<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>96940</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/03/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/03/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เรารักกันสะพัดหมื่นล้าน หนุนนำเงินฝากออกมาใช้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;quot;ม33เรารักกัน&amp;quot; วันแรกกดร่วมโครงการ 5.7 ล้านรายหรือร้อยละ 77 เงินสะพัด 11,441 ล้านบาท &amp;quot;คลัง&amp;quot;&amp;nbsp; ปลื้มยอดใช้จ่ายคนละครึ่งวิ่งเฉียด 1 แสนล้าน กว่า 14.7 ล้านคนแห่ใช้จ่ายคึกคัก &amp;quot;นายกฯ&amp;quot; ถกมาตรการฟื้นฟูเอสเอ็มอี สั่งคลังหาวิธีจูงใจคนนำเงินฝากออกมาใช้ พร้อมเห็นชอบคนละครึ่งเฟส 3 หลังจบ &amp;quot;เราชนะ&amp;quot; ชง ครม.อนุมัติทัวร์เที่ยวไทย-เราเที่ยวด้วยกันเฟส 3 รับช่วงสงกรานต์ &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 22 มีนาคม นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน กล่าวถึงโครงการ ม33เรารักกัน หลังโอนเงินงวดแรก 1,000 บาทว่า มีผู้กดเข้าร่วมโครงการจำนวน&amp;nbsp; 5,720,967 คน หรือคิดเป็นร้อยละ 77 ของผู้ได้รับสิทธิ์ มีเงินเข้าสู่ระบบและเกิดประโยชน์แก่แรงงาน 5,720,967,000 บาท&amp;nbsp; มีการซื้อขายสินค้าผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตัง เกิดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจระยะสั้นคิดเป็นมูลค่าสูงถึง 11,441&amp;nbsp; ล้านบาท อย่างไรก็ตาม เนื่องจากเป็นวันแรกในการโอนเงิน&amp;nbsp; จึงได้มอบหมายให้สำนักงานประกันสังคมติดตามสถานการณ์และรายงานผลการดำเนินงานให้ทราบ ภาพรวมยังไม่พบปัญหาใดๆ ส่วนงวดถัดไปจะโอนตามลำดับ คืองวดที่ 2 วันที่ 29 มีนาคม, งวดที่ 3 วันที่ 5 เมษายน และงวดที่ 4&amp;nbsp; วันที่ 12 เมษายน จนครบ 4,000 บาท ซึ่งผู้มีสิทธิ์สามารถใช้เงินซื้อสินค้าและบริการจนถึงวันที่ 31 พฤษภาคม 2564
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รมว.แรงงานกล่าวว่า สำหรับการตรวจสอบสถานะผู้ได้รับสิทธิ์ผ่านทาง www.ม33เรารักกัน.com และกดยืนยันตัวตนผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตัง จนถึงวันที่ 31 พฤษภาคม 2564&amp;nbsp; หากตรวจสอบแล้วไม่มีสิทธิ์ จะต้องรีบทบทวนสิทธิ์ตั้งแต่วันที่&amp;nbsp; 15-28 มีนาคม 2564 กลุ่มแรก ผู้ยังไม่ได้ลงทะเบียนมาก่อน กับชื่อ-นามสกุลผิด ให้ทบทวนผ่านเว็บไซต์ www.ม33เรารักกัน.com กลุ่มที่ 2 ผู้ไม่มีสมาร์ทโฟน ลงทะเบียนแล้วแต่ระบบแจ้งว่าไม่ได้อยู่ในมาตรา 33 ต้องไปทบทวนสิทธิ์ที่สำนักงานประกันสังคมกรุงเทพมหานครพื้นที่/จังหวัด/สาขา ทั่วประเทศ ตั้งแต่เวลา 08.30-17.00 น.ทุกวันไม่เว้นวันหยุดราชการ โดยให้นำบัตรประชาชนแบบสมาร์ทการ์ดมาด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;โครงการ ม33เรารักกัน วงเงิน 4,000 บาท ดูเหมือนไม่มาก แต่สามารถบรรเทาความเดือดร้อนของผู้ใช้แรงงานได้ ในการใช้จ่ายสิ่งของจำเป็นในชีวิตประจำวันผ่านร้านค้าที่ร่วมรายการ รวมถึงช่วยพ่อค้าแม่ค้ารายย่อย หาบเร่แผงลอยได้ด้วย ก็จะเกิดเงินหมุนเวียนในหลายรอบและส่งผลให้ระบบเศรษฐกิจฟื้นตัวตามมา&amp;quot; นายสุชาติกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางสาวกุลยา ตันติเตมิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง&amp;nbsp; เปิดเผยว่า โครงการคนละครึ่งประสบความสำเร็จเป็นอย่างสูงในการส่งเสริมการบริโภคภายในประเทศ และฟื้นฟูเศรษฐกิจจนถึงระดับฐานรากทั่วประเทศ โดยความคืบหน้าล่าสุดของโครงการคนละครึ่ง ณ วันที่ 21 มี.ค.64 พบว่ามีร้านค้าลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการกว่า 1.5 ล้านร้านค้า และมีผู้ใช้สิทธิ์จำนวน 14,793,502 คน โดยเป็นการใช้จ่าย 3,000&amp;nbsp; บาทขึ้นไป จำนวน 12,530,056 คน และใช้จ่ายครบ 3,500&amp;nbsp; บาท จำนวน 6,315,918 คน ยอดการใช้จ่ายสะสม 98,860&amp;nbsp; ล้านบาท แบ่งเป็นเงินที่ประชาชนจ่าย 50,610.3 ล้านบาท&amp;nbsp; และภาครัฐร่วมจ่ายอีก 48,249.7 ล้านบาท โดยจังหวัดที่มีการใช้จ่ายสะสมมากที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่ กรุงเทพมหานคร, ชลบุรี, สมุทรปราการ, สงขลา และเชียงใหม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ โครงการคนละครึ่งจะสิ้นสุดในวันที่ 31 มี.ค.64 จึงขอเชิญชวนให้ประชาชนที่ยังมีวงเงินเหลือเร่งใช้จ่ายให้ครบ&amp;nbsp; 3,500 บาท หากพ้นกำหนดดังกล่าวจะไม่สามารถใช้สิทธิ์วงเงินที่เหลือได้ ซึ่งนอกจากจะเป็นการรักษาสิทธิ์ของท่านแล้ว&amp;nbsp; ยังเป็นการช่วยสนับสนุนการฟื้นฟูเศรษฐกิจฐานรากผ่านการบริโภคภายในประเทศอีกด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสัญลักข์ ปัญวัฒนลิขิต กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) เปิดเผยถึงการเตรียมความพร้อมการเดินทางในวันหยุดยาวช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2564&amp;nbsp; ตามที่รัฐบาลประกาศให้หยุดยาววันที่ 10-15 เม.ย.64 ว่า&amp;nbsp; บขส.คาดการณ์ว่าในช่วงวันที่ 8-10 เม.ย.64 จะมีประชาชนเดินทาง (ขาเข้า-ขาออก) เพิ่มขึ้นประมาณ 100,000 คนต่อวัน ขณะที่ในช่วงวันที่ 11-17 เม.ย.64 คาดว่าจะมีจำนวนผู้โดยสารปกติหรือประมาณ 40,000-50,000 คนต่อวัน และจะเพิ่มขึ้นอีกครั้งในวันที่ 18-19 เม.ย.64 ซึ่งจะเป็นช่วงที่ผู้โดยสารเดินทางกลับจากต่างจังหวัด โดยจะทำให้มีผู้โดยสารเดินทางประมาณ 100,000 คนต่อวันเช่นกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ การเดินทางของประชาชนในช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2564 จะเพิ่มขึ้น เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2563 เนื่องจากเมื่อช่วงสงกรานต์ 2563 รัฐบาลได้ประกาศยกเลิกวันหยุดดังกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสัญลักข์กล่าวว่า ในส่วนการเปิดให้ผู้โดยสารที่เข้าร่วมโครงการเราชนะสามารถใช้สิทธิ์ชำระค่าโดยสารได้ โดยชำระค่าโดยสารผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตัง และบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ได้ที่ช่องจำหน่ายตั๋วสถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพฯ&amp;nbsp; สถานีเดินรถ และจุดจอดรถโดยสารของ บขส.ทั่วประเทศนั้น&amp;nbsp; โดยตั้งแต่เมื่อวันที่ 5 ก.พ.ที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน ส่งผลให้&amp;nbsp; บขส.มีรายได้เพิ่มขึ้นจากโครงการเราชนะประมาณกว่า 4,000,000 บาท และคาดว่าจะมีรายได้เพิ่มขึ้นอีกในช่วงวันหยุดยาวเทศกาลสงกรานต์ ทั้งนี้ถือเป็นผลตอบรับที่ดี และเป็นนโยบายของรัฐที่ต้องการช่วยเหลือการเดินทางของประชาชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เรียกประชุมฝ่ายเศรษฐกิจ อาทิ นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พลังงาน นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คลัง นายเศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ภายหลังการประชุม พล.อ.ประยุทธ์โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า &amp;quot;ช่วงบ่ายวันนี้ได้มีการประชุมหารือมาตรการฟื้นฟูและการรักษาสภาพคล่องให้กับผู้ประกอบการ&amp;nbsp; SMEs รวมถึงมาตรการ soft loan และ asset warehousing&amp;nbsp; นอกจากนี้ยังได้ติดตามผลการดำเนินการโครงการ &amp;#39;เราชนะ&amp;#39;&amp;nbsp; และโครงการ &amp;#39;คนละครึ่ง&amp;#39; และพิจารณาการดำเนินการในเฟสต่อไป ปัจจัยสำคัญคือยังตรวจพบว่ามีการโกงเกิดขึ้น ทั้งในส่วนของบุคคลและผู้ประกอบการ อย่างไรก็ตามรัฐบาลจะหาหนทางแก้ไข รวมไปถึงการดำเนินการทางกฎหมายต่อผู้กระทำผิดอย่างเคร่งครัด เราต้องไม่ยอมให้คนส่วนน้อยมาทำลายสิ่งดีๆ ของคนส่วนใหญ่ในช่วงวิกฤตินี้ครับ #รวมไทยสร้างชาติ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พลังงาน เปิดเผยภายหลังเข้าพบ พล.อ.ประยุทธ์ว่า ได้หารือแนวทางออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติม โดยนายกฯ มอบหมายให้กระทรวงการคลังไปหาวิธีจูงใจคนให้นำเงินที่ฝากไว้ในธนาคารออกมาใช้ หลังพบว่าช่วงเกิดการแพร่ระบาดของโควิด-19 มีสถิติคนออมเงินในธนาคารสูงขึ้น และเก็บเงินจากที่ไม่ได้เดินทางท่องเที่ยว เป็นกรณีเช่นเดียวกับในสหรัฐฯ และญี่ปุ่นที่พบว่าเงินฝากในระบบสถาบันการเงินเพิ่มขึ้น ซึ่งแนวทางหนึ่งคือ การออกมาตรการช็อปดีมีคืน&amp;nbsp; เพื่อให้นำค่าใช้จ่ายจากการซื้อสินค้าไปลดหย่อนภาษี หรืออาจคิดมาตรการใหม่ๆ ขึ้นมาก็ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ยังได้หารือผลของการออกมาตรการต่างๆ ทั้งเราชนะ, คนละครึ่ง, เราเที่ยวด้วยกัน ได้ช่วยให้เกิดการหมุนเวียนทางเศรษฐกิจ นายกฯ จึงให้แนวทางดำเนินโครงการคนละครึ่งที่จะจบลงในวันที่ 31 มี.ค.นี้ต่อไป แต่เฟส 3 อาจไม่ทันเดือน เม.ย.นี้ แต่จะต่อเนื่องหลังโครงการเราชนะจบลงในวันที่ 31 พ.ค.เพื่อให้มีโครงการลักษณะนี้ต่อเนื่องไป และรวมถึงโครงการ &amp;quot;เราผูกพัน&amp;quot; ที่ช่วยข้าราชการที่รายได้ไม่สูงก็จะนำเข้า ครม.เร็วๆ นี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รองนายกฯ กล่าวอีกว่า สำหรับการแก้ไข พ.ร.ก.ให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่ผู้ประกอบวิสาหกิจที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 วงเงิน 500,000 ล้านบาท กระทรวงการคลังหารือกับ ธปท.แล้ว จะนำเข้าสู่ที่ประชุม ครม.เร็วที่สุด ที่ผ่านมามีการใช้วงเงินไป&amp;nbsp; 130,000 ล้านบาท ถ้าเทียบตอนออก พ.ร.ก.ในครั้งแรกกับครั้งนี้ถือว่ารู้โจทย์แล้วว่ากลุ่มไหนเดือดร้อนอย่างไร การนำวงเงินที่เหลืออีก 370,000 ล้านบาทไปแก้ไขให้ตรงจุดจึงไม่ยากแล้ว นายกฯ อยากเห็นการฟื้นตัวของเศรษฐกิจเป็นรูปธรรม จึงสั่งการว่าเวลานำโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจเข้าพิจารณาใน ครม. ขอให้เสนอเป็นแพ็กเกจหลายๆ เรื่องทีเดียวเลย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจําสํานักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า สำหรับมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยว&amp;nbsp; นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ได้หารือเพื่อกำหนดโครงการรับรองการท่องเที่ยวในช่วงสงกรานต์อย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp; โดย ททท.ได้ออกหลายแคมเปญเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวในประเทศ ขณะที่ รมว.การท่องเที่ยวและกีฬาเตรียมเสนอ ครม.พิจารณาโครงการต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นโครงการทัวร์เที่ยวไทย สนับสนุนการสมทบเงินให้ประชาชนรับสิทธิ์เพื่อเดินทางท่องเที่ยว รวมถึงโครงการเราเที่ยวด้วยกัน เฟส 3 ภายหลังที่ประชุม ครม.มีมติให้นำกลับไปทบทวน อุตช่องป้องกันการทุจริต โดยกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาคาดว่าทั้ง 2&amp;nbsp; โครงการจะเสนอที่ประชุม ครม.ได้ในเร็วๆ นี้&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;หวังให้ช่วงสงกรานต์ปีนี้ซึ่งมีวันหยุดยาวรวม 6 วัน เกิดการจับจ่ายใช้สอย เม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ และเชื่อว่ามาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยว และมาตรการกระตุ้นการใช้จ่ายที่กำลังดำเนินการอยู่ ไม่ว่าจะเป็นโครงการเราชนะ, โครงการ ม33เรารักกัน ฯลฯ จะตอบโจทย์ประชาชนเป็นอย่างดีในช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่กำลังจะมาถึง&amp;quot; น.ส.ไตรศุลีกล่าว.
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/96940</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงแรงงาน, ทัวร์เที่ยวไทย, ฟื้นฟูเอสเอ็มอี, ม33เรารักกัน, มาตรการฟื้นฟูเอสเอ็มอี, สงกรานต์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เราเที่ยวด้วยกันเฟส 3</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210322/image_big_6058b595aafcd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>71267</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/07/2020 09:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/07/2020 09:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สุริยะ&#039;ลุยฟื้นฟูผู้ประกอบการเอสเอ็มอี เน้นสร้างงานในพื้นที่  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 ก.ค.2563 นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่าเมื่อวันที่ 12 ก.ค. 2563 นี้ ได้สั่งการให้อุตสาหกรรมจังหวัดทั่วประเทศ เร่งขับเคลื่อนการส่งเสริมและสนับสนุนอุตสาหกรรมในภูมิภาค เพื่อรองรับการทำงานวิถีใหม่(นิว นอร์มอล) โดยจะเน้นการเร่งฟื้นฟูผู้ประกอบการ โดยเฉพาะกลุ่มเอสเอ็มอี และรายย่อย ให้กลับมาพลิกฟื้นดำเนินธุรกิจโดยเร็ว ให้เจาะลึกถึงปัญหาในการดำเนิน เพื่อให้แก้ปัญหาได้ตรงจุด เช่น การแก้ไขสภาพคล่อง การหาสินเชื่อให้คลอบคลุมทุกกลุ่ม การให้ความรู้ในการปรับธุรกิจให้อยู่รอด ปรับการตลาดรูปแบบใหม่ การใช้นวัตกรรมเข้ามาเพิ่มประสิทธิภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ให้ส่งเสริมกลุ่มคนว่างงาน และนักศึกษาจบใหม่ ให้สามารถสร้างธุรกิจของตัวเองให้ได้ รวมทั้งส่งเสริมการจ้างงานคนในพื้นที่ เนื่องจากผลกระทบจากโควิด &amp;ndash; 19 ครั้งนี้ ทำให้พนักงานบางส่วน ต้องว่างงาน จากการที่ผู้ประกอบการธุรกิจหยุดชะงัก รวมทั้งให้ยกระดับการทำเกษตร แบบดั้งเดิมให้เป็นเกษตรอุตสาหกรรม ส่งเสริมการใช้เครื่องจักรกล หรือเทคโนโลยีการผลิตสมัยใหม่ ให้เป็นนักธุรกิจเกษตร เพื่อทำให้เศรษฐกิจฐานรากแข็งแรงอย่างยั่งยืน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกันให้เน้นการดูแลสิ่งแวดล้อม ในการประกอบการของผู้ประกอบการอุตสาหกรรมต่างๆ อย่างเคร่งครัด เนื่องจากที่ผ่านมาภาคอุตสาหกรรมมักตกเป็นจำเลยในเรื่องการก่อให้มลภาวะต่าง ๆ แม้ความเป็นจริงจะไม่ได้เกิดจากภาคอุตสาหกรรมทั้งหมดก็ตาม ให้ใช้เทคโนโลยีตรวจติดตาม และรายงานผล นำหลักเศรษฐกิจหมุนเวียนมาบริหารทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุดในการยกระดับกระบวนการผลิต การบริโภคสมัยใหม่ การจัดการของเสียและการนำกลับมาใช้ใหม่โดยปล่อยของเสียสู่สภาพแวดล้อมน้อยที่สุด &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามการให้บริการประชาชนนั้น ต้องปรับตัวสู่ความเป็นดิจิทัล ซึ่งสถานการณ์โควิด -19 ทำให้เห็นว่า งานประเภทใดที่ไม่ต้องเข้าออฟฟิศก็สามารถทำงานได้ ช่วยให้องค์กรเกิดการจัดสรรทรัพยากรในรูปแบบใหม่ ช่วยอำนวยความสะดวกให้กับผู้ประกอบการในการเข้ามาใช้บริการมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การให้นโยบายครั้งนี้ จะทำให้ผมให้พบกับอุตสาหกรรมทั่วประเทศ ซึ่งหากใครมีปัญหาติดขัดในการทำงานในเรื่องอะไร ก็สามารถมาแจ้งปัญหาได้โดยตรง เพื่อได้ร่วมกันแก้ไขปัญหาได้ เพราะบางครั้งปัญหาแต่ละพื้นที่ ก็ไม่เหมือนกัน แตกต่างกันไป ก็เหมือนกับปัญหาผู้ประกอบการ แต่ละรายก็ไม่เหมือนกัน จึงอยากให้ผู้บริหารกระทรวงอุตสาหกรรม เข้าไปดูเข้าแก้ปัญหาให้ยาถูกกับโรค ไม่ใช่เป็นการหว่านๆ ไม่เช่นนั้นก็รักษาไม่หายเสียที โดยเรามีหน่วยงานในสังกัดที่สามารถเข้าไปช่วยแก้ได้ตรงจุดอยู่แล้ว เช่น ถ้ามีปัญหาเรื่องการปล่อยสินเชื่อ ก็มีธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขยาดย่อมแห่งประเทศไทย(ธพว.)ในการเข้าไปช่วยเหลือได้อยู่แล้ว เรื่องการพัฒนาประสิทธิภาพการผลิต ก็มีศูนย์ไอทีซี ทุกภูมิภาค ที่ไปใช้บริการได้&amp;rdquo;นายสุริยะ กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/71267</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลุ่มเอสเอ็มอี, นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ, ฟื้นฟูเอสเอ็มอี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200205/image_big_5e3a659b4c32f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
