<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>89913</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/01/2021 14:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/01/2021 14:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ภารกิจ 2 ประธานสอบบ่อน-ลักลอบเข้าเมือง รายงานลับถึงมือนายกฯ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภักดี โพธิศิริ , ชาญเชาวน์ ไชยานุกิจ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 ม.ค.64 -&amp;nbsp;จากกรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ลงนามในคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี แต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบการกระทำความผิดกรณีสถานที่เล่นการพนัน เป็นเหตุให้เกิดการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส โควิด-19 (นายชาญเชาวน์ ไชยานุกิจ อดีตปลัดกระทรวงยุติธรรม เป็นประธาน) และแต่งตั้ง คณะกรรมการตรวจสอบการกระทำความผิดกรณีการเข้าเมืองผิดกฎหมาย เป็นเหตุให้เกิดการแพร่ระบาดของโควิด-19 (นายภักดี โพธิศิริ อดีตกรรมการ ป.ป.ช. เป็นประธาน) เมื่อวันที่ 14 ม.ค.ที่ผ่านมานั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงความคาดหวังของประชาชน ต่อคณะกรรมการทั้งสองชุด ว่า คณะกรรมการที่นายกรัฐมนตรีแต่งตั้งขึ้นมาดังกล่าว เคยทำงานด้านนี้มาก่อนและเคยเป็นประธานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)มาก่อน ซึ่งความคาดหมายคือการให้ลงไปกำกับดูแล และเร่งรัดการดำเนินการไม่ใช่ลงไปดำเนินคดีเอง ซึ่งจะมีการตั้งคณะอนุกรรมการชุดต่างๆ ขึ้นมาด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่าผลการทำงานของคณะกรรมการชุดนี้จะมีการเปิดเผยสู่ภายนอกหรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า รายงานนี้จะส่งตรงถึงนายกรัฐมนตรี ไม่ผ่านใคร ซึ่งเป็นรายงานลับและไม่ผ่านตนเช่นกัน ขณะเดียวกันก็สามารถรายงานผลได้ตลอดระยะเวลาของการทำงาน แต่ที่กำหนดกรอบระยะเวลาไว้ที่ 30 วันนั้น เพราะควรมีความคืบหน้าอย่างน้อยในช่วง 30 วัน ส่วนจะเปิดเผยรายงานข้อมูลต่อสาธารณะหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับคณะกรรมการชุดนี้จะเป็นผู้พิจารณา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า จะมีการตรวจสอบเส้นทางการเงินด้วยใช่หรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ก็มีการตั้งคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน(ป.ป.ง.)ขึ้นมาแล้ว ซึ่งกรรมการจะนำไปใช้แบบใดก็ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของเขา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวิษณุ กล่าวอีกว่า คณะกรรมการชุดดังกล่าวจะใช้สถานที่ใดเป็นที่ทำงานนั้นต้องรอให้ได้สมาชิกของคณะกรรมการครบถ้วนก่อน หลังจากนั้นก็จะมีการเรียกประชุมร่วมกันอีกครั้ง โดยไม่มีการกำหนดกรอบระยะเวลาการดำเนินงาน หากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ยังอยู่ก็ยังต้องปฏิบัติงานต่อ หากสถานการณ์ดีขึ้นก็ให้หน่วยงานปกติปฎิบัติหน้าที่ต่อไป ส่วนคณะกรรมการของแต่ละหน่วยงานที่ตั้งขึ้นมา โดยจะเป็นใครก็ได้ แต่หน่วยงานจะเป็นผู้เสนอในฐานะเป็นตัวแทนของหน่วยงานนั้นๆ ซึ่งหน่วยงานนั้นๆจะต้องรับผิดชอบเอง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า คณะกรรมการฯชุดนี้จะสามารถสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนในการแก้ปัญหาได้จริงหรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ความมั่นใจของประชาชนในการแก้ไขปัญหา ขึ้นอยู่กับเจ้าหน้าที่ ที่ปฏิบัติงานอยู่ตามปกติ แต่คณะกรรมการชุดนี้ ตั้งมาเพื่อช่วยกำกับตรวจสอบ พร้อมเสนอแนวทางการลงโทษ ที่นอกเหนือจากการโยกย้ายตำแหน่ง ซึ่งเริ่มต้นต้องหาผู้กระทำผิดให้เจอเสียก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้คนผิดไม่จำเป็นต้องเป็นเจ้าหน้าที่เสมอไป ยกตัวอย่างเช่น เรื่องแรงงานต่างด้าว ซึ่งแรงงานเองก็มีความผิด นายหน้าผู้ออกทุนก็ผิด รวมไปถึงเจ้าหน้าที่ที่อำนวยความสะดวกก็มีความผิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ผมเชื่อมั่นว่าคณะกรรมการชุดนี้จะสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนได้ในระดับหนึ่ง แต่ทั้งหมดก็ขึ้นอยู่กับจิตสำนึก และความตื่นตระหนกของเจ้าหน้าที่ทุกฝ่าย อย่ามาคาดคั้นอะไรในส่วนนี้เลย และหากประชาชนทราบเบาะแสก็แจ้งมา และมองว่าคนในพื้นที่รู้ดีที่สุด จึงอยากให้คนในพื้นที่มีส่วนร่วมตรงนี้ด้วย&amp;quot;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/89913</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชาญเชาวน์ ไชยานุกิจ, ตรวจคนเข้าเมือง, บ่อนพนัน, ภักดี โพธิศิริ, ลักลอบเข้าเมือง, วิษณุ เครืองาม, แรงงานเถื่อน, โ๕วิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210115/image_big_60013d8989a9d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>89866</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/01/2021 21:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/01/2021 21:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นายกฯเซ็นตั้ง อดีตกรรมการ ปปช. นั่งประธานตรวจสอบเข้าเมืองผิดกฎหมาย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภักดี โพธิศิริ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 ม.ค.64 -&amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ลงนามใน คำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ 8/2562 เรื่อง แต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบการกระทำความผิดกรณีการเข้าเมืองผิดกฎหมาย เป็นเหตุให้เกิดการแพร่ระบาดของโควิด-19 &amp;nbsp;ให้เหตุผลในการแต่งตั้งว่า การหลบหนีเข้าเมืองผิดกฎหมายและไม่ตรวจคัดกรอง บางครั้งมีเจ้าหน้าที่ช่วยเหลือ ทำเป็นขบวนการระหว่างเจ้าหน้าที่รัฐ นายจ้าง นายหน้าจัดหาแรงงาน ผู้ประกอบขนส่งและบุคคลอื่น ซึ่งเป็นความผิดกฎหมายหลายฉบับ ทั้งนี้เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจำเป็นต้องตั้งกรรมการตรวจสอบการทำงานของเจ้หาน้าที่ และติดตามการทำงานทั้งระบบ รวมถึงประสานงาน ให้คำแนะนำแก่เจ้าหน้าที่เพื่อป้องกัน ปราบปราม นำตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับกรรมการที่แต่งตั้ง ให้ นายภักดี โพธิศิริ อดีตกรรมการ ป.ป.ช. เป็นประธาน โดยคณะกรรมการประกอบด้วย ผู้อำนวยการสำนักงาน ป.ย.ป., รองปลัดกระทรวงกลาโหม ที่ได้รับมอบหมาย ,รองปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ที่ได้รับมอบหมาย ,ผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย ที่ได้รับมอบหมาย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รองเลขาธิการ ปปท. ที่ได้รับมอบหมาย ,รองเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ที่ได้รับมอบหมาย, รองเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ ที่ได้รับมอบหมาย ,รองเลขาธิการกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ที่ได้รับมอบหมาย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จเรตำรวจ ที่ได้รับมอบหมาย รองอธิบดีกรมการจัดหางาน ที่ได้รับมอบหมาย รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ที่ได้รับมอบหมาย ,นายยอดฉัตร ตสาริกา เป็นกรรมการและเลขานุการ, นายวรพล ซินเพชร และเจ้าหน้าที่สำนักงาน ป.ย.ป. ที่ได้รับมอบหมาย เป็นกรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้คำสั่งดังกล่าวกำหนดอำนาจให้ด้วยว่า ตรวจสอบการกระทำผิดเกี่ยวกับการลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมาย, การเคลื่อนย้ายเดินทางจนเป็นเหตุให้โควิด-19 ระบาด, ให้คำแนะนำกับเจ้าหน้าที่ต่อการนำผู้กระทำผิด ทั้งเจ้าหน้าที่รัฐ แรงงานข้ามชาติ หรือแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมาย นายจ้าง นายหน้าจัดหางาน ผู้ประกอบการขนส่ง หรือบุคคลอื่นใดมาลงโทษ พร้อมกับเสนอมาตรการป้องกันหรือดำเนินการอื่นที่เหมาะสม.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/89866</URL_LINK>
                <HASHTAG>พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, ภักดี โพธิศิริ, แรงงานเถื่อน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210114/image_big_6000561cccba3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>51536</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/12/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/12/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ย้ำมติ&#039;27พ.ย.&#039; เรื่องแบน3สาร มีผลบังคับใช้!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผู้ทรงคุณวุฒิ คกก.วัตถุอันตราย&amp;quot; ยันมติเอกฉันท์เลื่อนแบน 2 สารพิษ และจำกัดการใช้ 1 สารเคมี ดำเนินการถูกต้องตาม กม. ระบุกรรมการทุกคนแสดงความคิดเห็น ก่อนส่วนใหญ่เห็นชอบ ขอทุกฝ่ายฟังข้อมูลให้รอบคอบ &amp;quot;โฆษก ภท.&amp;quot; ลั่นพรรคไม่มีผลประโยชน์แบน-ไม่แบน แค่คำนึงถึงสุขภาพ ปชช.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 1 ธ.ค. นายภักดี โพธิศิริ ผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการวัตถุอันตราย (คกก.วัตถุอันตราย) กล่าวถึงกรณี คกก.วัตถุอันตราย ที่มีนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.อุตสาหกรรม เป็นประธาน แถลงผลการประชุมวันที่ 27 พ.ย. มีมติเอกฉันท์เลื่อนแบนสารเคมีกำจัดศัตรูพืช 2 สาร และจำกัดการใช้ 1 สาร ว่าในฐานะผู้ทรงคุณวุฒิฯ เห็นด้วยกับที่ประชุม โดยการประชุมดำเนินไปตามขั้นตอนของกฎหมาย อยากให้ประชาชนและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกฝ่ายรับฟังข้อมูลทุกฝ่ายให้รอบคอบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายภักดีกล่าวว่า เดิมปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์นำเสนอความคืบหน้าออกประกาศกำหนดให้สารทั้ง 3 ตัวเป็นวัตถุอันตรายชนิดที่ 4 โดยให้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 ธ.ค.2562 ตามมติ คกก.วัตถุอันตราย เมื่อวันที่ 22 ต.ค. ว่าได้ไปจัดเตรียมการสำหรับการแบนตามกำหนดแล้ว แต่พบปัญหาอุปสรรคไม่สามารถดำเนินการได้ทันเวลา เนื่องจากการยกเลิกสารทั้ง 3 ตัวมีผลกระทบต่อเกษตรกรและอุตสาหกรรมต่อเนื่องอย่างมาก ทำให้รัฐต้องใช้เงินเป็นจํานวนมากในการแก้ปัญหาทั้งระบบ จึงเสนอในที่ประชุมขอใช้มาตรการจํากัดการใช้ทั้ง 3 สารเช่นเดิม แต่ขอลดระยะเวลาการจำกัดการใช้จากเดิมที่กําหนดไว้ 2 ปี เป็น 1 ปี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ประธานได้เปิดโอกาสให้กรรมการทุกท่านแสดงความเห็นอย่างเต็มที่ และกรรมการส่วนใหญ่เสนอให้ออกประกาศโดยปรับพาราควอตและคลอร์ไพริฟอสเป็นวัตถุอันตรายชนิดที่ 4 แต่ให้มีขยายเวลาในการยกเลิกไปอีก 6 เดือน ซึ่งน่าจะเป็นระยะเวลาที่เหมาะสมที่สุด เพื่อให้กรมวิชาการเกษตรไปเร่งรัดการเตรียมความพร้อมในเรื่องของสารทดแทนหรือวิธีการอื่นๆ ที่เหมาะสม และมาตรการรองรับผลกระทบที่จะเกิดขึ้น&amp;quot; นายภักดีกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้ทรงคุณวุฒิใน คกก.วัตถุอันตรายกล่าวว่า สำหรับไกลโฟเซต ที่ประชุมเห็นว่ายังไม่สมควรประกาศเป็นชนิดที่ 4 และขอให้ใช้มาตรการจํากัดการใช้ไปก่อน เนื่องจากสารดังกล่าวจะส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมต่อเนื่องอย่างมาก โดยเฉพาะอุตสาหกรรมอาหารสัตว์ และมอบหมายให้กรมวิชาการเกษตรต้องมีการติดตามเฝ้าระวังผลกระทบต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง และนำมารายงานคณะกรรมการฯ ทุก 3 เดือน โดยเฉพาะข้อมูลวิชาการเกี่ยวกับการประเมินความเสี่ยงของไกลโฟเซตในสหรัฐอเมริกา โดย EPA มีค่า LD50 oral มากกว่า 5,๐๐๐ mg/kg และจัดเป็นสารก่อมะเร็ง ประเภท 2A คือยังไม่มีหลักฐานชัดเจนว่าก่อให้เกิดมะเร็งในมนุษย์ และสหรัฐอเมริกายังคงอนุญาตให้ใช้ได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ช่วงท้ายการประชุม ฝ่ายเลขานุการได้พิมพ์ร่างมติเพื่อให้ที่ประชุมพิจารณา ที่ประชุมได้ร่วมกันพิจารณาปรับแก้ร่างมติจนเป็นที่พอใจในระดับหนึ่ง และประธานได้สอบถามกรรมการว่าเห็นด้วยหรือไม่ กรรมการส่วนใหญ่เห็นด้วย แต่มีกรรมการบางท่านแจ้งว่าไม่เห็นด้วยสำหรับมติที่จะกำหนดให้แบนสาร 2 ตัว ภายใน 6 เดือน เนื่องจากเห็นว่าระยะเวลาที่จะกำหนดควรต้องให้กรมวิชาการเกษตรไปศึกษาข้อมูลให้ชัดเจนก่อน จึงค่อยนำมาพิจารณากำหนด และมีกรรมการบางท่านขอตั้งเป็นข้อสังเกต ซึ่งฝ่ายเลขาฯ ขอให้ที่ประชุมรับรองมติด้วย&amp;quot; ผู้ทรงคุณวุฒิใน คกก.วัตถุอันตรายผู้นี้กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ พ.อ.เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ในฐานะโฆษกพรรคภูมิใจไทย (ภท.) กล่าวว่า เรื่องดังกล่าวพรรค ภท. โดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และ รมว.สาธารณสุข มีนโยบายชัดเจน คือเราเห็นสุขภาพประชาชนสำคัญที่สุด จึงมีนโยบายที่จะต้องเลิกใช้ 3 สารเคมีดังกล่าว ซึ่งพรรคไม่ได้มีผลประโยชน์อื่นใดในทางมิชอบอย่างแน่นอน มีผลประโยชน์อย่างเดียวที่จะได้คือ สุขภาพและคุณภาพชีวิตที่ดีของประชาชน และพี่น้องเกษตรกร ที่หากเลิกใช้สารเคมีดังกล่าวก็จะเป็นผลดีต่อสุขภาพ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;นายอนุทินรวมถึงรัฐมนตรีมนัญญา ไทยเศรษฐ์ ในฐานะ รมช.เกษตรฯ ที่กำกับดูแลกรมวิชาการเกษตรก็ได้ทำเต็มที่ ช่วยกันผลักดัน เรียกว่าสุดซอยแล้ว เพื่อปกป้องสุขภาพ รักษาชีวิตพี่น้องประชาชน แต่ทั้งหมดมีกระบวนการที่เป็นไปตามกฎหมายอยู่ ก็ไม่เป็นไร หลังจากนี้นายอนุทินก็จะได้เดินหน้าเพื่อรักษาป้องกันสุขภาพประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการใช้สารเคมีเหล่านี้ต่อไป&amp;rdquo; โฆษกพรรค ภท.กล่าวว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน ผศ.ดร.อนุสรณ์ ธรรมใจ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจเพื่อการปฏิรูป สถาบันเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต กล่าวถึงปัญหาเรื่องแบนหรือไม่แบนสารพิษว่า ความไม่ชัดเจนในกระบวนการตัดสินใจในการแบนหรือไม่แบนสารเคมี 3 ชนิด และการขาดการเตรียมการรองรับผลกระทบทางเศรษฐกิจ จะส่งผลกระทบต่อภาคเกษตรกรรมและเกษตรกร ซึ่งจะซ้ำเติมความยากลำบากทางเศรษฐกิจ ผู้ผลิตที่ใช้สารเคมีและประชาชนก็ไม่มีหลักประกันในเรื่องสุขภาพและคุณภาพชีวิต การตัดสินใจควรอยู่บนหลักฐานทางวิทยาศาสตร์และยึดถือประโยชน์และคุณภาพชีวิตของประชาชนเป็นสิ่งสำคัญที่สุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การตัดสินใจไม่แบนสารไกลโฟเซต คกก.วัตถุอันตรายและรัฐบาลต้องตอบคำถามต่อประชาชนชาวไทยว่าทำไมจึงมีผู้ป่วยมะเร็งในสหรัฐยื่นฟ้องร้องบริษัท มอนซานโต้ฯ ผู้ผลิตสารไกลโฟเซตมากถึง 11,200 คดี ขณะเดียวกันขอให้คณะกรรมการฯ และรัฐบาลลองไปศึกษาดูว่าทำไมศรีลังกาประกาศยกเลิกการใช้สารไกลโฟเซตไปเมื่อปี พ.ศ.2558 จึงได้ทบทวนกลับมาใช้อีกในปีพ.ศ.2561 มีปัจจัยอะไรที่ส่งผลต่อกระบวนการตัดสินใจกลับไปกลับมาดังกล่าว และช่วยชี้แจงต่อสาธารณชนให้รับทราบ เนื่องจากเรื่องดังกล่าวเกี่ยวข้องกับสุขภาพอนามัยและเศรษฐกิจของประเทศ&amp;quot; ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจเพื่อการปฏิรูปฯกล่าว.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/51536</URL_LINK>
                <HASHTAG>ผศ.ดร.อนุสรณ์ ธรรมใจ, ภักดี โพธิศิริ, สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191201/image_big_5de3c2529a266.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
