<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>119894</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/10/2021 12:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/10/2021 12:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;พัชรินทร์&#039; หนุนทุกครัวเรือน มีฟ้าทะลายโจร เหมือนยาสามัญประจำบ้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 ต.ค.64 - น.ส.พัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ ส.ส. กทม. และโฆษกพรรคพลังประชารัฐ​ เปิดเผยว่า &amp;nbsp;สนับสนุนให้ทุกครัวเรือน มียาฟ้าทะลายโจร ติดบ้านไว้ เช่นเดียวกับยาสามัญประจำบ้าน ผู้ที่ควรได้รับฟ้าทะลายโจร ได้แก่ ผู้ป่วยโควิด-19 ที่มีอาการเล็กน้อย ผู้มีอาการ ไข้ ไอ เจ็บคอ ครั่นเนื้อตัว ผู้สัมผัสใกล้ชิดผู้ป่วยโควิด-19 ซึ่งสามารถใช้ได้ทันทีเมื่อมีอาการ โดยไม่จำเป็นต้องรอผลตรวจว่าเป็นโควิด-19 ก่อน ทำให้สามารถรักษาได้ทันในระยะเริ่มแรก &amp;nbsp;แม้สถานการณ์โควิด-19 ในปัจจุบัน &amp;nbsp;จะมีแนวโน้มผ่อนคลายลง แต่ก็ควรมีฟ้าทะลายโจร เตรียมพร้อมไว้ในยามจำเป็น โดยใช้ในปริมาณที่แพทย์แนะนำ ซึ่งจะมีสรรพคุณใช้ได้กับประชาชนกลุ่มเสี่ยง ที่ไม่แสดงอาการ หรือ เพิ่งรู้ตัวว่าติดเชื้อ และยังสามารถบรรเทาอาการอื่นๆ นอกจากโควิด-19 ได้ ดังที่ได้กล่าวไปแล้ว และ ช่วงนี้ฟ้าทะลายโจร เริ่มมีปริมาณเพียงพอต่อความต้องการของตลาดแล้ว จึงควรหามาเก็บไว้ประจำบ้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ตนได้เดินหน้าลงชุมชน ในเขตพื้นที่ ปทุมวัน บางรัก สาทร พร้อมรณรงค์โครงการ &amp;quot;ปลูกฟ้าทะลายโจร คู่บ้าน ต้านโควิด&amp;quot; &amp;nbsp;ด้วยการให้ความรู้ที่ถูกต้องเกี่ยวกับฟ้าทะลายโจร &amp;nbsp;กับประชาชน อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะกับผู้สูงอายุที่ถือเป็นกลุ่มเสี่ยง ทั้งสรรพคุณ คุณสมบัติ และวิธีการใช้ &amp;nbsp;ทั้งในลักษณะของฟ้าทะลายโจรสด หรือ ตัวยาที่ผลิตทั้งแบบ สารสกัด และผงบด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;หากเราสามารถ ดูแล รักษาตัวเอง ในเบื้องต้นได้เป็นอย่างดี ก็จะทำให้การระบาดของโรคลดลง ลดการสูญเสียทั้งชีวิต และเศรษฐกิจ ทั้งยังเป็นการช่วยบรรเทาภาระ ของเจ้าหน้าที่ด่านหน้า อย่างบุคลากรทางการแพทย์ และสาธารณสุข เพื่อเตรียมพร้อมกับการเปิดประเทศในช่วงเดือนพฤศจิกายนนี้ ตามที่พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้ออกแถลงการณ์ถึงความพร้อม และขอความร่วมมือประชาชน ก่อนการเปิดประเทศ ในเวลาอันใกล้นี้&amp;quot; น.ส.พัชรินทร์ กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119894</URL_LINK>
                <HASHTAG>พัชรินทร์ ซำศิริพงษ์, ฟ้าทะลายโจร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211016/image_big_616a5c0e66b5f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>116918</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/09/2021 14:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/09/2021 14:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“สานพลังสังคม-ชุมชน” ฝ่าวิกฤตโควิด !! </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-39.2pt&quot;&gt;ผู้สูงอายุจากชุมชนผู้มีรายได้น้อยในเขตเทศบาลนครขอนแก่นกับคูปอง &amp;lsquo;ปันกัน&amp;rsquo; ใช้ซื้ออาหารและของจำเป็นในช่วงโควิด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-39.2pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:.8pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นับแต่สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 &amp;nbsp;ตั้งแต่ช่วงต้นปี 2563 เป็นต้นมา&amp;nbsp; ส่งผลทำให้มีการปิดโรงงาน&amp;nbsp; ห้างร้าน&amp;nbsp; มีคนตกงาน&amp;nbsp; ถูกเลิกจ้าง&amp;nbsp; หรือมีรายได้ลดน้อยลง&amp;nbsp; นำไปสู่ปัญหาเศรษฐกิจในครอบครัว&amp;nbsp; โดยเฉพาะปัญหาเรื่องปากท้อง&amp;nbsp; เพราะความหิวไม่เคยปรานีใคร..!!&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:.8pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; โครงการ &amp;lsquo;ครัวชุมชน&amp;rsquo; จึงผุดขึ้นมาหลายแห่งทั่วประเทศ&amp;nbsp; โดยเฉพาะในชุมชนผู้มีรายได้น้อย ซึ่งมีทั้งคนตกงาน&amp;nbsp; คนป่วย&amp;nbsp; คนพิการ&amp;nbsp; คนชรา&amp;nbsp; เด็กๆ ที่กินไม่อิ่มท้อง&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; เพื่อทำอาหารแจกจ่ายกันกินในชุมชน&amp;nbsp; ส่วนใหญ่เป็นแกง&amp;nbsp; ผัด&amp;nbsp; ต้ม&amp;nbsp; ก๋วยเตี๋ยว&amp;nbsp; ขนมจีน&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; หรือแล้วแต่กำลังทุน&amp;nbsp; วัตถุดิบที่มี&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ชุมชนเฟื่องฟ้าพัฒนา&amp;nbsp; กรุงเทพฯ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-39.2pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-39.2pt&quot;&gt;&amp;ldquo;ปันกันอิ่ม&amp;nbsp; แบ่งกันกินยามยาก&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-39.2pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ผุสดี&amp;nbsp; ปั้นเลิศ&amp;nbsp; ผู้นำชุมชนเฟื่องฟ้าพัฒนา &amp;nbsp;เขตประเวศ&amp;nbsp; บอกว่า&amp;nbsp; ชาวชุมชนเฟื่องฟ้าฯ อาศัยอยู่ในที่ดินราชพัสดุและบางส่วนอยู่ในที่ดินสาธารณะ&amp;nbsp; มีทั้งหมด 67 ครอบครัว&amp;nbsp; ประมาณ 300 คน&amp;nbsp; เกือบทั้งหมดมีอาชีพรับจ้างทั่วไป หากินไปวันๆ&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขี่มอเตอร์ไซค์รับจ้าง&amp;nbsp; ค้าขายเล็กๆ น้อยๆ&amp;nbsp; มีรายได้วันละ 300-500 บาท&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; ได้รับผลกระทบจากโควิดตั้งแต่ปีที่แล้ว&amp;nbsp; เพราะหลายครอบครัวมีคนตกงาน&amp;nbsp; มีรายได้น้อยลง &amp;nbsp;ไม่พอเลี้ยงดูครอบครัว&amp;nbsp; ชุมชนจึงหาทางช่วยเหลือกัน&amp;nbsp; โดยนำเอาพืชผักต่างๆ ที่ปลูกบนที่ดินว่างในชุมชน (ปลูกก่อนโควิด&amp;nbsp; เนื้อที่ประมาณ 100 ตารางวา) เช่น&amp;nbsp; บวบ&amp;nbsp; น้ำเต้า&amp;nbsp; คะน้า&amp;nbsp; ฟักทอง&amp;nbsp; ผักกาด&amp;nbsp; ผักเคล&amp;nbsp; ผักน้ำ&amp;nbsp; ข่า&amp;nbsp; ตะไคร้&amp;nbsp; กะเพรา&amp;nbsp; โหระพา&amp;nbsp; พริก&amp;nbsp; มะเขือ&amp;nbsp; มะนาว&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; มาแจกจ่ายไปทำกับข้าว&amp;nbsp; แต่ก็ไม่พอ&amp;nbsp; แจกจ่ายไม่ทั่วถึง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-39.2pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;พอดีช่วงนั้น&amp;nbsp; มีหลายหน่วยงานที่เข้ามาช่วยเหลือชุมชน&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; กระทรวง พม.&amp;nbsp; พอช. มีโครงการสนับสนุนให้ชุมชนที่มีรายได้น้อย&amp;nbsp; ชุมชนแออัด&amp;nbsp; จัดทำครัวชุมชนเพื่อทำอาหารแจกจ่ายกันกิน&amp;nbsp; ชุมชนได้รับเงินสนับสนุน 1 แสนบาทจึงเอามาทำครัว&amp;nbsp; แต่แจกจ่ายไปชุมชนอื่นๆ ที่อยู่ใกล้กันอีก 10 ชุมชนด้วย&amp;nbsp; ทำอาทิตย์ละ 1 ครั้ง&amp;nbsp; เป็นกับข้าวต่างๆ&amp;nbsp; แต่ทำได้ 8 ครั้งก็หมดงบประมาณ&amp;rdquo;&amp;nbsp; ผุสดีบอก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-39.2pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-39.2pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-39.2pt&quot;&gt;ครัวปันอิ่มที่ชุมชนเฟื่องฟ้าฯ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-39.2pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:.8pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ส่วนสถานการณ์โควิดที่ยังส่งผลกระทบต่อเนื่องมาถึงวันนี้&amp;nbsp; เธอบอกว่า&amp;nbsp; ทุกครอบครัวก็ยังลำบากอยู่&amp;nbsp; คนที่เคยขายของในตลาดก็ยังหายใจไม่ทั่วท้อง&amp;nbsp; เพราะหากมีแม่ค้าพ่อค้าคนใดติดโควิด&amp;nbsp; ตลาดจะต้องถูกปิด&amp;nbsp; ทำมาหากินไม่ได้อีก&amp;nbsp; มอเตอร์ไซค์รับจ้างก็ไม่มีคนนั่ง&amp;nbsp; แต่ยังมีหลายหน่วยงานเข้ามาสนับสนุนการทำครัวชุมชน&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; มูลนิธิพุทธิกา&amp;nbsp; และ พอช. (สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ) มอบงบประมาณสนับสนุนการทำครัวชุมชนในปีนี้&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:.8pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ขณะที่ชุมชนก็เอาผักสวนครัวที่ปลูกมาทำอาหาร&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ฟักต้มไก่&amp;nbsp; คะน้า-บวบ-เอามาผัด&amp;nbsp; ฟักทองเอามาแกงไก่-ผัดไข่&amp;nbsp; ชะอมชุบไข่ทอด&amp;nbsp; แกงส้ม&amp;nbsp; น้ำพริก&amp;nbsp; ผักลวก&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; หมุนเวียนกันไป&amp;nbsp; ทำให้คนในชุมชนมีอาหารกิน&amp;nbsp; เด็กๆ กินอิ่มก็ไม่งอแง&amp;nbsp; ยิ้มหัวได้ทั้งวัน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:.8pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;แต่ปีนี้เราจะทำให้ครัวชุมชนเดินไปได้ตลอด&amp;nbsp; เราจึงทำ &amp;lsquo;ครัวปันอิ่ม&amp;rsquo;&amp;nbsp; ขายกับข้าวราคาถูก&amp;nbsp; ถุงละ 20 บาท&amp;nbsp; ถุงนึงจะใหญ่กว่าร้านข้าวแกงทั่วไป&amp;nbsp; ข้าวให้ฟรีไม่อั้น&amp;nbsp; และแจกฟรีสำหรับคนแก่&amp;nbsp; คนป่วย&amp;nbsp; เด็กๆ&amp;nbsp; หรือครอบครัวไหนไม่มีเงินเราก็ให้ฟรีๆ ทั้งข้าวและกับ&amp;nbsp; เราช่วยกันทำขายอาทิตย์ละ 1 ครั้ง&amp;nbsp; มีกับข้าว 5-6 อย่าง&amp;nbsp; บางครอบครัวจะซื้อเอาไปใส่ตู้เย็นกินได้ทั้งอาทิตย์&amp;nbsp; คนนอกชุมชนรู้ข่าวก็มาซื้อ&amp;nbsp; ครั้งนึงจะขายได้ประมาณ 2-3 พันบาท&amp;nbsp; ขายได้เงินไม่มาก&amp;nbsp; เพราะเราไม่ได้กะจะเอากำไร&amp;nbsp; ถือว่าช่วยเหลือกัน&amp;nbsp; แบ่งปันกันกิน&amp;nbsp; ข้าวเปล่าเราก็ให้ฟรี&amp;nbsp; พอให้มีเงินมาหมุนเวียน&amp;nbsp; ถ้าทำแจกฟรีคงจะได้ไม่กี่ครั้ง&amp;nbsp; แต่ถ้าทำขายแบบนี้&amp;nbsp; เราจะช่วยกันได้ตลอดไป&amp;rdquo; &amp;nbsp;เธอบอกถึงอนาคตของครัวปันอิ่ม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:.8pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:.8pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:.8pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:.8pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:.8pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:.8pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ใช่แต่จะเป็นเพียงผู้รับ&amp;nbsp; ชาวชุมชนเฟื่องฟ้าฯ ยังใช้ที่ว่างในชุมชนที่พอเหลืออยู่&amp;nbsp; ปลูกสมุนไพรเพื่อป้องกันและรักษาโควิด&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ฟ้าทะลายโจร&amp;nbsp; กระชาย&amp;nbsp; ปลูกรวมแล้วกว่า 100 กระถาง&amp;nbsp; ขณะนี้ฟ้าทะลายโจรเก็บไปทำยาได้แล้ว&amp;nbsp; โดยชาวชุมชนจะช่วยกันเอามาตากแห้ง&amp;nbsp; แล้วส่งไปให้ &amp;lsquo;ชมรมคนปลูกฟ้าทะลายโจรทั้งแผ่นดิน&amp;rsquo; นำเอาไปบดบรรจุใส่แคปซูล&amp;nbsp; เพื่อส่งไปช่วยเหลือผู้ป่วยโควิดต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:.8pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ปัจจุบันมีชุมชนต่างๆ ที่จัดทำครัวปันอิ่มโดยการสนับสนุนของมูลนิธิพุทธิกาเช่นเดียวกับชุมชนเฟื่องฟ้าฯ แล้ว 13 ชุมชนในกรุงเทพฯ &amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp; 7,792 ครัวเรือน &amp;nbsp;กระจายความช่วยเหลือได้ 28,033 คน&amp;nbsp; บางชุมชนขายอาหารราคาอิ่มละ 9-10 บาท&amp;nbsp; หรือสูงสุดไม่เกิน&amp;nbsp; 20 บาท&amp;nbsp; เป็นการช่วยเหลือจุนเจือกันในยามยาก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-39.2pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-39.2pt&quot;&gt;คนขอนแก่นไม่ทิ้งกัน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:.8pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; จังหวัดขอนแก่น&amp;nbsp; เป็นหัวเมืองใหญ่ในภาคอีสาน&amp;nbsp; มีสถาบันการศึกษา&amp;nbsp; โรงพยาบาลขนาดใหญ่&amp;nbsp; มีย่านธุรกิจการค้าที่คึกคักเฟื่องฟูมาช้านาน&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขณะเดียวกันก็มีชุมชนผู้มีรายได้น้อยกระจายอยู่รอบเมือง&amp;nbsp; มีคนทุกข์ยาก&amp;nbsp; ไม่มีรายได้เพียงพอที่จะเช่าบ้าน&amp;nbsp; ต้องยึดเอาพื้นที่สาธารณะเป็นที่พักพิง&amp;nbsp; (ปัจจุบันมีประมาณ 120 คน)&amp;nbsp; ซึ่งในช่วงสถานการณ์โควิดนี้&amp;nbsp; พวกเขาต่างได้รับผลกระทบกันถ้วนหน้า&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ป้านงเยาว์ &amp;nbsp;&amp;nbsp;กงภูเวศน์ &amp;nbsp;ประธานชุมชนเหล่านาดี 12&amp;nbsp; ตั้งอยู่ริมทางรถไฟในเขตเทศบาลนครขอนแก่น&amp;nbsp; เล่าว่า&amp;nbsp; ชุมชนเหล่านาดี 12 มีทั้งหมด 135 ครอบครัว&amp;nbsp; ส่วนใหญ่มีอาชีพรับจ้างรายวัน&amp;nbsp; เป็นลูกจ้างในตลาด&amp;nbsp; ค้าขายเล็กๆ น้อย ๆ&amp;nbsp; เมื่อได้รับผลกระทบจากโควิด&amp;nbsp; จึงคิดเรื่องทำอาหารขายให้คนในชุมชนเพื่อช่วยเหลือกัน&amp;nbsp; ขายในราคาถูก&amp;nbsp; จานละ 15 บาท&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ก๋วยเตี๋ยวไก่&amp;nbsp; ข้าวมันไก่&amp;nbsp; ข้าวไข่เจียว&amp;nbsp; และอาหารตามสั่ง&amp;nbsp; เริ่มทำตั้งแต่ช่วงปลายเดือนเมษายนที่ผ่านมา&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;เราขาย 15 บาท&amp;nbsp; แต่กินอิ่มเท่ากับคนอื่นขาย&amp;nbsp; 30 บาท&amp;nbsp; คนนอกชุมชนก็มากินได้&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วนคนแก่&amp;nbsp; คนป่วย&amp;nbsp; เราก็ให้กินฟรี&amp;nbsp; คนที่รู้ข่าวก็มาสนับสนุน&amp;nbsp; เอาเงินมาช่วยให้ทำอาหารแจก&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วนคนที่ตกงานในชุมชน&amp;nbsp; แม่บ้านที่ว่างงาน&amp;nbsp;&amp;nbsp; เราก็ให้มาช่วยกันทำครัว&amp;nbsp; หั่นผัก&amp;nbsp; ช่วยล้างจาน&amp;nbsp; พอให้มีรายได้วันละ 100-200 บาท&amp;nbsp; แล้วแต่ใครทำน้อย&amp;nbsp; ทำมาก&amp;nbsp; แต่ก็ช่วยให้มีรายได้&amp;nbsp; คนกินก็จะได้กินของถูก&amp;nbsp; ช่วยเหลือกันไป&amp;rdquo; &amp;nbsp;ป้านงเยาว์บอก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; จากการจุดประกายของป้านงเยาว์&amp;nbsp; ทำให้มีหน่วยงานต่างๆ เข้ามาสนับสนุนและต่อยอดไปช่วยเหลือกลุ่มผู้ที่ได้รับผลกระทบ&amp;nbsp; กลุ่มเปราะบางในชุมชนต่างๆ&amp;nbsp; รวมทั้งกลุ่มคนไร้บ้าน&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp;&amp;nbsp; สสส.&amp;nbsp; พอช. เครือข่ายสลัมสี่ภาค&amp;nbsp; กลุ่มเพื่อนคนไร้บ้าน&amp;nbsp; กลุ่ม Hugtown เครือข่ายชุมชนเมืองขอนแก่น&amp;nbsp; เทศบาลนครขอนแก่น&amp;nbsp; พมจ.ขอนแก่น&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; ส่วนรูปแบบการช่วยเหลือมีหลากหลาย&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ชุมชนริมทางรถไฟนำพืชผักที่ปลูกมาแจกจ่าย&amp;nbsp;&amp;nbsp; เทศบาลนครขอนแก่นจัดตรวจคัดกรองเชื้อโควิดและฉีดวัคซีนให้กลุ่มคนไร้บ้าน ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

ผู้แทนหน่วยงานต่างๆ ร่วมสนับสนุนคูปองปันกัน&amp;nbsp;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;lsquo;โครงการคูปองปันกัน&amp;rsquo;&amp;nbsp; สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ&amp;nbsp;พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดขอนแก่น (พมจ.) และภาคีเครือข่าย&amp;nbsp; ร่วมกันจัดทำโครงการนี้ขึ้นมา&amp;nbsp; เพื่อช่วยเหลือประชาชนกลุ่มเปราะบางในภาวะวิกฤตจากการตกงาน&amp;nbsp; ขาดรายได้&amp;nbsp; กลุ่มเป้าหมายในเมืองขอนแก่นประมาณ&amp;nbsp; 300-500 คน&amp;nbsp; ให้มีเงินจับจ่ายซื้ออาหาร&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยจะจัดสรรคูปองอาทิตย์ละ 100 บาทให้แก่กลุ่มเปราะบาง&amp;nbsp;&amp;nbsp; เพื่อให้นำไปซื้ออาหารและสินค้าจำเป็น&amp;nbsp; และยังช่วยให้เศรษฐกิจชุมชนหมุนเวียนด้วย&amp;nbsp; โดยมีชุมชนเข้าร่วม 11 ชุมชน&amp;nbsp; ร้านอาหาร&amp;nbsp; ร้านค้าเข้าร่วมรับคูปอง&amp;nbsp; รวม&amp;nbsp; 26 ร้าน&amp;nbsp; เริ่มดำเนินการตั้งแต่เดือนมิถุนายนที่ผ่านมา&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:.8pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นอกจากนี้ยังส่งเสริมให้มีการ &amp;lsquo;สร้างพื้นที่สะสมอาหาร&amp;rsquo; &amp;nbsp;ปลูกผัก&amp;nbsp; เลี้ยงไก่ไข่&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; เพื่อนำมาทำอาหาร&amp;nbsp;&amp;nbsp; มีการจ้างงานกลุ่มคนไร้บ้านให้ทำความสะอาดพื้นที่สาธารณะ&amp;nbsp; เช็ดถูราวสะพานคนเดินข้าม&amp;nbsp; ให้ค่าตอบแทนวันละ 300 บาท&amp;nbsp; จ้างงานไปแล้วประมาณ 100 คนโดย พอช.สนับสนุนงบประมาณ 300,000 บาท&amp;nbsp; และ พมจ.ขอนแก่น&amp;nbsp; 360,000 บาทเศษ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-39.2pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-39.2pt&quot;&gt;ศูนย์พักคอยรองรับผู้ติดเชื้อในชุมชน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:.8pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นอกจากการช่วยเหลือเรื่องปากท้องดังกล่าวแล้ว&amp;nbsp; ชุมชนเหล่านาดี 12 ยังร่วมกับเทศบาลนครขอนแก่น และสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด&amp;nbsp; ขอใช้พื้นที่บริเวณสถานีรถไฟชั่วคราวที่อยู่ใกล้ชุมชนจัดทำศูนย์พักคอยในชุมชน (Community&amp;nbsp; Isolation) หรือ CI เพื่อรองรับผู้ติดเชื้อที่มีอาการไม่หนัก&amp;nbsp; เพื่อแบ่งเบาภาระของทางโรงพยาบาล&amp;nbsp; โดย CI แห่งนี้ใช้ห้องต่างๆ ที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ของสถานีรถไฟ&amp;nbsp; ปรับปรุงเป็นห้องพักสำหรับผู้ติดเชื้อหรือกักตัวดูอาการ&amp;nbsp; รวมทั้งหมด 7 ห้อง&amp;nbsp; รองรับได้ 14 คน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:.8pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:.8pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

ตู้ทำการภายในสถานีรถไฟชั่วคราวขอนแก่นนำมาปรับปรุงเป็น CI

&lt;p style=&quot;margin-right:.8pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; อดิเรก&amp;nbsp; แสงใสแก้ว &amp;nbsp;นายกสมาคมอสังหาริมทรัพย์ไทย&amp;nbsp; ในฐานะจิตอาสาที่มีบทบาทสนับสนุนการจัดวางระบบ CI &amp;nbsp;บอกว่า&amp;nbsp; ศูนย์พักคอยในชุมชน&amp;nbsp; หรือ CI &amp;nbsp;มีความสำคัญในการดูแลผู้ป่วยที่ยังมีอาการไม่รุนแรงหรืออยู่ในสถานะสีเขียว&amp;nbsp; โดยผู้ป่วยจะต้องลงทะเบียนกับ สปสช.เพื่อรับยาและเวชภัณฑ์&amp;nbsp; &amp;nbsp;แพทย์และพยาบาลจะดูแลผู้ป่วยผ่านระบบ telemedicine หรือให้คำแนะนำการรักษาตัวผ่านโทรศัพท์&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;CI จึงเปรียบเสมือนกับโครงการแก้มลิงเพื่อพักคอยน้ำ&amp;nbsp; ไม่ให้น้ำท่วม&amp;nbsp; เพราะไม่งั้นจะมีผู้ป่วยสีเขียวที่ต้องเข้าไปรอการรักษาตัวในโรงพยาบาลหรือโรงพยาบาลสนามเป็นจำนวนมาก&amp;nbsp; และถ้ารักษาช้าหรือรู้ตัวว่าติดเชื้อช้าก็จะทำให้อาการรุนแรงมากขึ้น&amp;nbsp; เชื้อก็จะแพร่กระจายได้มากขึ้น&amp;rdquo; &amp;nbsp;อดิเรกเปรียบความสำคัญของ CI&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; เขาบอกว่า&amp;nbsp; การจัดตั้ง CI ในชุมชนนั้น&amp;nbsp; ผู้นำชุมชนจะต้องชี้แจงสร้างความเข้าใจกับชาวชุมชน&amp;nbsp; และท้องถิ่น&amp;nbsp; เพราะบางคนอาจกลัวว่า CI จะเป็นแหล่งแพร่เชื้อ&amp;nbsp; ทำให้เกิดการต่อต้าน&amp;nbsp; ต้องมีการจัดวางระบบเพื่อความปลอดภัย&amp;nbsp; ได้มาตรฐาน&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; การวางเตียงควรเว้นระยะห่างกันประมาณ 2 เมตร&amp;nbsp; เพื่อป้องกันการไอ จาม&amp;nbsp; นำสารคัดหลั่งที่มีเชื้อมาแพร่กระจาย&amp;nbsp; พื้นห้องควรทำความสะอาดได้ง่าย&amp;nbsp; ไม่มีรอยแยกหรือแตกเพราะจะเป็นแหล่งสะสมเชื้อ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ต้องมีระบบระบายอากาศ &amp;nbsp;&amp;nbsp;ระบบพักน้ำ&amp;nbsp; โดยเติมคลอรีนเพื่อฆ่าเชื้อโรคก่อนระบายน้ำทิ้ง&amp;nbsp;&amp;nbsp; ห้องอาบน้ำ&amp;nbsp; ห้องสุขาควรแยกจากกัน&amp;nbsp; จำนวน 1 ห้องต่อผู้ป่วย 10 คน&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; เน้นการใช้วัสดุหรืออุปกรณ์ที่ชุมชนมีอยู่หรือสินค้ามือสองมาปรับปรุงเป็นอุปกรณ์ต่างๆ&amp;nbsp; เพื่อความประหยัด &amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp; การทำห้องความดันลบสำหรับแยกผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรงออกจากผู้ป่วยสีเขียว&amp;nbsp; ซึ่งหากเป็นระบบแบบโรงพยาบาลอาจใช้งบประมาณนับล้านบาท&amp;nbsp; หากชุมชนทำเองอาจใช้เงินเพียง&amp;nbsp; 8,000 บาท &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;ชุมชนรุ่งมณี&amp;nbsp; เขตวังทองหลาง ใช้ศูนย์เด็กเล็กที่ปิดชั่วคราวทำ CI&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ตั้งแต่เดือนมิถุนายนที่ผ่านมา&amp;nbsp; สมาคมอสังหาริมทรัพย์ไทยได้ร่วมกับ พอช. สนับสนุนการจัดตั้ง CI ในชุมชนต่างๆ ในกรุงเทพฯ และปริมณฑล&amp;nbsp; โดยขณะนี้จัดตั้งแล้วใน 8 ชุมชน &amp;nbsp;และกำลังทยอยจัดตั้งอีกหลายแห่ง &amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp; ชุมชนคลองลัดภาชี&amp;nbsp; เขตภาษีเจริญ&amp;nbsp; ชุมชนคลองลำนุ่น&amp;nbsp; เขตคันนายาว&amp;nbsp; ชุมชนรุ่งมณี&amp;nbsp; เขตวังทองหลาง&amp;nbsp; ชุมชนตึกแดง&amp;nbsp; เขตบางซื่อ ฯลฯ&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ทั้งหมดเป็น CI ขนาดเล็กตามสภาพของชุมชน&amp;nbsp; ซึ่งส่วนใหญ่จะใช้ที่ทำการชุมชนหรือศูนย์เด็กเล็กมาปรับปรุง&amp;nbsp; รองรับผู้ติดเชื้อได้ประมาณ&amp;nbsp; 5-20 คน&amp;nbsp; แต่บางแห่งอาจรองรับได้มากกว่านี้ตามสภาพพื้นที่&amp;nbsp; โดย พอช.จะสนับสนุนงบประมาณแห่งละ 50,000-150,000 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ถือเป็นการสานพลังสังคมและชุมชนเพื่อฝ่าวิกฤตโควิดไปด้วยกัน !!&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116918</URL_LINK>
                <HASHTAG>Community  Isolation, Telemedicine, กลุ่ม Hugtown, กลุ่มเพื่อนคนไร้บ้าน, คนขอนแก่นไม่ทิ้งกัน, ครัวชุมชน, ครัวปันอิ่ม, จังหวัดขอนแก่น, ชมรมคนปลูกฟ้าทะลายโจรทั้งแผ่นดิน, ชุมชนเฟื่องฟ้าพัฒนา, ชุมชนเหล่านาดี 12, ปันกันอิ่ม  แบ่งกันกินยามยาก, ป้านงเยาว์   กงภูเวศน์, ผุสดี  ปั้นเลิศ, พมจ., พมจ.ขอนแก่น, พอช., ฟ้าทะลายโจร, มูลนิธิพุทธิกา, ศูนย์พักคอยในชุมชน, สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ, สมาคมอสังหาริมทรัพย์ไทย, สร้างพื้นที่สะสมอาหาร, สสส., สานพลังสังคม-ชุมชน, อดิเรก  แสงใสแก้ว, เครือข่ายชุมชนเมืองขอนแก่น, เครือข่ายสลัมสี่ภาค, เทศบาลนครขอนแก่น, โครงการคูปองปันกัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210916/image_big_6142f4a656b9c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>114463</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/08/2021 10:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/08/2021 10:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อีอีซีผนึกสปก.ลุยพัฒนาพืช &#039;กัญชา-ฟ้าทะลายโจร&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 ส.ค. 2564 &amp;nbsp;ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยในฐานะเป็นประธานและสักขีพยานในพิธีรวมลงนามในบันทึก ข้อตกลงความร่วมมือการพัฒนาสมุนไพรอย่างครบวงจรในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) ระหว่างสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม(ส.ป.ก.) และสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษ ภาคตะวันออก (สกพอ.)ภายใต้แผนพัฒนาการเกษตรในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก ว่า โครงการดังกล่าวจะเป็นการปรับเปลี่ยนอนาคตของเกษตรกรในพื้นที่ส.ป.ก. ให้มีรายได้เพิ่มขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยเปลี่ยนการปลูกพืชแบบเดิมๆสู่พืชที่มีอนาคตสูง เริ่มพืช 2 ชนิดได้แก่ 1.กัญชงและกัญชา ซึ่งเป็นพืชสมุนไพรที่มีศักยภาพในการรักษา &amp;nbsp;2. ฟ้าทะลายโจร เป็นพืชสมุนไพรที่ในปัจจุบันประเทศไทยใช้เป็นยารักษาโรคโควิด-19 ที่กระทรวงสาธารณสุขได้ให้การรับรองแล้ว โดยทั้ง 2 หน่วยงาน จะได้ร่วมกันสนับสนุนการพัฒนาพืชสมุนไพร และกิจการที่เกี่ยวข้องกับสมุนไพรอย่างครบวงจร ในเขตปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมในพื้นที่เขต อีอีซี มีเป้าหมายที่จะยกระดับพืชสมุนไพรของไทย มีคุณภาพมาตรฐานสากล ตั้งแต่การเพาะปลูกไปจนถึงการทำตลาด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้โดยจะนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ทันสมัย ตั้งแต่ขั้นตอนการผลิตสมุนไพรให้ได้มาตรฐาน มีความปลอดภัย ตลอดจนการทำตลาดสมัยใหม่ ให้สมุนไพรไทยขายได้ตรงความต้องการของตลาด มีราคาสูง สร้างรายได้ที่มั่นคงให้เกษตรกร ให้มีผลโดยเร็วและเป็นรูปธรรม มีระยะเวลา 2 ปี ตามอายุของข้อตกลงว่าด้วยความร่วมมือนี้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114463</URL_LINK>
                <HASHTAG>กัญชา, ฟ้าทะลายโจร, อีอีซี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210504/image_big_60916d155e73b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>114151</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/08/2021 15:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/08/2021 15:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชายแดนใต้ยกการ์ดสู้โควิด! พร้อมปรับสวนยางเสริมปลูกฟ้าทะลายโจร </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 ส.ค.64 - นายประยูรสิทธิ์ คณานุรักษ์ ประชาสัมพันธ์คณะกรรมการเครือข่ายสถาบันเกษตรกรชาวสวนยางระดับประเทศ การยางแห่งประเทศไทย (กยท.) กล่าวว่า ที่ผ่านมา ศจ.ภญ.ดร.กฤษณา ไกรสินธุ์ มูลนิธิกฤษณา ไกรสินธุ์ ได้ลงพื้นที่หมู่ 5 ต.นาประดู่ อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี เพื่อสำรวจพื้นที่ปลูกพืชสมุนไพรฟ้าทะลายโจร ที่จะนำใบมาใช้ผลิตเป็นยาสมุนไพร ทั้งนี้เพราะดินและสภาพภูมิอากาศในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ จ.ปัตตานี ยะลา และ จ.นราธิวาส มีความเหมาะสมในการปลูกฟ้าทะลายโจร เพราะจะได้ใบฟ้าทะลายโจรคุณภาพมาตรฐานคุณค่าสูงมากที่จะใช้แปรรูปผลิตยา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายประยูรสิทธิ์ กล่าวอีกว่า โดยการปลูกฟ้าทะลายโจรในระบบเกษตรอินทรีย์ปลอดสารพิษห้ามใช้สารเคมี ทั้งนี้ระยะเวลาการปลูก 3 เดือน จะเก็บได้ 1 รอบ โดยทางมูลนิธิกฤษณา ไกรสินธุ์ จะเป็นผู้มอบต้นพันธุ์ให้กับเกษตรกรในการปลูก ทางมูลนิธิก็จะรับซื้อผลผลิตโดยเป็นฟ้าทะลายโจรใบแห้งในราคา 290 บาท / กก. โดยฟ้าทะลายโจรใบสดขนาด 10 กก.จะได้ฟ้าทะลายโจรใบแห้งเท่ากับ 1 กก. โดยมีโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลจะแนะ (รพ.สต.) อ.จะแนะ จ.นราธิวาส เป็นศูนย์กลางในการผลิตยาสมุนไพรฟ้าทะลายโจร จะเป็นการสร้างงาน สร้างอาชีพ สร้างรายได้ที่ดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายประยูรสิทธิ์ กล่าวอีกว่า สำหรับโครงการทางมูลนิธิกฤษณา ไกรสินธุ์ ได้ร่วมกับ การไฟฟ้าฝ่ายผลิต และมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (มอ.) โดยได้ดำเนินมาก่อนระยะหนึ่งแล้ว ก่อนที่จะเกิดโรคระบาดโควิด 19 แต่ยังอยู่ของระยะเวลาโครงการนำร่องสำหรับขณะนี้ในส่วนของชาวสวนยางพารา ก็พร้อมที่จะปลูกในสวนยางพาราอยู่แล้ว และปัจจุบันสวนยางพาราทั่วประเทศจำนวนกว่า 20 ล้านไร่ แต่ชาวสวนยางพารายังขาดความเชื่อมั่นว่าเมื่อมีการปลูกพืชสมุนไพรฟ้าทะลายโจรแล้วองค์กรใด กลุ่มใด ฯลฯ ที่จะรับซื้อ แปรรูปผลิตฟ้าทะลายโจร การตลาดต้องนำ แล้วจะเป็นหลักประกันที่จะสร้างความเชื่อมั่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายประยูรสิทธิ์ ระบุว่า ชาวสนยางพาราพร้อมที่จะปลูกได้ และปลูกแซมในร่องอกสวนยางพารา แต่ทั้งนี้จะไม่สามารถปลูกได้ทั่วไปทั้งหมด เพราะต้องขึ้นอยู่กับสภาพพื้นดินและสภาพภูมิอากาศเป็นหลักสำคัญ จะเป็นพืชเศรษฐกิจสำคัญอีกตัวหนึ่งที่จะสร้างงาน สร้างรายได้ให้กับประชาชน และประเทศ&amp;nbsp;&amp;nbsp;ขณะนี้ประเทศไทย มีพืชเศรษฐกิจที่สำคัญหลายตัวที่สามารถสร้างรายได้อย่างมหาศาล ทั้งกัญชา กระท่อม กระชาย และฟ้าทะลายโจร ที่จะพืชสมุนไพรเป็นองค์ประกอบกับยารักษาโรคอยู่แล้ว แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือประชาชนชาชาวไทย ภาครัฐพร้อมดำเนินการเพราะจะเป็นการสร้างงานสร้างรายได้อย่างมหาศาล ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับรัฐบาลที่จะต้องเปิดกว้าง พืชทั้ง 4 ตัว กัญชา กระท่อม กระชาย ฟ้าทะลายโจรเกี่ยวข้องกับการเยียวยารักษาโรค โดยเฉพาะจะเกี่ยวข้องกับการรักษาป้องกันโรคโควิด- 19 ด้วยที่กำลังวิกฤติอยู่ในขณะนี้ และขณะนี้ฟ้าทะลายโจรก็กำลังขาดแคลน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายหร้อหมาน บุญคง รองประธานกลุ่มหมอพื้นบ้านระดับอำเภอ จ.พัทลุง กล่าวว่า กลุ่มหมอพื้นบ้านจังหวัดพัทลุง ที่ขึ้นทะเบียนกับทางการประมาณ 40 คน ได้มีการออกมาสนับสนุนช่วยเหลือผู้ที่ต้องการที่จะใช้พืชสมุนไพรเพื่อป้องกันดูแลรักษาสุขภาพและป้องกันโควิด -19โดยในกลุ่มขณะนี้ได้ระดมทีมเพื่อออกค้นหาฟ้าทะลายโจรที่งอกขึ้นตามธรรมชาติตามพื้นที่ต่าง ๆ ใน จ.พัทลุง ซึ่งขาดแคลนแคลนและหาอยากมาก โดยกว่าจะหาได้ประมาณ 1 กระสอบปุ๋ยจะต้องใช้ระยะเวลามาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายหร้อหมาน กล่าวว่า โดยฟ้าทะลายโจรสดนำมาหั่นตากแห้งแล้วเข้าขบวนการบด พร้อมกับพืชสมุนไพรตัวอื่นอีก 2 ตัว เป็นตัวยาสมุนไพรองค์ประกอบ เช่น เกี่ยวกับโรคปอด ฯลฯ ทั้งนี้เพื่อนำมาแปรรูปผลิตเป็นยาสมุนไพรฟ้าทะลายโจรป้องกันรักษาโควิด -19 &amp;nbsp;นอกจากฟ้าทะลายโจรจะหายากแล้ว ขณะนี้แคปซูลเพื่อบรรจุฟ้าทะลายโจร ค่อนข้างจะแคลนหาซื้อไม่ได้ทั้งขนาดเบอร์ 1 และ เบอร์ 2 สั่งหาซื้อกันทุกร้านก็ไม่สินค้า และราคาแคมปซูลก็ขยับขึ้นจากราคา 140 &amp;ndash; 160 บาท ขยับขึ้นมาเป็น 240 บาท / 1.000 ชิ้น สำหรับในกลุ่มหมอพื้นบ้าน จ.พัทลุง มีการจำหน่ายให้กับชาวบ้านในพื้นที่ราคาประมาณ 2 บาท / เม็ด และหากขายภายนอกพื้นที่ประมาณ 3 บาท / เม็ด โดยขณะนี้ต้องแพคใส่กระปุก ตามคำสั่งซื้อ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114151</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชายแดนใต้, ฟ้าทะลายโจร, สวนยางพารา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210822/image_big_61220e6a1ae4e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>113639</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/08/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/08/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พัฒนาฟ้าทะลายโจร ได้สารสำคัญสูงกว่า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; นักวิจัย ม.เกษตร สกลนคร ร่วมกับ 6 ภาคีเครือข่ายใช้นวัตกรรมพัฒนาปลูกฟ้าทะลายโจรให้ได้สารสำคัญ แอนโดรกราโฟไลด์ สูงกว่ามาตรฐาน พบเพิ่มขึ้น 4-6% พร้อมปั้นแบรนด์ภูพานไพล สร้างรายได้ครัวเรือนละ 20,000 บาทต่อเดือน เล็งขยายผลปลูกสู่ตำบลอื่นๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันที่ 17 ส.ค. ผศ.ดร.ศรีบุษย์ ศรีไชยจรูญพง หัวหน้าทีมวิจัยจากคณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตเฉลิมพระเกียรติ จ.สกลนคร กล่าวว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดโรคโควิด-19 มีผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ความต้องการสมุนไพรฟ้าทะลายโจรสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตามมีการตั้งคำถามถึงมาตรฐานสมุนไพรฟ้าทะลายโจรที่จำหน่ายในท้องตลาด ตนและคณะได้ศึกษาวิจัยหัวข้อ &amp;ldquo;การสร้างนวัตกรรมชุมชน เพื่อพัฒนาเกษตรกรกลุ่มสมุนไพร&amp;rdquo; ภายใต้โครงการวิจัย &amp;ldquo;การสร้างนวัตกรรมชุมชนเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก และบรรเทาผลกระทบจากโควิด-19 พื้นที่จังหวัดสกลนคร&amp;rdquo; ระหว่างเดือน ธ.ค.2563-มิ.ย.2564 โดยได้รับทุนสนับสนุนจากหน่วยบริหารและจัดการทุนวิจัยด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.) และความร่วมมือกับภาคีเครือข่าย ได้แก่ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดสกลนคร, มรฏ.สกลนคร, มทร.อีสาน, กรรมาธิการวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม, ผู้ว่าราชการจังหวัดสกลนคร และโรงพยาบาลพระอาจารย์ฝั้น อาจาโร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผศ.ดร.ศรีบุษย์กล่าวว่า ทีมวิจัยศึกษาบริบทพื้นที่ อ.วานรนิวาส จ.สกลนคร ที่ได้รับผลกระทบจากโรคระบาดโควิด ด้านเศรษฐกิจ สังคม วิถีชีวิตในท้องถิ่น รวมถึงสาเหตุปัจจัยเงื่อนไขที่เกี่ยวข้องทั้งเอื้อและไม่เอื้อกับการสร้างมาตรฐาน GAP พืชสมุนไพร เพื่อสร้างกลุ่มเกษตรกรเปราะบางพืชสมุนไพรให้ได้รับการรับรองมาตรฐาน GAP และเพิ่มมูลค่าพืชสมุนไพรสู่การเป็นสินค้า OTOP รวมทั้งจัดการห่วงโซ่อุปทานและห่วงโซ่คุณค่าผลผลิตสมุนไพรของเกษตรกร มีช่องทางการตลาด ทั้งออนไลน์ ออฟไลน์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หัวหน้าทีมวิจัยกล่าวว่า เดิมชาวบ้านปลูกฟ้าทะลายโจรใช้เมล็ดพันธุ์จากชุมชน ปลูกเน้นการเจริญเติบโตของต้น ไม่มุ่งเน้นค่าสารสำคัญชื่อว่า แอนโดรกราโฟไลด์ (Andrographolide) ที่มีฤทธิ์ยับยั้งการแบ่งตัวของไวรัสและยับยั้งการอักเสบ เพราะขาดความรู้และเทคนิคเฉพาะด้านเพื่อให้ได้ค่าสาระสำคัญสูง ทำให้ห่วงโซ่การผลิตฟ้าทะลายโจรยังไม่ครบวงจร ตลอดจนความรู้วิชาการในวิธีการปลูก การเก็บเกี่ยว การตลาดยังมีน้อย เมื่อเกิดสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ความต้องการของตลาดสูงขึ้น ราคาตลาดของฟ้าทะลายโจรต้นแห้งสูงจากเดิม 10 เท่า จากเดิม 50 บาท เป็น 500 บาท/กิโลกรัม ทางทีมวิจัยได้เข้าไปสร้างนวัตกรรมชุมชน เพื่อพัฒนาเกษตรกรกลุ่มสมุนไพรห่วงโซ่คุณค่าฟ้าทะลายโจร
&amp;ldquo;เปลี่ยนมาปลูกด้วยเมล็ดพันธุ์ฟ้าทะลายโจรคัดจากแปลงจังหวัดปราจีนบุรี พัฒนากระบวนการปลูกแบบแปลงมาตรฐาน ปรับปรุงดินและระบบน้ำ ดูแลเก็บเกี่ยวให้มีมาตรฐานตามเกณฑ์แปลงมาตรฐาน (PGS, GAP) อบรมการเก็บเกี่ยวลดต้นทุนการกำจัดวัชพืช จนถึงการตากแห้งเพื่อให้ได้ค่าสารแอนโดรกราโฟไลด์สูง เพิ่มเป็น 4-6% จากเดิมได้แค่ 1% สร้างมูลค่าเพิ่มฟ้าทะลายโจร 1 กิโลกรัมตากแห้งเป็นแคปซูล จากกิโลกรัมละ 150 บาท เพิ่มเป็น 2,000 บาท พัฒนาแบรนด์ &amp;ldquo;ภูพานไพล&amp;rdquo; เป็นตราสินค้าหลักของกลุ่ม สร้างการรับรู้ผ่านตลาดออนไลน์เพจภูพานไพล ฟ้าทะลายโจรแห้ง ต้นกล้าฟ้าทะลายโจร ทำบันทึกความร่วมมือ และเกษตรพันธสัญญากับบริษัทโรงงานผลิตยาแคปซูล แปรรูปแคปซูลยา 2 บริษัท เกษตรกรมีรายได้เพิ่มจาก 10,000 ต่อครัวเรือน เป็น 20,000 บาทต่อครัวเรือนต่อเดือน หรือเพิ่มขึ้นถึง 2 เท่า ส่งผลให้มีเกษตรกรนอกพื้นที่สนใจโมเดลเพิ่มเติมอีก 3 กลุ่มวิสาหกิจ นอกจากนี้นักวิจัยได้นำชุดความรู้สมุนไพรฟ้าทะลายโจรนำไปขยายผลในโครงการมหาวิทยาลัยสู่ตำบล พื้นที่ อ.วาริชภูมิ จ.สกลนคร&amp;rdquo; ผศ.ดร.ศรีบุษย์กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113639</URL_LINK>
                <HASHTAG>พัฒนาฟ้าทะลายโจร, ฟ้าทะลายโจร, ม.เกษตร สกลนคร, ยับยั้งไวรัส, ยับยั้งไวรัสสูงกว่ามาตรฐาน, สารแอนโดรกราโฟไลด์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เอ็กซ์ไซต์, เอ็กซ์ไซต์ไทยโพสต์, แบรนด์ภูพานไพล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210817/image_big_611badd4351df.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>113410</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/08/2021 20:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/08/2021 20:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;พัชรินทร์&#039; หนุนคนกรุง ปลูกฟ้าทะลายโจรสู้โควิด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 ส.ค.64 - น.ส.พัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ ส.ส.กทม. และโฆษกพรรคพลังประชารัฐ​ กล่าวว่า ขอเชิญชวนประชาชนชาว กทม. ร่วม &amp;quot;ปลูกฟ้าทะลายโจร คู่บ้าน ต้านโควิด&amp;quot; พร้อมมอบต้นกล้าฟ้าทะลายโจร เพื่อส่งเสริมการเพาะปลูกในครัวเรือน เช่นเดียวกับพืชผักสวนครัว ซึ่งสามารถเก็บผลผลิตมาใช้ได้ทันทีเมื่อมีอาการเจ็บป่วย เป็นส่วนหนึ่งในการร่วมดูแลตนเองในสถานการณ์โควิด-19 ที่ขณะนี้ฟ้าทะลายโจรขาดตลาดและหายาก ฟ้าทะลายโจรมีสรรพคุณมากมาย โดยได้ถูกบรรจุอยู่ในบัญชียาหลักแห่งชาติด้านสมุนไพร ให้ใช้กับผู้ป่วยโรคโควิด 19 ที่มีความรุนแรงน้อย เพื่อลดการเกิดโรคที่รุนแรง นอกจากนี้ยังสามารถใช้บรรเทาอาการของโรคหวัด เช่น ไอ เจ็บคอ น้ำมูกไหล มีไข้ ได้อีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เธอระบุว่า &amp;nbsp;ตนเองได้นำร่องในพื้นที่เขต 2 กรุงเทพมหานคร คือ ปทุมวัน บางรัก สาทร และได้มอบต้นกล้าฟ้าทะลายโจรให้กับประชาชนในพื้นที่ รวมทั้งให้คำแนะนำวิธีการปลูกและวิธีรับประทานแก่ประชาชนที่สนใจร่วมโครงการดังกล่าว และต้องขอขอบคุณภาครัฐ ที่ให้ความสำคัญในการส่งเสริมการเพาะปลูก ทั้งการถ่ายทอดองค์ความรู้และการสนับสนุนปัจจัยการเพาะปลูกด้านต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งภาคการเกษตรในพื้นที่ต่างจังหวัด ในส่วนของพื้นที่ กทม. นั้น หากเราสามารถช่วยกันเพิ่มพื้นที่สีเขียวกลางกรุง ร่วมกันทำเรือนเพาะชำเล็กๆ ของแต่ละบ้านปลูกฟ้าทะลายโจรและพืชสมุนไพรอื่นๆ ให้สามารถเก็บผลผลิตมาใช้ได้ทันที ก็จะมีส่วนช่วยในการลดความรุนแรงของสถานการณ์ลงได้.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113410</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดร.พัชรินทร์ ซำศิริพงษ์, ฟ้าทะลายโจร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210815/image_big_61191333602b9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>113179</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/08/2021 16:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/08/2021 16:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พาณิชย์เชือดโชว์!ขาย&#039;ฟ้าทะลายโจร-ชุดตรวจโควิด&#039;กำไรเกินควร แจ้งความแล้ว 11 ราย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;13 ส.ค.64 -นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ (กกร.) ว่า กระทรวงพาณิชย์ได้มีการแจ้งความดำเนินคดีกับผู้ที่จำหน่ายยาฟ้าทะลายโจร และชุดตรวจโควิด-19 ด้วยตนเอง (Antigen Test Kid) หรือ ATK ที่นำสินค้าไปขายผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ คือ ลาซาด้า และช้อปปี้แล้วรวม 11 ราย ในข้อหาค้ากำไรเกินควร ซึ่งเป็นความผิดมาตรา 29 ของพ.ร.บ.ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ.2542&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยในส่วนของยาฟ้าทะลายโจร ได้ดำเนินคดีรวม 10 ราย ได้แก่ 1.ยี่ห้ออภัยภูเบศร 8 ราย ซึ่งไม่ได้แปลว่าอภัยภูเบศรผิด แต่คนที่นำไปขายผิด โดยนำยี่ห้ออภัยภูเบศร ขนาดขวดบรรจุ 60 แคปซูล ซึ่งราคาแนะนำที่ผู้ผลิตแจ้งกับกรมการค้าภายในอยู่ที่ 80 บาท แต่ปรากฏว่านำไปขายในลาซาด้าขวดละ 349-450 บาท เท่ากับแพงกว่าราคาที่แจ้งไว้ คิดเป็น 336-463% เข้าข่ายค้ากำไรเกินควร 2.ตราใบห่อ 1 ราย สินค้ามีขนาดบรรจุขวดละ 70 เม็ด ราคาแนะนำขาย 25 บาท แต่เอาไปขาย 119 บาท สูงกว่าราคาที่แจ้งไว้ 376% และ 3.ยี่ห้อไฟโตแคร์ ขนาดบรรจุ 100 เม็ด ราคาแนะนำที่กำหนดไว้ 180 บาท เอาไปขาย 490 บาท เท่ากับสูงกว่าราคาที่ควรจะเป็น 172%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เจ้าหน้าที่กรมการค้าภายใน ได้ร่วมกับตำรวจกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (บก.ปคบ.) ไปแจ้งความดำเนินคดีกับผู้ที่กระทำความผิดทั้ง 10 รายแล้ว เป็นการขายผ่านลาซาด้า 8 ราย และช้อปปี้ 2 ราย ในข้อหาค้ากำไรเกินควร มีโทษสูงสุด จำคุก 7 ปี ปรับ 1.4 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และยังได้ดำเนินคดีกับผู้มีอำนาจตามกฎหมายของแพลตฟอร์ม ทั้งลาซาดา และช้อปปี้ด้วย&amp;rdquo;นายจุรินทร์กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับ ATK ที่กระทรวงสาธารณสุขได้อนุญาตให้จำหน่ายได้ในร้านขายยาที่มีเภสัชกรควบคุม ปรากฏว่ามีการนำไปจำหน่ายในร้านขายยาแห่งหนึ่ง และพบว่าเข้าข่ายค้ากำไรเกินควร โดยราคาแนะนำอยู่ที่ 350 บาท ผู้ผลิตแจ้งกรมการค้าภายในว่าจะจำหน่ายไม่เกินนี้ แต่ปรากฏว่าขายในราคา 450 บาท สูงกว่าที่ควรจะเป็น 29% เข้าข่ายค้ากำไรเกินควร ผิดมาตรา 29 เช่นเดียวกัน ซึ่งเป็นร้านขายยา 1 ราย อยู่แถวมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และได้มีการแจ้งความดำเนินคดีไปแล้ว เมื่อวันที่ 9 ส.ค.ที่ผ่ามา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ที่ประชุม กกร. ได้มีมติให้ตั้งคณะอนุกรรมการขึ้นมา 1 ชุด ประกอบด้วยปลัดกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธาน รองปลัดกระทรวงพาณิชย์ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข อธิบดีกรมการค้าภายใน เป็นรองประธาน และมีกรรมการประกอบด้วย เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) อธิบดีกรมศุลกากร อธิบดีกรมบัญชีกลาง ผู้อำนวยการองค์การเภสัชกรรม (อภ.) และผู้บังคับการตำรวจ ปคบ เป็นกรรมการ รวม 11 ท่าน มีอำนาจหน้าที่ติดตาม วิเคราะห์ สถานการณ์ของ ATK และกำหนดแนวทางมาตรการกำกับดูแลการจำหน่าย ATK ให้เป็นธรรมอีกชั้นหนึ่ง &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายบุณยฤทธิ์ กัลยาณมิตร ปลัดกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า ขณะนี้ กรมการค้าภายใน ได้แจ้งให้ผู้ผลิต ผู้นำเข้า ATK แจ้งต้นทุนการผลิต การนำเข้า และราคาที่จะตั้งขายมาให้พิจารณาแล้ว โดยล่าสุดมีแจ้งเข้ามา 10 ยี่ห้อ จากที่ขึ้นทะเบียนกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ทั้งหมด 34 ยี่ห้อ โดยผู้ผลิต ผู้นำเข้าได้แจ้งราคาที่จะขายเฉลี่ยที่ชุดละ 250-350 บาท ส่วนยี่ห้อที่เหลือ คณะอนุกรรมการฯ จะพิจารณาราคาขายที่เหมาะสมของแต่ละยี่ห้อต่อไป และจะประกาศราคาแนะนำขายของแต่ละยี่ห้อที่เว็บไซต์กรมการค้าภายใน www.dit.go.th ส่วนราคายาฟ้าทะลายโจร ได้นำเผยแพร่บนเว็บไซต์แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113179</URL_LINK>
                <HASHTAG>Antigen Test Kit (ATK), จุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์, นายบุณยฤทธิ์ กัลยาณมิตร, ฟ้าทะลายโจร, รพ.อภัยภูเบศร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210813/image_big_611634b860f92.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
