<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>51432</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/11/2019 19:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/11/2019 06:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฮือฮา &#039;น้ำโขง&#039; เปลี่ยนสี! เตือนสัญญาณอันตราย(ชมภาพชุด) </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 พ.ย. 62 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่าจากจังหวัดนครพนมวานนี้ว่าผลกระทบจากภัยแล้ง ได้เกิดปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ สร้างความฮือฮาแก่ประชาชน นักท่องเที่ยว ที่เดินทางมาท่องเที่ยว เนื่องจากระดับในน้ำโขงมีความผันผวน และแห้งขั้นวิกฤติ ล่าสุดระดับน้ำโขงเฉลี่ยต่ำสุดที่ประมาณ 1 เมตร &amp;nbsp;ถือว่าต่ำสุดในรอบกว่า 50 ปี &amp;nbsp;ทำให้หลายจุดกลางน้ำโขงในเขตอำเภอท่าอุเทน,เมือง และอำเภอธาตุพนม เกิดสันดอนทรายเป็นพื้นที่กว้างหลายร้อยไร่ &amp;nbsp;บางจุดมีสันดอนทรายโผล่ยาวเป็นระยะทางยาวกว่า 2-3 กิโลเมตร &amp;nbsp;ส่งผลกระทบต่อการเดินเรือข้ามฟากไทยลาว รวมถึงเกษตรกรที่ใช้น้ำในการเกษตร ต้องมีการวางท่อสูบน้ำเป็นระยะทางไกลขึ้น &amp;nbsp;และล่าสุดเรือสำราญแม่โขงพาราไดซ์ครูซ ซึ่งเป็นเรือนำเที่ยวขนาดใหญ่ของจังหวัด ประกาศแจ้งหยุดล่องเรือ ตั้งแต่วันที่ 28 พ.ย.- 1 ธ.ค. เพื่อประเมินสถานการณ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกันในแม่น้ำโขง เกิดปรากฎการณ์ทางธรรมชาติที่ไม่เคยพบเห็นมาก่อน เนื่องจากน้ำที่เคยเป็นขุ่นสีปูน ได้เปลี่ยนเป็นสีฟ้าครามคล้ายน้ำทะเล ทำให้มีสีสันสวยงาม บวกกับเกิดหาดทรายตามแนวริมฝั่งแม่น้ำโขง กลายเป็นความสวยงามทางธรรมชาติที่ลงตัว &amp;nbsp;ทำให้มีประชาชน นักท่องเที่ยว เดินทางไปชมและเซลฟี่ถ่ายภาพเป็นที่ระลึก &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้จากข้อมูลของนักวิชาการกลุ่มอนุรักษ์แม่น้ำโขง พบว่า ปรากฏการณ์ดังกล่าวถึงแม้จะสวยงาม แต่ที่สำคัญคือสัญญาณอันตราย ที่บ่งชี้ว่าจะเกิดภัยแล้งขาดน้ำขั้นวิกฤติ เนื่องจากระดับน้ำโขงที่เป็นสีฟ้าครามคล้ายน้ำทะเล เพราะแม่น้ำโขงปริมาณต่ำ ทำให้น้ำนิ่ง จนเกิดการตกตะกอนใส บวกกับการทำปฏิกิริยาระหว่าง หินทราย ทำให้มองเห็นเป็นสีฟ้าครามสวยงาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอาทิตย์ พนาศูนย์ ประธานชมรมอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมจังหวัดนครพนม เปิดเผยว่า ปรากฏการณ์ระดับน้ำโขงผันผวน ปีนี้ถือว่าหนักสุดในรอบกว่า 50 ปี &amp;nbsp;ตั้งแต่ช่วงปลายฝนต้นหนาวมาถึงปัจจุบัน ยังไม่ทันถึงปีใหม่ น้ำโขงแห้งขอดหนักกว่าทุกปี ส่วนปัจจัยไม่เพียงเป็นผลกระทบจากการสร้างเขื่อนของประเทศจีน รวมถึงเขื่อนในประเทศลาวเท่านั้น ยังได้รับผลกระทบจากความเปลี่ยนแปลงทางธรรมชาติ หรือภาวะโลกร้อน ที่ทำให้ธรรมชาติถูกทำลาย สภาพอากาศแปรปรวน เป็นการทำลายความอุดมสมบูรณ์ทางธรรมชาติ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ที่สำคัญทำให้ปริมาณฝนน้อยทิ้งช่วง ไม่ตกต้องตามฤดูกาล ทำให้แล้งน้ำมีปริมาณน้ำต่ำ รวมถึงน้ำโขง &amp;nbsp;สิ่งเหล่านี้คือปัญหาของระบบนิเวศน์กำลังถูกทำลาย &amp;nbsp;นอกจากนี้หลังน้ำโขงแห้ง ยังเกิดปรากฎการณ์น้ำโขงเปลี่ยนเป็นสีฟ้าครามคล้ายทะเลที่สวยงาม หลายคนมองว่าเป็นความสวยงามแปลกตา แต่หารู้ไม่ว่านั่นคือสัญญาณอันตราย ตัวบ่งชี้ว่าภัยแล้งวิกฤิตจะมาเยือน สิ่งที่ตามมาคือปัญหาขาดแคลนน้ำ รวมไปถึงระบบนิเวศน์ถูกทำลาย &amp;nbsp;ปลาน้ำโขงเริ่มสูญพันธุ์ อาชีพประมง เกษตรกรขาดรายได้ ซึ่งแนวทางการแก้ไขจะต้องมีการหารือกันระดับประเทศ บวกกับคนในพื้นที่จะต้องคำนึงถึงการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ถึงแม้อาจจะไม่สามารถแก้ไขได้ แต่ถือว่าจะเป็นการลดความรุนแรงของผลกระทบที่จะตามมา&amp;quot; &amp;nbsp;ประธานชมรมอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมจังหวัดนครพนมกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ปรากฎการณ์น้ำโขงเปลี่ยนสี นักวิชาการเรียกว่า Hungry Water Effect: เมื่อน้ำโขงหิวตะกอน น้ำห่างฝั่งใสเป็นสีฟ้าราวน้ำทะเล ส่วนน้ำใกล้ฝั่งจะเห็นว่าขุ่นกว่าอย่างชัดเจน เป็นปรากฏการณ์ที่เรียกว่า &amp;ldquo;น้ำหิว&amp;rdquo; คือ น้ำที่ถูกกักมาหลังเขื่อนและไหลช้า ในฤดูนี้ตะกอนจะตกอยู่ในอ่างเก็บน้ำท้ายเขื่อนหมด น้ำที่ปล่อยออกมาจะเป็นน้ำใสที่ไม่มีตะกอน น้ำพวกนี้หิวตะกอน ผ่านตลิ่งผ่านท้องน้ำตรงไหนก็ดึงเอาตลิ่งตรงนั้นออกมา เกิดการกัดเซาะตลิ่งและพื้นท้องน้ำมากกว่าปกติ.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/51432</URL_LINK>
                <HASHTAG>นครพนม, ภัยธรรมชาติ, ภัยแล้ง, แม่น้ำโขง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191130/image_big_5de1ad9299f26.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>18281</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/09/2018 11:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/09/2018 11:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นายกฯห่วงประชาชน  สภาวะอากาศโลกเปลี่ยนแปลง </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกฯ ห่วงประชาชน สภาวะอากาศโลกเปลี่ยน พายุ-ภัยแล้ง ขอให้เตรียมความพร้อมรับมือภัยธรรมชาติ เน้นแก้การบริหารจัดการน้ำ&amp;nbsp;น้อมนำพระราโชบายมาปฎิบัติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
24ก.ย.61-เมื่อเวลา 10.00 น.ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.)&amp;nbsp;กล่าวว่า เป็นห่วงสถานการณ์ฝน ลม ฟ้าอากาศในขณะนี้ ขอให้ทุกคนระมัดระวังด้วย เดี๋ยวจะไม่สบาย ตนเองเป็นห่วงประชาชนที่มีพายุเข้ามา ซึ่งตอนนี้สภาวะอากาศโลกเราเปลี่ยนแปลง หลายๆพื้นที่ฝนเคยตกก็อาจจะไม่ตก บางพื้นที่ไม่เคยตกก็อาจจะตก ตกมากหรือน้อยเป็นเรื่องธรรมชาติ แต่เราต้องแก้ไขด้วยการบริหารจัดการน้ำให้ดี ประชาชนทุกคนก็ต้องเตรียมการรับมือ เราต้องอยู่กับธรรมชาติให้ได้ เราหลีกเลี่ยงธรรมชาติไม่ได้ ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ก็เคยรับสั่งมาแล้ว และวันนี้สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 10 ก็ทรงรับสั่งหลายเรื่องด้วยกัน ซึ่งรัฐบาลก็น้อมนำพระราโชบายมาปฏิบัติอย่างสม่ำเสมอ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/18281</URL_LINK>
                <HASHTAG>การบริหารจัดการน้ำ, ฝนตก, พระราโชบาย, พล.อ.ประยุทธ์, พายุ, ภัยธรรมชาติ, อากาศเปลี่ยนแปลง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180312/image_big_5aa6059db1053.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>14715</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/08/2018 09:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/08/2018 09:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ประชาชน ระบุ&#039;ปลูกป่า-จัดการน้ำ&#039; ช่วยแก้ปัญหาน้ำท่วมดินโคลนถล่มได้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดุสิตโพล เผยผลสำรวจปัญหาภัยธรรมชาติ &amp;nbsp;ประชาชนยอมรับฝนตกดินถล่ม เป็นภัยธรรมชาติควบคุมยาก เชื่อปัญหาเกิดจากการทำลายสิ่งแวดล้อม แนะช่วยกันปลูกป่า และเพิ่มระดับการบริหารจัดการน้ำ จะช่วยแก้ปัญหาได้ เสนอให้ปัญหาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเป็นวาระสำคัญ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดุสิตโพล เผยผลสำรวจปัญหาภัยธรรมชาติ &amp;nbsp;ประชาชนยอมรับฝนตกดินถล่ม เป็นภัยธรรมชาติควบคุมยาก เชื่อปัญหาเกิดจากการทำลายสิ่งแวดล้อม แนะช่วยกันปลูกป่า และเพิ่มระดับการบริหารจัดการน้ำ จะช่วยแก้ปัญหาได้ เสนอให้ปัญหาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเป็นวาระสำคัญจากปริมาณฝนตกหนักในหลายพื้นที่ของประเทศไทย ทำให้หลายฝ่ายวิตกกังวลกับภาวะเสี่ยงที่จะเกิดขึ้น เช่น น้ำล้นตลิ่ง น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลากและดินโคลนถล่ม ในขณะที่รัฐบาลได้สั่งการให้ทุกจังหวัดเตรียมแผนรองรับป้องกันภัยพิบัติทุกรูปแบบและติดตามประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อเป็นการสะท้อนความคิดเห็นของประชาชน &amp;ldquo;สวนดุสิตโพล&amp;rdquo; มหาวิทยาลัยสวนดุสิตได้สำรวจความคิดเห็นของประชาชนทั่วประเทศ จำนวนทั้งสิ้น 1,063 คน ระหว่างวันที่ 31 กรกฎาคม &amp;ndash; 4 สิงหาคม 2561 สรุปผลได้ ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
1. ประชาชนคิดอย่างไร? กรณี ภัยพิบัติจากน้ำท่วมและดินโคลนถล่ม ณ วันนี้
อันดับ 1&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เป็นภัยธรรมชาติ มีโอกาสเกิดขึ้นได้ทุกพื้นที่ ควบคุมได้ยาก &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;47.99%
อันดับ 2&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภาครัฐควรหาแนวทางป้องกัน วิธีการรับมือ มีระบบเตือนภัยที่ดี &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;34.26%
อันดับ 3&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รู้สึกเป็นห่วง เห็นใจผู้ประสบภัย สร้างความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินจำนวนมาก&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;25.66%
อันดับ 4&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประชาชนจะต้องเตรียมความพร้อม ติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;24.27%
อันดับ 5&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีแนวโน้มรุนแรงมากขึ้นทั่วโลก ควรให้ความสำคัญและเร่งแก้ไข &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;22.05%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. ประชาชนคิดว่าสาเหตุของภัยพิบัติจากน้ำท่วมและดินโคลนถล่ม คือ&amp;nbsp;
อันดับ 1&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การทำลายทรัพยากรธรรมชาติ ตัดไม้ทำลายป่า &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;64.01%
อันดับ 2&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สภาพภูมิประเทศ ภูมิอากาศเปลี่ยนแปลง ภาวะโลกร้อน&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;40.41%
อันดับ 3&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ระบบการบริหารจัดการน้ำ และระบบการแจ้งเตือนไม่มีประสิทธิภาพ&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;21.77%
อันดับ 4&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีฝนตกหนัก ปริมาณน้ำฝนมากเกินไป &amp;nbsp;น้ำท่วมขังเป็นเวลานาน ผิวดินอ่อนตัว อุ้มน้ำ&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;18.53%
อันดับ 5&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การก่อสร้างที่อยู่อาศัย สิ่งปลูกสร้างต่าง ๆ ขวางทางน้ำ&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;15.30%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. ประชาชนคิดว่าควรมีวิธีป้องกันภัยพิบัติจากน้ำท่วมและดินโคลนถล่ม อย่างไร?
อันดับ 1&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปลูกป่า ปลูกพืชคลุมดิน ไม่ทำลายป่า เพิ่มพื้นที่สีเขียวให้มากขึ้น &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;54.82%
อันดับ 2&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บริหารจัดการน้ำให้เป็นระบบ กักเก็บ และผันน้ำให้มีปริมาณเหมาะสม &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;34.84%
อันดับ 3&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตรวจสอบเขื่อน ฝาย ทำนบน้ำ คันกั้นน้ำ ให้แข็งแรงอยู่เสมอ&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;28.66%
อันดับ 4&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขุดลอกคูคลอง สร้างทางระบายน้ำที่มีประสิทธิภาพ &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;23.60%
อันดับ 5&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีการตรวจสอบสิ่งปลูกสร้างต่าง ๆ ที่ขวางทางน้ำ&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;16.88%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4. ประชาชนคิดว่าควรมีแนวทางแก้ไขภัยพิบัติจากน้ำท่วมและดินโคลนถล่ม อย่างไร?
อันดับ 1&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีมาตรการช่วยเหลือ เยียวยา &amp;nbsp;สนับสนุนเครื่องมือ อุปกรณ์ต่างๆ ที่จำเป็น&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;43.83%
อันดับ 2&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในพื้นที่ที่มีภัยพิบัติ ต้องมีการติดตาม เฝ้าระวังตลอดเวลา&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;33.28%
อันดับ 3&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐบาลเอาจริงเอาจัง เร่งแก้ไข รายงานสถานการณ์ให้ประชาชนรับรู้&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;23.92%
อันดับ 4&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เร่งกู้ภัย รื้อถอน ระบายน้ำ อพยพประชาชนออกจากพื้นที่โดยเร็ว &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;22.88%
อันดับ 5&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กำหนดเป็นวาระสำคัญ ติดตาม ประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิด&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;16.49%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5. ใคร/หน่วยงานใด? ที่ประชาชนอยากให้เข้ามาช่วยเหลือดูแลเรื่องนี้มากที่สุด &amp;nbsp;
อันดับ 1&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระทรวงมหาดไทย ได้แก่ ผู้ว่าราชการจังหวัด กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย &amp;nbsp;อบต.&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;56.63%
อันดับ 2&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กรมทรัพยากรน้ำ กรมป่าไม้&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;39.13%
อันดับ 3&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระทรวงกลาโหม ทหาร&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;26.43%
อื่นๆ &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เช่น กระทรวงสาธารณสุข กรมชลประทาน กรมสุขภาพจิต &amp;nbsp;หน่วยกู้ภัย มูลนิธิ &amp;nbsp;เป็นต้น&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;17.40%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6. ข้อเสนอแนะ/สิ่งที่อยากบอกรัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง คือ
อันดับ 1&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำรวจความเสียหาย จัดส่งอุปกรณ์ สิ่งของ เครื่องใช้ สิ่งที่ต้องการอย่างเร่งด่วน&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;43.14%
อันดับ 2&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กำหนดให้ปัญหาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเป็นวาระสำคัญ&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;36.60%
อันดับ 3&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จัดหาที่พักชั่วคราว ดูแลเรื่องสุขภาพ สภาพจิตใจให้กับผู้ประสบภัย &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;29.41%
อันดับ 4&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขอให้ทุกคนทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องร่วมมือร่วมใจกันทำงานอย่างเต็มที่ &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;25.82%
อันดับ 5&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ระมัดระวังการแอบอ้าง รับบริจาคเงิน สิ่งของช่วยเหลือ&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;20.26%&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/14715</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงมหาดไทย, ดินโคลนถล่ม, บริหารจัดการน้ำ, ปลูกป่า, ผลสำรวจความคิดเห็น, ฝนตก, ภัยธรรมชาติ, สวนดุสิตโพล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180805/image_big_5b665c4792e12.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>14453</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/07/2018 19:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/07/2018 20:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สธ.ย้ำมีแผนรับมือวิกฤตภัยธรรมชาติ น้ำท่วม-มรสุมเข้า </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;กรณีที่เกิดเหตุดินโคลนถล่ม อุทกภัย มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตในหลายพื้นที่ของประเทศไทย พญ.พรรณพิมล วิปุลากร รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข(สธ.) กล่าวถึงระบบการเตรียมความพร้อมรับมือภัยพิบัติและลมมรสุมในประเทศไทยว่า กระทรวงสาธารณสุขมีการเตรียมความพร้อมสำหรับรับมือกับภัยพิบัติ เป็น 2 ระบบ คือ 1.ระบบรับมือภาวะภัยพิบัติปกติ 2.ระบบรับมือกับภาวะวิกฤตทั้งหมด การเกิดน้ำท่วม ลมมรสุมเป็นส่วนหนึ่งของการเกิดวิกฤต ซึ่งมีระบบป้องกันระดับประเทศแบ่งออกเป็น 4 &amp;nbsp;ระยะตามหลักสากล คือ 1.ระยะป้องกัน คือ พื้นที่ต้องรู้ว่าพื้นที่ของตนเองมีความเสี่ยงในเรื่องใด ทั้ง น้ำท่วม มรสุมต่างๆ &amp;nbsp;2.มีระบบลดความเสี่ยงได้หรือไม่ ซึ่งบางวิกฤตป้องกันไม่ได้ แต่สามารถเฝ้าระวังได้ เช่น หากอยู่ในพื้นที่อุตสาหกรรมต้องเตรียมแผนป้องกันภัยพิบัติอย่างไร 3.มีการเตรียมแผนหากเกิดเหตุจะต้องเคลื่อนย้ายคนและสิ่งของอย่างไร และ 4.การเตรียมทีมสาธารณสุข ประกอบด้วยทีมแพทย์ฉุกเฉิน ทีมควบคุมโรค และทีมสุขภาพจิต ซึ่งมีทุกจังหวัด &amp;nbsp;หากพื้นที่ใดเกิดเหตุภัยพิบัติใหญ่ ระดับพื้นที่ไม่สามารถควบคุมได้ จะมีทีมระดับประเทศเข้าไปช่วยเหลือ รวมทั้งการเตรียมความพร้อมเรื่องอุปกรณ์ ยารักษาโรค สามารถลงพื้นที่ได้ทันทีในการเปิดศูนย์ภัยพิบัติหากเกิดเหตุการณ์อย่างไรก็ตาม ขอให้ประชาชนอย่าตื่นตระหนก ขอให้ดูแหล่งที่มาของข่าวสารว่ามาจากไหนและรับฟังจากระบบเตือนภัยหลักของประเทศเป็นหลัก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo; ทั้งนี้ ต้องมีแผนจัดการทั้งเรื่องน้ำ อาหาร สิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะในกลุ่มเปราะบาง ทั้งผู้สูงอายุ &amp;nbsp;หญิงตั้งครรภ์ และเด็ก กลุ่มนี้จะขาดอาหารไม่ได้ ดังนั้น ต้องดูแลว่า มีอาหารพร้อมหรือไม่ ส่วนการดูแลจิตใจต้องมาตรวจสอบว่า ใครมีภาวะตื่นตระหนกต่อเหตุการณ์มากกว่าคนอื่น ซึ่งจะมีทีมดูแลด้านจิตใจเข้าเยียวยาพร้อมกับครอบครัวเพื่อช่วยให้สงบลง และการตรวจสอบผู้ประสบภัยว่ามีภาวะทางจิตหรือไม่ ทั้งหมดจะต้องประเมินหลังเกิดเหตุการณ์ประมาณ 2 สัปดาห์ หากผ่านพ้นไปยังมีอาการอยู่จะต้องประเมินภาวะซึมเศร้าเพิ่มด้วย หลังเกิดเหตุการณ์ต้องดูแลเรื่องที่อยู่อาศัยเพื่อไม่ให้เป็นแหล่งรวมโรค&amp;rdquo; พญ.พรรณพิมล กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พญ.พรรณพิมล กล่าวอีกว่า ทั้งนี้ เนื่องจากที่ผ่านมาประเทศไทยประสบกับอุทกภัยเรื่อยมาจนชิน แต่จากประวัติศาสตร์พบว่า ยังมีการเกิดสึนามิ แผ่นดินไหวต่างๆ สอนให้รู้ว่าไทยไม่ใช่ประเทศปลอดภัยพิบัติ และสามารถเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา ปัจจุบันไทยมีนักท่องเที่ยวเข้ามาจำนวนมาก สถานการณ์มีความซับซ้อนมากขึ้น การดูแลรักษาความปลอดภัยจึงไม่ใช่แค่เรา สธ.ไม่สามารถทำงานคนเดียวได้ อุปกรณ์ต่างๆ เช่น เฮลิคอปเตอร์ โรงพยาบาลสนามที่ตั้งอยู่หน้าถ้ำหลวงตอนเกิดเหตุการณ์เด็ก 13 คนติดถ้ำต้องอาศัยทหาร ตำรวจ ที่มีอุปกรณ์พร้อมกว่า ซึ่งมีการซ้อมแผนร่วมกันตลอด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า ในกรณีเกิดภัยพิบัติในประเทศอื่น การเข้าไปช่วยเหลือต้องผ่านเกณฑ์มาตรฐานขององค์การอนามัยโลก (Who) หรือไม่ พญ.พรรณพิมล กล่าวว่า การเกิดภัยพิบัติต้องร่วมมือช่วยเหลือกัน แต่บางครั้งต้องผ่านการกลั่นกรอง บางที่เข้าไปช่วยกันเยอะก็ไม่สามารถช่วยได้ทั้งหมด ต้องเคารพและคิดเสมอว่า ประเทศนั้นมีศักยภาพ เราแค่เข้าไปเสริมเท่านั้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/14453</URL_LINK>
                <HASHTAG>WHO, ทีมแพทย์ฉุกเฉิน, น้ำท่วม, พญ.พรรณพิมล วิปุลากร รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข, ภัยธรรมชาติ, มรสุม, เตรียมพร้อมรับภัยพิบัติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180731/image_big_5b6050bdb2013.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>14404</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/07/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/07/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;คนไทยกับโลกธาตุสะเทือน&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;ระยะต่อจากนี้.........
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ใครไม่จำเป็นต้องเดินทางออกนอกประเทศไปไหนไกลๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;อยู่ในที่ตั้ง&amp;quot; ก่อนดีที่สุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพราะช่วงนี้ เป็นช่วง &amp;quot;แกนโลก&amp;quot; ปรับสมดุล&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฉะนั้น แผ่นดินไหว ภูเขาไฟระเบิด พายุ น้ำท่วม ฝนถล่ม หนาวจัด ร้อนจัด หิมะตก ไฟป่า คือ อะไรที่เรียก &amp;quot;ภัยธรรมชาติ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เกิดได้ตลอดเวลา!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถ้าถาม &amp;quot;รู้ได้ไง&amp;quot; ก็ขอตอบว่า &amp;quot;มั่วเอา&amp;quot; จากที่สังเกตและคิดเรื่อยเปื่อย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตามที่เราเรียน พื้นที่ ๓ ใน ๔ ส่วนของโลก คือน้ำ และโลกหมุนรอบแกนสมมุติแบบเอียงๆ ผ่านขั้วโลกเหนือและใต้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สภาพนี้ เรียกว่า โลกอยู่ในจุด &amp;quot;สมดุล&amp;quot; ทางธรรมชาติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทีนี้ ก็อย่างที่เห็นกันอยู่..........
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คือมนุษย์เรานี่แหละ เก่งเหนือมนุษย์-เหนือธรรมชาติทุกอย่าง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เหนือมนุษย์ด้วยกันพอว่า แต่ทีนี้ ไปข่มเหง-รังแก อยากเหนือธรรมชาติด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เหนือธรรมชาติจนเกิดภาวะเรือนกระจกบ้าง โลกร้อนบ้าง มลพิษภาวะเกินควบคุมบ้าง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประเทศเล็กตาปริบๆ......
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประเทศใหญ่ มหาอุบาทว์ชาติอุตสาหกรรมบอก &amp;quot;ช่างแม่งงง กูตีนใหญ่ ไม่สน&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดังนั้น เมื่อธรรมชาติถึงจุด &amp;quot;ขาดสมดุล&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โลกจึงดิ้นรน.......
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โลกก็เหมือนมนุษย์ ไม่อยากตาย เมื่อไม่อยากตาย ก็ต้องดิ้นรน เราเรียกการดิ้นรนของโลกว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การ &amp;quot;ปรับสมดุล&amp;quot; ทางธรรมชาติ!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตามหนังสือบอก ผมไม่ได้บอก น้ำเป็น ๓ ใน ๔ ส่วนของโลก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ธรรมชาติน้ำ หนักกว่าเนื้อ คือพวกวัตถุธาตุต่างๆ เช่น ดิน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปกติ ความเหลวของน้ำส่วนหนึ่ง ซ่อนอยู่ในรูปของแข็ง ในหิน ในดิน ในเหล็ก น้ำทั้งนั้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ใครไม่เชื่อก็ไปสกัด ไปหลอมดูซี!?
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และโลกใบนี้ เป็นกัป เป็นกัลป์มาแล้ว ธรรมชาติให้อีกส่วนของน้ำ ดำรงในสภาพคงที่ ที่เรียก &amp;quot;น้ำแข็ง&amp;quot; แช่เย็นโลก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่ว่าบนยอดเขาสูงๆ อย่างหิมาลัย......
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หรือที่ราบ เช่นที่ ขั้วโลกเหนือ-ใต้ น้ำจะแข็งตัวอยู่ในสภาพ &amp;quot;แผ่นดิน&amp;quot; กว้างใหญ่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้วยระนาบโคจรของโลกที่สัมพันธ์กับแกนหมุนแบบเอียงๆ มาตลอด โลกที่สมดุลในสภาพนั้น ก็เป็นไปตามฤดูกาล ดังเป็น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ศตวรรษที่ ๒๐ ย่างเข้า ๒๑ นี้.........
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มนุษย์เบื่อโลก เตรียมย้ายถิ่นพำนัก จะไปตั้งรกรากกันที่ &amp;quot;โลกพระจันทร์-โลกพระอังคาร&amp;quot; โน่น!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จึงเล่นแร่-แปรธาตุ เผาผลาญ-รุกรานธรรมชาติ แข่งชนะแข่งไปจับจองโลกใหม่กัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่าว่าแต่ให้คิดถึง &amp;quot;วันข้างหน้า&amp;quot; เลย........
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ชาติหน้า&amp;quot; พวกผลาญโลก มันก็ยังไม่คิด เพราะผยองว่า&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ย้ายไปอยู่โลกใหม่ เวรกรรม นรก-สวรรค์ ตามไปสร้างรองรับไม่ทันแน่!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การบริโภคธรรมชาติด้วยความโลภจนเกินพอดีนั้น ทำให้เกิดภาวะ &amp;quot;โลกร้อน&amp;quot; และภาวะ &amp;quot;มนุษย์ทุรน&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น้ำที่แข็งอยู่ในรูป &amp;quot;แผ่นดิน&amp;quot; มานานนับ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กำลังละลายคืนสู่ &amp;quot;สภาพน้ำ&amp;quot; เกินสภาพยับยั้ง อย่างเห็นตอนนี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สรุปแล้ว โลกใบนี้ ผืนน้ำมากกว่าผืนดิน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตอนนี้ น้ำคืนสู่น้ำ......
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แถบขั้วโลก ทั้งเหนือ-ใต้ กำลังขยายเป็น &amp;quot;มหาสมุทรจรดมหาสมุทร&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เวิ้งว้างเป็นน้ำทั้งผืนหล่อโลก!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เทือกเขาหิมาลัยที่ขาวโพลนจรดฟ้าชั่วตาปีสีตาชาติ บัดนี้ ความร้อนก็ลนน้ำแข็งจนละลายกลายเป็นสารพัดธารแยกลงจมเมือง-จมมนุษย์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อ ๓ ใน ๔ ส่วนของโลก &amp;quot;คือน้ำ&amp;quot; คืนสภาพ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คิดดูละกัน..........
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;แกนโลก&amp;quot; จะต้องแบกน้ำหนักเพิ่มจากเดิมขนาดไหน?
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เหมือนเราหิ้วของ ๑ กิโล ก็พอสบายๆ แต่พอเพิ่มเป็น ๒ กิโล ก็ยังหิ้วได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ต้องปรับ &amp;quot;สมดุลใหม่&amp;quot;..........
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คือจากที่สบายๆ เป็นต้องเกร็งแขน เกร็งเอว เพื่อให้ร่างกายกับน้ำหนักของ อยู่ในจุดสมดุลกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;แกนโลก&amp;quot; ก็เช่นนั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คติโบราณบอก ถ้าธรรมชาติเกิดวิปริต แผ่นดินไหว ภูเขาไฟระเบิด พายุใหญ่ น้ำท่วม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นั่นมาจาก &amp;quot;ปลาอานนท์&amp;quot; ที่หนุนโลก มันเมื่อย แล้ว &amp;quot;พลิกตัว&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ตามโลกวิทยาการ บอก การที่โลกธาตุสะเทือนเลื่อนลั่น.......
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แผ่นดินไหว ภูเขาไฟระเบิด พายุถล่ม ฝนตก ไฟไหม้ น้ำท่วม ฤดูกาลแปรเปลี่ยน อะไรพวกนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งหลายนั้น.........
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เป็นผลมาจาก &amp;quot;แกนโลกปรับสมดุล&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พูดง่ายๆ คือการดีดตัวของแกนโลก ปรับสภาพ เพื่อรองรับน้ำหนักใหม่ จากธรรมชาติ ที่ &amp;quot;ไม่เหมือนเดิม&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก็จะเห็น ปี-สองปีนี้ ภาวะ &amp;quot;ธรรมชาติลงโทษมนุษย์&amp;quot; ไล่เรื่อยมาจากทางตะวันตก ยุโรป-สหรัฐฯ ก่อน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งหิมะถล่ม ทั้งความร้อนเผาตาย ทั้งไฟป่า ทั้งภูเขาไฟระเบิด ทั้งน้ำท่วม ทั้งแร่ธาตุใต้พิภพหลอมละลาย เป็นธรณีกรรแสง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และทั้ง ทอร์นาโด พายุ ลม ฝน แปรปรวนถล่มทั้งปี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จนถึงตะวันออก ย่านเอเชีย ทั้งจีน ทั้งอินเดีย ทั้งรัสเซีย ทั้งญี่ปุ่น เรื่อยมาถึงอาเซียน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่มีประเทศไหน ที่ไม่ได้รับผลจาก &amp;quot;แกนโลกดีดตัว&amp;quot; เพื่อปรับสมดุลครั้งนี้?
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่ใช่อาเพศ อาถรรพณ์ ใต้อิทธิพลมนต์-มายาใด ที่ไหนหรอก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โลก เจริญสุด ด้วยมนุษย์วิทยาการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โลก วิบัติสุด ก็ด้วยมนุษย์วิทยาการนี่แหละ!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตราบใดที่ นิยาม &amp;quot;เจริญสุด&amp;quot; ของมนุษย์โลก อยู่ที่วัตถุ ตราบนั้น &amp;quot;วิบัติสุด&amp;quot; ของมนุษย์โลก ก็มาจากโลภวัตถุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฉะนั้น มาถึงจุดนี้ วันนี้.......
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่ต้องไปโทษใคร เราทุกคนนี่แหละ มีส่วนร่วมในการ สร้าง &amp;quot;วิบัติโลก&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปลงกันซะเถอะ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนใครจะก้มหน้าหรือเงยหน้า &amp;quot;รับสภาพ&amp;quot; วันนี้ ก็เชิญตามถนัด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนใครจะหนัก-จะเบา ขึ้นอยู่กับหนัก-เบาแห่งเวรกรรมที่แต่ละคนก่อ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันนี้ &amp;quot;ยากแก้ไข&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่วันหน้า แก้ไขได้ ด้วย &amp;quot;สำนึก&amp;quot; โดยเปลี่ยนโลภวัตถุ เป็นโลกธรรม!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขอเตือนนะ.......
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่าให้คนไทยต้องสอบโทเฟล ทำวีซ่า เพื่อเดินทางไปเรียนวิปัสสนากรรมฐานในประเทศตะวันตกเลย ขอบอก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตอนนี้ ชาติตะวันตก เขาเริ่มตื่นแล้ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในขณะที่เรา เริ่มจะหลับ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เศรษฐกิจพอเพียง&amp;quot; ที่พ่อเราสอนไว้นั่นน่ะ เป็นโลกธรรม ด้วยวิปัสสนากรรมฐานทางอาชีวปฏิบัติ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เข้าถึงได้ ใช้ได้ และได้ผลจริง ในวิถีชีวิตประจำวัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เป็นบาท-เป็นฐาน &amp;quot;ต่อยอด&amp;quot;........
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สู่ความเป็นคนไทย &amp;quot;รวยอย่างมีเหตุผล&amp;quot; ไม่ใช่โกงแบ่งกันรวย ไม่ใช่กู้แล้วโกงรวย ซึ่งแบบนั้น ไม่ใช่วิถีไทย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;นรก&amp;quot; น่ะ พูดกันตรงๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่ได้มีไว้สำหรับคนไทย เพราะคนไทยส่วนใหญ่ เป็นคนใจบุญ มีเมตตา เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ต่อเพื่อนมนุษย์และสัตว์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เห็นใครลำบาก ตกทุกข์ ได้ยาก คนไทยต้องยื่นมือเข้าไปช่วยเหลือ โดยไม่เกี่ยงงอนใดๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข้อนี้ เป็น &amp;quot;จุดดี-จุดเด่น&amp;quot; รับรู้กันทั้งโลก และด้วยความเป็นคนดีของโลก ของคนไทย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดี+ดี มากๆ ดังที่เห็น.....
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เป็นอานิสงส์ประเสริฐหนุนให้บ้านเมืองไทยเราตกน้ำไม่ไหล ตกไฟไม่ไหม้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ใครคิดร้ายต่อบ้านเมืองไทย ลงท้าย ฉิบหายวายวอดสถานเดียว ทุกราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ใครคิดดี-ทำดีต่อบ้านเมือง คราอับจน ก็ไม่จม มีกุศลคนหนุน คราร่ำรวย ก็จะยิ่งรวย-ยิ่งเจริญ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก็อยากบอกว่า........
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โลกธาตุภาวะ &amp;quot;แกนโลกดีดตัว&amp;quot; นี้ ยังไม่จบ ฉะนั้น อย่าใช้ชีวิตประมาท เงาแผ่นดินไทยคุ้มครองคนไทยได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่าไปไหนกันไกลบ้าน-ไกลเมืองให้มากนักก็แล้วกัน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/14404</URL_LINK>
                <HASHTAG>น้ำท่วม, พายุ, ภัยธรรมชาติ, ภูเขาไฟระเบิด, หิมะตก, อาถรรพณ์, อาเพศ, แผ่นดินไหว, ไฟป่า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180511/image_big_5af4fe504cfd9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
