<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>87751</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/12/2020 08:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/12/2020 08:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ข่าวดี!ท่ามกลางพายุโควิด’หมอนิธิพัฒน์’เผยผู้ป่วยรายแรกระบาดรอบใหม่อาการดีขึ้นแล้ว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 ธ.ค.2563 - รศ.นพ.นิธิพัฒน์ เจียรกุล หัวหน้าสาขาวิชาโรคระบบการหายใจและวัณโรค ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล โพสต์เฟซบุ๊กพร้อมรูปเอกซเรย์ปอด ว่าน่าดีใจที่ผู้ป่วยปอดอักเสบรายแรกของการระบาดรอบนี้อาการดีขึ้นจนหยุดการรักษาด้วยออกซิเจนได้ เอกซเรย์ปอดก็ดีขึ้น (ปกติถ้าผู้ป่วยปอดอักเสบอาการดีขึ้นเราจะไม่เอกซเรย์ซ้ำ กรณีนี้เพื่อการบริหารจัดการสถานการณ์พิเศษ) แสดงว่าแนวทางการรักษาล่าสุดที่กำหนดให้ใช้ favipiravir+ lopinavir/ritronavir+ dexamethasone ได้ผลดีเช่นรายนี้ วันนี้มีผู้ป่วยคล้ายกันนี้เพิ่มขึ้นที่ต่างจังหวัด (ดังรูป) และชายขอบกรุงเทพรวมอย่างน้อย 3 ราย แต่อาการยังไม่รุนแรงเท่า คาดว่าผลการรักษาจะเป็นไปในทิศทางเดียวกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการตรวจเชิงรุกในกลุ่มเสี่ยงในพื้นที่เริ่มพบผลบวกเป็นสัดส่วนลดลง แต่ก็ยังเดินหน้าตรวจในวงกว้างเพื่อให้มั่นใจว่าเอาอยู่ ส่วนการตรวจเชิงรุกในกลุ่มเสี่ยงนอกพื้นที่น่าจะพบผลบวกน้อยมาก ส่วนคนที่รู้ตัวว่าเสี่ยงทั้งมีอาการและไม่มีอาการก็พร้อมใจเข้ารับการตรวจกันอย่างพร้อมหน้าจนน่าชื่นใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ช่วงนี้คนที่ผ่านเข้าสมุทรสาครชั่วคราวและไม่ได้ไปพื้นที่เสี่ยงถือว่าความเสี่ยงต่ำ แนะนำให้กักตัวสังเกตอาการที่บ้าน แต่ถ้ามีอาการคล้ายไข้หวัด จมูกไม่รับกลิ่น ลิ้นไม่รับรส ให้รีบปรึกษาแพทย์ ส่วนบุคลากรทางการแพทย์ให้ปฏิบัติตามข้อกำหนดของหน่วยงาน สำหรับคนสมุทรสาครที่มีนัดตรวจติดตามโรคเรื้อรังในโรงพยาบาลนอกพื้นที่ ตอนนี้แต่ละโรงพยาบาลกำลังติดต่อท่านไปเพื่อสอบถามอาการและเลื่อนการนัดหมาย ที่อาจจะลำบากหน่อยคือคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในพื้นที่ที่มีโรคเรื้อรังหรือเจ็บป่วยเฉียบพลัน อาจไม่ได้รับความสะดวกสบายจากโรงพยาบาลในพื้นที่เช่นเดิมนักเพราะต้องมีการจัดสรรทรัพยากรส่วนหนึ่งไปจัดการปัญหาโควิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังเร่งมือจัดตั้งโรงพยาบาลสนามในพื้นที่เสี่ยงของสมุทรสาคร เพื่อให้การดูแลรักษาแรงงานต่างชาติทั้งเรื่องโควิดและการเจ็บป่วยอื่น เพื่อให้คนกลุ่มนี้มีสุขภาพดีและไม่แพร่เชื้อให้คนใกล้ชิด ในระยะแรกคงใช้บุคลากรจากส่วนกลางที่รับผิดชอบโดยตรงไปดำเนินการผลัดแรกก่อน แล้วคงต้องระดมอาสาสมัครแพทย์และพยาบาลจากภาครัฐและภาคเอกชนไปหมุนเวียนสับเปลี่ยนไม่ให้เหนื่อยล้าและเสี่ยงต่อการได้รับเชื้อเสียเอง ใครที่สนใจรอฟังประกาศเชิญชวนได้ในเร็ววันนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศึกครั้งนี้ต้องจบโดยให้เจ็บน้อยที่สุดด้วยความร่วมมือร่วมใจของทุกคนและทุกภาคส่วน
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/87751</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล, ภาควิชาอายุรศาสตร์, มหาวิทยาลัยมหิดล, รศ.นพ.นิธิพัฒน์ เจียรกุล, หัวหน้าสาขาวิชาโรคระบบการหายใจและวัณโรค, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201223/image_big_5fe29f7d41d45.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>18885</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/10/2018 08:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/10/2018 08:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หมอจุฬาแฉอีกกลยุทธ์ระยำ!การจัดสารพิษอยู่ในมือกลุ่มผลประโยชน์จากสารพิษทั้งสิ้น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 ต.ค.61- -ศาสตราจารย์ นายแพทย์ ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา ศาสตราจารย์สาขาประสาทวิทยา ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Thiravat Hemachudha ต่อเนื่องในประเด็นสารพิษในพืชผัก ที่กระทรวงสาธารณสุขยืนยันว่าปลอดภัย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุดเข้าโพสต์ว่า เราจะเอาพวกมันอีกหรือ??&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เปิดเผยความจริงเบื้องหลังที่มีคนของกระทรวงสาธารณสุข และกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ออกมาพูดว่าพืชผักผลไม้มีสารพิษปะปนอยู่ไม่อันตรายและล้างออกได้ซึ่งไม่เป็นความจริง และนอกจากนั้นยังกล่าวอ้างว่าระดับสารพิษที่ปะปนนั้นปริมาณน้อยนิดตามค่ามาตรฐานที่ได้ตั้งขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และที่สำคัญคือผู้ที่มาจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ไม่บอกความจริงกับประชาชนว่าที่กล่าวถ้อยแถลงว่ามีสารพิษเปื้อนอยู่เพียง 10% ของตัวอย่างตรวจ ความจริงแล้วตัวเองไม่ได้ตรวจสารพาราควอท ไกลโฟเสท และความสามารถในการตรวจสารพิษฆ่าแมลงซึ่งมีอยู่สี่กลุ่มด้วยกันและในประเทศไทยให้ขึ้นทะเบียน 280 ชนิดสามารถตรวจได้เพียง 28 ชนิดและจะกล่าวได้อย่างไรว่าพืชผักผลไม้ไม่มีสารพิษเหล่านี้ และอีก 200 กว่าชนิดที่ตรวจไม่ได้ทำไมไม่บอกประชาชนให้ทราบ และต้องกล่าวย้ำที่ล้างออกนั้นล้างออกได้เฉพาะที่ติดที่เปลือกหรือที่ผิวแต่สารพิษแต่ละชนิดมีความสามารถซึมเข้าไปในเนื้อเยี่อ และวิธีการล้างในแต่ละแบบเช่นน้ำไหลน้ำเกือด่างทับทิมโซดาไฟเป็นต้นจะได้ผลไม่เท่ากัน ในสารพิษแต่ละชนิดและนอกจากนั้นที่ว่าได้ผลนั้นไม่ได้ผลเกิน 50 หรือ 70% ด้วยซ้ำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อสืบสาวราวเรื่องไปแล้วจะพบว่า การแถลงของคนในกระทรวงสาธารณสุขและกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ร่วมกับกระทรวงเกษตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นี่เป็นอีก กลยุทธ์ระยำอีกหนึ่งที่พยายามที่จะทำให้มีการใช้สารพิษต่อเนื่องไปอีก โดยทุกอย่างยังคงอยู่ในกำมือของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์และกระทรวงอุตสากรรมซึ่งทำงานร่วมกับบริษัทสารพิษมาตลอด 30 40 ปี และทำลายความน่าเชื่อถือของกระทรวงสาธารณสุขลงไปอีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ ร่วมกับกรรมการวัตถุอันตรายซึ่งอาศัยพระราชบัญญัติวัตถุอันตรายโดยคนเหล่านี้ต่างก็มาจากบริษัทนำเข้าบริษัทจำหน่ายหน่วยราชการกระทรวงทบวงกรมที่เกี่ยวข้องและสนับสนุนให้ใช้สารพิษเหล่านี้ฆ่าประชาชนคนไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จะเห็นว่าในกรรมการมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ ในหัวข้อปริมาณสารพิษตกค้าง:มีเฉพาะหน่วยงานราชการ และสมาคมสารพิษ 2 สมาคมลำดับ 11-12 &amp;nbsp;ส่วนลำดับ 10 คือ ซีพี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้ทรงคุณวุฒิ 2 คน (ลำดับ 13 เป็นกรรมการวัตถุอันตราย และ ลำดับที่ 14 เป็นอนุกรรมการเฉพาะกิจ พิจารณาพาราควอต คลอร์ไพริฟอส และไกลโฟเซต) เป็นกรรมการและอนุฯที่สนับสนุนให้มีการใช้สาพิษ 3 ชนิดต่อ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มติของสมัชชาสุขภาพครั้งที่ 5 ปี 2555 ประชาชนเคยเรียกร้องให้องค์กรผู้บริโภค และภาคสังคมมีส่วนร่วมในการกำหนดค่า MRL นอกจากกลุ่มสมาคมค้าสารพิษแต่ไม่ได้รับการยอมรับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มติสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ครั้งที่ 5 พ.ศ. 2555&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มติ 5.5 ความปลอดภัยทางอาหาร: การแก้ไขปัญหาจากสารเคมีกำจัดศัตรูพืช ข้อ 1.2 ร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข โดยการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในการกำหนดค่าปริมาณสารพิษตกค้างสูงสุด (Maximum Residue Limit: MRL) ตามมาตรฐานสากล และส่งเสริมความรู้แก่สังคมเพื่อปกป้องสุขภาวะประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และในข้อ 2 ข้อ 2 ขอให้กระทรวงอุตสาหกรรมในฐานะเลขานุการของคณะกรรมการวัตถุอันตราย ดำเนินการปรับปรุงประกาศกฎเกณฑ์การคัดเลือกกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิตาม พ.ร.บ.วัตถุอันตราย โดยให้องค์กรสาธารณะประโยชน์ เป็นผู้คัดเลือกตัวแทนของตนแต่ละสาขาเพื่อให้ได้ตัวแทนที่แท้จริงตามเจตนารมณ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ความพยายามที่จะสร้างความปลอดภัยให้กับคนไทยไม่สำเร็จ!!!!!!&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การจัดสารพิษกำจัดศัตรูพืชและการกำหนดความปลอดภัยในผัก ผลไม้ สินค้าเกษตร จึงอยู่ในหน่วยงานของราชการและกลุ่มผลประโยชน์จากสารพิษทั้งสิ้น.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/18885</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะแพทยศาสตร์จุฬา, พืชผัก, ภาควิชาอายุรศาสตร์, ศ.นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา, สารเคมีอันตราย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181002/image_big_5bb2ca39d25f1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
