<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>94743</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/03/2021 13:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/03/2021 13:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เตือน &#039;พายุฤดูร้อน&#039; ถล่ม 38 จังหวัดเจอทั้งฝน-ลมแรง หนักสุด 3 มี.ค.นี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 มี.ค.64 - เมื่อเวลา 11.00 น. กรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศเรื่อง &amp;quot;พายุฤดูร้อนบริเวณประเทศไทยตอนบน (มีผลกระทบถึงวันที่ 4 มีนาคม 2564)&amp;quot; ฉบับที่ 5 ระบุว่า&amp;nbsp;ในช่วงวันที่ 2-4 มีนาคม 2564 ประเทศไทยตอนบนจะมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้นบางพื้นที่ โดยมีลักษณะของพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และฟ้าผ่าบางแห่งบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล จึงขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบนระวังอันตรายจากพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และฟ้าผ่าที่อาจจะเกิดขึ้นโดยหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่ สิ่งปลูกสร้าง และป้ายโฆษณาที่ไม่แข็งแรง สำหรับเกษตรกรควรเตรียมการป้องกันและระวังความเสียหายที่จะเกิดต่อผลผลิตทางการเกษตรไว้ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยจะมีผลกระทบดังนี้&amp;nbsp;ในช่วงวันที่ 2 มีนาคม 2564&amp;nbsp;ภาคเหนือ : จังหวัดพิจิตร และเพชรบูรณ์&amp;nbsp;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: จังหวัดเลย หนองบัวลำภู ชัยภูมิ ร้อยเอ็ด นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ อำนาจเจริญ และอุบลราชธานี&amp;nbsp;ภาคกลาง: จังหวัดลพบุรี สระบุรี พระนครศรีอยุธยา และราชบุรี&amp;nbsp;รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล&amp;nbsp;ภาคตะวันออก: จังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในช่วงวันที่ 3 มีนาคม 2564&amp;nbsp;ภาคเหนือ: จังหวัดอุตรดิตถ์ สุโขทัย พิษณุโลก กำแพงเพชร พิจิตร เพชรบูรณ์ และตาก&amp;nbsp;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: จังหวัดเลย ชัยภูมิ และนครราชสีมา&amp;nbsp;ภาคกลาง: จังหวัดนครสวรรค์ ลพบุรี สระบุรี อุทัยธานี ชัยนาท สุพรรณบุรี กาญจนบุรี ราชบุรี พระนครศรีอยุธยา อ่างทอง สิงห์บุรี สมุทรสาคร และสมุทรสงคราม&amp;nbsp;รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล&amp;nbsp;ภาคตะวันออก: จังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด&amp;nbsp;ภาคใต้: จังหวัดเพชรบุรี และประจวบคีรีขันธ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันที่ 4 มีนาคม 2564&amp;nbsp;ภาคเหนือ: จังหวัดสุโขทัย พิษณุโลก กำแพงเพชร พิจิตร เพชรบูรณ์ และตาก&amp;nbsp;ภาคกลาง: จังหวัดอุทัยธานี สุพรรณบุรี กาญจนบุรี และราชบุรี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นกำลังปานกลางได้แผ่ลงมาปกคลุมถึงภาคตะวันออกเฉียงเหนือและทะเลจีนใต้แล้ว ในขณะที่มีลมใต้และลมตะวันออกเฉียงใต้พัดนำความชื้นจากอ่าวไทยและทะเลจีนใต้เข้ามาปกคลุมภาคเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/94743</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมอุตุนิยมวิทยา, ฝนฟ้าคะนอง, พยากรณ์อากาศ, พายุฤดูร้อน, ฟ้าผ่า, ลมกระโชกแรง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210225/image_big_6036ea37e34b8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>69830</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/06/2020 22:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/06/2020 22:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อินเดียสังเวยฟ้าผ่าใน 2 รัฐวันเดียว 107 ศพ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;อินเดียมีผู้เสียชีวิตเพราะโดนฟ้าผ่าอย่างน้อย 107 รายในรัฐพิหารและรัฐอุตตรประเทศของอินเดียเมื่อวันพฤหัสบดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ในรัฐพิหารและอุตตรประเทศเผยว่า มีผู้เสียชีวิตเพราะโดนฟ้าผ่าในช่วงเริ่มต้นฤดูมรสุมที่รัฐพิหารภาคตะวันออก 83 ราย และเสียชีวิต 24 รายที่รัฐอุตตรประเทศภาคเหนือของประเทศเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 25 มิถุนายน และมีผู้ได้รับบาดเจ็บจากโดนฟ้าผ่าหลายสิบคน รัฐบาลท้องถิ่นของทั้งสองรัฐจะมอบเงินชดเชยให้กับญาติใกล้ชิดของผู้เสียชีวิตคนละ 400,000 รูปี หรือราว 163,660 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฤดูมรสุมของอินเดียคือช่วงเดือนมิถุนายนถึงเดือนกันยายน ปกติเกิดฟ้าผ่าเป็นประจำ แต่ลักษมีสวาร์ ไร รัฐมนตรีกระทรวงจัดการภัยพิบัติรัฐพิหาร เผยกับเอเอฟพีว่า ผู้เสียชีวิตจากฟ้าผ่าเมื่อวันพฤหัสบดีเป็นยอดผู้เสียชีวิตจากโดนฟ้าผ่าสูงที่สุดของรัฐเท่าที่บันทึกมาในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ผู้เสียชีวิตมากกว่าครึ่งหนึ่งเกิดขึ้นที่เมืองทางเหนือและตะวันออกของรัฐที่เป็นเขตอันตรายจากน้ำท่วม และยอดผู้เสียชีวิตอาจมากกว่านี้ เนื่องจากกำลังรอเจ้าหน้าที่สำรวจผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจากพื้นที่ตอนกลางของรัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในรัฐอุตตรประเทศ เจ้าหน้าที่กล่าวว่า ผู้เสียชีวิตจากฟ้าผ่าส่วนใหญ่เกิดที่เมืองโดเรียติดกับชายแดนเนปาลและที่เมืองปรยาคราช&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คณะกรรมการส่งเสริมระบบการสังเกตการณ์สภาพภูมิอากาศของอินเดียกล่าวไว้ในรายงานเมื่อปีที่แล้วว่า การเปลี่ยนแปลงของรูปแบบภูมิอากาศที่มีช่องว่างยาวขึ้นระหว่างสภาพอากาศแห้งในหน้าร้อนกับช่วงที่ฝนตกหนัก ส่งผลให้เกิดฟ้าผ่ามากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานดังกล่าวระบุว่า ระหว่างวันที่ 1 เมษายน-31 กรกฎาคม 2562 เกิดฟ้าผ่าในรัฐพิหาร 225,508 ครั้ง และฟ้าผ่าที่รัฐอุตตรประเทศ 322,886 ครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข้อมูลของสำนักสถิติอาชญากรรมแห่งชาติอินเดียเผยว่า ผู้เสียชีวิตจากฟ้าผ่าทั่วประเทศในปี 2561 มากกว่า 2,300 ราย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/69830</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฟ้าผ่า, รัฐพิหาร, รัฐอุตตรประเทศ, อินเดีย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200626/image_big_5ef610b72d47e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>64342</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/04/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/04/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พายุฤดูร้อนยังโหม-เสียหาย35จว.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; ไทยตอนบนยังคงเผชิญพายุฤดูร้อน เกิดฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง ฟ้าผ่าและมีลูกเห็บตก ส่วนภาคใต้มีฝนหนัก ปภ.เผย 35 จังหวัดเสียหายจากพายุในห้วงที่ผ่านมา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กรมอุตุนิยมวิทยา คาดหมายลักษณะอากาศในช่วงวันที่ 26-27 เมษายน 2563 ประเทศไทยตอนบนจะมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น โดยมีลักษณะพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง รวมถึงฟ้าผ่า และลูกเห็บตกบางพื้นที่ โดยเฉพาะบริเวณภาคเหนือ ลักษณะเช่นนี้ทำให้ประเทศไทยตอนบนคลายความร้อนลง ส่วนช่วงในวันที่ 28 เม.ย. -2 พ.ค.63 ประเทศไทยตอนบนมีอากาศร้อนโดยทั่วไป แต่ยังคงมีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง สำหรับภาคใต้มีฝนฟ้าคะนองเพิ่มมากขึ้นและมีฝนตกหนักบางพื้นที่กับมีลมกระโชกแรงบางแห่ง ในช่วงวันที่ 26-28 เม.ย.63 ส่วนคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยจะมีกำลังแรงขึ้น โดยบริเวณอ่าวไทยตอนล่างจะมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พยากรณ์อากาศในรอบสัปดาห์ ภาคเหนือ ในช่วงวันที่ 26-27 เม.ย.63 อากาศร้อน โดยมีพายุฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40-60 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรงและลูกเห็บตกบางแห่ง อุณหภูมิสูงสุด 34-38 องศาเซลเซียส ส่วนในช่วงวันที่ 28 เม.ย. -2 พ.ค.63 อากาศร้อน กับมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 20-40 ของบางพื้นที่ อุณหภูมิสูงสุด 36-40 องศาเซลเซียส&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ในช่วงวันที่ 26-30 เม.ย.63 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 10-20 ของพื้นที่ อุณหภูมิสูงสุด 36-39 องศาเซลเซียส ส่วนในช่วงวันที่ 30 เม.ย. -2 พ.ค.63 อากาศร้อน โดยมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 20-40 ของพื้นที่ อุณหภูมิสูงสุด 34-37 องศาเซลเซียส&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภาคกลางในช่วงวันที่ 26-29 เม.ย.63 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 10-30 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรง อุณหภูมิสูงสุด 33-36 องศาเซลเซียส ส่วนในช่วงวันที่ 30 เม.ย. -2 พ.ค.63 อากาศร้อน โดยมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 20-40 ของบางพื้นที่ อุณหภูมิสูงสุด 35-39 องศาเซลเซียส&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภาคตะวันออก ในช่วงวันที่ 26-28 เม.ย.63 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 10-30 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรง อุณหภูมิสูงสุด 34-38 องศาเซลเซียส ส่วนในช่วงวันที่ 29 เม.ย. -2 พ.ค.63 อากาศร้อน โดยมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 20-40 ของพื้นที่ อุณหภูมิสูงสุด 33-37 องศาเซลเซียส ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูง 1-2 เมตร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก)&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ในช่วงวันที่ 26-28 เม.ย.63 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60-70 ของพื้นที่ กับมีฝนตกหนักและมีลมกระโชกแรงบางแห่ง ตั้งแต่จังหวัดชุมพรขึ้นมา ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูง 1-2 เมตร ตั้งแต่จังหวัดสุราษฎร์ธานีลงไป ลมตะวันออก ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ส่วนในช่วงวันที่ 29 เม.ย. -2 พ.ค.63 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 30-40 ของพื้นที่ ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม/ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณฝนฟ้าคะนองคลื่นสูง 1-2 เมตร อุณหภูมิสูงสุด 33-36 องศาเซลเซียส
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40-60 ของพื้นที่ ตลอดช่วง กับมีฝนตกหนักบางแห่ง อุณหภูมิสูงสุด 32-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูง 1-2 เมตร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 10-30 ของพื้นที่ ตลอดช่วง
อุณหภูมิสูงสุด 35-39 องศาเซลเซียส&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายมณฑล สุดประเสริฐ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดเผยว่า ช่วงวันที่ 22 เม.ย.63 - ปัจจุบัน ประเทศไทยมีพื้นที่ได้รับผลกระทบจากพายุฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรง 35 จังหวัด ได้แก่ เชียงราย เชียงใหม่ พะเยา น่าน ลำปาง แพร่ อุตรดิตถ์ พิษณุโลก เพชรบูรณ์ พิจิตร กำแพงเพชร นครสวรรค์ เลย อุดรธานี ขอนแก่น หนองคาย บึงกาฬ สกลนคร กาฬสินธุ์ ร้อยเอ็ด มุกดาหาร อำนาจเจริญ อุบลราชธานี นครราชสีมา สุรินทร์ ศรีสะเกษ ปราจีนบุรี สระแก้ว ชลบุรี จันทบุรี ตราด นครนายก สระบุรี สมุทรสาคร และประจวบคีรีขันธ์ รวม 117 อำเภอ 259 ตำบล 765 หมู่บ้าน บ้านเรือนประชาชนเสียหาย 6,974 หลัง ผู้เสียชีวิต 3 ราย (มุกดาหาร 1 ราย นครราชสีมา 2 ราย) ผู้บาดเจ็บ 2 คน ปัจจุบันสถานการณ์คลี่คลายแล้วทุกจังหวัด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม จากการติดตามสภาพอากาศกับกรมอุตุนิยมวิทยา พบว่า ในระยะนี้พื้นที่ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ ยังคงต้องเฝ้าระวังภาวะฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง ฟ้าผ่า และลูกเห็บตก ส่วนภาคใต้บริเวณอ่าวไทยจะมีคลื่นลมแรงที่อาจเกิดขึ้นได้ในบางพื้นที่ ปภ.จึงได้ประสานจังหวัดและศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขตในพื้นที่เสี่ยงภัย จัดเจ้าหน้าที่ติดตามสภาพอากาศและเฝ้าระวังสถานการณ์ภัยอย่างใกล้ชิด.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/64342</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมอุตุนิยมวิทยา, พายุฤดูร้อน, ฟ้าผ่า, มีลูกเห็บตก, ลมกระโชกแรง, เอ็กซ์ไซต์, เอ็กซ์ไซต์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200426/image_big_5ea580183f370.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>61472</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/03/2020 15:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/03/2020 15:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;กรมอุตุฯ&#039; ออกประกาศฉบับที่ 1 เตือนรับมือพายุฤดูร้อน 1-4 เม.ย.63</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 มี.ค.63 - กรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศเรื่อง&amp;quot;&amp;nbsp;พายุฤดูร้อนบริเวณประเทศไทยตอนบน (มีผลกระทบตั้งแต่วันที่ 1 - 4 เมษายน 2563)&amp;quot;&amp;nbsp;ฉบับที่ 1 ระบุว่า&amp;nbsp;ในช่วงวันที่ 1- 4 เมษายน 2563 ประเทศไทยตอนบนจะมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น โดยมีลักษณะของพายุฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรง รวมถึงอาจมีฟ้าผ่าเกิดขึ้นได้ กับมีลูกเห็บตกบางพื้นที่ในภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก และภาคกลาง โดยภาคตะวันออกเฉียงเหนือจะได้รับผลกระทบก่อน ส่วนภาคอื่นๆ จะได้รับผลกระทบในระยะต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบนระวังอันตรายจากฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรงที่จะเกิดขึ้น โดยหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้งใต้ต้นไม้ใหญ่ สิ่งปลูกสร้าง และป้ายโฆษณาที่ไม่แข็งแรง สำหรับเกษตรกรควรเตรียมการป้องกันและระวังความเสียหายที่จะเกิดต่อผลผลิตทางการเกษตรไว้ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงจากประเทศจีนจะแผ่ลงมาปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือและทะเลจีนใต้ ประกอบกับมีลมใต้และลมตะวันออกเฉียงใต้พัดนำความชื้นจากทะเลจีนใต้เข้ามาปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก ภาคกลาง และภาคเหนือตอนล่าง ในขณะที่ประเทศไทยตอนบนมีอากาศร้อนถึงร้อนจัด ส่งผลทำให้ประเทศไทยตอนบนมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/61472</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมอุตุนิยมวิทยา, ฝนฟ้าคะนอง, พายุฤดูร้อน, ฟ้าผ่า, ลมกระโชกแรง, ลูกเห็บตก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200330/image_big_5e81a81d486b8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>59776</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/03/2020 08:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/03/2020 08:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พายุฝนถล่มอ่างทองฟ้าผ่าพระสงฆ์ดับกลางทุ่งนา2รูป </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
เมื่อเวลา 20.00น.วันที่ 14 มี.ค. ร.ต.ท.สุขสันต์ ปัสสาวะกัง รองสารวัตรสอบสวน สภ.เมืองอ่างทอง ได้รับแจ้งฟ้าผ่าลงมาทำให้พระสงฆ์เสียชีวิตคาที่1รูปและได้รับบาดเจ็บสาหัส1รูป ที่บริเวณกลางทุ่งนา ด้านหลังที่พักสงฆ์ ป่าเนื้อนาบุญ &amp;nbsp;หมู่ 4ตำบลหัวไผ่ อำเภอเมือง จังหวัดอ่างทอง จึงพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กู้ชีพโรงพยาบาลอ่างทอง และเจ้าหน้าที่กู้ภัยจังหวัดอ่างทอง รุดไปที่เกิดเหตุ ที่พักสงฆ์ ป่าเนื้อนาบุญ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พบพระอุเทน &amp;nbsp;ชาคโร เล่าให้ฟังว่า ได้มีพระสงฆ์จำนวน2รูป ที่สำนักสงฆ์ป่าเนื้อนาบุญ ได้ออกไปวางท่อน้ำสปริงเกอร์ บริเวณกลางทุ่งนาห่างจากวัดประมาณ1กิโลเมตร เพื่อปลูกหญ้าสำหรับเลี้ยงม้าที่บริเวณสำนักสงฆ์ที่มีอยู่จำนวน 7ตัว &amp;nbsp;โดยได้ขับรถอีแต๋นออกไปตั้งแต่ช่วงเย็นที่ผ่านมา ได้เกิดพายุกระหน่ำ มีฝนคะนอง จนกระทั่งค่ำมืดแล้วยังไม่กลับเข้ามาที่สำนักสงฆ์ จึงไดออกไปดูพบว่าถูกฟ้าผ่าเสียชีวิตอยู่ในที่เกิดเหคุ1องค์และได้รับบาดเจ็บสาหัสอีก1องค์จึงแจ้งเจ้าหน้าที่เข้าทำการตรวจสอบช่วยเหลือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยพื้นที่เกิดเหตุอยู่กลางทุ่งนา ถนนเป็นคันดินและมีฝนตกลงมาทำทำให้เข้าออกลำบากทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ต้องนั่งรถอีแต๋นของทางสำนักสงฆ์เข้าไปยังที่เกิดเหตุ พบเป็นพื้นที่นาประมาณ 6ไร่ มีการล้อมรั้วด้วยตาข่ายเหล็กและมีการวางท่อสูบน้ำและการใช่รถแบ็กโฮขนาดเล็กขุดวางท่อน้ำสปริงเกอร์ และบริเวณด้านข้างรถอีแต๋น พบพระสงฆ์ 1รูปได้รับบาดเจ็บสาหัสมีแผลที่บริเวณด้านข้างลำตัว ทางเจ้าหน้าที่กู้ชีพได้เร่งนำโรงพยาบาลอ่างทองและสีชีวิตระหว่างทางทราบชื่อต่อมาว่า พระอาจารย์ เปรมฤทัย &amp;nbsp;ศรีรักษา หรือ พระเปรมฤทัย โอสภา อายุ 39ปี &amp;nbsp;ชาวจังหวัดอ่างทอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และพบว่ามีพระสงฆ์เสียชีวิตอยู่ในที่เกิดเหตุอีก1องค์ มีบาดแผลทีศรีษะฉีกขาด ทราบชื่อต่อมาว่า พระมหาออฟ หรือ พระสุริยะ แวดรัมย์ อายุ 22ปี ชาวจังหวัดกำแพงเพชร และยังพบโทรศัพท์มือถือ ถูกฟ้าผ่าแตกกระจายอยู่ในที่เกิดเหตุ ใกล้กับที่บริเวณศพพระออ๊ฟ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการสอบสวนเบื้องต้น ทราบว่า พระทั้งรูปได้ออกไปวางท่อน้ำสปริงเกอร์ ที่บริเวณที่เกิดเหตุ และมีฝนฟ้าคะนองในตอนเย็นและมีฟ้าผ่าลงมา ทำให้เกิดเสียชีวิต จนกระทั้งมีพระสงฆ์ที่อยู่ในสำนักเห็นค่ำมืดแล้วยังไม่กลับมาจึงได้ออกไปตามหาและพบเป็นศพดังกล่าวแต่อย่างไรก็จามทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้รวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อหาสาเหตุในการเสียชีวิตอย่างแท้จริงของพระสงฆ์ทั้ง2รูป ตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/59776</URL_LINK>
                <HASHTAG>พระสงฆ์, ฟ้าผ่า, อ่างทอง, เสียชีวิต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200315/image_big_5e6d7f6977634.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>58528</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/03/2020 07:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/03/2020 07:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กรมอุตุฯ เตือนทั่วไทยรับมือ &#039;พายุฤดูร้อน&#039; ฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 มี.ค.63 - กรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศเรื่อง &amp;quot;พายุฤดูร้อนบริเวณประเทศไทยตอนบน (มีผลกระทบตั้งแต่วันที่ 3-5 มีนาคม 2563)&amp;quot; ฉบับที่ 2 ระบุว่า&amp;nbsp;ในช่วงวันที่ 3-5 มีนาคม 2563 บริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นจากประเทศจีนจะแผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบนและทะเลจีนใต้ ในขณะที่ประเทศไทยตอนบนมีอากาศร้อน ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณดังกล่าวจะมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น โดยมีลักษณะของพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง กับมีลูกเห็บตกบางพื้นที่ รวมถึงอาจจะมีฟ้าผ่าเกิดขึ้นได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคตะวันออกจะมีผลกระทบในวันที่ 3-4 มี.ค. 63 ส่วนภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลาง ภาคตะวันออก รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล จะได้รับผลกระทบในวันที่ 4-5 มี.ค. 63 ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบนระวังอันตรายจากฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรงที่จะเกิดขึ้น โดยหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่ สิ่งปลูกสร้าง และป้ายโฆษณาที่ไม่แข็งแรง สำหรับเกษตรกรควรเตรียมการป้องกันและระวังความเสียหายที่จะเกิดต่อผลผลิตทางการเกษตรไว้ด้วย
&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/58528</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมอุตุนิยมวิทยา, พายุฝนฟ้าคะนอง, พายุฤดูร้อน, ฟ้าผ่า, ลมกระโชกแรง, ลูกเห็บตกบางพื้นที่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190501/image_big_5cc910a20d87a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>34614</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/04/2019 10:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/04/2019 10:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เตือนอีสานระวังฟ้าผ่า!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 เม.ย.2562 - &amp;nbsp;นายภูเวียง ประคำมินทร์ &amp;nbsp;อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกประกาศเตือนภัยลักษณะอากาศ เรื่อง พายุฤดูร้อนบริเวณประเทศไทยตอนบน (มีผลกระทบจนถึงวันที่ 28 เมษายน 2562) ฉบับที่ 15 ระบุว่า ประเทศไทยตอนบนจะมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น โดยมีลักษณะของพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง กับมีลูกเห็บตก บางพื้นที่ รวมถึงฟ้าผ่า จึงขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากพายุฤดูร้อนที่จะเกิดขึ้น โดยหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่ และป้ายโฆษณาที่ไม่แข็งแรง รวมถึงระวังอันตรายจากฟ้าผ่า สำหรับเกษตรกรควรเตรียมการป้องกันและระวังความเสียหายต่อผลผลิตทางการเกษตรไว้ด้วย โดยมีผลกระทบตามภาคต่างๆ มีดังนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันที่ 28 เมษายน 2562 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: จังหวัดหนองคาย บึงกาฬ นครพนม สกลนคร อุดรธานี กาฬสินธุ์ มหาสารคาม ร้อยเอ็ด ยโสธร มุกดาหาร อำนาจเจริญ อุบลราชธานี ศรีสะเกษ และสุรินทร์&amp;nbsp;
บุรีรัมย์ และนครราชสีมา ภาคตะวันออก: จังหวัดปราจีนบุรี สระแก้ว และตราด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้เนื่องจากมีคลื่นกระแสลมฝ่ายตะวันตกเคลื่อนเข้าปกคลุมประเทศไทยตอนบน ประกอบกับลมใต้และลมตะวันออกเฉียงใต้ที่พัดนำความชื้นจากทะเลจีนใต้เข้าปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออก และภาคกลางมีกำลังแรงขึ้น ในขณะที่ประเทศไทยตอนบนมีอากาศร้อนถึงร้อนจัด ทำให้บริเวณดังกล่าวเกิดพายุฤดูร้อนขึ้น โดยมีลักษณะของพายุฝนฟ้าคะนอง &amp;nbsp;ลมกระโชกแรง กับมีลูกเห็บตกบางพื้นที่ &amp;nbsp; จึงขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/34614</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประกาศ, ประเทศไทยตอนบน, พายุฤดูร้อน, ฟ้าผ่า, ภูเวียง ประคำมินทร์, ลูกเห็บ, อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา, เตือนภัยลักษณะอากาศ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190428/image_big_5cc521e3295b3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
