<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>62718</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/04/2020 13:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/04/2020 13:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กตู่&#039;ห่วงภัยแล้งกำชับดูแลพื้นที่อีอีซี ขอเอกชนลดใช้น้ำ10%</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 เม.ย.63 - นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่าพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ติดตามสถานการณ์ภัยแล้งอย่างต่อเนื่องจากกองอำนวยการน้ำแห่งชาติ หรือ กอนช. ซึ่งมีพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางนฤมล กล่าวว่า ทั้งนี้หน่วยงานภายใต้ กอนช.ได้เตรียมมาตรการรองรับสถานการณ์น้ำหลากในฤดูฝน ปี 2563 แล้ว โดยกรมชลประทาน กรมทรัพยากรน้ำ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย และสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์การมหาชน) ได้ตรวจสอบความพร้อมของอาคารชลศาสตร์ ระบบระบายน้ำ และสถานีโทรมาตร นอกจากนี้ กรมทางหลวง กรมทางหลวงชนบท การรถไฟแห่งประเทศไทยและกรมชลประทานเร่งดำเนินการตรวจสอบสิ่งกีดขวางทางน้ำและดำเนินการจัดการทำแผนงานปรับปรุงซ่อมแซมสิ่งกีดขวางทางน้ำ และดำเนินการปรับปรุงซ่อมแซมให้แล้วเสร็จทันฤดูฝนนี้ โดย GISTDA ตรวจสอบปริมาณวัชพืชผักตบชวาด้วยดาวเทียม และกรมโยธาธิการและผังเมืองจัดทำแผนงานและมอบหน่วยงานดำเนินการในทางน้ำที่รับผิดชอบให้เสร็จทันฤดูฝน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางนฤมล กล่าวว่า สำหรับการให้ความช่วยเหลือพื้นที่ประสบภัยแล้ง 24 จังหวัด การประปานครหลวง และกรมชลประทานได้แจกจ่ายน้ำอุปโภค-บริโภคให้กับประชาชนอย่างต่อเนื่อง กรมทรัพยากรน้ำบาดาลขุดเจาะบ่อบาดาล รวมสะสม 1,252 บ่อ การประปาส่วนภูมิภาค ดำเนินการแจกจ่ายน้ำสะอาดแล้ว จำนวน 54.15 ล้านลิตร กรมทรัพยากรน้ำ สนับสนุนน้ำสะอาด 10.33 ล้านลิตร กรมฝนหลวงและการบินเกษตร ปฏิบัติการฝนหลวงในพื้นที่รับน้ำ 7 อ่างเก็บน้ำในเขต จ.จันทบุรี จ.ระยอง และ จ.ชลบุรี เพิ่มน้ำต้นทุนในอ่างเก็บน้ำภาคตะวันออก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;นายกรัฐมนตรีห่วงใยความเพียงพอของปริมาณน้ำ โดยเฉพาะเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ได้แก่ จ.ฉะเชิงเทรา จ.ระยอง และ จ.ชลบุรี ซึ่งมีการใช้น้ำหลายภาคส่วนทั้งอุปโภค-บริโภค เกษตรกรรม อุตสาหกรรม พาณิชยกรรม และการท่องเที่ยว สั่งการให้กระทรวงเกษตรฯ กำหนดมาตรการให้มีน้ำเพียงพอใช้อย่างต่อเนื่อง ร่วมกับกรมชลประทาน และมอบหมายให้ทุกภาคส่วนช่วยกันแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำระยะเร่งด่วน ได้แก่ การประปาส่วนภูมิภาค (กปภ.) และบริษัท จัดการและพัฒนาทรัพยากรน้ำภาคตะวันออก จำกัด (มหาชน) หรือ &amp;#39;East Water&amp;#39; สนับสนุนน้ำเข้ามาเสริมในระบบกว่า 20 ล้าน ลบ.ม. อีกทั้งสถาบันน้ำและพลังงานเพื่อความยั่งยืน สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ได้ขอความร่วมมือจากการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) ให้ภาคเอกชนร่วมกันลดการใช้น้ำลง 10% ตามแผนบริหารจัดการน้ำที่วางไว้เพื่อให้มีปริมาณน้ำเพียงพอถึงวันที่ 30 มิ.ย. 2563&amp;quot; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางนฤมล กล่าวอีกว่า พร้อมกันนี้ นายกรัฐมนตรีได้กำชับให้ช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนอย่างเต็มที่ตามแผนที่วางไว้ให้ครอบคลุมทุกมิติ เพื่อคลี่คลายปัญหาและขอความร่วมมือเกษตรกรให้เพาะปลูกหรืองดเว้นตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ สำหรับประชาชนทั่วไปร่วมกันใช้น้ำอย่างประหยัด.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/62718</URL_LINK>
                <HASHTAG>(อีอีซี, พล.อ.ประยุทธ์ จ้นทร์โอชา, ภัยแล้ง.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191224/image_big_5e01c796379dc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>57432</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/02/2020 18:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/02/2020 18:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทส . ลงพื้นที่แก้ไขปัญหาภัยแล้งจังหวัดเพชรบูรณ์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รัฐบาลโดยกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มีความห่วงใยพี่น้องประชาชนที่ประสบปัญหาภัยแล้ง โดยนายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้มอบหมายให้นายสุรชัย อจลบุญ ผู้ตรวจราชการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ลงพื้นที่จังหวัดเพชรบูรณ์ เพื่อติดตามการดำเนินงานและตรวจการเตรียมความพร้อมในการให้ความช่วยเหลือพี่น้องประชาชนในพื้นที่จังหวัดเพชรบูรณ์ ณ องค์การบริหารส่วนตำบลบ้านโคกอำเภอเมืองเพชรบูรณ์ จังหวัดเพชรบูรณ์ โดยมีการบูรณาการหน่วยงานในพื้นที่ที่เกี่ยวข้องในการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยแล้ง โดยระดมสรรพกำลัง เครื่องจักรกล ยานพาหนะ และอุปกรณ์ เพื่อสูบน้ำ กระจายน้ำ ขุดเจาะบ่อน้ำบาดาล เป่าล้างบ่อบาดาล จัดรถบรรทุกน้ำ เพื่อแจกจ่ายให้พี่น้องประชาชนผู้ประสบภัยแล้งอย่างต่อเนื่อง และร่วมกันรณรงค์ในทุกภาคส่วนให้ใช้น้ำอย่างประหยัดและเกิดประโยชน์สูงสุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยมีนายอธิวัฒน์ สุคนธประดิษฐ รองอธิบดีกรมทรัพยากรน้ำ นางอรนุช หล่อเพ็ญศรี รองอธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาล นางภาวินี ณ สายบุรี รองอธิบดีกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดเพชรบูรณ์ ผู้อำนวยการทรัพยากรน้ำภาค 2 (สระบุรี) ผู้อำนวยการสำนักทรัพยากรน้ำบาดาล เขต 7 (สระบุรี) และประธานอาสาสมัครพิทักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมหมู่บ้านจังหวัดเพชรบูรณ์ เข้าร่วมในการประชุมและติดตามการแก้ไขปัญหาภัยแล้ง พร้อมแจกจ่ายน้ำดื่ม และสำรวจพื้นที่ติดตั้งเครื่องสูบน้ำ เพื่อกักเก็บน้ำสำหรับอุปโภค บริโภค และบูรณาการเพื่อแก้ไขและพัฒนาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมให้เกิดความยั่งยืน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านว่าที่ร้อยโทณฐพงศ์ พรพฤฒิพันธุ์ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านโคก อำเภอเมืองเพชรบูรณ์ จังหวัดเพชรบูรณ์ ได้กล่าวว่า ขอขอบคุณรัฐบาลและกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ที่มีความห่วงใยพี่น้องประชาชนที่ประสบปัญหาภัยแล้ง และรู้สึกมีความสบายใจขึ้นมาก จะเห็นได้ว่ากระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้มีแผนในการดำเนินงานทั้งในระยะเร่งด่วน และระยะยาว ทั้งนี้ จะแจ้งให้พี่น้องประชาชนร่วมกันใช้น้ำและทรัพยากรอย่างประหยัด และเกิดประโยชน์สูดสุด&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/57432</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.), ภัยแล้ง.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200217/image_big_5e4a78cc2406f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>44304</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/08/2019 13:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/08/2019 13:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> บุรีรัมย์ชุ่มชื่น ฝนตกหนัก2วันหมดปัญหาน้ำแล้ง-นาข้าวฟื้นตัว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 ส.ค.62 - ที่ จ.บุรีรัมย์หลังจากฝนตกหนักติดต่อกัน 2 วันในหลายพื้นที่ ทำให้ปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำหลายแห่งเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะอ่างเก็บน้ำห้วยจระเข้มาก &amp;nbsp;และอ่างเก็บน้ำห้วยตลาด อ.เมืองบุรีรัมย์ ซึ่งเป็นแหล่งน้ำดิบสำคัญที่ใช้ผลิตประปาหล่อเลี้ยงตัวเมืองบุรีรัมย์ &amp;nbsp;มีน้ำเข้าอ่างรวมกันทั้ง 2 แห่ง กว่า 286,000 &amp;nbsp;ลูกบาศก์เมตร ส่งผลให้ปัจจุบันระดับน้ำกักเก็บในอ่างทั้ง 2 แห่ง มีปริมาณน้ำรวมกับอยู่ที่ 1,789,000 ลูกบาศก์เมตร จากที่ก่อนหน้านี้ประสบปัญหาฝนทิ้งช่วง &amp;nbsp;ทำให้น้ำในอ่างตื้นเขินบางจุดแห้งขอดจนเห็นเนินดินโผล่ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทำให้ทางจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ต้องทำการผันน้ำมาเติมเพื่อให้มีน้ำดิบผลิตประปาได้อย่างต่อเนื่อง ทั้งมีแผนที่จะสูบน้ำจากบ่อหินเก่าของภาคเอกชนมาไว้สำรองอีกด้วย หากน้ำในอ่างทั้ง 2 แห่งเหลือไม่ถึง 8 แสนลูกบาศก์เมตร เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาการขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภค แต่หลังจากมีฝนตกหนักติดต่อกันก็ทำให้ปริมาณน้ำในอ่างเพิ่มขึ้น และเชื่อว่าหากมีฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่องก็จะเป็นผลดีทำให้อ่างทั้ง 2 แห่ง พ้นวิกฤตแล้งได้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ฝนที่ตกลงมาติดต่อกันในช่วงนี้ ยังส่งผลดีกับพื้นที่การเกษตรโดยเฉพาะนาข้าวของเกษตรในหลายพื้นที่ของจังหวัด ที่ก่อนหน้านี้มีสภาพเหี่ยวเฉาก็เริ่มมีน้ำหล่อเลี้ยงฟื้นตัว ส่วนพื้นที่ที่ยังไม่ได้ไถหว่านก็คาดว่าจะเริ่มทำการไถหว่านในช่วงนี้.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/44304</URL_LINK>
                <HASHTAG>บุรีรัมย์., ภัยแล้ง., อ่างเก็บน้ำ.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190826/image_big_5d63770dc2150.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
