<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>112671</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/08/2021 11:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/08/2021 11:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;โฟกัส&#039;ควงทนายตั้มขึ้นศาล ฟ้องเกรียนคีย์บอร์ดเรียก1ล้าน จ่อคิวอีก32ราย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 ส.ค. 64 - ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก น.ส.โฟกัส จีระกุล ดารานักแสดง พร้อมด้วยนายนายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือทนายตั้ม ได้นำเอกสารหลักฐานมายื่นฟ้องนายสำราญ นุจเจริญ ซึ่งเป็นบุคคลที่โพสต์ข้อความให้ น.ส.โฟกัส ได้รับความเสียหาย ในความผิดฐานหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยนายษิทรา กล่าวว่า&amp;nbsp; วันนี้มาฟ้องเกรียนคีย์บอร์ดที่ได้ไปโพสต์ในกลุ่มข่าวกลุ่มหนึ่ง มีคนเข้ามาคอมเมนต์เป็นจำนวนมาก ทำให้ น.ส.โฟกัส ได้รับความเสียหาย โดยเรารวบหลักฐาน และรายชื่อได้ทั้งหมด 33 คน จะทยอยฟ้อง แต่วันนี้จะยื่นฟ้องนายสำราญก่อน 1 ราย เนื่องจากโพสต์บ่อยกว่าคนอื่นๆ มีชื่อและนามสกุลชัดเจน มีการโพสต์ถึง น.ส.โฟกัสว่าไม่ดี มีการแคปภาพไปว่าในทางเสียหายในเรื่องส่วนตัว จำนวน 2 ครั้ง โดยจะเรียกค่าเสียหาย 1 ล้านบาท ในส่วนของการไกล่เกลี่ย ต้องดูว่าเขามาแล้วสำนึกผิดหรือไม่ แล้วจะมีการเยียวยาอะไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้อีก 32 คน อยู่ระหว่างรวบรวมหลักฐานเรียบร้อยแล้ว วันนี้จะให้ น.ส.โฟกัสดู และตัดสินใจว่าจะดำเนินการ และเรียกค่าเสียหายอย่างไรต่อไป ซึ่งบางคนไม่ได้เข้าข่ายหมิ่นประมาท แต่เข้าข่ายดูหมิ่น ซึ่งมีอัตราโทษแตกต่างกัน ต้องขอปรึกษากันก่อน เราฟ้องเป็นคดีอาญา อย่างไรก็ต้องออกหมายเรียกมาไต่สวนมูลฟ้องอยู่แล้ว หากไม่มา และหากไต่สวน เกิดมีมูล เราก็ต้องออกหมายเรียกอีกครั้ง ถ้าไม่มาก็ต้องออกหมายจับ นี่คือกระบวนการทางศาล อย่างไรเขาก็ต้องมา เพราะเราฟ้องคดีอาญา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน น.ส.โฟกัส กล่าวว่า ความจริงปล่อยมานานแล้ว ไม่คิดว่าจะฟ้องใคร ด้วยสถานการณ์ทางเศรษฐกิจ แต่เขาก็ยังเลือกวิจารณ์เราแบบนี้อยู่ ก็ต้องลองเป็นกรณีตัวอย่างดู ส่วนจะไกล่เกลี่ยกันอย่างไรนั้น อย่างแรกก็ต้องมาเจอกันก่อน มารับฟังข้อกล่าวหา แล้วค่อยว่ากันอีกที ซึ่งอยากให้เป็นกรณีตัวอย่าง จริงๆ อยากรับคำขอโทษเป็นเงินเท่านั้น เพราะเขาจะได้คิดก่อนพูดหรือโพสต์อะไรไป เพราะมันทำให้เราเสื่อมเสียชื่อเสียง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;กัสเป็นเหมือนประชาชนคนหนึ่ง การที่เราจะพูดอะไรออกไป เป็นการวิจารณ์ของเราเอง ส่วนคนอื่นที่มาวิจารณ์กัส ต้องระวังนิดหนึ่ง เพราะมันคือการวิจารณ์ส่วนบุคคล เอาง่ายๆ คือคิดอะไรก่อนพูด หรือพิมพ์ลงไป ไม่อย่างนั้นก็อาจจะต้องเสียเวลา เสียเงินกันแบบนี้&amp;rdquo; น.ส.โฟกัส ระบุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ศาลได้รับคำฟ้องไว้ เป็นคดีหมายเลขดำ 1874/2564 พร้อมนัดไต่สวนมูลฟ้องโจทก์ วันที่ 15 พ.ย. เวลา 13.30 น.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112671</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทนายตั้ม, ฟ้องหมิ่น, ศาลอาญา, เรียก1ล้านบาท, โฟกัส</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210809/image_big_6110af30629ee.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>106302</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/06/2021 10:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/06/2021 10:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;แมท ภีรนีย์&#039;ขึ้นศาลไต่สวนมูลฟ้องคดีเกรียนคีย์บอร์ดหมิ่นประมาท</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 มิ.ย. 64 - เมื่อเวลา 08.20 น. ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ศาลนัดไต่สวนมูลฟ้องในคดีหมายเลขดำ อ.2550-2557/2563 ที่ น.ส.ภีรนีย์ หรือเเมท คงไทย นักเเสดงชื่อดัง ยื่นฟ้อง กลุ่มจำเลยที่โพสต์ข้อความหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา ซึ่งข้อความดังกล่าวทำให้โจทก์ให้ได้รับความเสียหาย เสื่อมเสียชื่อเสียง โดยใส่ร้ายโจทก์ ทำนองว่า โจทก์ชอบแย่งสามีชาวบ้าน และข้อความอื่นๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยในวันนี้ น.ส. ภีรนีย์ เดินทางมาศาลพร้อมทนายความ มีสีหน้ายิ้มเเย้มพร้อมโบกมือทักทายผู้สื่อข่าว ก่อนขึ้นไต่สวนมูลฟ้อง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/106302</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฟ้องหมิ่น, ศาลอาญา, เกรียน, แมท-ภีรนีย์ คงไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210614/image_big_60c6cafadebdb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>85565</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/12/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/12/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘ทอน’ฟ้องแหลก กล่าวหาล้มเจ้า! กกต.ผุดทีมสอบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ฟ้องกราวรูด! ถูกก่อกวนหาเสียง &amp;quot;ช่อ&amp;quot; งัด 6&amp;nbsp; กรณีร้อง กกต. พร้อมจ่อฟ้องหมิ่น 4 บุคคล รมต.ยันอดีตผู้บริหารสื่อกล่าวหาธนาธรล้มเจ้า ขณะที่ 3 บิ๊กก้าวหน้าคอพาดเขียง กกต.ผุด คกก.สืบสวนดำเนินกิจกรรมคล้ายพรรคการเมือง ด้านศึก อบจ.เชียงใหม่เดือด &amp;quot;จตุพร&amp;quot; กระโดดอุ้ม &amp;quot;บุญเลิศ&amp;quot; สางแค้นเพื่อไทยถีบส่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 30 พ.ย.63 ที่ทำการคณะก้าวหน้า ชั้น 5 ตึกไทยซัมมิท น.ส.พรรณิการ์ วานิช&amp;nbsp; กรรมการบริหารคณะก้าวหน้า แถลงถึงการเตรียมยื่นร้องต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กรณีคณะก้าวหน้าถูกก่อกวนระหว่างการหาเสียงเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) และสมาชิกสภา อบจ. และการเตรียมฟ้องร้องดำเนินคดีกรณีนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ&amp;nbsp; ประธานคณะก้าวหน้า ถูกหมิ่นประมาทว่าล้มสถาบันพระมหากษัตริย์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.พรรณิการ์กล่าวว่า จะร้องเรียนต่อ กกต.กรณีที่ถูกขัดขวางการหาเสียงเลือกตั้งในระหว่างคณะก้าวหน้าลงหาเสียงในพื้นที่ ประกอบด้วย 6 กรณี คือ 1.ข้าราชการ อบจ.นราธิวาส เข้าไปคอมเมนต์ในโซเชียลมีเดีย ถึงขั้นลงขันเพื่อทำร้ายนายธนาธร ซึ่งกรณีนี้จะร้องเรียนทางวินัยด้วย&amp;nbsp; 2.กรณีการสร้างความปั่นป่วนขัดขวาง และปิดล้อมทางเข้าออกโรงแรม เมื่อวันที่ 11 พ.ย.63 ที่ จ.นครศรีธรรมราช 3.กรณีชายฉกรรจ์เดินตามขบวนหาเสียงพร้อมตะโกนด่า ขณะหาเสียงที่ จ.สมุทรปราการ เมื่อวันที่ 10 พ.ย.63 4.กรณีกลุ่มบุคคลยุยงให้เกิดการกระทบกระทั่ง ที่ตลาดนัดเทศบาลปากช่อง จ.นครราชสีมา เมื่อวันที่ 20 พ.ย.63 5.กรณีชายเสื้อเหลืองชูป้ายตะโกนด่า เมื่อวันที่ 20 พ.ย.63 ที่ จ.สุรินทร์ และ 6.กรณีกลุ่มบุคคลไม่ทราบชื่อตะโกนขับไล่นายธนาธรที่ จ.ระยอง เมื่อวันที่ 22 พ.ย.63
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.พรรณิการ์กล่าวต่อไปว่า นอกจากนี้จะฟ้องหมิ่นประมาทกับบุคคลที่กล่าวหาว่านายธนาธรล้มสถาบัน&amp;nbsp; ประกอบด้วย 1.รัฐมนตรีคนหนึ่งในรัฐบาลชุดนี้ ที่แถลงข่าวที่พรรคประชาธิปัตย์ 2.อดีตผู้บริหารสื่อเครือเนชั่น 3.แกนนำภาคีเครือข่ายปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ และ 4.อดีต ส.ส.สอบตก แกนนำกลุ่มไทยภักดี ทั้งนี้ คณะก้าวหน้าเชิดชูเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น แต่ยอมไม่ได้ที่มีการยุยงปลุกปั่นให้เกิดความเกลียดชัง และยังมีอีกหลายกรณีที่ผู้สมัครนายก อบจ.ถูกคุกคาม ได้มีการแจ้งความดำเนินคดีในพื้นที่ไปแล้ว เช่นใน จ.ฉะเชิงเทรา และ จ.ระยอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.เชียงใหม่ นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) กล่าวระหว่างหาเสียงช่วยนายบุญเลิศ บูรณุปกรณ์ ผู้สมัครรับเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ ว่าการเลือกตั้ง อบจ.วันที่ 20 ธันวาคมนี้ จังหวัดเชียงใหม่เป็นที่น่าสนใจ เพราะมีการสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้นในพรรคเพื่อไทยเมื่อปี 2559-2560 ช่วงรณรงค์ประชามติไม่รับร่าง รธน. 2560 กระทั่งตระกูลบูรณุปกรณ์ คือ นายบุญเลิศ, น.ส.ทัศนีย์ และน้องสาวอีกคนถูกจับติดคุกในค่ายทหาร มทบ. 11 แล้วโยกมาคุมขังที่เรือนจำแม่แตง เชียงใหม่
จตุพรลากไส้เพื่อไทย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจตุพรบอกว่า ตนเองมารู้ภายหลังว่าขณะที่นายบุญเลิศถูกขังอยู่นั้น พรรคการเมืองที่เคยสังกัดซึ่งไม่เคยมีปัญหากันมายาวนาน แต่ได้ประกาศตัวไม่เป็นทางการว่าจะเอาอีกคนหนึ่งมาลงแทนในจังหวัดเชียงใหม่ ทั้งที่ติดคุกเหมือนสุสานคนเป็นแล้ว มีความยากลำบากที่สุด แต่อยู่ได้ด้วยกำลังใจ โดยความจริงแล้วพรรคเพื่อไทยต้องปรบมือให้ ซึ่งเป็นหนี้ตระกูลบูรณุปกรณ์ เพราะทำตามเจตนารมณ์คือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ วันนั้นได้ข่าวว่าเปลี่ยนตัวแล้ว แต่ไม่กล้าประกาศอย่างเป็นทางการ
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เมื่อนายบุญเลิศรอดคดี พ้นจากข้อกล่าวหา กลับถูกบางคนใส่ร้ายป้ายสีอีกว่ารอดเพราะมีการสมยอมกัน ผมอยากบอกคนที่ตั้งข้อกล่าวหานี้ทุกคนว่า ในภายหลังคดีที่เกี่ยวข้องกับการทำประชามติศาลได้ยกฟ้องทั้งหมด แต่ยังถูกกล่าวหาอีกว่ามีการสมคบคิดกับพวกพลังประชารัฐ&amp;quot;&amp;nbsp; นายจตุพรระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจตุพรกล่าวว่า เมื่อนายบุญเลิศติดคุกอยู่ในเรือนจำนั้น พรรคเพื่อไทยกลับทอดทิ้งผลักออกจากพรรค และยังเป็นความเจ็บปวดซ้ำร้ายทบทวีด้วยการกล่าวหาเป็นพลังประชารัฐ จึงต้องช่วยกันคิดด้วยตรรกะเหตุผลว่า&amp;nbsp; พล.อ.ประยุทธ์เป็นหัวหน้า คสช. และถูกจับมาติดคุกตั้งข้อหาหนัก ม.116 และอั้งยี่ซ่องโจร ถามว่ายังคิดไปอยู่กับพลังประชารัฐอีกหรือ ที่ทำความเจ็บปวดที่สุดให้ชีวิตเช่นนั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายจตุพรกล่าวด้วยว่า ตนเองพร้อมไปปราศรัยช่วยผู้สมัครนายก อบจ.ของพรรคเพื่อไทยในทุกจังหวัดตามคำเชิญชวน แต่ยกเว้นเชียงใหม่จังหวัดเดียวที่ตนเองไม่สามารถไปช่วยพรรคเพื่อไทยได้ เพราะเห็นว่าพรรคเพื่อไทยทำไม่ถูกที่ทอดทิ้งคนติดคุกด้วยเหตุไม่รับร่าง รธน. 2560 ในขณะปัจจุบันประชาชนต่อต้าน รธน.2560 กันทั้งนั้น ดังนั้นพรรคเพื่อไทยต้องปรบมือให้นายบุญเลิศ แทนการผลักไสให้ไปพ้นพรรค
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ขอประชาชนเชียงใหม่ช่วยกันแสดงการยืนหยัดว่า&amp;nbsp; พรรคการเมืองไม่มีสิทธิ์ชี้ว่าใครเป็นเผด็จการหรือเป็นประชาธิปไตย คนในพรรคการเมืองหนึ่งไปอยู่เผด็จการก็ถูกตามไปด่า เมื่อเขากลับมาบอกเป็นประชาธิปไตย กรณีเชียงใหม่เช่นกัน นายบุญเลิศไม่ต้องการออก กลับผลักเขาออก แต่บางคนแม้แต่อนาคตใหม่ยังไม่รับเลย เพราะมีข้อความโพสต์เกี่ยวข้องกับคนเสื้อแดง พอเข้าพรรคเพื่อไทยกลายเป็นนักประชาธิปไตยทันที&amp;quot; นายจตุพรกล่าว
กกต.เปิดคำวินิจฉัย 3 กรณี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เผยแพร่คำวินิจฉัย กกต.เกี่ยวกับการวินิจฉัยสิทธิสมัครรับเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด และสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด รวม 3 กรณี ซึ่งเป็นผู้ที่ไม่ได้รับการประกาศชื่อในบัญชีรายชื่อผู้รับสมัครเลือกตั้ง และได้ยื่นคัดค้านการไม่ประกาศรายชื่อต่อ กกต.&amp;nbsp; ประกอบด้วย 1.กรณีนายฤทธิรงค์ อินสอน ผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภา อบจ.อุตรดิตถ์ อ.ทองแสนขัน เขต 1 ซึ่งผู้อำนวยการเลือกตั้งประจำ อบจ.อุตรดิตถ์ ไม่รับสมัครนายฤทธิรงค์ เนื่องจากเป็นผู้มีลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้ง ตาม พ.ร.บ.การเลือกตั้งท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. 2562 มาตรา 50 (7) เนื่องจากเคยได้รับโทษจำคุกโดยพ้นโทษมายังไม่ถึง 5 ปี นับแต่วันเลือกตั้ง เว้นแต่เป็นความผิดอันได้กระทำโดยประมาทหรือเป็นความผิดลหุโทษ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดย กกต.พิจารณาแล้วเห็นว่า นายฤทธิรงค์ได้รับโทษจำคุก 9 เดือน และได้พ้นโทษเมื่อวันที่ 9 มิ.ย.59 นับถึงวันเลือกตั้งคือ 20 ธ.ค.63 ยังไม่ถึง 5 ปี และไม่ใช่ความผิดฐานลหุโทษ โดยอ้างตามคำพิพากษาศาลอุตรดิตถ์ และศาลอุทธรณ์ภาค 6 ที่พิพากษาว่า นายฤทธิรงค์มีความผิดตาม พ.ร.บ.อาวุธปืน กกต.จึงมีคำสั่งให้ยกคำร้องกรณีดังกล่าว ซึ่งกฎหมายกำหนดให้คำวินิจฉัยของ กกต.ในกรณีคุณสมบัติของผู้สมัครเลือกตั้งท้องถิ่นเป็นที่สุด จึงเท่ากับว่านายฤทธิรงค์ถือเป็นผู้ไม่มีสิทธิ์สมัครรับเลือกตั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;2.กรณีนายโปรย สมบัติ ผู้สมัครรับเลือกตั้งนายก อบจ.อุตรดิตถ์ โดยผู้อำนวยการเลือกตั้งประจำ อบจ.อุตรดิตถ์&amp;nbsp; ไม่รับสมัครนายโปรย เนื่องจากเป็นผู้มีลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งตาม พ.ร.บ.เลือกตั้งท้องถิ่นฯ&amp;nbsp; มาตรา 50 (3) เนื่องจากเป็นเจ้าของหรือผู้ถือหุ้นในกิจการหนังสือพิมพ์หรือสื่อมวลชนใดๆ นั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดย กกต.พิจารณาแล้วเห็นว่า นายโปรยเป็นผู้ก่อตั้ง และเจ้าของกิจการหนังสือพิมพ์ทันข่าว แต่ในวันที่ 17 ม.ค.62 ได้โอนกิจการหนังสือพิมพ์ดังกล่าวให้แก่บุตรสาว&amp;nbsp; และได้แสดงหนังสือสำคัญแสดงการจดแจ้งการพิมพ์ตาม&amp;nbsp; พ.ร.บ.จดแจ้งการพิมพ์ พ.ศ.2550 เป็นหลักฐาน ข้อเท็จจริงจึงรับฟังได้ว่า นายโปรยไม่ได้มีลักษณะต้องห้าม จึงมีคำสั่งให้รับสมัคร และประกาศรายชื่อนายโปรยเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งนายก อบจ.อุตรดิตถ์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และ 3.กรณี ร.ต.อ.วิชัย ศรีนิเวศน์ ผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภา อบจ.สมุทรสาคร ซึ่งผู้อำนวยการเลือกตั้งประจำ อบจ.สมุทรสาครไม่รับสมัคร ร.ต.อ.วิชัย เนื่องจากเป็นผู้มีลักษณะต้องห้ามตาม พ.ร.บ.เลือกตั้งท้องถิ่น มาตรา 50 (10) เนื่องจากเคยต้องคำพิพากษาถึงที่สุดว่ากระทำความผิดตามกฎหมายว่าด้วยยาเสพติดในความผิดฐานเป็นผู้ค้านั้น โดย กกต.พิจารณาแล้วเห็นว่า ร.ต.อ.วิชัย&amp;nbsp; มิใช่เป็นจำเลยในคดีความผิดว่าด้วยยาเสพติด แต่เป็นผู้จับกุมบุคคลที่ลักลอบจำหน่ายยาเสพติด และเป็นกรณีผิดหลงของการบันทึกข้อมูลในระบบฐานข้อมูลว่า ร.ต.อ.วิชัยเป็นจำเลยคดีดังกล่าว กกต.จึงมีคำสั่งให้รับสมัคร และประกาศรายชื่อ ร.ต.อ.วิชัยเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภา อบจ.สมุทรสาคร อ.บ้านแพ้ว เขต 4
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้ พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการ กกต.ได้แถลงข้อมูลว่า ในจำนวนผู้สมัครที่ไม่ได้รับการประกาศชื่อทั่วประเทศมีจำนวน 23 คน ซึ่งสามารถยื่นคัดค้านการไม่ประกาศรายชื่อต่อ กกต.ได้ และกฎหมายกำหนดให้คำวินิจฉัยของ กกต.ในกรณีคุณสมบัติของผู้สมัครรับเลือกตั้งท้องถิ่นเป็นที่สุด
บิ๊กก้าวหน้าคอพาดเขียง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม มีรายงานด้วยว่าที่ประชุมคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีมติสั่งตั้งคณะกรรมการสืบสวนกรณีการเคลื่อนไหวของนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ, นายปิยบุตร แสงกนกกุล และ น.ส.พรรณิการ์ วานิช ในนามคณะก้าวหน้า ที่ส่งและช่วยหาเสียงให้ผู้สมัครลงรับเลือกตั้งนายกและสมาชิกองค์การบริหารส่วนจังหวัด ว่าเข้าลักษณะเป็นพรรคการเมืองซึ่งมีความผิดตามมาตรา&amp;nbsp; 111 พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยพรรคการเมือง ที่กำหนดว่าผู้ใดสมคบกันตั้งแต่ 2 คนขึ้นไปดำเนินกิจกรรมทางการเมืองที่มีลักษณะคล้ายกับพรรคการเมือง อาจต้องโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี และปรับไม่เกิน 6 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ รวมทั้งอาจต้องถูกตัดสิทธิทางการเมือง 5 ปี หลังพิจารณาข้อมูลหลักฐานที่กรรมการด้านกิจการพรรคการเมืองของสำนักงาน กกต.รวบรวมเสนอแล้วเห็นว่ามีน้ำหนักพอสมควรที่ กกต.จะดำเนินการต่อไปตามระเบียบ กกต.ว่าด้วยการสอบสวนและไต่สวนได้ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ หากการสืบสวน กกต.พบว่าการดำเนินการดังกล่าวเข้าลักษณะเป็นความผิดตามมาตรา 111 พ.ร.ป.พรรคการเมือง ซึ่งไม่เพียงต้องมีการดำเนินคดีอาญาบุคคลทั้ง 3 แต่ยังอาจมีผลไปถึงตัวผู้สมัครรับเลือกตั้งนายกและสมาชิก อบจ. ที่หากผลการสืบสวนพาดพิงไปว่านำไปสู่การเลือกตั้งไม่สุจริตและเที่ยงธรรม ก็สามารถนำผลการสืบสวนไปดำเนินการตามกฎหมายเลือกตั้งท้องถิ่นได้ เช่น กกต.สั่งระงับสิทธิสมัครของผู้สมัครไว้เป็นการชั่วคราว หรือใบส้ม รวมถึงการสั่งเลือกตั้งใหม่ หรือใบเหลืองได้ด้วย.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/85565</URL_LINK>
                <HASHTAG>กล่าวหาธนาธรล้มเจ้า, ก่อกวนหาเสียง, ดำเนินกิจกรรมคล้ายพรรคการเมือง, ฟ้องหมิ่น, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201130/image_big_5fc50ab192afd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>77397</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/09/2020 15:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/09/2020 15:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ลุงพล&#039;ควง&#039;ทนายตั้ม&#039;ขึ้นศาล ฟ้อง&#039;อัจฉริยะ&#039; หมิ่นประจานหนี้ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;14 ก.ย. 63 - ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก นายไชย์พล วิภา หรือลุงพล และ นางสมพร หลาบโพธิ์ หรือป้าแต๋น พร้อมด้วยนายษิทรา เบี้ยบังเกิด ทนายความเดินทางมาศาล เพื่อยื่นฟ้องนายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ในความผิดฐานหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา จากกรณีที่นายอัจฉริยะไลฟ์เฟซบุ๊กกล่าวหาเชิงประจานเรื่องหนี้ ธ.ก.ส. โดยมีการนำสำนวนคดีบางส่วนมาพูด ทำให้เกิดผลเสียต่อลุงพลและป้าแต๋น และมีการหมิ่นเหยียดหยามพาดพิงถึงกรณีการเสียชีวิตของน้องชมพู่&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;นายไชย์พล หรือลุงพล เปิดเผยว่า การกระทำของนายอัจฉริยะทำให้ตนเองเสื่อมเสียชื่อเสียง และทำให้สังคมเกิดความเข้าใจผิด โดยการฟ้องครั้งนี้ไม่มีการเรียกเงินค่าเสียหายแต่อย่างใด แต่อยากให้เป็นบทเรียน ไม่ให้นำเรื่องราวของผู้อื่นมาทำให้เกิดความเสื่อมเสีย แต่หากนายอัจฉริยะขอโทษผ่านสื่อมวลชน ตนก็จะไม่ติดใจเอาความ จะถอนฟ้องให้&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;นายษิทรา ทนายความ กล่าวว่า คดีนี้เตรียมพยาน ในชั้นไต่สวนมูลฟ้องไว้ 2 ปาก คือตัวลุงพลและผู้ที่ได้รับชมคลิป&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;ภายหลังยื่นฟ้องแล้ว ศาลนัดไต่สวนมูลฟ้องวันที่ 25 ม.ค. 2564 เวลา 9.00 น.&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;ด้าน นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ถึงเรื่องนี้ว่า รู้สึกเฉยๆ กับการที่ทั้งสองคนจะไปฟ้องตนเอง มองว่าทั้งลุงพลและป้าแต๋นตกเป็นเครื่องมือของคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งอยู่หรือไม่ ไม่ใช่เรื่องบังเอิญที่ลุงพล ป้าแต๋นจะได้พบกับทนายษิทรา ต้องมีคนหนุนหลังให้ และพร้อมจะต่อสู้ในชั้นศาลอย่างเต็มที่ เพราะยืนยันว่าการที่ได้ไลฟ์ในเพจเฟซบุ๊กของตัวเอง เรื่องหนี้สินของลุงพลป้าแต๋น ก็มีหลักฐานซึ่งทั้ง 2 คนก็เคยให้สัมภาษณ์กับสื่อไว้ก่อนที่จะดัง&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;ldquo;และตลอดการไลฟ์ก็ไม่ได้บอกว่าลุงพลเป็นผู้ต้องหา แต่เขาเป็นผู้ต้องสงสัยในคดีการเสียชีวิตของน้องชมพู่ และอยากเตือนลุงพลป้าแต๋นว่า ควรทำมาหากินเองได้แล้ว เพราะถ้าไม่มีชื่อเสียงก็อยู่ได้ไม่นาน ตอนนี้ถ้ามีโอกาสเก็บเงินเก็บทองก็รีบเก็บเอาสู้คดีกันในชั้นศาลดีกว่า เพราะคดีความเมื่อขึ้นศาลแล้วไม่ใช่สู้กันวันสองวัน และถ้าให้ผมไปขอโทษลุงพลแล้วลุงพลจะให้อภัย ผมคอนเฟิร์ม 100% ว่าจะไม่ขอโทษแน่นอน เพราะไม่ได้ทำอะไรผิด การพูดทุกอย่างมีหลักฐานแน่นอน&amp;rdquo; นายอัจฉริยะ ระบุ.&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/77397</URL_LINK>
                <HASHTAG>ป้าแต๋น, ฟ้องหมิ่น, ลุงพล, ศาลอาญา, ษิทรา เบี้ยบังเกิด, อัจฉริยะ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200914/image_big_5f5f2dc3d0817.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>58026</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/02/2020 13:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/02/2020 13:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ช่อ&#039;ไม่กลัวน้ำร้อน! บุกสภาท้า&#039;บิ๊กตู่&#039;ฟ้องมาเลยมีข้อมูลให้แฉอีกเพียบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 ก.พ. 63 &amp;ndash;&amp;nbsp; ที่รัฐสภา เมื่อเวลา 12.30 น. น.ส.พรรณิการ์ วานิช อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ และอดีตโฆษกพรรคอนาคตใหม่ เดินทางมาสังเกตการณ์การอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล โดยกล่าวถึงกรณีที่รัฐบาลเตรียมฟ้องหมิ่นกรณีแถลงอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลนอกสภาฯว่ารัฐบาลมีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริตคอร์รัปชันกองทุน 1MDB ของมาเลเซียว่า เรื่องนี้น่าผิดหวังสำหรับรัฐบาล เพราะต้องการให้รัฐบาลแสดงความรับผิดชอบและแสดงความจริงใจกับประชาชน แต่สิ่งที่ได้กลับมาคือการถูกฟ้องร้อง หากจะกล่าวหาว่าตนพูดลอยๆ ขอให้นำหลักฐานออกมาชี้แจง ประชาชนมีสิทธิ์รับรู้ความจริง จึงต้องมีคำตอบจากรัฐบาล มั่นใจในหลักฐานที่นำมาเปิดเผย เพราะอะไรที่ไม่มีหลักฐาน จะไม่พูด อะไรที่เป็นความจริงว่ารัฐบาลทำก็จะแถลงว่ารัฐบาลทำ
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;ldquo;เรื่องการฟ้องร้องพร้อมเข้าสู่กระบวนการ แต่ขอให้พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ฟ้องมาคนเดียว ไม่จำเป็นต้องรบกวนหน่วยงานอื่นมาฟ้องร้อง เพราะทราบว่าจะให้หน่วยงานที่ถูกพาดพิงมาฟ้องร้องด้วย ที่สำคัญไม่กลัวการฟ้องกลับ ไม่เช่นนั้นคงไม่เดินมาถึงขั้นนี้ และไม่ใช่การแก้แค้นที่ถูกยุบพรรคอนาคตใหม่จึงออกมาเปิดเผย เพราะเป็นเรื่องที่เตรียมไว้เพื่อการอภิปรายไม่ไว้วางใจ แต่เมื่อกรรมการบริหารพรรคอนาคตถูกตัดสิทธิ์ทางการเมือง และเป็นเนื้อหาที่ไม่สามารถเปลี่ยนตัวผู้อภิปรายได้ จึงเปิดอภิปรายนอกสภา ซึ่งเรื่องนี้ในสภาฯก็จะไม่มีอภิปรายแล้ว โดยเป็นแค่ 1 ใน 10 เรื่องเท่านั้น ทั้ง 10 เรื่อง ไม่มีเรื่องใดเป็นเรื่องเบาๆ ที่กล่าวหาลอยๆ มีหลักฐานครบ การอภิปรายนอกสภาฯ เป็นส่วนหนึ่งของคณะอนาคตใหม่ ที่เมื่อมีการจัดทำข้อมูลไว้หลายเรื่อง แต่ไม่ได้พูด ก็ต้องสานต่อให้เสร็จด้วยการเปิดเผยต่อสาธารณะ&amp;rdquo; น.ส.พรรณิการ์ ระบุ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/58026</URL_LINK>
                <HASHTAG>1MDB, ช่อ, ซักฟอก, บิ๊กตู่, พรรณิการ์ วานิช, ฟ้องหมิ่น, อนค.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200224/image_big_5e5367966a3df.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>58008</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/02/2020 10:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/02/2020 10:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กตู่&#039;ปรับลุครับศึกซักฟอก ไฟเขียวฟ้องหมิ่น&#039;ช่อ&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 ก.พ. 63 &amp;ndash; ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ก่อนเป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงกรณีการดำเนินคดีกับ น.ส.พรรณิการ์ วานิช อดีตโฆษกพรรคอนาคตใหม่ กล่าวหารัฐบาลอาจมีส่วนเกี่ยวข้องคดีทุจริต 1MDB ว่า ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่ากันไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามย้ำว่า ที่นายกฯ ระบุว่าให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการนั้นเป็นการให้ฟ้องร้องหรือตรวจสอบ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า &amp;quot;ก็ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบของเขา ถ้าไม่จริงก็ฟ้องไปสิ อันไหนฟ้องได้ก็ต้องฟ้อง&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า วันนี้นายกฯ ดูนิ่งๆ และอารมณ์เย็นขึ้นเป็นการปรับลุคใหม่รับการอภิปรายหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า &amp;quot;เป็นไปตามสถานการณ์ นายกฯ ก็ต้องปรับตัวแบบนี้มั้ง&amp;quot;.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/58008</URL_LINK>
                <HASHTAG>1MDB, ช่อ, นายกฯ, บิ๊กตู่, พรรณิการ์ วานิช, ฟ้องหมิ่น, อนค.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200224/image_big_5e533c77c6f7e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>31398</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/03/2019 13:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/03/2019 10:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปีปอินเอฟเฟกต์!&#039;โบว์&#039;ฟ้อง&#039;เปลว สีเงิน&#039;คดีคลิปไก่จ๋าประชาธิปไตย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 มี.ค.62- &amp;nbsp;ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก น.ส.ณัฏฐา มหัทธนา หรือโบว์ นักกิจกรรมเพื่อสิทธิพลเมือง พร้อมทีมทนายความจากสมาพันธ์นักกฎหมายเพื่อสิทธิเสรีภาพ (สกสส.) ประกอบด้วย นายปกาสิต ไตรยสุนันท์, นายรัฐศักดิ์ อนันตริยกุล, นายธำรงค์ หลักแดน และนายกัณต์พัศฐ์ สิงห์ทอง เดินทางมาเป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายโรจ&amp;nbsp;งามแม้น หรือเปลว สีเงิน ประธานกรรมการบริหารหนังสือพิมพ์ไทยโพสต์และคอลัมนิสต์, นายเทอดศักดิ์ เจียมกิจวัฒนา ยูทูบเบอร์วิเคราะห์การเมือง และนายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ หัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์ เป็นจำเลย ในข้อหาหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326, 328&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดย น.ส.ณัฏฐา กล่าวว่า ในช่วงเดือน ธ.ค.2561 - ม.ค. 2562 ที่ผ่านมา มีสื่อหลายรายที่ไม่ปฏิบัติหน้าที่โดยจรรยาบรรรณ และนำอาชญากรรม คือภาพแอบถ่ายและตัดต่อโลโก้เพื่อดิสเครดิตทางการเมือง ที่เกิดกับตนมาขยายผลเพื่อโจมตีทางการเมือง และหลายรายที่มีการสื่อสารเข้าข่ายหมิ่นประมาทชัดเจน ส่งผลให้เกิดพฤติกรรมการคุกคามในโลกออนไลน์ (Cyber Bullying) เป็นวงกว้าง ในขณะที่ยังมีสื่อที่ดีที่พยายามรักษาจรรยาบรรณและรายงานข่าวโดยเคารพสิทธิของผู้เสียหาย ตนจึงอยากให้การฟ้องร้องครั้งนี้เป็นตัวอย่างของการสร้างบรรทัดฐาน กระตุ้นให้สื่อมวลชนทำงานโดยมีจิตสำนึกรับผิดชอบต่อสังคม ในขณะเดียวกันก็หวังจะเป็นการให้กำลังใจสื่อน้ำดี ที่ยอมสละเรตติ้งที่อาจได้มาง่ายๆ จากการสร้างความบันเทิงด้วยการใส่สีตีไข่ในข่าวจากอาชญากรรม และขอแสดงความชื่นชมและให้กำลังใจสื่อเหล่านั้นเพื่อสร้างมาตรฐานที่ดีกับสังคมต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส. ณัฏฐา อธิบายว่า บุคคลที่ทำการหมิ่นประมาทผ่านสื่อต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นหนังสือพิมพ์ เว็บไซต์ หรือคลิปวีดีโอ ล้วนเป็นไปเพื่อการโจมตีทางการเมือง มีการแต่งเรื่องต่างๆ นาๆ เพื่อให้เกิดความเสียหาย และดิสเครดิตการเคลื่อนไหวของตน เช่นกล่าวหาว่ารับเงินต่างชาติมาเคลื่อนไหวบ่อนทำลายประเทศ ซึ่งล้วนเป็นข้อกล่าวหาที่เลื่อนลอย วิญญูชนที่วิจารณญาณไม่บกพร่อง ย่อมพิจารณาได้ว่า ตลอด 5 ปีที่ผ่านมา ทุกประเด็นการเคลื่อนไหวของตนล้วนอยู่ในหลักการของประชาธิปไตย ปกป้องสิทธิมนุษยชน และเป็นไปเพื่อผลประโยชน์ของพลเมืองทุกคน ไม่มีการเคลื่อนไหวครั้งไหนหรือประเด็นใดที่หลุดไปจากหลักการเหล่านี้แม้แต่ครั้งเดียว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ยังตั้งข้อสังเกตว่า การใส่ร้ายป้ายสีที่เข้าข่ายหมิ่นประมาทโดยสื่อฝ่ายตรงข้ามส่วนใหญ่นั้น มักกระทำโดยรู้ตัวว่ากำลังหมิ่นประมาทอยู่ จึงมีความพยายามใช้เทคนิคพูดอ้อมๆ หรือไม่ได้อ้อมแต่ตบท้ายว่าจริงๆ ไม่รู้นะว่ากำลังพูดถึงใคร ซึ่งตนคิดว่าเป็นพฤติกรรมที่ขาดความละอายแก่ใจ ไม่ตรงไปตรงมา และไม่เป็นตัวอย่างที่ดีต่อสังคม โดยเฉพาะเยาวชนที่เข้าถึงสื่อเหล่านั้นได้ หากเกิดเป็นพฤติกรรมเลียนแบบอย่างที่เกิดขึ้นแล้วในปริมาณมาก ก็จะเกิดความเสื่อมและตกต่ำทางจริยธรรมขึ้นในสังคม โดยเฉพาะเมื่อเกิดกับเหยื่ออาชญากรรม คงไม่ใช่ทุกคนที่จะรับความกดดันในระดับที่ตนเผชิญมาตลอดเวลาสามเดือนได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;การฟ้องร้องครั้งนี้จึงเป็นเพียงกรณีตัวอย่าง เป็นความพยายามในการร่วมสร้างบรรทัดฐาน ขอขอบคุณสื่อที่ยังยึดมั่นจริยธรรม และขอให้กำลังใจในการทำงานต่อไป&amp;quot; น.ส.ณัฏฐา กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามถึงเหตุที่ยื่นฟ้อง 3 ราย น.ส.ณัฏฐา ระบุว่า ความจริงมีหลายรายที่หมิ่นประมาท บางรายแค่พลั้งปากตนก็ปล่อย หรือบางรายก็ลบคลิปไปแล้วเช่นพิธีกรดัง 2 ราย แต่รายที่เลือกฟ้องเพราะมีพฤติกรรมเรื้อรัง จงใจโจมตีดิสเครดิตขยายผลต่อเนื่องในสิ่งที่ล้วนไม่เป็นความจริง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามถึงความคืบหน้าคดีคลิปหลุดต้นเหตุที่ได้แจ้งความไว้ น.ส.ณัฏฐา เผยว่า ยังไม่มีความคืบหน้าใดๆ รวมถึงคดีข่าวปลอมที่ตนได้แจ้งความไว้ต่อตำรวจ ปอท. ก็ไม่คืบหน้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายปกาสิต ไตรยสุนันท์ หัวหน้า สกสส. ทีมทนายความเผยว่า คดีนี้แยกฟ้องจำเลยทั้งสามคนละสำนวน สกสส. ได้รับการร้องขอจาก น.ส.ณัฏฐา ซึ่งถูกละเมิดสิทธิ กรณีนี้เป็นการทำลายศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ด้วย การยื่นฟ้องจึงเป็นการปกป้องศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ตามรัฐธรรมนูญ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/31398</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีคลิปไก่จ๋าประชาธิปไตย, ฟ้องหมิ่น, เปลว สีเงิน, โบว์ อยากเลือกตั้ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190315/image_big_5c8b1e637d704.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
