<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>90087</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/01/2021 10:49</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/01/2021 10:49</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นายกฯห่วงภัยหนาวกระทบชีวิตประชาชน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17​ ม.ค.64​ นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า​ ​เนื่องด้วยพยากรณ์อากาศในช่วงวันที่ 17 - 19 ม.ค. 64 บริเวณความกดอากาศสูงกำลังค่อนข้างแรงระลอกใหม่จากประเทศจีนจะลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบน ทำให้บริเวณดังกล่าวมีอากาศหนาวเย็นลง และมีลมแรง โดยอุณหภูมิจะลดลงตั้งแต่ 2 ถึง 3 องศาเซลเซียส ในภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก กรุงเทพฯและปริมณฑล ส่วนภาคตะวันออกเฉียงเหนืออุณหภูมิจะลดลง 4 ถึง 6 องศาเซลเซียสนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้แสดงความห่วงใย โดยขอให้ประชาชนดูแลรักษาสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศที่หนาวเย็นลง และหากพื้นที่ใดมีความจำเป็นที่จะต้องก่อไฟเพื่อช่วยให้อุ่นขึ้น ก็ขอให้ดูแลระมัดระวังในเรื่องอัคคีภัยด้วย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/90087</URL_LINK>
                <HASHTAG>ภัยหนาว, อนุชา บูรพชัยศรี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210113/image_big_5ffe62e0dade2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>90037</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/01/2021 16:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/01/2021 16:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นายกฯ กำชับพื้นที่เสริมเครื่องนุ่งห่มป้องกันภัยหนาว ขอปชช.รักษาสุขภาพป้องกันโควิด-หวัด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 ม.ค.64 -&amp;nbsp;นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม มีความห่วงใยประชาชนในพื้นที่ที่ประสบภัยหนาว ซึ่งจากการพยากรณ์ของกรมอุตุนิยมวิทยา ในอีก 1-2 วันนี้ สภาพอากาศในประเทศไทยจะเย็นลง 2-6 องศาเซลเซียส ต่อเนื่องกัน จึงอยากให้ประชาชนดูแลสุขภาพด้วย โดยเฉพาะในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 ซึ่งประชาชนอาจเกิดความกังวลเกี่ยวกับอาการหวัดกับสภาพอากาศที่หนาวเย็นลง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกรัฐมนตรี ยังห่วงใยปัญหาอัคคีภัยที่มากับสภาพอากาศหนาว เพราะหลายพื้นที่มีการก่อไฟเพื่อสร้างความอบอุ่น อยากให้ระมัดระวังไม่ให้เกิดความเสียหายด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามรัฐบาลได้สั่งกำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ช่วยสำรวจความต้องการของประชาชน อาทิ เครื่องนุ่งห่ม ยารักษาโรค เพื่อให้การช่วยเหลือบรรเทาภัยหนาวต่อไป โดยอยากให้แจ้งมายังส่วนกลาง เพื่อเสริมการช่วยเหลือจากทางพื้นที่อีกทางหนึ่งด้วย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/90037</URL_LINK>
                <HASHTAG>พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, ภัยหนาว, อนุชา บูรพชัยศรี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201217/image_big_5fdaf747c05af.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>83444</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/11/2020 07:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/11/2020 07:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กป๊อก&#039;สั่งผู้ว่าฯ52จังหวัดเตรียมรับมือภัยหนาว!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 พ.ย.2563 &amp;ndash; พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะผู้บัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ เปิดเผยว่า จากการติดตามสภาพอากาศร่วมกับกรมอุตุนิยมวิทยาพบว่าประเทศไทยได้เข้าสู่ฤดูหนาวตั้งแต่วันที่ 22 ตุลาคม 2563 และจากการคาดหมายลักษณะอากาศช่วงฤดูหนาวของประเทศไทยพบว่าช่วงเวลาที่มีอากาศหนาวเย็นที่สุดจะเริ่มตั้งแต่ประมาณกลางเดือนธันวาคม 2563 ถึงปลายเดือนมกราคม 2564 และสิ้นสุดประมาณปลายเดือนกุมภาพันธ์ 2564 โดยคาดการณ์ว่าในพื้นที่ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก รวม 52 จังหวัดจะมีอากาศหนาวถึงหนาวจัดในบางพื้นที่ โดยเฉพาะบริเวณยอดดอย ยอดภู และเทือกเขาจะมีอากาศหนาวจัดและมีน้ำค้างแข็งเกิดขึ้นได้บ่อยครั้ง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.อ.อนุพงษ์กล่าวว่า ได้สั่งการไปยังกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดให้เตรียมความพร้อมรับมือภัยหนาวด้วยการ 1.ดำเนินการจัดตั้งคณะทำงานติดตามสถานการณ์ภายใต้กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด ทำหน้าที่ติดตามสภาวะอากาศ คาดหมายพื้นที่เสี่ยงที่มีโอกาสเกิดอาการหนาวหรือหนาวจัด การแจ้งเตือนและเตรียมความพร้อมให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากอากาศหนาวในพื้นที่ 2. ประชุมกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อซักซ้อมแนวทางการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัย การกำหนดแนวทาง การจัดเตรียมเครื่องกันหนาว ตลอดจนชี้แจงระเบียบหลักเกณฑ์การให้ความช่วยเหลือ 3.ให้ทบทวน ปรับปรุงแผนเผชิญเหตุของจังหวัด โดยเฉพาะการสำรวจปรับปรุงข้อมูลบัญชีผู้ประสบภัยหนาวกลุ่มเปราะบาง ได้แก่ ผู้สูงอายุ เด็กไร้ผู้อุปการะ คนพิการ ทุพพลภาพ สตรีมีครรภ์ และผู้มีรายได้น้อยให้เป็นปัจจุบัน และปรับปรุงข้อมูลวัสดุอุปกรณ์ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน 4.สร้างการรับรู้ประชาชนในการดูแลสุขภาพช่วงฤดูหนาวพร้อมประสานหน่วยงานด้านสาธารณสุขเฝ้าระวังและเตรียมความพร้อมป้องกันโรคติดต่อในช่วงฤดูหนาว และรณรงค์ขอความร่วมมือเกษตรกรใช้วิธีการไถกลบแทนการเผาตอซังและวัสดุทางการเกษตรเพื่อลดมลพิษในอากาศและปัญหาหมอกควัน 5.กำหนดมาตรการในการป้องกันการเกิดอัคคีภัยและลดอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้นแก่นักท่องเที่ยวที่เดินทางไปตามสถานที่ท่องเที่ยวที่มีอากาศหนาวเย็น เช่น ทัศนวิสัยจากหมอกหนา เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุจากการจราจร และอัคคีภัยในเต็นท์ที่พักของนักท่องเที่ยว เป็นต้น โดยจัดเจ้าหน้าที่ รถยนต์ดับเพลิง รถบรรทุกน้ำ และอุปกรณ์ดับเพลิงให้มีความพร้อมปฏิบัติงานได้ทันที&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ได้เน้นย้ำให้ทุกหน่วยงานดำเนินการตามแผนเผชิญเหตุฯ ทันทีเมื่อเกิดภัย &amp;nbsp;พร้อมทั้งประสานงานกับหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งหน่วยทหาร ภาคราชการ ภาคเอกชน องค์กรการกุศล มูลนิธิ และประชาชนจิตอาสา แบ่งพื้นที่รับผิดชอบเพื่อบูรณาการให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยหนาวไม่ซ้ำซ้อนกันและเป็นไปอย่างทั่วถึง นอกจากนี้ ขอให้จังหวัด อำเภอ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ปฏิบัติตามระเบียบและหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องในการช่วยเหลือผู้ประสบภัยหนาวอย่างเคร่งครัด โดยคำนึงถึงความเดือดร้อนของประชาชนที่ขาดแคลนเครื่องกันหนาวเป็นสำคัญ&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/83444</URL_LINK>
                <HASHTAG>ผู้บัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ, พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา, ภัยหนาว, รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201111/image_big_5fab2ee9daa2a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>53062</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/12/2019 08:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/12/2019 08:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;โฆษกรบ.&#039;เผยทั่วปท.เผชิญภัยธรรมชาติ&#039;น้ำท่วม-ภัยแล้ง-หนาว&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 ธ.ค.62-นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี โพสต์เฟซบุ๊ก&amp;quot;ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์&amp;quot; ระบุว่า ปภ.รายงานสถานการณ์อุทกภัย จ.นราธิวาส ปัจจุบันยังคงมีน้ำท่วมขัง 4 อำเภอ ได้แก่ จะแนะ แว้ง ศรีสาคร สุไหงโก-ลก ส่วนอําเภออื่น ๆ มีน้ำท่วมขัง ในพื้นที่ลุ่มต่ำการเกษตรบางพื้นที่ ระดับน้ำมีแนวโน้มลดลง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สถานการณ์ภัยแล้ง จังหวัดที่มีการประกาศเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน (ภัยแล้ง) ตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน พ.ศ. 2562 จํานวน 13 จังวหวัด ได้แก่ เชียงราย น่าน นครพนม มหาสารคาม บึงกาฬ หนองคาย บุรีรัมย์ กาฬสินธุ์ กาญจนบุรี ฉะเชิงเทรา เพชรบูรณ์ อุทัยธานี และนครราชสีมา 67 อำเภอ 410 ตำบล 3,696 หมู่บ้าน/ชุมชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สถานการณ์ภัยหนาว จังหวัดที่ประกาศเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัย และประกาศเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน (ภัยหนาว) รวม 4 จังหวัด 35 อำเภอ 260 ตำบล 3,153 หมู่บ้าน/ชุมชน โดยประกาศเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัย 2 จังหวัด ได้แก่ แพร่ บึงกาฬ 16 อำเภอ 131 ตำบล 1,361 หมู่บ้าน/ชุมชน และ ประกาศเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน 2 จังหวัด ได้แก่ เชียงราย ตาก 19 อำเภอ 129 ตำบล 1,792 หมู่บ้าน/ชุมชน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/53062</URL_LINK>
                <HASHTAG>นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์, น้ำท่วม, ปภ., ภัยหนาว, ภัยแล้ง, โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191112/image_big_5dca5f7322010.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
