<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>62517</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/04/2020 13:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/04/2020 13:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บัณฑูร ล่ำซำ&#039; เปิดใจวางมือใน KBANK ลุยฟื้นฟูป่าต้นน้ำน่าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
8 เมษายน 2563 นายบัณฑูร ล่ำซำ ประธานกิตติคุณ ธนาคารกสิกรไทย จำกัด(มหาชน) แถลงเปิดใจกับสื่อมวลชน ผ่านเฟซบุ๊คไลฟ์ KxPress เมื่อเวลา 11.00 น. ว่า วิกฤติโรคระบาดครั้งนี้ ทำให้อดคิดถึง 20 ปีที่แล้วไม่ได้ที่ประเทศไทยกำลังเผชิญวิกฤติเศรษฐกิจครั้งใหญ่ เกิดความล่มสลายกันทั้งประเทศเช่นกัน &amp;nbsp;ในช่วงเวลาที่ทุกคนพยายามแก้ปัญหาอันสืบเนื่องมาจากวิกฤติเศรษฐกิจครั้งใหญ่ ครั้งนั้นผมจำได้ว่าในทุกวันที่ 4 ธันวาคมของทุกปี พระเจ้าอยู่หัวเสด็จออกมาศาลาดุสิตดาลัย เพื่อพระราชทานพระราชดำรัส ให้กับคนไทยทั้งประเทศ ผมโชคดีที่ได้นั่งอยู่ในศาลาดุสิตดาลัย เป็นบุญตา เป็นบุญหู บุญปัญญา ที่ได้ฟังจากพระเจ้าอยู่หัวโดยตรงถึงปัญหาต่างๆและทางออกต่างๆ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ครั้งนั้นที่มีพระราชดำรัส ผมจำได้เป็นช่วงเวลาที่ทรงเริ่มแนะนำปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงให้คนไทยได้เข้าใจ ทรงรับสั่งให้พระราชดำริไว้ ไม่ว่าจะทำอะไรก็ตามขอให้แน่ใจว่าถ้าวันหนึ่งพายุมาก็อย่าถึงกับล่ม หมายความว่าอย่าทำจนสุดโต่งเกินตัว ทุกอย่างต้องมีการเตรียมการเพราะโลกมนุษย์มีการผันแปรตามปัจจัยต่างๆมากมาย ถ้าไม่เตรียมการไม่ระมัดระวังเมื่อวิกฤตมาเมื่อพายุมาก็จะเกิดความเสียหายมากมายเหมือนที่เกิดขึ้นเมื่อ 20 ปีที่แล้ว เมื่อพายุมาก็ล่มสลายกันถ้วนหน้า พระราชดำรัสอันนั้นยังก้องอยู่ในหัวก้องอยู่ในหูผมในวิญญาณผมทุกวันนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แล้วพายุก็มาอีกครั้ง ในรูปแบบของโรคระบาด ซึ่งก็เห็นได้ชัดแล้วว่าเป็นพายุใหญ่ทั้งโลกเลย ทั้งที่เศรษฐกิจเดิมๆก็ยังดีอยู่กลายเป็นว่าเศรษฐกิจไม่ดีชั่วข้ามคืน เพราะคนไม่สามารถทำมาหากินได้ตามปกติ แต่โชคดีที่วิกฤติเศรษฐกิจที่เกิดโรคระบาดครั้งนี้มีผลกับเศรษฐกิจ ซึ่งโครงสร้างความมั่นคงของสถาบันการเงินได้ตุนเสบียงสำรองไว้พอสมควร ต่อให้เกิดการถดถอยอันสืบเนื่องมาจากการที่ผู้คนทำงานไม่ได้ตามปกติค้าขายไม่ได้ตามปกติ ระบบธนาคารพาณิชย์ยังรับได้ก็คงสูญเสียกำไรกันไป ก็ไม่เป็นไรไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร แต่หากไม่ได้มีทุนสำรองเอาไว้เลยก็คงจะเดือดร้อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo; ใครเป็นรัฐบาลต้องแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นให้ได้ถ้าแก้วิธีเดิมไม่ได้ต้องหาวิธีใหม่ เพราะมีหน้าที่บริหารราชการแผ่นดินไม่ใช่ย่ำเดิม ๆ จะไม่สำเร็จ ซึ่งมาตรการแก้ปัญหาของรัฐที่ผ่านมากำลังดำเนินการ ทุกคนช่วยกัน ทั้งฝ่ายการเมือง ราชการ เอกชน ประชาชนต้องร่วมกัน และต้องรักษาสภาพความเป็นอยู่ประชาชนระดับรากหญ้าจะจัดการอย่างไรให้มีพอกินพอใช้มีความสุขเป็นโจทย์ใหญ่ของคนที่เข้ามาบริหารบ้านเมือง&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ทั้งนี้ยืนยันว่าระบบการเงินไทยมีความแข็งแกร่งสามารถรองรับพายุที่เกิดขึ้นได้ หลังจากที่ภาครัฐออกมาตรการช่วยเหลือประชาชน ผู้ประกอบการเอกชนแบงก์ยังรับได้ แม้ว่าระบบการเงินจะตึงตัวบ้างและโรคระบาดทำให้เกิดความถดถอยทางเศรษฐกิจ ซึ่งทำให้แบงก์สูญเสียกำไรบ้าง เพราะทุนสำรองอยู่ระดับสูง แต่ต้องระวังเรื่องความเสี่ยงถ้าทำเกินตัวจะเกิดความเสียหายได้ และหวังว่ามาตรการต่าง ๆ ที่ทำไว้จะไม่ให้เกิดปัญหาเหมือนปี 40 &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เพราะฉะนั้นตอนนี้ที่ต้องฟื้นฟูรัฐบาลก็จะช่วยเต็มที่ เยียวยาผู้ประสบความเดือดร้อน สามารถพึ่งพิงระบบธนาคารพาณิชย์ไทยได้ขั้นหนึ่ง ตราบใดที่ไม่ได้พิง จนถึงขั้นล้มกันไปหมดก็น่าจะพอรับได้อยู่ แต่เราก็ต้องดูอีกว่าโรคนี้จะลากยาวแค่ไหนถ้าลากยาวผลกระทบทางเศรษฐกิจก็มากก็หวังว่ามาตรการต่างๆที่ทำเข้มขึ้นมากขึ้นทุกวันทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายแพทย์ดูเสมือนว่าจะมีความหวังว่าจะสกัดได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนหลังจากนี้ ผมก็อยากจะมุ่งไปในสิ่งที่อยู่ในความสนใจของผม ก็คือด้านการเกษตร องค์ความรู้ที่จะรักษาป่าของประเทศซึ่งผมให้ความสนใจเป็นการส่วนตัวและดึงธนาคารกสิกรไทยเข้ามีส่วนร่วมในช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมา เพราะป่าต้นน้ำขนาดใหญ่ของประเทศโดยเฉพาะจังหวัดน่านถือเป็นโจทย์ความท้าทายที่ร่วมมือจากหลายฝ่ายทั้งรัฐและเอกชนที่จะแก้ปัญหาความสูญเสียที่ไม่น้อยเลยของป่าต้นน้ำน่านโดยเฉพาะ&amp;quot; &amp;nbsp; โดยจะหาทางแก้ปัญหานี้ เพื่อให้ประชาชนมีที่ดินทำกินที่ถูกต้องตามกฎหมาย ป่าที่ถูกทำลายไปไปทำพืชไร่สามารถปลูกกลับคืนมาได้ องค์ประกอบที่ขาดไม่ได้คือองค์ความรู้ใหม่ในการทำมาหากินด้านการเกษตรซึ่งจะต้องหาให้ทันกาลทันเวลาไม่ฉะนั้นคนทำมาหากินไม่ได้ก็ไม่สามารถรักษาป่ารักษาทรัพยากรธรรมชาติได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อันนี้เป็นมิติใหม่สำหรับผมในส่วนตัว ก็เป็นฉากหนึ่งของชีวิตเพราะในฉากของธนาคารก็ทำเต็มที่แล้ว ไม่รู้จะทำอะไรมากกว่านี้แล้ว ทีมงานที่รับช่วงต่อไม่ว่าจะในระดับคณะกรรมการหรือฝ่ายจัดการผมมีความมั่นใจ 100% คนเก่งๆด้วยกันทั้งนั้น ทั้งคุณกอบกาญจน์ และคุณขัตติยา ส่วนคนที่อายุมากก็หันไปทำอย่างอื่นบ้างแต่ก็ยังต้องอิงธนาคารกสิกรไทยอยู่ในฐานะสนับสนุนโครงการที่จะทำอยู่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot; วันนี้สามารถพูดได้เต็มปากว่าทำแบงก์มา 40 ปีก็พอสมควรแก่เวลา ถือว่าส่งต่อได้อย่างดีไม่มีความกังวลอะไร และมีความสุขไม่ต้องทำซ้ำๆแบบเดิมๆ ไปทำของใหม่ที่น่าสนใจ เพราะฉะนั้นวันนี้ก็ถือว่าจบจากเดิมอย่างสบายใจ แต่ก็ยังป้วนเปี้ยนอยู่ในธนาคารกสิกรไทย ใช้ทรัพยากรแบงก์ไปช่วยงานอยู่บ้าง ถือว่าเป็นการเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญของชีวิต ผมก็เล่าสู่กันฟัง&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามว่าหลังจากนี้จะเล่นการเมืองหรือไม่ ไม่เล่น แต่ถามว่าจะทำงานกับภาคการเมืองไหมก็คงทำ เพราะมันคงหนีไม่พ้นที่จะทำงานกับภาครัฐ ทำงานร่วมกับทางฝ่ายการเมืองและไปราชการ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/62517</URL_LINK>
                <HASHTAG>KBANK, บัณฑูร ล่ำซำ, ฟื้นฟูป่าต้นน้ำน่าน, วางมือ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200408/image_big_5e8d6dc44a2a9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
