<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>93032</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/02/2021 23:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/02/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โยนบาปมือที่3ป่วน โตโต้อ้างสร้างเหตุปะทะ/ตร.แจงยิบไม่ได้ใช้&#039;แก๊ส-กระสุน&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศูนย์เอราวัณเผยเหตุม็อบ 3 นิ้วปะทะ จนท.มีผู้บาดเจ็บ 25 คน พลเรือน 5 ตำรวจ &amp;nbsp;20 นาย ต้องผ่าตัด 1 คน ตร.จ่อดำเนินคดีผู้ชุมนุม 8 ราย ฐานทำร้ายเจ้าพนักงาน-ฝ่าฝืน พ.ร.บ.โรคติดต่อฯ ผบช.น.แจงพยาบาลอาสาอยู่ในกลุ่มก่อความวุ่นวาย ยันไม่ได้ใช้แก๊สน้ำตา-กระสุนยาง &amp;ldquo;กลุ่มราษฎร&amp;rdquo; โวย จนท.ไม่มีสิทธิ์ใช้ความรุนแรง &amp;ldquo;โตโต้&amp;rdquo; โบ้ยมือที่สามแทรกแซงสร้างสถานการณ์ปะทะ โฆษก พท.จี้รัฐหยุดใช้ความรุนแรง &amp;ldquo;ธนกร&amp;rdquo; งงเห็นชัดว่าม็อบทำร้าย จนท.ยังเข้าข้างม็อบ กลุ่มราษฎรเชื่อไสยศาสตร์ จัดกิจกรรมกรวดน้ำอุทิศส่วนกุศลวีรชน 14 ตุลา-6 ตุลา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อช่วงเช้าวันอาทิตย์ เจ้าหน้าที่สำนักงานสวนสาธารณะ สำนักสิ่งแวดล้อม กรุงเทพมหานคร (กทม.) ทำการคัดแยกไม้ดอกไม้ประดับที่เคยตกแต่งโดยรอบอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยที่เสียหายจากการรื้อทำลายของกลุ่มผู้ชุมนุมกลุ่มราษฎรเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา มีทั้งต้นเทียนทอง ต้นสร้อยไก่ ผักโขมแดง และชะแมบทอง เบื้องต้นพบว่าไม้ดอกและต้นไม้เสียหายประมาณร้อยละ 70-80 ซึ่งส่วนที่เสียหายจะทำการขนย้ายกลับไปทำเป็นปุ๋ย ส่วนที่ยังไม่เสียหายหรือเสียหายไม่มากจะนำกลับมาประดับตกแต่งซ้ำ และนำต้นไม้มาเสริมเพิ่มเติม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.พรเทพ แซ่เฮ้ง ผอ.ศูนย์เอราวัณ กทม. กล่าวถึงเหตุการณ์ปะทะกันจากการชุมนุมทางการเมืองบริเวณศาลหลักเมือง ถนนราชดำเนินใน และนางเลิ้ง ว่ามีผู้บาดเจ็บรวม 25 คน เป็นพลเรือน 5 คน ตำรวจ 20 นาย กระจายรักษาตัวที่ รพ.ตำรวจ 20 นาย, รพ.กลาง 2 คน, รพ.วชิรพยาบาล 1 คน, รพ.มิชชั่น 1 คน, รพ.แพทย์ปัญญา 1 คน โดยทราบว่าในจำนวนพลเรือนที่บาดเจ็บและรักษาตัวที่ รพ.กลาง ต้องเข้ารับการผ่าตัด อยู่ระหว่างการรอรายงานผล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผบช.น., พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รอง ผบช.น., พล.ต.ต.เมธี รักพันธุ์ ผบก.น.6, พ.ต.อ.อรรถวิทย์ สายสืบ รอง ผบก.น.1 รรท.ผบก.น.1 และ พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร.กล่าวถึงกรณีกลุ่มราษฎรนัดทำกิจกรรม &amp;quot;นับ 1 ถึงล้าน คืนอำนาจให้ประชาชน&amp;quot; เพื่อเรียกร้องให้ปล่อยตัว 4 แกนนำ ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เมื่อวันที่ 13 ก.พ. โดย พล.ต.ท.ภัคพงศ์กล่าวว่า ในเวลา 15.00 น. กลุ่มผู้ชุมนุมรวมตัวที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย จากนั้น 18.00 น. เคลื่อนตัวมาที่หน้าศาลหลักเมือง ตำรวจได้ประกาศเตือนว่าเป็นการกระทำความผิดตาม พ.ร.บ.โรคติดต่อ และ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ก่อนจะขว้างปาสิ่งของเป็นระเบิดปิงปอง ก้อนหิน ขวดน้ำ และวัตถุอื่นๆ เป็นเหตุให้ตำรวจได้รับบาดเจ็บ 23 นาย ส่วนใหญ่ถูกสะเก็ดระเบิด และได้รับผลกระทบทางการได้ยิน อยู่ระหว่างรักษาตัวในโรงพยาบาล
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ท.ภัคพงศ์กล่าวว่า ต่อมาแกนนำได้ประกาศยุติการชุมนุม แต่มีบางส่วนยังก่อความวุ่นวาย ยื้อเวลากว่า 30 นาที ตำรวจจำเป็นต้องยิงปืนขึ้นฟ้าเพื่อรักษาความสงบเรียบร้อย เนื่องจากกลุ่มผู้ชุมนุมไม่ให้ความร่วมมือ ยืนยันว่าไม่ได้มีคำสั่งใช้แก๊สน้ำตาและกระสุนยาง ส่วนที่ปรากฏภาพตำรวจรุมทำร้ายเจ้าหน้าที่พยาบาล (กั๊กเขียว) จากการตรวจสอบบุคคลดังกล่าวไม่ใช่พยาบาล อยู่ในกลุ่มผู้ชุมนุมอาสา เป็นหน่วยปฐมพยาบาล และพบว่าอยู่ในกลุ่มที่ก่อความวุ่นวาย
ดำเนินคดีผู้ชุมนุม 8 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;หลังเกิดความวุ่นวายตำรวจควบคุมตัวผู้ก่อเหตุ 11 ราย เบื้องต้นดำเนินคดี 8 ราย ข้อหา พ.ร.บ.โรคติดต่อ, พ.ร.ก.ฉุกเฉิน และทำร้ายร่างกายเจ้าพนักงาน นำตัวไปควบคุมไว้ที่ บก.ตชด.ภาค 1 ส่วนอีก 3 รายเมาสุราไม่เกี่ยวข้องกับการชุมนุม เปรียบเทียบปรับและปล่อยตัวไป ทั้งนี้ อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อดำเนินคดีกลุ่มผู้ชุมนุมที่รื้อถอนสิ่งของรอบอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ทำร้ายร่างกายตำรวจ และหากใครถูกตำรวจทำร้ายก็เข้ามาแจ้งความได้&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผบช.น.กล่าวต่อว่า สำหรับเหตุการณ์การ์ดอาชีวะถูกยิงบริเวณสะพานผ่านฟ้าลีลาศ โดยคนร้ายมุ่งหน้ามาที่ร้านสะดวกซื้อ สาขาถนนกะออม ตำรวจจึงเข้าควบคุมตัวผู้ต้องสงสัย 1 ราย แล้วนำตัวมาที่ สน.นางเลิ้ง ระหว่างนั้นกลุ่มการ์ดและผู้ชุมนุมพยายามขัดขวางและแย่งตัวผู้ต้องสงสัย ตำรวจจึงยิงปืนขึ้นฟ้าเพื่อควบคุมสถานการณ์ จากการตรวจสอบไม่ใช่ผู้ก่อเหตุจึงปล่อยตัวไป ส่วนผู้ก่อเหตุตัวจริงอยู่ระหว่างพิสูจน์ทราบ ส่วนกรณี น.ส.ชญาธนุส ศรทัตต์ หรือเฌอเอม อดีตผู้เข้าประกวดมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ โพสต์ทวิตเตอร์ว่าเป็นนางงามคนแรกที่โดนแก๊สน้ำตานั้น บอกไปแล้วว่าตำรวจไม่ได้ใช้แก๊สน้ำตา จากนี้อาจต้องเชิญเจ้าตัวเข้ามาให้ปากคำเพื่อเป็นประโยชน์ทางคดี ว่าเขาเห็นใครใช้ หรือใครมีข้อมูลหลักฐานสามารถส่งมาให้ตำรวจได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ท.ภัคพงศ์กล่าวด้วยว่า การนัดชุมนุมในวันที่ 20 ก.พ.นี้ เนื่องจากอยู่ในช่วงการแพร่ระบาดโรคโควิด-19 ตนขอความร่วมมืองดทำกิจกรรม หากมีการชุมนุมก็ขอความร่วมมือ ปฏิบัติตามมาตรการของเจ้าหน้าที่ ส่วนคดีการชุมนุมที่สามย่านมิตรทาวน์ เมื่อวันที่ 16 ม.ค. พนักงานสอบสวน สน.ปทุมวันได้ออกหมายเรียกผู้ปราศรัย 3 รายมารับทราบข้อหาในวันที่ 18 ก.พ. เวลา 10.00 น. และคดีชุมนุมที่สถานทูตเมียนมา เมื่อวันที่ 1 ก.พ.ที่ผ่านมา พนักงานสอบสวน สน.ยานนาวาได้ออกหมายเรียกผู้ต้องหาเพิ่ม 12 ราย มารับทราบข้อหาในวันที่ 19 ก.พ. เวลา 10.00 น. ในจำนวน 3 ราย เป็นแกนนำคือ นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือเพนกวิน, &amp;nbsp;นายปิยรัฐ จงเทพ หรือโตโต้ และ น.ส.ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล หรือรุ้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. เข้าตรวจเยี่ยมและให้ขวัญกำลังใจตำรวจ 20 นายที่ได้รับบาดเจ็บจากการดูแลความสงบในการชุมนุม พร้อมสั่งการดูแลด้านสวัสดิการและทำการรักษาให้เป็นอย่างดี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ต.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) เปิดเผยว่า ผบ.ตร.มาตรวจเยี่ยมและให้ขวัญกำลังใจแก่ข้าราชการตำรวจที่ได้รับบาดเจ็บจากการดูแลความสงบเรียบร้อยในการชุมนุม โดยได้รับบาดเจ็บจำนวนทั้งสิ้น 20 นาย ทั้งหมดได้เข้าพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลตำรวจ จากการเปิดเผยของแพทย์ที่ทำการรักษา พบว่าผู้ได้รับบาดเจ็บส่วนใหญ่ได้รับบาดเจ็บจากการถูกปาด้วยของแข็งและของเหลวคล้ายน้ำมัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ สน.นางเลิ้ง นายภวัต หิรัณย์ภณ หรือเจ๊ป๊อกกี้ พานายบอล อายุ 23 ปี สมาชิกกลุ่มการ์ดราษฎร ที่ถูกบุคคลแต่งกายคล้ายเจ้าหน้าที่ใช้กระบองตีเข้าที่ช่องท้องจนได้รับบาดเจ็บ โดยเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นบริเวณหน้า สน.นางเลิ้ง เมื่อกลางดึกวันที่ 13 ก.พ.ที่ผ่านมา โดยนายภวัตเปิดเผยว่า วันนี้ได้พานายบอลมาพบพนักงานสอบสวนเพื่อลงบันทึกประจำวันไว้ ให้ตำรวจรวบรวมพยานหลักฐาน และทำหนังสือส่งตัวผู้บาดเจ็บไปตรวจร่างกาย เพื่อยืนยันว่าถูกทำร้ายร่างกายจริง และต้องการให้หาตัวผู้ที่ก่อเหตุมาดำเนินคดีต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายปิยรัฐ จงเทพ หรือ &amp;ldquo;โตโต้&amp;rdquo; หัวหน้ากลุ่มการ์ดวีโว่ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กชี้แจงเหตุการณ์ดังกล่าวว่า เหตุความผิดปกติเมื่อคืนมีความเป็นไปได้ว่ามีขบวนการแทรกแซงเพื่อสร้างสถานการณ์หน้าแนวปะทะ คาดว่าเกิดการแทรกแซงโดยมือที่สาม หรือกลุ่มจัดตั้งอันธพาลที่มาในรูปของมวลชนกลุ่มหนึ่งแฝงอยู่ในม็อบ สอดประสานกับอันธพาลอีกกลุ่มที่รอดักซุ่มทำร้ายประชาชนอยู่ในเส้นทาง หลังจากนี้หวังว่าทางแกนนำทุกๆ กลุ่มจะได้นำบทเรียนครั้งนี้ไปหาทางแก้ปัญหาอย่างเด็ดขาด หากไม่ดำเนินการก่อนที่จะนำม็อบครั้งต่อไป ปัญหานี้จะไม่จบ
โวยจนท.ใช้ความรุนแรง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กลุ่มราษฎรออกแถลงการณ์ยืนยันในหลักการและแนวทางของปฏิบัติการไร้ความรุนแรง ว่าเจ้าหน้าที่รัฐไม่มีสิทธิ์ใช้ความรุนแรงกับผู้ที่ใช้เสรีภาพในการชุมนุมตามรัฐธรรมนูญ การจับกุมอย่างไม่เลือกหน้าเป็นการละเมิดทั้งกฎหมายไทยและกฎหมายสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ พวกเราขอยืนยันว่าจะยังคงยืนหยัดที่จะสู้จนกว่าจะไม่มีประชาชนคนใดถูกจับโดยไม่เป็นธรรม จะสู้ต่อไปจนกว่าประชาชนในประเทศนี้จะมีความเสมอภาค เป็นธรรม จนกว่าสถาบันพระมหากษัตริย์จะอยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญ และประเทศมีประชาธิปไตยอย่างแท้จริง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ชมรมแพทย์ชนบทออกหนังสือแถลงการณ์ระบุว่า การปฏิบัติการช่วยเหลือ ปฐมพยาบาล รักษา รวมถึงการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยหรือผู้บาดเจ็บได้รับความคุ้มครองตามอนุสัญญาเจนีวา ฉบับที่ 2 ปี 1960 การรุมทำร้ายอาสาสมัครที่เข้ามาปฏิบัติดังกล่าวโดยไม่เลือกปฏิบัติว่าผู้บาดเจ็บเป็นฝ่ายใด ถือเป็นการละเมิดกติการะหว่างประเทศดังกล่าว และเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนที่ร้ายแรง&amp;nbsp;ขอประณามการกระทำดังกล่าวของเจ้าหน้าที่ตำรวจ กรณีที่แพทย์อาสาที่เข้าดูแลผู้ชุมนุมกลุ่มคณะราษฎรได้ถูกทำร้ายโดยเจ้าหน้าที่จนได้รับบาดเจ็บ และขอเรียกร้องให้รัฐบาลออกมาชี้แจงข้อเท็จจริง พร้อมทั้งดำเนินการตามกฎหมายต่อผู้กระทำผิดโดยไม่เลือกปฏิบัติ&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สหพันธ์นิสิตนักศึกษาแพทย์แห่งประเทศไทยเรียกร้องตำรวจสอบสวนเหตุการณ์ทำร้ายอาสาสมัครทางการแพทย์อย่างโปร่งใสพร้อมลงโทษผู้กระทำผิด รวมถึงทบทวนการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ เพื่อให้ในภายภาคหน้ามีการปฏิบัติต่อหน่วยอาสาสมัครทางการแพทย์และผู้ชุมนุมทุกคนอย่างถูกต้องตามหลักการพื้นฐานในการดูแลฝูงชนและหลักการสากล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน น.ส.อรุณี กาสยานนท์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า กรณีที่มีทีมแพทย์ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจทำร้าย ตามหลักสากลทีมแพทย์ถือเป็นสัญลักษณ์ของมนุษยธรรม ต้องได้รับความเคารพและคุ้มครองจากภาคีคู่พิพาทเสมอ เจ้าหน้าที่รัฐควรตระหนักและใช้ความพยายามอดทนอดกลั้นในสถานการณ์ที่มีความตึงเครียดและอาจถูกยั่วยุจากกลุ่มที่ไม่หวังดี ถึงเจ้าหน้าที่รัฐจะมีความเคลือบแคลงสงสัยต่อผู้ชุมนุมบางคน หรือทีมแพทย์อาสา เพราะการใช้ความรุนแรงไม่เคยแก้ไขปัญหาใดๆ อยากเรียกร้องให้รัฐหยุดใช้ความความรุนแรงในทุกรูปแบบต่อประชาชน และยึดหลักสิทธิมนุษยชนพื้นฐานตามหลักสากลและควรมีขันติ​&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;แต่ที่ผ่านมาดูเหมือนรัฐบาลและเจ้าหน้าที่รัฐไม่เคยให้ความสำคัญกับเรื่องดังกล่าว โดยรัฐลืมมองไปว่าท่าทีที่ผ่านมาของรัฐบาลและเจ้าหน้าที่รัฐสร้างความหวาดระแวงให้ประชาชนมาตลอดด้วยการใช้กฎหมาย ทั้งการข่มขู่คุกคามทุกรูปแบบ มาเป็นเครื่องมือเล่นงานประชาชน จึงไม่น่าแปลกใจที่รัฐบาลชุดนี้ไม่ได้รับการยอมรับทั้งในสายตาประชาชนและนานาชาติในเรื่องหลักสิทธิมนุษยชนสากล&amp;rdquo; น.ส.อรุณีกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายธนกร วังบุญคงชนะ เลขานุการรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การชุมนุมของคณะราษฎรไม่ได้เป็นการชุมนุมอย่างสงบ ปราศจากอาวุธ มีการใช้ความรุนแรง ปาระเบิดปิงปองทำร้ายเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ได้ใช้ความรุนแรงอย่างที่มีการกล่าวหา ทุกอย่างมีหลักฐานชัดเจน เจ้าหน้าที่ตำรวจปฏิบัติหน้าที่ด้วยความอดทนอดกลั้น ซึ่งทางคณะราษฎรก็ไม่ได้สนใจ การแสดงออกต่างๆ สามารถทำได้ตามระบอบประชาธิปไตย แต่จะต้องไม่ละเมิดสิทธิเสรีภาพของผู้อื่นด้วย ที่สำคัญจะต้องไม่ผิดกฎหมาย การชุมนุมเพื่อกดดันให้รัฐบาลปล่อยตัว 4 แกนนำ ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง เพราะรัฐบาลไม่เกี่ยวข้อง จะใช้กฎหมู่อยู่เหนือกฎหมายได้อย่างไร การจับกุม 4 แกนนำเป็นไปตามกระบวนการยุติธรรมของไทย ไม่มีใครไปแทรกแซงได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนกรณีที่ น.ส.อรุณีเรียกร้องรัฐบาลให้เคารพหลักสิทธิมนุษยชนนั้น นายธนกรกล่าวว่า ตนไม่เข้าใจ น.ส.อรุณีจริงๆ ขนาดเห็นพฤติกรรมชัดเจนว่าม็อบทำร้ายเจ้าหน้าที่ตำรวจ ก็ยังเข้าข้างม็อบ รัฐบาลนี้เคารพหลักสิทธิมนุษยชนแน่นอน ไม่นิยมใช้ความรุนแรงเหมือนรัฐบาลในอดีต เจ้าหน้าที่ก็อดทนอดกลั้น หรือจะให้เจ้าหน้าที่สูญเสียก่อน น.ส.อรุณีจึงจะเข้าใจ ขอถาม น.ส.อรุณีว่า พรรคเพื่อไทยสนับสนุนม็อบที่จาบจ้วงสถาบันใช่หรือไม่&amp;nbsp;
ยึดกฎหมายไม่ปล่อย 4 แกนนำ&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า คนไทยรู้สึกสะเทือนใจกับเหตุการณ์ที่มีเหตุชุลมุนปาระเบิดปิงปองและวุ่นวาย แต่การชุมนุมของกลุ่มราษฎรไม่ได้ยึดหลักสันติ แม้มีการบอกว่าทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ใช้ความรุนแรง แต่ก็พิสูจน์ได้ว่าไม่ได้ใช้ความรุนแรง แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจใช้ความอดทนจนถึงที่สุดแล้ว หลายครั้งแล้วที่จัดการชุมนุมอย่างต่อเนื่องเพื่อกดดันให้ศาลปล่อยตัวผู้ต้องหาทั้ง 4 คน บ้านเมืองมีกฎหมายมีขื่อมีแป กลุ่มผู้ชุมนุมเหล่านี้ไม่อยู่ในกฎระเบียบของบ้านเมืองเหมือนบ้านนี้เป็นบ้านป่าเมืองเถื่อน นักเคลื่อนไหวหลายกลุ่มอย่าบอกว่ารัฐบาลคุกคามสิทธิและเสรีภาพของประชาชน เป็นเครื่องพิสูจน์แล้วว่ากลุ่มผู้ชุมนุมเหล่านี้มีอาวุธ มีระเบิดปิงปองทำลายทรัพย์สินของราชการ และลงมือก่อเหตุรุนแรงกับเจ้าหน้าที่ก่อน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนกรณีแกนนำประกาศขีดเส้น 7 วันให้ปล่อยผู้ต้องขังทั้ง 4 คน นายสุภรณ์กล่าวว่า กฎหมายต้องเป็นกฎหมาย ม็อบกลุ่มนี้พยายามกดดันตำรวจ จาบจ้วงสถาบัน และกดดันอำนาจตุลาการ มันเป็นไปไม่ได้ บ้านเมืองมีขื่อมีแป กฎหมายต้องเป็นกฎหมาย ไม่มีใครสามารถทำตามข้อเรียกร้องได้ มั่นใจว่าเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงเอาอยู่ &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล กล่าวถึงกลุ่มราษฎรขีดเส้นตาย 7 วันให้ปล่อย 4 แกนนำ มิเช่นนั้นจะนัดจัดชุมนุมในวันที่ 20 ก.พ.ที่หน้ารัฐสภา ซึ่งอยู่ในช่วงอภิปรายไม่ไว้วางใจว่า เรื่องดังกล่าวผ่านมาเยอะแล้ว จึงรู้สึกเฉยๆ ไม่ตื่นเต้นอะไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศูนย์สำรวจความคิดเห็น &amp;ldquo;นิด้าโพล&amp;rdquo; สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลสำรวจของประชาชนเรื่อง &amp;ldquo;กลุ่มราษฎร หรือม็อบสามนิ้ว ณ เวลานี้&amp;rdquo; ระหว่างวันที่ 8-10 ก.พ.2564 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป 1,315 หน่วย เมื่อถามประชาชนถึงการมีแกนนำกลุ่มราษฎรหรือม็อบสามนิ้ว พบว่า ส่วนใหญ่ร้อยละ 67.60 ระบุว่ามีแกนนำ ขณะที่ร้อยละ 32.40 ระบุว่าไม่มีแกนนำ ส่วนการมีผู้อยู่เบื้องหลัง พบว่าส่วนใหญ่ร้อยละ 65.25 ระบุว่า มีผู้อยู่เบื้องหลัง ขณะที่ร้อยละ 34.75 ระบุว่าไม่มีผู้อยู่เบื้องหลัง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านความคิดเห็นเกี่ยวกับข่าวความขัดแย้งภายในกลุ่มราษฎร พบว่า ส่วนใหญ่ร้อยละ 41.22 ระบุว่าเป็นความขัดแย้งระหว่างบุคคล รองลงมา ร้อยละ 25.48 ระบุว่าเป็นความไม่เข้าใจกันชั่วคราว, ร้อยละ 16.88 ระบุว่าเป็นความขัดแย้งที่เกิดขึ้นจริง และร้อยละ 16.42 ระบุว่าเป็นกลลวงที่สร้างขึ้นมาเพื่อหลอกฝ่ายตรงข้าม &amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงความคิดเห็นเกี่ยวกับพฤติกรรม/กิจกรรมของกลุ่มราษฎร พบว่า ร้อยละ 20.23 ระบุว่าเป็นการต่อสู้ด้วยวิถีทางแบบประชาธิปไตย, ร้อยละ 6.54 ระบุว่าต่อสู้ด้วยวิถีทางนอกเหนือจากแบบประชาธิปไตยเพื่อให้ได้ชัยชนะ, ร้อยละ 16.20 ระบุว่าเป็นการแสดงออกถึงการเอาแต่ใจ ไม่เคารพในกฎหมายของบ้านเมือง, &amp;nbsp; ร้อยละ 2.51 ระบุว่าแสดงออกถึงการเคารพในกฎหมายของบ้านเมือง, ร้อยละ 9.89 ระบุว่าเป็นการแสดงออกถึงการละเมิดสิทธิและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของผู้อื่น, ร้อยละ 9.13 ระบุว่าเป็นการแสดงออกถึงการไม่เคารพและไม่รับฟังความคิดเห็นต่าง ขณะที่ร้อยละ 8.29 ระบุว่าแสดงออกถึงการเคารพและรับฟังความคิดเห็นต่าง, ร้อยละ 4.26 ระบุว่าเป็นการแสดงออกด้วยการพูดความเท็จและบิดเบือนข้อมูล ขณะที่ร้อยละ 3.12 ระบุว่าแสดงออกด้วยการพูดข้อเท็จจริงและเหตุผล, ร้อยละ 3.57 ระบุว่าเป็นการแสดงออกถึงการต่อสู้ที่ไม่ยึดหลักสันติวิธี ขณะที่ร้อยละ 3.12 ระบุว่าแสดงออกถึงการต่อสู้ที่ยึดหลักสันติวิธี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน เวลา 15.00 น. ที่บริเวณอนุสรณ์สถาน 14 ตุลา แยกคอกวัว ถนนราชดำเนิน กลุ่มราษฎรสายมูเตลู ซึ่งเป็นเครือข่ายม็อบราษฎรที่มีความเชื่อในเชิงไสยศาสตร์ สิ่งลี้ลับ ไปจนถึงการบูชาเสริมมงคลและดวงชะตา ได้จัดกิจกรรม รฤกคุณ &amp;ldquo;คนดีมีคุณค่า&amp;rdquo; แห่งประชาธิปไตยครั้งที่ 2 เพื่อรำลึกถึงวีรชนจากเหตุการณ์ 14 ตุลา 2516 และ 6 ตุลา 2519 จากเดิมที่จะมีการเคลื่อนขบวนภายหลังทำพิธีที่อนุสรณ์สถาน 14 ตุลา ไปห่มผ้าแดงเพื่อแสดงสัญลักษณ์ที่ภูเขาทอง (วัดสระเกศ) แต่ทางวัดสระเกศได้ออกประกาศปิดวัด ทำให้กลุ่มราษฎรมูเตลูต้องยกเลิกกำหนดการดังกล่าว เหลือเพียงจัดกิจกรรมภายในอนุสรณ์สถาน 14 ตุลา
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การทำกิจกรรมครั้งนี้มวลชนมาร่วมบางตา ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มคนเสื้อแดงผสมกับกลุ่มผู้ชุมนุมคนรุ่นใหม่ที่มีความเชื่อทางด้านมูเตลู จากนั้นในเวลา 15.30 น. ได้มีศาสนพิธี พระสงฆ์ได้อาราธนาศีล สวดพระปริตร กรวดน้ำ รับพร และอธิษฐานจิตถึงวีรชน 14 ตุลาและ 6 ตุลา พิธีถวายเครื่องจตุปัจจัยไทยธรรมต่อพระสงฆ์ นำโดยนายสุเทพ อริยะมงคล ตัวแทนประชาชน อดีตนักศึกษา ม.ธรรมศาสตร์ ในช่วงเหตุการณ์ 6 ตุลา 19 นางนุชนารถ แท่นทอง เครือข่ายสลัมสี่ภาค รวมถึงกรวดน้ำอุทิศส่วนกุศล และยืนสงบนิ่งให้เหล่าวีรชนดังกล่าวจนเสร็จสิ้นพิธี ขณะเดียวกันก็มีเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งในและนอกเครื่องแบบเข้ามาสังเกตการณ์บริเวณที่จัดกิจกรรม ซึ่งสถานการณ์เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ไม่มีเหตุวุ่นวายใดๆ เกิดขึ้น.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/93032</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธนกร วังบุญคงชนะ, นพ.พรเทพ แซ่เฮ้ง, นิด้าโพล, ปิยรัฐ จงเทพ, พล.ต.ต.ยิ่งยศ เทพจำนงค์, พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข, ภวัต หิรัณย์ภณ, วิรัช รัตนเศรษฐ, สุภรณ์ อัตถาวงศ์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อรุณี กาสยานนท์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210214/image_big_602930956ab97.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
