<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>104824</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/05/2021 21:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/06/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แยกขยะติดเชื้อ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด ที่ทุกคนนอกจากต้องป้องกันตัวตามมาตรการสาธารณสุขและฉีดวัคซีนแล้ว อีกประเด็นสำคัญที่ไม่ควรมองข้ามคือ การคัดแยกขยะติดเชื้อ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส.ส.วัน-ภาดาท์ วรกานนท์ ส.ส.กทม. พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) จากกลุ่มดาวกฤษ์ ได้ออกมารณรงค์ เรื่องนี้อย่างจริงจังว่า ขยะติดเชื้อเป็นขยะที่ปนเปื้อนสารคัดหลั่ง เช่น น้ำลาย น้ำมูก หรือเสมหะในร่างกาย ซึ่งอาจเจือปนมากับหน้ากากอนามัย ถุงมือยาง หรือแม้แต่ทิชชูที่ใช้แล้ว &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ถ้าหากขยะเหล่านี้ไม่ถูกกำจัดอย่างถูกวิธี และถูกทิ้งรวมกับขยะมูลฝอยอื่นๆ ก็จะเสี่ยงต่อการแพร่เชื้อให้คนในบ้าน และพนักงานเก็บขยะที่ต้องสัมผัสขยะในระหว่างจัดเก็บ หลังจากนั้นขยะติดเชื้อที่ไม่ถูกแยกก็จะถูกนำไปฝังกลบ ซึ่งเสี่ยงปนเปื้อนสู่ธรรมชาติอีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส.ส.ภาดาท์ บอก....&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ตอนนี้น่ากังวลมาก เนื่องจาก กทม.ให้ข้อมูลว่าในพื้นที่กรุงเทพฯ มีขยะติดเชื้อเพิ่มขึ้นกว่า 20 ตันต่อวัน ทั้งจากสถานพยาบาลต่างๆ และจากบ้านเรือนประชาชน ซึ่งถ้าหากขยะเหล่านี้ไม่ถูกคัดแยกและทิ้งอย่างถูกวิธี ก็จะเกิดความเสี่ยงกระจายเป็นวงกว้าง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จึงอยากเชิญชวนให้ทุกคนมาช่วยกันคัดแยกขยะติดเชื้อ เพียงแค่ 3 ขั้นตอนง่ายๆ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; 1.เลือกถุงขยะที่สามารถผูกมัดปากถุงได้มิดชิด หรือใช้ถุงขยะสีแดงที่มีไว้สำหรับขยะติดเชื้อโดยเฉพาะ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; 2.หากเป็นหน้ากากอนามัยที่ใช้แล้ว ให้ตัดทำลายหรือพับแล้วม้วนเอาด้านที่สัมผัสใบหน้าเข้าด้านใน และ 3.มัดปากถุงให้แน่นก่อนรวบรวมขยะติดเชื้อไปทิ้ง พร้อมเขียนบนถุงขยะว่าเป็น &amp;ldquo;ขยะติดเชื้อ&amp;rdquo; หรือ &amp;ldquo;ขยะหน้ากากอนามัยใช้แล้ว&amp;rdquo; เพื่อให้พนักงานเก็บขยะลดความเสี่ยงในการสัมผัสระหว่างจัดเก็บ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เมื่อขยะดังกล่าวถูกจัดการอย่างถูกวิธี ไม่ใช่แค่ช่วยยับยั้งการแพร่ระบาดโควิด แต่คุณภาพชีวิตและสิ่งแวดล้อมของประเทศชาติเราก็จะดีขึ้น. &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ช่างสงสัย &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/104824</URL_LINK>
                <HASHTAG>คันปากอยากเล่า, ช่างสงสัย, ภาดาท์ วรกานนท์, แยกขยะติดเชื้อ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200809/image_big_5f2ff6c243787.jpg   </PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>102288</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/05/2021 14:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/05/2021 14:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ส.ส.พปชร.ตามบี้ผู้ติดเชื้อโควิดบ่อนชุมชนไผ่ตัน-พหลฯซ.15ปกปิดไทม์ไลน์ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 พ.ค.64-น.ส.ภาดาท์ วรกานนท์ ส.ส.กทม.เขตพญาไท-ราชเวที-จตุจักร พรรคพลังประชารัฐ&amp;nbsp; กล่าวกรณีบ่อนการพนันมีผู้ติดเชื้อโควิด-19ว่า ได้รับแจ้งจากประชาชนพื้นที่เขตพญาไทยังคงมีการเปิดบ่อนการพนันอยู่ 2 จุด คือ จุดที่ 1 ในชุมชนวัดไผ่ตันและจุดที่ 2 บริเวณซอยพหลโยธิน 15 โดยชาวบ้านร้องเรียนว่า เจ้ามือบ่อน ติดเชื้อโควิด-19 ทำให้แพร่กระจายมายังชุมชนและคนในชุมชนหลายคน ที่อาจจะติดมาจากบ่อนก็ปกปิดไทม์ไลน์ไม่กล้าบอกความจริง ทำให้ไม่สามารถทราบได้เลยว่าตอนนี้ใครเป็นผู้ใกล้ชิดที่มีความเสี่ยงบ้าง&amp;nbsp; ทำให้ไม่มีการกักตัวและยิ่งมีโอกาสเสี่ยงต่อการแพร่เชื้อกระจายไปเรื่อยๆ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ขณะนี้คนในชุมชนไปตรวจคัดกรองแล้ว ประมาณ 20 กว่าคน และผลตรวจคือมียอดผู้ติดเชื้อ 10 กว่าคน เบื้องต้น ศูนย์ อสส.ได้ประสานรถตรวจโควิด-19 พระราชทานให้มาช่วยตรวจเพิ่มเร็วๆนี้ อย่างไรก็ตามชาวบ้านยังคงมีความกังวลมากและขอร้องให้ทางตนเองเร่งดำเนินการ ประสานเจ้าหน้าที่มาปราบปรามทั้งบ่อนและตรวจคัดกรองโควิด อย่างเร่งด่วน&amp;quot;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/102288</URL_LINK>
                <HASHTAG>บ่อนพนัน, พลังประชารัฐ, ภาดาท์ วรกานนท์, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210509/image_big_609787b42e36d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>100006</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/02/2026 16:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/04/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไม่สร้างปัญหา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เรื่องของวัคซีนโควิดการเมือง เกิดขึ้นจากกลุ่มการเมือง และพรรคการเมืองหนึ่งต้องการนำมาโจมตีรัฐบาลเพื่อให้หวังผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงใช่หรือไม่ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ถึงขนาด ส.ส.บางพรรคการเมืองประกาศว่า ตราบใดที่วัคซีนยังมีจำกัด จะไม่ไปแย่งประชาชน แต่เอาเข้าจริง เมื่อสภาฯ เปิดให้ฉีด พรรคนี้ก็เรียงแถวเข้าไปฉีดก่อนประชาชน โดยอ้างว่าต้องการรับผิดชอบต่อสังคม เล่นเอาชาวโซเชียลออกมาวิจารณ์ยับถึงความโลเล และจะฝากผีฝากไข้ และฝากประเทศให้บริหารได้หรือไม่ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ไม่เว้นแม้แต่ &amp;quot;ลุงตู่&amp;quot; พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ยังออกมาเรียกร้องไปถึงนักการเมือง หากใครไม่สมัครใจฉีดวัคซีนก็ให้ประกาศมาเลย&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สันนิษฐานว่า นายกฯ คงเบื่อหน่ายกับ ส.ส.ฝ่ายตรงข้ามที่เอาแต่เล่นการเมือง จนเกิดความวุ่นวายอยู่ในเวลานี้ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แตกต่างจาก ส.ส.บางคนที่เข้าใจสถานการณ์และไม่ต้องการสร้างปัญหาในการบริหารจัดการวัคซีนโควิดของทีมแพทย์&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นั่นคือ &amp;quot;ภาดาท์ วรกานนท์&amp;quot; ส.ส.กทม.พปชร. ประกาศว่า ไม่ขอรับการฉีดวัคซีนในครั้งนี้ได้ เนื่องจากส่วนตัวมีประวัติแพ้ยาและแพ้อาหารรุนแรงหลายชนิด และเมื่อแพ้จะรุนแรงถึงขั้นหายใจไม่ออก ดังนั้นจึงจำเป็นต้องขอสละสิทธิ์นี้ไป&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;สำหรับประชาชนท่านใดที่มีข้อจำกัดด้านสุขภาพ ควรปรึกษาแพทย์และแจ้งประวัติสุขภาพให้ครบถ้วนก่อนเข้ารับการฉีดวัคซีนเพื่อหลีกเลี่ยงอาการไม่พึงประสงค์ ผู้ที่มีประวัติแพ้ยาหรือมีโรคประจำตัวก็ควรปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินสุขภาพเบื้องต้นของตนเองก่อน และปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัดในการดูแลตนเองเพื่อป้องกันการติดเชื้อไวรัสโควิด&amp;quot; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นี่คือ ส.ส.ตัวอย่างที่ไม่สร้างปัญหาให้ส่วนรวม และ &amp;quot;ลุงตู่&amp;quot;. &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;ช่างสงสัย&amp;nbsp; &lt;/p&gt;ufabet777
allslotmaster
scb99
sbfplay
slotgame6666
gg168th
pxj888
wmbet444
qq288
nemoslot
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/100006</URL_LINK>
                <HASHTAG>คันปากอยากเล่า, ช่างสงสัย, ภาดาท์ วรกานนท์, ไม่สร้างปัญหา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200809/image_big_5f2ff6c243787.jpg </PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>93909</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/02/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/02/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘6 ดาวฤกษ์’ พุ่งผิดจังหวะ  เปลี่ยนโอกาสเป็น &#039;วิกฤติ&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0cm;&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; กลายเป็นเรื่องใหญ่โตกว่ากรณีงูเห่า 4 ส.ส.พรรคก้าวไกล กดปุ่มไว้วางใจให้ &amp;ldquo;เสี่ยหนู&amp;rdquo; นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.สาธารณสุข จนกลายเป็นรัฐมนตรีที่มีคะแนนไว้วางใจมากสุดในศึกซักฟอกที่ผ่านมาไปแล้ว สำหรับประเด็น 6 ส.ส.กลุ่มดาวฤกษ์ พรรคพลังประชารัฐ งดออกเสียงให้นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม และเลขาธิการพรรคภูมิใจไทย &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เรื่องดังกล่าวถือเป็นเรื่องละเอียดอ่อนในทางการเมืองอย่างมาก เพราะถือเป็นเรื่องร้ายแรงสำหรับกติกาการอยู่ร่วมกันของพรรคร่วมรัฐบาล หรือแม้แต่พรรคร่วมฝ่ายค้านเอง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แม้ตามรัฐธรรมนูญ ส.ส.จะมีเอกสิทธิ์และอิสระในการลงมติ แต่ในทางการเมืองถือเป็นมารยาทที่ทุกพรรคเคร่งครัดและให้ความสำคัญ เพราะมันสุ่มเสี่ยงที่จะกลายเป็นน้ำผึ้งหยดเดียวได้&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ดังจะเห็นว่า หลังเสร็จสิ้นศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจ ผู้ใหญ่ของพรรคพลังประชารัฐต้องรีบต่อสายเคลียร์กับผู้ใหญ่ฝั่งพรรคภูมิใจไทย&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขณะที่ปฏิกิริยาจาก ส.ส.พรรคภูมิใจไทย ที่ออกมาโพสต์เหน็บแนม 6 ส.ส.กลุ่มดาวฤกษ์ พร้อมกับปกป้องนายศักดิ์สยาม คือสิ่งที่ตอกย้ำได้เป็นอย่างดีว่า มันไม่ใช่เรื่องที่ปล่อยผ่านกันง่ายๆ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สิ่งที่เกิดขึ้น มันไม่ได้ส่งผลกระทบเฉพาะ 6 ส.ส.กลุ่มดาวฤกษ์ หากแต่คนที่เสียหายที่สุด หนีไม่พ้น &amp;ldquo;บิ๊กป้อม&amp;rdquo; พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ก่อนการลงมติอภิปรายไม่ไว้วางใจ 1 วัน &amp;ldquo;บิ๊กป้อม&amp;rdquo; ได้เรียกประชุมด่วน ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ เพื่อส่งสัญญาณว่า ให้ลงคะแนนเท่ากัน ดังนั้นการที่มี ส.ส.แหกมติพรรค ในปริมาณที่มากขนาดนี้ ย่อมทำให้ถูกมองว่าไม่สามารถควบคุมดูแลผู้ใต้บังคับบัญชาได้ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขณะเดียวกัน เหตุการณ์นี้หากเกิดขึ้นกับพรรคประชาธิปัตย์คงไม่รุนแรงมากขนาดนี้ เพราะมี ส.ส.ของพรรคประชาธิปัตย์แหกมติพรรคด้วยการงดออกเสียงให้กับรัฐมนตรีที่ถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจหลายคน แต่กับพรรคภูมิใจไทยแตกต่างกัน&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; บรรดา ส.ส.พรรคภูมิใจไทยภายใต้การนำของนายอนุทิน หัวหน้าพรรค และนายศักดิ์สยาม เลขาธิการพรรค ไม่มีใครแหกคอก หรือออกอาการเกเรแม้แต่เสียงเดียว ต่างลงมติไปในทิศทางเดียวกันทั้งหมด จึงเป็นอีกเรื่องที่ทำให้พรรคพลังประชารัฐน้ำท่วมกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อีกทั้งเป็นที่รับรู้กันดีว่า การมีปัญหากับพรรคภูมิใจไทย ที่มียี่ห้อของนายเนวิน ชิดชอบ อดีตแกนนำติดอยู่ เป็นเรื่องที่ไม่ควรอย่างยิ่งในทางการเมือง เพราะขึ้นชื่อลือชาเรื่องความเขี้ยว&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อย่างไรก็ดี แม้ที่สุดเรื่องนี้จะผ่านไปได้ หากแต่มันจะส่งผลต่ออนาคตทางการเมืองต่อตัว 6 ส.ส.ดาวฤกษ์ ได้แก่ นางกรณิศ งามสุคนรัตนา ส.ส.กทม., น.ส.ฐิติภัสร์ โชติเดชาชัยนันต์ ส.ส.กทม., น.ส.ธณิกานต์ พรพงษาโรจน์ ส.ส.กทม., น.ส.ภาดาท์ วรกานนท์ ส.ส.กทม., นายศิริพงษ์ รัสมี ส.ส.กทม. และ น.ส.วทันยา วงษ์โอภาสี ส.ส.บัญชีรายชื่อ&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แน่นอนว่า จากนี้สถานะภายในพรรคพลังประชารัฐที่จะเปลี่ยนไป เพราะต้องไม่ลืมว่า กลุ่มดาวฤกษ์ก็มีคู่ขัดแย้งภายในพรรคเช่นเดียวกับมุ้งอื่นๆ ที่รอเหยียบซ้ำเช่นเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นมุ้ง ส.ส.กทม. ภายใต้การนำของนายณัฏฐพล ทีปสุววรรณ รมว.ศึกษาธิการ และนายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ที่รู้สึกโกรธเคืองที่ ส.ส.เหล่านี้แยกตัวออกไป รวมไปถึงมุ้งของนายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ และประธานวิปรัฐบาล &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; กรณีที่เกิดขึ้นถือว่ายังโชคดีอยู่บ้าง ที่ไม่ได้ถูกกดดันให้ลาออกจาก ส.ส.เพื่อแสดงความรับผิดชอบ โดยเฉพาะในรายของ &amp;ldquo;มาดามเดียร์&amp;rdquo; นางสาววทันยา ซึ่งเป็นหัวหน้ากลุ่ม เพราะมี ส.ส.จากมุ้งอื่นที่ขัดมติพรรคเช่นกันคือ นายสมพงษ์ โสภณ ส.ส.ระยอง จากมุ้งของนายวิรัช และนายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน ที่งดออกเสียงไว้วางใจ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี รมว.พาณิชย์ และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; มีการพูดกันว่า หากไม่มี ส.ส.จากมุ้งอื่นแหกมติพรรค &amp;ldquo;มาดามเดียร์&amp;rdquo; อาจจะเจอแรงกดดันกว่านี้ โดยเฉพาะการกดดันให้ลาออกจาก ส.ส.บัญชีรายชื่อ เพื่อแสดงความรับผิดชอบ ในฐานะที่นำความขัดแย้งส่วนตัวมาปะปนกับพรรคจนเกิดเรื่อง&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; 5 ส.ส.กทม. เป็น ส.ส.เขต ยังพอมีภูมิคุ้มกันในแง่ที่ไม่สามารถลาออกได้ เพราะต้องจัดการเลือกตั้งใหม่ แต่ &amp;ldquo;มาดามเดียร์&amp;rdquo; เป็น ส.ส.บัญชีรายชื่อ ที่แม้ลาออกไป ก็สามารถเลื่อนผู้สมัครลำดับถัดไปขึ้นมาแทนที่ได้ แต่ดีที่ว่า มีมุ้งอื่นที่ผิดเหมือนกัน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ถือว่าเป็นก้าวที่พลาดมากๆ เพราะหากไม่มีประเด็นกลุ่ม 6 ส.ส.ดาวฤกษ์ขัดมติพรรค ประเด็นเรื่องนายณัฏฐพลได้คะแนนน้อยที่สุด อาจกำลังถูกพูดถึงมากกว่า เพราะก่อนหน้านี้ก็มีข่าวว่า มีบางมุ้งในพรรคพลังประชารัฐเตรียมนำเรื่องนี้ไปเขยื้อนเพื่อกดดันให้ปรับคณะรัฐมนตรี&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่มาสะดุดล้มเองเสียก่อน. &lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/93909</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรณิศ งามสุคนรัตนา, กรองสถานการณ์, ฐิติภัสร์ โชติเดชาชัยนันต์, ธณิกานต์ พรพงษาโรจน์, น.ส.วทันยา วงษ์โอภาสี, ภาดาท์ วรกานนท์, ศิริพงษ์ รัสมี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210222/image_big_6033c58b100f5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>54987</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/01/2020 17:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/01/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฝุ่นพิษ2.5ยังเกินควบคุม พปชร.แก้เกี้ยวผุดศูนย์สู้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กทม.-ปริมณฑลฝุ่น PM 2.5 ยังพุ่ง! เกินมาตรฐาน 44 พื้นที่ คนกรุงไม่พอใจภาครัฐไร้น้ำยาแก้ปัญหา พปชร.ผุดศูนย์ประสานงานสู้ฝุ่น ดึงนักวิชาการ-เอกชนเข้าร่วม พท.ชงญัตติด่วนให้สภาตั้ง &amp;quot;องค์กรพิทักษ์สิ่งแวดล้อม&amp;quot; ดูแลโดยตรง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 19 มกราคม เวลา 15.00 น. กรมควบคุมมลพิษ รายงานข้อมูลคุณภาพอากาศว่า ผลการติดตามตรวจสอบคุณภาพอากาศในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล โดยกรมควบคุมมลพิษร่วมกับกรุงเทพมหานคร (กทม.) จำนวน 54 สถานี ตรวจวัดค่าได้ 43-87 ไมโครกรัม (มคก.)/ลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) (ค่ามาตรฐานไม่เกิน 50 มคก./ลบ.ม) โดยปริมาณฝุ่นละอองในภาพรวมมีแนวโน้มลดลงในหลายพื้นที่จากช่วงเช้า โดยพบพื้นที่ที่มีปริมาณฝุ่นละอองอยู่ในระดับเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ (พื้นที่สีส้ม) 44 พื้นที่ ประชาชนในพื้นที่ดังกล่าว ควรลดเวลาการทำกิจกรรมกลางแจ้ง ใช้อุปกรณ์ป้องกันตนเองหากมีความจำเป็น และติดตามสถานการณ์ฝุ่นละอองอย่างใกล้ชิด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ในส่วนของกรุงเทพฯ พบว่าเขตพระนครมีค่า PM2.5 เกินมาตรฐานสูงสุดที่ 87 มคก./ลบ.ม.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศูนย์สำรวจความคิดเห็น &amp;ldquo;นิด้าโพล&amp;rdquo; สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลสำรวจของประชาชน เรื่อง &amp;ldquo;การจัดการวิกฤติฝุ่นละออง&amp;rdquo; ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 15-16 ม.ค. 2563 จากประชาชนที่พักอาศัยอยู่ในเขตกรุงเทพมหานคร รวมทั้งสิ้นจำนวน 1,256 หน่วยตัวอย่าง พบว่าการปฏิบัติตัวเมื่อเผชิญปัญหาจากวิกฤติฝุ่นละอองของประชาชน ร้อยละ 69.98 สวมหน้ากากอนามัยเวลาออกนอกบ้าน, ร้อยละ 21.50 หลีกเลี่ยงการเดินทางออกนอกบ้าน, ร้อยละ 10.59 งดทำกิจกรรมกลางแจ้ง, ร้อยละ 6.61 ใช้เครื่องฟอกอากาศ, ร้อยละ 5.41 ปิดประตู-หน้าต่างกันฝุ่น, ร้อยละ 3.66 ใช้ชีวิตตามปกติไม่ได้ทำอะไรเลย, &amp;nbsp;ร้อยละ 3.50 ไม่สนใจ เพราะอยู่ในพื้นที่ที่ไม่ได้รับผลกระทบจากฝุ่นละออง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านประสิทธิภาพในการแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองของหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง พบว่า ร้อยละ 2.47 ระบุว่ามีประสิทธิภาพมาก เพราะหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องมีการจัดการแก้ปัญหาที่ดี, ร้อยละ 17.60 ระบุว่าค่อนข้างมีประสิทธิภาพ เพราะมีการพ่นละอองน้ำเพื่อลดฝุ่น มีการแจ้งเตือนเขตพื้นที่สีแดง ทำให้ประชาชนได้เตรียมพร้อมรับมือ ขณะที่บางส่วนระบุว่าไม่ได้เกี่ยวกับหน่วยงานภาครัฐ แต่เป็นที่ตัวบุคคลในการทำให้เกิดฝุ่นละออง, ร้อยละ 40.84 ระบุว่าไม่ค่อยมีประสิทธิภาพ เพราะหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องยังแก้ไขได้ไม่ตรงจุด ทำงานไม่จริงจัง ไม่ต่อเนื่อง ควรมีมาตรการอย่างจริงจังที่เป็นรูปธรรมในการควบคุม เช่น การก่อสร้าง รถควันดำ หรือผู้ที่ก่อให้เกิดมลพิษ, ร้อยละ 36.22 ระบุว่าไม่มีประสิทธิภาพเลย เพราะการจัดการของหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องยังไม่มีการตื่นตัว ไม่มีการแก้ปัญหาที่เป็นรูปธรรม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ท้ายที่สุด เมื่อถามถึงการมีส่วนช่วยลดปัญหาฝุ่นละอองของประชาชน พบว่า ส่วนใหญ่ ร้อยละ 30.57 ระบุว่าใช้บริการขนส่งสาธารณะแทนการขับรถส่วนตัว รองลงมา ร้อยละ 24.20 ระบุว่า ฉีดน้ำล้างฝุ่นละอองหน้าบ้านตนเอง, ร้อยละ 23.09 ระบุว่าหยุดเผาขยะ ใบไม้ เศษวัสดุ, ร้อยละ 21.66 ระบุว่าไม่มีส่วนช่วยลดปัญหาฝุ่นละออง เพราะการใช้ชีวิตประจำวันไม่ได้ทำอะไรหรือสร้างปัญหาอะไรเกี่ยวกับฝุ่น อยู่แต่ที่บ้าน/อาคารไม่ได้ไปไหน ขณะที่บางส่วนระบุว่าเนื่องจากจำเป็นต้องใช้รถส่วนตัวเพื่อไปทำงาน, ร้อยละ 16.96 ระบุว่าดับเครื่องยนต์ทุกครั้งเวลาจอดรถ, ร้อยละ 8.20 ระบุว่าหยุดการจุดธูป ประทัด, ร้อยละ 7.48 ระบุว่านำรถไปเข้าอู่เพื่อแก้ไขปัญหาควันดำ, ร้อยละ 2.23 ระบุว่าหยุดการก่อสร้าง&amp;nbsp;
ผุดศูนย์ประสานงานสู้ฝุ่น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่พรรคพลังประชารัฐ นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พลังงาน และเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ แถลงข่าวกรณีแก้ปัญหาฝุ่น PM2.5 ว่าพรรคพลังประชารัฐสนใจแก้ไขปัญหาในระยะสั้น 2 เดือนนี้ โดยร่วมมือกับทีมนักวิชาการ ในระยะกลางและระยะยาว เพื่อแก้ปัญหาต่อไป และป้องกันปัญหาในช่วงปีหน้าอย่างไรจะดำเนินการอย่างต่อเนื่อง ยืนยันว่าพรรคพลังประชารัฐมีความเป็นห่วงประชาชน และขอให้ช่วยกันทำเพื่อลูกหลาน ทำให้มลพิษมีปัญหาต่อสุขภาพน้อยที่สุด อย่างไรก็ตาม ฝุ่นพิษเป็นปัญหาทั่วโลกมาแล้ว สำหรับประเทศไทยในช่วง 2 ปีนี้ค่อนข้างแรง เราต้องร่วมมือกับรัฐบาล ภาควิชาการ &amp;nbsp;ภาคเอกชน เพื่อศูนย์ประสานงานด้านฝุ่น PM2.5 ที่จะตั้งขึ้นเป็นส่วนประสานงาน เพื่อให้ประชาชนมีความปลอดภัย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.ภาดาท์ วรกานนท์ ส.ส.กทม. พรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า จะมีการเปิดศูนย์ฯ อย่างเป็นทางการในสัปดาห์หน้า โดยนายสนธิรัตน์ได้มอบหมายให้ตนเป็นผู้อำนวยการศูนย์ดังกล่าว เพื่อช่วยกันคิดหาทางสู้กับปัญหาฝุ่นและผลักดันนโยบายแก้ไขได้จริง พร้อมกับจะประสานงานกับภาควิชาการ จัดหาองค์ความรู้มอบแก่ประชาชน รวมถึงเทคโนโลยีจะสามารถให้ประชาชนช่วยเหลือตัวเองในเบื้องต้นได้ อาทิ ปัจจุบันมีเทคโนโลยีที่จะจับฝุ่น PM2.5 ได้แล้วโดยเป็นละอองน้ำประมาณ 15 ไมครอน ซึ่งในสัปดาห์หน้าจะมาสอนวิธีประกอบอุปกรณ์เพื่อให้ประชาชนนำไปใช้ได้ทันที นอกจากนี้ยังมีการพูดถึงมอส ซึ่งเป็นพืชชนิดหนึ่งที่สามารถกรองดัก ฝุ่นในอากาศได้เป็นอย่างดีเทียบเท่ากับต้นไม้เป็น 100 ต้น ซึ่งในสัปดาห์หน้าจะได้มาให้รายละเอียดกันอีกครั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในช่วงเช้าวันเดียวกัน นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่, นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรค, น.ส.พรรณิการ์ วานิช โฆษกพรรค&amp;nbsp;พร้อมด้วย ส.ส.เขต กทม.ของพรรค ลงพื้นที่กรุงเทพมหานคร รณรงค์แจกหน้ากากอนามัยป้องกันฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 ให้กับประชาชน ที่ตลาดรุ่งเจริญ เขตยานนาวา และวงเวียนสมเด็จพระเจ้าตากสิน&amp;nbsp;จากนั้นช่วงบ่ายจะลงพื้นที่ตลาดมาวิน พระราม 2 หมู่บ้านเศรษฐกิจ บางแค และช่วงเย็นที่สยามสแควร์ และบริเวณสถานีรถไฟฟ้าเอกมัย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธนาธรกล่าวว่า รัฐบาลควรเร่งแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าด้านการบรรเทาผลกระทบสุขภาพประชาชน ด้วยการให้ข้อมูลเพื่อตระหนักถึงปัญหา รวมถึงการแจกหน้ากากป้องกันฝุ่นให้กับประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มคนที่มีรายได้น้อย และเข้าไม่ถึงหน้ากากอนามัยชนิดที่กันฝุ่น PM2.5&amp;nbsp;ได้ ทั้งนี้ หากค่าของฝุ่นละอองมีมากจนส่งผลต่อสุขภาพ ควรมีการปิดเรียนชั่วคราว ซึ่งเป็นมาตรการของทุกประเทศที่ประสบปัญหานำมาใช้ และต้องคิดล่วงหน้าว่าหากปีหน้าต้องเผชิญปัญหาอีกจะทำอย่างไร
ชงองค์กรพิทักษ์สิ่งแวดล้อม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน น.ส.สรัสนันท์ อรรณนพพร ส.ส.ขอนแก่น และรองโฆษกพรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่า ประเทศไทยมีปัญหาเชิงโครงสร้าง ไม่มีหน่วยงานใดมีบทบาทรับผิดชอบโดยตรงด้านพัฒนาและพิทักษ์สิ่งแวดล้อม และเมื่อมีปัญหาเช่นฝุ่น PM2.5 ไม่มีใครออกตัวรับปฏิบัติหน้าที่ ส่วนรัฐบาลไม่มีผู้เชี่ยวชาญคอยให้คำแนะนำในการออกมาตรการที่ถูกต้องและมีประสิทธิภาพ จึงขอเสนอญัตติด่วนต่อที่ประชุมสภาผู้แทนเพื่อพิจารณาแต่งตั้ง &amp;quot;องค์กรพิทักษ์สิ่งแวดล้อม&amp;quot; ที่จะเป็นหน่วยงานที่รวมผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน มีหน้าที่รับผิดชอบโดยตรง ศึกษาออกแบบแผนบูรณาการด้านสิ่งแวดล้อมระยะยาว ซึ่งหลายประเทศ เช่น สหรัฐอเมริกา มีหน่วยงาน Environmental Protection Agency - EPA ทำหน้าที่โดยตรง ส่วนจีนสามารถแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศได้ภายใน 6 ปี โดยให้ความสำคัญกับงบประมาณพิทักษ์สิ่งแวดล้อม ราว 10 ล้านล้านบาท&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสราวุธ ทรงศิวิไล อธิบดีกรมทางหลวง (ทล.) เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้สำนักงานทางหลวง แขวงทางหลวง และหมวดทางหลวงทั่วประเทศ ดำเนินการตามแผนปฏิบัติการขับเคลื่อนวาระแห่งชาติของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหามลพิษด้านฝุ่นละอองขนาดเล็ก หรือ PM 2.5 ด้วยการกำหนดมาตรการป้องกันแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองใน 2 กรณี คือ กรณีที่ระดับปริมาณฝุ่น PM 2.5 มีค่าไม่เกิน 50 มคก./ลบ.ม. และกรณีเกิดสถานการณ์วิกฤติที่ระดับปริมาณฝุ่น PM 2.5 มีค่าเกิน 50 มคก./ลบ.ม.ขึ้นไป&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับกรณีเกิดสถานการณ์วิกฤติที่ระดับปริมาณฝุ่น PM 2.5 มีค่าเกิน 50 มคก./ลบ.ม.ขึ้นไป กรมทางหลวงจะดำเนินการดังนี้ การปล่อยฝอยละอองน้ำความดันสูง ซึ่งปัจจุบันติดตั้งไว้จำนวน 15 แห่ง เพื่อดักจับฝุ่นละอองฝุ่น PM 2.5 ดำเนินการช่วงเวลา 18.00-23.00 น. และกำชับให้หน่วยงานในสังกัดแก้ไขปัญหาจราจรติดขัดบริเวณพี้นที่ก่อสร้าง และหน้าด่านเก็บค่าธรรมเนียมผ่านทาง โดยศึกษาและจัดทำแผนแก้ปัญหาด่านเก็บค่าผ่านทางฯ ให้รถสามารถผ่านด่านฯ ได้โดยเร็ว ไม่หยุดชะงัก เพื่อแก้ไขปัญหาการก่อมลพิษอีกทาง รวมทั้งร่วมมือกับการทางพิเศษแห่งประเทศไทยรณรงค์และกำหนดมาตรการจูงใจให้ผู้ใช้ทาง หันมาใช้ M-Pass และ Easy Pass&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิบูลย์ ฤกษ์ศิระทัย ผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เปิดเผยว่า กฟผ.คำนึงถึงหนึ่งในสาเหตุสำคัญของการเกิด PM 2.5 คือการเผาไหม้ &amp;nbsp;จึงได้ออกมาตรการป้องกัน ดังนี้ 1.รณรงค์ประชาชนรอบเขื่อนและโรงไฟฟ้า ห้ามจุดไฟเผาป่าและวัชพืช 2.กฟผ.ร่วมกับชุมชนจัดตั้งทีมเฝ้าระวังไฟป่า เพื่อร่วมกันทำแนวกันไฟป่าและจัดทีมดับไฟป่าเพื่อร่วมปฏิบัติภารกิจดับไฟป่าให้สงบลงได้อย่างรวดเร็ว และ 3.จัดโครงการสร้างฝายชะลอน้ำรอบพื้นที่เขื่อนของ กฟผ. เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผืนป่าและลดโอกาสของการเกิดไฟป่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ เพื่อช่วยลดและบรรเทาปัญหาการฟุ้งกระจายของฝุ่น PM 2.5 บริเวณสำนักงานใหญ่ กฟผ. จ.นนทบุรี และพื้นที่ชุมชนโดยรอบอย่างเร่งด่วน กฟผ.จึงได้ออกมาตรการเปิดระบบพ่นละอองไอน้ำบนยอดตึก 20 ชั้นของสำนักงานใหญ่ กฟผ. จ.นนทบุรี.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/54987</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ, ภาดาท์ วรกานนท์, วิบูลย์ ฤกษ์ศิระทัย, สรัสนันท์ อรรณนพพร, สราวุธ ทรงศิวิไล, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>DELETE</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200119/image_big_5e2461898281e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>41214</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/07/2019 14:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/07/2019 14:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;นฤมล&#039;เต็งหามโฆษกรัฐบาล ดับฝัน&#039;ธนกร&#039;!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 ก.ค. 62 - แหล่งข่าวระดับสูงในพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) เปิดเผยถึงการเสนอรายชื่อแคนดิเดตผู้ที่จะเป็นโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีว่า ก่อนหน้านี้ผู้ใหญ่ในพรรคได้เสนอชื่อ นายธนกร วังบุญคงชนะ รองโฆษกพรรค พปชร. ซึ่งมีบทบาทในช่วยงานพรรคมาโดยตลอด ก่อนที่จะมีการเสนอชื่อของ น.ส.ภาดาท์ วรกานนท์ ส.ส.กทม. และนางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ&amp;nbsp; เพิ่มเติม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม เมื่อดูจากโปรไฟล์แล้วถือว่านางนฤมลมีโอกาสสูงที่จะได้รับการแต่งตั้ง ซึ่งท้ายที่สุด พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม จะเป็นผู้ตัดสินใจทั้งหมดเพียงคนเดียวเท่านั้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;คนที่จะมาทำหน้าที่ตรงนี้ ต้องมีความรู้ความสามารถ มีภาพลักษณ์ประนีประนอม และในเบื้องต้นผู้ใหญ่ในรัฐบาลคนสำคัญ ก็เห็นชอบแล้วว่าจะให้เป็นผู้หญิง&amp;rdquo; แหล่งข่าว ระบุ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/41214</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธนกร วังบุญคงชนะ, นฤมล ภิญโญสินวัฒน์, พปชร., ภาดาท์ วรกานนท์, โฆษกรัฐบาล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190717/image_big_5d2ec87b874e9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>28856</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/02/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/02/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คนรุ่นใหม่...ไอเดียใหม่ &quot;วัน&quot; อาสาแก้ปัญหาคนกรุงฯ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;วัน&amp;rdquo; น.ส.ภาดาท์ วรกานนท์ (วัน) ถือเป็นนักการเมืองรุ่นใหม่ที่ประสบความสำเร็จในแวดวงธุรกิจมาอย่างต่อเนื่อง แต่ก็เลิกบ่นปัญหาการเมือง เศรษฐกิจ และสังคมอยู่กับบ้าน ด้วยการออกมาเสียสละทำงานรับใช้ชาวกรุงเทพฯ ด้วยการลงสมัคร ส.ส.เบอร์ 11 พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ในเขต 6 พื้นที่ ราชเทวี พญาไท และจตุจัตร (แขวงจตุจักรและแขวงจอมพล) ถือเป็นพลังคนรุ่นใหม่ ไอเดียใหม่ๆ ที่เชื่อว่าจะสามารถเขย่าจิตใจชาวกรุงฯ ให้มีความหวังสู่วิถีชีวิตและความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;น.ส.ภาดาท์&amp;rdquo; เล่าสาเหตุที่เข้ามาเล่นการเมืองว่า ผู้บริหารใน พปชร.ทาบทามให้มาร่วมเป็นกลุ่มผู้ก่อตั้งพรรคในสัดส่วนของกลุ่มคนรุ่นใหม่ เพื่อมาช่วยกันคิดและนำเสนอนโยบาย รวมถึงไอเดียต่างๆ ที่แตกต่างในมุมมองของคนรุ่นใหม่ และเนื่องจากมีความสนใจทางด้านการเมืองอยู่แล้ว ทางพรรคจึงสนับสนุนให้ลงสมัครรับเลือกตั้งในพื้นที่กรุงเทพฯ เขต 6 ราชเทวี พญาไท จตุจักร (แขวงจตุจักรและแขวงจอมพล)
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;ที่ผ่านมาได้ลงพื้นที่เพื่อแนะนำตัวไปแล้ว ได้รับผลตอบรับที่ดีจากพี่ๆ น้องๆ ประชาชน ด้วยความน่ารักเป็นกันเอง และหลายๆ ท่านก็บอกว่าดีใจที่มีคนใหม่มา จะได้มีอะไรใหม่ๆ มาเปลี่ยนแปลงในพื้นที่บ้าง นอกจากนี้ยังให้โอกาส &amp;ldquo;วัน&amp;rdquo; ได้สอบถามปัญหาต่างๆ หรือสิ่งที่ต้องการพัฒนาแก้ไข ทำให้เรารู้สึกว่า คนที่นี่เขาต้องการคนที่จะมาช่วยแก้ปัญหาในพื้นที่จริงๆ หากเรามีความมุ่งมั่นและมีความตั้งใจจริง เขาก็พร้อมที่จะให้โอกาสเราแน่นอน
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;มีความสนในการเมืองมาตั้งแต่เด็กแล้ว เนื่องจากคุณพ่อเป็นนักการเมืองท้องถิ่น เราได้เห็นได้เข้าใจปัญหาต่างๆ และได้เรียนรู้ว่าเราจะสามารถช่วยพัฒนาชุมชนอย่างไรได้บ้าง การที่ตัดสินใจเลือก พปชร.นั้น เพราะเป็นพรรคที่เปิดโอกาสให้กับคนรุ่นใหม่ที่อาจจะไม่มีประสบการณ์ทางการเมือง แต่มีประสบการณ์การทำงานในหลากหลายอาชีพได้มารวมตัวกัน โดยเปิดโอกาสให้คิดและเสนอแนวทางพัฒนาประเทศในแบบของเรา โดยไอเดียของเราสามารถพัฒนาไปเป็นนโยบายของพรรคต่อไป&amp;rdquo;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; ผู้สมัคร ส.ส.กทม. พปชร. กล่าวต่อว่า ถึงเวลาแล้วที่คนรุ่นใหม่ควรเข้ามามีบทบาทกับการบริหารประเทศ เพราะทุกวันนี้โลกเปลี่ยนเร็วมากจริงๆ คำว่าคนรุ่นใหม่ ไม่ได้แปลว่าอายุน้อย แต่หมายถึงคนที่มีความรู้ ความคิดใหม่ๆ คนที่เข้าใจและเท่าทันโลก สำหรับ &amp;ldquo;วัน&amp;rdquo; อยากนำความรู้และประสบการณ์ด้านการจัดการสิ่งแวดล้อมมาช่วยผลักดันแก้ไขหลายๆ ปัญหาในชุมชนให้เป็นรูปธรรมขึ้นจริง ปัจจุบันนี้ก็ขยันลงพื้นที่เพื่อไปรับฟังปัญหากับพี่ๆ น้องๆ ในชุมชนเพื่อนำมาพัฒนาแก้ไขต่อไปค่ะ
ในฐานะคนรุ่นใหม่ มองปัญหาของบ้านเมืองอย่างไร และ พปชร.จะเป็นทางออกได้หรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;น.ส.ภาดาท์&amp;rdquo; กล่าวว่า บ้านเมืองเดินผ่านความขัดแย้งแตกแยกมามากพอแล้ว หยุดการเมืองแบบโต้วาที หรือวาทกรรมได้แล้ว และให้โอกาสคนที่มีความรู้ มีความมุ่งมั่น เข้ามาบริหารประเทศดีกว่าค่ะ เพราะวาทกรรมไม่ได้ช่วยให้ประเทศเดินไปข้างหน้าได้เลย ทางออกสำหรับประชาชนวันนี้คือ เลือกพรรคที่มีบุคลากรที่จะทำงานได้จริง ไม่ใช่เข้ามาเล่นการเมืองแบบเดิมๆ ส่วนตัวมองว่าหากเลือกพรรคเดิมๆ ความขัดแย้งเดิมๆ ก็คงจะกลับมาอีก&amp;nbsp;
&amp;ldquo;ส่วนที่มีคนถามว่า กังวลว่าภาพลักษณ์ของตัวเองจะเสียหายหรือไม่ เพราะสังคมมองภาพการเมืองไม่ดี &amp;ldquo;วัน&amp;rdquo; ไม่กังวลอะไรเลย การเมืองก็คืองานอาชีพหนึ่ง เราตั้งใจเข้ามาทำงาน อยากนำความรู้ สติและปัญญามาบริหารบ้านเมือง ดังนั้นเราไม่ต้องกลัวอะไร ไม่ได้คิดมาแย่งผลประโยชน์และอำนาจอะไรจากใคร ทำแบบนั้นไม่เป็นด้วยค่ะ&amp;rdquo;&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;ส่วนเรื่องที่คนตั้งข้อสงสัยว่า พปชร.จะเป็นพรรคเฉพาะกิจเพื่อสืบทอดอำนาจไหม ถ้ารัฐบาลนี้อยากสืบทอดอำนาจ เขาคงไม่ให้มีการจัดการเลือกตั้ง แบบนั้นน่าจะง่ายกว่าไหม พปชร.อยากขอเสนอตัวเป็นพรรคทางเลือกให้ประชาชนพิจารณาถึงคุณภาพของผู้สมัครและทีมบริหารของพรรค และทุกคนมีความตั้งใจมากๆ ไม่ฉาบฉวยใครและไม่ใช่ของใคร และเพื่อใคร...แต่เป็นของประชาชนทุกคนค่ะ&amp;rdquo;&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; คิดอย่างไรที่ พล.อ.ประยุทธ์จะมาอยู่ในบัญชีรายชื่อนายกฯ ของ พปชร. &amp;ldquo;นักการเมืองรุ่นใหม่ พปชร.&amp;rdquo; กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์เข้ามาจะถือเป็นแม่ทัพตัวจริง ผ่านผลงานทุกอย่างที่ท่านเคยทำมา มันได้พิสูจน์ความเป็นรูปธรรมไว้หมดแล้ว และจะทำให้นโยบายที่ดีทั้งหลายได้รับการสานต่อ รวมถึงประชาชนก็ไม่ต้องกังวลเรื่องความขัดแย้งต่างๆ อีกด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; ส่วนการทำงานของ คสช.ก็ถือว่าตัดสินใจรวดเร็วและเด็ดขาด ก็ทำให้ประเทศขับเคลื่อนไปได้เร็ว บางทีประเทศไทยเราอาจจะเหมาะแบบนี้ในบางช่วงของสถานการณ์หรือบางเรื่องของปัญหา เช่น ปัญหายาเสพติด เจ้าหนี้นอกระบบ ปัญหาผู้บุกรุกพื้นที่ต่างๆ ฯลฯ &amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;อยากให้ประชาชนพิจารณาดูนโยบายแต่ละพรรค รวมถึงคุณภาพของผู้สมัคร หากอยากได้การพัฒนาอะไรใหม่ๆ ความคิดใหม่ๆ อยากให้ลองเลือกพรรคใหม่อย่างพรรคพลังประชารัฐค่ะ&amp;rdquo; &amp;ldquo;วัน&amp;rdquo; น.ส.ภาดาท์ วรกานนท์ ผู้สมัคร กทม.เขต 6 &amp;nbsp;รุ่นใหม่ จาก พปชร. กล่าวปิดท้าย. &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;ldquo;น.ส.ภาดาท์ วรกานนท์&amp;rdquo; (วัน) จบมัธยมโรงเรียนวัฒนาวิทยาลัย ปริญญาตรีอักษรศาสตร์ จุฬาฯ ปริญญาโท เศรษฐศาสตร์ สิ่งแวดล้อม จุฬาฯ และปริญญาโทด้านการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อม YALE University, USA &amp;nbsp;
ทั้งนี้ ประสบการณ์ทำงานมากว่า 15 ปี ทั้งภาครัฐและเอกชน อาทิ สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ส่วนงานโครงสร้างพื้นฐาน, UN ESCAP วิจัยสิ่งแวดล้อม, บริหารงานภาคธุรกิจด้านโทรคมนาคม บริษัท ดีแทค, ทรูมูฟ และพัฒนาด้านอสังหาริมทรัพย์ ได้รับรางวัลคอนโดประหยัดพลังงานแห่งแรกจากกระทรวงพลังงาน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/28856</URL_LINK>
                <HASHTAG>ภาดาท์ วรกานนท์, โฟกัสนักการเมืองรุ่นใหม่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190211/image_big_5c6173b6bd319.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
