<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>23702</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/12/2018 10:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/12/2018 10:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เมล็ดพันธุ์ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์คุณภาพ พร้อมสนับสนุนเกษตรกรในโครงการปลูกข้าวโพดหลังนา 2561</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ริเริ่มปฏิรูปการบริหารจัดการภาคการเกษตรของไทย ด้วยการวางแผนการผลิตทางการเกษตรของประเทศ เพื่อสนองนโยบายการตลาดนำการผลิตของรัฐบาล โดยเริ่มจากการจัดทำโครงการสานพลังประชารัฐเพื่อสนับสนุนการปลูกข้าวโพดหลังฤดูการทำนา 2561&amp;nbsp; เริ่มดำเนินการตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2561 ที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;นายสำราญ สาราบรรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เปิดเผยว่า ในการขับเคลื่อนโครงการสานพลังประชารัฐเพื่อสนับสนุนการปลูกข้าวโพดหลังฤดูการทำนา 2561 นั้น จะมีการบูรณาการร่วมกันจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง นับเป็นมิติใหม่ของการทำงานภาคการเกษตรที่ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีส่วนร่วมทำงานในระดับพื้นที่ มีเกษตรกรเป็นศูนย์กลาง เป็นการปรับสมดุลปริมาณการผลิตการตลาดของข้าวและข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ส่งเสริมให้เกษตรกรมีรายได้ที่มั่นคง ยั่งยืน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ทั้งนี้การที่เกษตรกรจะมีรายได้ที่มั่นคง จำเป็นต้องทำการเกษตรอย่างมีคุณภาพ ตั้งแต่เริ่มต้นทาง โดยเฉพาะการใช้เมล็ดพันธ์ดีมีคุณภาพในการเพาะปลูก ตามที่ ดร.บุญญานาถ นาถวงษ์&amp;nbsp; อุปนายกสมาคมการค้าเมล็ดพันธุ์ไทย&amp;nbsp; ให้ข้อมูลว่า การผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์มีความสามารถเพียงพอที่จะผลิตได้ใกล้เคียงตามความต้องการของตลาด และเมล็ดพันธุ์ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ของไทย ถือเป็นอันดับหนึ่งของเอเชีย &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;มี พรบ. พันธุ์พืชเป็นตัวกำกับมาตรฐานในการผลิตเมล็ดพันธุ์ ทำให้เป็นที่ยอมรับจากประเทศคู่ค้า เมล็ดพันธุ์ที่เกษตรกรใช้อยู่ จึงมีคุณภาพเทียบเท่ากับการส่งออก หากเกษตรกรใช้เมล็ดพันธุ์ที่ไม่มีคุณภาพ ซื้อตามรถเร่ เห็นแก่เพียงเมล็ดพันธุ์ราคาถูก ปลูกไปแล้วไม่ขึ้น ก็ไม่สามารถตามพ่อค้ารายนั้นกลับมาช่วยเหลือได้ จึงอยากให้เกษตรกรหันมาใช้เมล็ดพันธุ์ที่มีคุณภาพ แม้ว่าจะมีราคา 600-800 บาท ในขณะที่รถเร่อาจขายเมล็ดพันธุ์ในราคา 300 บาท/กิโลกรัม แต่ผลผลิตที่ได้มามีความแตกต่าง ซึ่งผลผลิตจากเมล็ดพันธุ์ที่มีคุณภาพ จะได้ปริมาณอยู่ที่ 1 &amp;ndash; 1.2 ตัน/ไร่ ขณะที่เมล็ดพันธุ์ด้อยคุณภาพ จะได้ 600 -700 กิโลกรัม/ไร่ ทั้งที่เกษตรกรต้องใช้วิธีการดูแลเฉกเช่นเดียวกัน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;สำหรับการสำรวจความต้องการเข้าร่วมโครงการฯ มีเกษตรกรสนใจโครงการฯ กว่า 117,062 ราย จำนวน 1,019477.75 ไร่ และขณะนี้มีเกษตรกรสมัครเข้าร่วมโครงการสานพลังประชารัฐเพื่อสนับสนุนการปลูกข้าวโพดหลังฤดูทำนาแล้ว&amp;nbsp; 87,606 ราย จำนวน 755,990.25 ไร่ คิดเป็นร้อยละ 26.82% จากพื้นที่แปลงที่เกษตรกรสนใจเข้าร่วมโครงการฯ (ข้อมูล ณ วันที่ 5 ธ.ค. 61) พร้อมกันนี้ได้มอบหมายให้แต่ละพื้นที่เตรียมจัดงานสาธิตการปลูกข้าวโพดหลังนา เพื่อถ่ายทอดความรู้แก่เกษตรกรได้เรียนรู้วิธีการปลูกตามสภาพพื้นที่ของตนเองต่อไป นายสำราญ กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/23702</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมส่งเสริมการเกษตร, นายสำราญ สาราบรรณ์, ปลูกข้าวโพดหลังนา 2561, ภาคการเกษตร, สานพลังประชารัฐ, เมล็ดพันธุ์ข้าวโพด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181207/image_big_5c09e0fbc66a1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>16639</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/09/2018 12:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/09/2018 12:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชวนเที่ยวงาน&#039;เกษตรสร้างชาติ&#039;วันสุดท้าย  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;02 ก.ย.2561 - นายกฤษฎา &amp;nbsp;บุญราช &amp;nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า การสร้างอนาคตประเทศไทย เราจำเป็นต้องสร้างรากฐานที่แข็งแรงของภาคการเกษตร ซึ่งเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศ จนถึงวันนี้ทุกอย่าง ค่อยๆ ปรับเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้น และได้รับความเชื่อมั่นจากต่างชาติมากขึ้น ซึ่งประเทศกำลังเดินหน้าอย่างต่อเนื่อง รัฐบาลมุ่งเสริมสร้างให้เกิดรากฐานที่ดี เพื่อเดินไปสู่เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกฤษฎากล่าวว่า ปัจจุบันเรามีกลุ่มเกษตรกรที่เข้มแข็ง ได้แก่ Smart Farmer 1,056,026 ราย มีเกษตรกรรุ่นใหม่ Young Smart Farmer ที่ได้รับการพัฒนาศักยภาพแล้วกว่า 7,598 ราย มีอาสาสมัครเกษตรหมู่บ้าน (อกม.) ที่คอยสนับสนุนงานทั่วประเทศ 75,138 ราย กลุ่มแม่บ้านเกษตรกร 19,151 กลุ่ม สมาชิก 479,822 ราย สมาชิก กลุ่มยุวเกษตรกรรวมทั้งประเทศ 165,216 ราย นอกจากนี้ ยังมีศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร หรือ ศพก.ที่มีเกษตรกรต้นแบบ 882 ราย สมาชิกแปลงใหญ่ จำนวน 3,899 กลุ่ม ซึ่งทั้งหมดเป็นผลมาจากการพัฒนางานส่งเสริมการเกษตรกว่า 50 ปี ถือเป็นความสำเร็จที่เกิดขึ้น ในการสร้างเกษตรกรให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายสมชาย &amp;nbsp;ชาญณรงค์กุล อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมส่งเสริมการเกษตรร่วมกับกรุงเทพมหานคร จัดงานเกษตรสร้างชาติ ขึ้นระหว่างวันที่ 30 ส.ค. &amp;ndash; 2 ก.ย.เป็นอีกงานที่มีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก เชื่อมโยงกับเศรษฐกิจมหภาครวมทั้งการสร้างงาน สร้างรายได้ สร้างอาชีพ ให้กับพี่น้องเกษตรกร โดยการส่งเสริมให้เกษตรกรพัฒนายกระดับสินค้าเกษตร และเข้าสู่การแข่งขันในตลาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ จากตลาดท้องถิ่น ตลาดภูมิภาค สู่ตลาดต่างประเทศ และตลาดออนไลน์ ให้คนเมืองได้เห็น อย่างเป็นรูปธรรม และเปิดโอกาสในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างกัน ทั้งเกษตรผู้ผลิตและผู้บริโภค จึงขอเชิญชวนพี่น้องประชาชน ผู้ประกอบการ นักธุรกิจ และผู้ที่สนใจ เข้าเยี่ยมชมงาน ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนภาคการเกษตร และทำความเข้าใจว่าเกษตรสร้างชาติได้อย่างไร ห้ามพลาดเด็ดขาด เพราะวันนี้เป็นวันสุดท้าย
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/16639</URL_LINK>
                <HASHTAG>กฤษฎา  บุญราช, งานเกษตรสร้างชาติ, ประเทศไทย, ภาคการเกษตร, รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180902/image_big_5b8b712aeefd7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
