<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>79994</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/10/2020 18:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/10/2020 18:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทส.-อบก. ลงนามปกป้องโลกร้อนกับซีพีเอฟ ปลูกป่าบก-ป่าชายเลน ดูดซับคาร์บอน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;วันนี้ - กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม &amp;nbsp;โดยกรมป่าไม้ &amp;nbsp;กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช &amp;nbsp;และองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) หรือ อบก. ลงนามบันทึกความร่วมมือ &amp;ldquo;การปกป้องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) สู่การฟื้นฟูป่า&amp;rdquo; กับ บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ &amp;nbsp;ดำเนินโครงการอนุรักษ์ ฟื้นฟู ปลูกป่าบกและป่าชายเลน ระยะที่ 2 ครอบคลุมพื้นที่รวม 26,000 ไร่ เป้าหมายมีส่วนร่วมปกป้องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เพื่อความมั่นคงทางอาหารและสร้างสมดุลธรรมชาติอย่างยั่งยืน&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; การนี้ นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานพิธี&amp;nbsp; &amp;nbsp; ร่วมด้วย นายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัด ทส.&amp;nbsp; ผู้บริหาร อบก. &amp;nbsp;โดยมี &amp;nbsp;นายศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหาร บริษัท เครือเจริญโภคภัณฑ์ จำกัด &amp;nbsp;เป็นสักขีพยานการลงนาม ร่วมกันระหว่างนายอดิศร นุชดำรงค์ &amp;nbsp;อธิบดีกรมป่าไม้ นายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติฯ นายเกียรติชาย ไมตรีวงษ์ ผู้อำนวยการ อบก. และนายประสิทธิ์ บุญดวงประเสริฐ ประธานคณะผู้บริหาร ซีพีเอฟ เพื่ออนุรักษ์และฟื้นฟูป่าในโครงการซีพีเอฟ รักษ์นิเวศ ลุ่มน้ำป่าสัก เขาพระยาเดินธง จังหวัดลพบุรี &amp;nbsp; ระหว่างปี พ.ศ. 2564 &amp;ndash; 2568 พื้นที่ 7,000 ไร่ และโครงการซีพีเอฟ &amp;nbsp;ปลูก ปัน ป้อง ป่าชายเลน พื้นที่อ่าวไทย ตัว ก. จังหวัดสมุทรสาคร ระหว่างปี พ. ศ. 2562 &amp;ndash; 2566 พื้นที่ 14,000 ไร่ &amp;nbsp;รวมทั้งเพิ่มพื้นที่เขียวในสถานประกอบการของซีพีเอฟอีก 5,000 ไร่ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นายวราวุธ กล่าวว่า การลงนามบันทึกความร่วมมือฯ ครั้งนี้ จะช่วยสนับสนุนแนวทางการพัฒนาประเทศไทยในระยะยาวในการมีส่วนร่วมลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกตามมาตรการระหว่างประเทศที่มุ่งสู่การเติบโตด้านเศรษฐกิจ สังคมและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน &amp;nbsp;ตลอดจนส่งเสริมการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนและภาคประชาชนให้ตระหนักรู้ต่อผลกระทบของก๊าซเรือนกระจกและเป็นเครือข่ายในการขับเคลื่อนการแก้ปัญหาอย่างต่อเนื่องและจริงจัง&amp;nbsp; เพราะปัญหาเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศใกล้ตัวกว่าที่คิด การแก้ไขปัญหาต้องได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เพื่อนำไปสู่ความสำเร็จ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;รมว.ทส. กล่าวต่อว่า สถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 เป็นสัญญาณที่ธรรมชาติกำลังเตือนว่า ถึงเวลาแล้วที่มนุษย์ต้องคืนความสมดุลให้กับธรรมชาติ &amp;nbsp;เครือซีพี เป็นตัวอย่างของภาคเอกชนไทยที่เห็นความสำคัญและผลักดันนโยบายต่างๆ นำไปสู่การแก้ไขปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่ยั่งยืน เป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลงทำให้สังคมไทยและประชาชนเห็นความสำคัญของการฟื้นฟูธรรมชาติเพื่อคืนความสมดุลของสิ่งแวดล้อม &amp;nbsp;ซึ่งกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ​ พร้อมเป็นแรงผลักดันทุกฝ่ายร่วมกันขับเคลื่อนเพื่อแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot; โครงการอนุรักษ์และฟื้นฟูผืนป่าที่เขาพระยาเดินธง จ.ลพบุรี และพื้นที่อ่าวไทย ตัว ก. จังหวัดสมุทรสาครทั้งสองผืนของซีพีเอฟจะช่วยสร้างสมดุลธรรมชาติ โดยเฉพาะป่าชายเลนซึ่งมีคุณค่าทางเศรษฐกิจ เป็นที่ดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์ ป้องกันการกัดเซาะชายฝั่ง เป็นที่พักพิงของสัตว์ทะเล ซึ่งการฟื้นฟูป่าทั้งสองแห่ง สามารถขยายผลและเป็นตัวอย่างให้กับพื้นที่ป่าอื่นๆ ต่อไปในอนาคต&amp;nbsp; &amp;quot; นายวราวุธ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายศุภชัย&amp;nbsp;เจียรวนนท์ กล่าวว่า เครือซีพีตระหนักถึงการมีส่วนร่วมในการสร้างความยั่งยืน และบรรเทาผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของโลก ภาคเอกชนมีหน้าที่ที่จะต้องมีความตระหนักรู้ และควรมีการวางเป้าหมาย กำหนดตัวชี้วัดในการก้าวสู่ยุคที่มีความรับผิดชอบต่อระบบของสิ่งแวดล้อม ระบบสังคม ระบบความยั่งยืนในภาพรวม เครือซีพีจึงตั้งเป้าหมายเป็นองค์กรปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เป็นศูนย์ (Carbon Neutral) ภายใน พ.ศ. 2573 เราตระหนักผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เหตุนี้ การดำเนินธุรกิจตลอดห่วงโซ่อุปทานของเครือฯ​ จะต้องปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เป็นศูนย์ และลดขยะของเสียเป็นศูนย์ วันนี้เป็นจุดเริ่มต้นจุดหนึ่งของความพยายาม การผนึกกำลังและความร่วมมือของภาครัฐและเอกชน ทำให้มองเห็นทางออกในการแก้ปัญหาได้มากขึ้น โดยมีภาครัฐเป็นแกนนำเป็นตัวอย่างและเป็นผู้สร้างแรงบันดาลใจให้กับภาคเอกชน ซึ่งเครือซีพีพร้อมปฏิบัติตามแนวทางของภาครัฐในด้านความยั่งยืนและการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/79994</URL_LINK>
                <HASHTAG>#ป่าชายเลน, ซีพีเอฟ, ทส., นสพ.ไทยโพสต์, ฟื้นฟูปลูกป่าบก, ศุภชัย เจียรวนนท์, องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน), เขาพระยาเดินธง ลพบุรี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201009/image_big_5f80487455ae4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
