<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>34231</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/04/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/04/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ลุ้นศาลอ่านคำสั่ง คุ้มครองชั่วคราว ขึ้นค่ารถโดยสาร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ศาลปกครองนัดอ่านคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวขึ้นค่ารถโดยสารประจำทางสาธารณะหรือไม่ &amp;nbsp;24 เม.ย.นี้ &amp;quot;ศรีสุวรรณ&amp;quot; เผยการไต่สวนคู่กรณี 2 ฝ่ายงัดข้อเท็จจริงมาต่อสู้กันอย่างดุเดือด เชื่อศาลจะเห็นใจคนยากคนจน นายกสมาคมรถโดยสารโอด หากชะลอขึ้นค่าโดยสารผู้ประกอบการคงล้มหายตายจากไปเรื่อยๆ ขณะที่ผู้โดยสารโวยขึ้นค่ารถท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจซบเซารายได้ยังคงเดิม
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สำนักงานศาลปกครอง ถนนแจ้งวัฒนะ วันที่ 22 เมษายน ศาลปกครองกลางนัดไต่สวนคดีที่นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ยื่นฟ้องคณะกรรมการควบคุมการขนส่งทางบกกลาง กรณีอนุมัติให้มีการปรับขึ้นอัตราค่าโดยสารรถโดยสารประจำทางสาธารณะทั้งใหม่และเก่าในหลายๆ หมวด ในอัตราตั้งแต่ 1-7 บาท เพื่อไต่สวนคำขอคุ้มครองชั่วคราวเพื่อระงับคำสั่งขึ้นค่ารถเมล์ทั้งระบบโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย อันเป็นการสร้างภาระให้เกิดขึ้นแก่ประชาชนเกินสมควร ตามมาตรา 9 (1) แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง 2542 โดยศาลปกครองกลางได้ทำการไต่สวนประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นนายศรีสุวรรณเปิดเผยว่า ในการไต่สวนคู่กรณีทั้งสองฝ่ายต่างงัดข้อมูล ข้อเท็จจริงมาต่อสู้คัดค้านกันอย่างดุเดือด ชนิดไม่มีใครยอมใคร โดยเฉพาะต้นทุนค่าพลังงานในเรื่องราคาน้ำมันดีเซลกับราคาก๊าซ LNG ที่ยังไม่มีการผกผันในทิศทางที่สูงขึ้นแต่อย่างใด แต่ต้นทุนส่วนใหญ่เป็นเรื่องของค่าเงินเดือนและสวัสดิการของพนักงานลูกจ้างเกือบ 50% การจะผลักภาระมาให้คนยากคนจนจึงไม่เป็นธรรม &amp;nbsp;ถือได้ว่าเป็นการสร้างภาระให้ประชาชนมากเกินสมควร จึงเชื่อมั่นว่าศาลปกครองจะเห็นใจคนยากคนจนในเรื่องดังกล่าว เพราะเชื่อว่าผู้ประกอบการสามารถที่จะจัดสรรเรื่องการลดต้นทุนการเดินรถได้อยู่แล้ว แต่หากขึ้นค่าโดยสารแม้เพียง 1 บาท แต่คนยากคนจนจะต้องใช้บริการรถประจำทางทุกวันก็ถือเป็นเงินจำนวนมาก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;quot;เมื่อไต่สวนเสร็จแล้ว สุดท้ายศาลปกครองกลางจะมีคำสั่งเรียกองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) และบริษัท ขนส่ง จำจัด (บขส.) เข้ามาเป็นผู้ถูกฟ้องในคดีนี้ด้วย และให้ผู้ประกอบการเอกชนสามารถยื่นคำร้องเข้ามาเป็นผู้ร้องสอดได้ หลังจากนั้นศาลกำหนดว่าจะมีคำสั่งตามคำขอของผู้ฟ้องคดีหรือไม่ในวันพุธที่ 24 เม.ย.นี้&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายศรีสุวรรณกล่าวเรียกร้องให้รัฐบาลหรือนายกรัฐมนตรี สั่งให้เรียกคืนสัมปทานการเดินรถของเอกชนที่หมดอายุทั้งหมดมาดำเนินการเอง โดยเฉพาะรถร่วม ขสมก.เพื่อที่จะได้นำไปสู่การปฏิรูประบบขนส่งสาธารณะทั้งระบบได้อย่างคล่องตัวและรวดเร็วขึ้น เช่นตั๋วร่วมใบเดียวใช้บริการรถสาธารณะได้ทั้งระบบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนางภัทรวดี กล่อมจรูญ นายกสมาคมผู้ประกอบการรถโดยสารประจำทาง กล่าวว่า สมาคมฯ ขอขึ้นค่าโดยสารเพื่อให้สามารถปฏิรูปการเดินรถประจำทางได้ หากได้ขึ้นราคาค่าโดยสารตามอัตรารถใหม่ สมาคมฯ ก็พร้อมที่จะนำรถใหม่กลับมาให้บริการในระบบภายใน 1-2 เดือน แต่หากยิ่งชะลอการขึ้นค่าโดยสารก็จะยิ่งมีรถให้บริการน้อยลงไปอีก โดยปัจจุบันมีข้อมูลว่าผู้ประกอบการเลิกให้บริการเดินรถแล้ว 500-2,000 คัน ทำให้เหลือรถในระบบเพียง 1,000 คันเท่านั้น เพราะไม่มีเม็ดเงินมาประกอบการต่อ ดังนั้นหากยังชะลอการขึ้นค่าโดยสารต่อไปอีก ผู้ประกอบการก็คงล้มหายตายจากไปจากระบบเรื่อยๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ขสมก.และรถโดยสารเอกชนร่วมบริการได้ปรับอัตราค่าโดยสารรถประจำทางสาธารณะ ตามมติที่ประชุมคณะกรรมการควบคุมการขนส่งทางบกกลางประกาศขึ้นค่าโดยสารสาธารณะตั้งแต่วันที่ 22 &amp;nbsp;เม.ย.62 เป็นต้นไป โดยรถเมล์ ขสมก. ครีม-แดง จาก 6.50 บาท เป็น 8 บาทตลอดสาย รถปรับอากาศ &amp;nbsp;ครีม-น้ำเงิน จาก 10-18 บาท เป็น 12-20 บาทตามระยะทาง รถปรับอากาศยูโรทูสีส้ม และ NGV สีขาว &amp;nbsp;จาก 11-23 บาท เป็น 13-25 บาทตามระยะทาง และรถปรับอากาศ NGV สีฟ้ารุ่นใหม่ จาก 11-23 บาท &amp;nbsp;เป็น 15-20-25 บาทตามระยะทาง ซึ่งรถใหม่ของ ขสมก.ราคาเพิ่มขึ้น 2-7 บาท&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนรถโดยสารเอกชนร่วมบริการ รถมินิบัสสีส้ม รถธรรมดาสีขาว-น้ำเงิน และรถธรรมดาสีชมพู &amp;nbsp;จาก 9 บาท เป็น 10 บาทตลอดสาย รถปรับอากาศสีฟ้ายูโรวัน/ยูโรทู รถปรับอากาศ NGV สีเหลือง จาก 13-25 บาท เป็น 14-26 บาทตามระยะทาง และรถปรับอากาศ NGV สีฟ้ารุ่นใหม่ จาก 13-25 บาท เป็น 15-20-25 บาทตามระยะทาง ซึ่งรถใหม่ของเอกชนราคาเพิ่มขึ้น 1-5 บาท
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ทั้งนี้ การปรับราคาค่าโดยสารขึ้นวันแรกผู้โดยสารส่วนใหญ่เพิ่งรู้ พร้อมระบุหากเงินเดือนเท่าเดิม และเศรษฐกิจยังเป็นแบบนี้กระทบต่อสภาพความเป็นอยู่แน่นอน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน เมื่อเวลา 12.30 น. ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่สถานีขนส่งแห่งที่ 3 ริมถนนมิตรภาพ สายขอนแก่น-อุดรธานี ต.เมืองเก่า อ.เมืองขอนแก่น เนื่องจากวันนี้เป็นวันแรกของการปรับราคาค่าโดยสารของรถโดยสารสาธารณะทุกชนิดพร้อมกันทั่วประเทศ ซึ่งพบว่าผู้ประกอบการส่วนใหญ่มีการติดป้ายในการแจ้งปรับราคาขึ้นตั้งแต่เมื่อคืนที่ผ่านมา ไว้ที่หน้าเคาน์เตอร์จำหน่วยตั๋วโดยสารอย่างชัดเจน พร้อมมีการประชาสัมพันธ์ให้ผู้โดยสารที่ทำการซื้อตั๋วในวันนี้ได้รับทราบเพื่อไม่ให้เกิดการสงสัยด้วย ซึ่งราคาค่าโดยสารส่วนใหญ่มีการปรับเพิ่มขึ้นเฉลี่ยอยู่ที่ 25-40 บาท ตามระยะทางที่มีการประกาศคิดค่าโดยสาร &amp;nbsp;จากการตรวจสอบพบว่าผู้โดยสารส่วนใหญ่ที่มารอซื้อตั๋ววันนี้ยังไม่ทราบว่ามีการปรับราคาขึ้น เนื่องจากค่อนข้างกะทันหัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.นงนุช โสทอง อายุ 36 ปี ชาวขอนแก่น บอกว่าได้เดินทางมาซื้อตั๋วรถโดยสารเพื่อเดินทางไป กรุงเทพฯ ซึ่งทุกเดือนจะใช้บริการรถโดยสารประจำทางเดินทางเฉลี่ยเดือนละ 2 ครั้ง เพื่อเดินทางกลับมาเยี่ยมครอบครัวที่ขอนแก่นและกลับกรุงเทพฯ เพื่อทำงาน ซึ่งในวันนี้ไม่ทราบด้วยซ้ำว่ามีการปรับราคาค่าโดยสารเพิ่มขึ้น ซึ่งหากถามถึงผลกระทบนั้น โดยส่วนตัวมองว่าหากมีการปรับราคาค่าโดยสารขึ้นท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ซบเซา และรายได้ของผู้โดยสารยังคงเท่าเดิมก็จะได้รับผลกระทบอย่างมาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน เพจรถเมล์ไทยแฟนคลับ Rotmaethai.com ได้เปิดเชิญแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการขึ้นค่ารถเมล์ ซึ่งเริ่มเมื่อวันที่ 22 เม.ย.62 เป็นวันแรก โดยระบุว่า &amp;quot;วันนี้รถเมล์ขึ้นราคาเป็นวันแรก &amp;nbsp;ทุกท่านรู้สึกอย่างไรบ้าง เชิญแสดงความคิดเห็นได้ที่นี่&amp;quot; ภายหลังเปิดให้แสดงความคิดเห็นเพียง 1 &amp;nbsp;ชั่วโมง มีผู้เข้ามาแสดงความคิดเห็นกันมากกว่า 300 คน โดยส่วนใหญ่ต่างไม่เห็นด้วยเนื่องจากส่งผลกระทบต่อค่าครองชีพสูงขึ้นในภาวะเศรษฐกิจฝืดเคืองในช่วงนี้ อย่างไรก็ตามมีหลายคนที่เข้าใจ รวมทั้งบางส่วนก็ตั้งคำถามการขึ้นค่าโดยสารครั้งนี้ว่าผู้โดยสารจะได้ประโยชน์อะไรบ้าง เป็นต้น.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/34231</URL_LINK>
                <HASHTAG>นงนุช โสทอง, ภัทรวดี กล่อมจรูญ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190422/image_big_5cbdca1ab79ea.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>10691</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/06/2018 23:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/06/2018 23:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เอกชนรถร่วมโอดขาดทุน ชี้ค่าโดยสารควรเริ่มต้นที่ 20 บาท</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เอกชน โอดเป็นหนี้เพราะคิดราคาต่ำกว่าต้นทุนจริง ขสมก.ชี้รถเมล์ควรเริ่มต้นที่ 20 บาท หากต้องการให้องค์กรมีกำไรตามแผนฟื้นฟู ด้านเจ๊เกียวเตรียมขายรถเก่าให้ บขส.นับพันคัน &amp;ndash; นครชัยแอร์ชงอธิบดีขนส่งมอบสวัสดิการให้ผู้ขับขี่รถโดยสารสาธารณะทั่วประเทศ พร้อมขอรัฐอุ้มภาษีรายได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางภัทรวดี กล่อมจรูญ นายกสมาคมผู้ประกอบการรถโดยสารเอกชนร่วมบริการ(รถร่วม) เปิดเผยว่าขณะนี้กระทรวงคมนาคมอยู่ระหว่างศึกษาโครงสร้างค่าโดยสารระบบขนส่งสาธารณะนั้นภาคเอกชนอย่างรถร่วมต้องการปรับราคาให้สะท้อนกับต้นทุนที่แท้จริง เนื่องจากที่ผ่านมาเก็บราคาต่ำจนทำให้มีหนี้สินสะสมจำนวนมาก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับราคาใหม่ที่เหมาะสมนั้นรถโดยสารปรับอากาศจะอยู่ที่ 20 บาทตลอดสายพร้อมกับขายตั๋ววันราคา 40 บาทโดยไม่จำกัดจำนวนเที่ยวในการเดินทาง จากปัจจุบันราคารถเมล์โดยสารปรับอากาศเริ่มต้นที่ 13 บาท ส่วนด้านหนี้สินสะสมที่ติดค้างกับขสมก.จำนวน 800 ล้านบาทนั้นทางสมาคมขอยืนยันว่าหนี้ก้อนที่เกิดในปี ‪2548-2550‬ จำนวน 400-500ล้านบาท ซึ่งในช่วงดังกล่าวนั้นราคาน้ำมันดีเซลลอยตัว ต้นทุนผู้ประกอบการสูงมาก แต่กระทรวงคมนาคมไม่ให้ปรับค่าโดยสาร โดยให้ขสมก.ยกเว้นค่าตอบแทนเพื่อช่วยเหลือ แต่ขสมก.ไม่ดำเนินการตาม ดังนั้นจึงถือว่าหนี้ดังกล่าวไม่ได้เกิดจากเจตนาทำให้เอกชนไม่สามารถชำระได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับหนี้ส่วนที่เหลือนั้นสมาคมพอรับได้บางส่วนโดยต้องมาเจรจาร่วมกันระหว่างขสมก.อีกครั้งหนึ่งว่าจะมีแนวทางการชำระอย่างไร แต่ทั้งนี้ต้องการให้ภาครัฐบาลประนอมหนี้พร้อมปรับลดลงเพื่อให้หนี้สินของผู้ประกอบการลดลงอยู่ในระดับที่สามารถจ่ายได้ เนื่องจากผู้ประกอบการยังต้องไปลงทุนเพื่อรองรับการดำเนินกิจการภายหลังจากกรมการขนส่งทางบกปฏิรูปเส้นทางครบ 269 เส้นทางต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายวีระพงศ์ วงศ์แหวน ประธานสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจ องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (สร.ขสมก.) กล่าวว่าปัจจุบันรถเมล์ขสมก.เก็บค่าโดยสารต่ำกว่าต้นทุนจนทำให้องค์กรมีหนี้สินสะสมมากมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ดังนั้นตามแผนฟื้นฟูกิจการเพื่อลดการขาดทุนนั้น ขสมก.จำเป็นต้องปรับราคารถโดยสารธรรมดา(รถเมล์ร้อน) ไปอยู่ที่ 15 บาท ส่วนด้านรถโดยสารปรับอากาศ(รถเมล์เย็น) ควรจะเริ่มต้นที่ 20 บาท ซึ่งอัตราค่าโดยสารดังกล่าวนั้นเป็นเรทที่ทำให้องค์กรหยุดขาดทุนแต่ยังไม่สามารถมีกำไรได้ ถ้าหากต้องการมีกำไรจำเป็นต้องปรับราคาดังกล่าวให้สูงขึ้นอีก จากปัจจุบันที่คิดราคาค่าโดยสารรถเมล์ร้อนเริ่มต้นที่ 6.5 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่นางสุจินดา เชิดชัย หรือ เจ๊เกียว นายกสมาคมผู้ประกอบการรถโดยสารเอกชนร่วมบริการ(รถร่วม) บขส. กล่าวว่าการปรับโครงสร้างราคาครั้งนี้ได้เรียกร้องให้ปรับขึ้นราคาค่าโดยสาร 10 สตางค์ต่อกิโลเมตร และผ่อนผันการเก็บค่าเที่ยววิ่ง (ค่าขา) โดยขอให้คิดตามจริง ทั้งนี้หากรัฐบาลไม่สามารถขึ้นราคาได้ เอกชนคงต้องลดเที่ยววิ่งลงเพื่อให้เกิดความคุ้มค่า&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามขณะนี้ บขส.ได้ออกมาตรการช่วยเหลือโดยเสนอรับซื้อรถบัสเก่าที่ไมได้ใช้งานจำนวนนับพันคันไปดูแลเพื่อลดภาระของผู้ประกอบการรถร่วมบขส. ส่วนตัวเลขเรื่องจำนวนที่แน่ชัดในการขายครั้งนี้รวมถึงราคาค่าใช้จ่ายนั้นขอเวลาอีกราว 1 สัปดาห์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางเครือวัลย์ วงศ์รักมิตร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท นครชัยแอร์ จำกัด กล่าวว่าแผนการปรับโรงสร้างราคาค่าโดยสารระบบขนส่งสาธารณะใหม่ของภาครัฐบาลนั้นหากไม่สามารถปรับขึ้นค่าโดยสารให้กับผู้ประกอบการได้ รัฐบาลจำเป็นต้องมีมาตรการสนับสนุนให้ผู้ประกอบการสามารถอยู่ได้เพื่อรับใช้ประชาชนร่วมกันต่อไป โดยเริ่มจากการยกเว้นภาษีเงินได้ของผู้ประกอบการขนส่งสาธารณะเพราะเป็นงานบริการประชาชน ตลอดจนภาษียิบย่อยอย่างภาษีค่าน้ำมัน ภาษียานพาหนะ ภาษีท้องถิ่นรวมถึงภาษีป้าย เนื่องจากเป็นต้นทุนที่ภาครัฐสามารถสนับสนุนได้เพื่อให้ผู้ประกอบการนำเม็ดเงินไปพัฒนาคุณภาพงานบริการให้ประชาชนได้ใช้บริการอย่างสะดวกสบายมากที่สุด ทั้งนี้ตนมองว่าวิธีดังกล่าวเป็นการได้ประโยชน์ทั้งสองฝ่าย (Win-Win Situation) คือ ลดภาระผู้ประกอบการไปพร้อมกับเพิ่มคุณภาพบริการให้ผู้โดยสาร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามตนได้ทำหนังสือไปยังนายสนิท พรหมวงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก(ขบ.) เพื่อขอให้พิจารณาเพิ่มสวัสดิการให้อาชีพผู้ขับขี่รถโดยสารสาธารณะทั่วประเทศ อาทิ ยกเว้นภาษีรายได้ให้ผู้ขับขี่ สวัวดิการเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ สวัสดิการบ้านพักอาศัยรวมถึงสวัสดิการด้านการศึกษาสำหรับบุตร เพราะตนมองว่าเป็นอีกแนวทางในการเพิ่มคุณภาพบริการ หากผู้ขับขี่มีความสุขก็จะส่งต่อความรู่สึกดีไปยังผู้โดยสารและผู้คนบนท้องถนนจนไม่เกิดปัญหาอย่างที่ผ่านมา
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/10691</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงคมนาคม, ขบ., ค่าโดยสาร, ภัทรวดี กล่อมจรูญ, รถร่วมขสมก., สนิท พรหมวงษ์, สมาคมผู้ประกอบการรถโดยสารเอกชนร่วมบริการ, อธิบดีกรมการขนส่งทางบก(ขบ.)</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180604/image_big_5b1564e9e8c15.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
