<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>114226</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/08/2021 13:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/08/2021 13:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ปรเมษฐ์&#039;ลุ้นมติ&#039;ก.ต.&#039;นั่งผู้่พิพากษาอาวุโสต่อ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 ส.ค. 64 - นายปรเมษฐ์ โตวิวัฒน์ อธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 1 ช่วยทำงานผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลอุทธรณ์ภาค 1 กล่าวถึงกรณีที่วันนี้คณะกรรมการตุลาการ (ก.ต.) จะมีการประชุมพิจารณาการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการศาลยุติธรรมประจำปี 2564 ในส่วนที่ยังค้าง และอยู่ในขั้นตอนการพิจารณา ที่จะมีผลในวันที่ 1 ต.ค.นี้ ซึ่งคาดว่าจะมีวาระพิจารณาให้นายปรเมษฐ์ ดำรงตำแหน่งผู้พิพากษาอาวุโสต่อหรือไม่ว่า&amp;nbsp; หวังจะได้รับความเป็นธรรม ในการพิจารณาจาก ก.ต. ในครั้งนี้ เพื่อเป็นแนวบรรทัดฐาน และมาตรฐานของผู้พิพากษาของศาลยุติธรรม ในอนาคตต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งที่ผ่านมาเคยยื่นคำร้องไว้ว่าการพิจารณาแต่งตั้งดำรงตำแหน่งผู้พิพากษาอาวุโส ต้องพิจารณาตามพ.ร.บ.หลักเกณฑ์การแต่งตั้ง และการดำรงตำแหน่งผู้พิพากษาอาวุโสฉบับที่ 4 พศ 256 มาตรา 6/1 บัญญัติว่า&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข้าราชการตุลาการซึ่งมีอายุครบ 65 ปีบริบูรณ์ในปีงบประมาณใดให้พ้นจากตำแหน่งที่ดำรงอยู่ เมื่อสิ้นงบประมาณนั้น และให้ไปดำรงตำแหน่งผู้พิพากษาอาวุโส จนกว่าจะพ้นจากราชการตามมาตรา 8/1 และมาตรา 9 บัญญัติว่าข้าราชการตุลาการศาลยุติธรรมซึ่งจะมีอายุครบ 65 ปีบริบูรณ์ในปีงบประมาณใด ให้ ก.ต. จัดให้มีการประเมินสมรรถภาพในการปฏิบัติหน้าที่ของข้าราชการตุลาการ แล้วเสนอผลการประเมินให้ ก.ต. พิจารณาประกอบการแต่งตั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อเข้าหลักเกณฑ์ตามกฎหมายจะได้รับการแต่งตั้งดำรงตำแหน่งผู้พิพากษาอาวุโสแล้ว ก.ต. ซึ่งเป็นหน่วยงานสำคัญของสถาบันศาลยุติธรรมในการพิจารณาแต่งตั้งโยกย้ายและพิจารณาวินัยข้าราชการตุลาการศาลยุติธรรม จะต้องพิจารณาตามบทบัญญัติของกฎหมายโดยให้ความเป็นธรรมแก่ผู้พิพากษาในศาลยุติธรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยหากใน ก.ต. มีมติ ว่า ไม่ให้ตนดำรงตำแหน่งผู้พิพากษาอาวุโส&amp;nbsp; &amp;nbsp; จะมีผลทำให้พ้นจากตำแหน่งและเป็นการลงโทษทางวินัยล่วงหน้า ก็จะต่อสู้ว่า เป็นการกระทำโดยไม่ชอบด้วยบทบัญญัติของกฎหมาย น่าจะทำให้เกิดความเสียหายอย่างมาก ซึ่งคณะกรรมการสอบสวนวินัยยังสอบสวนไม่แล้วเสร็จ เป็นแนวบรรทัดฐานและมาตรฐานที่ไม่ถูกต้องของผู้พิพากษาในศาลยุติธรรมและสถาบันศาลยุติธรรมในอนาคต เกิดความเสียหายยากที่จะเยียวยาได้ในภายหลัง การกระทำที่ฝ่าฝืนต่อกฎหมายเช่นนี้มีผลทำให้ผู้ได้รับความเสียหายมีสิทธิทางศาลฟ้องร้องทั้งทางแพ่งและทางอาญาต่อไป ตามบทบัญญัติของกฎหมายและตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ซึ่งผู้พิพากษาในศาลยุติธรรมในฐานะประชาชนชาวไทยมีสิทธิได้รับความคุ้มครอง ตามกฎหมายและรัฐธรรมนูญอย่างเสมอภาคเช่นเดียวกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับนายปรเมษฐ์ ถูกตั้งกรรมการสอบสวนร้ายเเรง ถูกกล่าวหาว่าเเทรกเเซงคดีในศาลอาญาคดีทุจริตเเละประพฤติมิชอบภาค1 ซึ่งก่อนหน้านี้ ก.ต. มีมติให้อนุกรรมการตุลาการไปพิจารณากลั่นกรองก่อนเสนอ ก.ต. เห็นชอบอีกครั้ง ว่าจะผ่านเป็นผู้พิพากษาอาวุโสหรือไม่ โดยก่อนหน้านี้นายปรเมษฐ์เคยยื่นฟ้อง 3 กรรมการสอบข้อเท็จจริง เเละปธ.ศาลฎีกาต่อศาลอาญาคดีทุจริตฯโดยศาลยกฟ้องในสำนวนประธานศาลฎีกาไปเเล้ว โดยโจทก์เตรียมยื่นอุทธรณ์คดีต่อ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114226</URL_LINK>
                <HASHTAG>ก.ต., ปรเมษฐ์ โตวิวัฒน์, ผู้พิพากษาอาวุโส, ฟ้องศาล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>DELETE</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210823/image_big_612339a1d50af.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>68710</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/06/2020 08:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/06/2020 08:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ศรีสุวรรณ&#039;บุกทำเนียบฯบี้จัดเลือกตั้งท้องถิ่น ขู่ยื้อฟ้องศาลฟันครม.ทั้งคณะแน่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 มิ.ย. 63 - นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เปิดเผยว่า กรณีการเลือกตั้งระดับท้องถิ่น จากเดิมที่รัฐบาลประกาศว่าจะสามารถดำเนินการได้ภายในปีนี้ แต่พบว่าถูกเลื่อนออกไปอย่างไม่มีกำหนด ล่าสุดนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ได้ออกมาโบ้ยให้ไปถามความชัดเจนเรื่องกรอบเวลากับกระทรวงมหาดไทย ซึ่งเป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบ โดยอ้างว่าต้องมีความพร้อมในเรื่องของกฎระเบียบ ความพร้อมของคณะกรรมการการเลือกตั้ง และความพร้อมของประชาชน รวมไปถึงงบประมาณที่จะใช้ในการจัดเลือกตั้ง ซึ่งก่อนหน้านี้มีความพร้อม แต่มีการดึงไปใช้ในเรื่องของโควิด-19 และไม่แน่ใจว่างบประมาณที่โอนเข้ามางบกลาง จะโยกออกมาใช้ในส่วนนี้ได้หรือไม่นั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรณีดังกล่าวชี้ให้เห็นว่า มีความพยายามของรัฐบาลที่จะประวิงเวลายื้ออำนาจของตนเอง ผ่านกลไกของท้องถิ่นที่รัฐบาลได้ครอบงำไว้เบ็ดเสร็จแล้ว ทั้งๆ ที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 252 ที่ระบุว่า สมาชิกสภาท้องถิ่นต้องมาจากการเลือกตั้ง และขัดต่อกฎหมายท้องถิ่นทุกฉบับ ขัดต่อหลักประชาธิปไตย เพราะปล่อยให้ผู้บริหารท้องถิ่นครองอำนาจมาเกินกว่าที่กฎหมายกำหนดมากกว่า 7-8 ปี บางแห่งให้ข้าราชการรักษาการในตำแหน่งผู้บริหารมามากกว่า 5-6 ปี ตั้งแต่มี คสช. และในช่วงรักษาการก็มีการแต่งตั้งลูกเมียทายาทคนสนิทเข้ามาดำรงตำแหน่งกินเงินภาษีประชาชนกันเต็มคราบ โดยที่ประชาชนในแต่ละท้องถิ่นทำอะไรไม่ได้ เพราะติดเงื่อนไขคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) แต่บัดนี้มีรัฐธรรมนูญใหม่แล้ว คสช.สลายตัวไปแล้ว มีรัฐบาลใหม่ที่มาจากการเลือกตั้งจนครบขวบปีแล้ว แต่กลับพยายามประวิงเวลายื้อการเลือกตั้งท้องถิ่นที่เป็นสิทธิของประชาชนโดยชอบออกไปอีก โดยการอ้างสารพัดจะยกมาอ้าง ซึ่งไม่อยู่บนฐานข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายแต่อย่างใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น 2562 มาตรา 142 ระบุไว้ชัดเจนว่า ภายหลังจากกฎหมายนี้ใช้บังคับ ให้มีการเลือกตั้งท้องถิ่น โดยให้ คสช. แจ้งไปยังคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) หากไม่มี คสช. ให้เป็นอำนาจของคณะรัฐมนตรี ดังนั้นการเลือกตั้งท้องถิ่นจึงไม่ใช่อำนาจของกระทรวงมหาดไทยที่จะกำหนดกรอบเวลาได้ และขณะนี้ กกต. ได้ออกระเบียบสำหรับใช้ในการเลือกตั้งเสร็จสิ้นมานานแล้ว ส่วนงบประมาณในการจัดการเลือกตั้งประมาณ 2-3 พันล้านก็สามารถใช้งบกลางได้อยู่แล้ว ส่วนการจะกระทบต่อการแพร่ระบาดของโควิด-19 นั้นเป็นเพียงข้ออ้างเท่านั้น เพราะการเลือกตั้งซ่อม ส.ส.ลำปางยังเกิดขึ้นได้ ไฉนเลยการเลือกตั้งท้องถิ่นทั่วประเทศจะเกิดขึ้นไม่ได้โดยเร็ว เว้นแต่รัฐบาลยังหวงอำนาจ และยังมีผลประโยชน์แอบแฝงอยู่กับผู้บริหารท้องถิ่นเดิมอยู่เท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้วยเหตุดังกล่าว สมาคมฯจึงจะนำคำร้องไปยื่นให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้ตัดสินใจเพื่อให้มีมติแจ้งไปยัง กกต.เพื่อดำเนินการจัดการเลือกตั้งท้องถิ่นทั่วประเทศโดยเร็ว และหากยังมีการใช้เล่ห์ฉลประวิงเวลาไว้ สมาคมฯจะนำหลักฐานนี้ไปยื่นฟ้องต่อศาลเอาผิด ครม.ทั้งคณะต่อไป โดยจะไปยื่นคำร้องในวันจันทร์ที่ 15 มิ.ย.นี้เวลา 13.00 น. ณ ศูนย์รับเรื่องร้องเรียน (ตึก กพร.เดิม) ทำเนียบรัฐบาล.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/68710</URL_LINK>
                <HASHTAG>ครม., ทำเนียบฯ, ฟ้องศาล, ศรีสุวรรณ, เลือกตั้งท้องถิ่น</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200615/image_big_5ee6ccc33d017.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>50034</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/11/2019 16:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/11/2019 16:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สิระ&#039;เดือดฟ้อง&#039;เทพไท&#039;! เย้ยเรียก5ล้านพัฒนาเมืองคอน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 พ.ย. 62 - นายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม. พรรคพลังประชารัฐ เปิดเผยว่า ในวันศุกร์ที่ 15 พฤศจิกายนนี้ เวลา 10:00 น จะไปฟ้องนายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ในข้อหาหมิ่นประมาท ที่ศาลแขวงดอนเมือง จากกรณีกล่าวพาดพิงและเปรียบเทียบว่า &amp;ldquo;ถ้าเล่นกับหมา หมาจะเลียปาก จึงไม่ยอมเล่นกับหมาอีกต่อไป&amp;quot; ซึ่งเป็นคำกล่าว ที่ทำให้ตนได้รับความเสียหาย ถูกดูหมิ่น ดูแคลน อีกทั้งยังสะท้อนด้วยว่า นายเทพไทไม่เคยเปลี่ยนนิสัยและพฤติกรรมเดิม ๆ ที่กล่าวหาคนอื่นแบบคะนองปาก จนกระทั่งเกือบติดคุก กรณีโจมตีนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เรื่อง ว. 5 โฟร์ซีซั่น ซึ่งศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ พิพากษาให้จำคุก 1 ปี ปรับ 50,000 บาท เมื่อถึงชั้นศาลฎีกา ก็มีการขอเจรจาไกล่เกลี่ยเพื่อให้นางสาวยิ่งลักษณ์ ถอนฟ้องแลกกับการขอขมา จึงรอดคุกมาได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสิระ กล่าวด้วยว่า แม้ตนจะเป็นส.ส.สมัยแรก แต่ทุ่มเททำงานเพื่อประชาชนอย่างเต็มที่ทั้งประชาชนในพื้นที่เขตหลักสี่ รวมถึงทั่วประเทศไทยที่ได้รับความเดือดร้อนนำเรื่องมาร้องเรียนก็ไม่เคยนิ่งเฉยช่วยเหลืออย่างเต็มที่ทุกกรณี แตกต่างจากนายเทพไท ที่ยกตัวว่าเป็นส.ส.หลายสมัย ถ้าไปถามคนในพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช เขายังคิดไม่ออกว่า นายเทพไททำอะไรให้กับจังหวัดบ้าง ส่วนที่อ้างการทำงานในสภาผู้แทนราษฎรนั้น ก็มีแต่การตีฝีปาก เพื่อประโยชน์ทางการเมืองเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ส.ส.สมัยแรกอย่างผม เป็นคนจริงพูดคำไหนคำนั้น เมื่อฟ้องแล้วจะไม่มีการยอมความ โดยจะเรียกค่าเสียหาย 5 ล้าน เพื่อนำเงินไปพัฒนาจังหวัดนครศรีธรรมราช&amp;quot; นายสิระ ระบุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสิระกับนายเทพไทได้ตอบโต้ทางการเมืองไปมา สืบเนื่องจากประเด็นการเลือกผู้ที่จะมาทำหน้าที่ประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาปัญหาและแนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่พรรคประชาธิปัตย์เสนอชื่อนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตหัวพน้าพรรคประชาธิปัตย์ มาทำหน้าที่ดังกล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/50034</URL_LINK>
                <HASHTAG>5ล้าน, ปชป., พปชร., ฟ้องศาล, สิระ เจนจาคะ, เทพไท เสนพงศ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191111/image_big_5dc92f4333663.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>43942</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/08/2019 14:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/08/2019 14:44</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แค่1ล้านไม่แฟร์! อดีตเมีย&#039;สามารถ พยัคฆ์อรุณ&#039;ขึ้นศาล ฟ้องแบ่งสินสมรส </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 ส.ค. 62 - ที่ศาลเเพ่งมีนบุรี ถ.สีหบุรานุกิจ ศาลนัดสืบพยานโจทก์ในคดีที่ น.ส.วลัยทิพย์ ภพธีรธรรม อดีตภรรยานายสามารถ พยัคฆ์อรุณ อดีตนักมวยแชมป์โลก เจ้าของฉายา &amp;ldquo;นักชกหน้าหยก&amp;rdquo;&amp;nbsp; ยื่นฟ้องนายสามารถ ในคดีฟ้องแบ่งสินสมรส และเคลียร์ภาระหนี้สินที่มีร่วมกัน โดยในวันนี้ น.ส.วลัยทิพย์ พร้อมทนายความเดินทางมาศาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.วลัยทิพย์ กล่าวว่า หลังจากจดทะเบียนหย่า ตั้งแต่วันที่ 13 ม.ค. 2560 ตอนแรกเหมือนจะตกลงกันรู้เรื่อง ไม่ได้มีปัญหาอะไร แต่หลังจากหย่าแล้วนายสามารถอดีตสามีกลับคำ ทำให้ไม่สามารถแบ่งสินสมรสกันได้ลงตัว ที่อ้างว่าไม่มีเงินแล้วทำไมไม่คุยกัน แถมยังบอกกับตนเองว่าให้ไปฟ้องเอาทรัพย์สินได้เลย แม่ของภรรยาอีกคนได้เตรียมทนายไว้แล้ว พี่ไม่ได้เสียเปรียบ หนี้สินที่มีก็เป็นการกู้ร่วมกันมาทำค่ายมวยด้วยกัน คนเรามันเลิกกันแล้วก็ควรจะเคลียร์กัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่ผ่านมาศาลเยาวชนและครอบครัวกลางก็เคยเชิญเรามาไกล่เกลี่ยกัน แต่นายสามารถไม่เคยมา ส่วนทนายที่ส่งมาไกล่เกลี่ยก็พูดออกมาว่านายสามารถบอกมาว่าไม่สามารถตกลงอะไรกันได้ นอกจากจะจ่ายเงินแค่ 1 ล้านบาท บ้านที่เป็นชื่อตนในขณะนี้จะให้ตนออกไปโดยได้เงินแค่ 1 ล้านบาท ทั้งที่เราสร้างมาด้วยกัน อยากทำบ้านทำค่ายมวยก็เป็นชื่อกู้รวมกัน ทุกสิ่งอย่างทำแบบนี้ไม่มีใครรู้สึกว่ามันแฟร์ มันไม่เป็นธรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จนกระทั่ง วันที่ 22 ส.ค. 2560 นายสามารถบอกกับตนเองว่าต้องการขายค่ายมวย ที่ร่วมกู้ สร้างมาด้วยกัน เพื่อนำเงินมาชำระหนี้ที่มีร่วมกัน แล้วนำเงินที่เหลือมาแบ่งกัน แต่หลังจากนั้นก็มีการกลับคำไม่ยอมขายค่ายมวย และต้องการดำเนินการต่อเพียงคนเดียว ตนเองจึงได้ฟ้องต่อศาลตั้งแต่ปี 2560 ที่ผ่านมาศาลได้นัดเพื่อไกล่เกลี่ย 3-4 ครั้ง แต่อดีตสามีไม่เคยเดินทางมาเลย ส่งเพียงทนายความมาดำเนินการโดยเสนอเงินให้เพียง 1 ล้านบาทเท่านั้น และพยายามหลบหน้าตน ไม่สามารถติดต่อได้ ตนเองรู้สึกไม่ยุติธรรม เพราะหนี้สินที่กู้แบงก์มาก็ยังเป็นชื่อกู้ร่วมกัน โดยที่อดีตสามีไม่ยอมไปติดต่อธนาคารเพื่อเคลียร์เรื่องนี้แต่อย่างใด ในวันนี้ก็ถือเป็นครั้งแรกที่ต้องพบหน้ากันกับอดีตสามี ตนเองก็ไม่สามารถระบุได้ว่าจะเคลียร์กันลงตัวหรือไม่ แต่ก็อยากให้เรื่องนี้จบโดยเร็ว เพราะยืดเยื้อมาเกือบ 2 ปีแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายธงรัช วราสุวรรณ ทนายความ กล่าวว่า&amp;nbsp; เมื่อหย่ากันแล้ว สามารถที่จะตกลงแบ่งสินสมรสกันได้ แต่เมื่อไม่สามารถทำตามข้อตกลง จำเป็นต้องฟ้องตามกฎหมาย เพื่อแบ่งตามสิทธิส่วน เงื่อนไขเป็นอย่างไรขอให้คุยในคดี โดยหลังจากที่เราฟ้องคดีนี้เเล้ว นายสามารถยังได้ฟ้องร้องอีกคดีซึ่งเป็นหนี้สินตัวเดียวกัน เป็นทรัพย์สินนอกสมรส ซึ่งเรามองว่าเป็นการฟ้องซ้ำในคดีที่เราเป็นโจทก์อยู่ วันนี้ศาลจึงกำหนดนัดพร้อมทั้งสองคดีเราก็ต้องดูว่าในวันนี้จะมีแนวโน้มอย่างไรหรือจะดำเนินการสืบพยานไปเลย ทรัพย์สินที่ฟ้องจะเป็นที่ดินใน จ.ขอนแก่น ที่นายสามารถยื่นฟ้องแย้งเข้ามาด้วย ที่เราฟ้องคือขอให้แบ่งสินสมรส หากมีการขายที่โจทก์ใช้ที่เหลือก็แบ่งกันเท่านั้นเอง ที่ดินที่ผิดพลาดก็คือที่ใน จ.ขอนแก่น ซึ่งเป็นที่ดินส่วนตัวและเป็นชื่อของมารดา น.ส.วลัยทิพย์ แต่นายสามารถมองว่าเป็นสินสมรสอยู่ 30% ก็ต้องไปว่ากันในศาล ก็ต้องดูว่าวันนี้ศาลจะสั่งไกล่เกลี่ยอีกรอบหรือไม่ เพราะที่ผ่านมานายสามารถไม่ได้มาด้วยตัวเอง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/43942</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฟ้องศาล, ศาลแพ่งมีนบุรี, สามารถ พยัคฆ์อรุณ, อดีตเมีย, แบ่งสินสมรส</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190821/image_big_5d5cf5a9bc117.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>32533</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/03/2019 21:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/03/2019 21:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘ทิม พิธา’ชี้แจงปมแย่งลูกกับ’ต่าย ชุติมา’</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; กลายเป็นประเด็นขึ้นมาทันที เมื่ออดีตนางเอกคนดัง ต่าย ชุติมา &amp;nbsp;ได้โพสต์ข้อความตามหาลูกสาว น้องพิพิม ผ่านทางอินสตาแกรมส่วนตัว เพราะก่อนหน้านี้ได้นัดกับทางอดีตสามีนักการเมืองหนุ่มหล่อจากพรรคอนาคตใหม่ ทิม-พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ว่าจะนำลูกสาวมาส่งให้แต่กลับรอเก้อไร้เงาของทั้งคู่ สุดท้ายทาง ทิม พิธา &amp;nbsp;ก็ได้ออกมาโพสต์ข้อความตอบกลับผ่านอินสตาแกรมส่วนตัว โดยแจ้งว่าลูกสาวปลอดภัยดี และอยากให้อีกฝ่ายปฏิบัติตามคำสั่งศาลน่าจะดีที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; งานนี้ทำเอาหลายคนเริ่มสับสนถึงสถานะระหว่าง ต่าย ชุติมา กับทิม พิธา ว่าตอนนี้ยังรักกันดีหรือแยกทางกันไปแล้ว &amp;nbsp;โดยล่าสุดทางด้านของหนุ่มทิมก็ได้ถือโอกาสตั้งโต๊ะแถลงข่าว เพื่อชี้แจงถึงประเด็นดราม่าที่หลายคนยังคงคาใจ โดยยอมรับที่ผ่านมาได้พยายามประคับประคองชีวิตแต่งงานมาอย่างเต็มที่แล้ว แต่เมื่อมาถึงทางตันก็ต้องยอมปล่อยมือ ตอนนี้ขอโฟกัสทุกอย่างที่ลูกสาวเท่านั้น &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;ผมก็ไม่เคยนึกเลยว่า จะมาถึงวันนี้ที่จะต้องมาพูดกับพี่ๆ สื่อมวลชน ด้วยรอยยิ้มที่ฝืน แล้วก็ใจที่หนักอึ้ง ผมเองที่ผ่านมาก็ไม่ได้เป็นคนสาธารณะแต่อย่างใด ครั้งสุดท้ายที่มีบรรยากาศแบบนี้ ก็เมื่อมีงานแต่งงาน แต่ตอนนี้ต้องยอมรับว่าความรักของผมนั้นมันถึงทางตันมาเป็นระยะเวลานาน น่าจะ 13-14 เดือนแล้ว ผมก็พยายามเต็มที่แล้ว ตลอดเวลา 12-13 เดือนที่ผ่านมาที่จะประคับประคอง ไม่ว่าจะด้วยการพูดคุยกันเอง หรือพูดคุยโดยมีผู้ใหญ่ที่เคารพมาช่วยด้วย แล้วก็ไปปรึกษาผู้เชี่ยวชาญทางด้านการสมรสมาตลอด แต่ในที่สุดแล้วก็ไม่สำเร็จ ก็ทำไม่ได้ บทบาทของการเป็นสามีภรรยาก็คงต้องยุติลง แต่ก็ยังเป็นสามีภรรยากันตามกฎหมายอยู่ เพราะว่ายังไม่ได้ไปจดทะเบียนหย่าที่เขตแต่อย่างใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ถึงแม้ว่าบทบาทของการเป็นสามีภรรยาอาจจะไม่ได้ไปต่อ แต่ในความเป็นพ่อเป็นแม่มันยังมีอยู่ แล้วก็ยังมีความหวังว่าอยากจะเป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน แล้วก็ช่วยกันเลี้ยงลูกต่อไปให้ได้ แน่นอนว่าในปัจจุบันคงเห็นว่ามันมีความขัดแย้งอยู่ชัดเจน ก็คงปฏิเสธตรงนี้ไม่ได้ แต่ต้องเข้าใจว่าชีวิตคนเรามันมีบางเรื่อง ที่เหตุผลมันแก้ไขไม่ได้ แล้วบางเรื่องที่เหตุผลมันแก้ไขไม่ได้ สิ่งที่จะแก้ได้คือเวลา มันจะนานเท่าไหร่เราก็คงต้องอดทนแล้วก็พยายามมี่จะแก้ไขมันต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สิ่งเดียวที่ห่วงมากที่สุดก็คือลูก ก็เป็นห่วงกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น แต่ผมคงไม่ลงรายละเอียด เพราะอยู่ในชั้นศาลหมดแล้ว ต้องยอมรับว่าพิพิม(ลูกสาว)ก็ได้รับผลกระทบ อาจมีเรื่องความเครียดหรือความสับสน จากความผิดของพ่อและแม่เอง ผมจะปล่อยให้ลูกมารับกรรมจากความไม่เข้าใจของผู้ใหญ่ไม่ได้ การที่เขาต้องเก็บกระเป๋าย้ายบ้านใหม่ทุกๆ 5 วันโดยไม่มีเหตุผลอธิบาย จะสร้างความสับสนให้กับลูกขนาดไหน ผมก็พยายามพูดคุยกับทางคุณแม่ว่า ช่วยกำหนดวิธีเลี้ยงลูกให้มีเสถียรภาพกันเถอะ ผมเองไม่เห็นด้วยที่ลูกจะต้องย้ายไปอยู่ที่บ้านนั้น 5 วัน แล้วย้ายไปบ้านนี้ 5 วัน เลยพยายามคุยกันแต่ก็ยังไม่สำเร็จ แล้วเมื่อถึงจุดที่ต้องเลือกระหว่าง การพูดคุยต่อไปกับการปกป้องลูก &amp;nbsp;ผมเลยตัดสินใจที่จะต้องฟ้องหย่าเมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ฟ้องหย่าเพื่อขอสิทธิ์ในการเลี้ยงดูบุตรและเพื่อที่จะสามารถคุยกันได้รู้เรื่อง ถึงจะมีศึกก็ไม่ได้หมายความว่าผมจะใช้สิทธิ์ในการบังคับอะไร แต่ว่ามันถึงจุดที่เราจะต้องปกป้องสิทธิ์ของพิพิม พอมีการฟ้องหย่ากันก็มีการไต่สวนไปเมื่อเดือน ก.พ. ที่ผ่านมา ซึ่งคุณต่ายไม่ได้มาตามนัดศาล เลยเป็นการไต่สวนและดูหลักฐานของผมฝ่ายเดียว ศาลได้พิพากษาให้หย่าขาด แต่ว่ายังไม่ได้ไปจดทะเบียนที่เขต และพิพากษาให้สิทธิ์ปกครองบุตรกับผมแต่เพียงผู้เดียว แต่คุณต่ายไม่มาตามนัดศาล และคุณต่ายจะขออุทธรณ์รื้อคดีใหม่อีกรอบ ซึ่งไม่เป็นไรให้เป็นไปตามกระบวนการศาล &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ถ้าถามว่า ณ วันนี้ยังรักกันอยู่ไหมมันคงเป็นความหวังดีที่มีต่อกันและกัน บทบาทของสามีภรรยาก็คงต้องยุติไปอย่างนั้นจริงๆ ความรักมีหลายแบบไม่จำเป็นต้องในเชิงโรแมนติก ตอนนี้ต้องเข้าใจว่าครอบครัวผมก็ไม่ต่างจากคนอื่น เวลาที่มีปัญหาตอนแรกมันไม่สามารถพูดคุยกันได้ เป็นเรื่องธรรมดาของคนที่มาถึงทางตัน ไปต่อไม่ไป ต้องถอยคนละก้าว ยังยินดีที่จะเป็นเพื่อนกันคอยดูแลช่วยเหลือซึ่งกันและกันในลักษณะนั้นเสียมากกว่า ตอนนี้มีอะไรที่อยากจะฝากถึงเขาไหม &amp;nbsp;ก็ไม่ได้ต่างจากข้อความที่ส่งไปหาเขา ก็คิดว่ามานั่งคุยกันเถอะ สองคน นึกถึงตอนที่เริ่มรักกันใหม่ๆ ก็ได้ &amp;nbsp;เราก็ไม่มีใครสมบูรณ์แบบไปซะทุกอย่างแต่ก็คิดว่ายังมีข้อดีอยู่บ้าง ก็พยายามมองในมุมนั้น ลองพยายามพูดคุยกันอีกสักรอบหนึ่ง อยากให้มีสติเยอะๆ แล้วเรามาพูดคุยกันว่ามันจะกำหนดได้ไหม วิธีที่จะอยู่กันอย่างมีเสถียรภาพต่อไป&amp;rdquo; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอบคุณภาพจากอินสตาแกรม @tye_chutima @tim_pita&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/32533</URL_LINK>
                <HASHTAG>ต่าย ชุติมา, ทิม พิธา, นักการเมือง, นางเอก, น้องพิพิม, พรรคอนาคใหม่, ฟ้องศาล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190329/image_big_5c9e2affac73d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>29512</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/02/2019 21:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/02/2019 21:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>16 มลรัฐฟ้องศาลระงับคำประกาศภาวะฉุกเฉินของ &#039;ทรัมป์&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;รัฐบาลท้องถิ่น 16 มลรัฐของสหรัฐจับมือกันยื่นฟ้องรัฐบาลประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ต่อศาลรัฐบาลกลางในรัฐแคลิฟอร์เนียเมื่อวันจันทร์ คัดค้านการประกาศภาวะฉุกเฉินแห่งชาติของทรัมป์เมื่อวันศุกร์ที่แล้ว เพื่อดึงงบประมาณจากส่วนอื่นๆ มาใช้สำหรับก่อสร้างกำแพงกั้นชายแดนเม็กซิโก โดยระบุว่าขัดต่อรัฐธรรมนูญ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาพ AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประธานาธิบดีทรัมป์ประกาศภาวะฉุกเฉินแห่งชาติเมื่อวันศุกร์ที่ 15 กุมภาพันธ์ 2562 ด้วยวัตถุประสงค์เพื่อใช้อำนาจภายใต้คำประกาศนี้ดึงงบประมาณจากส่วนอื่นมาใช้ในการก่อสร้างกำแพงโดยไม่ต้องขอความเห็นชอบจากสภาคองเกรส ซึ่งปฏิเสธจะอนุมัติงบ 5,600 ล้านดอลลาร์ตามที่ทรัมป์ต้องการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำฟ้องที่ยื่นต่อศาลแขวงเขตเหนือของรัฐแคลิฟอร์เนียเมื่อวันจันทร์กล่าวว่า คำสั่งของประธานาธิบดีทรัมป์ขัดแย้งกับบทบัญญัติรัฐธรรมนูญที่ว่าด้วยการออกกฎหมายและการจัดสรรงบประมาณรายจ่าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฮาเวียร์ เบเซอร์รา อัยการรัฐแคลิฟอร์เนียสังกัดพรรคเดโมแครต กล่าวผ่านแถลงการณ์ว่า รัฐแคลิฟอร์เนียและอีก 15 รัฐ ยื่นฟ้องร้องประธานาธิบดีทรัมป์ต่อศาลในวันจันทร์ ซึ่งเป็นวันประธานาธิบดี เพื่อขอให้ศาลขัดขวางการใช้อำนาจประธานาธิบดีในทางที่ผิดของทรัมป์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;พวกเรายื่นฟ้องประธานาธิบดีทรัมป์ เพื่อหยุดยั้งเขาจากการถือวิสาสะปล้นเงินภาษีของประชาชนที่สภาคองเกรสกันสำหรับประชาชนในรัฐของพวกเขาตามด้วยกฎหมาย สำหรับพวกเราส่วนใหญ่แล้ว ที่ทำงานของประธานาธิบดีไม่ใช่โรงละคร&amp;quot; เบเซอร์รากล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เบเซอร์รากล่าวไว้เมื่อวันอาทิตย์ว่า ทั้ง 16 มลรัฐมีจุดยืนทางกฎหมายตรงกัน เนื่องจากรัฐเหล่านี้มีความเสี่ยงที่จะต้องสูญเสียเงินงบประมาณที่เตรียมไว้สำหรับโครงการทางทหาร, ความช่วยเหลือบรรเทาภัยพิบัติ และวัตถุประสงค์อื่นๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทำเนียบขาวกล่าวว่า ด้วยอำนาจตามคำประกาศภาวะฉุกเฉินนี้ รัฐบาลสามารถดึงงบประมาณ 6,600 ล้านดอลลาร์จากแหล่งอื่นๆ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นงบกระทรวงกลาโหม มาใช้จ่ายได้ แต่คำฟ้องชี้ว่าการดึงงบเหล่านี้มาจะกระทบต่อการดำเนินการภายในมลรัฐ เช่นการปราบยาเสพติด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีนักวิจารณ์หลายคน ซึ่งรวมถึง ส.ว.พรรครีพับลิกันของทรัมป์เอง เตือนไว้ว่า จากการประกาศภาวะฉุกเฉินแห่งชาตินี้ ทรัมป์ได้เปิดประตูไว้ให้ประธานาธิบดีคนอื่นในอนาคตเจริญรอยตามในแบบเดียวกัน เมื่อเขาไม่สามารถของบประมาณจากคองเกรสได้ตามที่ต้องการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีกล่าวว่า หากมลรัฐเหล่านี้ชนะคำสั่งศาลเพื่อให้คุ้มครองชั่วคราว คดีนี้อาจสู้กันไปถึงศาลสูงสุด ซึ่งจะสร้างแบบอย่างของการเผชิญหน้าเรื่องการแบ่งแยกอำนาจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มลรัฐที่ยื่นฟ้องร้องร่วมกันในครั้งนี้ ประกอบด้วย รัฐแคลิฟอร์เนีย, โคโลราโด, คอนเนตทิคัต, เดลาแวร์, ฮาวาย, อิลลินอย, เมน, แมริแลนด์, มิชิแกน, มินนิโซตา, เนวาดา, นิวเจอร์ซีย์, นิวเม็กซิโก, นิวยอร์ก, ออริกอน และเวอร์จิเนีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำฟ้องเพื่อขอให้ศาลมีคำสั่งห้ามดำเนินการนี้ ระบุว่า มลรัฐเหล่านี้ต้องการคุ้มครองประชาชน, ทรัพยากรทางธรรมชาติ และผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจของรัฐตน จากความไม่แยแสอย่างโจ่งแจ้งของประธานาธิบดีโดนัลด์ เจ. ทรัมป์ ต่อหลักแห่งการแบ่งแยกอำนาจโดยพื้นฐานที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญสหรัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำฟ้องนี้ยังตั้งคำถามถึงนิยามภาวะฉุกเฉินแห่งชาติ ที่ทรัมป์อ้างถึงปัญหาการข้ามแดนอย่างผิดกฎหมาย ทั้งที่มีบันทึกไว้ว่าข้อมูลจากหน่วยงานในรัฐบาลของเขาไม่ยืนยันว่าสถานการณ์อยู่ในขั้นภาวะฉุกเฉิน ไม่ว่าข้อมูลของสำนักงานศุลกากรและป้องกันชายแดนที่ระบุว่าจำนวนคนเข้าเมืองผิดกฎหมายต่ำที่สุดในรอบ 45 ปี หรือกระทรวงการต่างประเทศที่ยอมรับว่าไม่มีหลักฐานว่าผู้ก่อการร้ายเดินทางเข้าสหรัฐผ่านชายแดนภาคใต้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/29512</URL_LINK>
                <HASHTAG>16 มลรัฐ, งบสร้างกำแพง, ฟ้องศาล, ภาวะฉุกเฉินแห่งชาติ, โดนัลด์ ทรัมป์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190219/image_big_5c6c077541967.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>15182</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/08/2018 12:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/08/2018 12:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศาลรับฟ้อง&#039;ปั๊ม  เอเอฟ&#039;เดินหน้าเอาผิด“ไฮโซสาว” </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; คเณศณัฎฐ์ สุขศิริภูวดล หรือ ปั้ม เอเอฟ พร้อมด้วยทนายความ เผยรายละเอียดของการเดินหน้าฟ้องร้อง ไฮโซสาวคนดัง หลังโดนหลอกให้โอนเงินและสั่งจ่ายเช็ค โดยอ้างว่าจะชำระหนี้คืนให้ร่วม 6 ล้านบาท สุดท้ายเช็คเด้ง ณ ศาลแขวงนนทบุรี &amp;nbsp;โดยศาลได้ออกหมายนัดไต่สวนมูลฟ้อง ในวันที่ 16 ตุลาคม 2561 เวลา 13.30 น.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยปั้ม เอเอฟ &amp;nbsp;กล่าวว่า เหตุการณ์นี้ เกิดขึ้นประมาณเดือนมกราคมที่ผ่านมา โดยทาง ดร.คนนี้ ได้เข้ามามีทีท่าว่าสนใจจะขอซื้อที่ดินที่ผมดูแลอยู่ ซึ่งอยู่ย่านจรัลสนิทวงศ์ 96/1 มีพื้นที่ประมาณ 4-5 ไร่ ตั้งราคาเอาไว้ที่ 513 ล้านบาท ดร.คนนี้ อ้างว่าจะซื้อเลย โดยไม่ต่อราคาสักคำ บอกว่าจะเอาไปทำโปรเจกส์ส่วนตัว หลังจากนั้นก็ได้มีการนัดพูดคุยกัน เพื่อทำเรื่องซื้อขายที่ดิน แต่ก็ถูกดึงเวลา โดยอ้างว่าเงินขาดสภาพความคล่อง เพราะต้องทำการแลกเปลี่ยนเงินเป็นตราสารหนี้ของต่างประเทศ &amp;nbsp;&amp;nbsp;ซึ่งการแปลงเงินระหว่างประเทศจะต้องมีค่าใช้จ่าย จึงได้ขอยืมเงินผมไปบางส่วน โดยมีการทำเอกสารหลักฐานไว้ทั้ง หมด รวมถึงเอกสารการกู้ยืม ซึ่งก็มีผู้ใหญ่ดูแลให้อยู่ตลอด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ต่อมา ดร.คนนี้ ก็ได้ส่งสำเนาตราสารหนี้ของธนาคารแห่งหนึ่งมาให้ดู เหมือนเป็นการสร้างมั่นใจเพิ่มขึ้น แล้วทำการขอยืมเงินทีละเล็กทีละน้อย จากนั้นจึงค่อยๆ เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แล้วก็หาเคลียร์คืนไม่ได้ จนตอนหลังจึงได้ออกเป็นเช็คค้ำประกันให้ผม พร้อมกับทำสัญญาเงินกู้เอาไว้ แต่ปรากฏว่าตั้งแต่เดือนมกราคมจนถึงตอนนี้เดือนสิงหาคม ผมยังไม่เคยรับเงินคืนแม้แต่บาทเดียว พอทวงเงินไป ก็มีการมาข่มขู่ โทรไปบอกแม่ผมว่า ถ้าไปฟ้องเขาจะทำอย่างนั้นอย่างนี้ แถมเงินก็จะได้คืนช้าเข้าไปอีก ซึ่งเช็คที่เขียนให้มาแต่ละใบ ก็เป็นเช็คเด้งทั้งนั้น เงินในบัญชีไม่พอจ่ายและโดนอายัดการสั่งจ่ายเอาไว้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;ตราศาลหนี้ที่นำมาใช้อ้าง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การที่ผมให้เขายืมเงินในครั้งนี้ ก็เพราะหวังผลประโยชน์และครับ อยากจะขายที่ตรงนั้นได้ พูดตรงๆ ก็คือ เหมือนเป็นค่าบริการแลกเปลี่ยน แต่พอเขาบอกว่า เงินยังไม่พอ ผมก็คิดว่า ถ้าให้เงินตรงนี้ไปหมุนสภาพคล่อง เขาเอามาซื้อที่ดิน เราก็ได้เงินคืน พร้อมเปอร์เซ็นต์การขายที่อีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; บางคนอาจจะมองว่าผมโง่ แต่ถ้าใครอยู่ในสถานการณ์ตรงนั้น บอกได้เลยว่า เขาเป็นคนที่พูดเก่งมาก พรีเซนต์ตัวเองว่า รู้จักคนใหญ่คนโตหลายท่าน และสิ่งที่เขาพูดให้ผมฟัง พอไปปรึกษาผู้ใหญ่ที่ทำธุรกรรมทางด้านนี้ มันก็ตรงกัน มีการพาไปที่แบงก์ แต่ผมก็ไม่รู้ว่าตั๋วเงินอันนี้เป็นของเขาจริงหรือเปล่า รู้แต่ว่าเป็นตั๋วเงินตราระหว่างประเทศ คือผมไม่รู้ว่าเขาทำตรงนี้จริงๆ หรือเปล่า ที่ผ่านมาผมพยายามพูดคุยกับเขาตลอด แต่ก็โดนบ่ายเบี่ยงมาตลอด ไม่มีความคืบหน้าใดๆ ทั้งสิ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;ตราศาลหนี้ที่นำมาใช้อ้าง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ตอนนี้ผลกระทบเรื่องนี้ ส่งผลถึงครอบครัว โดยเฉพาะคุณพ่อ ซึ่งท่านไม่ค่อยสบายอยู่แล้ว พอเกิดเรื่องนี้ขึ้น ก็เลยยิ่งล้มป่วยหนัก เพราะท่านเป็นคนเดียวที่เตือนผมเรื่องนี้ว่าไม่อยากให้เอาเงินให้ ดร.คนนี้ยืม จนเกิดปัญหาขึ้นในที่สุด ขณะที่ตัวผมเองก็ป่วยเป็นโรคซึมเศร้าด้วยเช่นกัน เหตุเพราะอารมณ์แกว่งอยู่ตลอดเวลา บวกกับความเครียดในเรื่องการเงิน เลยเกิดภาวะซึมเศร้า เริ่มร้องไห้บ่อยขึ้น รู้สึกเศร้าอยู่ตลอดเวลา ไปปรึกษาหมอ หมอก็บอกว่า เป็นโรคซึมเศร้าระยะเริ่มต้น ต้องทานยารักษาอาการนี้อยู่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การมาฟ้องศาลในครั้งนี้ ผมก็มั่นใจว่าจะต้องได้เงินคืน หรือชนะคดีแน่ๆ เหตุเพราะผมมีหลักฐานครบถ้วนทุกอย่าง หลังจากนี้คงต้องต้องปรึกษากับ ทนายเพลิง-พีรนัทธ์ วงศ์สวัสดิ์ ซึ่งมีประสบการณ์ผ่านการว่าความคดีใหญ่ในประเทศไทยมาหลายคดี ว่าจะสามารถฟ้องเพิ่มเติมในส่วน อื่นได้อย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;ตราศาลหนี้ที่นำมาใช้อ้าง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ด้าน ทนายเพลิง-พีรนัทธ์ วงศ์สวัสดิ์ กล่าวว่า สำหรับคดีนี้ คงต้องทำการตรวจสอบเอกสารในส่วน อื่นที่ผู้ต้องหาดังกล่าวนำมาแส ดง เพื่อให้แน่ชัดว่า เอกสารดังกล่าวเป็นเอกสารที่แท้จริงหรือไม่ หากเป็นเอกสารปลอม และนำมาใช้ ก็จะผิดตามกฎหมายอาญาเรื่องการปลอมและใช้เอกสารปลอม หากเป็นเอกสารราชการ ก็จะดำเนินการอีกครั้งหนึ่ง &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วนประเด็นฉ้อโกง ก็คงต้องดูควบคู่กันไป และหากเป็นกรณีที่นำเอกสารมาแสดงในโซเชียล แม้กระทั่งทาง LINE และเอกสารดังกล่าวเป็นข้อมูลเท็จทั้งหมด ก็จะผิดตามพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ รวมถึงการฉ้อโกงประชาชนด้วย แล้วแต่ก็กรณีไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;ตราศาลหนี้ที่นำมาใช้อ้าง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/15182</URL_LINK>
                <HASHTAG>คเณศณัฎฐ์ สุขศิริภูวดล, ปั้ม เอเอฟ, ฟ้องศาล, เอเอฟ 5</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180811/image_big_5b6e7421d6606.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
