<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>22819</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/11/2018 17:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/11/2018 17:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สยามสปอร์ต&#039;ลั่นฟ้อง&#039;สมาคมบอล&#039;ทั้งแพ่ง-อาญา เอาข้อเท็จจริงฝ่ายเดียวมาเผยแพร่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สยามสปอร์ต ประกาศเอาเรื่องทางกฎหมายทั้งทางแพ่งและอาญากับ &amp;quot;สมาคมฟุตบอล&amp;quot; ให้ถึงที่สุด เพื่อปกป้องศักดิ์ศรีของตัวเอง หลังจากโดนโดนเล่ห์เหลี่ยมเอาพยานเอกสารและข้อเท็จจริงของตนฝ่ายเดียวในคดีฟ้องร้องอยู่ในระหว่างการพิจารณาคดีต่อศาล ออกมาเผยแพร่ต่อสาธารณชน ทำให้เกิดความเข้าใจผิด และเกิดความเสียหายต่อสยามสปอร์ตเป็นอย่างมาก&amp;nbsp; ทั้งๆที่สมาคมฟุตบอลเองถูกสยามสปอร์ตฟ้องเรียกค่าเสียหายในการผิดสัญญาการบริหารสิทธิประโยชน์อยู่ก่อนแล้วถึงกว่า 1,400 ล้านบาท แต่สมาคมฯกลับเอาข้อพิพาทที่อยู่มาฟ้องสยามสปอร์ตเป็นอีกคดี ยืนยันสยามสปอร์ตบริหารกิจการด้วยธรรมาภิบาล ซื่อสัตย์สุจริต อีกทั้งก่อนหน้านี้สโมสรสมาชิกก็ไม่เคยกล่าวหาร้องเรียนในการทำหน้าที่ในการบริหารสิทธิประโยชน์แต่อย่างใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สืบเนื่องจากที่สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯได้ยื่นหนังสือถึงคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์เรื่องให้ดำเนินคดีต่อสยามสปอร์ต และเรื่องที่สมาคมฟุตบอลได้ยื่นฟ้องเรียกค่าเสียหายต่อสยามสปอร์ต ตามที่ทางสมาคมฯได้ออกข่าวไปก่อนหน้านี้นั้น ทางบริษัท สยามสปอร์ต จำกัด (มหาชน) โดยนายสรายุทธ มหวลีรัตน์ กรรมการผู้จัดการ และนายทวยเทพ ไวทยานนท์ กรรมการ ของบริษัท ได้ทำหนังสือชี้แจงข้อมูลในเรื่องดังกล่าวกับกรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย โดยสรุปใจความข้อพิพาททุกกรณีว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สิ่งที่อ้างถึงเป็นกรณีที่ สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ กับบริษัท ซีนิเพล็กซ์ จำกัด (บริษัทในกลุ่มทรูวิชั่นส์ กรุ๊ป TVG)&amp;nbsp; ได้ร่วมกันกระทำผิดสัญญาบริหารสิทธิประโยชน์ ฉบับที่ 1 ฤดูกาลแข่งขัน ‭2556-2560‬,&amp;nbsp; สัญญาบริหารสิทธิประโยชน์ ฉบับที่ 2 ฤดูการแข่งขัน ‭2561-2565‬&amp;nbsp; และ สัญญาถ่ายทอดเสียงและภาพการแข่งขันฟุตบอลฯ ฤดูการแข่งขัน ‭2557-2559‬ (วงเงินสัญญา 1,800,000,000 บาท), ฤดูการแข่งขัน ‭2560-2563‬ (วงเงินสัญญา 4,200,000,000 บาท) ซึ่งทำให้บริษัทสยามสปอร์ต ได้รับความเสียหาย บริษัทฯจึงได้ให้การต่อสู้ในคดี และได้ยื่นฟ้องเรียกค่าเสียหายจากสมาคมฟุตบอล และบริษัท ซีนิเพล็กซ์ จำกัด รวมเป็นเงิน 1,401,220,807.15 บาท&amp;nbsp; พร้อมให้ปฏิบัติตามสัญญาถ่ายทอดเสียงและภาพฯ ในฤดูการแข่งขัน ‭2560-2563‬ โดยให้ชำระเงินตามสัญญา จำนวน 3,900,000,000 บาท ให้กับบริษัท สยามสปอร์ต ซึ่งทั้งสองคดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในการสืบพยานทั้งสองคดีนี้ ทางบริษัทสยามสปอร์ตได้นำเสนอข้อเท็จจริง ทางการเงินที่ถูกต้องในการบริหารกิจการ ปี ‭2556-2557‬, ‭2557-2558‬&amp;nbsp; ตามงบการเงินที่ได้นำเสนอต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยไปแล้ว&amp;nbsp; ต่อมาสมาคมฟุตบอลจึงได้นำพยานเอกสารที่บริษัทฯเสนอต่อศาลระหว่างพิจารณา&amp;nbsp; นำมาฟ้องเป็นคดีใหม่ตาม คดีหมายเลขดำที่ ทป.179/2561 ซึ่งข้อเท็จจริงเดียวกันที่เป็นข้อพิพาทในสาระสำคัญต่างๆตามสัญญา เป็นข้อหาหรือฐานความผิดเดียวกันทั้งสองคดี ที่บริษัท สยามสปอร์ตได้ยื่นฟ้องคดีต่อศาลไปก่อนแล้วทั้งสองคดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สยามสปอร์ตได้บริหารกิจการด้วยระบบธรรมาภิบาล ซื่อสัตย์สุจริตในการบริหารสิทธิประโยชน์ให้กับสมาคมฟุตบอล ด้วยการบริหารที่โปร่งใสและสามารถตรวจสอบความถูกต้องมาโดยตลอด โดยก่อนหน้านี้ทางสมาคมฟุตบอลและบรรดาสโมสรสมาชิกไม่เคยร้องเรียนหรือกล่าวหาการบริหารสิทธิประโยชน์ของบริษัท สยามสปอร์ตแต่ประการใด ซึ่งในเรื่องข้อพิพาทตามสัญญาอยู่ระหว่างการพิจารณาพิพากษาของศาล คดียังไม่ถึงที่สุด จึงต้องรอคำวินิจฉัยหรือคำพิพากษาของศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง ชี้ขาดข้อพิพาทให้เป็นที่สุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การกระทำของสมาคมฟุตบอล ที่ทำหนังสือร้องเรียนกล่าวหาบริษัทถึงคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ แล้วมีการนำพยานเอกสารต่างๆและข้อเท็จจริงของตนเพียงฝ่ายเดียวไปเผยแพร่ต่อสาธารณชน ด้วยข้อความเพียงบางส่วนของฝ่ายตน และก็เป็นข้อเท็จจริงที่อยู่ระหว่างการพิจารณาพิพากษาของศาล การกระทำดังกล่าวนี้ ทำให้สยามสปอร์ตได้รับความเสียหาย สยามสปอร์ตจึงยืนยันใช้สิทธิเรียกร้องในทางแพ่ง และดำเนินคดีอาญา กับสมาคมฟุตบอล และบุคคลที่เกี่ยวข้องในกรณีดังกล่าวนี้ให้ถึงที่สุด เพื่อปกป้องศักดิ์ศรีของตนเอง และความถูกต้องให้เป็นประจักษ์ต่อสาธารณชนต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/22819</URL_LINK>
                <HASHTAG>ซีนิเพล็กซ์, ทวยเทพ ไวทยานนท์, ฟ้องอาญา, ฟ้องแพ่ง, สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ, สยามสปอร์ต, สรายุทธ มหวลีรัตน์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181126/image_big_5bfbc4baf01fe.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>9821</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/05/2018 19:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/05/2018 19:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘พชร์ อานนท์’ไม่ขอเจรจา เดินหน้าคดีหมิ่นประมาท</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หลังเจอฤทธิ์ของนักเลงคีย์บอร์ดใช้คำหยาบคายวิจารณ์ถึงภาพยนตร์ที่ตัวเองนั่งแท่นดูแล งานนี้ทำเองผู้กำกับคนดังอย่าง พชร์ อานนท์ ทนไม่ไหว แต่งตั้งทนายความไล่บี้ เตรียมยื่นฟ้องทั้งแพ่งและอาญา &amp;nbsp;แถมงานนี้เจ้าตัวไม่ขอเจรจาและไม่ยอมความใดๆ ทั้งสิ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;เรื่องคดีที่จะฟ้องชาวเน็ตที่ใช้คำหยาบคายวิจารณ์หนังเรา ตอนนี้ทนายรณรงค์ แก้วเพ็ชร์ เป็นคนดูแลทั้งหมดว่าใครหมิ่นประมาทเราบ้าง ตอนนี้เขากำลังทำเรื่องฟ้องอยู่ ก็มีหลายคนที่เข้าข่ายหมิ่นประมาท ทุกคนมีสิทธิส่วนบุคคลนะ เราก็ไม่ใช่ว่าใครจะนึกมาด่า มาหมิ่นประมาทเราก็ได้ เราก็ต้องให้กฎหมายเขาจัดการ บางคนเห็นเปลี่ยนไปร้อยกว่าแอคเคาท์ก็ไม่เป็นไร ข้อมูลไหนที่จัดการได้ก็จัดการ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โอกาสประนีประนอม ไม่ครับ ไม่ยอมความ เหมือนกรณีของกาละแมร์ (พัชรศรี เบญจมาศ) ตอนโน้นครับ บางคนบอกว่าฟ้องไปก็เท่านั้น เขาก็ยังด่าเราอยู่ดี ก็ไม่เป็นไร ก็ด่าไป ก็ฟ้องอีก แล้วแต่ทนายความ เพราะเราไม่ได้เป็นคนดูว่าอันไหนฟ้องได้ฟ้องไม่ได้ ก็ปล่อยให้ทนายความจัดการแล้วก็ฟ้องไป เรารักษาสิทธิของเรา เพราะเราทำงาน เรารักษาภาพพจน์ของตัวเอง ฟ้องหมดครับ ทั้งอาญาและแพ่ง&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/9821</URL_LINK>
                <HASHTAG>กาละแมร์, กาละแมร์ พัชรศรี, ผู้กำกับ, พชร์ อานนท์, ฟ้องอาญา, ฟ้องแพ่ง, ยื่นฟ้อง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180523/image_big_5b055c74a4e65.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>2728</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/02/2018 09:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/02/2018 09:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ศรี&#039;ร้องฟ้องแพ่ง&#039;เปรมชัย&#039;จี้สอบจนท.ติดสินบน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;9 ก.พ.61- นายศรีสุวรรณ จรรยา นายกสมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน ออกแถลงการณ์สมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน เรื่อง &amp;ldquo;ขอเรียกร้องให้ รมว.กระทรวงทรัพย์ฯ ฟ้องทางแพ่งเรียกค่าเสียหายจากเปรมชัยกับพวก และตั้งกรรมการสอบคลิปเสียงเจรจาต่อรองกรณีจับกุมประธานอิตัลไทย&amp;rdquo; มีเนื้อหาระบุว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากกรณีเจ้าหน้าที่เข้าจับกุมนายเปรมชัย กรรณสูต ประธานอิตาเลียนไทย บริษัทยักษ์ใหญ่ด้านก่อสร้าง พร้อมพวกอีก 3 คน ตั้งแคมป์กลางป่าทุ่งใหญ่นเรศวร แล้วพบซากเสือดำ เก้ง ไก่ฟ้า ปืนไรเฟิลติดกล้อง ปืนลูกซองพร้อมกระสุนจำนวนมาก ซึ่งพนักงานเจ้าหน้าที่ได้นำส่งตำรวจ สภ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี ดำเนินคดี 9 ข้อหา ก่อนศาลให้ประกันตัวไปแล้วนั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เรื่องดังกล่าวกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ไม่ควรปล่อยให้เป็นหน้าที่ของตำรวจที่จะต้องสอบสวนและให้อัยการฟ้องในทางคดีอาญาแต่เพียงฝ่ายเดียว หากแต่กระทรวงจะต้องดำเนินการยื่นฟ้องเรียกค่าเสียหายทางแพ่งกรณีที่กรมอุทยานฯ ต้องสูญเสียเสือดำ ไก่ฟ้าหลังเทาและเก้ง ซึ่งมีมูลค่าหลายล้านบาทด้วย ตาม มาตรา 97 พ.ร.บ.สิ่งแวดล้อม 2535 และต้องเร่งทำความจริงให้ปรากฏต่อกรณีข้อสงสัยของสาธารณชนหลายประการ ซึ่งเกี่ยวพันต่อวินัยของข้าราชการ และการทุจริตต่อหน้าที่ อาทิ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;1) กรณีที่มีคลิปเสียงเผยแพร่ผ่านสื่อมวลชนว่า ระหว่างการจับกุมนายเปรมชัยกับพวกที่ถูกจับในป่าทุ่งใหญ่นเรศวร มีบทสนทนาปริศนาระหว่างคน 2 คนโดย เมื่อวันที่ 3 ก่อนเดินทางเข้าไปในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า เจ้าหน้าที่อ้างถึงเสียงวิทยุที่ใช้พูดคุยระหว่างเจ้าหน้าที่ระบุมีข้อความ &amp;ldquo;ให้อำนวยความสะดวก คณะท่องเที่ยว เพราะเป็นแขกของนาย&amp;rdquo; ซึ่งเจ้าหน้าที่ที่สั่งการเช่นนั้นเป็นผู้บริหารของกรมหรือกระทรวงคนใด และมีเสียงการเจรจาต่อรองเมื่อถูกจับกุม ในลักษณะพยายามติดสินบนเจ้าพนักงาน ซึ่งมีบางถ้อยคำที่บ่งชี้ว่าได้เคยมีการให้ทรัพย์สินกันมาก่อนแล้ว เช่น &amp;ldquo;เคยส่งรองเท้าแตะ บรรทุกไปเลยนะ 100 กว่าคู่ คอมแบต ชุด ว. 30 เครื่องไปให้เลย&amp;rdquo; ซึ่งถือได้ว่าเป็นพยานหลักฐานที่ชี้ว่าความผิดสำเร็จแล้ว ทส.จะต้องสอบสวนให้ชัดเจนว่าร้องเท้าแตะ รองเท้าคอมแบต และชุดวิทยุหรือ ว.30 เครื่องนั้น มีจริงหรือไม่ และถูกขึ้นบัญชีเป็นทรัพย์สินของราชการหรือไม่ หรือรับทรัพย์สินมาจากเอกชน แต่มาตั้งเบิกจากงบประมาณแผ่นดินในลักษณะซ้ำซ้อนหรือไม่ด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;2) กรณีที่พนักงานเจ้าหน้าที่ยังไม่ได้เซ็นต์อนุญาตให้เข้าพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า ตามคำสั่งกรมอุทยานฯ ที่ 1257/2549 แต่กลับปล่อยให้มีการฝ่าฝืนระเบียบดังกล่าวและไม่ปฏิบัติตามกฎกระทรวง ฉบับที่ 7 (พ.ศ.2538) ออกตามความ พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า 2535 นั้น ผู้มีอำนาจในกรมอุทยานฯ คนใด ที่ใช้อำนาจให้มีการละเลยการปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าว เป็นหน้าที่ของ ทส. ที่จะต้องสอบสวนเรื่องดังกล่าวเพื่อทำความจริงให้ปรากฎ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;3) เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเป็นพื้นที่อนุรักษ์ ไม่ใช่พื้นที่เพื่อการท่องเที่ยวเหมือนเขตอุทยานแห่งชาติทั่วไป ดังนั้น การอนุญาตให้บุคคลทั่วไปที่ไม่ใช่นักวิจัย/นักวิชาการเข้าไปเพื่อท่องเที่ยว โดยไม่มีการสกรีนตรวจสอบการลักลอบขนอาวุธร้ายแรงหรือวัตถุอื่นใดที่อาจก่อให้เกิดเหตุอันตรายต่อสัตว์ป่าเข้าไปในพื้นที่ ทั้งๆ ที่โดยระเบียบต้องตรวจค้นนั้น ย่อมถือได้ว่าเป็นการบกพร่องต่อหน้าที่โดยชัดแจ้งหรือไม่ และระเบียบการอนุญาตให้บุคคลทั่วไปเข้าไปท่องเที่ยวในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าดังกล่าวควรที่จะต้องยกเลิกแล้วหรือไม่ เพื่อไม่ให้เป็นช่องว่างให้ผู้มีอำนาจและผู้มีอิทธิพลใช้ช่องว่างดังกล่าวเข้าไปแสวงหาผลประโยชน์บนทรัพยากรของชาติในพื้นที่ดังกล่าวได้อีกในอนาคต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เหตุดังกล่าวสมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน จึงขอเรียกร้องให้ รมว.กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติลงจากหอคอยมาดำเนินการฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายทางแพ่งดังกล่าวจากนายเปรมชัยกับพวกด้วย และตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบและสอบสวนกรณีที่เกิดขึ้นในทุกแง่มุมในทุกองคาพยพของปัญหาที่เกิดขึ้น เพื่อนำไปสู่การลงโทษพนักงานเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด เพื่อไม่ให้เกิดกรณีเช่นเดียวกันนี้ซ้ำรอยอีกในอนาคต ส่วนพนักงานเจ้าหน้าที่คนใดที่ตั้งใจทำงานอย่างเข้มแข็งไม่เกรงกลัวอิทธิพล กระทรวงฯ ควรจะปกป้องคุ้มครองดูแล และปูนบำเหน็จรางวัลให้เพื่อเป็นขวัญกำลังใจ แต่หากไม่สามารถดำเนินการได้ หรือมัวเกรงอกเกรงใจใครอยู่ ก็ขอให้ รมว.ทส.พิจารณาตนเองด้วยว่าเหมาะสมที่จะอยู่ในตำแหน่งนี้ต่อไปหรือไม่ด้วย และทางสมาคมฯ อาจฟ้องร้องกระทรวงฐานละเลยการปฎิบัติหน้าที่ต่อเรื่องดังกล่าวด้วย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/2728</URL_LINK>
                <HASHTAG>ติดสินบนเจ้าพนักงาน, ฟ้องแพ่ง, ศรีสุวรรณ จรรยา, เปรมชัย กรรณสูต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180111/5a5714e18b471.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
