<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>117374</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/09/2021 11:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/09/2021 11:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทำใจ อสังหาฯภาคอีสาน กว่าจะฟื้นต้องรอครึ่งหลังปี 2565</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 ก.ย. 2564 ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ เปิดเผยผลสำรวจภาพรวมตลาดที่อยู่อาศัยของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ พบว่า ภาพรวมตลาดมีการชะลอตัวอย่างมากในด้านอุปทานของหน่วยเปิดขายใหม่ ซึ่งจำนวนหน่วยลดลงร้อยละ -24.4 และมูลค่าลดลง -20.6 โดยพบว่าไม่มีโครงการอาคารชุดเปิดขายใหม่เลย แสดงให้เห็นว่าผู้ประกอบการมีการชะลอตัวในการพัฒนาโครงการใหม่อาคารชุดอย่างชัดเจน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่จังหวัดมหาสารคาม นครราชสีมา อุบลราชธานี และจังหวัดขอนแก่น ตามลำดับ ส่วนในจังหวัดอุดรธานี มีการพัฒนาโครงการใหม่เพิ่มขึ้นมากถึงร้อยละ 218.2 โดยเป็นการพัฒนาโครงการบ้านจัดสรรทั้งหมด เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในส่วนของภาพรวมอุปสงค์ของหน่วยขายได้ใหม่พบว่า ทั้งจำนวนหน่วยและมูลค่าลดลงประมาณร้อยละ -24.9 และ -30.3 ตามลำดับ &amp;nbsp;และหากพิจารณาอัตราดูดซับอาคารชุดพบว่า มีการปรับตัวสูงขึ้น โดยเป็นผลจากการที่มีหน่วยเปิดขายใหม่ลดลง ไม่ใช่เป็นผลมาจากหน่วยขายได้ใหม่เพิ่มขึ้น หากมองภาพรวมทั้งปี 2564 คาดว่าจะมีหน่วยที่อยู่อาศัยเปิดขายใหม่เข้าสู่ตลาดประมาณ 3,597 หน่วย มีหน่วยรอการขายสะสมประมาณ 12,487 หน่วย และในปี 2565 คาดว่า หากมีการกระจายวัคซีนได้ทั่วถึงจะทำให้สถานการณ์ที่อยู่อาศัยปรับตัวดีขึ้น และจะส่งผลให้มีหน่วยที่อยู่อาศัยเปิดขายใหม่เข้าสู่ตลาดไม่น้อยกว่า 4,022 หน่วย และจะส่งผลให้มีหน่วยเหลือขายสะสมอยู่ในตลาดโดยมีจำนวนหน่วยประมาณ 12,619 หน่วย หรือ เพิ่มขึ้นร้อยละ 1.1 เมื่อเทียบกับปี 2564&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวิชัย วิรัตกพันธ์ ผู้ตรวจการธนาคารอาคารสงเคราะห์ และรักษาการผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ (REIC) กล่าวว่า จากการที่ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ได้จัดเก็บข้อมูลความเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้นกับการลงทุนพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยในช่วงครึ่งแรกของปี 2564 ด้วยการสำรวจภาคสนาม ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ประเทศไทยยังคงประสบกับการแพร่ระบาดของ COVID-19 ระลอก 3 และ 4 ได้พบความเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนของอุปทานที่อยู่อาศัยหน่วยเปิดขายใหม่ที่เข้าสู่ตลาดในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งพื้นที่สำรวจประกอบด้วยจังกวัดขอนแก่น นครราชสีมา อุบลราชธานี อุดรธานี และมหาสารคาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยในช่วงครึ่งแรกของปี 2564 มีโครงการที่อยู่อาศัยใหม่เข้าสู่ตลาดน้อย โดยมีเพียง 1,583 หน่วย หรือ ลดลงร้อยละ -24.4 และมีมูลค่ารวม 4,861 ล้านบาท หรือ ลดลงร้อยละ -20.6 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน ส่งผลให้อุปทานที่อยู่อาศัยทั้งหมดที่มีการขายในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีจำนวนรวม 13,701 หน่วย หรือ ลดลงร้อยละ -11.1 และมีมูลค่ารวม &amp;nbsp;47,000 &amp;nbsp;ล้านบาท หรือ ลดลงร้อยละ -12.9 โดยมีหน่วยขายได้ใหม่ลดลงทั้งจำนวนหน่วยและมูลค่า โดยมีจำนวนหน่วยประมาณ 2,141 หน่วย หรือ ลดลงร้อยละ -24.9 และมีมูลค่า 6,474 ล้านบาท หรือ ลดลงร้อยละ -30.3 ส่งผลให้มีหน่วยเหลือขายอยู่ในตลาดประมาณ 11,560 หน่วย และมีมูลค่ารวมประมาณ 40,526 ล้านบาท ซึ่งลดลงทั้งจำนวนหน่วยและมูลค่า โดยจำนวนหน่วยลดลงร้อยละ -8.0 และมูลค่าลดลงร้อยละ -9.3 ตามลำดับ ในจำนวนดังกล่าวเป็นการลดลงของหน่วยอาคารชุดเหลือขายร้อยละ -16.2 ขณะที่หน่วยบ้านจัดสรรเหลือขายลดลงร้อยละ -5.8 ทั้งนี้เป็นผลมาจากการที่ผู้ประกอบการปรับตัวโดยลดจำนวนของการพัฒนาโครงการอาคารชุดเปิดตัวใหม่ลง แต่ปรับกลยุทธ์ทางธุรกิจไปพัฒนาโครงการบ้านจัดสรรเข้ามาสู่ตลาดมากเพิ่มขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อพิจารณาลงรายละเอียด พบการชะลอตัวของการเปิดขายใหม่ในพื้นที่จังหวัดมหาสารคาม นครราชสีมา อุบลราชธานี และจังหวัดขอนแก่น โดยมีจำนวนหน่วยลดลงร้อยละ -61.1 ร้อยละ -46.4 ร้อยละ -44.2 และร้อยละ -28.9ตามลำดับ ส่วนในจังหวัดอุดรธานี มีหน่วยเปิดขายใหม่เพิ่มขึ้น ร้อยละ 218.2 ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นของการพัฒนาโครงการบ้านจัดสรรทั้งหมด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ได้ประมาณการที่อยู่อาศัยเปิดขายใหม่จะเข้าสู่ตลาดในปี 2564 จำนวนประมาณ 3,597 หน่วย มูลค่ารวมประมาณ 10,847 ล้านบาท ประกอบด้วยโครงการบ้านจัดสรรประมาณ 3,317 หน่วย มูลค่ารวมประมาณ 10,354 ล้านบาท โครงการอาคารชุดประมาณ 280 หน่วย มูลค่ารวมประมาณ &amp;nbsp;493 ล้านบาท โดยในช่วงครึ่งหลังปี 2564 อัตราการขยายตัวของหน่วยโครงการที่อยู่อาศัยเปิดขายใหม่จะมีอัตราการเพิ่มขึ้นมากกว่าช่วงครึ่งปีแรก โดยคาดว่าจะเพิ่มขึ้นประมาณร้อยละ 54.2 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่มูลค่าเพิ่มขึ้นประมาณร้อยละ 43.9 &amp;nbsp;เชื่อมั่นว่าสถานการณ์ของหน่วยเปิดขายใหม่ของพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือจะปรับตัวดีขึ้นกว่าครึ่งแรกของปี 2564&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับแนวโน้มปี 2565 ศูนย์ข้อมูลฯ คาดว่าจะมีที่อยู่อาศัยเปิดขายใหม่จะเข้าสู่ตลาดภาคตะวันออกเฉียงเหนือจำนวนประมาณ 4,022 หน่วย มูลค่ารวมประมาณ 11,847 ล้านบาท ประกอบด้วย โครงการบ้านจัดสรรประมาณ 3,205 หน่วย มูลค่ารวมประมาณ 10,228 ล้านบาท และ โครงการอาคารชุดประมาณ 817 หน่วย มูลค่ารวมประมาณ 1,619ล้านบาท โดยคาดว่าในช่วงครึ่งแรกปี 2565 อัตราการขยายตัวของหน่วยโครงการที่อยู่อาศัยเปิดขายใหม่จะเพิ่มขึ้นจากช่วงครึ่งปีแรกของปี 2564 ถึงร้อยละ 22.0 และคาดว่าจะขยายตัวเพิ่มขึ้นอีกร้อยละ 3.8 ในช่วงครึ่งหลังของปี 2565 ในขณะที่มูลค่าในครึ่งแรกของปี 2565 จะเพิ่มขึ้นประมาณร้อยละ 19.7 และเริ่มชะลอการขยายตัวในช่วงครึ่งหลังปี 2565&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในส่วนของหน่วยขายได้ใหม่ ศูนย์ข้อมูลฯ คาดการณ์ว่า ในปี 2564 &amp;nbsp;ตลาดที่อยู่อาศัยในภาคตะวันออกเฉียงเหนือจะมีหน่วยขายได้ใหม่จำนวนประมาณ 4,308 หน่วย มูลค่ารวมประมาณ 13,305 ล้านบาท ประกอบด้วยโครงการบ้านจัดสรรประมาณ 3,308 หน่วย มูลค่ารวมประมาณ 10,961 ล้านบาท โครงการอาคารชุดประมาณ 1,000 หน่วย มูลค่ารวมประมาณ 2,344 ล้านบาท โดยคาดว่าในช่วงครึ่งหลังปี 2564 จะมีหน่วยขายได้ใหม่มากกว่าครึ่งปีแรก หรือมีอัตราขยายตัวเพิ่มขึ้นอยู่ที่ประมาณร้อยละ 90.9 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีมูลค่าเพิ่มขึ้นประมาณร้อยละ 90.6 และในปี 2565 คาดการณ์ว่าจะมีหน่วยขายได้ใหม่จำนวนประมาณ 4,243 หน่วย มูลค่ารวม 13,511 ล้านบาท ประกอบด้วยโครงการบ้านจัดสรรประมาณ 3,227 หน่วย มูลค่ารวมประมาณ 10,977 ล้านบาท และโครงการอาคารชุดประมาณ 1,016 หน่วย มูลค่ารวมประมาณ 2,534 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยคาดว่าในช่วงครึ่งแรกปี 2565 ตลาดที่อยู่อาศัยในภาคตะวันออกเฉียงเหนือจะมียอดขายลดลงเมื่อเทียบกับครึ่งแรกของปี 2564 ร้อยละ -2.9 และคาดว่าจะลดลงอีกร้อยละ -0.1 ในช่วงครึ่งหลังของปี 2565 เนื่องจากในปี 2564 คาดว่าสถานการณ์ยอดขายจะปรับตัวดีขึ้นอย่างมาก จึงทำให้ในปี 2565 อาจจะมียอดขายชะลอตัวลงมาเล็กน้อย &amp;nbsp;ในขณะที่มูลค่าในครึ่งแรกของปี 2565 จะเพิ่มขึ้นประมาณร้อยละ 2.2 และขยายตัวเพิ่มขึ้นอีกร้อยละ 1.0 ในช่วงครึ่งหลังปี 2565 &amp;nbsp;โดยเป็นผลมาจากการคาดการณ์ภายใต้สถานการณ์ที่ประเทศไทยสามารถกระจายวัคซีนได้ทั่วถึง ทำให้เกิดภูมิคุ้มกันหมู่เกิดขึ้นในระดับที่สูงกว่าปี 2564 และคาดการณ์เศรษฐกิจไทยในปี 2565 จะขยายตัวประมาณร้อยละ 4.0&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ หากพิจารณาในส่วนของหน่วยเหลือขาย ศูนย์ข้อมูลฯ คาดการณ์ว่า ในครึ่งหลังปี 2564 จะมีหน่วยเหลือขายในตลาดภาคตะวันออกเฉียงเหนือจำนวนประมาณ 12,487 หน่วย มูลค่ารวมประมาณ 43,085 ล้านบาท ประกอบด้วยโครงการบ้านจัดสรรประมาณ 10,003 หน่วย มูลค่ารวมประมาณ 36,859 ล้านบาท โครงการอาคารชุดประมาณ 2,484 หน่วย มูลค่ารวมประมาณ 6,226 ล้านบาท และในปี 2565 คาดการณ์ว่าจะมีหน่วยเหลือขายในตลาดจำนวนประมาณ 12,619 หน่วย มูลค่ารวมประมาณ 43,080 ล้านบาท ประกอบด้วยโครงการบ้านจัดสรรประมาณ 9,950 หน่วย มูลค่ารวมประมาณ 36,366 ล้านบาท และโครงการอาคารชุดประมาณ 2,669 หน่วย มูลค่ารวมประมาณ 6,714 ล้านบาท โดยอัตราดูดซับจะเริ่มทรงตัวตั้งแต่ช่วงครึ่งหลังของปี 2564 เป็นต้นไป เนื่องจากผู้ประกอบการจะเริ่มเติมหน่วยเปิดขายใหม่เข้ามาสู่ตลาดเพิ่มขึ้น แต่อย่างไรก็ดีศูนย์ข้อมูลคาดว่าจะเห็นสัญญาณที่ฟื้นตัวของตลาดที่อยู่อาศัยในภาคตะวันออกเฉียงเหนืออย่างชัดเจนมากขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปี 2565 เป็นต้นไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117374</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์, ภาคอีสาน, ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210705/image_big_60e2c7f1d4048.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>111889</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/08/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/08/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ติดเชื้อใหม่ทะลุซํ้า1.8หมื่น!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ไทยติดเชื้อทะลุ 1.8 หมื่นรายสองวันติด คร่าเพิ่ม 133 ราย เสียชีวิตที่บ้าน 3 ราย กทม.ยังครองแชมป์โควิดสูงสุดเฉียด 3 พัน &amp;quot;สมุทรสาคร-สมุทรปราการ-ชลบุรี&amp;quot; ยังหนักพุ่งเกินพันราย ขณะที่ภาคอีสานหลายจังหวัดวิกฤติป่วยนิวไฮรายวัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. รายงานสถานการณ์ประจำวันว่า พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 18,027 ราย เป็นการติดเชื้อในประเทศ 17,651 ราย มาจากระบบเฝ้าระวังและระบบบริการ 15,147 ราย, มาจากการค้นหาเชิงรุก 2,514 ราย, &amp;nbsp;มาจากเรือนจำ 374 ราย, เป็นผู้เดินทางมาจากต่างประเทศ 2 ราย, มาจากสหรัฐอเมริกา เป็นสัญชาติออสเตรเลีย 1 ราย และสหราชอาณาจักร 1 ราย ทำให้ยอดผู้ติดเชื้อสะสม 615,314 ราย หายป่วยเพิ่มเติม 13,402 ราย หายป่วยสะสม 405,322 ราย อยู่ระหว่างรักษา 205,002 ราย อาการหนัก 4,765 ราย ใส่ท่อช่วยหายใจ 1,044 ราย และมีรายงานผู้เสียชีวิตเพิ่มเติม 133 ราย เป็นชาย 78 ราย หญิง 55 ราย อยู่ใน กทม. 61 ราย ซึ่งในจำนวน 61 รายนี้มีผู้เสียชีวิตที่บ้าน 3 ราย ทำให้ขณะนี้มียอดผู้เสียชีวิตสะสม 4,990 ราย &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับผู้ติดเชื้อรายใหม่สูงสุด 10 อันดับแรก ได้แก่ กทม. 2,899 ราย, &amp;nbsp;สมุทรสาคร 1,259 ราย, ชลบุรี 1,147 ราย, สมุทรปราการ 1,113 ราย, นนทบุรี 723 ราย, นครปฐม 426 ราย, ปทุมธานี 417 ราย, อุบลราชธานี 414 ราย, บุรีรัมย์ 360 ราย และระยอง 354 ราย &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทพ.อรรถพร ลิ้มปัญญาเลิศ รองเลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ในฐานะโฆษก สปสช. เปิดเผยว่า ในระยะที่ผ่านมามีประชาชนจำนวนมากโทร.เข้ามาสอบถามเกี่ยวกับเรื่องการออกใบรับรองแพทย์กรณีหายจากการติดเชื้อโควิด-19 ดังนั้นเพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ตรงกัน จึงขอแจ้งรายละเอียดว่า กรณีรักษาตัวในโรงพยาบาล การขอออกใบรับรองแพทย์จะต้องให้แพทย์ผู้รักษาเป็นผู้ออกใบรับรองให้ อย่างไรก็ดี ในช่วงนี้เริ่มมีการใช้ระบบการดูแลรักษาตัวที่บ้าน (Home Isolation) หรือในชุมชน (Community Isolation) ในกลุ่มผู้ป่วยที่ไม่แสดงอาการหรือมีอาการเล็กน้อย ในกรณีนี้ต้องให้คลินิกหรือโรงพยาบาลที่รับดูแลผู้ป่วยรายนั้นๆ เป็นคนไข้เป็นผู้ออกใบรับรองแพทย์ให้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนกรณีของการขอใบรับรองผลการตรวจว่าติดเชื้อโควิด-19 หรือไม่นั้น หากตรวจจากห้องปฏิบัติการ ให้ห้องปฏิบัติการที่ทำการตรวจเป็นผู้ออกใบรับรองผลให้ สำหรับกรณีตรวจคัดกรองเชิงรุกด้วย &amp;nbsp;Antigen Test Kit ตามจุดให้บริการต่างๆ ในกรณีที่พบว่ามีการติดเชื้อ จะได้ใบรับรองผลการตรวจ ณ จุดคัดกรองเลย แต่กรณีที่ผลตรวจเป็นลบและต้องการใบรับรองผล หลังจากตรวจแล้ว 1 วัน สามารถเข้าไปดาวน์โหลดใบรับรองได้ที่หน้าเว็บไซต์ของโรงพยาบาลที่ทำการตรวจ อย่างไรก็ตาม ในกรณีที่ใช้ชุดตรวจตรวจด้วยตัวเอง ห้องปฏิบัติการไม่สามารถออกใบรับรองให้ได้ ผู้ที่ตรวจด้วยตัวเองอาจใช้การรับรองตัวเอง เช่น ถ่ายรูปเป็นหลักฐาน นอกจากนี้ บริษัทต่างๆ ที่มีข้อกำหนดว่าต้องมีใบรับรองการติดโควิด-19 เพื่อประกอบการลางาน ให้เป็นการเจรจากันเองระหว่างนายจ้างและลูกจ้าง ทางเจ้าหน้าที่สายด่วน 1330 ไม่สามารถตอบแทนได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.จเด็จ ธรรมธัชอารี เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) กล่าวว่า สถานการณ์โควิด-19 ที่มีผู้ติดเชื้อพุ่งสูงอย่างต่อเนื่อง เดิม สปสช.เชิญชวนเฉพาะคลินิกในพื้นที่กรุงเทพฯ จึงขอเชิญชวนคลินิกเอกชนทั้งในกรุงเทพฯ ปริมณฑล และต่างจังหวัด ที่อยู่นอกระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เข้าร่วมดูแลผู้ป่วยกลุ่มสีเขียวด้วย ขณะเดียวกันได้มีการขยายการตรวจโควิด-19 ด้วยชุดตรวจแอนติเจนฯ ซึ่งคลินิกเอกชนสามารถดำเนินการได้ จึงขอความร่วมมือสถานพยาบาลที่ไม่มีเตียงพักค้างคืนหรือคลินิกเอกชนทุกประเภทที่มีรหัสสถานพยาบาล 5 หลัก ไม่ว่าจะเป็นคลินิกเวชกรรม คลินิกการพยาบาลและการผดุงครรภ์ คลินิกเทคนิคการแพทย์ ฯลฯ เป็นต้น มาร่วมเป็นกำลังสำคัญเพื่อดูแลผู้ป่วยโควิด-19 กลุ่มนี้ ทั้งนี้ จะมีการประชุมชี้แจงระบบบริการและการขอรับค่าใช้จ่ายบริการสาธารณสุขฯ ในการให้บริการตรวจโควิดแบบชุดตรวจ ATK และการดูแลผู้ติดเชื้อโควิดที่บ้าน ในวันที่ 3 ส.ค. 2564 ระหว่างเวลา 09.00-11.00 น. ผ่านระบบ ZOOM Meeting
บุษราคัมบิ๊กคลีนนิง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.กิตติศักดิ์ อักษรวงศ์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลบุษราคัม กล่าวว่า ได้จัดตั้งขึ้นมาเพื่อรับรักษาผู้ป่วยโควิด-19 ตั้งแต่วันที่ 14 พ.ค. ถึงวันที่ 31 ก.ค. ให้การดูแลผู้ป่วยแล้วจำนวน 13,275 ราย ซึ่งในช่วงเช้าได้จัดบิ๊กคลีนนิงทำความสะอาดครั้งใหญ่ในบริเวณจุดแรกรับผู้ป่วยทั้ง 2 จุด พร้อมปรับระบบประเมินผู้ป่วยแรกรับ โดยเพิ่มทางด่วน Fast Track สำหรับผู้ป่วยกลุ่มเปราะบาง เช่น ผู้ป่วยที่ต้องให้ออกซิเจน เด็กเล็ก ผู้สูงอายุ หญิงตั้งครรภ์ ผู้ป่วยติดเตียง ผู้พิการ เป็นต้น ให้ได้รับการประเมินอาการก่อน และจัดโซนผู้ป่วยให้ง่ายต่อการดูแลรักษา เนื่องจากระยะหลังพบผู้ป่วยที่เป็นกลุ่มเปราะบางเพิ่มมากขึ้น นอกจากนี้ยังได้เตรียมนำเก้าอี้รถเข็นเข้าไปยังหอผู้ป่วยจำนวน 231 ตัว และเก้าอี้นั่งสำหรับขับถ่ายข้างเตียงผู้ป่วย จำนวน 62 ตัว เก้าอี้อาบน้ำ จำนวน 5 ตัว เพื่ออำนวยความสะดวกผู้ป่วย และกำลังจัดหาเตียงลมสำหรับผู้ป่วยติดเตียงและผู้ป่วยวิกฤติเพิ่มเติม ทั้งนี้ มีผู้ป่วยที่นอนรักษาอยู่ 3,233 ราย เป็นกลุ่มสีเหลืองอ่อน 2,771 ราย, สีเหลือง 287 ราย, สีแดง 175 ราย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ต.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. และคณะ ได้ไปตรวจเยี่ยมให้กำลังใจในการตรวจคัดกรองค้นหาผู้ติดเชื้อโควิด-19 โดยใช้สถานที่ของแฟลตตำรวจลือชาเป็นสถานที่ตรวจคัดกรอง มีประชาชนชุมชนซอยลือชาและข้าราชการตำรวจพร้อมครอบครัวเข้ารับการตรวจกว่า 800 ราย &amp;nbsp; จากนั้น ผบ.ตร.และคณะได้เดินทางไปตรวจเยี่ยมให้กำลังใจการตรวจคัดกรองหาเชื้อให้แก่ประชาชนในชุมชนสินทวี ย่านจอมทอง ท่าข้าม และข้าราชการตำรวจ ในพื้นที่ บก.น.9 เข้ารับการตรวจกว่า &amp;nbsp;700 ราย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.พรณรงค์ ศรีม่วง นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสมุทรปราการ เปิดเผยว่า พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ จำนวน 1,113 &amp;nbsp;ราย เสียชีวิต 18 ราย เป็นเพศชายจำนวน 9 ราย ในจำนวนนี้เป็นสัญชาติจีน 1 ราย เพศหญิงจำนวน 9 ราย อายุระหว่าง 31- 86 ปี มีโรคประจำตัว 15 ราย ไม่ระบุจำนวน 3 ราย รวมเสียชีวิตสะสม 390 &amp;nbsp;ราย รวมผู้ป่วยสะสมระลอกใหม่ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายนจนถึงปัจจุบันจำนวน 39,686 ราย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศูนย์ข้อมูล covid 19 จ.นนทบุรี รายงานว่า พบผู้ติดเชื้อทั้งหมด 606 ราย สาเหตุติดเชื้อที่สำคัญมาจากครอบครัวและชุมชน เพศหญิง 339 ราย เพศชาย 267 ราย ต่างชาติ 61 ราย (เมียนมา 30 ราย, กัมพูชา 30 ราย และลาว 1 ราย)
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่วัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร หรือวัดใหญ่ จ.พิษณุโลก สถานที่ประดิษฐานพระพุทธชินราช พระคู่บ้านคู่เมืองของจังหวัดพิษณุโลก ได้ประกาศปิดพระอารามเป็นเวลา 1 เดือน ตั้งแต่ 1-31 ส.ค.2564 ไม่ให้นักท่องเที่ยวและประชาชนทั่วไปเข้ามาภายในบริเวณวัด เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.พิจิตร นายอภิชาติ ศรีม่วง นายอำเภอตะพานหิน ได้มอบหมายให้นายชนม์วิศิษฎ์ ใจโลกา ปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคง เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สภ.วังหว้า เพื่อดำเนินคดีกับผู้ติดเชื้อโควิด 2 ราย ที่ทำให้เกิดคลัสเตอร์ใหม่แพร่ระบาดในเขตหมู่ 4 ต.ทับหมัน อ.ตะพานหิน ซึ่งพบว่าผู้ติดเชื้อรายที่ 369-370 ของ จ.พิจิตร วันที่ 30 มิ.ย.64 เดินทางมาจาก จ.ปทุมธานี แต่ไม่ได้แจ้งต่อผู้ใหญ่บ้านในท้องที่ และไม่กักตัว อีกทั้งยังเดินทางไปทั่วในพื้นที่ชุมชน&amp;nbsp;
อีสานหนักนิวไฮรายวัน&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.นครราชสีมา พบผู้ป่วยรายใหม่นิวไฮ 442 ราย ผู้ป่วยเสียชีวิตอีก 3 ราย รวมเสียชีวิตสะสม 60 ราย โดยในจำนวนเดินทางมาจากพื้นที่เสี่ยง 194 ราย รับผู้ป่วยกลับมารักษา 84 ราย สัมผัสผู้ป่วยติดเชื้อในจังหวัด 144 ราย รวมผู้ป่วยระลอกใหม่สะสมของจังหวัดนครราชสีมา 7,051 ราย รักษาอยู่ 3,787 ราย รักษาหาย 3,204 ราย ทั้งนี้ ผู้ติดเชื้อมีประวัติสัมผัสเดินทางมาจากพื้นที่เสี่ยง กทม.มากที่สุด 226 ราย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศูนย์ปฏิบัติการตอบโต้ภาวะฉุกเฉิน สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดบุรีรัมย์ รายงานว่า สถานการณ์ยังคงน่าเป็นห่วง พบผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อรายใหม่ 345 ราย เป็นตัวเลขผู้ป่วยทำสถิติสูงที่สุดตั้งแต่มีการระบาดมาของ จ.บุรีรัมย์อีกครั้ง แยกเป็นพบในพื้นที่จังหวัด 10 ราย ติดเชื้อมาจากนอกพื้นที่ 335 ราย รวมยอดผู้ป่วยสะสม 4,005 ราย เสียชีวิตสะสม 7 ราย รักษาหายแล้ว 446 ราย ยังรักษาอยู่ 3,552 ราย กระจายตามโรงพยาบาลต่างๆ ในพื้นที่จังหวัด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.สมชายโชติ ปิยวัชร์เวลา นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดขอนแก่น เปิดเผยว่า การควบคุมสถานการณ์การแพร่ระบาดที่เรือนจำกลางขอนแก่น ซึ่งเป็นคลัสเตอร์ใหญ่ โดยพบผู้ป่วยแล้วกว่า 1,200 ราย และจัดอยู่ในกระบวนการการรักษาที่ทีมแพทย์กำหนด แต่ด้วยการที่เรือนจำกลางขอนแก่นมีประชากรภายในและเจ้าหน้าที่ที่รวมกว่า 4,480 คน และในจำนวนนี้บางส่วนได้รับการพระราชทานอภัยโทษ ทำให้ทีมแพทย์จึงต้องประสานงานร่วมกันกับเจ้าหน้าที่ของกรมราชทัณฑ์ในการนำผู้ที่ได้รับพระราชทานอภัยโทษชุดแรก 300 คน มาทำการตรวจคัดกรองอย่างละเอียด ขณะเดียวกันยังพบว่ามีเจ้าหน้าที่เรือนจำติดเชื้อเพิ่มอีก 5 คน ทั้งนี้ เตรียมประสานงานในการขอรับการสนับสนุนหน่วยทหารเสนารักษ์ จาก มทบ.23 และ รพ.ค่ายศรีพัชรินทร์ ในการร่วมสนธิกำลังทางการแพทย์และปรับระบบการทำงานร่วมกันในการควบคุมสถานการณ์ในเรือนจำ ส่วนคลัสเตอร์ตลาดศรีเมืองทองนั้น ได้มีการตรวจคัดกรองกลุ่มเสี่ยงไปแล้วกว่า 500 คน และมีคำสั่งปิดตลาดไปจนถึงวันที่ 4 ส.ค.&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.อำนาจเจริญ มีผู้ป่วยยืนยันรายใหม่เพิ่ม 74 ราย เป็นผู้ติดเชื้อเดินทางกลับมาจากพื้นที่เสี่ยงและเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลทันทีที่มาถึงจำนวน 68 ราย มีภูมิลำเนากระจายออกไปทุกอำเภอ 6 ราย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.พังงา นายจำเริญ ทิพญพงศ์ธาดา ผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา มีคำสั่งด่วนให้นายอำเภอคุระบุรีทำการล็อกดาวน์พื้นที่หมู่ 10 ต.คุระบุรี อ.คุระบุรี และให้นายอำเภอท้ายเหมืองล็อกดาวน์พื้นที่หมู่ 3 บ้านฝายท่า ต.ทุ่งมะพร้าว อ.ท้ายเหมือง ให้มีผลทันที หลังจากมีคลัสเตอร์ใหม่ระบาด โดยเฉพาะชุมชนชาวมุสลิม นอกจากนี้ยังมีรายงานว่ากลุ่มบุคลากรทางแพทย์ในโรงพยาบาลต่างๆ หลายแห่งในพื้นที่จังหวัดพังงาเป็นผู้สัมผัสเสี่ยงสูงและกลุ่มสัมผัสเสี่ยงต่ำ ทำให้ทางโรงพยาบาลพังงา โรงพยาบาลตะกั่วทุ่ง และโรงพยาบาลตะกั่วป่า มีประกาศปิดหรือหยุดให้บริการบางแผนก โดยเฉพาะโรงพยาบาลท้ายเหมืองชัยพัฒน์ หยุดให้บริการทุกแผนก เว้นกรณีผู้ป่วยอุบัติเหตุและผู้ป่วยฉุกเฉิน สำหรับสถานการณ์การติดเชื้อพบผู้ป่วยรายใหม่ 14 ราย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.ปัตตานี สถานการณ์การติดเชื้อยังน่าห่วง พบผู้ป่วยรายใหม่มากถึง 344 ราย เสียชีวิตเพิ่มอีก 2 ราย ซึ่งขณะนี้มียอดผู้ป่วยสะสม 9,303 ราย รักษาหายแล้ว 6,192 ราย และเสียชีวิตสะสม 120 ราย ทั้งนี้ ว่าที่ร้อยตรีตระกูล โทธรรม รองผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี ระบุว่าการห้ามออกนอกหรือเข้ามาในจังหวัดปัตตานี ยังคงมีการปฏิบัติอย่างเข้มงวด และจะต้องมีหนังสือรับรอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.สงขลา พบผู้ป่วยยืนยันรายใหม่ 318 คน ติดเชื้อสะสม 12,344 คน เสียชีวิตสะสม 63 คน ขณะนี้นอนรักษาในโรง พยาบาล 3,048 คน รักษาหายแล้ว 9,233 คน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่วัดโบสถ์ ต.ย่านซื่อ อ.เมืองฯ จ.อ่างทอง พระครูกิตตยาภินันท์ เจ้าอาวาสวัดโบสถ์ (ย่านซื่อ) เจ้าคณะตำบลมหาดไทย ได้ขึ้นป้ายขนาดใหญ่ โดยมีข้อความว่า &amp;quot;วัดนี้รับเผาศพผู้เสียชีวิตจากโควิด-19 ฟรี สอบถามเพิ่มเติม 09-2562-8996 บริจาคตามกำลังศรัทธา วัดโบสถ์ ตำบลย่านซื่อ&amp;quot; โดยพระครูกิตตยาภินันท์กล่าวว่า ทางวัดโบสถ์ยินดีเผาศพให้แก่ผู้เสียชีวิตจากโควิด-19 ฟรีทุกราย หากไม่มีที่เผาศพให้ ทางวัดก็ยินดี และเต็มใจ ถึงแม้จะไม่ใช่ชาวจังหวัดอ่างทอง โดยมีสามเณรธีรวุฒิ ปิ่นสุวรรณ์ อายุ 18 ปี ทำหน้าที่ผู้ช่วยสัปเหร่อด้วย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/111889</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชลบุรี, ภาคอีสาน, ยังครองแชมป์โควิดสูงสุดเฉียด 3 พัน, สมุทรปราการ, สมุทรสาคร, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, ไทยติดเชื้อทะลุ, ไวรัสโคโรนา 2019</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210801/image_big_6105ef321271b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>110612</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/07/2021 18:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/07/2021 18:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘คมนาคม’ลุยส่งผู้ป่วยโควิดกลับไปรักษาที่บ้านเกิด 6 จังหวัดภาคอีสาน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 ก.ค.2564 นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม เปิดเผยภายหลังการการประชุมเตรียมการส่งผู้ป่วยโควิด-19 กลับภูมิลำเนา ในพื้นที่ 6 จังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ได้แก่ บุรีรัมย์ ยโสธร อำนาจเจริญ สุรินทร์ อุบลราชธานี ศรีสะเกษ ว่าหลังจากได้รับมอบหมายจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) ให้รับผิดชอบเรื่องดังกล่าวของ 6 จังหวัดว่า ที่ประชุมได้กำหนดแนวทางการดำเนินงาน โดยเป็นลักษณะของการช่วยสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ซึ่งทำหน้าที่เป็นแกนหลักประสานระหว่างผู้ป่วย กับหน่วยงานของรัฐในการจัดส่งผู้ป่วยกลับภูมิลำเนา ผ่านเบอร์โทรศัพท์ 1330 โดยทั้ง 6 จังหวัดมีเตียงรองรับผู้ป่วยได้ 5,876 เตียง ซึ่งข้อมูลวันที่ 21 ก.ค.64 พบว่า มีผู้ป่วยที่มีภูมิลำเนา 6 จังหวัด กลับไปรักษาที่จังหวัดบ้านเกิดแล้ว 4,464 เตียง เหลือ 1,412 เตียง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายศักดิ์สยาม กล่าวว่า สำหรับ จ.บุรีรัมย์ มีเตียงทั้งหมด 1,084 เตียง ใช้แล้ว 1,007 เตียง เหลือ 77 เตียง, จ.ยโสธร มี 989 เตียง ใช้แล้ว 750 เตียง เหลือ 239 เตียง, จ.สุรินทร์ มี 324 เตียง ใช้แล้ว 191 เตียง เหลือ 133 เตียง, จ.อำนาจเจริญ มี 229 เตียง ใช้แล้ว 204 เตียง เหลือ 25 เตียง, จ.อุบลราชธานี มี 1,297 เตียง ใช้แล้ว 1,164 เตียง เหลือ 133 เตียง และ จ.ศรีสะเกษ มี 1,953 เตียง ใช้แล้ว 1,148 เตียง เหลือ 805 เตียง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ได้สั่งการให้หน่วยงานคมนาคมที่ดูแลด้านการขนส่งคน ดำเนินการตามมาตรการสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด อาทิ การเว้นระยะห่างภายในรถ การทำความสะอาด รวมทั้งจัดเตรียมอาหาร และเครื่องดื่มให้กับผู้ป่วยระหว่างเดินทาง ขอให้จังหวัดวางแผนรองรับผู้ป่วยกลับบ้าน โดยให้คาดการณ์ถึงสถานการณ์ในอนาคต เพื่อดำเนินการเตรียมความพร้อมล่วงหน้าด้วย&amp;rdquo;นายศักดิ์สยาม กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายศักดิ์สยาม กล่าวว่ากรณีที่จังหวัด หรือหน่วยงานใดฯ ต้องการการสนับสนุน หรือขอความอนุเคราะห์จากกระทรวงคมนาคม สามารถติดต่อสื่อสารผ่านกลุ่มไลน์ เพื่อให้สามารถดำเนินการได้ทันต่อสถานการณ์ และหากมีผู้ประสงค์จะขอรับบริการ &amp;ldquo;จัดส่งผู้ป่วย Covid-19 กลับไปรักษาที่บ้านเกิด&amp;rdquo; สามารถโทรประสานงานได้ตลอด 24 ชั่วโมง โดยกระทรวงคมนาคมพร้อมร่วมดำเนินการจัดส่งผู้ป่วยด้วยทรัพยากรของกระทรวงคมนาคมทุกด้าน ตั้งแต่การเดินทาง อาหาร และประสานดำเนินงาน เพื่อให้ผู้ป่วยถึงสถานพยาบาลในจังหวัดภูมิลำเนาด้วยความปลอดภัย และถึงมือแพทย์โดยเร็วที่สุดตามมาตรฐานการบริการด้านสาธารณสุขต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/110612</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลับบ้าน, ภาคอีสาน, ส่งผู้ป่วยโควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210608/image_big_60bf2f985bbc9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>96819</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/03/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/03/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> เตือนพายุฤดูร้อนถล่ม48จ.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;พายุฤดูร้อนถล่มภาคอีสาน! ฝนตกหนัก-ลูกเห็บตกพังบ้านเรือนประชาชนเสียหาย 55 หลัง อุตุฯ เตือนกระหน่ำทุกภาค 48 จังหวัดรับมือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 21 มีนาคม กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ในฐานะกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก.) รายงานสถานการณ์ความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นจากประเทศจีนแผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบนและทะเลจีนใต้ ส่งผลให้เกิดฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และมีลูกเห็บตกบางพื้นที่ โดยตั้งแต่วันที่ 20 มี.ค.64-ปัจจุบัน (วันที่ 21 มี.ค.64 เวลา 06.00 น.) เกิดวาตภัยในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 4 จังหวัด ได้แก่ สกลนคร กาฬสินธุ์ มหาสารคาม และมุกดาหาร รวม 8 อำเภอ 13 ตำบล 14 หมู่บ้าน บ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหาย 55 หลัง ไม่มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต ปัจจุบันสถานการณ์คลี่คลายแล้วทุกจังหวัด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซึ่ง ปภ.ได้ประสานจังหวัด องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัย โดยสำรวจและประเมินความเสียหาย เพื่อดำเนินการช่วยเหลือตามระเบียบกระทรวงการคลัง ทั้งการชดเชยความเสียหายของบ้านเรือนเป็นวัสดุก่อสร้าง หรือจ่ายเงินช่วยเหลือตามความเหมาะสม ท้ายนี้ ประชาชนสามารถแจ้งเหตุและขอความช่วยเหลือทางไลน์ &amp;ldquo;ปภ.รับแจ้งเหตุ 1784&amp;rdquo; โดยเพิ่มเพื่อน Line ID @1784DDPM และสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง รวมถึงสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด เพื่อประสานให้การช่วยเหลือโดยด่วนต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.นครราชสีมา ได้เกิดพายุฤดูร้อน ลมกระโชกแรง และมีลูกเห็บตกในพื้นที่ 3 หมู่บ้านของตำบลแชะ อำเภอครบุรี จังหวัดนครราชสีมา ประกอบด้วย บ้านสระมะค่า บ้านพนาหนองหิน และบ้านขาคีม ตำบลแชะ เป็นระยะเวลานานประมาณ 1 ชั่วโมง ส่งผลทำให้บ้านเรือนราษฎรได้รับความเสียหายกว่า 20 หลังคาเรือน ส่วนใหญ่ถูกแรงลมพัดหลังคาปลิวหายไปทั้งแถบ และแรงลมยังได้พัดต้นไม้ใหญ่หลายต้นหักโค่นกระจัดกระจายทั่วหมู่บ้าน บางส่วนหักพาดสายไฟฟ้าจนทำให้เกิดไฟฟ้าดับนานหลายชั่วโมง ล่าสุดเจ้าหน้าที่ได้เร่งออกสำรวจความเสียหาย เพื่อรายงานความเสียหายไปยังทางอำเภอดำเนินการขอความช่วยเหลือตามระเบียบของทางราชการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน นายณัฐพล ณัฏฐสมบูรณ์ อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา ประกาศเตือนภัย &amp;quot;พายุฤดูร้อนบริเวณประเทศไทย (มีผลจนถึงวันที่ 22 มีนาคม 2564)&amp;quot; ฉบับที่ 7 โดยระบุว่า ประเทศไทยมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น โดยมีลักษณะของพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง กับมีลูกเห็บตกบางพื้นที่ รวมถึงฟ้าผ่า โดยจะมีผลกระทบในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก ภาคเหนือ ภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล และภาคใต้ตอนบนตามลำดับ ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากพายุฤดูร้อนที่จะเกิดขึ้น โดยหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่ ป้ายโฆษณาและสิ่งปลูกสร้างที่ไม่แข็งแรง สำหรับเกษตรกรควรเตรียมการป้องกันและระวังความเสียหายที่จะเกิดต่อผลผลิตทางการเกษตรไว้ด้วย
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยจะมีผลกระทบดังนี้ วันที่ 21 มี.ค. ภาคเหนือ : จังหวัดพะเยา น่าน แพร่ อุตรดิตถ์ สุโขทัย พิษณุโลก พิจิตร และเพชรบูรณ์, ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ : จังหวัดเลย หนองคาย บึงกาฬ หนองบัวลำภู อุดรธานี สกลนคร นครพนม มุกดาหารกาฬสินธุ์ ร้อยเอ็ด ยโสธร อำนาจเจริญ อุบลราชธานี ศรีสะเกษ สุรินทร์ บุรีรัมย์ นครราชสีมา ชัยภูมิ ขอนแก่น และมหาสารคาม, ภาคกลาง : จังหวัดนครสวรรค์ ลพบุรี และสระบุรี, ภาคตะวันออก : จังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันที่ 22 มี.ค. ภาคเหนือ : จังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง พะเยา แพร่ น่าน อุตรดิตถ์ ตาก สุโขทัย พิษณุโลก พิจิตร กำแพงเพชร และเพชรบูรณ์, ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ : จังหวัดเลย ชัยภูมิ นครราชสีมา และบุรีรัมย์, ภาคกลาง : จังหวัดนครสวรรค์ อุทัยธานี ชัยนาท ลพบุรี สระบุรี สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา สุพรรณบุรี กาญจนบุรี ราชบุรี สมุทรสงคราม สมุทรสาคร และนครปฐม รวมทั้งกรุงเทพมหานคร และปริมณฑล (นนทบุรี สมุทรปราการ ปทุมธานี), ภาคตะวันออก : จังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด, ภาคใต้ : จังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ และชุมพร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นกำลังแรงจากประเทศจีนได้แผ่ลงมาปกคลุมถึงภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน และทะเลจีนใต้แล้ว คาดว่าจะแผ่ลงมาปกคลุมภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล และภาคใต้ตอนบนในระยะต่อไป ในขณะที่ประเทศไทยตอนบนมีอากาศร้อนถึงร้อนจัด ประชาชนสามารถติดตามข้อมูลที่เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา ht tp://www.tmd.go.th หรือสายด่วนพยากรณ์อากาศ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง.
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/96819</URL_LINK>
                <HASHTAG>บ้านเรือนประชาชนเสียหาย, พายุฤดูร้อน, ภาคอีสาน, ลูกเห็บตกพังบ้านเรือน, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เอ็กซ์ไซต์, เอ็กซ์ไซต์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210321/image_big_6057416998afb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>82788</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/11/2020 15:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/11/2020 15:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> กทท.เดินหน้าจัดอบรมส่งเสริมและพัฒนาที่พักนักเดินทางโฮมลอด์จภาคอีสาน หนุนที่พักคุณภาพ  เน้นการเป็นเจ้าบ้านที่ดี รองรับการท่องเที่ยววิถีใหม่ สร้างรายได้สู่ชุมชน เพื่อการท่องเที่ยวยั่งยืน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;(3 พฤศจิกายน 2563) &amp;nbsp;กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา โดยกรมการท่องเที่ยว &amp;nbsp;ร่วมกับ ททท. และอพท. เปิดการอบรมส่งเสริมและพัฒนาที่พักนักเดินทาง (Home Lodge) รองรับการท่องเที่ยววิถีใหม่ ( New Normal) มุ่งเน้นการเป็นเจ้าบ้านที่ดี &amp;nbsp;เพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนในพื้นที่ภาคอีสาน &amp;nbsp;ณ ห้องประชุมธนกร&amp;nbsp; มณฑาทิพย์ฮอลล์ศูนย์การประชุมและจัดแสดงนานาชาติ &amp;nbsp;จังหวัดอุดรธานี&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;Default&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;Default&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;Default&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;Default&quot;&gt;สำหรับการอบรมส่งเสริมและพัฒนาที่พักนักเดินทางโฮมลอด์จ ในครั้งนี้เป็นโครงการที่เกิดขึ้นจากนโยบายของนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ที่ต้องการจะเพิ่มจำนวนที่พักเพื่อการท่องเที่ยวให้มากขึ้น เพื่อเกิดการกระจายรายได้สู่ท้องถิ่นชุมชนอย่างแท้จริง&amp;nbsp; ส่งเสริมการท่องเที่ยวภายในประเทศ กระตุ้น ภาคอุตสาหกรรมท่องเที่ยวที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาตามสภาวการณ์โลกและพฤติกรรมของผู้บริโภคอุตสาหกรรมท่องเที่ยวของไทย โดยเฉพาะหลังจากสถานการณ์ ไวรัสโคโรนา&amp;nbsp;2019 (COVID-19) คุณภาพของสินค้าและบริการ &amp;nbsp;ด้านการท่องเที่ยว จะต้องมีความสะดวก สะอาด ปลอดภัย &amp;nbsp;และมีความเป็นธรรมต่อนักท่องเที่ยว &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;Default&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;Default&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;Default&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:6.0pt; margin-right:0in; margin-bottom:0in; margin-left:0in&quot;&gt;การจัดการอบรมในครั้งนี้เป็นครั้งที่ 3 กำหนดจัดขึ้นในพื้นที่ภาคอีสาน ครอบคลุมพื้นที่ 11จังหวัด &amp;nbsp;ได้แก่ &amp;nbsp;อุดรธานี&amp;nbsp; ขอนแก่น หนองคาย หนองบัวลำภู บึงกาฬ&amp;nbsp; เลย กาฬสินธุ์ มหาสารคาม &amp;nbsp;ชัยภูมิ&amp;nbsp; ร้อยเอ็ด และสกลนคร &amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยมีผู้เข้าอบรมรวมกว่า 250 คน &amp;nbsp;ทั้งนี้มีการเสวนาร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์จากหน่วยงานภาครัฐ และภาคเอกชน ได้แก่ ผู้แทนจากองค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ผู้ประกอบการ Online Platform ที่มีชื่อเสียง ได้แก่ Local a like และ Blogger ด้านการท่องเที่ยวเพจไปไหนดี การให้สินเชื่อรายบุคคลจากธนาคารออมสิน รวมถึงการบรรยายให้ความรู้เกี่ยวกับ การท่องเที่ยววิถีใหม่ (New Normal) การเป็นเจ้าบ้านที่ดี และมาตรฐานความปลอดภัยด้านสุขอนามัย (SHA) จากผู้แทนการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และการป้องกันไวรัสโคโรนา (COVID-19) และการเสริมสร้างสุขอนามัยของเจ้าบ้านและนักท่องเที่ยว จากผู้เชี่ยวชาญด้านสาธารณสุข เพื่อเป็นประโยชน์กับผู้ประกอบการและชุมชนที่เข้าร่วมครั้งนี้ โดยหลังจากการจัดอบรมฯ คาดว่าจะมีผู้ประกอบการและชุมชนสมัครเพิ่มขึ้นจากเดิมร้อยละ 50 ในพื้นที่ภาคอีสาน ช่วยให้เกิดการกระจายรายได้สู่ชุมชนลดความเหลื่อมล้ำ &lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/82788</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา, พิพัฒน์ รัชกิจประการ, ภาคอีสาน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201104/image_big_5fa2647d9bc0b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>73721</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/08/2020 15:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/08/2020 15:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;โทนี่&#039;แย้มฤกษ์แต่ง&#039;แก้ว&#039;เน้นจัดงานเล็กแต่อบอุ่น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เซอร์ไพส์ขอแฟนสาวแต่งงานไปได้ไม่นาน หนุ่มโทนี่ รากแก่น กับหวานใจ แก้ว-จริญญา ศิริมงคลสกุล ก็ได้ฤกษ์แต่งงานแล้ว โดยฝ่ายชายเปิดเผยว่าน่าจะเป็นช่วงปลายปีที่อากาศดีๆ เน้นจัดงานแบบเล็กๆ แต่อบอุ่น ส่วนสถานที่เล็งจังหวัดแถวอีสานเพราะคุ้ยเคย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;เรือนหอก็น่าจะเป็นที่เดิมที่เราอยู่อาศัยนี่แหละครับ ก็มีตกแต่งเพิ่มเติมบ้างครับ ส่วนงานแต่งตอนนี้ยังไม่ไปถึงไหนเลย คือภาพงานเราก็คงจัดเล็กๆ&amp;nbsp; เหมือนวันที่เราขอแต่งงาน ก็เลยรู้สึกว่างานไม่ต้องเตรียมอะไรเยอะ บวกกับปัญหาช่วงนี้ที่มีเรื่องโควิด ที่บ้านของเราทั้งสองฝั่งพอดีผู้ใหญ่เยอะ เขาก็กลัวเรื่องนี้มากๆ ก็เลยพยายามให้มีคนน้อยที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ฤกษ์แต่งก็ได้ช่วงปลายปีครับ 11 ธันวาคม เป็นฤกษ์สะดวก ส่วนสถานที่ก็น่าจะต่างจังหวัดครับ แถวโซนอีสาน เป็นที่ที่เราคุ้นเคยไปกันบ่อยๆ อยากให้งานเป็นเอาท์ดอร์ครับ ก็เลยต้องไปโซนที่อากาศเย็นหน่อยในช่วงปลายปี&amp;nbsp; ผมอยากให้เรียบง่ายที่สุดในวันนั้นครับ เพราะเราอยากเห็นโมเม้นท์นี้เป็นของครอบครัว เป็นของทางแม่ๆ ทั้งสองฝั่ง เราจะมีงานนี้เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียวในชีวิต ก็อยากทำให้ดีที่สุดในแบบของเรา&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอบคุณภาพจากอินสตาแกรม @tonirakkaen&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/73721</URL_LINK>
                <HASHTAG>ภาคอีสาน, แก้ว จริญญา, แต่งงาน, โทนี่ รากแก่น</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200807/image_big_5f2d1459b2ffe.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>57353</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/02/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/02/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เหนืออีสานอุณหภูมิลดฮวบ22จว.ภัยแล้ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ประเทศไทยตอนบนอากาศกลับมาหนาวอีก อีสานอุณหภูมิลด 6 องศา ขณะที่ภาคกลางลด 3 องศา ส่วนภาคใต้มีฝนเพิ่มขึ้น ปภ.เผย 22 จังหวัดประกาศเขตภัยแล้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา &amp;quot;อากาศแปรปรวนบริเวณประเทศไทยตอนบน และคลื่นลมแรงบริเวณอ่าวไทยตอนล่าง (มีผลกระทบจนถึงวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2563)&amp;quot; ฉบับที่ 3 ลงวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2563
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ในช่วงวันที่ 16-19 กุมภาพันธ์ 63 ประเทศไทยตอนบนจะมีอากาศเย็นถึงหนาว กับมีลมแรง สำหรับภาคตะวันออกเฉียงเหนืออุณหภูมิจะลดลง 4-6 องศาเซลเซียส ส่วนภาคกลาง และภาคตะวันออกอุณหภูมิจะลดลง 1-3 องศาเซลเซียส ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบนระมัดระวังอันตรายและดูแลสุขภาพ เนื่องจากสภาพอากาศที่หนาวเย็นลงไว้ด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับภาคใต้จะมีฝนเพิ่มขึ้น ส่วนบริเวณอ่าวไทยตอนล่างตั้งแต่จังหวัดนครศรีธรรมราชลงไปมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ขอให้ชาวเรือระมัดระวังในการเดินเรือและเรือเล็กควรงดออกจากฝั่งในช่วงวันที่ 17-20 ก.พ.63
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นกำลังแรงจากประเทศจีนจะแผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบนและทะเลจีนใต้ ทำให้ประเทศไทยตอนบนมีอากาศเย็นถึงหนาวกับมีลมแรง และอุณหภูมิจะลดลง สำหรับลมตะวันออกที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้จะมีกำลังแรงขึ้น ทำให้ภาคใต้ตอนล่างมีฝนเพิ่มขึ้น ส่วนคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยมีกำลังแรง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พยากรณ์อากาศในรอบสัปดาห์ ภาคเหนือ ในช่วงวันที่ 16-22 ก.พ.63 อากาศเย็นถึงหนาวในตอนเช้า อุณหภูมิจะลดลง 1-3 องศาเซลเซียส อุณหภูมิต่ำสุด 10-20 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-34 องศาเซลเซียส บริเวณยอดดอยมีอากาศหนาวถึงหนาวจัด อุณหภูมิต่ำสุด 3-12 องศาเซลเซียส ลมตะวันตก ความเร็ว 10-20 กม./ชม.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ในช่วงวันที่ 16-22 ก.พ.63 อากาศเย็นถึงหนาวกับมีลมแรง อุณหภูมิจะลดลง 4-6 องศาเซลเซียส อุณหภูมิต่ำสุด 12-21 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 29-32 องศาเซลเซียส บริเวณยอดภูมีอากาศหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 9-13 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภาคกลาง&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในช่วงวันที่ 16-22 ก.พ.63 อากาศเย็นกับมีหมอกบางในตอนเช้า อุณหภูมิจะลดลง 1-3 องศาเซลเซียส โดยจะมีลมแรงในช่วงวันที่ 17-22 ก.พ. 63 อุณหภูมิต่ำสุด 18-23 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 10-30 กม./ชม.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภาคตะวันออก&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในวันที่ 16 ก.พ.63 มีหมอกบางในตอนเช้า อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม. ในช่วงวันที่ 17-22 ก.พ.63 อากาศเย็นกับมีลมแรง และอุณหภูมิจะลดลง 1-2 องศาเซลเซียส อุณหภูมิต่ำสุด 20-23 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) ในวันที่ 16 ก.พ.63 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 10 ของพื้นที่ ส่วนมากทางตอนล่างของภาค ตั้งแต่จังหวัดสุราษฎร์ธานีขึ้นมา ลมตะวันออกความเร็ว 10-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ตั้งแต่จังหวัดนครศรีธรรมราชลงไป ลมตะวันออก ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร ส่วนในช่วงวันที่ 17-22 ก.พ.63 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 20-40 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง ตั้งแต่จังหวัดสุราษฎร์ธานีขึ้นมา ลมตะวันออก ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่ฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ตั้งแต่จังหวัดนครศรีธรรมราชลงไป ลมตะวันออก ความเร็ว 20-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2-3 เมตร บริเวณที่ฝนฟ้าคะนองคลื่นสูง 3 เมตร อุณหภูมิต่ำสุด 21-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-34 องศาเซลเซียส
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) ในช่วงวันที่ 16-17 ก.พ.63 มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูง 1-2 เมตร ในช่วงวันที่ 18-22 ก.พ.63 มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 20-30 ของพื้นที่ ลมตะวันออก ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร อุณหภูมิต่ำสุด 21-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-35 องศาเซลเซียส
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ในวันที่ 16 ก.พ.63 มีหมอกบางในตอนเช้า อุณหภูมิต่ำสุด 25-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม. ส่วนในช่วงวันที่ 17-22 ก.พ.63 อุณหภูมิจะลดลง 1-2 องศาเซลเซียส กับมีลมแรง อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 10-30 กม./ชม.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายมณฑล สุดประเสริฐ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดเผยว่า ปัจจุบันมีจังหวัดประกาศเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน (ภัยแล้ง) 22 จังหวัด รวม 128 อำเภอ 676 ตำบล 5,849 หมู่บ้าน/ชุมชน แยกเป็น ภาคเหนือ 6 จังหวัด ได้แก่ เชียงราย พะเยา น่าน อุตรดิตถ์ สุโขทัย และเพชรบูรณ์ รวม 37 อำเภอ 169 ตำบล 1,211 หมู่บ้าน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 10 จังหวัด ได้แก่ หนองคาย บึงกาฬ นครพนม สกลนคร กาฬสินธุ์ มหาสารคาม นครราชสีมา บุรีรัมย์ ชัยภูมิ และศรีสะเกษ รวม 58 อำเภอ 343 ตำบล 3,287 หมู่บ้าน ภาคกลาง 6 จังหวัด ได้แก่ นครสวรรค์ อุทัยธานี ชัยนาท กาญจนบุรี สุพรรณบุรี และฉะเชิงเทรา รวม 33 อำเภอ 164 ตำบล 1,351 หมู่บ้าน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ปภ.ได้ร่วมกับหน่วยทหารและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยแล้ง โดยระดมสรรพกำลัง เครื่องจักรกล ยานพาหนะ และอุปกรณ์ เพื่อแก้ไขปัญหาให้สอดคล้องกับสภาพความเสี่ยงของพื้นที่ ทั้งการสูบส่งน้ำ การขุดบ่อน้ำตื้น การขุดบ่อน้ำบาดาล การเป่าล้างบ่อบาดาล และจัดรถบรรทุกน้ำนำน้ำไปเติมยังถังน้ำกลางประจำหมู่บ้านและจุดแจกจ่ายน้ำตามวงรอบอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ประชาชนมีน้ำอุปโภคบริโภคเพียงพอตลอดฤดูแล้ง ตลอดจนรณรงค์ให้ทุกภาคส่วนใช้น้ำอย่างประหยัดและเกิดประโยชน์สูงสุด ส่วนเกษตรกรให้ปรับวิถีทำการเกษตรให้สอดคล้องกับสถานการณ์น้ำในพื้นที่ สำหรับประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากสถานการณ์ภัยแล้ง สามารถติดต่อขอความช่วยเหลือได้ทางสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/57353</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมอุตุนิยมวิทยา, ภาคอีสาน, ภาคเหนือ, อากาศกลับมาหนาว, อากาศหนาว, อากาศแปรปรวน, เอ็กซ์ไซต์, เอ็กซ์ไซต์ไทยโพสต์, ไทยตอนบน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200216/image_big_5e493ecfae299.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
