<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>19820</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/10/2018 10:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/10/2018 10:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“ออมสิน” ชี้เกณฑ์คุมสินเชื่อบ้านธปท.กระทบอสังหาฯ-รับเหมาสะดุดทั้งระบบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ออมสิน&amp;rdquo; ชี้มาตรการเบรกแบงก์ปล่อยสินเชื่อบ้านหลังสอง ดีกับสถาบันการเงิน แต่กระทบภาคอสังหาริมทรัพย์&amp;mdash;รับเหมา-เฟอร์นิเจอร์-ผู้บริโภคสะดุดทั้งระบบ แนะผ่อนปรนใช้กับบ้านหลังที่สามขึ้นไป พร้อมเลื่อนเวลาบังคับใช้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายชาติชาย พยุหนาวีชัย ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า การปรับปรุงเกณฑ์การกำกับดูแลสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เชื่อว่าจะส่งผลดีต่อระบบธนาคาร ที่จะระมัดระวังในการปล่อยสินเชื่อที่อยู่อาศัยมากขึ้น เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการเก็งกำไร และไม่ให้เกิดปริมาณที่อยู่อาศัยในตลาดสูงกว่าความต้องการ (Over Supply) และคาดว่าผลกระทบจากมาตรการจะส่งผลให้ธนาคารจะมีแนวโน้มการปล่อยสินเชื่อที่อยู่อาศัยลดลง ไม่ได้มีการแข่งขันกันให้สินเชื่อสูงมากอย่างในช่วงที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ดี แม้ว่ามาตรการจะส่งผลดีต่อธนาคาร แต่ก็อยากให้ ธปท.พิจารณาให้รอบคอบว่ามาตรการมีผลดีผลเสียอย่างไร โดยเฉพาะการรับฟังความคิดเห็นจากผู้ที่เกี่ยวข้อง ทั้งธนาคารพาณิชย์ ผู้ประกอบการและผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ รวมทั้งผู้บริโภค เนื่องจากจะได้รับผลกระทบทั้งหมด และอาจทำให้ภาพรวมธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ต้องสะดุด ทำให้ความต้องการซื้อตกลง และที่สำคัญกระทบธุรกิจต่อเนื่อง อสังหาริมทรัพย์หลายกลุ่ม เช่น ธุรกิจรับเหมา ก่อสร้าง เฟอร์นิเจอร์ มีการจ้างงานน้อยลงและมีปัญหาทั้งระบบเศรษฐกิจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;อยากให้ ธปท. ดูเหตุผลของทุกฝ่าย แม้ว่าธนาคารจะรับประโยชน์จากมาตรการ เพราะความเสี่ยงในการปล่อยกู้ลดลงลดลง แต่ผู้ประกอบการได้รับผลกระทบ ในส่วนของสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ ทั้งธนาคารออมสินเอง และธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) น่าจะมีข้อเสนอคล้ายกัน คือ บังคับใช้เกณฑ์ตั้งแต่บ้านสัญญาหลังที่ 3 ขึ้นไป รวมทั้ง ให้เลื่อนกำหนดเวลาใช้จากเดิมในวันที่ 1 ม.ค.2562 นี้ออกไปก่อน&amp;rdquo; นายชาติชาย กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายชาติชาย กล่าวอีกว่า ปัจจุบันธนาคารออมสินมีสัดส่วนการให้สินเชื่อที่อยู่อาศัย เฉลี่ยรายละไม่เกิน 2 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 70-80 ของสินเชื่อที่อยู่อาศัยทั้งหมด จึงไม่น่าจะได้รับผลกระทบจากมาตรการ และเชื่อว่าผู้ที่มากู้สินเชื่อที่อยู่อาศัยกับธนาคารเฉพาะกิจของรัฐ จะเป็นการกู้เพื่ออยู่อาศัยเอง ไม่ใช่การเก็งกำไร โดยเฉพาะที่อยู่อาศัยประเภทบ้านเดี่ยว ในส่วนของคอนโดมิเนียมในเขตเมืองจะมีทั้งที่ซื้อเพื่ออยู่อาศัยเอง และอาจจะซื้อเพื่อลงทุนอยู่บ้างเล็กน้อย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ดี เห็นด้วยกับการใช้เกณฑ์สินเชื่อบ้าน ของธปท. เพราะเชื่อว่า ธปท.อยากดูแลธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ไม่ให้เกิดปัญหาฟองสบู่ ขณะที่ในด้านสินเชื่อ ก็ไม่อยากให้เกิดปัญหาหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) เพิ่มมากขึ้น ซึ่งปัจจุบัน สถาบันการเงินมีการปล่อยสินเชื่ออาศัยตามมูลค่าหลักประกัน (LTV limit) ที่ 90-95% โดยธปท.มองว่าสูงเกินไป จึงปรับให้เหลือ 80% โดยอยู่ระหว่างรับฟังความคิดเห็นว่าระดับดังกล่าวเหมาะสมหรือไม่ รวมทั้งเกณฑ์การนับสินเชื่อ top-up ที่ใช้หลักประกันเดียวกันในการยื่นกู้ ซึ่งจากเดิมมีการให้วงเงินเพิ่ม 5-10% จากหลักประกันมีความเหมาะสมหรือไม่
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/19820</URL_LINK>
                <HASHTAG>คุมสินเชื่อบ้านหลังที่ 2, ชาติชาย พยุหนาวีชัย, ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.), ธุรกิจรับเหมาพัง, ธุรกิจเฟอร์นิเจอร์, ภาคอสังหาริมทรัพย์, ออมสินเตือน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180531/image_big_5b0fff05b1d8b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
