<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>88149</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/12/2020 22:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/12/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บ่อน&#039;ทำติดเชื้อพุ่ง บิ๊กปั๊ดบี้สอบภายใน3วัน! ศบค.ชี้หนักกว่ารอบแรก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศบค.พบติดเชื้อเพิ่ม 121 ราย เคสสมุทรสาครกระจาย 38 จังหวัดแล้ว รับระบาดใหม่หนักกว่ารอบแรก แต่มีความพร้อมและสรรพกำลังมากกว่า ซัดธุรกิจสีเทาต้นตอแพร่เชื้อสร้างความเสียหายวงกว้าง นายกฯ ห่วงคนไทย-แรงงานต่างชาติ แนะโหลดแอป &amp;ldquo;หมอชนะ&amp;rdquo; ช่วยสอบสวนโรคง่ายขึ้น รัฐสภาผวามีชายระยองติดโควิดร่วมประชุมอนุ กมธ. ยกระดับมาตรการ-บิ๊กคลีนนิงหลังปีใหม่ ระยองพุ่ง 85 คน &amp;quot;สาธิต&amp;quot; งัดยาแรงคุมพื้นที่สูงสุด &amp;quot;บิ๊กปั๊ด&amp;quot; สั่ง จตช.สอบบ่อนระยอง-ชลบุรี สรุปใน 3 วัน อึ้ง! ผู้การระยองโต้ไม่มีบ่อนแค่แอบเล่น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม เวลา 11.30 น. นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. แถลงว่า สถานการณ์ในประเทศไทย มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 121 ราย ในจำนวนนี้เป็นผู้ติดเชื้อในประเทศ 94 ราย ค้นหาผู้ติดเชื้อในแรงงานต่างด้าวเชิงรุก 18 ราย เดินทางเข้ามาในประเทศโดยไม่ผ่านสถานกักตัวของรัฐ ซึ่งเป็นชาวเมียนมา และได้มีการผลักดันกลับประเทศไปแล้ว 1 ราย และเดินทางมาจากต่างประเทศ อยู่ในสถานกักกันตัวของรัฐ 8 ราย ทำให้มีผู้ติดเชื้อสะสม 6,141 ราย อยู่ระหว่างรักษาตัว 1,902 ราย หายป่วยสะสม 4,161 ราย เสียชีวิตสะสมยังคงที่ 60 ราย โดยขณะนี้มีผู้ติดเชื้อที่เชื่อมโยงกับ จ.สมุทรสาครกระจายอยู่ใน 38 จังหวัด ส่วนกรณีของ จ.ระยอง ที่มีผู้ติดเชื้อแล้ว 36 ราย ยังต้องผลแล็บอีก 49 ราย ซึ่งอาจจะทราบผลในวันนี้หรือวันที่ 28 ธ.ค.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ทวีศิลป์กล่าวว่า ในที่ประชุมศูนย์ปฏิบัติการตอบโต้ภาวะฉุกเฉินทางสาธารณสุข (อีโอซี) ได้หารือกันเรื่องการรายงานสถานการณ์ตัวเลขผู้ติดเชื้อให้ทันต่อสถานการณ์และรวดเร็วขึ้น เพื่อจะได้ยืนยันตัวเลขที่ชัดเจน นอกจากนี้ ที่ประชุม ศบค.ชุดเล็กที่มี พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) เป็นประธาน ได้เน้นย้ำขอความร่วมมือทุกคนที่อยู่ในประเทศไทยให้เคร่งครัดมาตรการป้องกันโควิด-19 อย่างเต็มขีดความสามารถ ได้แก่ เว้นระยะห่าง ใส่หน้ากาก ล้างมือ ตรวจอุณหภูมิ ตรวจเชื้อโรค (เฉพาะกรณี) และติดตั้งแอปพลิเคชันไทยชนะ โดยขณะนี้มีจำนวนผู้เช็กอินมากขึ้น ขณะที่ ศบค.กระทรวงมหาดไทย (ศบม.) ได้เน้นย้ำหน่วยงานให้ตรวจกำกับดูแลกิจการต่างๆ ที่มีความเสี่ยงในพื้นที่ โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีการแพร่ระบาด โดยคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดจะเป็นผู้พิจารณา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนกรณีลักลอบเล่นการพนันที่ จ.ระยอง สาเหตุที่มีการสอบสวนโรคล่าช้า เพราะเป็นเรื่องสีเทาสีดำ กว่าจะหลุดออกจากปากเป็นเรื่องยาก คล้ายกับกรณีการลักลอบเข้าเมืองที่ภาคเหนือ ซึ่งเกี่ยวข้องกับธุรกิจสถานบันเทิง เกี่ยวข้องกับการพนัน และถ้าเรามองย้อนไปในสถานการณ์โลก ทั้งญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ออสเตรเลีย ที่มีการระบาดระลอกใหม่ ก็มาจากธุรกิจสีเทาสีดำแบบนี้ เราจึงต้องเน้นความสำคัญเรื่องนี้เป็นอย่างสูง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า กรณีลักลอบเล่นการพนันที่ จ.ระยอง ศบค.จะมีมาตรการพิเศษอะไรออกมาหรือไม่ โฆษก ศบค.กล่าวว่า ขณะนี้ จ.ระยองเป็นจังหวัดหนึ่งที่มีการประกาศเป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุดในบางพื้นที่ ซึ่งต้องงดกิจกรรมทุกรูปแบบ หรือจะทั้งหมด ขึ้นอยู่กับผู้ว่าราชการจังหวัดในฐานะประธานคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด ดังนั้น ในเรื่องที่ไม่ถูกกฎหมาย ทางทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครอง จะเข้าไปดูอย่างเข้มงวด และต้องขอความร่วมมือประชาชน แม้จะบอกว่าเล่นกันนิดๆ หน่อยๆ ไม่ใช่เรื่องใหญ่ แต่เห็นแล้วว่าพอมีการติดเชื้อขึ้นมา คนอื่นต้องเดือดร้อนด้วย ภาพรวมทั้งจังหวัดเดือดร้อนไปด้วย เป็นผลกระทบที่มากมายก่ายกอง อย่างไรก็ตาม ในส่วนของจังหวัดที่เป็นพื้นที่เฝ้าระวัง ซึ่งยังไม่มีรายงานผู้ติดเชื้อ ขอให้ตรึงกำลังเต็มที่ ลด ละ เลิก การพบปะสังสรรค์&amp;nbsp;
รับหนักกว่ารอบแรก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า มีการประเมินการติดเชื้อรอบนี้หนักกว่ารอบแรกหรือไม่ แล้วจะมีมาตรการใดๆ เพิ่มขึ้นมาหรือไม่ นพ.ทวีศิลป์ กล่าวว่า ไม่กี่วันที่ผ่านมาเราเห็นตัวเลขเพิ่มขึ้นเป็นหลักหลายพัน สะท้อนความเป็นจริงว่ามันหนักกว่า แต่เรามีความรู้มากกว่า มีสรรพกำลังมากกว่า มีการเตรียมการกันมาแล้ว ถ้าย้อนกลับไปช่วงเดือน ก.พ.และ มี.ค. เรามีหน้ากากไม่พอ ยังไม่รู้ว่าต้องใช้ยาอะไร จะดูแลผู้ป่วยหนักอย่างไร แต่วันนี้เราเตรียมสรรพกำลังพอสมควร เชื่อว่าประชาชนมีหน้ากากใช้กันทุกคน ครั้งก่อนเคยขอความร่วมมือให้ใช้ 90% จนประสบความสำเร็จ แต่ครั้งนี้ขอให้ใช้ร้อยเปอร์เซ็นต์ และขณะนี้เรามีหน้ากากเพียงพอ โรงงานสามารถผลิตได้ 4-5 ล้านชิ้นต่อวัน มีราคาไม่แพง ตรึงราคาอยู่ 2.50 บาท ดังนั้น มาตรการตรงนี้จะเพิ่มขึ้นหรือไม่เพิ่มขึ้นอยู่กับความร่วมมือของประชาชน ถ้าเราร่วมมือกันก็ไม่ต้องใช้กฎหมาย ไม่ต้องล็อกดาวน์ ไม่ต้องเคอร์ฟิว ไม่ต้องใช้ยาแรง เราไม่ต้องการจำกัดอิสรภาพของประชาชน หากจะมีการดื่มกิน ขอให้ดื่มกินเป็นกลุ่มเล็กๆ ในครอบครัวหรือเพื่อนฝูง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามย้ำว่า ขณะนี้ประชาชนได้รับข้อมูลไม่สอดคล้องกัน ทางกระทรวงสาธารณสุขอยากให้ทำงานที่บ้านหรืออยู่บ้านมากที่สุด แต่อีกแผนหนึ่งต้องการกระตุ้นเศรษฐกิจโดยให้คนไปท่องเที่ยว นพ.ทวีศิลป์กล่าวว่า สำหรับจังหวัดที่มีการติดเชื้อสูง ไม่ควรมีการเคลื่อนย้าย โดยเฉพาะพื้นที่ควบคุมสูงสุดคือ จ.สมุทรสาคร และบางพื้นที่ใน จ.ระยอง ซึ่งขอให้ฟังผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นหลัก ส่วนการเดินทางข้ามจังหวัด ในกว่า 30 จังหวัดที่ยังไม่มีรายงานผู้ติดเชื้อ ยังสามารถทำได้ เพื่อให้เศรษฐกิจไม่ตึงตัวเกินไป เราต้องใช้ทางสายกลาง คนที่สัมผัสเสี่ยงสูงต้องดูแลตัวเองที่สุด ถ้าไม่มีกิจธุระอะไร ไม่อยากให้ออกนอกบ้าน ส่วนบริษัทไหนถ้าไม่มีความจำเป็นที่จะให้พนักงานมาพบปะกัน สามารถให้ทำงานอยู่ที่บ้านได้ เป็นมาตรการที่ยืดหยุ่นปรับกันได้ ภาครัฐจะเข้มในพื้นที่ควบคุมสูงสุดเท่านั้น ทั้งนี้ มาตรการต่างๆ ที่ออกมา ค่อนข้างอ่อนตัว ขอแค่ให้ท่านปฏิบัติตามเท่านั้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ในฐานะผู้อำนวยการ ศบค.ห่วงใยพี่น้องประชาชน ภายหลังสถานการณ์โควิด-19 ระบาดรอบใหม่ โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ใช้แรงงานต่างด้าว ผู้ค้าขายที่สัมผัสใกล้ชิด รวมถึงประชาชน ที่ประชุม ศบค.จึงเห็นชอบรณรงค์ให้ทุกคนโหลดใช้แอปพลิเคชัน &amp;ldquo;หมอชนะ&amp;rdquo; ที่กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) และทีมผู้เชี่ยวชาญคนไทยพัฒนาขึ้น เพื่อเป็นแอปฯ ช่วยติดตามและสอบสวนโรคให้ครอบคลุมทั่วถึงและแม่นยำมากขึ้น ช่วยให้เจ้าหน้าที่ แพทย์ ทำงานได้ง่ายยิ่งขึ้น โดยระบบจะบันทึกข้อมูลการเดินทางของผู้ใช้งานด้วยเทคโนโลยี GPS และ Bluetooth เพื่อช่วยแจ้งเตือนประชาชนเมื่ออยู่ในบริเวณหรือใกล้ชิดหรือสัมผัสกับผู้ป่วยโรคโควิด-19 ให้สามารถเฝ้าระวัง และเข้าพบกับเจ้าหน้าที่สอบสวนโรคได้ทันท่วงที&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จึงขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนและแรงงานต่างชาติ ร่วมแรงร่วมใจ โหลดใช้แอปพลิเคชัน &amp;ldquo;หมอชนะ&amp;rdquo; ติดตัวไว้ เพื่อจะได้ง่ายต่อการควบคุมสอบสวนโรค ซึ่งการใช้งานง่ายเพียงแค่โหลดแอปฯ แล้วเช็กสถานะทุกวัน ถ้าคิวอาร์โค้ดแสดงสีเตือนว่าเสี่ยงสูง จะตรวจเช็กเทียบเคียงได้ทันทีว่าใครอยู่จุดไหนบ้าง และแจ้งเตือนให้ผู้ใช้งานรู้ตัวและกักตัว หรือรีบไปหาหมอ ง่ายต่อการเข้าคุมพื้นที่ติดตามได้รวดเร็ว&amp;nbsp;
ผวาโควิดเข้าสภา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานจากรัฐสภาว่า ในช่วงเช้าไลน์ผู้บริหารระดับสูงของสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรได้รายงานสถานการณ์โควิด-19 ล่าสุดด้วยความระทึกใจ จากนางพรพิศ เพชรเจริญ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ว่า &amp;ldquo;เรียน ผู้บริหาร ตามที่มีข่าวว่ามีผู้ป่วยโควิด-19 เข้ามาสภา วันที่ 21 ธ.ค. เวลา 13.00 น. เมื่อสักครู่เลขาฯ สภาได้สัมภาษณ์บุคคลดังกล่าวแล้ว ปรากฏข้อเท็จจริงว่า Mr. A เข้ามาประชุมอนุ กมธ.พนันออนไลน์ เวลา 13.30-15.00 น. เข้า-ออก ทาง B 2 แล้วเดินทางกลับระยอง วันที่ 23 ธ.ค. ไปพบป้า (ผู้ป่วยโควิด) ช่วงเที่ยง วันที่ 24 ธ.ค.Mr. A พาครอบครัวไปตรวจโควิด ทุกคนผลเป็นลบ ยกเว้น Mr. A มีผลก้ำกึ่ง สสจ.ระยอง ให้ Mr. A ไปกักตัว@รพ.ระยอง ขณะนี้ Mr. A กำลังอยู่ระหว่างดำเนินการแยกมากักตัวที่ รพ.กทม.&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ เลขาธิการสภาฯ ยังได้มีข้อสั่งการระบุว่า สำนักการแพทย์ติดตามข้อมูลการแพร่ระบาดให้ใกล้ชิด ยกระดับความเข้มข้นของการตรวจคัดกรอง และแจ้งประสานทุกฝ่ายเฝ้าระวังและติดตามสังเกตอาการของตน ตามมาตรการสาธารณสุขที่ได้แจ้งอย่างเคร่งครัด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา นางพรพิศ เพชรเจริญ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยว่า ได้สัมภาษณ์พูดคุยกับผู้ต้องสงสัยรายดังกล่าวด้วยตัวเองพบว่าบุคคลดังกล่าวเป็นผู้ติดตามของผู้มาชี้แจงในอนุ กมธ.ศึกษาผลกระทบกาสิโนออนไลน์ที่มาจากต่างประเทศ เมื่อวันที่ 21 ธ.ค.ที่ผ่านมา เป็นไทม์ไลน์ที่เกิดขึ้นก่อนที่จะไปตรวจพบว่าต้องสงสัยจะติดเชื้อโควิดในวันที่ 25 ธ.ค. โดยได้มาสภาในวันที่ 21 ธ.ค. จากนั้นไปพบป้าที่ จ.ระยอง วันที่ 23 ธ.ค. พอทราบว่าป้าเป็นผู้ติดเชื้อ จึงไปตรวจหาเชื้อที่โรงพยาบาล จนพบว่าผลตรวจก้ำกึ่งเป็นผู้ติดเชื้อ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะนี้ถูกแยกตัวออกมาดูอาการอยู่ในโรงพยาบาล จึงสบายใจได้ระดับหนึ่งว่า เดินทางมาสภาก่อนที่จะไปตรวจพบต้องสงสัยติดเชื้อ และก่อนเข้าประชุมก็มีการตรวจวัดอุณหภูมิทุกคนอย่างเข้มข้น ตั้งแต่ทางเข้าชั้น B2 จนถึงหน้าห้องประชุม มีเจลแอลกอฮอล์ให้ล้างมือ ควบคุมกันตามมาตรฐานทุกขั้นตอน ส่วนชายคนดังกล่าวจะได้รับเชื้อมาก่อนวันที่ 21 ธ.ค.หรือไม่นั้น คงไม่อาจทราบได้ อย่างไรก็ตาม เพื่อความสบายใจของทุกฝ่าย ได้สั่งให้ทุกคนที่อยู่ในห้องประชุมวันดังกล่าว ทั้งอนุ กมธ. เจ้าหน้าที่ พนักงานเสิร์ฟ ตำรวจรักษาความปลอดภัยหน้าห้องประชุมไปตรวจหาเชื้อที่โรงพยาบาลเกษมราษฎร และช่วงนี้ให้ทำงานที่บ้านไปก่อน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.สุกิจ อัถโถปกรณ์ ที่ปรึกษาประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงกรณีมีผู้ติดเชื้อโควิดมาร่วมประชุมอนุกรรมาธิการฯ ในสภาว่า ได้รับทราบเรื่องนี้จากเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรแล้ว และได้รายงานให้นายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ รับทราบแล้ว ทั้งนี้ ในส่วนของรัฐสภา จะมีการบิ๊กคลีนนิงอีกครั้งก่อนที่จะมีการเปิดประชุมในช่วงหลังปีใหม่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวินท์ สุธีรชัย ส.ส.พรรคก้าวไกล ในฐานะประธานอนุกรรมาธิการคณะดังกล่าว กล่าวว่า ได้โทร.คุยกับบุคคลที่ถูกกล่าวอ้างว่าเป็นผู้มีความเสี่ยงติดเชื้อโควิด-19 นั้น ได้รับการชี้แจงข้อมูลเบื้องต้นว่า ก่อนหน้าที่จะประชุมกับอนุ กมธ.ในวันที่ 21 ธ.ค. เจ้าตัวอยู่แต่ที่บ้าน มีแค่ออกไปเลือกตั้งองค์การบริหารส่วนจังหวัดวันที่ 20 ธ.ค. และใส่หน้ากากอนามัยตลอดเวลาที่ออกจากบ้าน ความเสี่ยงเดียวที่ไปพบญาติ ซึ่งต่อมาพบว่าเป็นผู้ป่วยโควิด-19 ในวันที่ 23 ธ.ค. และได้ถูกเชิญไปตรวจหลังจากที่ญาติถูกพบว่าติดโควิด-19 ผลตรวจ Swab Test ในเบื้องต้นออกมาก้ำกึ่ง ทางสาธารณสุขระยองจึงส่งผลไปตรวจในแล็บใหญ่ที่ชลบุรี ซึ่งผ่านมาแล้ว 3 วัน แต่ยังไม่รู้ผล จึงยังไม่ทราบ 100% ว่าติดโควิด-19 แล้วหรือยัง ทั้งนี้ ตนและทุกคนที่ร่วมประชุมได้แยกออกมากักตัวและได้ทำตามมาตรการได้อย่างดี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ได้ออกแถลงการณ์ประกาศปิดพื้นที่คณะวิทยาศาสตร์ ห้ามเข้า-ออกไม่ว่ากรณีใดๆ ทั้งสิ้นเป็นระยะเวลา 5 วัน ตั้งแต่วันที่ 26-30 ธ.ค. เพื่อทำความสะอาดและฆ่าเชื้อทุกพื้นที่ภายในคณะ และขอให้บุคลากรและผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดทำงานที่บ้าน &amp;nbsp;เนื่องจากได้รับแจ้งจากประชาสัมพันธ์ของสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครปฐม ถึงไทม์ไลน์ของผู้ป่วยรายที่ 23 เป็นเพศหญิงอายุ 15 ปี บ้านอยู่ใน ต.บางระกำ อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม มีประวัติเดินทางเข้ามาสอบที่คณะวิทยาศาสตร์&amp;nbsp;
ระยองพุ่ง 85 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.ระยอง นายสาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ปัญหาการระบาดที่ จ.ระยอง เกิดจากผู้กระทำผิดกฎหมาย มีการเปิดบ่อนพนัน ปิดบังข้อมูลกับเจ้าหน้าที่สาธารณสุข ทำให้เกิดการสอบสวนโรคที่ล่าช้ากว่าโรคที่เดินหน้าไปแล้ว จึงจำเป็นต้องใช้มาตรการแรง เพื่อสกัดการพบปะของประชาชน หลังจากนั้นจะเร่งสอบสวนโรคต่อไป คนที่ปล่อยปละละเลยให้มีบ่อนการพนันเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย รวมตัวกันเล่นพนันจนเกิดการแพร่ระบาดของโรค ต้องมีความสำนึกต่อความเสียหายที่เกิดขึ้น เราต้องไม่สนับสนุนคนพวกนี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม ในช่วงนี้ยังไม่สามารถกระตุ้นเศรษฐกิจหรือเยียวยาใดๆ ให้ประชาชนได้ เนื่องจากสถานการณ์ของโรคยังคงพบผู้ติดเชื้ออย่างต่อเนื่อง ส่งผลต่อความเชื่อมั่นของผู้ที่จะเดินทางเข้าไปท่องเที่ยว ดังนั้น จึงต้องเร่งดำเนินการควบคุมโรคให้ได้อย่างรวดเร็ว ควบคู่กับการเตรียมแผนนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจให้กลับมาฟื้นตัวหลังจากที่ควบคุมการระบาดได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชาญนะ เอี่ยมแสง ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง แถลงว่า พบผู้ติดเชื้อเพิ่มอีก 49 ราย รวมเป็น 85 ราย ซึ่งสัมพันธ์เชื่อมโยงกับบ่อนการพนันทั้งหมด ซึ่งคาดว่าตัวเลขจะเพิ่มสูงขึ้นอีก เพราะมีการตรวจเชิงรุก จึงฝากให้ผู้ที่เกี่ยวข้องให้เข้ามาตรวจได้ตามจุดที่เปิดให้ หรือที่ รพ.ระยอง แต่ขอให้ผู้ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงสูงรีบเข้ามาตรวจ ส่วนไทม์ไลน์เตรียมจะเผยแพร่ จำนวน 10 ราย ในอนาคตอาจจะต้องตั้งโรงพยาบาลสนามขึ้นมา เพื่อรองรับผู้ป่วยที่เพิ่มจำนวนมากขึ้น ขอย้ำอีกครั้งว่าระยองยังไม่ได้ล็อกดาวน์ ยังสามารถเดินทางเข้า-ออกได้ปกติไม่มีการกักตัว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.อ.วิสนุ ปราสาททองโอสถ จเรตำรวจแห่งชาติ (จตช.) กล่าวถึงการแพร่ระบาดเชื้อโควิดในพื้นที่ จ.ระยอง และ จ.ชลบุรี มาจากบ่อนการพนันว่า พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. ได้สั่งการให้จเรตำรวจแห่งชาติตรวจสอบข้อเท็จจริงตำรวจที่ปล่อยปละละเลย จนเป็นผลสืบเนื่องให้เกิดการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ดังกล่าว ทั้งๆ ที่ &amp;nbsp;ผบ.ตร.ได้ประชุมสั่งการกำชับและคาดโทษไม่ให้ปล่อยปละละเลยให้มีการเปิดบ่อนการพนัน ซึ่งเสี่ยงต่อการแพร่เชื้อโควิด-19 มาแล้วหลายครั้ง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ได้สั่งการให้ พล.ต.ท.เชษฐา โกมลวรรธนะ จเรตำรวจ (หัวหน้าจเรตำรวจ) จัดทีมลงพื้นที่จังหวัดระยองและชลบุรี ตรวจสอบและรายงานผลใน 3 วัน เพื่อรายงานต่อ ผบ.ตร. หากพบว่ามีข้อบกพร่อง ผู้มีหน้าที่กำกับดูแลที่เกี่ยวข้องต้องรับผิดชอบ ในขณะเดียวกันได้สั่งการให้ พล.ต.ท.วีระ จิระวีระ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 (ผบช.ภ.2) เร่งดำเนินการพิจารณาตรวจสอบทุกสถานีในสังกัดของตน หากพบพื้นที่ใดยังปล่อยปละละเลย ให้ทำการจับกุมและลงโทษหัวหน้าหน่วยและเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องในพื้นที่โดยเร็ว พร้อมกำชับให้เพิ่มความเข้มในการป้องกันปราบปรามแหล่งอบายมุขและบ่อนการพนันทุกประเภททุกแห่งในพื้นที่ตำรวจภูธรภาค 2 อย่างเข้มข้น อย่าให้เกิดกรณีเช่นนี้อีก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.อ.วิสนุยังคาดโทษไปยังทุกกองบัญชาการว่า หากมีพื้นที่ไหนยังปล่อยปละละเลยให้มีการเปิดบ่อนพนัน จะดำเนินการทางวินัยและปกครองกับหัวหน้าหน่วยและเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบอย่างเด็ดขาด
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดระยอง ผบช.ภ.2 ได้เรียกประชุมด่วน โดยมี พล.ต.ต.ปภัชเดช เกตุพันธ์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดระยอง และข้าราชการตำรวจ สภ.เมืองระยองและ สภ.มาบตาพุด เข้าร่วมประชุมนานเกือบ 2 ชั่วโมง หลังประชุมเสร็จรีบเดินทางกลับโดยไม่ให้สัมภาษณ์แต่อย่างใด
อึ้งผู้การลั่นไม่มีบ่อน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ต.ปภัชเดชกล่าวยืนยันว่า จำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 ทั้ง 36 ราย ใน จ.ระยอง ไม่ได้มาจากบ่อนการพนันทั้งหมด มีเพียง 7 รายเท่านั้น และยังยืนยันว่า จ.ระยอง ไม่มีบ่อนการพนันแต่อย่างใด แต่อาจเป็นบ่อนการพนันที่แอบเปิดเล่นการพนันกันเองเท่านั้น โดยในรอบ 3 เดือนสามารถจับกุมผู้ลักลอบเล่นการพนันได้เป็นจำนวนมาก และพร้อมยืนยันเรื่องดังกล่าวต่อผู้ว่าราชการจังหวัดต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ยอมรับว่ามีการลักลอบเล่นการพนันในพื้นที่จริง แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจก็ได้มีการตรวจจับอยู่ตลอดเวลา และยืนยันว่าจะเร่งกวาดล้างบ่อนการพนันให้ลดลงหรือหมดไปจาก จ.ระยองโดยเร็ว&amp;rdquo; ผบก.ภ.จ.ระยองระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.สุโขทัย นายวิรุฬ พรรณเทวี ผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย แถลงว่า พบผู้ติดเชื้อ 1 ราย เพศหญิง อายุ 42 ปี มีอาชีพเป็นพนักงานนวดแผนไทย ที่ตำบลมหาชัย อำเภอเมืองฯ จังหวัดสมุทรสาคร โดยกลับมาบ้านที่ จ.สุโขทัย พร้อมแฟนอายุ 30 ปี และเพื่อนหญิงอายุ 52 ปี ด้วยรถยนต์ส่วนตัว วันที่ 25 ธ.ค. และผลตรวจพบเชื้อวันที่ 26 ธ.ค.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพจเฟซบุ๊กประชาสัมพันธ์นครนายกแถลงว่า มีผู้ติดเชื้อโควิด-19 เพิ่มอีก 1 ราย เป็นเด็กผู้หญิง อายุ 1 ขวบ 10 เดือน ซึ่งเป็นลูกสาวของพ่อค้าขายอาหารทะเลที่เป็นผู้ติดเชื้อรายแรก ทำให้มียอดสะสมรวมแล้ว 2 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.เพชรบุรี นายภัคพงศ์ ทวิพัฒน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี เปิดเผยว่า พบผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่ม 1 ราย รวมจำนวนสะสม 18 ราย โดยเป็นหญิงไทยอายุ 27 ปี ชาวตำบลไร่สะท้อน อำเภอบ้านลาด เดินทางไปขายของที่ตลาดมหาชัย ไปรับลูกที่โรงเรียน และออกไปเลือกตั้งที่หน่วยเลือกตั้งในพื้นที่ จากนั้นได้เดินทางไปตรวจหาเชื้อกลุ่มเสี่ยงที่โรงพยาบาลและกักตัวอยู่บ้าน มีความสัมพันธ์กับผู้ป่วยรายที่ 16&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดลพบุรี ยืนยันพบผู้ป่วยโควิด-19 รอบใหม่รายแรกของจังหวัด โดยเป็นผู้ป่วยหญิงไทย อายุ 32 ปีทำงานในโรงงานผลิตอาหารสัตว์ และอาศัยอยู่กับเพื่อนใน ต.มหาชัย อ.เมืองสมุทรสาคร โดยวันที่ 10-18 ธ.ค. ทำงานและพักอาศัยในจังหวัดสมุทรสาคร 19 ธ.ค. เดินทางออกจากสมุทรสาครไปหมอชิต นั่งรถตู้กลับลพบุรี รายงานตัว อสม. แล้วกักตนเอง 26 ธ.ค. ผลตรวจยืนยันว่าติดเชื้อ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.ตาก พบผู้ติดเชื้อโควิดเพิ่มขึ้นอีก 4 คน ในจำนวนนี้มีพนักงานขับรถยนต์แท็กซี่ในพื้นที่ 1 ราย และเด็ก 1 ราย รวมผู้ติดเชื้อโควิด-19 ทั้งหมด 12 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วยผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุข ประชุมติดตามสถานการณ์โรคโควิด-19 ที่โรงพยาบาลสมุทรสาคร จากนั้นเดินทางไปตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจผู้ประกอบการอาหารทะเล&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นนายอนุทินให้สัมภาษณ์ว่า ได้ดำเนินการอย่างเต็มที่ และมั่นใจว่าสามารถควบคุมสถานการโควิด-19 จ.สมุทรสาครได้รวดเร็ว รวมทั้งยังมีความพร้อมเรื่องเตียง ห้องแยกโรค เวชภัณฑ์ ยา ยืนยันว่าอาหารทะเลปรุงสุกกินได้ปลอดภัยไร้โควิด-19 สำหรับแรงงานต่างด้าว มีการคัดกรองเชิงรุกและจัดตั้งศูนย์ช่วยเหลือคนสมุทรสาครหรือโรงพยาบาลสนามเพิ่มเติมอีก 1 แห่ง ที่สนามกีฬากลางจังหวัดสมุทรสาคร เมื่อพบผู้ติดเชื้อก็นำมาแยกดูแล เพื่อไม่ให้นำเชื้อไปติดต่อคนในชุมชน ซึ่งคาดว่าจะเปิดได้ในวันที่ 31 ธ.ค.นี้ สามารถรองรับได้ประมาณ 540 เตียง ทั้งนี้ ขณะตรวจเยี่ยมการดำเนินงานของโรงพยาบาลสนามบริเวณตลาดกลางกุ้ง ได้มีตัวแทนชาวเมียนมาได้ขอบคุณที่กระทรวงสาธารณสุขที่ให้การดูแลอย่างดี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับข้อมูลจำนวนผู้ป่วยโควิด-19 จ.สมุทรสาคร เมื่อวันที่ 26 ธ.ค.2563 เวลา 14.00 น. มีผู้ป่วยโควิด-19 รายใหม่ 87 ราย ยอดสะสมรวม 1,455 ราย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/88149</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชาญนะ เอี่ยมแสง, นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน, นพ.สุกิจ อัถโถปกรณ์, พรพิศ เพชรเจริญ, ภัคพงศ์ ทวิพัฒน์, วินท์ สุธีรชัย, วิรุฬ พรรณเทวี, สาธิต ปิตุเตชะ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อนุทิน ชาญวีรกูล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201227/image_big_5fe89daf1e5ea.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>77829</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/09/2020 13:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/09/2020 13:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กตู่&#039;ชมฝึกซ้อมช่วยเหลืออากาศยานประสบภัยที่ค่ายพระรามหกจ้อเด็กประถมฯ​ลุงจะทำให้ดีขึ้น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 ก.ย.63-เมื่อเวลา 08.20 น. พล.อ.ประยุทธ์​ จันทร์โอชา​ นายกรัฐมนตรี​ และรมว.กลาโหม​ พร้อมพล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม นายอธิรัฐ รัตนเศรษฐ รมช.คมนาคม และคณะ ออกเดินทางจากสนามเฮลิคอปเตอร์ จากพล. ม. 2 รอ. เขตพญาไท กทม.ไปยังสนามเฮลิคอปเตอร์ ค่ายนเรศวร อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี จากนั้นเดินทางด้วยรถตู้โตโยต้า อัลพาล์ด ทะเบียน 8 กพ 6275 กรุงเทพมหานคร เดินทางมายังค่ายพระรามหก อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี เพื่อเป็นประธานในพิธีเปิดและปิดการฝึกซ้อมการค้นหา และช่วยเหลืออากาศยานประสบภัย (Search and Rescue Exercise (SAREX)) ประจำปี 2563 โดยได้รับบรรยายสรุปสถานการณ์ โดยผู้ช่วยผบ.ตร.ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการฝึกซ้อมการค้นหาและช่วยเหลืออากาศยานประสบภัย แล้วเยี่ยมชมการจัดนิทรรศการของหน่วยงานในระบบการค้นหาและช่วยเหลือ (Search and Rescue System) ของประเทศไทย ณ หอประชุมค่ายพระรามหก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้น พล.อ.ประยุทธ์​ เดินทางมายังบริเวณลานฝึกค่ายพระรามหก โดยมีนายภัคพงศ์ ทวิพัฒน์ ผู้ว่าฯจ.เพชรบุรี กล่าวต้อนรับ โดยมีนายศักดิ์สยาม ในฐานะประธานคณะกรรมการค้นหาและช่วยเหลืออากาศยานประสบภัยแห่งชาติ กล่าวรายงานความเป็นมา จากนั้น นายกฯชมการสาธิตการฝึกซ้อมการค้นหา และช่วยเหลือผู้รอดชีวิตจากอากาศยานประสบภัยและการส่งต่อทางการแพทย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยนายภัคพงศ์ ทวิพัฒน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี กล่าวรายงานว่า กระทรวงคมนาคมและสำนักงานตำรวจแห่งชาติมอบหมายให้จังหวัดเพชรบุรี เป็นสถานที่ฝึกซ้อมการค้นหาและช่วยเหลืออากาศยานประสบภัยประจำปี 2563 ซึ่งโครงการดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อให้หน่วยวานและเจ้าหน้าที่ทดสอบความพร้อมในการปฏิบัติงาน รวมถึงกระบวนการในการค้นหา ช่วยเหลืออากาศยานที่ประสบภัยและเสริมสร้างทักษะให้ผู้ปฏิบัติมีความชำนาญการมากยิ่งขึ้น&amp;nbsp; นำไปสู่การพัฒนาศักยภาพและขีดความสามารถ การช่วยเหลือช่วยชีวิตผู้ประสบภัยจากอากาศยานที่ประสบอุบัติเหตุ ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น สร้างความเชื่อมั่นให้กับคนไทยและชาวต่างชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้น พล.อ.ประยุทธ์​ กล่าวให้โอวาทและปิดการฝึกซ้อม SAREX 2020 ว่า ขอชื่นชมทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่ร่วมดำเนินการต่างๆให้สำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี ทั้งนี้​ มีคำกล่าวที่ใช้ได้ทุกโอกาสว่า&amp;quot;แม้หวังตั้งสงบ จบเตรียมรบให้พร้อมสรรพ&amp;rdquo;แม้จะไม่มีเหตุอะไรเกิดขึ้นแต่ต้องเตรียมความพร้อม ทั้งคน เครื่องมือ ระเบียบปฏิบัติต่างๆให้สอดคล้องกัน ทั้ง พลเรือน ตำรวจ และทหาร เพราะภารกิจเรามีมากมาย หากบูรณาการวางแผนและฝึกร่วมกัน จะมีสมรรถภาพเข้นกับที่ฝึกในวันนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;โดยการเตรียมการรับสถานการณ์นั้นมีหลายด้าน อย่างวันนี้ซึ่งเราเจอสถานการณ์ทั้งด้านความมั่นคง เศรษฐกิจ สังคม กฎหมายและกระบวนการยุติธรรม ซึ่งรัฐบาลให้ความสำคัญอย่างยิ่งยวดว่าทำอย่างไรให้ประชาชนปลอดภัย&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.อ.ประยุทธ์​ กล่าวว่า​ วันนี้การฝึกแสดงให้เห็นถึงความพร้อมและความเชื่อมั่น ทั้งนี้การช่วยเหลืออากาศยานประสบภัยนั้นไม่ใช่แค่คนไทยเท่านั้นแต่เกี่ยวข้องทุกสายการเบิน ซึ่งไม่อยากให้เกิดขึ้น แต่เมื่อเกิดขึ้นแล้วจะทำได้ย่างไร จึงต้องเตรียมการไว้ มีการฝึก สิ่งที่เป็นหลักการสำคัญคือต้องกำหนดแผนหลายสมมุติฐานให้ชัดเจน มีแผนหลัก แผนรอง และแผนเผชิญเหตุ สำคัญสุดคือการติดต่อสื่อสารหลายหน่วยงานที่ทำงานร่วมกัน หากเรามีการฝึกซ้อมก็จะไม่เกิดความสับสนอลหม่าน รัฐบาลให้ความสำคัญเครื่องไม้เครื่องมือ โดยเฉพาะเฮลิคอปเตอร์ เครื่องมือช่วยชีวิตต่างๆดำเนินการจัดหามาอย่างต่อเนื่องและจะดำเนินการต่อไป พร้อมพัฒนาวิจัยสิ่งที่เราทำเองได้ใกล้เคียงกับเขา ทำให้ลดการใช้จ่ายงบประมาณลงไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกฯกล่าวอีกว่า เรามีความพร้อมหลายๆ ด้าน มีเครื่องมือใหม่ๆ มาใช้บูรณาการ โดยเฉพาะเฮลิคอปเตอร์ที่มีหลายประเภท อากาศยาน นั่นคือเหตุผลว่าทำไมต้องมี ถ้ามองอย่างเดียวว่าจะซื้อไปทำไมก็อีกเรื่องหนึ่ง แต่เมื่อซื้อมาใช้ประโยชน์ก็ขอให้เข้าใจว่ามีความจำเป็น ตรงนี้เป็นสิ่งที่ทุกคนต้องตระหนักถึงความสำคัญของการดำเนินการในลักษณะนี้อย่างชัดเจน เพื่อเป็นการยกระดับความปลอดภัย ทั้งผู้ประสบภัยและเจ้าหน้าที่ สิ่งสำคัญสุดคือขวัญและกำลังใจเจ้าหน้าที่ ซึ่งตนเคยบอกว่าอำนาจกำลังรบทางทหารเป็นอีกเรื่องหนึ่ง แบบเดียวกับพลเรือนนั้นแหละ โดยอำนาจรบที่มีตัวตนนั่นคือเครื่องไม้ เครื่องมือ บุคคลากรต่างๆส่วนที่ไม่มีตัวตนคือขวัญกำลังใจผู้ปฏิบัติและผู้ที่ถูกช่วยเหลือเชื่อมั่นว่าปลอดภัย วันนี้เรามีเครื่องมือเครื่องไม้หลายประการจำเป็นต้องจัดหาให้สอดคล้องกับภารกิจอื่นๆด้วย การดับไฟป่า การดับเพลิง การช่วย ชีวิตคนบนตึกสูง สิ่งเหล่านี้รัฐบาลให้ความสำคัญและบรรจุในแผนยุทธศาสตร์ชาติ ในการพัฒนาทันต่อสถานการณ์โลก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า สิ่งสำคัญระเบียบกาาปฏิบัติต่างๆ และการสั่งการ หากทำงานหลายหน่วยงานต้องประสานสอดคล้องกัน หน้าที่ใคร ทำอะไร มีตารางประสานสอดคล้องเพื่อไม่ให้เกิดความสับสนอลม่าน รวมทั้งต้องมีระบบการสื่อสารสำรอง สายบังคับบัญชาที่ต้องทบทวนตลอดเวลาทุกปี อย่างสถานการณ์ ที่เกิดขึ้นเราก็รู้อยู่แล้วว่าจะเกิดขึ้นอย่างวันนี้ และอาจมีสถานการณ์ที่คาดไม่ถึงเกิดขึ้นได้ อย่างวันนี้เราให้ความสำคัญเรื่องสภาวะการเปลี่ยนแปลงซึ่งโลกให้ความสำคัญอยู่ วันนี้ขอฝากทุกคนตระหนักบทบาทหน้าที่ของตัวเองและหน่วยงานให้ชัดเจน เพื่อยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยและเป็นปัจจัยแห่งความสำเร็จในวันข้างหน้าไปพร้อมๆของประเทศ อย่างไรก็ตามประเทศชาติจะเดินหน้าไปได้ด้วยความสงบเรียบร้อย มีเสถียรภาพ และความมีประสิทธิภาพของภาครัฐ และประชาชน ทุกคนจะต้องรวมไทยสร้างชาติ ช่วยสร้างชาติของเราให้เข้มแข็ง ให้มีอนาคตและพื่อลูกหลานของเราในวันหน้าในทุกมิติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้น นายกฯได้ทักทายพร้อมถ่ายภาพเป็นที่ระลึกกับเจ้าหน้าที่ที่ร่วมฝึกซ้อม โดยช่วงหนึ่งนายกฯ ได้ถือโอกาสพูดคุยกับเด็กนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ที่มาร่วมในงาน ตอนหนึ่งว่า เด็กเหล่านี้คืออนาคตของชาติ ปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นต้องแก้ปัญหาที่ระบบการศึกษาของเรา โดยต้องปรับให้ทันสถานการณ์และโลกปัจจุบัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ลุงก็เคยอายุเท่าหลานๆ แต่ชีวิตผ่านมา 50-60 ปีแล้ว เคยรู้เคยมีประสบการณ์ และรู้ถึงความต้องการของเด็กๆ และอยู่ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงมาโดยตลอด และขอยืนยันว่าสิ่งที่ลุงและรัฐบาลทำจะดีขึ้นตามลำดับ วันข้างหน้าก็จะทำต่อไปและจะดีขึ้นอีก เราต้องทำงานไปด้วยกัน ทุกคนต้องทำงานไปด้วยกัน พร้อมสานต่อสิ่งที่ดีงาม สร้างความเข้าใจซึ่งกันและกัน และในทุกๆ เรื่อง ทุกคนสามารถแสดงความคิดเห็นได้ไม่ว่าจะวงเล็กหรือวงใหญ่ และแม้จะเป็นเด็กทุกคนก็มีความคิด วันนี้ลุงก็รับฟังทั้งหมด และวันนี้หน้าที่ของพวกเราคือการเรียนหนังสือและเรียนให้มาก อนาคตเราต้องเตรียมตัวให้พร้อม ส่วนอย่างอื่นก็มีหลายฝ่ายพร้อมที่จะทำให้แต่เราต้องกำหนดอนาคตตัวเอง เราต้องตั้งความหวังและเดินไปถึงความหวังตรงนั้นให้ได้ เราต้องไปด้วยกันให้ได้ แต่อย่าให้ใครมากำหนดชีวิตเรา วันนี้รัฐบาลเตรียมนโยบายและมาตรการต่างๆ ไว้สำหรับทุกคนรวมทั้งแก้ไขปัญหาระหว่างทาง ไม่มีใครทำสำเร็จเพียงฝ่ายเดียว&amp;quot;นายกฯ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นนายกฯ ได้สอบถามเด็กๆ ว่า โตขึ้นอยากประกอบอาชีพอะไร พร้อมแนะนำว่าถ้าไม่อยากเรียนสายสามัญก็ให้เรียนสายอาชีวะรับรองมีงานทำแน่ และแนะนำให้เด็กๆ หันมาออกกำลังกาย ซึ่งจะช่วยทั้งในเรื่องของสมองและสุขภาพ อีกทั้งต้องระมัดระวังตัวเองโดยเฉพาะขณะนี้ที่ยังมีการแพร่ระบาดกับโควิด-19 ส่วนเด็กคนไหนมีความฝันอยากเป็นครูนั้น ถือเป็นสิ่งที่ดีมาก เพราะครูคือผู้อบรมสั่งสอนเด็กๆ ทุกคน โดยเฉพาะการเป็นครูสมัยใหม่จะต้องสอนและถ่ายทอดในสิ่งที่ถูกต้อง การเป็นครูปัจจุบันจะหยุดนิ่งไม่ได้ ต้องเข้าใจนักเรียนและเข้าใจสิ่งแวดล้อม ถ้ายังเป็นครูแบบเดิมก็ไปไม่ได้ วันนี้ปัญหาเกิดขึ้นมากมายครูก็ต้องช่วยกันแก้ปัญหา โดยเฉพาะการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในปัจจุบัน บางอย่างเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีบางอย่างเปลี่ยนแปลงในทางที่ไม่ดี จึงฝากเด็กๆ ทุกคนช่วยกันคิดด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้​ ผู้สื่อข่าวถามว่า ในการพบปะกับเด็กนักเรียนในวันนี้ได้มีการสะท้อนถึงเรื่องการเมืองหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า เด็กเหล่านี้เพิ่งจะอยู่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 เขายังไม่มีเรื่องเหล่านี้ จะมีความรู้ทางการเมืองอย่างไร สื่อก็ถามเกินไปหรือไม่
ก่อนที่เวลา 11.50 น. นายกฯและคณะ เดินทางเฮลิคอปเตอร์ กลับกรุงเทพมหานคร&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/77829</URL_LINK>
                <HASHTAG>การช่วยเหลืออากาศยานประสบภัย, ค่ายพระรามหก, บิ๊กตู่-พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, ภัคพงศ์ ทวิพัฒน์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200918/image_big_5f644cff67dec.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>68901</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/06/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/06/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ภูเก็ตกับ &#039;ศูนย์สุขภาพโลก&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; รัฐบาลกู้เงินมา ๑ ล้านล้าน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เป้าหมาย เพื่อ.....
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ใช้ปราบโควิด, แจกจ่ายชาวบ้าน, สร้างงาน, กระตุ้น-ฟื้นฟูเศรษฐกิจ แบบเฉพาะหน้าและแบบยั่งยืน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เห็น ส.ส.และหน่วยงานต่างๆ เสนอโครงการ ขอใช้งบในส่วนนั้นๆ ไปทำให้เกิดผล ผมก็ปลื้มใจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ดูแล้ว จำนวนเงินที่ขอกันมา มากกว่างบ ๒-๓ เท่าตัว มองมุมลบ ก็นินทาว่า &amp;quot;รุมทึ้งงบ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ถ้ามองมุมบวก เป็นบุญแผ่นดินยิ่งนัก ที่มีล้านคิด-หลากไอเดีย ไหลบรรเจิดผ่านโครงการ ทั้งหมด-ทั้งมวลเป้าหมายพัฒนาชาติ-ค้ำชูประชาชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อประเทศและประชาชน อนาคตอยู่ในแผนคิดของคนระดับปัญญาชาติหลากหลายเช่นนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต้องบอกว่า น่าปลื้ม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐบาลยุคนี้ บริหารประเทศแบบมียุทธศาสตร์ชาติและแผนพัฒนาเป็นช่วงๆ วงรอบ ๒๐ ปี เป็นเข็มชี้ทิศอยู่แล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฉะนั้น ผมว่าคุณทศพร ศิริสัมพันธ์ เลขาฯ &amp;quot;สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ&amp;quot; ต้องชอบใจแน่ๆ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เป็นผม ผมก็ชอบ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่มีคนมากมายช่วยคิดในทางพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมประเทศ หลากหลายดี อันไหนใช่ อันไหนตรง และโปร่งใส มีประชาชนเป็นผลได้ที่ตอบโจทย์&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จะ &amp;quot;อนุมัติ&amp;quot; ผ่านโครงการให้เลย!&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผมก็มีอยู่ ๑ โครงการ ขอเสนอในนาม &amp;quot;ประชาชนเพื่อชาติ&amp;quot; ในวาระร่วมกันฟันฝ่าจนชนะโควิด ในจำนวน ๑๘๔ ประเทศ ไทยฟื้นคืนแข็งแกร่ง อันดับ ๒ ของโลก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เป็นที่กล่าวขาน-ยกย่องจากนานาชาติ ว่าการแพทย์-การสาธารณสุขไทย เป็นเยี่ยม คนไทยสามัคคีรวมใจสู้ เป็นเลิศ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จึงขอเสนอโครงการ ในงบราวๆ ๒-๓ พันล้าน ผ่านสภาพัฒน์ไปยังท่านนายกฯ ประยุทธ์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รับรอง &amp;quot;ตอบโจทย์ประเทศ&amp;quot; ด้านท่องเที่ยวแน่นอน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อสำเร็จ........
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โครงการนี้ ด้วยค่าในตัวมันเอง จะประกาศ &amp;quot;มาตรฐานไทย-มาตรฐานโลก&amp;quot; ให้ทั้งโลกรับรู้ด้วยยอมรับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นั่นคือ โครงการ &amp;quot;พัฒนาการบริการทางการแพทย์และสาธารณสุขระดับนานาชาติ เพื่อสร้างความปลอดภัยและมูลค่าเพิ่มทางการท่องเที่ยว&amp;quot; ที่จังหวัดภูเก็ต&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ใช้พื้นที่ราชพัสดุ ข้างสถานีตำรวจท่าฉัตรไชย อำเภอถลาง ประมาณ ๑๔๐ ไร่ ห่างสนามบินภูเก็ตราวๆ ๑๖-๑๗ กิโล เป็นที่สร้าง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เห็นชื่อโครงการ อาจหลับตาไม่เห็นภาพ ก็จะบอกว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โครงการนี้ เป็นศูนย์ทางการแพทย์นานาชาติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพื่อ &amp;quot;ชีวิต&amp;quot; ยั่งยืนแบบ &amp;quot;มีชีวา&amp;quot; ครบวงจรทางด้านสุขภาพและอนามัย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และนี่แหละ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตอบโจทย์ Medical Hub ด้านท่องเที่ยว-พักผ่อน เชิงสุขภาพ Longevity ระดับ World Class ของจริง!&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เป็นจินตนาการ พูดกันมายาวนาน แต่ไม่เคยเป็นรูป-เป็นร่างให้จับต้องได้ซักที ครั้งนี้แหละ ฝันเป็นจริงกันละ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก็หวังรัฐบาลนายกฯ ประยุทธ์ ผู้ใช้เวลาแค่ ๖ ปี ผลักดันโครงการเก่า-ใหม่ พลิกโฉมหน้าประเทศไทย จนจำภาพเดิมแทบไม่ได้ นี่แหละ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ช่วยเจียดซัก ๒-๓ พันล้าน สร้าง Medical Hub ที่ภูเก็ต เอาทีเดียวให้ครบ-จบตามเป้าหมาย อีกซักผลงานเถอะ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ใน Medical Hub แยกเป็นส่วนๆ ประมาณนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;-ศูนย์บริการทางการแพทย์และสาธารณสุขระดับนานาชาติครบวงจร &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;-ศูนย์อภิบาลสุขภาพผู้สูงอายุนานาชาติ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;-สถาบันบําราศนราดูร เขตภาคใต้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;-ศูนย์เวชศาสตร์โรคเขตร้อน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;-ศูนย์ใจรักษ์ (ดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้าย)
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;-ศูนย์เวชศาสตร์ฟื้นฟูครบวงจร &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;-ศูนย์รังสีรักษา เขตอันดามัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เนี่ย...ถ้าทั้งหมดนี้เกิด ที่นายกฯ เคยแถลง ไทยเราจะเปิดท่องเที่ยวเชิงคุณภาพ ด้านการฟื้นฟูสุขภาพ สมดุลทางธรรมชาติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นี่แหละ ตรงภูเก็ตนี่แหละ ที่เดียวจบ-ครบวงจร ท่องเที่ยวคุณภาพ ด้วย Value ไม่ใช่ Price ทั้งด้าน ใจ-กาย-สภาพแวดล้อม คือจักรวาล เสริมการแพทย์ เข้าสู่ภาวะสมดุลแห่ง Vitality
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างที่เราทุกคนยืดอกตอนนี้.........
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้วยการแพทย์-การสาธารณสุขไทย ทั่วโลกยกนิ้วให้ หมอ-พยาบาล มาตรฐานไทย-มาตรฐานโลก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กรณีโควิด-๑๙ เป็นตรารับประกันคุณภาพ!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แล้วทุกคนก็บอก ตรงนี้เป็น &amp;quot;จุดขาย-จุดแข็ง&amp;quot; ด้านท่องเที่ยวเพื่อสุขภาพของไทย ที่จะดึงนักท่องเที่ยวคุณภาพจากทั่วโลกเข้ามา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยเฉพาะ ระดับเศรษฐี ระดับมันสมอง เงินเขาหาได้ แต่สุขภาพเปี่ยม Vitality เขาหาที่ไหนไม่ได้ นอกจากที่เดียว คือที่เมืองไทย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่าง &amp;quot;หมอเหรียญทอง&amp;quot; เคยเสนอไอเดีย จัดโปรแกรมให้คนมีเงินในต่างประเทศ หลบโควิดเข้ามาพักผ่อน และตรวจรักษาในเมืองไทย ก็จากนิยามนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผมเคยได้ยิน &amp;quot;คุณธนินท์ เจียรวนนท์&amp;quot; เสี่ย CP เสนอไอเดีย หมอเราเยี่ยม สามารถใช้ดึงคนมีเงินให้เข้ามาพักผ่อน มาฟื้นฟูสุขภาพได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก็ Medical Hub ที่ภูเก็ตนี่แหละ ตรงโจทย์!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่คุณธนินท์เสนอและผมเห็นด้วย ประเทศกำลังพัฒนาสู่ยุคดิจิทัล ด้วยเทคโนโลยีบล็อกเชน ทรัพยากรบุคคลที่ใช้ตอบโจทย์ตรงนี้ ของเราถึงมี แต่ไม่พอ ถึงสร้างก็ไม่ทันใช้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดังนั้น BOI ต้องปรับปรุงกฎระเบียบให้สอดคล้องโจทย์ประเทศ เปิดโอกาสให้ นักลงทุน คนมีเงินระดับหมื่นล้าน คนมีวิชาความรู้แขนงต่างๆ ให้เขาเข้ามา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ให้ ซิติเซน คือความเป็นพลเมืองไทยกับเขาได้อยู่ถาวร ไม่ต้องกลัวจะแย่งอาชีพ ตรงข้าม เขาจะมาเสริมในจุดที่เราขาดด้วยซ้ำ ทั้งโลกก็ทำแบบนี้ แม้ในสหรัฐฯ เอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อาชีพสงวนคนไทย ตัดผม แซะขนมครก ขายของหน้าร้าน ทุกวันนี้ คนไทยยักไหล่ เบ้ปาก ไปซิ่งมอ&amp;#39;ไซค์ ไปอัพยา แปลงเพศ รับจ้างโพสต์เฟกนิวส์ และปั่นแฮชแท็ก ไฮคลาสกว่าเยอะ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่เชื่อก็ไปสำรวจ ทุกวันนี้ ๓๙ อาชีพสงวน กลายเป็นสงวนให้ เขมร-พม่า-ลาว แทบหมดแล้ว!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อาจสงสัยกัน ว่าโครงการนี้ ของใครกันแน่ ลำพังผม ไม่น่ามีน้ำยาขนาดนั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จริงครับ!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โครงการนี้ คนที่สมัครสมานเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน ผลักดันให้เกิด ประกอบด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;-นายภัคพงศ์ ทวิพัฒน์ ผู้ว่าฯ ภูเก็ต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;-นพ.เฉลิมพงษ์ สุคนธผล ผอ.รพ.วชิระ ภูเก็ต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;-นพ.ธนิศ เสริมแก้ว สาธารณสุขภูเก็ต&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และ.........
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;-ประชาชนชาวภูเก็ต ปณิธานผนึกใจร่วมอธิษฐาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ท้าวเทพกระษัตรี-ท้าวศรีสุนทร&amp;quot; และ &amp;quot;ศาลหลักเมือง&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขอสิ่งนี้ จงบังเกิด เป็นแหล่งสร้างงาน สร้างเงิน สร้างอนาคต สร้างเกียรติยศเพิ่มพูนให้ภูเก็ต แหล่งท่องเที่ยวสวยงามติด ๑ ใน ๑๐ ของโลกแห่งนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภูเก็ตนี่ ประชากรไม่มาก แต่ปีนึงๆ สร้างรายได้เข้าประเทศเฉียด ๕ แสนล้าน ตอนโควิดนี่ คนภูเก็ตปรับทุกข์ผ่านเมลผม ว่าลำบากแสนสาหัส
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถึงขั้นจั่วหัวตัวโตๆ แบบกลัวผมไม่อ่านว่า &amp;quot;คุณอาช่วยเหลือจังหวัดภูเก็ตด้วยครับ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จนใจ-จนปัญญา อันตัวเราก็เท่านี้ จะช่วยราชสีห์ได้อย่างไร เมื่อเห็นโครงการบนความร่วมใจ ผู้ว่าฯ และ ผอ.รพ.วชิระ เป็นหัวเรี่ยว-หัวแรง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผมจึงไม่รีรอ ช่วยดันต่อ ไปถึงท่านอนุพงษ์ รัฐมนตรีมหาดไทย, ท่านอุตตม รัฐมนตรีคลัง, ท่านอนุทิน รัฐมนตรีสาธารณสุข, ท่านพิพัฒน์ รัฐมนตรีท่องเที่ยว, ท่านเดชาภิวัฒน์ ผอ.สำนักงบประมาณ, ท่านทศพล เลขาฯ สภาพัฒน์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และท่านนายกฯ ประยุทธ์ ผู้เป็นที่พึ่งประเสริฐ ช่วยให้ Medical Hub ระดับ World Class นี้ได้เกิด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตอบโจทย์อนาคตประเทศ ด้านท่องเที่ยวคุณภาพทางสุขภาพนานาชาติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การันตี ด้วยเครดิต &amp;quot;มาตรฐานแพทย์ไทย&amp;quot; ที่โลกยอมรับ!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผมเห็นอาคารหลัก ตะคุ่มกลมกลืนแมกไม้แนบทรายชายทะเลอันดามัน มองไกลๆ เป็น &amp;quot;เต่ามะเฟือง&amp;quot; ตัวใหญ่กำลังวางไข่อย่างไร-ก็อย่างนั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต้องชม &amp;quot;ทีมภูเก็ต&amp;quot; เขา ว่าวิสัยทัศน์ไกลแล้ว รสนิยมทางสถาปัตย์ ยังถึงซะอีก!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;Medical Hub การแพทย์เพื่อสุขภาพนานาชาติ &amp;quot;ระดับ World Class&amp;quot; ที่ภูเก็ตตามที่คุยกันมานี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่อยากเจาะจงเป็นความสำเร็จของใคร เพราะถ้าเกิด มันเกิดบนฐาน ๓ ฝ่าย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ประชาชน, แพทย์-สาธารณสุขไทย, รัฐบาล-รัฐสภา&amp;quot; ร่วมแรง-ร่วมใจ เป็นหนึ่งเดียว ในสถานการณ์ ไทยชนะโควิด-๑๙
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฉะนั้น &amp;quot;เต่ามะเฟืองมรกต&amp;quot; ตัวนี้........
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต้องถือเป็น &amp;quot;หอเกียรติยศ&amp;quot; ยั่งยืนแห่งนามไทย ณ ครั้งสถานการณ์ &amp;quot;โควิด-19&amp;quot; set zero โลก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และ &amp;quot;ชนะ&amp;quot; เป็นของไทย &amp;quot;อีกครั้ง&amp;quot;!&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/68901</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทศพร ศิริสัมพันธ์, นพ.ธนิศ เสริมแก้ว, นพ.เฉลิมพงษ์ สุคนธผล, ภัคพงศ์ ทวิพัฒน์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180511/image_big_5af4fe504cfd9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>68003</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/06/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/06/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>มหาดไทยให้ผวจ. จัดระเบียบสังคม ชายหาด-บาทวิถี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มหาดไทยสั่งผู้ว่าราชการจังหวัดแหล่งท่องเที่ยวริมทะเลจัดระเบียบชายหาด และให้ ผวจ.ทั่วประเทศจัดระเบียบสังคมในพื้นที่สาธารณะริมบาทวิถี ป้องกันโควิดระบาด &amp;quot;หมอบุ๋ม&amp;quot; เผยเที่ยวเป็นครอบครัวเป็นเรื่องดี ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่เตือนอย่าแออัด ขณะที่ภูเก็ตเปิดหาด 9 มิ.ย.นี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) กระทรวงมหาดไทย (ศบค.มท.) เปิดเผยว่า ตามที่นายกรัฐมนตรีได้มีข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 (ฉบับที่ 6) ลงวันที่ 1 พ.ค.2563, ฉบับที่ 7 ลงวันที่ 15 พ.ค.2563 และฉบับที่ 9 ลงวันที่ 29 พ.ค. 2563 ซึ่งได้มีการผ่อนคลายให้ดำเนินการหรือทำกิจกรรมบางอย่างเพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อาทิ กิจกรรมด้านเศรษฐกิจและการดำเนินชีวิต และกิจกรรมด้านการออกกำลังกาย การดูแลสุขภาพหรือสันทนาการ ซึ่ง ศบค.มท.พิจารณาแล้วเห็นว่าการผ่อนคลายกิจการ กิจกรรมข้างต้น อาจทำให้เกิดการเคลื่อนย้ายและการรวมตัวของประชาชนเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ ซึ่งอาจเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายฉัตรชัย พรหมเลิศ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าผู้รับผิดชอบในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินในส่วนที่เกี่ยวกับการสั่งการและประสานกับผู้ว่าราชการจังหวัดและผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้กำชับให้จังหวัดที่มีแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติโดยเฉพาะอย่างยิ่งชายหาด ให้ควบคุมจำนวนผู้ร่วมกิจกรรมมิให้แออัด หรือลดเวลาในการทำกิจกรรมให้สั้นลงเท่าที่จำเป็น โดยถือหลักการหลีกเลี่ยงการติดต่อสัมผัสระหว่างกัน และให้นำมาตรการป้องกันโรคตามข้อกำหนด ออกตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 (ฉบับที่ 1) ข้อ 11 มาปรับใช้ให้สอดคล้องกับพื้นที่ ประเภทกิจกรรม และสถานการณ์ที่เป็นอยู่จริง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ยังได้สั่งการผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัดให้ดำเนินการจัดระเบียบสังคมในพื้นที่สาธารณะริมบาทวิถีและพื้นที่ชายหาด 4 ด้าน คือ 1.เชิงพื้นที่ ในบริเวณพื้นที่สาธารณะริมบาทวิถี ให้พิจารณาแบ่งสัดส่วนการใช้พื้นที่ให้เหมาะสม ให้ผู้ประกอบการสามารถค้าขายได้อย่างถูกสุขลักษณะ ผู้สัญจรเดินไปมาบนบาทวิถีสามารถใช้พื้นที่ได้อย่างสะดวกสบาย ปลอดภัย ไม่กีดขวางการจราจร และไม่สร้างความเดือดร้อนรำคาญผู้อยู่อาศัยบริเวณนั้นๆ และในพื้นที่ชายหาด ให้พิจารณาแบ่งการใช้พื้นที่เป็นสัดส่วน สามารถใช้ประโยชน์ร่วมกันได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้ประกอบการต่างๆ เช่น การขายอาหาร ให้เช่าเก้าอี้ หรือเครื่องเล่นต่างๆ สามารถประกอบการได้ตามมาตรการที่กำหนด 2.เชิงกฎหมาย การอนุญาตอนุมัติให้ดำเนินการใดๆ ในพื้นที่สาธารณะต้องเป็นไปตามระเบียบ กฎหมาย 3.เชิงเศรษฐกิจ การดำเนินการจัดระเบียบสังคมในพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่ง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากเน้นมิติด้านความเป็นระเบียบเรียบร้อย ความปลอดภัยแล้ว ให้พิจารณามิติด้านเศรษฐกิจที่อาจได้รับผลกระทบจากการจัดระเบียบ และ 4.เชิงผู้ได้รับผลกระทบ การจัดระเบียบในที่สาธารณะให้ดำเนินการภายใต้อนุกรรมการการบรรเทาผลกระทบจากการจัดระเบียบสังคมระดับจังหวัด โดยแต่งตั้งผู้แทนผู้ค้าในบริเวณที่ได้รับผลกระทบและผู้แทนประชาคมในพื้นที่เข้าร่วมประชุมเพื่อพิจารณากับคณะอนุกรรมการด้วย
เตือนอย่าเที่ยวที่แออัด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สำนักปลัดกระทรวงสาธารณสุข พญ.พรรณประภา ยงค์ตระกูล หรือหมอบุ๋ม ผู้ช่วยโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. กล่าวถึงกรณีที่มีการเดินทางของประชาชนแออัดในสถานที่ท่องเที่ยวที่พัทยาและห้างสรรพสินค้าน่ากังวลหรือไม่ ว่าการที่ครอบครัวได้ออกไปท่องเที่ยวด้วยกันถือเป็นเรื่องที่ดี และช่วยให้เศรษฐกิจคึกคักอีกครั้ง แต่การที่จะเดินทางไปในสถานที่ต่างๆ ต้องคำนึงว่ามีจำนวนท่องเที่ยวหรือคนมีแออัดมากน้อยแค่ไหน สามารถที่จะหลีกเลี่ยงเดินทางไปสถานที่อื่นก็ได้ เพื่อป้องกันการติดเชื้อได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า การใช้ชีวิต New Normal ในการสแกนแพลตฟอร์มไทยชนะ ประชาชนมองว่ายุ่งยาก รองโฆษก ศบค.ตอบว่า ประชาชนอาจจะไม่ชินกับการใช้แอปฯ แต่การลงทะเบียนใช้เป็นเรื่องดี ที่เราจะทราบว่าสถานที่จะไปมีประชาชน หรือมีผู้ใช้บริการมากน้อยแค่ไหน เราสามารถเลี่ยงไปใช้ที่อื่นได้ เพื่อเสี่ยงในการติดเชื้อ และยังสามารถติดตามตัวคนที่ติดเชื้อมารักษาตัวได้ และเมื่อลงทะเบียนเข้าแล้วก็ต้องลงทะเบียนออกด้วย เพื่อที่จะทราบจำนวนผู้ใช้ในสถานที่ต่างๆ จริง เพื่อที่คนอื่นเข้าไปใช้ได้ด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการเดินทางในช่วงวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ ภายหลังเข้าสู่มาตรการผ่อนระยะที่ 3 จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 มาเกือบ 1 สัปดาห์ โดยพบว่าที่ท่าอากาศยาน จ.ขอนแก่น ยังคงมีประชาชนทยอยเดินทางด้วยสายการบินพาณิชย์ ที่เปิดทำการบินเส้นทางขอนแก่น-ดอนเมือง และขอนแก่น-สุวรรณภูมิ ไปและกลับรวมวันละ 12 เที่ยวบิน เป็นจำนวนมากเช่นเดียวกันกับที่สถานีขนส่งขอนแก่นแห่งที่ 3 ที่มีประชาชนมารอการโดยสารด้วยรถโดยสารเส้นทางต่างๆ โดยเฉพาะเส้นทางเชื่อมโยงระหว่างภูมิภาคและเส้นทางกรุงเทพฯ ที่บริษัทขนส่งต่างๆ กลับมาเปิดให้บริการกันแล้ว โดยเฉพาะเส้นทางขอนแก่น-เชียงใหม่, ขอนแก่น-เชียงราย และขอนแก่น-ระยอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่สถานีรถไฟขอนแก่น ก็มีประชาชนมารอการโดยสารในเส้นทางขอนแก่น-หนองคาย, ขอนแก่น-นครราชสีมา และขอนแก่น-กรุงเทพฯ ซึ่งทางจังหวัดยังคงเน้นหนักตามมาตรฐานความปลอดภัยด้านสาธารณสุขอย่างเข้มงวด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสมศักดิ์ จังตระกุล ผวจ.ขอนแก่น กล่าวว่า เป็นเวลาเกือบ 1 สัปดาห์ ที่ขอนแก่นเข้าสู่การผ่อนปรนในระยะที่ 3 ตามที่ ศบค.กำหนด ซึ่งสถานประกอบการทุกแห่งที่กลับมาเปิดให้บริการตามประกาศนั้น ทุกแห่งปฏิบัติตามระเบียบและข้อบังคับอย่างเข้มงวดมีการจัดจุดตรวจคัดกรองบริเวณทางเข้าร้าน โดยจัดพนักงานประจำในการเน้นย้ำการลงทะเบียนเข้าและออกผ่านระบบคิวอาร์โค้ดไทยชนะ การตรวจวัดอุณหภูมิร่างกาย การให้การบริการเจลแอลกอฮอลล์ล้างมือ อีกทั้งยังคงมีการกำหนดจุดพักรอ การเว้นระยะห่าง การสวมใส่หน้ากากอนามัยทั้งผู้ให้บริการและผู้รับบริการ การจองคิวแบบออนไลน์ และการทำความสะอาดพื้นที่ที่ให้บริการทุกจุด
ขอนแก่นเข้าสู่ภาวะปกติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ขอนแก่นเราไม่มีผู้ติดเชื้อรายใหม่มานานกว่า 1 เดือน ดังนั้นทุกมาตรการที่เราเน้นหนักและเน้นย้ำ โดยมีคณะทำงานทั้งในส่วนของเจ้าหน้าที่ ฝ่าย พ.ร.ก. และเจ้าหน้าที่จากคณะกรรมการควบคุมโรคติดต่อ ยังคงออกตรวจพื้นที่ทุกวัน เดินตรวจทุกร้าน แบบไม่มีวันหยุด เพราะการ์ดของเรามันจะตกไม่ได้ ซึ่งต้องขอขอบคุณชาวขอนแก่นทุกคนที่ให้ความร่วมมือและปฏิบัติตามคำแนะนำในด้านต่างๆ อย่างดี และจะดำเนินการในลักษณะเช่นนี้อย่างต่อเนื่องต่อไป จนกว่าสถานการณ์ดังกล่าวจะคลี่คลาย&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผวจ.ขอนแก่นกล่าวต่ออีกว่า ขณะนี้การเดินทางนั้นเข้าสู่ภาวะปกติ ทั้งสนามบิน, รถไฟ และรถ บขส. ที่ทุกจุดมีการคุมเข้มตามมาตรการป้องกันและควบคุมสถานการณ์โควิด-19 อย่างเข้มงวดและตลอดทั้ง 24 ชม. ซึ่งผู้โดยสารทุกคนนั้นคุ้นชินกับมาตรการที่ทางรัฐกำหนดกันมากแล้ว แต่ถึงอย่างไรสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ของจังหวัด รวมไปถึงย่านชุมชนและจุดที่มีประชาชนพลุกพล่าน จังหวัดขอให้ทุกคนเว้นระยะห่างและปฏิบัติตามระเบียบและคำสั่งอย่างเข้มงวด ซึ่งคณะทำงานจะออกตรวจพื้นที่ เพื่อตรวจสอบมาตรฐานความปลอดภัย และเติมเต็มในจุดที่เป็นข้อบกพร่อง เพื่อให้ขอนแก่นพร้อมเข้าสู่การผ่อนปรนระยะที่ 4 ได้อย่างครอบคลุมทุกมิติ และทำได้ทันทีตามที่รัฐบาลได้สั่งการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายภัคพงศ์ ทวิพัฒน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดภูเก็ตครั้งที่ 36/2563 มีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม ณ ห้องประชุมคอซิมบี้ ศาลากลางจังหวัดภูเก็ต พร้อมกับกล่าวหลังประชุมว่า การประชุมครั้งนี้ ที่ประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดภูเก็ตมีมติเห็นชอบในประเด็นที่สำคัญ ดังนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ประชุมเห็นชอบผลการประเมินสถานการณ์ตามมาตรการป้องกันโรคตามที่ทางราชการกำหนด เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 จังหวัดภูเก็ต รอบที่ 3 ครั้งที่ 1 ระหว่างวันที่ 1-5 มิถุนายน 2563
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ประชุมเห็นชอบตามที่สำนักงานขนส่งจังหวัดภูเก็ตเปิดให้บริการ ต้องจองคิวล่วงหน้าผ่านแอปพลิเคชัน DLT Smart Queue ในวันที่ 8 มิถุนายน 2563 เปิดเฉพาะต่อใบอนุญาต, &amp;nbsp;เปลี่ยนชนิด, ใบแทน, แก้ไข, ระหว่างประเทศ, ค้างดำเนินการ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และในวันที่ 22 มิถุนายน 2563 เปิดบริการทุกกระบวนงาน &amp;nbsp;เช่น ขอรับใบอนุญาตขับรถ (ใหม่) ต่ออายุใบอนุญาตขับรถหรือผู้ประจำรถที่ต้องอบรม เปิดการเรียนการสอน หรือการทดสอบของโรงเรียนสอนขับรถที่ได้รับการรับรองหรือสถาบันการศึกษาที่ MOU กับกรมการขนส่งทางบก
ภูเก็ตเปิดหาด 9 มิ.ย.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ที่ประชุมเห็นชอบการเปิดพื้นที่ชายหาดตั้งแต่วันที่ 9 มิถุนายน 2563 ต้องปฏิบัติตามดำเนินการจัดระเบียบสังคมในพื้นที่สาธารณะ ริมบาทวิถี และพื้นที่ชายหาด ซึ่งต้องปฏิบัติตามที่ทางราชการกำหนดในมาตรการป้องกันโรคอย่างเคร่งครัด&amp;quot; นายภัคพงศ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายกอบชัย บุญอรณะ ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี เป็นประธานเปิดศูนย์ปฏิบัติการควบคุมโรค (ศปก.) ชายหาดชะอำ จังหวัดเพชรบุรี ปล่อยแถวเจ้าหน้าที่กว่า 500 นาย เข้าประจำจุดในการเฝ้าระวังแนะนำนักท่องเที่ยวให้ปฏิบัติตามคำสั่งของจังหวัดเพชรบุรี ในการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ให้ผู้ประกอบการและนักท่องเที่ยวได้ปฏิบัติตามมาตรการดังกล่าว พร้อมมอบอุปกรณ์ชุดตรวจคัดกรองหน้ากากอนามัย เอกสารให้ความรู้และสติกเกอร์สำหรับเจ้าหน้าที่ในการประจำจุด ตลอดแนวชายหาด 10 จุด รวมระยะทาง 5 กิโลเมตร และตรวจติดตามการปฏิบัติตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ของผู้ประกอบการและนักท่องเที่ยวตลอดแนวชายหาดชะอำ เพื่อให้นักท่องเที่ยวมีความมั่นใจในการเดินทางมาท่องเที่ยวเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 หลังจากที่มีคำสั่งเปิดชายหาดชะอำ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกอบชัยกล่าวว่า หลายหน่วยงานได้ร่วมลงมาดูความพร้อมมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ในพื้นที่ท่องเที่ยวชายทะเลของจังหวัดเพชรบุรี รัฐบาลได้กำชับให้นักท่องเที่ยวสามารถเดินเที่ยวเล่นได้ แต่ต้องให้ระวังเรื่องการรักษาระยะห่าง เพื่อป้องกันการติดเชื้อแพร่เชื้อได้ ทางจังหวัดเพชรบุรีเทศบาลและอำเภอชะอำได้มีการจัดการประชุมวางแผนและแนวทางเตรียมการป้องกันการแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ให้แก่นักท่องเที่ยว โดยการตรวจวัดอุณหภูมิ จัดเตรียมเจลล้างมือ สมุดลงชื่อ เว้นระยะห่างและจำกัดจำนวนคนนั่ง 4 คนต่อเตียงผ้าใบ 1 ชุด พร้อมปล่อยแถว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรีเผยว่า เจ้าหน้าที่หลายหน่วยงานออกดูแลนักท่องเที่ยวบริเวณชายหาด กำชับให้เดินตรวจตราประชาสัมพันธ์ให้นักท่องเที่ยวอย่างทั่วถึง ให้ทราบโดยทั่วกัน ถ้าเตือนไม่ได้ก็จะดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมขอความร่วมมือผู้ประกอบการบริเวณชายหาดเป็นตัวแทนเจ้าหน้าที่ ช่วยกันประชาสัมพันธ์ แจ้งเตือนให้นักท่องเที่ยวทราบห้ามลงเล่นน้ำ ห้ามดื่มสุราบนชายหาดชะอำ ห้ามจับกลุ่ม ให้สวมใส่หน้ากากอนามัยทุกคนก่อนเข้าใช้บริการ พร้อมขอความร่วมมือนักท่องเที่ยวให้เว้นระยะห่างตามมาตรการสาธารณสุข เนื่องจากเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ยังไม่หายจากประเทศไทย ถ้าเกิดมีการติดเชื้อขึ้นมาอีกครั้ง จะทำให้ควบคุมยากขึ้น จึงขอความร่วมมือจากนักท่องเที่ยว ซึ่งบรรยากาศเป็นไปด้วยความเรียบร้อย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/68003</URL_LINK>
                <HASHTAG>กอบชัย บุญอรณะ, ฉัตรชัย พรหมเลิศ, ภัคพงศ์ ทวิพัฒน์, สมศักดิ์ จังตระกุล, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200606/image_big_5edb94fa03548.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>63747</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/04/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/04/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทอ.ส่งเครื่องบิน หนุนข้าวแลกปลา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กองทัพอากาศนำร่อง ขนข้าวชาวนาแลกปลาชาวเล ฝ่าวิกฤติโควิด-19 เริ่มนำร่องแลกเปลี่ยนสินค้าระหว่างชุมชนโดยไม่ผ่านพ่อค้าคนกลาง &amp;quot;ชาวเลพังงา&amp;quot; ส่งปลาทะเลตากแห้ง​ 550 กก. สับปะรด​ภูงา 3.2 ตัน ขึ้นเครื่องบินซี-130 แลกข้าวชาวนาอีสาน ชมรมประมงพื้นบ้านเกาะลิบง จ.ตรัง นำอาหารทะเลมาช่วยเหลือพี่น้องชาวสลัม 4 ภาค ซึ่งได้มอบข้าวสารให้ประมงพื้นบ้านเป็นการแลกเปลี่ยน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 20 เมษายน กองทัพอากาศจัดเครื่องบินลำเลียงแบบที่ 8 หรือซี-130 พร้อมกำลังพลสนับสนุนโครงการนำร่อง &amp;quot;ทัพฟ้าช่วยไทยต้านภัยโควิด-19 ขนข้าวชาวนาแลกปลาชาวเล&amp;quot; เพื่อช่วยเหลือชาวเลที่กำลังเดือดร้อนอย่างหนักให้เร็วที่สุด ด้วยการขนส่งข้าวสารจากจังหวัดยโสธร ไปแลกเปลี่ยนปลาแห้งที่จังหวัดภูเก็ต และนำปลาแห้งกลับไปส่งที่จังหวัดยโสธร เริ่มดำเนินการเป็นโครงการนำร่องในการแลกเปลี่ยนสินค้าระหว่างชุมชนโดยไม่ผ่านพ่อค้าคนกลาง ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมที่จะสร้างให้เกิดความปรองดองสมานฉันท์ของคนในชาติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยมีพลอากาศโทตรีพล อ่องไพฑูรย์ เจ้ากรมกิจการพลเรือน &amp;nbsp;กองทัพอากาศ, นายภัคพงศ์ ทวิพัฒน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต &amp;nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พร้อมกัน ณ อาคารเอ็กซ์-เทอร์มินอล ท่าอากาศยานภูเก็ต จากนั้นเดินทางรับมอบข้าวสารและส่งมอบปลา ณ ลานจอดเครื่องบิน ท่าอากาศยานภูเก็ต พร้อมกันนี้ ทางจังหวัดพังงาเข้าร่วมในการส่งสินค้าเกษตรเป็นผลผลิตสับปะรดจำนวน 3.2 ตันในโครงการนี้ด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พลอากาศโทตรีพลกล่าวว่า กองทัพอากาศได้รับการร้องขอจากมูลนิธิชุมชนไท ในโครงการแลกเปลี่ยนอาหารแห้งบรรเทาความเดือดร้อนของชาวเลราไวย์ที่ขายอาหารทะเลไม่ได้ในช่วงการแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโควิด-19 ดังนั้น พลอากาศเอกมานัต วงษ์วาทย์ ผู้บัญชาการทหารอากาศ (ผบ.ทอ.) จึงได้จัดอากาศยานพร้อมกำลังพลให้การช่วยเหลือโดยเร็วที่สุด เพื่อขนข้าวหอมมะลิจากยโสธรแลกเปลี่ยนกับปลาตากแห้งของภูเก็ต เป็นโครงการนำร่องจุดประกายให้ชาวไทยที่มีสินค้าเกษตรนำแนวคิดนี้ไปขยายต่อในสถานการณ์วิกฤติโควิด-19
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายภัคพงศ์กล่าวว่า โครงการนี้เกิดขึ้นจากปัญหาที่ชาวเลชุมชนราไวย์ยังคงสามารถออกเรือหาปลา แต่ขาดพื้นที่ทางการค้า มูลนิธิชุมชนไท ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร ได้เห็นปัญหาร่วมกันของชาวเลราไวย์ จึงได้หารือร่วมกับผู้นำชุมชนชาวเลทำให้เกิดโครงการนี้ขึ้น โดยชาวเลหลายพื้นที่ได้รวมกลุ่มในนามเครือข่ายชาวเลอันดามัน ระดมจัดทำปลาแห้งประมาณ 1,000 กิโลกรัม เน้นปลาพันธุ์ที่มีขนาดเล็ก เช่น ปลาทูแดง ปลาทูแขก ปลาข้างเหลือง เป็นต้น เพื่อนำไปทำเป็นปลาเค็มตากแห้ง ถนอมอาหารสามารถเก็บไว้กินได้นาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้ว่าฯ ภูเก็ตกล่าวว่า ส่วนจังหวัดยโสธร เครือข่ายชาวนาภาคอีสาน สมาคมชาวยโสธร ได้เห็นความเดือดร้อนของชาวเลในพื้นที่ต่างๆ ใน จ.ภูเก็ต พังงา กระบี่ ระนอง และสตูล จึงประสานงานกันส่งมอบข้าวสาร จำนวน 9 ตัน หรือ 9,000 กิโลกรัม (บริจาค 2 ตัน) ให้แก่เครือข่ายชาวเลอันดามัน เป็นการแก้ปัญหาความเดือดร้อนของชาวเล ถือว่าเป็นการตั้งใจให้เป็นสายพานที่ทำให้ระบบเศรษฐกิจหมุนเวียนได้อีกครั้ง เป็นเศรษฐกิจเชิงวัฒนธรรมด้วยการนำทรัพยากรที่มีมาแลกกันตามหลัก P2P-People to People และ Producer to Producer ทำให้เกิดการแก้ปัญหาปากท้อง และได้เห็นว่าเศรษฐกิจสร้างสรรค์ทำให้เราอยู่รอดแม้ในภาวะวิกฤติสังคมเองจะได้เรียนรู้วิถีชีวิตของคนกลุ่มนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โครงการขนข้าวชาวนาแลกปลาชาวเล ฝ่าวิกฤติโควิด-19 ได้รับการสนับสนุนอากาศยานจากกองทัพอากาศที่เข้าร่วมเป็นภาคีการขนส่งจากภาคอีสานสู่ภาคใต้ โดยการประสานงานของมูลนิธิชุมชนไท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;โครงการนี้เป็นแนวทางการพัฒนาคุณภาพชีวิตชาวเล และภูเก็ต ในฐานะจังหวัดเจ้าภาพกลุ่มยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัดจะส่งเสริมให้เกิดความยั่งยืนแก่เครือข่ายชาวเลอันดามัน ด้วยการสนับสนุนการแลกเปลี่ยนทางการตลาดตามแนวทางดังกล่าวในกลุ่มจังหวัดอันดามัน โดยใช้แนวคิดนี้เป็นต้นแบบ และสามารถใช้เป็นต้นแบบในภาวะวิกฤติอื่นๆ ของประเทศได้ด้วย ทางจังหวัดภูเก็ตขอบคุณทุกภาคส่วนที่ทำให้การดำเนินโครงการเป็นไปด้วยความเรียบร้อย&amp;quot; นายภัคพงศ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายสนิท แซ่ซั่ว ผู้ประสานงานกลุ่มชาวเลราไวย์ กล่าวว่า ชาวเลมีปลาแต่ขายไม่ได้ เพราะถูกปิดทั้งสะพานสารสินและตำบลราไวย์ เราได้ปลามาทุกวัน จึงเป็นไปได้มั้ยว่าเอาปลาไปแลกกับข้าวของชาวกะเหรี่ยง เพราะตอนนี้ปลาขายได้แค่ในพื้นที่ราไวย์ ซึ่งไม่มาก แต่ปลาขึ้นมาวันละนับร้อยกิโลกรัม ดังนั้นจึงนำปลาสดมาตากแห้งไปแลกกับข้าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;เรื่องนี้ถือว่าดีมาก เพราะเป็นอนาคตของพวกเรา เรามีปลากล้วยเหลือง เอามาแปรรูป ไม่อยากให้คิดถึงมูลค่ามากนัก เมื่อก่อนเราขายแต่ปลาสด แต่ตอนนี้ระบายไม่ทันก็ต้องมาทำปลาแห้ง ตอนนี้จะหาปลาสดประมาณ 1,500 กิโลกรัม เพื่อมาทำปลาแห้ง ซึ่งน่าจะได้ราว 500 กิโลกรัม ดีกว่าจะเอาไปแลกเงิน เป็นวิถีเดิมๆที่ไม่ต้องใช้เงิน เราต้องหาปลาเนื้อบางมาทำปลาแห้ง เพราะถ้าเป็นปลาเนื้อหนาจะเป็นหนอน วันนี้ชาวเล 90% ในชุมชนราไวย์ต้องกลับมาทำประมง เพราะไม่มีงานอื่น&amp;rdquo; นายสนิทกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่จังหวัดพังงา ร่วมบูรณาการโครงการดังกล่าวเพื่อช่วยเหลือกลุ่มชาติพันธุ์ในพื้นที่และชาวประมงพื้นบ้าน โดยนายโชตินรินทร์​ เกิด​สม​ รองผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา​ พร้อมด้วย ​น.อ.อภิชาติ​ วรภมร​ รอง​ ผอ.รมน.พังงา​, นายไมตรี​ จงไกรจักร​ ผจก.มูลนิธิชุมชนไท​ และหัวหน้าส่วนราชการสังกัดกระทรวงเกษตรฯ ​นำขบวนรถบรรทุกปลาทะเลตากแห้งและสับปะรดพันธุ์​ภูงา​ ไปที่สนามบินนานาชาติ​ภูเก็ต​ เตรียมส่งขึ้นเครื่องบินซี-130 ​ของกองทัพอากาศที่นำข้าวสารจากเครือข่าย​ชาวนาจังหวัดยโสธร​มาแลกกับปลาทะเลตากแห้งของชาวเลในจังหวัดพังงาและภูเก็ต​ ตามโครงการข้าวชาวนาแลกปลาชาวเล​
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับชาวเลในจังหวัดพังงาได้ส่งปลาทะเลตากแห้งน้ำหนัก 550 กิโลกรัม​ แลกกับข้าวสาร​ 2 ตัน​ และได้รับการบริจาคข้าวสารจากเครือข่ายชาวนาเพิ่มอีก 2 ตัน​มาให้พี่น้องชาวมอแกนบนเกาะสุรินทร์​ สำหรับสับปะรดภูงา​ 3.2 ตัน ทางกองทัพอากาศ​ได้ซื้อไปขายต่อในกรุงเทพฯ และอุบลราชธานี​ นอกจากนี้ ทางกองทัพ​อากาศ​ร่วมกับกลุ่มคิงเพาเวอร์ ​ส่งถุงยังชีพมาช่วยชาวเกาะยาวอีกจำนวน​ 300 ชุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ริมถนนเลียบทางรถไฟ เขตเทศบาลนครตรัง ตำบลทับเที่ยง อำเภอเมืองฯ จังหวัดตรัง มูลนิธิอันดามัน และนายอิสมาแอล เบ็ญสะอาด กรรมการชมรมชาวประมงพื้นบ้าน จ.ตรัง นายรุ่งโรจน์ เบ็ญหมูด กรรมการชมรมชาวประมงพื้นบ้าน จ.ตรัง และ นายปรีชา ชายทุย ประธานกลุ่มบ้านมั่นคงมดตะนอย พร้อมด้วยชาวประมงพื้นบ้านเกาะลิบง ได้นำอาหารทะเล เช่น ปู ปลาทู และปลาเค็ม มามอบให้กับพี่น้องชาวสลัม 4 ภาค ที่อาศัยอยู่บริเวณริมทางรถไฟ ประมาณ 25 ครัวเรือน ซึ่งได้รับความเดือดร้อนจากการแพร่ระบาดของโควิด-9 ไม่มีงานทำ ซึ่งชาวบ้านที่อาศัยอยู่ริมทางรถไฟประกอบอาชีพรับจ้างทั่วไป รับจ้างก่อสร้าง รับจ้างกรีดยางพารา เมื่อรัฐบาลประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉินและประกาศเคอร์ฟิว ทำให้ชาวบ้านได้รับผลกระทบไม่มีงานทำ ขาดแคลนรายได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอิสมาแอลกล่าวว่า การแพร่ระบาดของโควิด-19 ส่งผลกระทบต่อความเป็นอยู่และรายได้เป็นอย่างมาก ชาวประมงจับสัตว์น้ำมาก็จำหน่ายได้ลำบาก เนื่องจากประชาชนไม่มีกำลังซื้อ ชาวประมงก็เดือดร้อน ชมรมประมงเกาะลิบงจึงนำสัตว์น้ำที่จับมาได้นำมาแจกให้แก่ชาวบ้าน โดยเฉพาะชาวบ้านในชุมชนสลัม 4 ภาค จังหวัดตรัง ได้รับผลกระทบอย่างมาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายนายนิธิป คงทอง จนท.มูลนิธิพัฒนาที่อยู่อาศัย เลขาสลัม 4 ภาค ซึ่งเดินทางมารับมอบ ได้นำข้าวสารมาเป็นของแลกเปลี่ยนให้กับชาวประมงจาก ต.เกาะลิบง อ.กันตัง จ.ตรัง โดยหวังว่าสังคมที่เข้มแข็งคือ สังคมแห่งการแบ่งปันในยามทุกข์ยาก เป็นการช่วยสร้างรอยยิ้มในยามที่ทุกคนต่างอยู่ในสภาวะสิ้นหวัง โดยเครือข่ายสลัม 4 ภาค ซึ่งเป็นกลุ่มคนที่ใช้แรงงาน เป็นแรงงานนอกระบบ รับจ้างรายวัน มีผู้เดือดร้อนทั้งหมด 490 ครัวเรือน จาก 11 ชุมชนใน 3 อำเภอ ได้แก่ อ.เมืองฯ อ.ห้วยยอด และ อ.รัษฎา ซึ่งได้รับผลกระทบจากการว่างงาน ไม่มีการจ้างแรงงาน ทำให้ขาดรายได้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/63747</URL_LINK>
                <HASHTAG>พลอากาศโทตรีพล อ่องไพฑูรย์, ภัคพงศ์ ทวิพัฒน์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200420/image_big_5e9d936488586.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>63368</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/04/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/04/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บันทึกหน้า4</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm -90pt 0.0001pt 0cm;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ไทยโพสต์ &amp;quot;อิสรภาพแห่งความคิด&amp;quot; www.thaipost.net นับว่าอยู่ในเกณฑ์ดีอย่างต่อเนื่อง &amp;quot;นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน&amp;quot; โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. แถลงตัวเลขผู้ป่วยรายใหม่ 29 ราย ผู้ป่วยสะสม 2,672 ราย เสียชีวิตเพิ่ม 3 ราย เสียชีวิตสะสม 46 คน ก่อนตบท้ายยกนิ้วให้กำแพงเพชร ชัยนาท ตราด น่าน บึงกาฬ พิจิตร ระนอง สิงห์บุรี อ่างทอง 9 จังหวัดที่เอาอยู่ปราบโควิดไม่ให้กล้ำกรายได้จนถึงวันนี้ รวมถึงอีก 25 จังหวัดที่ตั้งการ์ดดีจนทำให้ไม่มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ติดต่อกันเป็นเวลา 14 วัน ได้แก่ เชียงราย เพชรบุรี เพชรบูรณ์ แพร่ แม่ฮ่องสอน กาญจนบุรี จันทบุรี นครนายก บุรีรัมย์ มหาสารคาม มุกดาหาร ยโสธร ร้อยเอ็ด ราชบุรี ลพบุรี ลำพูน ศรีสะเกษ สมุทรสงคราม สระบุรี สุโขทัย หนองบัวลำภู อำนาจเจริญ อุดรธานี อุตรดิตถ์ และอุทัยธานี สิ่งที่คุณหมอย้ำอยู่ทุกเมื่อเชื่อวันคือการ์ดอย่าตก โดยขอให้ความร่วมมือยังอยู่ที่ 90% อย่าเพิ่งรีบให้คลายล็อก ไม่งั้นประเทศไทยอาจจะเจออย่างญี่ปุ่นหรือสิงคโปร์ เห็นด้วยกับคุณหมอด้วยประการทั้งปวง ในเมื่อคนไทยร่วมมือร่วมใจกันสู้ฟันฝ่าโควิดได้ถึงขนาดนี้ ก็ต้องอดทนกันต่ออีกสักพัก ขืนอ่อนข้อโดนน็อก มาตกม้าตายก่อนจบเอาดื้อๆ เท่ากับที่อุตส่าห์ทำกันมาก็สูญเปล่าหมด &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ๐...คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดภูเก็ตแจ้งสถานการณ์โควิด-19 ประจำวัน ไม่พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ ทำให้ยอดป่วยสะสมยังอยู่เท่าเดิม 191 ราย เป็นข่าวดีคล้อยหลังมติ ครม.สั่งเด้งพ่อเมืองแค่วันเดียว โดยเป็นการโยกย้ายสลับกันระหว่าง 3 จังหวัด &amp;quot;ภัคพงศ์ ทวิพัฒน์&amp;quot; พ้นจากตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ไปเป็นผู้ว่าฯ เพชรบุรี ส่วนผู้ว่าฯ เพชรบุรี นายกอบชัย บุญอรณะ ไปเป็นผู้ว่าฯ ชัยภูมิ แล้วให้นายณรงค์ วุ่นซิ้ว พ้นจากตำแหน่งผู้ว่าฯ ชัยภูมิ มาเป็นผู้ว่าฯ ภูเก็ตแทน ถึงแม้ไม่มีการแจกแจงเหตุผลจากกระทรวงมหาดไทย แต่ทุกคนพอจะเดาออกว่าพิษโควิดลามเข้าจวนผู้ว่าฯ เพราะตัวเลขผู้ติดเชื้อของภูเก็ตสูงเป็นอันดับ 2 รองจากกรุงเทพมหานคร และหากเทียบกับสัดส่วนประชากร ถือว่ามีอัตราป่วยสูงที่สุดในประเทศไทย แต่ที่แปลกใจก็คือคำสั่งที่ออกมาช้ากว่าสถานการณ์ไปหรือเปล่า เวลานี้เรียกได้ว่าเป็นช่วงขาลง อย่างป่าตองก็คุมอยู่หมัดแล้ว ระยะหลังโผล่ที่บางเทามากหน่อย ทำให้มีเสียงสะท้อนว่ารูปแบบการตรวจหาผู้ติดเชื้อของภูเก็ตเข้มกว่าจังหวัดอื่นที่ทำในเชิงรุก ตรวจละเอียดกลุ่มเสี่ยงต่างๆ เลยทำให้ตัวเลขออกเยอะ ขณะที่บางจังหวัดเห็นตัวเลขผู้ติดเชื้อน้อยๆ ก็ไม่แน่เสมอไป อาจไม่มีการตรวจอย่างจริงจัง ก็เหมือนกับที่ตอนนี้ แพทย์หลายคนก็ยังบอกที่เห็นตัวเลขผู้ติดเชื้อในไทยแต่ละวันอยู่ระดับหลักสิบ อย่าเพิ่งดีใจ เพราะระบบตรวจของไทยยังไม่เข้มข้นและตรวจไม่เยอะพอ จุดนี้ก็น่าคิด เพราะหลังมีการเด้งผู้ว่าฯ ภูเก็ต ก็อาจทำให้ผู้บริหารบางพื้นที่ไม่อยากให้จังหวัดตัวเองมีตัวเลขคนติดเชื้อสูง ก็อาจตรวจไม่เข้มพอ ..มุมนี้ก็ละเลยไม่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ๐...โล่งใจไปได้เปราะใหญ่สำหรับ &amp;quot;ครอบครัวชินวัตร&amp;rdquo; หลังคณะทำงานของอัยการฝ่ายคดีพิเศษและคณะทำงานของอัยการคดีศาลสูงมีมติเอกฉันท์เห็นพ้องทางเดียวกัน ไม่ยื่นอุทธรณ์คำพิพากษาของศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ ที่ยกฟ้อง &amp;quot;โอ๊ค&amp;quot; พานทองแท้ ชินวัตร ลูกชาย &amp;quot;ทักษิณ ชินวัตร&amp;quot; อดีตจำเลยในคดีทุจริตปล่อยกู้แบงก์กรุงไทย ให้กับบริษัทในเครือกฤษดามหานคร เมื่อวันที่ 25 พ.ย.2562 เพราะอัยการเห็นว่าคำพิพากษายกฟ้องดังกล่าวชอบแล้ว แม้เวลานี้ตามขั้นตอน เรื่องจะถูกส่งกลับไปยังกรมสอบสวนคดีพิเศษ หน่วยงานในสังกัดกระทรวงยุติธรรม ที่ดูแลโดยสมศักดิ์ เทพสุทิน ที่ก็ไม่ใช่ใครที่ไหน คนคุ้นเคยกันดีกับทักษิณ ในฐานะเคยอยู่ร่วมพรรคไทยรักไทยด้วยกันมา แต่ก็มีการวิเคราะห์กันก่อนหน้านี้ว่าเมื่อทั้งศาลยกฟ้องพานทองแท้ และอัยการเห็นว่าไม่ควรอุทธรณ์ แม้คดีนี้ ทางดีเอสไอจะเป็นตัวตั้งตัวตีในการสอบสวนขยายผลเอาผิดพานทองแท้ หลังศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ตำแหน่งนักการเมืองตัดสินจำคุกอดีตผู้บริหารธนาคารกรุงไทย และอดีตผู้บริหารกฤษดามหานคร แต่ก็ไม่แน่ มีแนวโน้มที่ดีเอสไออาจยุติเรื่องไม่อุทธรณ์คดีเช่นกัน หากเห็นว่าโอกาสคดีจะพลิก ศาลกลับมาตัดสินลงโทษพานทองแท้มีน้อย อีกทั้งต่อให้ดีเอสไอเสนอให้อุทธรณ์ เรื่องก็ยังต้องให้อัยการสูงสุดชี้ขาดอีกรอบ เลยอาจมีความเห็นคล้อยตามคณะทำงานของอัยการคือยุติคดี หากออกแบบนี้อย่างน้อยคงทำให้ทักษิณเบาใจ แฮปปี้ เพราะที่ผ่านมาพ่อแม้วและคนในครอบครัวเครียดไม่น้อยกับคดีความของลูกโอ๊ค.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/63368</URL_LINK>
                <HASHTAG>กอบชัย บุญอรณะ, ณรงค์ วุ่นซิ้ว, ทักษิณ ชินวัตร, นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน, บันทึกหน้า4, ภัคพงศ์ ทวิพัฒน์, ลี้คิมฮวง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191229/image_big_5e08a15725d06.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>63237</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/04/2020 18:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/04/2020 18:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เปิดเบื้องหลังสลับเก้าอี้ 3 พ่อเมือง เด้งผู้ว่าฯภูเก็ต</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภัคพงศ์ ทวิพัฒน์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 เม.ย.63 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังจากที่คณะรัฐมนตรี(ครม.) มีมติอนุมัติตามที่กระทรวงมหาดไทย(มท.) เสนอแต่งตั้งโยกย้ายผู้บริหารระดับสูง ในตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัด จำนวน 3 ราย ได้แก่ 1.นายกอบชัย บุญอรณะ พ้นจากตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัด จังหวัดเพชรบุรี และแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดชัยภูมิ 2.นายภัคพงศ์ ทวิพัฒน์ พ้นจากตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต และแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี และ3.นายณรงค์ วุ่นซิ้ว พ้นจากตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดชัยภูมิ และแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ทั้งนี้ตั้งแต่วันที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ นั้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สาเหตุสำคัญในการโยกย้ายสลับพื้นที่ระนาบเดียวกันครั้งนี้ คาดว่าน่าจะมาจากการควบคุมตัวเลขผู้ป่วยโควิด-19 ในจังหวัดภูเก็ต ของนายภัคพงษ์ ที่ยังมีอัตราพุ่งสูงเป็นอันดับ 2 รองจากกทม. นอกจากนี้ยังพบปัญหาความล่าช้าในการทำงาน มีการปล่อยให้เปิดสถานบริการ สถานบันเทิง และชายหาดให้นักท่องเที่ยวลักลอบมาใช้บริการ จนเป็นสาเหตุหลักของการติดเชื้อเพิ่มมากขึ้น ยากแก่การควบคุม ทำให้เกิดมาตรการปิดเมืองภูเก็ต เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์การทำงานตามมาเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะจากผู้ใหญ่ในรัฐบาล จนต้องมีการย้ายนายภัคพงษ์ ไปจ.เพชรบุรี เพื่อลดกระแส แรงกดดันเสียดทานต่างๆ และสลับเอานายณรงค์ ผู้ว่าฯชัยภูมิ ซึ่งเติบโตในยุคที่นายกฤษฎา บุญราช เป็นปลัดกระทรวงมหาดไทย โดยนายกฤษฎาเคยดึงตัวมาเป็นที่ปรึกษาประจำกระทรวงมหาดไทย ดูงานด้านการพัฒนาพื้นที่ตามแนวพระราชดำริ ในช่วงดำรงตำแหน่งรองผู้ว่าฯนครราชสีมา ช่วงปี2558 มานั่งผู้ว่าฯภูเก็ตแทน ซึ่งต้องจับตาดูว่า เมื่อไปดำรงตำแหน่งในจังหวัดขนาดใหญ่แล้ว สถานการณ์ในจ.ภูเก็ตจะดีขึ้นหรือไม่ ขณะที่นายกอบชัย ผู้ว่าฯเพชรบุรี ซึ่งเคยทำงานใกล้ชิดนายฉัตรชัย พรหมเลิศ ปลัดมท. สมัยดำรงตำแหน่งที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ได้โยกสลับไปเป็นผู้ว่าฯชัยภูมิ ซึ่งถือว่าโยกย้ายไปจังหวัดระนาบใกล้เคียงกัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม การแต่งตั้งโยกย้ายครั้งนี้ไม่น่าจะเกี่ยวกับข้องกับเรื่องสถาบันการศึกษา เนื่องจากนายภัคพงษ์ และนายกอบชัย เป็นเพื่อนร่วมรุ่นสิงห์ดำ รัฐศาสตร์ จุฬาฯ รุ่นที่ 32 รุ่นเดียวกันกับนายฉัตรชัย ปลัดมท. และทั้ง 3 คนจะเกษียณอายุราชการพร้อมกันในปี 2564 เท่ากับว่าเหลืออายุราชการอีก1ปี ส่วนนายณรงค์ จบการศึกษาจากคณะนิติศาสตร์ รามคำแหง จะเกษียณอายุราชการในปี 2566&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/63237</URL_LINK>
                <HASHTAG>ภัคพงศ์ ทวิพัฒน์, แต่งตั้งโยกย้าย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200328/image_big_5e7f195a4e9b9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
