม่มีปัญหาอะไรและไม่ติดปัญหาใด ๆ เกี่ยวกับการดำเนินงานในส่วนที่เกี่ยวข้องทั้งหมดแล้ว

นอกจากนี้ นายสมคิดยังได้สั่งการให้กรมทางหลวงไปเร่งแก้ไขข้อกฎหมายกองทุนหมุนเวียนภายใน 1 เดือนครึ่ง ก่อนเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบ จากเดิมเงินกองทุนหมุนเวียนจะใช้ได้เฉพาะการก่อสร้าง ซ่อมแซม ซ่อมบำรุงถนนเท่านั้น ให้สามารถนำเงินส่งเป็นรายได้ให้กองทุนไทยแลนด์ฟิวเจอร์ฟันด์ได้ เพราะในการระดมทุนเฟส 2 จะนำโครงการมอเตอร์เวย์ สาย 7 และ สาย 9 เข้ามาระดมทุนเงินก่อนใหม่ ซึ่งมีการตีราคาเบื้องต้นมูลค่ากว่า 1 แสนล้านบาท

&amp;ldquo;สินทรัพย์ที่ดีและเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ในกองทุนไทยแลนด์ฟิวเจอร์ฟันด์ จะเป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับกองทุนและจะทำให้เป็นกองทุนที่นักลงทุนสนใจมากขึ้น ต่อไปในอนาคตก็จะนำโครงการอื่น ๆ เช่น โครงการด้านพลังงานที่รัฐบาลไปลงทุนไว้มาเปลี่ยนเป็นเงิน เพื่อไปลงทุนในโครงการโครงสร้างพื้นฐานใหม่ ๆ ซึ่งเป็นการดำเนินการตามหลัก พ.ร.บ.วินัยการเงินการคลัง ที่มีผลบังคับว่ารัฐบาลจะใช้เงินเพื่อการพัฒนาประเทศจาก 3 แหล่ง ได้แก่ เงินงบประมาณ เงินกู้ และการระดมทุนจากภาคเอกชน ซึ่งแบ่งเป็น 2 ส่วน คือ การร่วมทุนของภาครัฐและเอกชน (พีพีพี) ที่ดำเนินการไปได้มากแล้ว และ กองทุนไทยแลนด์ฟิวเจอร์ฟันด์ที่จะเร่งดำเนินการให้ได้ตามแผนไม่มีการเลื่อนอีกแล้ว&amp;rdquo; นายอภิศักดิ์ กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/11591</URL_LINK>
                <HASHTAG>ก.ล.ต., กทพ., นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์, ฟิวเจอร์ฟันด์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180503/image_big_5aeb2205c6454.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>5832</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/03/2018 19:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/03/2018 07:17</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คลังลุยตั้งฟิวเจอร์ฟันด์ เคาะขายหน่วยกลางปี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คลังเดินหน้าตั้ง &amp;ldquo;ไทยแลนด์ฟิวเจอร์ฟันด์&amp;rdquo; ยืนยันเป็นแหล่งระดมทุนทางเลือกใหม่ของรัฐวิสาหกิจ ไม่เป็นภาระงบประมาณ ประเดิม 2 โครงการลงทุน กทพ. วงเงิน 4.4 หมื่นล้านบาท เปิดขายหน่วยลงทุนได้กลางปี 2561&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 มี.ค.61- นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) เปิดเผยว่า การระดมทุนผ่านช่องทางกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานเพื่ออนาคตประเทศไทย (ไทยแลนด์ฟิวเจอร์ฟันด์) เป็นแหล่งระดมทุนทางเลือกใหม่ของรัฐวิสาหกิจในการระดมทุนจากฐานนักลงทุนรายย่อยและสถาบันโดยตรง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ยังเป็นการสร้างโอกาสให้ประชาชนในวงกว้างมีส่วนร่วมในการเป็นเจ้าของโครงการที่สร้างขึ้น ตลอดจนเป็นการเพิ่มช่องทางการตรวจสอบความคืบหน้าและความโปร่งใสของโครงการด้วย ขณะเดียวกันวิธีการระดมทุนดังกล่าว ยังช่วยให้หน่วยงานของรัฐสามารถนำเงินทุนไปใช้ในการพัฒนาโครงการโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญของประเทศได้มากยิ่งขึ้น โดยไม่เป็นภาระต่องบประมาณ &amp;nbsp;และทำให้ประเทศสามารถใช้แหล่งเงินกู้ที่มีต้นทุนต่ำและมีจำนวนจำกัดไปลงทุนด้านอื่น ๆ ที่จำเป็นและไม่สามารถหารายได้เชิงพาณิชย์ได้ เช่น ด้านการศึกษา ด้านสาธารณสุข ได้เพิ่มขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการระดมทุนไทยแลนด์ฟิวเจอร์ฟันด์ให้การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) วงเงิน 4.4 หมื่นล้านบาท ใช้ก่อสร้างโครงการทางพิเศษพระราม 3-ดาวคะนอง-วงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานครด้านตะวันตก วงเงินลงทุน 3.04 หมื่นล้านบาท และโครงการทางด่วนขั้นที่ 3 สายเหนือตอน N2 และ E&amp;ndash;W corridor ด้านตะวันออก วงเงินลงทุน 1.43 หมื่นล้านบาท จะทำให้ กทพ. สามารถลงทุนได้ทันทีโดยไม่ต้องรอสะสมรายได้หรือรอการจัดสรรเงินกู้ในการลงทุนในโครงการโครงสร้างพื้นฐานที่มีความพร้อม ซึ่งจะเป็นการเพิ่มขนาดของสินทรัพย์และความสามารถในการสร้างรายได้ของ กทพ. ในอนาคต คาดว่าจะระดมทุนได้ในกลางปีนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายประภาศ คงเอียด ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) เปิดเผยว่า กรณีที่มีการตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับการที่รัฐบาลไม่ค้ำประกันเงินกู้ให้รัฐวิสาหกิจของรัฐ 100% โดยรัฐบาลอ้างว่าเป็นภาระต่อหนี้สาธารณะ และให้ กทพ. ไปกู้เงินจากกองทุนไทยแลนด์ฟิวเจอร์ฟันด์ ที่เป็นกองทุนเอกชนมุ่งทำกำไรจากกิจการของรัฐ ว่า การค้ำประกันให้หน่วยงานของรัฐ หรือรัฐวิสาหกิจต้องคำนึงถึงวัตถุประสงค์ ผลตอบแทนของโครงการ สถานะทางการเงินและความสามารถในการดำเนินงานของหน่วยงาน โดยจะพิจารณาค้ำประกันตามประกาศของกระทรวงการคลังเรื่องหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการคำประกัน การชำระหนี้ของหน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ และสถาบันการเงิน เพื่อเป็นการรักษาวินัยทางการคลังให้การค้ำประกันอยู่ภายใต้กรอบไม่เกิน 20% ของงบประมาณรายจ่าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ กทพ. เป็นหน่วยงานที่มีฐานะทางการเงินดีและดำเนินโครงการที่มีผลตอบแทนทางการเงินสูง กทพ. จึงสามารถบริหารเงินและภาระหนี้ได้เป็นอย่างดี โดยสามารถชำระคืนหนี้เพื่อลดยอดหนี้คงค้างอย่างต่อเนื่อง ซึ่งทำให้ กทพ. ไม่ต้องขอบรรจุแผนก่อหนี้/ปรับโครงสร้างหนี้ ในแผนการบริหารหนี้สาธารณะประจำปีงบประมาณ 2561
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/5832</URL_LINK>
                <HASHTAG>คลัง, งบประมาณ, นิติทัณฑ์ประภาศ, ฟิวเจอร์ฟันด์, รัฐวิสาหกิจ, สคร., เอกนิติ, ไทยแลนด์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180326/image_big_5ab8e39da3d18.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
