<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>120151</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/12/2025 11:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/10/2021 08:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ธปท.ชูแผน&#039;3เปิด&#039;รับฟินเทคเดินเครื่องสกัดภัยไซเบอร์การเงิน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
18 ต.ค.2564 - นายเศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวเปิดงาน Bangkok FinTech Fair 2021: Shaping Digital Finance in the New Decade ว่า ประเทศไทยกำลังเผชิญกับความท้าทายจากการเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นเร็วและแรง โดยเฉพาะการปรับตัวของภาคการเงินในทศวรรษนี้ ซึ่งจะเห็นการเปลี่ยนแปลงสำคัญอย่างน้อย 2 ด้าน คือ การนำเทคโนโลยีมาใช้ในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและบริการทางการเงินอย่างกว้างขวาง และการเพิ่มขึ้นของบทบาทของผู้ให้บริการที่ไม่ใช่ธนาคารพาณิชย์ ทั้งในรูปแบบที่เป็น non-bank เดี่ยวหรือ non-bank ร่วมมือกับธนาคาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้น ธปท.จึงจำเป็นต้องปรับและดำเนินการเพื่อช่วยให้ทุกภาคส่วนได้รับประโยชน์จากโอกาสที่มากับความเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ อย่างเต็มที่ โดยการเพิ่มความยืดหยุ่นในการกำกับดูแล และรักษาสมดุลระหว่างการส่งเสริมนวัตกรรมและการดูแลเสถียรภาพของระบบการเงินที่จะคำนึงถึงต้นทุนจากการปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ต่าง ๆ ของผู้ประกอบธุรกิจ และการกำกับดูแลตามสัดส่วนที่เหมาะสมกับความเสี่ยงของผู้ประกอบการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ธปท. จะดำเนินการใน 3 แนวทางสำหรับสร้างภูมิทัศน์ของระบบการเงินไทยในระยะต่อไป หรือที่เรียกกันภายในว่า 3 Open คือ 1. Open, shared and interoperable infrastructure ได้แก่ การมีโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินดิจิทัลที่เอื้อต่อการพัฒนานวัตกรรม โดยต้องเปิดกว้างให้ผู้ให้บริการทั้งรายเดิมและรายใหม่สามารถเข้ามาต่อยอดบริการทางการเงินได้ และแข่งขันได้อย่างเท่าเทียมกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. Open environment หรือ การสร้างสภาพแวดล้อมสำหรับการแข่งขันอย่างเท่าเทียมเพื่อให้เกิดนวัตกรรมจากผู้เล่นทุกประเภท โดยจะปรับปรุงกฎเกณฑ์ต่าง ๆ ไม่ให้เป็นอุปสรรคต่อทั้งการปรับตัวของผู้เล่นรายเดิมและการเข้าสู่ตลาดของผู้เล่นรายใหม่ และ 3. Open data คือ การพัฒนาฐานข้อมูลขนาดใหญ่ที่เชื่อมโยงกันได้ เพื่อให้เกิดการไหลเวียนของข้อมูล และนำมาใช้ประโยชน์อย่างเต็มที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ธปท.หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่ต้องกล่าวถึงความเสี่ยงที่มาพร้อมกับการพัฒนาเทคโนโลยี ทั้งด้านภัยไซเบอร์และการหลอกลวงที่ทวีจำนวนและความหลากหลายของรูปแบบมากขึ้น ธปท. จึงยังคงให้ความสำคัญกับการยกระดับความสามารถให้การป้องกันและรับมือกับภัยไซเบอร์ของผู้ประกอบการทางการเงินอย่างต่อเนื่องตามมาตรฐานสากล รวมทั้งการให้ความรู้แก่ประชาชนและผู้ใช้บริการในการระวังป้องกันตัวเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;wowslot818 bar4bets dk7 gg168 imba96pro livewin1688 pxj ufa100 wingame99 wowgame1234 sbobet ambbet askmebet ufa24h ufa25hr ufa350 ufa4k ufa747 ufa777 ufa888 sands999 lagalaxy1 legalaxy88 ufa168 ufa191&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/120151</URL_LINK>
                <HASHTAG>teslastocknetwork.com, การเงิน, ธปท, ฟินเทค, ภัยไซเบอร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210708/image_big_60e6a8f0caa03.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>17927</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/09/2018 11:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/09/2018 11:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กตู่&#039;ยกภัยไซเบอร์เทียบหมาป่าดี กับหมาป่าตัวร้ายขี้โกงอยู่ที่จะเลือกให้อาหารตัวไหน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;#39;บิ๊กตู่&amp;#39;ขอเยาวชนใช้ดิจิตัลอย่างมีสติ รู้กฎหมาย ยกภัยไซเบอร์เทียบหมาป่าดี กับหมาป่าตัวร้ายขี้โกงอยู่ที่จะเลือกให้อาหารตัวไหน บอกตัวเองมีหมาป่าหลายตัว มีความจริงใจใครไม่เห็นก็ช่างเขา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
19ก.ย.61- ที่อาคารชาเลนเจอร์ 2 ศูนย์แสดงสินค้า และการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธานพิธีเปิดงานสัมมนาและนิทรรศการนานาชาติ Digital Thailand Big Bang 2018 :Thailand Big Data โดยมี พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นายพิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม นายดอน ปรมัตถ์วินัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ตัวแทนจากหน่วยงานภาครัฐและเอกชนทั้งในและต่างประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวตอนหนึ่งว่า ปัจจุบันดิจิทัลเข้ามามีบทบาทในกิจกรรมชีวิตเป็นอย่างมาก ดังนั้นรัฐบาลมีหน้าที่สนับสนุน โดยจัดให้มีแผนแม่บทในยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี เพื่อปฏิรูปโครงสร้างพื้นฐานสนับสนุนให้ทุกคนเข้าถึงการใช้งานระบบดิจิทัล และเพื่อเสริมการทำงานด้านต่างๆ ของคน เพราะต้องยอมรับว่าการใช้แรงงานคนอย่างเดียวคงไม่พอ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.อ.ประยุทธ์ ระบุด้วยว่า อย่างไรก็ตามทั่วโลกยอมรับว่าสิ่งที่มาพร้อมกันคือภัยคุกคามทางไซเบอร์ การละเมิดสิทธิมนุษยชน ดังนั้นจึงต้องมีการควบคุมที่ชัดเจนขอให้เยาวชนใช้โลกดิจิทัลอย่างมีสติ พัฒนาเป็นหลักสูตรการเรียนการสอนเพื่อให้เด็กรุ่นใหม่ใช้ดิจิทัลอย่างมีหลักเกณฑ์ รู้กฎหมาย และรู้ถึงโทษ และความผิดเป็นอย่างไร วันนี้แม้เรามีพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ เข้ามาดูแลเพื่อดำเนินการเอาผิด แต่ผู้ใช้จำเป็นต้องศึกษากฎหมายด้วย จะทำไปแล้วอ้างว่าไม่รู้ไม่ได้ ประเทศชาติก็เดินไปไม่ได้ ทั้งนี้ที่ผ่านมาจากการบังคับใช้กฎหมาย สามารถลงโทษคนทำผิดได้จำนวนมาก &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ปัจจุบันทุกคนพูดถึงภัยคุกคามทางไซเบอร์มากขึ้นเรื่อยๆ ไม่ว่าอะไรก็ตามมีทั้งดีและไม่ดี มีดีมีเสีย อยู่ที่ว่าเราจะเลือกแบบไหนเท่านั้นเอง ซึ่งผมมีโอกาสได้ดูรายการหนึ่ง เห็นว่ามนุษย์มีสองอย่างอยู่ในตัว คือหมาป่าตัวดี กับหมาป่าตัวร้ายขี้โกง ดังนั้นเราเลือกเองว่าจะเป็นหมาป่าตัวไหน อยู่ที่การให้อาหาร ถ้าเราไม่ซื่อสัตย์คดโกง ทำอะไรก็ตามหวังผลประโยชน์ ก็จะทำให้หมาป่าตัวที่ดุร้ายมีน้ำหนักมากกว่า ส่วนตัวผมอาจจะมีหมาป่าอยู่หลายตัว ทั้งดีและร้าย แต่ต้องรักษากฎระเบียบ และมีความจริงใจ ใครจะเห็นไม่เห็นก็ช่างเขา เรารู้ตัวเองดีอยู่แล้ว&amp;rdquo; พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า ในปี 2561 ประเทศไทยถูกจัดอันดับความสามารถทางการแข่งขันดิจิทัลในอันดับที่ 39 จาก 63 ประเทศทั่วโลก สร้างความภูมิใจให้กับประเทศเป็นอย่างมาก แต่จะทำอย่างไรเพื่อให้ประเทศอื่นๆ พัฒนาไปด้วยกัน โดยเฉพาะประเทศเพื่อนบ้าน เพราะวันนี้เพื่อนบ้านไม่ใช่คู่แข่ง แต่มีความเชื่อมโยงกัน ทั้งหมดคือโลกใบเดียวกัน วันนี้ดิจิทัลจะเป็นตัวช่วยในการลดความเหลื่อมล้ำระหว่างคนรวยคนจน แต่คำถามคือจะทำอย่างไรให้เข้าถึงได้ทุกกลุ่ม.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/17927</URL_LINK>
                <HASHTAG>กฎหมายดิจิตัล, คุกคาม, ดิจิตัล, พ.ร.บ.คอมฯ, พล.อ.ประยุทธ์   จันทร์โอชา, ภัยไซเบอร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180912/image_big_5b9898b5ca373.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>7307</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/04/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/04/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ภัยไซเบอร์กับธุรกิจ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา หลายบริษัททั้งในเมืองไทยและต่างประเทศได้ใช้จ่ายเงินไปกับเทคโนโลยีใหม่ๆ&amp;nbsp; จำนวนมาก เพื่อยกระดับสินค้าและบริการของตนเองให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น แต่ในขณะเดียวกันจากการให้ความสำคัญกับการลงทุนด้านเทคโนโลยี หลายคนอาจลืมใส่ใจเรื่องของระบบรักษาความปลอดภัยของบริษัทไป ซึ่งจะทำให้เป็นความเสี่ยงต่อองค์กรอย่างหนึ่ง ดังนั้นผู้ประกอบการควรทบทวนการลงทุนในด้านการรักษาความปลอดภัยไซเบอร์ให้มากขึ้น ควบคู่ไปกับการพัฒนาพนักงานในองค์กรให้ทันต่อสถานการณ์ของเทคโนโลยี หรือโลกของธุรกิจที่มีตัวช่วยเป็นดิจิทัลอย่างเช่นทุกวันนี้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ก่อนหน้านี้มีข้อมูลระบุว่ากว่า 40% ของผู้บริหารที่ถูกสำรวจทั่วโลก พบว่าผลลัพธ์จากการถูกโจมตีทางไซเบอร์ที่ร้ายแรงที่สุด คือการหยุดชะงักของการดำเนินงานของธุรกิจ ขณะที่ 39% มองว่าภัยไซเบอร์ส่งผลต่อความปลอดภัยของข้อมูลที่มีความอ่อนไหว ส่วน 32% มองว่าเป็นภัยต่อคุณภาพของสินค้าที่ออกสู่ตลาด และ 22% มองว่าเป็นภัยที่อาจส่งผลต่อความปลอดภัยของชีวิตมนุษย์&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทั้งนี้ แม้ผู้ประกอบการจะมีความตระหนักถึงภัยไซเบอร์ แต่ทว่ากลับไม่มีกลยุทธ์เพื่อป้องกันความปลอดภัยของข้อมูล โดย 48% ได้เปิดเผยว่ายังไม่มีหลักสูตรฝึกอบรมเพื่อสร้างความตระหนักรู้ด้านความปลอดภัยข้อมูลที่เหมาะสมให้แก่พนักงาน และ 54% ระบุว่ายังไม่มีแผนการรับมือสถานการณ์ฉุกเฉินเมื่อเกิดภัยไซเบอร์ขึ้นอีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; วิไลพร ทวีลาภพันทอง หุ้นส่วนสายงานธุรกิจที่ปรึกษา บริษัท PwC ประเทศไทย กล่าวว่า เมื่อโลกยิ่งเชื่อมโยงกันมากขึ้น โอกาสที่จะได้รับผลกระทบจากภัยไซเบอร์โดยไม่ทันตั้งตัวยิ่งสูงตามไปด้วย เพราะโดยปกติเมื่อยามเกิดเหตุการณ์ภัยพิบัติขึ้น ผลกระทบที่เกิดขึ้นโดยทันทีคือการสูญเสียอำนาจในการควบคุม โดยระบบต่างๆ จะถูกโจมตีในระยะเวลาอันสั้นหรือใช้เวลาภายในวันเดียว ซึ่งนั่นแปลว่าผู้ถูกโจมตีจะมีเวลาน้อยมากในการรับมือ หรือแก้ไขปัญหาเบื้องต้นก่อนที่ภัยพิบัตินั้นจะลุกลาม ดังนั้น การที่โลกมีการเชื่อมต่อเครือข่ายต่างๆ ทั้งที่สำคัญและไม่สำคัญมากมายเช่นทุกวันนี้ ยิ่งเปิดช่องโหว่ทำให้ผู้ถูกโจมตีไม่สามารถสังเกตเห็นถึงความผิดปกติ ก่อนที่การโจมตีจะเกิดขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นอกจากนี้ ยังมีข้อมูลจาก PwC 2018 Global Investor Survey ที่ได้ทำการศึกษามุมมองของนักลงทุน และนักวิเคราะห์จำนวน 663 ราย จาก 96 ประเทศทั่วโลก พร้อมทำการเปรียบเทียบกับมุมมองของซีอีโอทั่วโลกจำนวน 1,293 ราย&amp;nbsp; เกี่ยวกับการถูกโจมตีทางไซเบอร์ถือเป็นภัยคุกคามการดำเนินธุรกิจในสายตาของนักลงทุนทั่วโลกอยู่ในเวลานี้มากน้อยเพียงใด ความน่าสนใจอยู่ตรงที่ 41% ของนักลงทุนและนักวิเคราะห์เห็นตรงกันว่าเป็นภัยคุกคามอันดับที่ 1 ของภาคธุรกิจ โดยปรับตัวขึ้นจากอันดับที่ 5 ในปี 2560 และใกล้เคียงกับมุมมองของซีอีโอทั่วโลก หรือประมาณ 40% มองว่าภัยไซเบอร์เป็นภัยคุกคามอยู่ในลำดับที่ 3 รองจากกฎระเบียบที่เข้มงวดมากเกินไป และปัญหาการก่อการร้ายตามลำดับ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จากข้างต้นทำให้นักลงทุนถึง 64% เชื่อว่าผู้นำธุรกิจต้องหันมาให้ความสำคัญกับการลงทุนเพื่อป้องกันความเสี่ยงจากภัยไซเบอร์เป็นภารกิจอันดับต้นๆ ในการสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภค ขณะเดียวกัน นักลงทุนยังเห็นว่ากระแสของการเปลี่ยนแปลงในด้านต่างๆ จะส่งผลกระทบต่อการลงทุนและการเติบโตของธุรกิจในอีก 5 ปีข้างหน้า ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนแปลงในเทคโนโลยีการผลิตและบริการจากการเข้ามาของปัญญาประดิษฐ์ หุ่นยนต์ และบล็อกเชน รวมถึงพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป และการเปลี่ยนแปลงช่องทางการจัดจำหน่าย ขณะที่มากกว่า 1 ใน 4 หรือ 26% ยังเชื่อด้วยว่าการเข้ามาของเอไอจะส่งผลให้เกิดแผนการลดจำนวนพนักงานในวงกว้างกว่าปีก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สำหรับในนักลงทุนไทยส่วนใหญ่ก็ไม่แตกต่างกับนักลงทุนทั่วโลกมากนัก ยังคงมีเรื่องของปัจจัยทางด้านการเมือง การเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีอย่างรวดเร็ว รวมถึงภัยไซเบอร์ก็เป็นความกังวลหลักๆ ที่มองว่าจะกระทบการเติบโตของธุรกิจในระยะข้างหน้า หากไม่เร่งปรับตัว ผู้ประกอบการต้องทำความเข้าใจและตื่นตัว เพื่อวางกลยุทธ์ให้รอบคอบ ไม่ให้การแทรกซึมถูกกระทำอย่างง่ายดาย ยิ่งหากเทคโนโลยีก้าวไกลไปสักเท่าไหร่ รูปแบบการโจมตีก็หลากหลายยิ่งขึ้น ดังนั้นการลงทุนด้านเทคโนโลยีเพื่อสร้างการเติบโตทางธุรกิจที่ดี ย่อมต้องมีมาตรการป้องกันที่รัดกุมในโลกของธุรกิจยุคดิจิทัลด้วยเช่นกัน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/7307</URL_LINK>
                <HASHTAG>PwC 2018 Global Investor Survey, กระจกไร้เงา, การลงทุน, ความเสี่ยงต่อองค์กร, ธุรกิจยุคดิจิทัล, บริษัท PwC ประเทศไทย, ภัยไซเบอร์, ระบบรักษาความปลอดภัย, รุ่งนภา สารพิน, วิไลพร ทวีลาภพันทอง, สมาคมนักวิเคราะห์การลงทุน, เทคโนโลยีใหม่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180114/5a5b68b2a156d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
