<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>111790</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/08/2021 08:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/08/2021 08:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> ไพศาล ชี้ช่อง ประชาชนมีโอกาสฟ้องเจ้าหน้าที่รัฐ หากเสียหายจากการถูกปิดสื่อ- โซเชียลมีเดีย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 ส.ค. 2564 &amp;nbsp;นายไพศาล พืชมงคล อดีตกรรมการผู้ช่วยรองนายกรัฐมนตรี (พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในบรรดาการกระทำทั้งหลายของเจ้าหน้าที่ของรัฐนั้น!!!&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยปกติประชาชนจะไม่อยู่ในฐานะเป็นผู้เสียหายโดยตรง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จึงไม่อาจนำคดีขึ้นสู่ศาลได้เอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บัดนี้ ข้อกำหนดตามสถานการณ์ฉุกเฉินในเรื่องเกี่ยวกับ การปิดสื่อและ Social Media ได้เปิดโอกาสกว้างแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ใครก็ตาม ที่ได้รับความเสียหายหรือถูกดำเนินคดี ก็จะมีฐานะเป็นผู้เสียหายตามกฎหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สามารถนำคดีขึ้นฟ้องต่อศาลปกครองหรือศาลอาญาคดีทุจริตได้!!!!&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เป็นช่องทางอันวิเศษ ในการใช้สิทธิ์ทางศาลกับคนมีอำนาจหน้าที่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งเป็นโอกาสที่หาได้ยากยิ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และต่อหน้าศาลสถิตยุติธรรม ไม่ว่าใครก็ตาม ถ้าทำผิดร้ายแรง ก็มีโอกาสติดคุกและพ้นจากตำแหน่งได้ง่ายๆ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ศาลคือที่พึ่งแหล่งสุดท้ายของประชาชน&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สํานักไหนหมายชูประเทศชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้วยอำนาจปกครองให้ผ่องเฟื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สํานักนั้นธรรมศาสตร์และการเมือง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ก่อรุ่งเรืองสมบูรณ์เขตประเทศไทย!!!&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/111790</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายไพศาล พืชมงคล, ปิดสื่อและ Social Media, ฟ้องศาลปกครอง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210502/image_big_608dffeda759a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>90629</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/01/2021 10:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/01/2021 10:56</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ศรีสุวรรณ&#039;ยื่นฟ้องกทม.เพิกถอนคอนโดซอย20มิถุนาตั้งในซอยแคบผิดกฎหมาย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
22 ม.ค.64 - เมื่อเวลา 9.00 น.ที่ศาลปกครองกลาง นายศรีสุวรรณ จรรยา นายกสมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน ได้เป็นตัวแทนชาวบ้านในซอย 20 มิถุนา แยก 5 เดินทางมาศาลปกครองกลางเพื่อยื่นฟ้อง ผู้ว่า กทม. และ ผอ.เขตห้วยขวาง ฐานใช้อำนาจโดยมิชอบด้วยกฎหมาย และละเลยการปฏิบัติหน้าที่ กรณีปล่อยให้มีการก่อสร้างคอนโดมิเนียมขนาดใหญ่ 3 อาคารในพื้นที่ซอยดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ถนนหน้าโครงการก่อสร้างคอนโดฯดังกล่าว มีขนาดเล็กและแคบ มีความกว้างไม่ถึง 6 เมตรตลอดสาย เมื่อวัดจากตรงพื้นที่ชิดข้างโครงการติดรั้วถึงฝั่งตรงข้ามถนนชิดรั้วบ้านอีกฝั่งถนน แต่ถ้าวัดจากขอบถนนทั้งสองฝั่งมีขนาดความกว้างเพียง 4 เมตร ซึ่งทำให้รถดับเพลิงขนาดใหญ่ รถยนต์ของประชาชนทั่วไปวิ่งสวนกันแทบไม่ได้ เพราะเป็นทางตันเข้าออกได้ทางเดียว ซึ่งแต่เดิมเป็นถนนส่วนบุคคล ต่อมาได้มีการยกพื้นที่ถนนให้กับทางกรุงเทพมหานครให้เป็นถนนสาธารณะ ทำให้ กทม.ย่ามใจใช้อำนาจในทางมิชอบ อนุญาตให้ผู้ประกอบการมาก่อสร้างอาคารสูง คอนโดมิเนียมในซอยดังกล่าวไปโดยไม่เคยบอกกล่าวหรือปรึกษาหารือชาวบ้านในพื้นที่ดังกล่าวเลย ทั้งๆที่เป็นซอยที่แคบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ชาวบ้านได้ลงขันกันว่าจ้างบริษัทเอกชนมาทำการสำรวจและวัดความกว้างของถนนซอย 20 มิถุนา แยก 5 ตามหลักวิชาการปรากฎว่ามีความกว้างของผิวการจราจรเฉลี่ยเพียง 4.86 เมตร แต่ขนาดถนนหากรวมร่องระบายน้ำด้วยแล้วความกว้างของซอยดังกล่าวจะมีเฉลี่ย 5.58 เมตรเท่านั้น ไม่ถึง 6 เมตรตามที่กฎกระทรวง และ พรบ.ควบคุมอาคาร 2522 หรือกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องกำหนด หรือไม่เป็นไปตามข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่อง การควบคุมอาคาร 2544 ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนั้น คอนโดดังกล่าวก่อให้เกิดปัญหาน้ำท่วมขังในซอย 20 มิถุนา แยก 5 เนื่องจากในชอยดังกล่าวท่อระบายน้ำทิ้งหรือท่อน้ำเสียมีขนาดเล็กมากความกว้างของหน้าท่อประมาณ 30 ซม.เท่านั้น และในซอยดังกล่าวมีท่อระบายน้ำอยู่เพียงด้านเดียว ไม่สามารถรองรับน้ำเสียที่ระบายออกมาจากคอนโดฯพิพาทดังกล่าว ที่มีห้องชุดอยู่อาศัย 544 ห้อง เป็นห้องชุดเพื่อการพาณิชย์(ร้านค้า)จำนวนอีก 5 ห้องได้ ทำให้น้ำเสียที่ระบายออกมาสู่ท่อสาธารณะเอ่อล้นท่วมบริเวณถนนในซอยดังกล่าว และหากมีกรณีฝนตกลงลงมาด้วยแล้ว ยิ่งซ้ำเติมปัญหาให้เกิดน้ำท่วมขังในซอยดังกล่าวมากยิ่งขึ้น ซึ่งเป็นแหล่งเพาะเชื้อโรคเข้าสู่ร่างกายของประชาชนที่เหยียบย่ำไปในน้ำเสียดังกล่าว และน้ำเสียที่เอ่อล้นดังกล่าวก่อให้เกิดกลิ่นเหม็น เป็นอันตรายต่อสุขภาพอนามัยของประชาชนโดยรวมด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรณีที่เกิดขึ้นชาวบ้านในซอยดังกล่าวร้องเรียนเขตห้วยขวาง และผู้ว่า กทม.มาอย่างต่อเนื่องแต่ก็ไม่เป็นผล จึงนำความมาร้องเรียนสมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน ให้ช่วยเป็นธุระในการฟ้องคดีต่อศาลปกครอง เพื่อเพิกถอนใบอนุญาตคอนโดดังกล่าวต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/90629</URL_LINK>
                <HASHTAG>คอนโดซอย20มิถุนา, นายศรีสุวรรณ จรรยา, พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร, ฟ้องศาลปกครอง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210122/image_big_600a4bd9ac660.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>71316</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/07/2020 16:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/07/2020 16:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;จืด เข็มทอง&#039; นักอนุรักษ์เดินนับไม้หมอนรถไฟจากสุรินทร์ แฉกลับกองทุนพัฒนาสื่อฯผิดสัญญาผลิตหนัง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;เข็มทอง โมราษฎร์&amp;quot; เดินเท้านับไม้หมอนรถไฟจาก จ.สุรินทร์ไปศาลปกครอง กรุงเทพฯ เรียกร้องขอความเป็นธรรม หลังถูกกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยฯ กล่าวหาผลิตหนังกึ่งสารคดี &amp;quot;นกเงือกเทือกเขาบูโด&amp;quot; ไม่ตรงตามสัญญา ทั้งที่ส่งงานตามงวด แต่เป็นฝ่ายได้รับเงินล่าช้า &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 ก.ค.63 -&amp;nbsp;นายเข็มทอง โมราษฎร์&amp;nbsp;อายุ&amp;nbsp;54&amp;nbsp;ปี หรือ ครูจืด นักอนุรักษ์ธรรมชาติ และผู้กำกับภาพยนตร์และละคร&amp;nbsp;ได้เดินเท้าโดยการนับไม้หมอนรถไฟจาก จ.สุรินทร์ ผ่านสถานีรถไฟบุรีรัมย์ มุ่งหน้าปลายทางที่ศาลปกครอง กรุงเทพมหานคร เพื่อไปให้การแก้คำฟ้อง และเป็นการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ในการต่อสู้เรียกร้องขอความเป็นธรรม&amp;nbsp;หลังจากได้ถูกกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์&amp;nbsp;ฟ้องศาลปกครอง กล่าวหาว่า &amp;quot;ไม่ได้ส่งงานตามงวด และเรียกเงินคืนจำนวน 800,000 บาท&amp;quot;&amp;nbsp;สืบเนื่องจากที่ทางกองทุนพัฒนาสื่อสร้างสรรค์ฯ ได้ให้ทุนผลิตภาพยนตร์กึ่งสารคดีเรื่อง &amp;quot;นกเงือกเทือกเขาบูโด&amp;nbsp;(TheBeautifulHornbills)&amp;quot;&amp;nbsp;เมื่อปี&amp;nbsp;2560-2561&amp;nbsp;วงเงิน&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;ทำสัญญาแบ่งจ่าย&amp;nbsp;4&amp;nbsp;งวด งวดแรก&amp;nbsp;10&amp;nbsp;เปอร์เซ็นต์ อีก&amp;nbsp;3&amp;nbsp;งวดๆ ละ&amp;nbsp;30&amp;nbsp;เปอร์เซ็นต์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเข็มทอง&amp;nbsp;ยืนยันว่า ตนเองได้ผลิตงานส่งครบตามกำหนดทั้งงวดที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;และงวดที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;แต่งวดที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ทางกองทุนสื่อสร้างสรรค์ไม่จ่ายเงินให้ตรงตามสัญญา&amp;nbsp;ซึ่งมีอีกหลายคนที่ได้รับเงินกองทุนไปผลิตหนังและประสบปัญหาในลักษณะเดียวกัน แต่บางคนก็ไปกู้ยืมเงินมาลงทุนผลิตก่อน&amp;nbsp;แต่ตนเองต้นทุนต่ำและไม่อยากมีหนี้สินเพิ่ม&amp;nbsp;จึงตัดสินใจทำหนังสือทวงถามไปยังทางกองทุนสื่อสร้างสรรค์ฯ กระทั่งยอมจ่ายเงินงวดที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ให้&amp;nbsp;แต่พองวดที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ผลิตงานเสร็จเงินก็ล่าช้าอีก ตนจึงทำหนังสือขอยกเลิกสัญญา&amp;nbsp;เพราะกองทุนเป็นฝ่ายผิดสัญญาไม่จ่ายเงินตรงตามงวดงาน&amp;nbsp;ซึ่งทางผู้จัดการก็ได้เซ็นอนุมัติยกเลิกงวดงานงวดที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ให้เรียบร้อย&amp;nbsp;ก็หมายถึงว่าตนไม่มีภาระผูกพันกับทางกองทุนสื่อดังกล่าวอีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ต่อมาปี&amp;nbsp;2562&amp;nbsp;มีการตรวจสอบงบประมาณที่เหลือตกค้างอยู่ แต่มีกรณีของตนเองที่ไม่ได้ไปรับเงินส่วนที่เหลือ สุดท้ายทางกองทุนสื่อสร้างสรรค์&amp;nbsp;กลับฟ้องกล่าวหาว่า ตนเองว่าทำงานไม่เสร็จ และจะขอเรียกเงินคืน&amp;nbsp;800,000&amp;nbsp;บาทด้วย&amp;nbsp;ทั้งที่ความจริงแล้วทางกองทุนฯ เป็นฝ่ายผิดสัญญาไม่จ่ายเงินตรงตามงวดงานเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเข็มทอง กล่าวว่าหลังจากได้รับหมายจากศาลปกครอง เมื่อวันที่&amp;nbsp;30&amp;nbsp;มิ.ย.2563&amp;nbsp;ตนเองซึ่งเป็นจำเลยหรือผู้ถูกฟ้อง ให้ทำคำให้การแก้คำฟ้องพร้อมพยานหลักฐาน ภายใน&amp;nbsp;30&amp;nbsp;วันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือ&amp;nbsp;ตนจึงตัดสินออกเดินเท้าจาก จ.สุรินทร์ ไปยังศาลปกครอง กรุงเทพฯ เพื่อไปแก้ข้อกล่าวหา ทั้งเพื่อเป็นการแสดงออกถึงการต่อสู้เรียกร้องขอความเป็นธรรม&amp;nbsp;และอยากให้มีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบระบบการบริหารงานของกองทุนสื่อสร้างสรรค์ดังกล่าวด้วย&amp;nbsp;ว่ามีความโปร่งใส เป็นธรรม และจริงใจในการทำสื่อแบบสร้างสรรค์จริงหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;มีหลายคนที่เจอเหตุการณ์เหมือนผม&amp;nbsp;แต่ไม่กล้าออกมาเรียกร้องความเป็นธรรม เพราะกลัวและไม่อยากมีปัญหา&amp;nbsp;แต่ตนเองยังเชื่อมั่นในความยุติธรรมไม่ว่าสุดท้ายผลจะออกมาเป็นอย่างไร&amp;quot;นายเข็มทอง กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/71316</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์, จังหวัดบุรีรัมย์, นกเงือกเทือกเขาบูโด, ฟ้องศาลปกครอง, เข็มทอง โมราษฎร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200713/image_big_5f0c281bd316e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>68376</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/06/2020 09:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/06/2020 09:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ศรีสุวรรณ&#039; เตรียมนำชาวชุมชนคลองมหาสวัสดิ์ฟ้องศาลปกครอง ระงับสร้างสะพานเอื้อนายทุนหมู่บ้านจัดสรร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 มิ.ย.63 - นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เปิดเผยว่า สมาคมได้รับการร้องเรียนจากชาวบ้านในชุมชนซอยชัยพฤกษ์ 33 เขตตลิ่งชัน ชุมชนพื้นที่ ต.มหาสวัสดิ์ อ.บางกรวย จ.นนทบุรี และพื้นที่ใกล้เคียง รวมทั้งผู้ประกอบการเดินเรือในคลองมหาสวัสดิ์ ซึ่งได้รับความเดือดร้อนและเสียหายอันเนื่องมาจากสำนักการโยธา กทม. และอบต.มหาสวัสดิ์ ได้อนุญาตให้บริษัทเอกชนผู้ประกอบการหมู่บ้านจัดสรร ได้ทำการก่อสร้างสะพานข้ามคลองมหาสวัสดิ์เชื่อมระหว่างเขตตลิ่งชัน กรุงเทพมหานคร และตำบลมหาสวัสดิ์ จ.นนทบุรี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้สะพานข้ามคลองดังกล่าว ไม่เป็นประโยชน์ใดๆต่อชาวบ้านทั้งสองฝั่งแต่อย่างใด หากแต่ได้สร้างความเดือดร้อนและเสียหายให้กับชาวชุมชน ซึ่งทำให้มียานยนต์เข้ามาใช้สะพานมากขึ้น ทำให้ถนนภายในชุมชนที่คับแคบอยู่แล้วเกิดความแออัด ไม่สะดวกต่อการสัญจร รวมทั้งทำให้มิจฉาชีพใช้สะพานดังกล่าวหลบหนีในการลักทรัพย์ในบ้านเรือนประชาชนทั้งสองฝั่งมากยิ่งขึ้น อีกทั้งสะพานดังกล่าวมีความสูงไม่มากนัก ทำให้เรือบริการนักท่องเที่ยวที่ใช้อยู่เป็นประจำไม่สามารถใช้สัญจรผ่านไปได้ เป็นปัญหาและอุปสรรคอย่างมาก เป็นการทำลายวิถีของการท่องเที่ยวโดยทางเรือของผู้ประกอบการสมาคมเรือไทยในพื้นที่คลองดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่สำคัญคลองดังกล่าวกองโบราณคดี กรมศิลปากรได้ยืนยันว่าเป็น &amp;ldquo;โบราณสถาน&amp;rdquo; ตามคำนิยามใน พ.ร.บ.โบราณสถาน โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ 2504 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2535 ม.4 ที่ว่า &amp;ldquo;อสังหาริมทรัพย์ซึ่งโดยอายุหรือโดยลักษณะแห่งการก่อสร้าง หรือโดยหลักฐานเกี่ยวกับประวัติของอสังหาริมทรัพย์นั้นเป็นประโยชน์ในทางศิลป ประวัติศาสตร์ หรือโบราณคดี ทั้งนี้ ให้รวมถึงสถานที่ที่เป็นแหล่งโบราณคดี แหล่งประวัติศาสตร์ และอุทยานประวัติศาสตร์ด้วย&amp;rdquo; ซึ่งคลองมหาสวัสดิ์เป็นคลองที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 โปรดเกล้าฯ ให้ขุดขึ้น เพื่อเชื่อมระหว่างแม่น้ำนครชัยศรีและแม่น้ำเจ้าพระยา และใช้เป็นเส้นทางเสด็จพระราชดำเนินไปนมัสการองค์พระปฐมเจดีย์ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้นการที่สำนักการโยธา กทม. และอบต.มหาสวัสดิ์ใช้อำนาจโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย และละเลยการปฏิบัติหน้าที่ โดยการอนุญาตให้ผู้ประกอบการหมู่บ้านจัดสรร ซึ่งสร้างหมู่บ้านจัดสรรจำหน่าย มาใช้คลองสาธารณะ ซึ่งเป็นคลองที่ขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถาน และเป็นพื้นที่สาธารณะเพื่อประโยชน์ทางธุรกิจของบริษัทในการสร้างจุดขายทางการตลาดได้ โดยไม่คำนึงถึงความเดือดร้อนและเสียหายของประชาชน และไม่เปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการตัดสินใจ ตามที่รัฐธรรมนูญ 2560 และตามที่กฎหมายบัญญัติ สมาคมฯจึงร่วมกับชาวบ้านในการเดินทางไปยื่นฟ้องทั้งสองหน่วยงานดังกล่าวต่อศาลปกครอง ในวันศุกร์ที่ 12 มิ.ย. 2563 เวลา 10.30 น. ณ ศาลปกครองกลาง ถ.แจ้งวัฒนะ เพื่อสั่งให้เพิกถอนและทุบทิ้งสะพานดังกล่าวต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/68376</URL_LINK>
                <HASHTAG>#โบราณสถาน, กรมศิลปากร, คลองโบราณ, ฟ้องศาลปกครอง, ศรีสุวรรณ จรรยา, สะพานข้ามคลองมหาสวัสดิ์, สำนักการโยธา กทม., อบต.มหาสวัสดิ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200611/image_big_5ee195c559aab.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>51303</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/11/2019 08:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/11/2019 08:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ศรีสุวรรณ&#039; จ่อนำชาวราชบุรีฟ้องศาลปกครองระงับฟาร์มเลี้ยงไก่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 พ.ย.62 - นายศรีสุวรรณ จรรยา นายกสมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน เปิดเผยว่า สมาคมฯได้รับการร้องเรียนจากชาวบ้านในพื้นที่หมู่ 2 หมู่ 11 หมู่ 12 ต.รางบัว และหมู่ 10 ต.จอมบึง อ.จอมบึง จ.ราชบุรี ว่าได้รับความเดือดร้อนและเสียหายจากการที่นายกองค์การบริหารส่วนตำบลรางบัว ได้อนุญาตให้อดีตกำนัน ตำบลรางบัว และนายทุนเข้ามาหลอกกว๊านซื้อที่ดินจากชาวบ้าน โดยอ้างว่าจะเข้ามาทำรีสอร์ท แต่ปรากฎว่ากลายเป็นการเข้ามาทำฟาร์มเลี้ยงไก่ขนาดใหญ่ โดยเริ่มปล่อยเลี้ยงแล้วกว่า 5 แสนตัว ทำให้ชาวบ้านเดือดร้อนจากกล่นเหม็น นำเสีย และมีความเสี่ยงต่อการแพร่กระจายของเชื้อโรคไข้หวัดนก หรือเชื้อ H5N1 และเชื้อ H5N8&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ตามข้อบัญญัติองค์การบริหารส่วนตำบลรางบัว เรื่อง การควบคุมการเลี้ยงและปล่อยสัตว์ พ.ศ.2555 และข้อบัญญัติองค์การบริหารส่วนตําบลรางบัว เรื่อง การควบคุมกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ พ.ศ.2552 ประกอบพรบ.การสาธารณสุข พ.ศ.2535 กำหนดไว้ชัดเจนว่า &amp;ldquo;สถานที่เลี้ยงสัตวต้องได้รับความเห็นชอบจากประชาคมหมู่บ้านหรือแหล่งชุมชนในรัศมี 1,500 เมตร เป็นจํานวนไม่น้อยกว่าร้อยละ 75 ของครัวเรือน และต้องไม่ก่อให้เกิดเหตุรําคาญต่อประชาชน หรือแหล่งชุมชนใกล้เคียง&amp;rdquo; แต่ปรากฏว่าฟาร์มเลี้ยงไก่ทั้ง 2 รายมีการจัดทำประชาคมแต่ชาวบ้านไม่เห็นชอบให้ดำเนินการได้ แต่ทว่านายก อบต.รางบัวกลับให้ใบอนุญาตให้เลี้ยงได้ จึงถือได้ว่าเป็นการใช้อำนาจโดยมิชอบด้วยกฎหมาย และละเลยการปฏิบัติหน้าที่โดยชัดแจ้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ด้วยเหตุดังกล่าว สมาคมฯและชาวบ้าน รวมทั้งผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ดังกล่าวนับร้อยคน จึงรวมตัวกันเดินทางไปยื่นคำฟ้องต่อศาลปกครองเพชรบุรี เพื่อยื่นฟ้องนายก อบต.รางบัว ปศุสัตว์จังหวัดราชบุรี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อขอให้ศาลสั่งระงับและเพิกถอนฟาร์มเลี้ยงไก่ดังกล่าวต่อไป โดยจะเดินทางไปยื่นฟ้องในวันศุกร์ที่ 29 พ.ย.2562 เวลา 10.30 น. ณ ศาลปกครองเพชรบุรี ถนนเพชรเกษม ตำบลชะอำ อำเภอชะอำ เพชรบุรี&amp;quot;&amp;nbsp;นายศรีสุวรรณ กล่าวในที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/51303</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฟาร์มเลี้ยงไก่ราชบุรี, ฟ้องศาลปกครอง, ระงับฟาร์มเลี้ยงไก่, ศรีสุวรรณ จรรยา, สมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191128/image_big_5ddf28dfb8441.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>44553</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/08/2019 11:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/08/2019 11:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;วิษณุ&#039; ไม่ห้าม &#039;เซนทรัลวิลเลจ&#039; จ่อเปิดให้บริการระหว่างรอคำสั่งศาล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 ส.ค.62 - ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีเซ็นทรัลวิลเลจ ก่อสร้างทับที่สนามบินสุวรรณภูมิ ว่า ตอนนี้ผู้เกี่ยวข้องกำลังไปดูกันอยู่ และได้ทราบว่าทางบริษัทเซ็นทรัลพัฒนา (ซีพีเอ็น)&amp;nbsp;ได้ไปร้องศาลปกครองให้คุ้มครอง ขณะเดียวกันรัฐบาลก็ไม่ได้นิ่งนอนใจในเรื่องนี้ เพราะไปเกี่ยวพันกับ 3-4 กระทรวง ทั้งกระทรวงคมนาคม ในฐานะที่กำกับดูแลท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ&amp;nbsp;กระทรวงมหาดไทยดูแลเรื่องผังเมือง กระทรวงการคลังดูแลเกี่ยวกับที่ราชพัสดุของกรมธนารักษ์ ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้ให้หน่วยงานเหล่านี้ไปดู โดยนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม ได้แจ้งกับนายกฯไปแล้วว่าจะลงไปดูว่าจะหาทางทำอย่างไรได้บ้าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า หากศาลปกครองยังไม่มีมติออกมาว่าคุ้มครองหรือไม่ ทางซีพีเอ็นจะเปิดให้บริการเซ็นทรัลวิลเลจได้หรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า ก็แล้วแต่เขา ถ้าจะเปิดก็เปิดได้ ถือเป็นการเปิดชั่วคราว ขณะที่ให้ฝ่ายที่เกี่ยวข้องดูแลกันไปก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า เรื่องนี้นายกฯได้ให้ความสนใจและกำชับในที่ประชุม ควรต้องมีการดำเนินการให้ชัดเจนโดยเร็วหรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ความรวดเร็วคงไม่ต้องพูดและบอกกัน เพราะรู้กันอยู่แล้วว่าเขาจะเปิดอยู่แล้ว ปัญหาเฉพาะหน้าเวลานี้เป็นเรื่องที่เขาจะเปิดแล้วมากกว่า ซึ่งเขาก็เชิญแขกรวมถึงทูตานุทูตมากมายในพิธีเปิด ซึ่งจะเปิดไปก่อนแล้วทีหลังจะว่าอย่างไร มันก็สามารถทำได้ ผิดก็ว่าไปตามผิด&amp;nbsp;ถ้าเขาผิดเราก็ต้องดูว่าเขาผิดตรงไหน เพราะเขาอ้างว่าเขาได้รับอนุญาตก่อสร้างถูกต้อง และอ้างว่ากรมทางหลวงได้เคยอนุญาตให้กิจการต่างๆได้เชื่อมต่อเส้นทางแบบนี้มา 30-40 รายแล้ว ส่วนการทางฯ ก็อ้างว่าจะไปกระทบกับการจราจรทางอากาศ มีการคับคั่งของถนน และกระทบกับการขยายเทอร์มินอลต่อไป ซึ่งทั้งหมดนี้จะต้องนำมาพิจารณาชั่งตวงวัดกันให้ดี และสุดท้ายก็ดูว่าความสมเหตุสมผลอยู่ที่อะไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;วันนี้เรื่องใหญ่ที่ต้องดูกันคือ ใครเป็นเจ้าของที่มากกว่า ใครเป็นคนมีสิทธิ์มากกว่าในถนนสายนั้น ซึ่งผมเคยเชิญกรมทางหลวงมาหารือเรื่องนี้เมื่อ 1-2 เดือนมาแล้ว ซึ่งกรมทางหลวงก็บอกว่าเป็นสิทธิ์ของเขา เพราะเขาก็เคยอนุญาตคนอื่นมาแล้ว แต่ขณะเดียวกันก็เป็นปัญหาว่าที่ซึ่งเป็นถนนทุกสายนั้น มันเป็นที่ราชพัสดุ กรมธนารักษ์ก็เข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องด้วย ซึ่งกรมธนารักษ์ที่ถือว่าเป็นเจ้าของก็ต้องไปค้นดูว่าเขามอบอำนาจเรื่องนี้ให้กับการท่าอากาศยานหรือมอบให้กับกรมทางหลวง ซึ่งผมไม่ได้ตามเรื่องนี้มานานแล้ว ก็ต้องปล่อยให้เขาไปว่ากันเอง&amp;rdquo; นายวิษณุกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเคยมาหารือด้วย เพื่อหาทางออกในเรื่องนี้หรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า เคยหารือกันเมื่อเดือนที่แล้ว แต่ได้ให้เขาคุยและหาทางออกกันเอง ตนไม่ได้แนะนำอะไร เมื่อถามว่า เรื่องนี้หากไม่ชัดเจน จะทำให้มีผลกระทบอะไรหรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า ไม่ทราบและไม่ควรพูด &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/44553</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทอท., บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอ็น, ฟ้องศาลปกครอง, วิษณุ เครืองาม, สนามบินสุวรรณภูมิ, เซ็นทรัลวิลเลจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190808/image_big_5d4bdc1a26d64.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>42916</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/08/2019 09:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/08/2019 09:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ศรีสุวรรณ&#039;จ่อร้องนายกฯเอาผิดบอร์ดอีอีซี จัดผังเมืองเอื้อนายทุน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 ส.ค. 62 - นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เปิดเผยว่า ตามที่คณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ &amp;ldquo;บอร์ด EEC&amp;rdquo; ได้มีมติเห็นชอบแผนผังการใช้ประโยชน์ในที่ดิน แผนผังการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและระบบสาธารณูปโภค หรือการจัดทำผังเมือง EEC ไปเมื่อคราวการประชุมวันที่ 5 ส.ค. 2562 ที่ผ่านมา ท่ามกลางการคัดค้านของเครือข่ายภาคประชาชนในพื้นที่ 3 จังหวัดภาคตะวันออกนั้น ทั้งที่ภาคประชาชนและนักวิชาการส่วนใหญ่จะยืนยันว่าการจัดทำแผนผังการพัฒนานั้นยังคงมีปัญหาและขาดการมีส่วนร่วมของประชาชนอย่างมีความหมาย ไม่ได้เป็นไปตามเจตนารมณ์ที่เขียนไว้ใน&amp;nbsp; พ.ร.บ.เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก พ.ศ. 2561 หรือ พ.ร.บ.EEC ที่ว่า &amp;quot;ให้คำนึงถึงความสัมพันธ์กับชุมชน สุขภาวะของประชาชน สภาพแวดล้อม และระบบนิเวศตามหลักการพัฒนาอย่างยั่งยืน&amp;quot; รวมทั้งเป็นการขัดต่อรัฐธรรมนูญ 2560 ม.72(1) ที่บัญญัติไว้ชัดเจนว่า &amp;ldquo;การวางแผนการใช้ที่ดินต้องให้เหมาะสมกับสภาพของพื้นที่และศักยภาพของที่ดินตามหลักการพัฒนาอย่างยั่งยืน&amp;rdquo;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้จากเอกสารแผนผังการใช้ประโยชน์ในที่ดิน หรือผังเมืองรวม EEC ที่สำนักงานคณะกรรมการนโยบายพัฒนาพื้นที่พิเศษภาคตะวันออกนำมาเผยแพร่นั้น ปรากฏโดยชัดแจ้งว่าจะมีการเพิ่มพื้นที่สีม่วง (พื้นที่อุตสาหกรรม) จาก 3% เป็น 5% ซึ่งกระทบต่อพื้นที่สีเขียว (เกษตรกรรม) ในเขต จ.ฉะเชิงเทรา จ.ชลบุรี และ&amp;nbsp; จ.ระยอง เป็นจำนวนมาก และที่สำคัญเป็นการเพิ่มพื้นที่สีม่วงในพื้นที่ที่เคยเป็นพื้นที่สีเขียว แต่มีนายทุนใหญ่ไปกว้านซื้อที่ดินจากชาวบ้านมาในราคาถูกมาดักรอให้ประกาศเป็นพื้นที่สีม่วง อันเป็นการเอื้อประโยชน์กับกลุ่มทุนดังกล่าวโดยชัดแจ้ง จนชาวบ้านไม่อาจยอมรับได้
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
ด้วยเหตุดังกล่าวสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย จึงจำเป็นที่จะต้องนำความไปยื่นคำร้องต่อนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานบอร์ด EEC เพื่อตั้งประเด็นพิพาททางปกครองไว้ เพื่อให้นายกรัฐมนตรีสั่งตั้งกรรมการสอบเลขาธิการ EEC และอธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง และขอให้มีการทบทวนการจัดทำแผนผังการใช้ประโยชน์ในที่ดิน และหรือผังเมือง EEC เสียใหม่ให้อยู่บนพื้นฐานการมีส่วนร่วมของประชาชน ตามข้อเรียกร้องอย่างแท้จริง และหากนายกรัฐมนตรีเพิกเฉย จะได้ใช้เป็นเหตุแห่งการนำคดีขึ้นฟ้องต่อศาลปกครองได้ต่อไป โดยสมาคมฯ และชาวบ้านในพื้นที่ 3 จังหวัดภาคตะวันออก จะเดินทางไปยื่นคำร้องในวันพฤหัสบดีที่ 8 ส.ค. 2562 เวลา 10.00 น. ณ ศูนย์รับเรื่องร้องเรียน ทำเนียบรัฐบาล.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/42916</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขัดรธน., บอร์ดEEC, ฟ้องศาลปกครอง, ร้องนายกฯ, ศรีสุวรรณ, อีอีซี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190807/image_big_5d4a33d3baddb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
