<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>105846</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/06/2021 20:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/06/2021 20:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชาวพรหมพิรามทำพิธีแห่นางแมว โอดแล้งหนักไม่มีน้ำเลยตั้งแต่เข้าหน้าฝน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 มิ.ย.64 -&amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่วัดไผ่ขอน้ำ หมู่ที่ 3 ต.มะตูม อ.พรหมพิราม จ.พิษณุโลก ชาวบ้าน 2 หมู่บ้านคือ หมู่ 3 และหมู่ 4 ต.มะตูม รวมตัวกัน กว่า 50 คน นำโดยนายทองย้อย ตรงต่อกิจ นายก อบต.มะตูม และชาวบ้าน ได้ทำพิธีแห่นางแมว เพื่อขอฟ้าฝนให้ตกต้องตามฤดูกาล หลังจากตั้งแต่เดือนที่ผ่านมา ยังไม่มีฝนตกแต่อย่างใด ทำให้ชาวบ้านได้พร้อมใจกัน นำแมว ซึ่งในปีนี้เป็นแมวตุ๊กตา จำนวน 4 ตัว มาใส่ชะลอม แล้วแบกใส่บ่า &amp;nbsp;แห่รอบหมู่บ้านทั้ง 2 หมู่บ้าน ให้ประชาชนที่อาศัยตามบ้านเรือน ได้นำน้ำมาสาดนางแมว ตามประเพณี ซึ่งบรรยากาศเมื่อช่วงเย็นที่ผ่านมาเป็นไปอย่างสนุกสนาน มีชาวบ้านร้องรำทำเพลง แห่นางแมวกันอย่างสนุกสนาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยขบวนแห่ ได้นำนางแมวตุ๊กตา ทั้ง &amp;nbsp;4 ตัว แห่ไปกันที่ศาลเจ้าพ่อแก้ว ซึ่งเป็นศาลเจ้าพ่อศักดิ์สิทธิ์ของชาวบ้านไผ่ขอน้ำทั้ง 2 หมู่บ้าน จากนั้นได้ร่วมกันประกอบนิมนต์พระภิกษุสงฆ์จำนวน 9 รูป สวดเจริญพุทธมนต์ และสวดคาถาปลาช่อนเป็นพิธีกรรมขอฝนโบราณ ซึ่งหมู่บ้านนาตะกุดมีการสืบทอดกันมาอย่างยาวนาน ตามความเชื่อว่าในอดีตชาติเมื่อครั้งพระพุทธเจ้าเสวยพระชาติเป็นพญาปลาช่อน และได้เกิดภาวะฝนแล้งแหล่งน้ำแห้งขอดทำให้สัตว์น้ำตายลง พญาปลาช่อนจึงตั้งจิตอธิษฐานและด้วยอานุภาพแห่งสัจจาธิษฐานทำให้พระอินทร์บัญชาให้พระพิรุณเทพดลบันดาลให้ในที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางศิริลักษณ์ มีกลิ่นหอม อายุ 65ปี ชาวบ้านหมู่ 3 บ้านไผ่ขอน้ำ ต.มะตูม อ.พรหมพิราม กล่าวว่า การแห่นางแมวขอฝนนั้นถือว่าเป็นประเพณีที่สืบทอด กันมานาน โดยเฉพาะในปีที่ฝนไม่ตกตามฤดูกาล และในปีนี้ถือว่าแล้งมากกว่าทุกปี ไม่มีน้ำใช้ทางการเกษตร ชาวบ้านรอมานานเดือนกว่า จึงต้องพร้อมใจกันประกอบพิธีแห่นางแมว เพื่อขอเทวดาบรรดาฝนให้ตกต้องตามฤดูกาล ช่วยเหลือเกษตรกรให้มีน้ำใช้ทางการเกษตร ซึ่งปีนี้ได้นำตุ๊กแมว มา 4 ตัว เพื่อประยุกต์ใช้ได้ตามประเพณีโบราณ เนื่องจากถ้าเป็นแมวจริง ชาวบ้านส่วนใหญ่จะสงสารที่ถูกสาดน้ำ ทำให้ในปีนี้จึงได้นำแมวตุ๊กตามาใช้ นอกจากนี้ยังมีปลัดขิกที่ทำจากต้นกล้วยบ้าง และไม้บ้าง สุ่มหาปลา มาร่วมประกอบพิธีด้วยเช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/105846</URL_LINK>
                <HASHTAG>ความเชื่อ, จังหวัดพิษณุโลก, พิธีแห่นางแมว, ภัยแล้ง, วัดไผ่ขอน้ำ, อำเภอพรหมพิราม, แห่นางแมวขอฝน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210609/image_big_60c0bb6a90e64.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>105657</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/06/2021 12:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/06/2021 12:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พิจิตรฝนทิ้งช่วง นาข้าวนับหมื่นไร่ขาดน้ำจ่อแห้งตาย วอนชลประทานเร่งช่วยเหลือ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 มิ.ย.64 - นายสุบิน ศรีบุศกร รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด(อบจ.)พิจิตร ได้รับมอบจาก พ.ต.อ.กฤษฎา ภัทรประสิทธิ์ นายก อบจ.พิจิตร ให้ลงพื้นที่เนื่องจากมีชาวนาในเขต ต.ดงป่าคำ อ.เมืองพิจิตร และในเขต ต.วังหว้า อ.ตะพานหิน ซึ่งเป็นเกษตรกรและนาข้าวในเขตส่งน้ำชลประทานที่รับน้ำจากคลอง C78 รวมนาข้าวนับหมื่นไร่ร้องทุกข์ว่า จากสถานการณ์ฝนทิ้งช่วงทำให้นาข้าวขาดน้ำส่อเค้าว่าจะได้รับความเสียหาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่และได้พบกับนางเหลา&amp;nbsp;บุญประเสริฐ อายุ 72 ปี ชาวนาอยู่บ้านเลขที่ 78/3 หมู่ 3 ต.ดงกลาง อ.เมืองพิจิตร จ.พิจิตร เล่าว่า นาข้าวของตนจำนวนหลายสิบไร่ ขณะนี้กำลังประสบปัญหาภัยแล้ง เหตุจากฝนทิ้งช่วงนาข้าวส่อเค้าว่าจะแห้งตาย ตนจึงต้องไปกู้เงินมา 5 หมื่นบาท เพื่อเตรียมที่จะเจาะบ่อน้ำบาดาลเนื่องจากน้ำในคลองชลประทานที่เคยส่งมาให้ปีนี้เจ้าหน้าที่บอกว่าน้ำมีน้อยจึงไม่สามารถส่งน้ำมาช่วยชาวนาได้ ดังนั้นชาวนาจึงต้องพึ่งตนเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้น นายสุบิน ไปพบกับ น.ส.นงลักษณ์ วิบูลย์ญาณ รอง ปธ.อบจ.พิจิตร ซึ่งเป็น สจ.ในพื้นที่ ต.ดงป่าคำ ที่กำลังประชุมร่วมกับกำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน และชาวนากลุ่มผู้ใช้น้ำจำนวนกว่าร้อยคน ซึ่งประชุมกันที่ ศาลาประชาคม หมู่ 8ตำบลดงป่าคำ อำเภอเมือง จังหวัดพิจิตรโดยมีนายภะกิต ไม้ตะเภา หัวหน้าฝ่ายส่งน้ำที่ 1 ท่าบัว ดูแลน้ำและคลองชลประทานตอนบนในเขต อ.เมือง อ.โพธิ์ประทับช้าง อ.ตะพานหิน&amp;nbsp;, นายจิรโรจน์ สมบัติใหม่ หัวหน้าฝ่ายส่งน้ำที่ 2 ท่าบัว ดูแลน้ำและคลองชลประทานตอนกลาง อ.ตะพานหิน อ.โพทะเล อ.บางมูลนาก , นายวิทยา วังวิเศษ หัวหน้าฝ่ายส่งน้ำที่ 3 ท่าบัว ดูแลน้ำและคลองตอนล่าง อ.โพทะเล อ.บางมูลนาก &amp;nbsp;จ.พิจิตร และ อ.ชุมแสง จ.นคนสวรรค์ มาร่วมชี้แจงถึงสถานการณ์น้ำและนโยบายส่งน้ำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้มีข้อสรุปว่า จังหวัดพิจิตรรับน้ำมาจากโครงการส่งน้ำเขื่อนนเรศวรในปริมาตรน้ำ 15 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที จากนั้นก็กระจายน้ำไปยังโครงการส่งน้ำพลายชุมพล 5 ลูกบาศก์เมตร โครงการส่งน้ำดงเศรษฐี 5 ลูกบาศก์เมตร โครงการส่งน้ำท่าบัว 5 ลูกบาศก์เมตร ให้กับเกษตรกรในพื้นที่ทั้ง 3 โครงการ พื้นที่ประมาณ 5 แสนไร่ แต่เนื่องจากมวลน้ำมีอยู่แค่ก้อนเดียว เจ้าหน้าที่ชลประทานต้องใช้หลักการบริหารจัดการดูแลนาข้าวในพื้นที่รับน้ำเฉพาะโซนนี้คือคลอง C 1 C40 &amp;nbsp;C78 &amp;nbsp;จำนวนนับแสนไร่ จึงทำให้เกิดการแย่งน้ำกันทำนา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะนี้ก็ได้ออกหลักเกณฑ์ให้ชาวนาสลับแบ่งรอบเวรกันสูบน้ำเข้านา สลับกันเป็นรอบกลางวันและรอบกลางคืน แต่ก็มีชาวนาบางคนไม่เคารพกฏกติกา จึงทำให้การบริหารจัดการน้ำเป็นไปด้วยความยุ่งยาก ส่วนที่ชาวนาร้องขอให้กรมชลประทานเพิ่มปริมาณการจ่ายน้ำให้มากขึ้นนั้น พวกตนซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ระดับปฏิบัติงานก็จะได้รายงานไปยังผู้บังคับบัญชาต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุบิน กล่าวชี้แจงกับชาวนากลุ่มนี้ว่า อบจ.พิจิตร พร้อมให้การสนับสนุนในทุกภารกิจที่จะทำให้ชาวนามีน้ำทำนาแต่ขอเพียงอยู่ในข้อที่กรอบระเบียบที่กฎหมายอนุญาตเท่านั้นและจะทำหน้าที่เป็นสื่อกลางในการบริการจัดการน้ำให้ทั่วถึงเป็นธรรมอีกด้วย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/105657</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดพิจิตร, ภัยแล้ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210608/image_big_60beff49875a2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>98562</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/04/2021 21:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/04/2021 21:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไต้หวันแล้งหนักสุดรอบ56ปี ต้องปันส่วนน้ำเขตอุตสาหกรรม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ไต้หวันประกาศใช้มาตรการปันส่วนน้ำกับครัวเรือนและธุรกิจมากกว่า 1 ล้านรายในเขตอุตสาหกรรมหนักภาคกลางของไต้หวัน เนื่องจากกำลังเผชิญภัยแล้งหนักที่สุดในรอบ 56 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะนี้การประปาไต้หวันลดการจ่ายน้ำให้กับนครไถจง, เมืองเหมียวลี่และเทศมณฑลจางฮว่า เหลือสัปดาห์ละแค่ 2 วัน และรัฐบาลไต้หวันเตือนประชาชนให้เตรียมพร้อมรับมือการขาดแคลนน้ำที่เลวร้ายที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในวันที่มีการปันส่วนน้ำ ทางการไต้หวันออกกฎห้ามใช้น้ำหลายข้อ เช่น ห้ามบริการสระผมในร้านเสริมสวยและห้ามล้างรถที่ปั๊มน้ำมัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไต้หวันต้องเผชิญกับภัยแล้งอย่างหนักเนื่องจากไม่มีไต้ฝุ่นขึ้นฝั่งแม้แต่ลูกเดียวเมื่อปีที่แล้ว ซึ่งเป็นครั้งแรกในรอบ 56 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำนักทรัพยากรน้ำของไต้หวันเผยว่า อ่างเก็บน้ำเจิงเหวิน ซึ่งเป็นอ่างเก็บน้ำใหญ่ที่สุดของไต้หวันในเมืองไถหนานภาคใต้ของประเทศ มีระดับน้ำเหลือไม่ถึง 12% ขณะที่อ่างเก็บน้ำไป่เหอ น้ำแห้งสนิท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การขาดแคลนน้ำอย่างหนักของไต้หวันส่งผลกระทบต่อโรงงานผลิตไมโครชิปของไต้หวัน ที่มีแผนเร่งผลิตเพื่อทดแทนการขาดแคลนไมโครชิปทั่วโลก ซึ่งเป็นอุปกรณ์สำคัญที่ใช้ในรถยนต์, ไอโฟนและคอมพิวเตอร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทางการไต้หวันมีมาตรการใช้น้ำอย่างเข้มงวดมาตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ โดยในโรงงานและนิคมอุตสาหกรรมบังคับให้ลดการใช้น้ำลง 15% ในบางพื้นที่ของภาคเหนือและภาคใต้ของประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่กล่าวว่า อุทยานวิทยาศาสตร์ใหญ่ 2 แห่งในนครไถจงภาคกลางของไต้หวัน ซึ่งเป็นที่ตั้งของธุรกิจไฮเทคหลายแห่ง ได้รับการยกเว้นจากมาตรการปันส่วนน้ำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลู เซี่ยวเยี่ยน นายกเทศมนตรีนครไถจง แถลงเมื่อวันอังคารที่ 6 เมษายนว่า รัฐบาลจะจัดสรรน้ำให้กับโรงเรียน, ศูนย์การแพทย์และสถานสังคมสงเคราะห์เป็นลำดับแรก ถ้ายังไม่มีมรสุมหรือไต้ฝุ่นขึ้นฝั่งไต้หวัน การปันส่วนใช้น้ำต้องขยายออกไปอีก และรัฐบาลจะมีมาตรการแก้ไขปัญหานี้ต่อไป.&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/98562</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขาดแคลนน้ำ, ปันส่วนน้ำ, ภัยแล้ง, แล้งสุดรอบ56ปี, ไต้หวัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210326/image_big_605dd301e689e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>96404</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/03/2021 21:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/03/2021 21:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แล้งหนัก! ซากโบสถ์เก่าโผล่ครั้งแรกในรอบ 42 ปี อ่างเก็บน้ำแม่จางแห้งขอดเหลือ 16%</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 มี.ค.64 - นายสว่าง วงศ์นาสัก ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 4 บ้านนาสัก ตำบลนาสัก อำเภอแม่เมาะ จังหวัดลําปาง ได้พาผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ไปดูซากปรักหักพังของวัดสบม่ำ ซึ่งเป็นซากวิหารวัดเก่าแก่อายุกว่า 100 ปี ซึ่งปกติจะจมอยู่ใต้น้ำของอ่างเก็บน้ำแม่จาง แต่วันนี้ระดับน้ำในอ่างลดลงอย่างมาก ปัจจุบันมีปริมาณน้ำกักเก็บเหลือเพียง&amp;nbsp;16 เปอร์เซ็นต์ ปริมาตร 16.67 ล้านลูกบาศกเมตร ทำให้น้ำลดลงจนเห็นดินและซากวัดสบม่ำที่โผล่ขึ้นมาอยู่บนดินแทน ซึ่งปีนี้ภัยแล้งมาเร็วกว่าทุกปี คาดว่าจะกระทบกับชาวบ้านซึ่งต้องอาศัยน้ำจากอ่างเก็บน้ำแม่จางในการอุปโภคบริโภค อาทิบ้านแม่จาง บ้านข่วงม่วง บ้านนาสัก บ้านใหม่ บ้านสบจาง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับจุดที่พบซากปรักหักพังของวัดสบม่ำแห่งนี้ในอดีตเป็นหมู่บ้านสบม่ำ ต่อมาในปี 2521 ได้มีโครงการสร้างอ่างเก็บน้ำแม่จาง ทำให้ชาวบ้านย้ายหมู่บ้านไปตั้งที่ใหม่คือ บ้านใหม่รัตนโกสินทร์ ตำบลนาสัก อำเภอแม่เมาะ จังหวัดลำปาง ซึ่งห่างจากจุดเดิมประมาณ 10 กิโลเมตร เมื่อสร้างอ่างเสร็จ ส่วนหมู่บ้านสบม่ำและวัดจมอยู่ในน้ำทั้งหมด และเมื่อปี 2557-2558 เริ่มเกิดภัยแล้งระดับน้ำลดลงเรื่อยมา จนกระทั่งในปี 2564 ระดับน้ำลดลงจำนวนมากและเร็วกว่าทุกปี ทำให้มองเห็นซากของวัดสบม่ำ บ้าน วิหารและชุมชนเก่าแก่ทั้งหมดอยู่บนพื้นดินดังกล่าวในรอบ 42 ปี หลังจากได้มีการปล่อยน้ำเข้าอ่างเมื่อปี 2522 ซึ่งเป็นภาพที่สวยงามอย่างมาก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/96404</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดลำปาง, ภัยแล้ง, อ่างเก็บน้ำแม่จาง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210317/image_big_60520975e065b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>96365</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/03/2021 15:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/03/2021 15:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กปภ. ร่วมมือกรมทางหลวง จัดโครงการ &quot;รวมใจต้านภัยแล้ง&quot; อย่างต่อเนื่อง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การประปาส่วนภูมิภาค (กปภ.) ร่วมกับกรมทางหลวง จัดโครงการ &amp;quot;กรมทางหลวง &amp;ndash; การประปาส่วนภูมิภาค รวมใจต้านภัยแล้ง&amp;quot; ประจำปี 2564 พร้อมสนับสนุนน้ำประปา เพื่อให้บริการประชาชนทั่วประเทศที่ได้รับความเดือดร้อนจากภัยแล้ง ตั้งแต่เดือนมีนาคม 2564 เป็นต้นไป จนกว่าปัญหาภัยแล้งจะคลี่คลาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกฤษฎา ศังขมณี รองผู้ว่าการ (วิชาการ) รักษาการแทนผู้ว่าการ กปภ. เปิดเผยว่า ประเทศไทยในขณะนี้ได้เข้าสู่ฤดูร้อนทำให้สภาพอากาศร้อนแห้งแล้งประกอบกับฝนทิ้งช่วง ส่งผลให้หลายจังหวัดต้องประสบกับสถานการณ์ภัยแล้ง ประชาชนเดือดร้อนจากการขาดแคลนน้ำ ซึ่ง กปภ. ในฐานะหน่วยงานรับผิดชอบผลิตและให้บริการน้ำประปาเพื่อการอุปโภคบริโภค ได้ตระหนักถึงความสำคัญของประชาชนที่ต้องมีน้ำสะอาดใช้ในชีวิตประจำวันอย่างต่อเนื่อง กปภ. ทั้ง 234 สาขาทั่วประเทศ จึงได้ดำเนินมาตรการป้องกันและลดความเสี่ยงที่เกิดจากภัยแล้ง อาทิ การขุดลอกแหล่งน้ำดิบ สำรวจหาแหล่งน้ำธรรมชาติเพิ่มเติม สร้างฝายกั้นน้ำชั่วคราว ตรวจสอบดูแลมาตรฐานการผลิตและจ่ายน้ำประปาอย่างเข้มงวด ประชาสัมพันธ์ให้ความรู้แก่ประชาชนเรื่องการประหยัดน้ำในฤดูแล้ง ทั้งนี้ เพื่อร่วมกันบำบัดทุกข์ และบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน กปภ. จึงได้ร่วมมือกับกรมทางหลวง ดำเนินโครงการ &amp;quot;กรมทางหลวง - การประปาส่วนภูมิภาครวมใจต้านภัยแล้ง&amp;quot; ประจำปี 2564 โดยการสนับสนุนน้ำประปาให้แก่รถบรรทุกน้ำของกรมทางหลวงเพื่อแจกจ่ายให้ประชาชนทั่วประเทศที่ได้รับความเดือดร้อนจากภัยแล้งในครั้งนี้ จนกว่าปัญหาภัยแล้งจะคลี่คลาย ทั้งนี้ สำหรับส่วนราชการและหน่วยงานต่าง ๆ ที่จะขอสนับสนุนน้ำประปาเพื่อนำไปแจกจ่ายให้แก่ประชาชน ขอให้ติดต่อประสานงานกับ กปภ.สาขาในพื้นที่ หรือ สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ PWA Contact Center 1662&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รักษาการแทนผู้ว่าการ กปภ. กล่าวเพิ่มเติมว่า กปภ. ยินดีสนับสนุนทุกหน่วยงานในการช่วยเหลือประชาชนที่ประสบปัญหาภัยแล้งจนกว่าสถานการณ์จะกลับสู่ภาวะปกติ อย่างไรก็ตาม ขอความร่วมมือให้ประชาชนใช้น้ำอย่างประหยัดและรู้คุณค่าสู้วิกฤติภัยแล้ง ปิดน้ำเมื่อไม่ใช้ และจัดเตรียมภาชนะสำรองน้ำไว้ใช้ในกรณีฉุกเฉิน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/96365</URL_LINK>
                <HASHTAG>PWA, กปภ., กรมทางหลวง, กรมทางหลวง – การประปาส่วนภูมิภาค รวมใจต้านภัยแล้ง, การประปาส่วนภูมิภาค (กปภ.), นายกฤษฎา ศังขมณี, ภัยแล้ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210317/image_big_6051bef6a7208.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>91830</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/02/2021 09:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/02/2021 09:56</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>มาแต่ไก่โห่!อธิบดีปภ.สั่งทุกจังหวัดบูรณาการป้องกันภัยแล้ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;03 ก.พ.2564 - นายบุญธรรม เลิศสุขีเกษม อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดเผยว่า แม้ในปี &amp;nbsp;2564 ประเทศไทยจะมีปริมาณฝนมากกว่าปกติ แต่สถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำและแม่น้ำสายหลักมีปริมาณน้ำอยู่ในเกณฑ์น้อย เนื่องจากในช่วงปี 2562 &amp;ndash; 2563 มีปริมาณฝนน้อยกว่าค่าปกติอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้หลายพื้นที่ของประเทศมีความเสี่ยงต่อการขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภค และน้ำเพื่อการเกษตร รัฐบาลห่วงใยประชาชนที่อาจได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ภัยแล้ง จึงได้สั่งการให้กองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (บกปภ.ช.) โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กระทรวงมหาดไทย บูรณาการจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมพร้อมป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยแล้งอย่างเป็นระบบ ภายใต้กลไกระบบบัญชาการเหตุการณ์ตามกฎหมายและแผนว่าด้วยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย มุ่งบริหารจัดการน้ำให้มีประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์สูงสุดผ่านกลไกหลักแก้ไขปัญหาภัยแล้งใน 3 กลุ่มภารกิจ ดังนี้ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.กลุ่มพยากรณ์ ทำหน้าที่ตรวจสอบสภาพอากาศ ปริมาณน้ำท่า และสถานการณ์น้ำในแหล่งเก็บน้ำต่าง ๆ เพื่อวิเคราะห์และประเมินปริมาณน้ำต้นทุนและความต้องการใช้น้ำ 2.กลุ่มบริหารจัดการน้ำ ทำหน้าที่วางแผนการจัดสรรน้ำให้สอดคล้องกับสถานการณ์น้ำและครอบคลุมการใช้น้ำทุกประเภท ทั้งการอุปโภคบริโภค การรักษาระบบนิเวศน์ เกษตรกรรม และอุตสาหกรรม รวมถึงกำหนดแนวทางการระบายน้ำและสำรองน้ำไว้ใช้ประโยชน์ และ 3.กลุ่มปฏิบัติการแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำ บูรณาการฝ่ายพลเรือน หน่วยทหาร และภาคเอกชนจัดเตรียมกำลังคน วัสดุอุปกรณ์ และเครื่องจักรกล ด้านสาธารณภัยให้พร้อมปฏิบัติการป้องกันและแก้ไขปัญหาขาดแคลนน้ำ โดยแบ่งพื้นที่รับผิดชอบและมอบหมายภารกิจอย่างชัดเจน ควบคู่กับการจัดหน่วยสนับสนุนการแก้ไขปัญหาครอบคลุมทุกพื้นที่เสี่ยง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายบุญธรรม กล่าวเพิ่มเติมว่า ทั้ง 3 กลุ่มภารกิจหลักแก้ไขปัญหาภัยแล้งจะได้ขับเคลื่อนมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยแล้งเชิงพื้นที่อย่างรอบด้านใน 5 แนวทาง ได้แก่ 1.การทบทวนแผนเผชิญเหตุภัยแล้งระดับจังหวัด เพื่อวางแผนบูรณาการแก้ไขปัญหาภัยแล้งภายใต้ความร่วมมือของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงประสานฝ่ายปกครองและหน่วยทหารในพื้นที่สร้างการรับรู้เกี่ยวกับสถานการณ์น้ำและแนวทางการช่วยเหลือผู้ประสบภัยแล้ง เพื่อป้องกันปัญหาการแย่งชิงน้ำ 2.การจัดสรรน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภคให้เพียงพอ โดยสำรวจและจัดทำบัญชีพื้นที่เสี่ยงขาดแคลนน้ำครอบคลุมถึงระดับหมู่บ้านและชุมชน พร้อมประสานโครงการชลประทาน การประปาส่วนภูมิภาค และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องวางแนวทางรับมือให้สอดคล้องกับความเสี่ยงภัยและสภาพพื้นที่ ทั้งการจัดทำแหล่งสำรองน้ำดิบ แผนการวางท่อน้ำประปา แผนการผันน้ำจากอ่างเก็บน้ำโดยตรง แผนการจัดสรรน้ำดิบ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.การบูรณาการแก้ไขปัญหาน้ำเพื่อการเกษตร โดยดำเนินการตามแผนป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยด้านการเกษตรในช่วงฤดูแล้ง ปี พ.ศ.2563/64 ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รวมถึงกำหนดมาตรการลดผลกระทบกรณีไม่สามารถสนับสนุนน้ำเพื่อการเกษตร อีกทั้งประสานการปฏิบัติการฝนหลวงในพื้นที่การเกษตรและพื้นที่เสี่ยงภัยแล้งในช่วงที่สภาพอากาศเอื้ออำนวย เพื่อเติมน้ำในแหล่งกักเก็บน้ำให้ได้มากที่สุด 4.การกำหนดแนวทางการใช้น้ำเพื่อการรักษาระบบนิเวศ เฝ้าระวังและคุมเข้มไม่ให้มีการปล่อยน้ำเน่าเสียลงสู่แหล่งน้ำต่างๆ เพื่อลดปริมาณการใช้น้ำดีไล่น้ำเสีย ควบคู่กับการส่งเสริมให้ภาคอุตสาหกรรมจัดการน้ำเสียตามหลัก 3 R (Reduce : Reuse : Recycle) รวมถึงสำรวจเส้นทางคมนาคมเลียบคลอง ลำน้ำ หรือแม่น้ำ เพื่อวางมาตรการป้องกันการพังทลายของตลิ่ง และ 5.การสร้างการรับรู้เกี่ยวกับปัญหาภัยแล้ง ทั้งข้อมูลสถานการณ์น้ำ และมาตรการบริหารจัดการน้ำของภาครัฐ ควบคู่กับการรณรงค์การใช้น้ำอย่างประหยัด รวมถึงส่งเสริมให้ประชาชนจิตอาสาในพื้นที่มีส่วนร่วมในการก่อสร้างและซ่อมแซมแหล่งกักเก็บน้ำขนาดเล็ก
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/91830</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายบุญธรรม เลิศสุขีเกษม, ปภ., ภัยแล้ง, อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210203/image_big_601a0fd89888f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>90208</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/01/2021 15:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/01/2021 15:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> พิษณุโลกสัญญาณแล้งมาแล้ว!แม่น้ำยมสายเก่าแห้งขอด  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 ม.ค.2564 - ผู้สื่อข่าวรายงานถึงสถานการณ์ภัยแล้งเริ่มต้นในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะที่จังหวัดพิษณุโลก แหล่งน้ำทางธรรมชาติ เริ่มแห้งขอด ไม่มีน้ำทางการเกษตร โดยเฉพาะแม่น้ำยมสายเก่า ที่ไหลจากจังหวัดสุโขทัย ผ่าน อ.พรหมพิราม อ.เมือง อ.บางระกำ ก่อนที่จะไหลเข้าสู่จังหวัดพิจิตร และลุ่มเจ้าพระยา ขณะนี้ปริมาณน้ำน้อยมาก และบางช่วงแทบไม่มีน้ำหล่อเลี้ยงเลย โดยเฉพาะบริเวณหมู่ 10 และ หมู่ &amp;nbsp;12 บ้านวังขี้เหล็ก ต.ท่าช้าง อ.พรหมพิราม จ.พิษณุโลก ที่ขณะนี้น้ำแห้งขอด าหลายวันแล้ว บางช่วงไม่มีน้ำเลย ทำให้ชาวนาที่ทำนาปรังต้องหาวิธีขุดเป็นแอ่ง เพื่อกักเก็บน้ำไว้ใช้ทางการเกษตรด้วยตนเอง เป็นทอดๆ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;
นายประจบ &amp;nbsp;จงกรม อายุ 64 ปี ชาวนาหมู่ 12 บ้านคลองเมม ต.ท่าช้าง อ.พรหมพิราม กล่าวว่า ในปีนี้น้ำในแม่น้ำยมสายเก่า แห้งเร็วมาก&amp;nbsp;เนื่องจากทางชลประทานยังไม่ปล่อยน้ำมา &amp;nbsp;ทำให้ชาวนาในพื้นที่ต้องหาวิธีกักเก็บน้ำไว้ใช้ทางการเกษตรด้วยตนเอง ทั้งขุดบ่อบาดาล และขุดคันดินกลางแม่น้ำ เพื่อเก็บน้ำไว้สูบขึ้นมาในนาข้าว ซึ่งยังต้องใช้น้ำหล่อเลี้ยงอีกประมาณ 2 เดือน โดยตนเองนั้นได้จ้างแบ็คโฮ ขุดบ่อดินกลางแม่น้ำยม ร่วมกับเพื่อนบ้าน เป็นจำนวนเงินกว่า 10,000 บาท ซึ่งก็ต้องยอม เพื่อหาน้ำไว้หล่อเลี้ยงนาข้าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายชำนาญ ชูเที่ยง ผู้อำนวยการโครงการชลประทานจังหวัดพิษณุโลก กล่าวว่า ในปีนี้ปริมาณน้ำในเขื่อนหลักค่อนข้างน้อยมาก ทางกรมมชลประทาน นั้นจัดแผนการจัดการน้ำในปีไว้ในการส่งน้ำเพื่ออุโปภคบริโภค และรักษาระบบนิเวศ ในพื้นที่ &amp;nbsp;22 จังหวัดเท่านั้น ยังไม่มีแผนในการปล่อยน้ำเพื่อการเกษตร เนื่องจากมีปริมาณน้ำค่อนข้าง จึงได้ขอความร่วมมือกับเกษตรกรว่าในปีนี้ให้งดทำนาปรัง เนื่องจากเสี่ยงต่อความามเสียหายไม่มีน้ำใช้ แต่ก็ยังมีชาวนาในหลายพื้นที่ ที่ยังฝืนทำนาปรังกว่า 200,000 ไร่ ซึ่งเรายังต้องอยู่กับสถานการณ์ภัยแล้งไปอีกกว่า 270 วัน ถึงจะเข้าสู่ฤดูฝน จึงขอความร่วมให้เกษตรกรให้น้ำในระบบให้น้อยที่สุด
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/90208</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชลประทาน, พิษณุโลก, ภัยแล้ง, แม่น้ำยมสายเก่า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210118/image_big_600544d9816ce.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
