<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>55569</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/01/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/01/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โพลตอกยํ้าผลงานรัฐบาล ไม่เชื่อน้ำยาแก้ฝุ่นPM2.5</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประชาชนไม่มั่นใจรัฐบาลปราบฝุ่นพิษได้ ชี้แก้ปัญหาล่าช้า คนกรุงหายใจโล่งไม่เกินค่ามาตรฐานทุกพื้นที่ ขณะที่ลำปางยังวิกฤติต่อเนื่อง 21 วันจากไฟป่า พปชร.เปิดศูนย์ประสานงานสู้ PM 2.5 ผุดติดตั้งหัวฉีดดักจับฝุ่น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 26 มกราคม กรมควบคุมมลพิษรายงานข้อมูลคุณภาพอากาศ เวลา 15.00 น. ดังนี้ ผลการติดตามตรวจสอบคุณภาพอากาศในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล โดยกรมควบคุมมลพิษร่วมกับกรุงเทพมหานคร จำนวน 54 สถานี ตรวจวัดค่าได้ 11-29 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร (มคก./ลบ.ม.) (ค่ามาตรฐานไม่เกิน 50 มคก./ลบ.ม.) ปริมาณฝุ่นละอองในภาพรวมมีแนวโน้มไม่เปลี่ยนแปลงมากนักเมื่อเทียบกับช่วงเที่ยง และอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานทุกพื้นที่ ประชาชนสามารถทำกิจกรรมกลางแจ้งได้ตามปกติ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่จังหวัดลำปาง คุณภาพอากาศอยู่ในระดับสีแดง ส่งผลกระทบต่อสุขภาพอยู่ 2 แห่ง ได้แก่ พื้นที่ ต.บ้านดง อ.แม่เมาะ จ.ลำปาง วัดได้ 131 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ซึ่งเป็นค่าสูงที่สุดในจังหวัดและในภาคเหนือ รองลงมาที่ ต.พระบาท อ.เมืองฯ จ.ลำปาง ซึ่งเป็นเขตตัวเมืองลำปาง วัดได้ 103 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร สำหรับพื้นที่ จ.ลำปาง ถือว่าค่าเฉลี่ย&amp;nbsp;PM 2.5&amp;nbsp;เกินค่ามาตรฐานต่อเนื่องมา 21 วันติดแล้ว และยังคงพบจุดความร้อนจากการเกิดไฟไหม้ป่ามากกว่า 300 จุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;สวนดุสิตโพล&amp;rdquo; มหาวิทยาลัยสวนดุสิต เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชนทั่วประเทศ จำนวนทั้งสิ้น 1,376 คน ระหว่างวันที่ 21-25 ม.ค.2563 ถึงสถานการณ์ฝุ่น PM 2.5 ดังนี้ 1.ประชาชนติดตามข่าวสถานการณ์ฝุ่น PM 2.5 มากน้อยเพียงใด? อันดับ 1 ร้อยละ 55.09 ติดตามเป็นประจำทุกวัน เพราะสถานการณ์รุนแรงเข้าขั้นวิกฤติ กระทบต่อการดำเนินชีวิตประจำวัน ฯลฯ, อันดับ 2 ร้อยละ 35.03 ติดตามบ้างเป็นบางวัน เพราะอยากรู้รายละเอียดข้อมูลเพิ่มเติม ฯลฯ, อันดับ 3 ร้อยละ 8.00 ไม่ค่อยได้ติดตาม เพราะทำให้รู้สึกเครียด กังวลกับสถานการณ์ที่เกิด ฯลฯ, อันดับ 4 ร้อยละ 1.88 &amp;nbsp;ไม่ได้ติดตามเลย เพราะไม่มีเวลา &amp;nbsp;ฯลฯ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;2.ประชาชนรู้สาเหตุของการเกิดฝุ่น PM 2.5 หรือไม่? อันดับ 1 ร้อยละ 84.30 รู้ สาเหตุคือเกิดจากตัวเราเอง การก่อสร้าง โรงงานอุตสาหกรรม ควันจากท่อไอเสียของรถที่มีจำนวนมากในท้องถนน การเผาไหม้ต่างๆ ฯลฯ, อันดับ 2 ร้อยละ 15.70 ไม่รู้ เพราะไม่สนใจ เป็นฝุ่นทั่วๆ ไป ยังคงใช้ชีวิตตามปกติ ฯลฯ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;3.ประชาชนคิดว่าสถานการณ์ฝุ่น PM 2.5 มีผลกระทบในเรื่องใดบ้าง? อันดับ 1 ร้อยละ 94.45 สุขภาพร่างกาย ระบบทางเดินหายใจ สมอง, อันดับ 2 ร้อยละ 22.65 เศรษฐกิจและการท่องเที่ยว, อันดับ 3 ร้อยละ 12.94 การดำเนินชีวิตประจำวัน การทำกิจกรรมนอกบ้าน, อันดับ 4 ร้อยละ 10.17 สภาพอากาศ ทัศนวิสัยในการมองเห็น, อันดับ 5 ร้อยละ 4.31 สุขภาพจิต อารมณ์&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;4.ประชาชนมีวิธีการที่จะไม่ให้เกิดฝุ่น หรือไม่เพิ่มฝุ่น ด้วยวิธีใดบ้าง? อันดับ 1 ร้อยละ 60.86 ใช้รถส่วนตัวน้อยลง ใช้บริการรถสาธารณะแทน ตรวจเช็กเครื่องยนต์, อันดับ 2 ร้อยละ 44.26 ไม่เผาไหม้ในที่โล่ง ไม่สูบบุหรี่ ปิ้ง ย่าง, อันดับ 3 ร้อยละ 24.80 ทำความสะอาดบ้าน ปลูกต้นไม้ รักษาสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;5.ประชาชนมีวิธีการป้องกันตัวเองจากฝุ่น PM 2.5 อย่างไร? อันดับ 1 ร้อยละ 96.00 สวมหน้ากากอนามัย, อันดับ 2 ร้อยละ 35.84 ลดการทำกิจกรรมนอกบ้าน อยู่บ้านมากขึ้น หลีกเลี่ยงสถานที่ที่มีฝุ่น, อันดับ 3 ร้อยละ 11.68 ดูแลสุขภาพ กินอาหาร กินวิตามิน ติดตั้งเครื่องกรองอากาศ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;6.ประชาชนคิดว่ารัฐบาลควรมีวิธีการป้องกันและแก้ไขอย่างไร? อันดับ 1 ร้อยละ 33.77 ออกมาตรการต่างๆ บังคับใช้อย่างจริงจัง เช่น จำกัดปริมาณรถส่วนบุคคล ให้ใช้รถสาธารณะ ห้ามเผาไฟ, อันดับ 2 ร้อยละ 31.36 ตรวจจับรถทุกประเภทที่มีควันดำ กำหนดเวลาวิ่งของรถบรรทุก, อันดับ 3 ร้อยละ 26.97 ฉีดน้ำ พ่นละอองน้ำ ทำฝนหลวง, อันดับ 4 ร้อยละ 24.78 แจกหน้ากากอนามัยให้กับประชาชน มีระบบแจ้งเตือนสถานการณ์ฝุ่นแต่ละวัน, &amp;nbsp;อันดับ 5 ร้อยละ 16.45 ควบคุมการปล่อยควันพิษของโรงงานอุตสาหกรรม และการก่อสร้างต่างๆ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;7.ประชาชนมั่นใจว่ารัฐบาลจะแก้ไขสถานการณ์ฝุ่น PM 2.5 ได้มากน้อยเพียงใด? อันดับ 1 ร้อยละ 52.90 ไม่มั่นใจเลย เพราะไม่มีมาตรการที่เป็นรูปธรรมชัดเจน รัฐบาลแก้ปัญหาล่าช้า กระทบต่อสุขภาพของประชาชน ฯลฯ, อันดับ 2 ร้อยละ 40.70 ไม่ค่อยมั่นใจ เพราะประชาชนต้องดูแลตัวเอง สถานการณ์ฝุ่นยังมีทุกพื้นที่ แก้ไขได้ยาก ฯลฯ, อันดับ 3 ร้อยละ 4.80 ค่อนข้างมั่นใจ เพราะรัฐบาลติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด หน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องและเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายช่วยกันอย่างเต็มที่ ฯลฯ, อันดับ 4 ร้อยละ 1.60 มั่นใจมาก เพราะมีการนำเสนอข่าวอย่างต่อเนื่อง ให้ความสำคัญกับปัญหา ปีที่ผ่านมาสามารถแก้ไขได้ ฯลฯ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า จากการประเมินการปฏิบัติที่ผ่านมา ยังไม่สามารถควบคุมปริมาณค่าฝุ่นละอองที่จะไม่ให้กระทบต่อประชาชนได้ ดังนั้น ในระยะต่อไปนับจากนี้ ได้สั่งการเน้นย้ำผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ และผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ให้ติดตาม กวดขัน และ เตรียมแผนการใช้มาตรการอย่างเข้มข้น ในการแก้ไขปัญหาที่แหล่งกำเนิดในแต่ละพื้นที่ อย่างไรก็ตาม ขอให้ประชาชนเข้าใจในการปฏิบัติ ซึ่งอาจได้รับผลกระทบจากการสัญจรและการใช้ชีวิตประจำวันบ้าง &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พลังงาน ในฐานะเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ พร้อมด้วย ส.ส. กทม. อาทิ น.ส.ภาดา วรกานนท์ ผอ.ศูนย์ประสานงาน&amp;nbsp;PM 2.5 แถลงข่าวเปิดศูนย์ประสานงาน&amp;nbsp;PM 2.5&amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยนายสนธิรัตน์กล่าวว่า การเปิดศูนย์ประสานงาน&amp;nbsp;PM 2.5 ของพรรค เพื่อรับฟังแนวทางการแก้ปัญหาจากทุกภาคส่วน เป็นศูนย์กลางในการจัดการแก้ไขปัญหา เพราะขณะนี้นอกจากปัญหาเรื่องฝุ่นละอองขนาดเล็กแล้ว ยังมีเรื่องของไวรัสโคโรนาที่ต้องสร้างความเข้าใจเพื่อให้ประชาชนได้ป้องกันไปในช่วงเวลาเดียวกัน โดยพรรคมี 10 วิธีเร่งด่วนที่จะเป็นต้นแบบขยายผลไปสู่ภาคประชาสังคมในการแก้ปัญหา อาทิ ติดตั้งระบบอนุภาคกำแพงละอองน้ำดักจับฝุ่น&amp;nbsp;PM2.5&amp;nbsp;โดยมีหัวจ่ายละอองน้ำขนาดเล็ก หรือพีเอ็ม 5 ที่จะเสนอนายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ขยายผลไปถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป ขณะที่ภาคครัวเรือนสามารถซื้อได้ในราคาที่ไม่แพงเกินไป ประมาณ 1,000 บาทต่อ 10 หัว สำหรับติดตั้งบริเวณที่อยู่อาศัยเพื่อลดปริมาณของฝุ่น เป็นต้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ในสัปดาห์หน้าจะประสานเรื่องการลดราคาค่าใช้จ่ายในการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง ไส้กรองของรถยนต์ที่ใช้น้ำมันดีเซล เพื่อลดปัญหาควันดำที่เป็นสาเหตุสำคัญของ&amp;nbsp;PM 2.5&amp;nbsp;ขณะที่ในวันที่ 1 มี.ค. จะเร่งติดตั้งหัวจ่ายน้ำมัน&amp;nbsp;B10 สำหรับรถยนต์ และ B20 ในรถบรรทุกในทุกปั๊มน้ำมันทั่วประเทศ อย่างไรก็ตาม จะมีการเข้มงวดในการตรวจจับรถควันดำอย่างเข้มข้นมากขึ้น และหากมีช่วงวิกฤติฝุ่นละอองเกินค่ามาตรฐานรุนแรง พรรคพลังประชารัฐจะจัดหาพื้นที่ชั่วคราวเพื่อให้ประชาชนได้เข้ามาหลบฝุ่นได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงกรณีผลโพลระบุว่า ประชาชนไม่เชื่อมั่นว่ารัฐบาลจะแก้ไขปัญหาฝุ่นได้ นายสนธิรัตน์กล่าวว่า รัฐบาลให้ความสำคัญเรื่องฝุ่นละอองเป็นอย่างมาก ซึ่งปัญหา&amp;nbsp;PM 2.5 เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นเป็นช่วงๆ เป็นเรื่องที่เป็นปัญหาของรัฐบาลทุกประเทศทั่วโลก แต่มาตรการบางอย่างนั้นไม่สามารถจะแก้ปัญหาได้ทัน เพราะเป็นปัญหาที่สะสมมา รัฐบาลทราบดีถึงความรู้สึกของพี่น้องประชาชน ส่วนเสียงวิพากษ์วิจารณ์ในโซเชียลมีเดียนั้น มีการตรวจสอบอยู่ แต่ถ้าจะแก้ให้จบต้องใช้ยาแรงมาก หลายอย่างในประเทศไทยทำไม่ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้น นายสนธิรัตน์ได้นำคณะเดินรณรงค์แจกหน้ากากป้องกันฝุ่นละออง&amp;nbsp;PM 2.5 บริเวณสวนจตุจักร.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/55569</URL_LINK>
                <HASHTAG>พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา, ภาดา วรกานนท์, สวนดุสิตโพล, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200126/image_big_5e2d943945eaa.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
