<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>50159</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/11/2019 00:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/11/2019 00:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ราฮีมโดนดร็อป!เก็บตัวทีมชาติหวิดบู๊นักเตะหงส์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ราฮีม สเตอร์ลิง จะไม่ได้ลงเล่นให้ ทีมชาติอังกฤษ ในศึกรอบคัดเลือก ฟุตบอลยูโร 2020 กับ มอนเตเนโก หลังอารมฌ์ยังค้างจากเกมที่แอนฟิลด์ จนหวิดซัดกับนักเตะลิเวอร์พูลระหว่างเข้าแคมป์ทีมชาติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทัพนักเตะสิงโตคำราม รวมตัวซ้อมกันที่ เซนต์ จอร์จส ปาร์ค เมื่อวันจันทร์ หลังจบโปรแกรมพรีเมียร์ลีกครบทุกคู่เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งไฮไลท์คือเกมบิ๊กแมทช์ระหว่าง 2 ทีมเต็งแชมป์พรีเมียร์ลีก ที่สนามแอนฟิลด์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จ่าฝูง ลิเวอร์พูล เป็นฝ่ายคว้าชัยเหนือ แชมป์เก่า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ด้วยสกอร์ 3-1 แบบมีข้อกังขาในการตัดสินของ ไมเคิล โอลิเวอร์ ที่ภายหลังถูกแฟนบอลบางคนนำมาล้อเลียนทางโซเชียลว่าเป็นผู้เล่นอีกคนของ เจอร์เกน คล็อปป์ เกมนั้น สเตอร์ลิง มีปัญหากับแนวรับของทีมเจ้าบ้านบางคนที่ตามสกัดและเล่นนอกเกม อย่าง เทรนท์ อเล็กซานเดอร์ อาร์โนลด์ รวมถึงเหตุการณ์ที่จะมีเรื่องกับ โจ โกเมซ ในช่วงท้าย ที่นักเตะหลายๆคนต้องเข้าไปขวาง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีข่าวออกมาว่า ทั้งคู่มามีเรื่องกันอีกหลังเจอกันระหว่างเก็บตัวในทีมชาติ เมื่อวันจันทร์ ส่งผลให้ สมาคมฟุตบอล ต้องออกแถลงการตามมาในวันนั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยในแถลงการณ์ของทาง เอฟเอ ยืนยันออกมาว่า ราฮีม สเตอร์ลิง จะไม่ได้รับการพิจารณาให้ลงสนามในเกมรอบคัดเลือก ศึกยูโร 2020 กับ มอนเตเนโกร คืนวันพฤหัสบดีนี้ ซึ่งเป็นผลมาจากความวุ่นวายที่เกิดขึ้นในพื้นที่ส่วนตัวเฉพาะทีมชาติ ที่ เซนต์จอร์จสปาร์ค แต่ ปีกจากแมนเชสเตอร์ ซิตี้ จะยังคงเก็บตัวอยู่กับทีมต่อไปตามปกติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แมทช์นี้ อังกฤษ น่าจะค่อนข้างมั่นใจ ถึงยอมพักนักเตะที่เป็นคู่กรณีกันออกไปหนึ่งคน แม้เกมกับ มอนเตเนโกร หากทีมของ แกเร็ธ เซาธ์เกต คว้าชัยได้ ก็จะลอยลำเข้าสู่รอบสุดท้ายได้ทันที นอกจากนั้นแล้วแมทช์นี้จะเป็นเกมนัดที่ 1,000 ของทีมชาติอีกด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เซาธ์เกต บอสทีมสิงโตคำราม กล่าว &amp;quot;เราได้ตัดสินใจกันแล้วว่าจะไม่พิจารณา ราฮีม สำหรับแมทช์กับ มอนเตเนโกร คืนวันพฤหัสฯ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;หนึ่งในความท้าทายและเป็นจุดแข็งสุดสำหรับเรา คือเราสามารถที่จะตัดความเป็นอริกันในทีมสโมสรออกจากทีมชาติได้มาตลอด&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;โชคไม่ดีที่อารมฌ์จากเกมเมื่อวานนี้ยังคงระอุกันอยู่ ความรู้สึกของผมก็คือ เราต้องมีแอคชั่นเพื่อสิ่งที่ถูกต้องสำหรับทีม&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ณ ตอนนี้ การตัดสินใจที่ออกมา มาจากการตกลงร่วมกันของทั้งทีม สิ่งสำคัญคือเราสนับสนุนผู้เล่นแต่ละคนและโฟกัสกับเกมในคืนวันพฤหัสฯนี้&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สเตอร์ลิง ที่ผ่านมา ถือว่าอยู่ในฟอร์มที่สุดยอดสำหรับ อังกฤษ โดยซัดไปถึง 8 ประตู ทำแอสซิสต์ไป 5 ในศึกยูโร 2020 รอบคัดเลือก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โกเมซ ที่ถูกส่งลงสนามในนาทีที่ 87 ในเกมเมื่อคืนวันอาทิตย์ เคยเล่นให้ทีมชาติอังกฤษ ชุดใหญ่ มาแล้ว 7 นัด โดยนัดสุดท้ายเป็นเกม เนชั่นส์ ลีก นัดเพลย์ออฟ ชิงที่สาม กับ สวิตเซอร์แลนด์ เมื่อเดือน มิถุนายน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทางด้าน สเตอร์ลิง อดีตนักเตะของ ลิเวอร์พูล ภายหลังจากที่รู้ชะตากรรมว่าโดนดร็อปจากเกมทีมชาตินัดต่อไป ได้ใช้โซเชียล มีเดีย เพื่ออธิบายถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;อันดับแรกสุดทุกคนรู้ว่าเกมนั้นมีความหมายสำหรับผม ทั้ง โจ และผมมีการปะทะคารมกัน และเคลียร์กันเรียบร้อยแล้ว และไม่ได้ไปใส่ใจแล้ว&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เราอยู่ในกีฬาที่มีเรื่องอารมฌ์ร่วมของเกมมีสูงมาก และผมเป็นลูกผู้ชายพอที่จะยอมรับว่าปล่อยให้อารมฌ์เหล่านั้นครอบงำ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทางด้าน ริโอ เฟอร์ดินานด์ อดีตกองหลังทีมชาติอังกฤษ และ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ออกมากล่าวโจมตี เซาธ์เกต สำหรับการจัดการเรื่องของ สเตอร์ลิง ที่เขามองว่าไม่ดีพอ โดยชี้ว่าเรื่องแบบนี้ควรจะเคลียร์กันเป็นการภายในมากกว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สเตอร์ลิง ที่ว่ากันว่า คว้า โกเมซ เข้าที่คอตอนที่มีเรื่องกันในโรงอาหารของแคมป์ทีมชาติ ได้ออกมากล่าวขอโทษและยอมรับว่าระงับอารมฌ์ไม่อยู่เอง ซึ่ง เฟอร์ดินานด์ คิดว่า เซาธ์เกต น่าจะจัดการกับสถานการณ์นี้เป็นการส่วนตัว แต่กลับเปิดเผยออกมาให้สื่อได้เอาไปชำแหละต่อ เรื่องนี้น่าจะเคลียร์กันได้แล้วและให้จับมือเลิกรากันไป ที่ผ่านไป ริโอ บอกว่าที่ผ่านมาเขาเจอหนักกว่านี้เยอะทั้งชกเข้าที่หน้า อัดกันซี่โครงหัก ดั้งจมูกหัก หัวโดนเตะเหมือนลูกฟุตบอล แค่จับคอเรื่องแบบนี้ไม่น่าให้กลายมาเป็นประเด็นใหญ่ น่าจะจัดการเป็นการภายในเงียบๆมากกว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/50159</URL_LINK>
                <HASHTAG>กีฬา, ทีมชาติมอนเตเนโกร, ทีมชาติอังกฤษ, ฟุตบอล, ฟุตบอลยูโร 2020 รอบคัดเลือก, ราฮีม สเตอร์ลิง, ริโอ เฟอร์ดินานด์, แกเร็ธ เซาธ์เกต, โจ โกเมซ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191113/image_big_5dcae7d92b8c4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>47980</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/10/2019 02:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/10/2019 02:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อิตาลีตีตั๋วเข้ายูโรหลังชนะรวด7นัด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
ทีมชาติอิตาลี รักษาสถิติชนะรวดในรอบคัดเลือก ยูโร 2020 หลังเปิดบ้านถล่ม กรีซ 2-0 ลอยลำสู่รอบสุดท้าย เรียบร้อย ทัพอัซซูร์รี่ ที่ก่อนหน้าเกมนี้ ชนะมา 6 จาก 6 นัดใน กลุ่ม เจ ได้รับการคาดหมายว่าจะเผด็จจศึก กรีซ ที่ฟอร์มไม่ค่อยจะดีนัก ได้แบบไม่ยากเย็นเกินไปนักที่ สตาดิโอ โอลิมปิโก
แต่ถึงเวลาแข่งขันจริง กว่าที่ เจ้าบ้านจะได้ประตูขึ้นนำ ก็ต้องอาศัยจุดโทษ นาทีที่ 63 และเป็น จอร์จินโญ่ มิดฟิลด์จากเชลซี สังหารเข้าไป ก่อนที่จะมาได้ประตูยย้ำชัยก่อนหมดเวลา 12 นาทีจากตัวสำรอง เฟเดริโก เบร์นาร์เดสคี กรีซ ทำผลงานค่อนข้างแย่ในช่วงออกสตาร์ทรอบแบ่งกลุ่ม โดยชนะได้เพียงแค่นัดเดียว และแพ้ไปถึง 3 นัด จาก 4 แมทช์แรก แต่เกมนี้ก็สร้างปัญหาให้กัรบ อิตาลี เจ้าบ้านได้ไม่น้อย โดยยังเกือบเป็นฝ่ายออกนำได้ก่อนด้วยในนาทีที่ 12 จาก ดิมิทริส ลิมนิออส แต่ยังดีที่ จิอันลุยจจิ ดอนนารุมม่า ปัดไว้ได้
ครึ่งแรกกรีซ ครองบอลอยู่ที่ 28 เปอร์เซนต์ แต่ก็มียิงตรงกรอบเพียงครั้ง จาก ลิมนิออส ส่วน อิตาลี&amp;nbsp; ได้ลุ้นจาก ลีโอนาร์โด โบนุชชี่, ซิโร่ อิมโมบิเล่ และ นิโกโล บาเรลล่า แต่ติดบล้อคกันหมด ลอเรนโซ่ อินซินเซ่ ซัดก็หลุดกรอบไปเอง ก่อนที่ เจ้าบ้านจะมาปลดล็อคได้จากจุดโทษ หลัง อันเดรียส บูชาลาคิส ทำแฮนด์บอล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/47980</URL_LINK>
                <HASHTAG>กีฬา, ทีมชาติกรีซ, ทีมชาติอิตาลี, ฟุตบอล, ฟุตบอลยูโร 2020 รอบคัดเลือก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191014/image_big_5da37a4a8b3bf.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>47803</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/10/2019 00:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/10/2019 00:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;เมาท์&quot;ลุ้นตัวจริงสิงโตบุกบู๊เชก เซาธ์เกตซุ่มทอสอบ 4-2-3-1</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
แกเร็ธ เซาธ์เกต เตรียมที่จะส่ง เมสัน เมาท์ ลงประเดิมเกมแรกกับทีมชาติอังกฤษอย่างเต็มตัว คาดแทนในตำแหน่งของ รอสส์ บาร์คลี่ย์ เพื่อนร่วมทีมเชลซี ในเกมที่ ปร๊าก คืนวันศุกร์นี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เมสัน เมาท์ มิดฟิลด์ทีมสิงห์น้ำเงินคราม ฟอร์มเยี่ยมกับสโมสรมาตั้งแต่เปิดฤดูกาล โดยปีที่แล้วไปลับฝีเท้าอยู่กับ ดาร์บี้ ทำผลงานได้อย่างน่าประทับใจในช่วงยืมตัวที่ไพรด์ปาร์ค และยิงได้ 4 ประตู
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; และหลังจากกลับมาสแตมฟอร์ด บริดจ์ ก็สามารถแย่งตำแหน่งจาก รอสส์ บาร์คลี่ย์ ได้ทันที เป้าหมายจากนี้คือเสื้อหมายเลข 10 ของทีมชาติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สื่อเมืองผู้ดี มองว่า เซาธ์เกต กำลังคิดที่จะส่ง มิดฟิลด์วัย 20 ปี ลงเล่นในบทบาทผู้เล่นหมายเลข 10 ให้กับทีมสิงโตคำราม ในศึก ยูโร 2020 รอบคัดเลือก ที่จะดวลกับ สาธารณรัฐเชก ที่ ปร๊าก คืนวันศุกร์นี้ หลังจากที่ได้เห็นฟอร์มกับทีมชาติไปแล้วตอนที่ให้ลงเป็นตัวสำรองในเกมกับ บัลแกเรีย และ โคโซโว
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; บาร์คลี่ย์ ลงเป็นตัวจริงทั้งสองนัดนั้น แต่นับตั้งแต่นั้นมา ก็เสียตำแหน่งที่เชลซีไปให้กับดาวรุ่งรายนี้ โดย เมาท์ ได้ลงเป็นตัวจริงให้กับสโมสรไปแล้ว 6 นัด นับแตั้งแต่เบรกทีมชาติก่อนหน้านี้ ขณะที่ บาร์คลี่ย์ ได้ลงเป็นตัวจริง 2 นัด กับ กริมสบี้ ในเกม คาราบาว คัพ และในเกมกับ ไบรท์ตัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; คาดกันว่า เมาท์ ในความคิดของ เซาธ์เกต ตอนนี้ ยังน่าจะเป็นตัวเลือกที่มาก่อน เจมส์ แม็ดดิสัน อีกคน หลังจากที่เพลย์เมกเกอร์ของ เลสเตอร์ มาได้รับาดเจ็บเมื่อเร็วๆนี้ จนมีผลต่อการเล่น ไม่สามารถซ้อมได้เต็มที่ ที่ เซนต์จอร์จส ปาร์ค สัปดาห์นี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เซาธ์เกต เคยใช้แผนการเล่น 4-3-2-1 ในสองเกมก่อนหน้านี้ของอังกฤษ แต่ระหว่างการซ้อมในช่วงไม่กี่วันมานี้ มีการทดลองปรับไปใช้ 4-2-3-1 ซึ่งระบบนี้จะทำให้ เมาท์ ได้ขยับจากมิดฟิลด์ตัวกลาง ขึ้นไปเล่นเกมรุกมากขึ้น ขนาบข้างด้วย ราฮีม สเตอร์ลิง กับ อีกคนระหว่าง เจดอน ซานโช กับ มาร์คัส แรชฟอร์ด โดยมิดฟิลด์ที่จะคอยเล่นเกมรับเป็นกันชนให้กับแผงหลัง น่าจะเป็น จอร์แดน เฮนเดอร์สัน ของ ลิเวอร์พูล กับ เดแคลน ไรซ์ ของเวสต์แฮม
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เซาธ์เกต ยังมีการใช้วิดิโอการเล่นของ บาร์เซโลน่า มาเปิดให้นักเตะดูเป็นตัวอย่าง โดยหวังว่านักเตะทีมสิงโตคำรามจะให้ความสำคัญกับการครองบอลมากขึ้น&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/47803</URL_LINK>
                <HASHTAG>กีฬา, ทีมชาติสาธารณรัฐเชก, ทีมชาติอังกฤษ, ฟุตบอล, ฟุตบอลยูโร 2020 รอบคัดเลือก, เมสัน เมาท์, แกเร็ธ เซาธ์เกต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191011/image_big_5d9f6d64c185c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
