<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>102882</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/05/2021 11:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/05/2021 11:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> &#039;แม่ไมค์&#039;ร้องเพื่อไทยเรียกอธิบดีราชทัณฑ์แจงเหตุไม่ให้ลูกออกนอกเรือนจำรักษาโควิด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
14 พ.ค.64 - ที่พรรคเพื่อไทย น.ส.อรุณี กาสยานนท์&amp;nbsp; โฆษกพรรคเพื่อไทย ในฐานะที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ประจำคณะกรรมาธิการกิจการเด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ ผู้พิการ กลุ่มชาติพันธุ์ และผู้มีความหลากหลายทางเพศ สภาผู้แทนราษฎร เป็นตัวแทนนางมุกดา พงษ์สมบัติ ส.ส.ขอนแก่น และประธานกรรมาธิการฯ รับหนังสือร้องเรียนจากนางยุพิน มะณีวงศ์ มารดาของนายภาณุพงศ์ จาดนอก หรือไมค์&amp;nbsp; ที่พรรคเพื่อไทย เพื่อขอให้คณะกรรมาธิการชุดนี้ เรียกอธิบดีกรมราชทัณฑ์และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เข้ามาชี้แจงเหตุผลและหลักการที่ไม่อนุญาตให้นายภาณุพงศ์&amp;nbsp; ได้มีโอกาสรักษาตัวจากการติดเชื้อโควิด-19&amp;nbsp; ที่โรงพยาบาลภายนอกเรือนจำ เพื่อสวัสดิภาพความปลอดภัยในชีวิต เพราะยังเป็นเพียงผู้ถูกกล่าวหา อีกทั้งนายภาณุพงศ์ยังมีโรคประจำตัวเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ ซึ่งต้องได้รับการดูแลและแยกตัวออกจากเรือนจำที่เต็มไปด้วยผู้ถูกคุมขังจำนวนมาก โดยประธานกรรมาธิการกิจการเด็กฯ ได้พูดคุยกับมารดาของนายภาณุพงศ์&amp;nbsp; ผ่านวิดีโอคอล และยืนยันว่าจะจัดประชุมเพื่อมีมติเรียกอธิบดีกรมราชทัณฑ์และผู้ที่เกี่ยวข้องมาชี้ต่อคณะกรรมาธิการฯ ในวันที่ 19 พ.ค. พร้อมทั้งให้กำลังใจมารดาของนายภาณุพงศ์ ขอให้ลูกได้รับอิสรภาพโดยเร็ว &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นส.อรุณีกล่าวว่า ได้ประสานส.ส.หญิง พรรคเพื่อไทย ออกจดหมายเปิดผนึกถึงอธิบดีกรมราชทัณฑ์ เพื่อร้องขอความเป็นธรรมให้กับนักเคลื่อนไหวทางความคิดทุกคนที่ติดเชื้อโควิด-19 ขณะถูกจองจำได้เลือกสถานพยาบาลนอกเรือนจำในการรักษาตัวเอง เพราะบุคคลเหล่านี้ยังเป็นเพียงผู้ถูกกล่าวหา ถือว่ายังเป็นผู้บริสุทธิ์และมิได้ต้องโทษคดีอุกฉกรรจ์ ขณะที่สถานการณ์การติดเชื้อโควิด-19 ระบาดหนักในเรือนจำ โดยเฉพาะเรือนจำพิเศษกรุงเทพที่มีนักเคลื่อนไหวทางความคิดหลายคนถูกจองจำอยู่ มีผู้ติดเชื้อกว่า 1,795 คน มากกว่าครึ่งของจำนวนผู้ถูกคุมขังทั้งหมด&amp;nbsp; นอกจากจำนวนผู้ติดเชื้อที่สูง สภาพภายในเรือนจำยังอยู่ในสถานการณ์ที่คับขัน เนื่องด้วยสถานที่ที่คับแคบ ขาดแคลนอุปกรณ์ บุคลากรทางการแพทย์ เตียงและพื้นที่ในการแยกผู้ป่วยออกจากบุคคลอื่นไม่เพียงพอ สร้างความกังวลให้กับครอบครัวของนักเคลื่อนไหวทางความคิดทุกคนเป็นอย่างมาก ด้วยเป็นห่วงบุตรหลานว่าจะได้รับการดูแล ป้องกัน รักษาอย่างเพียงพอและครอบคลุมต่อการระบาดของโรคที่รุนแรงมากขึ้นหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อีกทั้งยังเกรงว่าบุตรหลานของพวกเขาอาจจะถูกบังคับให้กลายเป็นผู้ป่วยโควิด-19 โดยไม่จำเป็น เพื่อให้นักเคลื่อนไหวทางความคิดทุกคน ได้มีโอกาสเลือกที่จะมีชีวิตรอดตามสิทธิในชีวิตของมนุษย์คนหนึ่ง และเป็นไปตามหลักสิทธิมนุษยชนในการดำรงชีวิต ซึ่งสมควรที่จะได้รับการคุ้มครองให้ปลอดภัย เมื่อสถานการณ์โรคระบาดคลี่คลายลงแล้ว จึงเดินทางเข้าสู่กระบวนการไต่สวนคำร้องขอประกันตัวตามบทบัญญัติของกฎหมาย ซึ่งเป็นสิทธิอันชอบธรรมที่ประชาชนคนไทยทุกคนสมควรได้รับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหญิง พรรคเพื่อไทย ยังได้เรียกร้องให้กรมราชทัณฑ์ดำเนินการอย่างเร่งด่วนเพื่อพิจารณาจัดสรรมาตรการที่สอดคล้องกับหลักการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของผู้ต้องขังเเละนักโทษทุกคน โดยจัดสรรหน้ากากอนามัย ให้ผู้ต้องขังและนักโทษได้รับการดูเเลจากแพทย์ มีสิทธิเข้ารับการตรวจหาเชื้อไวรัสอย่างเร่งด่วน แยกผู้ป่วยออกจากผู้ต้องขังและนักโทษปกติ และพิจารณาให้ผู้ป่วยได้รับการรักษาพยาบาลที่เหมาะสม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/102882</URL_LINK>
                <HASHTAG>ติดเชื้อโควิดในคุก, น.ส.อรุณี กาสยานนท์, ภานุพงศ์ จาดนอก, ยุพิน มะณีวงศ์, อธิบดีกรมราชฑัณฑ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210514/image_big_609e02a1c9fe2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>79868</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/10/2020 16:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/10/2020 16:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ม็อบตั้งกลุ่ม &#039;คณะราษฎร&#039; ประกาศ 3 จุดยืนชุมนุมใหญ่ 14 ตุลา มีเซอร์ไพรส์แน่ ยันไม่ขวางเส้นทางเสด็จ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ม็อบปลดแอก&amp;nbsp;&amp;quot;คณะราษฎร&amp;quot; นัดชุมนุม 14 ตุลา ทวงคืนอนุสาวรีย์ ปชต. พักค้าง ย้ำ 3 ข้อ นายกฯลาออก -​ เปิดสภาวิสามัญแก้ รธน. -​ปฏิรูปสถาบัน มีเซอร์ไพรส์แน่ ยืนยันไม่ปิด &amp;quot;เส้นทางเสด็จ&amp;quot; เชื่อมั่นใจผู้ชุมนุมมีวุฒิภาวะสูง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 ต.ค.63 - เมื่อเวลา 14.30น. ที่บริเวณท้องสนามหลวง นายอานนท์ นำภา นำแกนนำคณะราษฎร แถลงข่าวการชุมนุมวันที่ 14 ต.ค.นี้ ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย โดยมี น.ส.จุฑาทิพย์ ศิริขันธ์&amp;nbsp;หรือ อั๋ว น.ส.ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล หรือ รุ้ง&amp;nbsp;นายทัตเทพ เรืองประไพกิจเสรี&amp;nbsp;หรือ ฟอร์ด นายภานุพงศ์ จาดนอก หรือ ไมค์ นายลภนพัฒน์ หวังไพสิฐ หรือ มิน แกนนำกลุ่มนักเรียนเลว และนายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือ ไผ่ดาวดิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้แกนนำได้อ่านแถลงการณ์ร่วมกัน ว่า คณะราษฎรไม่ได้หายไปไหน แต่ยังคงอยู่ในหัวใจของราษฎรทุกคนที่รักประชาธิปไตย ณ สนามราษฎร์เวลานี้ คณะราษฎรได้ก่อกำเนิดอีกครั้ง โดยมีเป้าหมายเพื่อนำประชาธิปไตยกลับคืนสู่ปวงชนชาวไทยอย่างแท้จริง รัฐบาลประยุทธ์ได้บริหารประเทศและเข้าสู่อำนาจอย่างหลอกลวง โฆษณาชวนเชื่อว่าสถานการณ์ยังอยู่ในการณ์ปกติ แท้จริงแล้วเศรษฐกิจกำลังพังพินาศ หลายชีวิตต้องอดอยาก ในขณะที่ชนชั้นศักดินา นายทุน นายพล สุขสบาย บนความทุกข์ยากของประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อรัฐบาลไม่ตอบสนองข้อเรียกร้องใดที่ผู้ชุมนุมก่อนหน้านี้ได้ประกาศไว้ เราในฐานะราษฎรและในนามคณะราษฎร ขอประกาศจัดการชุมนุม ณ อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ถ.ราชดำเนิน วันที่ 14 ต.ค เป็นต้นไป โดยมีข้อเรียกร้องดังต่อไปนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.พล.อ.ประยุทธ์ต้องลาออกจากการเป็นนายกรัฐมนตรี 2.เปิดประชุมวิสามัญทันที เพื่อรับร่างแก้ไขเพิ่มเติม รธน. จากประชาชน และ 3.ปฏิรูปสถาบันกษัตริย์กลับมาอยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญ ตามครรลองระบอบประชาธิปไตยอย่างแท้จริง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยข้อเรียกร้องข้างต้นไม่ใช่การล้มล้างระบอบการปกครอง หากเป็นการทำให้ประเทศไทยกลับสู่ระบอบเพื่อให้กษัตริย์อยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญอย่างแท้จริง เพื่อมิให้ต้องมีผู้อดอยากแร้นแค้น สูญเสียโอกาสสูญเสียอนาคต จากการบริหารที่ผิดพลาด จากกฎกติกาที่บิดเบี้ยว ขอให้ราษฎรทั้งผองมาร่วมกัน นำอนาคตที่เป็นของราษฎรกลับมาสู่ราษฎรทั้งปวง ศักดินาพินาศ ประชาราษฎร์จงเจริญ&amp;rdquo; จากนั้นแกนนำได้ชู 3 นิ้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอานนท์ กล่าวว่า ในวันที่ 14 ต.ค. เรานัดรวมตัวกันเวลา 14.00 น. โดยจะมีการจัดกิจกรรมทวงคืนอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ซึ่งที่ผ่านมามีการนำต้นไม้ไปกีดขวาง โดยจะนำต้นไม้ออกจากพื้นที่ จากนั้นจะเป็นการชุมนุมปราศรัย พร้อมพักค้างคืน อีกทั้งจะมีการยื่นข้อเสนอ 3 ข้อถึงรัฐบาล โดยเพดานจะไม่ลดลง ซึ่งยุทธวิธีในกดดันรัฐบาล เปรียบเสมือนเราจะกินข้าวทีละคำ พร้อมคาดว่าจำนวนผู้เข้าร่วมชุมนุมจะไม่น้อยกว่า 19 ก.ย.ที่ผ่านมา เนื่องจากมีพี่น้องจากต่างจังหวัดเตรียมเหมารถเข้ามา ขณะนี้ยังไม่มีการกำหนดว่าจะชุมนุมกี่วันและเคลื่อนที่ไปที่ใดหรือไม่ เพราะขึ้นอยู่กับจำนวนคนและสถานการณ์ โดยส่วนตัวเตรียมความพร้อมไว้เป็นเดือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอานนท์ กล่าวอีกว่า ทางกลุ่มแจ้งขออนุญาตชุมนุมกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้ว ซึ่งการชุมนุมครั้งนี้จะไม่มีการยื่นหนังสือใดๆอีก หากรัฐบาลจะเจรจาหรือทำตามเงื่อนไขทางกลุ่มก็ยิ่งดี โดยสามารถเข้ามาเจรจาได้ตลอดเวลา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่าวันที่ 14 ต.ค.นี้ จะมีขบวนเสด็จผ่าน ถ.ราชดำเนิน เวลา 17.00น. นายอานนท์ กล่าวว่า &amp;ldquo;ทุกอย่างจะเป็นไปด้วยปกติ เราจะไม่มีเจตนาไปขวางขบวนเสด็จฯ เพราะเราประกาศไปล่วงหน้าก่อนแล้ว โดยในช่วงที่มีขบวนเสด็จฯ เราคาดว่าประชาชนก็อาจจะไม่เต็ม ซึ่งรถประชาชนทั่วไป รถเมล์ รถแท็กซี่ ยังคงผ่านได้ปกติ ขบวนเสด็จก็สามารถผ่านได้ ไม่มีอะไร ไม่มีการขัดขวางขบวนเสด็จ เราเป็นไปตามปกติ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่าจะดูแลผู้ชุมนุมให้อยู่ในความสุขุมและรอบคอบอย่างไรบ้าง นายอานนท์ กล่าวว่า &amp;ldquo;ผู้ชุมนุมที่มาร่วมชุมนุมกับเรา เป็นผู้ชุมนุมที่มีวุฒิภาวะสูงมากๆ จะเห็นได้ว่าคนที่ความโกรธแค้นที่หน้ารัฐสภา ก็ไม่ได้ไปทำลายทรัพย์สินอะไรแต่อย่างใด เพราะเป็นการชุมนุมโดยสงบ ปราศจากอาวุธ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอานนท์ กล่าวเพิ่มเติมว่า การชุมนุมครั้งนี้เป็นการรวมตัวกันทั้งประเทศ อีกทั้งได้เชิญชวนกลุ่มการเมือง กลุ่มต่างๆ &amp;nbsp;กปปส. เสื้อเหลือง เสื้อแดง ที่มีจุดร่วมกับเราทั้ง 3 ข้อ สามารถมาร่วมชุมนุมกับเราได้ โดยการชุมนุมครั้งนี้จะมีเซอร์ไพรส์แน่นอน และรูปแบบของเวทีการชุมนุมจะปรับไปตามจำนวนมวลชนที่มาร่วมชุมนุม ตนพูดตามตรงว่าเราเดินมาไกลมาก ไม่มีการยอมแพ้ ไม่มีการหาทางลงแน่นอน ทุกคนมุ่งไปสู่ประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ โดยการชุมนุมครั้งนี้มีความแหลมคมทั้งประเด็นและการต่อสู้ในเชิงยุทธศาสตร์ร่วมกัน ที่มีหลายกลุ่มตอบรับเข้าร่วมในการชุมนุม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามถึงภาพความขัดแย้งระหว่างแกนนำด้วยกันนั้น นายอานนท์ กล่าวว่า ทุกอย่างเป็นเรื่องของการปรับตัว หากมีสิ่งใดผิดพลาดก็ต้องขอโทษ คนที่เป็นแกนนำก็สามารถผิดพลาดกันได้ แต่อยู่ที่ว่าจะปรับตัวกันได้หรือไม่
&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/79868</URL_LINK>
                <HASHTAG>14ตุลา, คณะราษฎร, จตุภัทร์ บุญภัทรรักษา, จุฑาทิพย์ ศิริขันธ์, ทัตเทพ เรืองประไพกิจเสรี, ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล, ภานุพงศ์ จาดนอก, ม็อบปลดแอก, ลภนพัฒน์ หวังไพสิฐ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201008/image_big_5f7edd09816a5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>76417</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/09/2020 18:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/09/2020 18:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ส่ง &#039;อานนท์-ภานุพงศ์&#039; นอนเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ หลัง 2 แกนนำปลดแอกไม่ขอประกันตัว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 ก.ย.63 - ที่ห้องพิจารณา 712 และ 714 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลไต่สวนคดีเพิกถอนประกัน นายอานนท์ นำภา ทนายความและแกนนำคณะประชาชนปลดแอก (ห้อง 714) และ นายภาณุพงศ์ จาดนอก หรือไมค์ ระยอง แกนนำกลุ่มเยาวชนตะวันออกเพื่อประชาธิปไตย (ห้อง 712) สองผู้ต้องหาในความผิดฐานยุยงปลุกปั่นฯ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116 และข้อหาอื่น จากกรณีพนักงานสอบสวน สน.สำราญราษฎร์ ยื่นคำร้องขอให้ศาลถอนประกันนายอานนท์และนายภาณุพงศ์ เนื่องจากผิดเงื่อนไขประกันที่ทั้งสองยังคงขึ้นปราศรัยที่ ม.ธรรมศาสตร์ รังสิต ในลักษณะที่อาจเป็นการกระทำความผิดในลักษณะเดียวกับการปราศรัยในการชุมนุมของกลุ่มเยาวชนปลดแอกเมื่อวันที่ 18 ก.ค. 2563&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยก่อนหน้านี้ ศาลอนุญาตฝากขังและปล่อยชั่วคราวผู้ต้องหาทั้ง 2 ราย เมื่อวันที่ 8 ส.ค. 2563 กำหนดวงเงินประกันคนละ 1 แสนบาท ไม่ต้องวางหลักทรัพย์ประกัน แต่กำหนดเงื่อนไขห้ามกระทำการใดๆ ในลักษณะเดียวกับการกระทำที่ถูกกล่าวหาในคดีนี้อีก มิฉะนั้นถือว่าผิดสัญญาประกัน สำหรับในวันนี้ ผู้ต้องหาทั้งสองเดินทางมาศาล ศาลได้ไต่สวนพนักงานสอบสวนผู้ร้องขอเพิกถอนประกันทั้ง 2 ราย, นายอานนท์ และนายภาณุพงศ์ ผู้ต้องหาในฐานะผู้คัดค้าน เสร็จสิ้นในช่วงเที่ยงวัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาเวลา 16.00 น. ศาลได้อ่านคำสั่งในส่วนของนายภาณุพงศ์ พิเคราะห์พยานหลักฐานในการไต่สวนคำร้องและคำคัดค้านของทนายความผู้ต้องหาแล้ว เห็นว่า บทบัญญัติเรื่องการปล่อยตัวชั่วคราวตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 108 วรรคท้าย นอกจากศาลมีอำนาจพิจารณาอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวผู้ต้องหาได้แล้ว ศาลอาจใช้ดุลพินิจวางข้อกำหนดเงื่อนไขใดให้ผู้ถูกปล่อยชั่วคราวปฏิบัติก็ได้ ทั้งนี้เพื่อป้องกันภัยอันตรายหรือความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นจากการปล่อยตัวชั่วคราวนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งในวันที่ 8 ส.ค. 2563 ผู้ต้องหาได้รับอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราวโดยมีเงื่อนไขว่า ห้ามกระทำการใดๆ ในลักษณะเดียวกันกับการกระทำที่ถูกกล่าวหาในคดีนี้อีก มิฉะนั้นถือว่าผิดสัญญาประกัน แต่ในวันที่ 10 ส.ค. 2563 ผู้ต้องหากลับขึ้นปราศรัยต่อผู้ชุมนุมที่ ม.ธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต โดยปรากฏจากพยานหลักฐานของผู้ร้อง โดยที่ผู้คัดค้านไม่มีพยานหลักฐานใดมาแสดงต่อศาลให้เห็นว่าข้อความที่ปรากฏตามคำถอดเทปของผู้ร้อง ไม่ถูกต้องตรงกับข้อความที่ผู้ต้องหาพูดในที่เกิดเหตุ เพราะผู้ต้องหาก็รับว่าตามวันเวลาและสถานที่ตามคำร้อง ผู้ต้องหาได้พูดปราศรัยจริง เพียงแต่จำข้อความที่ตนเองพูดไม่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อพิจารณาประกอบกับพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรคลองหลวง นำเหตุแห่งการปราศรัยของผู้ต้องหาในคดีนี้ไปขอหมายจับที่ศาลจังหวัดธัญบุรี จนกระทั่งศาลจังหวัดธัญบุรีได้ออกหมายจับผู้ต้องหาในคดีนี้ ตามหมายจับที่ จ.324/2563 ลงวันที่ 14 ส.ค. 2563 โดยมีข้อหาเช่นเดียวกับที่ผู้ร้องกล่าวอ้างเป็นเหตุให้เพิกถอนสัญญาประกัน ปรากฏตามเอกสารเพิ่มเติมคำร้องขอให้ศาลเพิกถอนการปล่อยตัวชั่วคราวผู้ต้องหาฉบับลงวันที่วันนี้ จึงเพียงพอและน่าเชื่อว่าผู้ต้องหาได้ขึ้นปราศรัย โดยมีข้อความตามที่ปรากฏในบันทึกถอดเทปคำปราศรัยกลุ่มผู้ชุมนุมท้ายคำร้องขอให้ศาลเพิกถอนการปล่อยตัวชั่วคราวผู้ต้องหา โดยมีลักษณะเป็นการกระทำให้ปรากฏแก่ประชาชนด้วยวาจา อันมิใช่เป็นการกระทำภายในความมุ่งหมายแห่งรัฐธรรมนูญหรือมิใช่เพื่อแสดงความคิดเห็นหรือติชมโดยสุจริต เพื่อให้เกิดความปั่นป่วนหรือกระด้างกระเดื่องในหมู่ประชาชนถึงขนาดที่จะก่อความไม่สงบขึ้นในราชอาณาจักร เพื่อให้ประชาชนล่วงละเมิดกฎหมายแผ่นดิน อันมีลักษณะเป็นการกระทำเดียวกันกับการกระทำที่ศาลพิจารณาออกหมายจับ และเป็นการกระทำที่ผู้ต้องหาถูกกล่าวหาในคดีนี้ เป็นการผิดเงื่อนไขตามสัญญาประกันจึงถือว่าผิดสัญญาประกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่เมื่อพิเคราะห์ถึงอายุ อาชีพ และพฤติการณ์แห่งการกระทำที่ถูกกล่าวหาให้เพิกถอนการปล่อยชั่วคราว ยังไม่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่การสอบสวนหรือการดำเนินคดี สมควรให้โอกาสแก่ผู้ต้องหาสักครั้งหนึ่ง แต่มีเงื่อนไขโดยให้มีประกันในวงเงินเพิ่มเป็น 200,000 บาท และให้ผู้ต้องหามารายงานตัวต่อศาลทุก 15 วันนับแต่วันนี้ หากผู้ต้องหาไม่ดำเนินการตามคำสั่งในวันนี้ ให้เพิกถอนการปล่อยชั่วคราว และรับตัวไว้ หมายขัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นในเวลา 16.30 น. ศาลได้อ่านคำสั่งในส่วนของนายอานนท์ พิเคราะห์พยานหลักฐานในชั้นไต่สวนและคำคัดค้านขอเพิกถอนการปล่อยชั่วคราวแล้ว ได้ความจากผู้ร้องและผู้คัดค้านเป็นพยานเบิกความไม่โต้แย้งกัน ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า เมื่อวันที่ 9 ส.ค.2563 ผู้ต้องหาร่วมกิจกรรมชุมนุมเชียงใหม่ #คณะประชาชนปลดแอก และกล่าวปราศรัยตามบันทึกถอดเทปคำปราศรัยกลุ่มผู้ชุมนุม และเมื่อวันที่ 10 ส.ค. 2563 &amp;nbsp;ผู้ต้องหาร่วมกิจกรรมชุมนุมธรรมศาสตร์จะไม่ทน และกล่าวปราศรัยตามบันทึกถอดเทปคำปราศรัยกลุ่มผู้ชุมนุม คณะพนักงานสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรจังหวัดปทุมธานีได้รับอนุมัติหมายจับผู้ต้องหา เนื่องจากผู้ต้องหาร่วมกิจกรรมชุมนุมธรรมศาสตร์จะไม่ทนและกล่าวปราศรัยตามบันทึกถอดเทปคำปราศรัยกลุ่มผู้ชุมนุม ตามหมายจับของศาลจังหวัดธัญบุรี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เห็นว่า เมื่อวันที่ 8 ส.ค. 2563 ศาลมีคำสั่งอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวผู้ต้องหา โดยมีเงื่อนไขห้ามกระทำการใดๆ ในลักษณะเดียวกับการกระทำที่ถูกกล่าวหาในคดีนี้อีก เมื่อผู้ต้องหาเป็นบุคคลคนเดียวกับผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดธัญบุรี โดยมีข้อกล่าวหาว่า ร่วมกันกระทำให้ปรากฏแก่ประชาชนด้วยวาจาหนังสือหรือวิธีอื่นใดอันมิใช่เป็นการกระทำภายในความมุ่งหมายแห่งรัฐธรรมนูญ หรือมิใช่เพื่อแสดงความคิดเห็นหรือติชมโดยสุจริต เพื่อให้เกิดความปั่นป่วนหรือกระด้างกระเดื่องในหมู่ประชาชนถึงขนาดที่จะก่อให้เกิดความไม่สงบในราชอาณาจักร หรือเพื่อให้ประชาชนล่วงละเมิดกฎหมายแผ่นดิน อันมีลักษณะการกระทำใดๆ ในลักษณะเดียวกับการกระทำที่ถูกกล่าวหาในคดีนี้อีก เป็นการผิดเงื่อนไขการอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว เพื่อป้องกันผู้ต้องหาจะไปก่อเหตุอันตรายประการอื่น กรณีมีเหตุสมควร จึงมีคำสั่งให้เพิกถอนการปล่อยตัวชั่วคราวผู้ต้องหา หมายขังผู้ต้องหาในระหว่างสอบสวน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมา นายกฤษฎางค์ นุตจรัส หนึ่งในทีมทนายความของนายอานนท์ ให้สัมภาษณ์ภายหลังศาลอ่านคำสั่งว่า ศาลเห็นว่าทั้งสองผิดสัญญาประกันตามที่ศาลมีเงื่อนไขไว้ ตอนนี้ออกหมายขัง ตามกระบวนการคงคุมตัวไปที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร ศาลไม่ตัดสิทธิ์ที่จะมายื่นประกันตัวใหม่ ทั้งสองถูกจับเป็นกรณีที่ยังไม่ถูกฟ้องคดี พนักงานสอบสวน สน.สำราญราษฎร์ ขอให้ศาลขังระหว่างสอบสวน ตามอำนาจขังไว้ได้ 48 วัน อาจจะสั่งฟ้องหรือไม่ฟ้องก็ได้ แต่การยื่นขอปล่อยชั่วคราวสามารถยื่นได้ตลอด ถ้าศาลเห็นสมควรก็จะให้ปล่อย จากที่คุยตอนนี้นายอานนท์ไม่ได้ตัดสินใจเรื่องนี้ คิดว่านายอานนท์คงไม่ประกันตัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เขาฝากบอกเพื่อนๆ กับสื่อมวลชนว่า เขาเห็นว่ากรณีที่มีการจับกุมนักเรียน นิสิต นักศึกษา ประชาชนจำนวนมากในขณะนี้ เป็นความต้องการที่จะคุกคามเพื่อหยุดยั้งการเคลื่อนไหวของนิสิต นักศึกษา ประชาชน เขาคิดว่าถ้าเขาขอปล่อยตัวชั่วคราวเขาก็ต้องโดนอีก และเป็นการข่มขวัญคนอื่นๆ เขาก็เลยตัดสินใจ เขาใช้คำพูดต่อหน้าศาลว่าอิสรภาพของเขาสำคัญน้อยกว่าความก้าวหน้าของสังคม และน้อยกว่าประชาธิปไตยของประเทศชาติ&amp;rdquo; นายกฤษฎางค์ กล่าวถึงสิ่งที่นายอานนท์ฝากบอก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกฤษฎางค์ กล่าวถึงความรู้สึกต่อผลคำสั่งในวันนี้ด้วยว่า ไม่เกินความคาดหมาย เช่นกรณีไผ่ดาวดิน การเพิกถอนการประกันตัวเป็นเรื่องที่พนักงานสอบสวนบางยุคบางสมัยใช้กัน วันนี้ทนายความทำงานเต็มที่ ด้วยความเชื่อมั่นของเราว่าน้ำหนักของพนักงานสอบสวนที่มาขอเพิกถอนไม่เพียงพอ ศาลเองก็เคยพูดกับตนว่าการขอปล่อยชั่วคราวนายอานนท์, นายภาณุพงศ์ หรือนายพริษฐ์ ชิวารักษ์ ในอดีต การกำหนดเงื่อนไขของศาลไม่สามารถไปจำกัดสิทธิทางการเมืองได้ ศาลไม่สามารถทำผิดรัฐธรรมนูญได้ พนักงานสอบสวนไม่มีพยานหลักฐานมายืนยันว่าการไปพูดที่เชียงใหม่และที่ธรรมศาสตร์เกิดความวุ่นวายอะไร ไม่ได้พูดพาดพิงจนน่ากลัว พนักงานสอบสวนบอกไม่อยากคุมขัง แต่ตนก็ไม่เข้าใจเมื่อไม่อยากขังแล้วมาขอเพิกถอนทำไม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ นายอานนท์ฝากทีมทนายความดูแลน้องๆ ที่กำลังเคลื่อนไหวต่อไปด้วย ตามกฎหมายตำรวจมีสิทธิขังนายอานนท์ไว้ 48 วัน นับแต่วันนี้ ถ้าสอบสวนไม่เสร็จก็ต้องปล่อย ทนายต้องมาคัดค้านการฝากขังทุก 12 วัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน นายนรเศรษฐ์ นาหนองตูม ทนายความของนายภาณุพงศ์ เปิดเผยว่า หลังจากที่ศาลมีคำสั่งวันนี้ได้คุยกับนายภาณุพงศ์แล้ว ยังไม่ขอดำเนินการใดๆ โดยยินยอมที่จะเข้าเรือนจำก่อน ส่วนจะมีการยื่นประกันตัวในช่วงก่อนที่จะมีกิจกรรมของกลุ่มวันที่ 19 ก.ย.นี้ หรือไม่นั้น ยังไม่ได้คุยกับตัวนายอานนท์และนายภาณุพงศ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จนกระทั่งในเวลา 17.15 น. เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ได้นำตัวนายอานนท์และนายภาณุพงศ์ขึ้นรถส่งตัวไปคุมขังยังเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ต่อไป โดยมีกลุ่มผู้สนับสนุนตะโกน &amp;ldquo;ทนายสู้ๆ วันที่ 19 ก.ย. เจอกัน&amp;rdquo; ขณะที่นายอานนท์มีสีหน้ายิ้มเล็กน้อย พร้อมแสดงสัญลักษณ์ชู 3 นิ้ว ก่อนที่รถยนต์จะเคลื่อนตัว โดยมีรถของ สน.พหลโยธิน นำหน้า
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/76417</URL_LINK>
                <HASHTAG>การเมือง, ชุมนุม, ประชาชนปลดแอก, ภานุพงศ์ จาดนอก, ม็อบ, อานนท์ นำภา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200903/image_big_5f50cb938d9cd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>73844</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/08/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/08/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศาลห้ามเคลื่อนไหวซ้ำเดิม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;อานนท์-ภาณุพงศ์&amp;quot; รอดคุก ศาลให้ประกันตัวตีราคา 1 แสนบาท มีเงื่อนไขห้ามกระทำการใดๆ ในลักษณะเดียวกันกับที่ถูกกล่าวหา เจ้าตัวขอบคุณศาล ลั่นจากนี้จะไปร่วมชุมนุมเฉพาะกิจกรรมที่ชอบโดยรัฐธรรมนูญเท่านั้น ด้าน 2 ส.ส.ก้าวไกลใช้ตำแหน่ง ส.ส.ค้ำ ขณะที่ &amp;quot;เพนกวิน&amp;quot; พาม็อบกดดันหน้าศาลอย่างหนัก ไม่วายชูป้ายยกเลิก ม.112 &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 8 ส.ค. ที่ห้องประชุมชั้น 10 อาคารศาลอาญา นายชูชัย วิริยะสุนทรวงศ์ อธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญา พร้อมด้วยนายสุรจิตร เปลี่ยนขำ รองอธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญา ได้ชี้แจงข้อเท็จจริงว่า ตามที่พนักงานสอบสวนได้ยื่นคำร้องขอหมายขังนายอานนท์ นำภา และนายภานุพงศ์ จาดนอก ผู้ต้องหา ระหว่างสอบสวนเพื่อทำการรวบรวมพยานหลักฐานในคดีดังกล่าว ซึ่งอยู่ระหว่างการไต่สวนและพิจารณาคำร้องขอหมายขังและคำคัดค้านของผู้ต้องหาทั้งสองนั้น ต่อมาได้มีการลงและแชร์ข่าวว่า หากศาลอนุญาตให้ฝากขังและออกหมายขัง จะนำผู้ต้องหาทั้งสองไปควบคุมตัวที่เรือนจำนครไชยศรี เขตทุ่งสองห้องนั้น เป็นข่าวลือที่ไม่เป็นความจริง &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชูชัยกล่าวว่า กรณีที่ศาลอนุญาตให้ฝากขัง ผู้ต้องหาทั้งสองมีสิทธิยื่นประกันตัวต่อศาลได้ทุกวันไม่เว้นวันหยุดราชการ และหากในวันนี้ผู้ต้องหาทั้งสองไม่ยื่นคำร้องขอประกันตัวหรือขอปล่อยตัวชั่วคราว จะถูกนำตัวไปคุมขังที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ต่อไป ซึ่งในระหว่างนี้ผู้ต้องหาทั้งสองสามารถยื่นคำร้องขอประกันตัวหรือขอปล่อยตัวชั่วคราวได้ตลอดทุกวัน ไม่เว้นวันหยุดราชการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;โดยขณะแถลงข่าวในขณะนี้ได้ทำการไต่สวนผู้ต้องหาทั้งสองเสร็จสิ้นเรียบร้อยแล้ว เหลือแต่เพียงรอฟังคำสั่ง ถ้าวันนี้ศาลอนุญาตให้ฝากขัง ผู้ต้องหาทั้งสองสามารถยื่นประกันตัวต่อศาลได้เลย แต่หากผู้ต้องหาทั้งสองไม่ยอมยื่นประกันตัว ก็จำเป็นที่จะต้องนำไปควบคุมตัวเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ เหมือนคดีอาญาทั่วไป จึงขอความกรุณาสื่อมวลชนช่วยเผยเเพร่ว่าข้อมูลดังกล่าวไม่เป็นความจริง&amp;ldquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า จะมีการดำเนินคดีกับผู้ที่ปล่อยเฟกนิวส์กับความผิดฐานละเมิดอำนาจศาลต่อผู้ชุมนุมหรือไม่ นายชูชัยกล่าวว่า โดยส่วนตัวตนมองว่าบ้านเมืองขณะนี้ยุ่งกันอยู่เเล้ว บางเรื่องเราต้องใช้หลักรัฐศาสตร์ ไม่อยากไปพูดว่าคนไหนจะต้องผิด เราต้องทำอย่างไรให้อยู่กันได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมไม่อยากตอบว่าผิดหรือไม่ เพราะถ้าผมตอบว่าผิด ในฐานะอธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญา คดีก็จะต้องเข้ามาที่ศาลอาญา เเละผมไปให้ความเห็นก่อนหน้าก็จะต้องถูกโจมตี บางเรื่องเราจึงไม่ควรพูดเรื่องผิดถูก แต่ใช้หลักรัฐศาสตร์บางทีก็ดีกว่าหลักนิติศาสตร์&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชูชัยยกตัวอย่างว่า อย่างนี้เรื่องผู้ชุมนุมวันนี้ก็ยืนยันว่าเขาจะมองแบบหลักรัฐศาสตร์ จะดำเนินคดีหรือไม่ยังตอบไม่ได้ แต่ขอความร่วมมือทุกฝ่าย เพราะผู้ที่มาศาลก็จะต้องมีข้อกำหนด ถ้าไปฝ่าฝืนก็มีความผิดไม่อยากให้ทำ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ผมก็ให้อิสระโซนข้างล่างพอสมควร จะได้ปลดปล่อยกันบ้าง แต่พยายามอย่ามาถามผมว่าอันนี้ผิดหรือถูก&amp;rdquo; อธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญาระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศที่ศาลอาญา ภายหลังจากที่พนักงานสอบสวนได้ควบคุมตัวนายอานนท์และนายภาณุพงศ์ มาถึงศาลอาญาเพื่อขออำนาจศาลฝากขังในคดียุยงปลุกปั่น ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116 และข้อหาอื่นๆ รวม 7 ข้อหา จากการร่วมชุมนุมกับเยาวชนปลดแอก เมื่อวันที่ 18 ก.ค. 2563 ได้มีประชาชนเดินทางตามมาให้กำลังใจทั้งสองคน โดยรวมตัวกันอยู่บริเวณด้านหน้าทางเข้าประตู 8 ซึ่งมีนายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือเพนกวิน และ น.ส.จุฑาทิพย์ ศิริขันธ์ แกนนำกลุ่มเยาวชนปลดแอก มาคอยให้กำลังใจและติดตามความคืบหน้าอย่างใกล้ชิด
ก้าวไกลเป็นพี่เลี้ยง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ยังมีนายคารม พลพรกลาง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล เดินทางเข้ามาที่ศาลด้วยเช่นกัน พร้อมเปิดเผยว่า ตนได้นำหลักทรัพย์จำนวนหนึ่ง สำหรับประกันตัว 2 ผู้ต้องหา ซึ่งต้องรอดูสถานการณ์ต่อไป เนื่องจากตอนนี้ยังคงอยู่ระหว่างการไต่สวน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่มาตรการรักษาความปลอดภัยบริเวณพื้นที่ศาลอาญา ได้มีการจัดกำลังเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยศาล เจ้าพนักงานตำรวจศาล และเจ้าหน้าที่ตำรวจจาก สน.ในพื้นที่รอบศาลอาญา ประมาณ 50 นาย เพื่อรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด โดยได้นำแผงเหล็กกั้นมาตั้งเป็นแนวหน้าทางเข้าอาคารศาลอาญา ไม่อนุญาตให้ผู้ที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องเข้าไปข้างใน ยกเว้นเจ้าหน้าที่ศาลและประชาชนที่มีความจำเป็นต้องเข้าไปภายในอาคารเท่านั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทางศาลอาญาได้นำป้ายข้อความ ข้อกำหนดของศาลอาญา หลังจากมีการชุมนุมบริเวณทางขึ้นศาลอาญา โดยมีข้อกำหนดห้ามมิให้ผู้ใดประพฤติตนในทางก่อให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อย หรือก่อความรำคาญ หรือกระทำการในลักษณะส่งเสริม ยั่วยุ สนับสนุนใดๆ ในการกระทำดังกล่าวบริเวณศาล และห้ามมิให้ผู้ใดใช้เครื่องขยายเสียง ส่งเสียงดัง อันเป็นการรบกวนการดำเนินกระบวนการพิจารณาคดีในศาล ถ้าผู้ใดฝ่าฝืน ถือว่ากระทำผิดฐานละเมิดอำนาจศาล มาติดไว้เพื่อให้ผู้ชุมนุมภายในรั้วบริเวณศาลได้ทราบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ นายพริษฐ์ปลุกมวลชนให้มายืนประชิดรั้วหน้าบันไดศาล&amp;nbsp; ที่เจ้าหน้าที่ตำรวจวางแผงเหล็กกั้นไว้ ก่อนสื่อสารให้ทุกคนพยายามฝ่าแนวรั้วของเจ้าหน้าที่เข้าไปภายในอาคารศาลอาญา โดยเจ้าหน้าที่นำป้ายข้อกำหนดของศาลอาญาเรื่องการประพฤติตัวให้เรียบร้อยในบริเวณศาล หากกระทำการผิดข้อบังคับจะเข้าข่ายความผิดละเมิดอำนาจศาล แต่มวลชนไม่ฟังเสียง ก่อนเกิดการยื้อยุดฉุดกระชากแผงเหล็ก แต่ไม่มีความรุนแรงแต่อย่างใด กลุ่มมวลชนยังคงยืนรออยู่หน้าบันไดศาลอาญา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายอานนท์ได้ส่งจดหมายน้อยให้คนใกล้ชิด และต่อมามีการเผยแพร่ในโซเชียลฯ เพื่อสื่อสารไปยังแกนนำม็อบเยาวชนปลดแอก ที่จะนัดชุมนุมกันเย็นวัน โดยจดหมายมีเนื้อหาดังนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ถึงที่น้องนักเรียน นิสิต นักศึกษาและประชาชนที่เคารพ ผมทราบว่าเย็นนี้ข้างนอกมีนัดชุมนุมที่สกายวอล์ก หอศิลป์ เวลา 16.00 น. ถ้าเป็นไปได้ผมอยากให้ประเด็นการเรียกร้องมันไปกว่าการเรียกร้องให้ปล่อยตัวผมกับไมค์ เพราะนอกจากเราแล้วยังมีเพื่อนที่โดนหมายจับอีกหลายคน และถ้าเป็นไปได้ผมอยากให้การเรียกร้องยึดโยงและสัมพันธ์ถึงข้อเรียกร้องของเรา 3 ข้อที่เราได้ยืนยันมาโดยตลอด อยากให้เขาใช้เงื่อนไขการควบคุมตัวผมกับไม่เป็นตัวเบี่ยงประเด็นการต่อสู้เด็ดขาด&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่จดหมายอีกฉบับของนายอานนท์อ้างว่า &amp;quot;ตอนนี้มีความกังวลของทีมทนายว่าศาลอาจส่งตัวไปควบคุมที่เรือนจำนครไชยศรี (ทุ่งสองห้อง) ความกังวลต่อมาคือก่อนหน้านี้มีการเสียชีวิตของหมอหยอง กำลังปรึกษากันว่าจะเอายังไงต่อ ฝากลุงป้าน้าอา ดูแลลูกหลาน นักเรียน นักศึกษาด้วย อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด ให้มันจบที่รุ่นเรา&amp;quot;
คดียุยงปลุกปั่น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเวลา 15.20 น. ศาลอ่านคำสั่งกรณีคำร้องฝากขังและคำคัดค้านการฝากขังนายอานนท์และนายภาณุพงศ์ ผู้ต้องหาคดียุยงปลุกปั่นจากการร่วมชุมนุมปราศรัยกับกลุ่มเยาวชนปลดแอก โดยพิเคราะห์พยานหลักฐานในชั้นไต่สวนคำร้องและข้อคัดค้านแล้ว เห็นว่าตามประมวลกฎหมายวิธีความอาญา มาตรา 78 ได้วางหลักเกณฑ์การควบคุมตัวไว้เป็นขั้นเป็นตอนเพื่อคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของประชาชน เมื่อคดีนี้พนักงานสอบสวนรับตัวผู้ต้องหาวันที่ 7 ส.ค.2563 เวลา 16.00 น. ต่อมานำตัวผู้ต้องหาและคำร้องมายื่นต่อศาลอาญาในวันเดียวกันเมื่อเวลา 16.45 น. ศาลไต่สวนแล้วมีคำสั่งว่า ผู้ร้องยื่นคำร้องขอฝากขังพ้นกำหนดเวลาราชการ จึงมีคำสั่งคืนคำร้องและให้รับตัวผู้ต้องหาคืนและให้ยื่นคำร้องภายใน 48 ชั่วโมง ตามกฎหมาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันนี้ พนักงานสอบสวนนำตัวผู้ต้องมายื่นคำร้องขอฝากขังเวลา 08.52 น. ยังอยู่ในระยะเวลาที่พนักงานสอบสวนสามารถควบคุมตัวผู้ต้องหาได้ตาม ป.วิ.อาญา มาตรา 87 วรรคสาม จึงมิใช่เป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาซ้ำ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่จำเลยคัดค้านว่าผู้ต้องหามีถิ่นที่อยู่และประกอบอาชีพเป็นหลักแหล่ง คดีนี้เจ้าพนักงานตำรวจจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับซึ่งมีข้อหาอัตราโทษจำคุกอย่างสูงเกิน 3 ปี ซึ่งตามกฎหมายเมื่อเป็นกรณีที่ผู้ถูกจับไม่ได้รับการปล่อยตัวชั่วคราว และมีเหตุจำเป็นเพื่อการสอบสวน พนักงานสอบสวนชอบที่จะยื่นคำร้องต่อศาลขอให้ออกหมายขังได้ โดยที่พนักงานสอบสวนอ้างเหตุขออนุญาตฝากขังว่าการสอบสวนยังไม่เสร็จสิ้น ต้องสอบสวนพยานเพิ่มเติมอีกจำนวน 6 ปาก รอผลการตรวจพิสูจน์ลายพิมพ์นิ้วมือ และผลการตรวจประวัติการต้องโทษ ดังนั้นพนักงานสอบสวนจึงมีอำนาจขอสอบสวนพยานดังกล่าวได้ เมื่อเป็นการร้องฝากขังครั้งที่ 1 ซึ่งพนักงานสอบสวนมีเวลาสอบสวนเพียง 48 ชั่วโมง กรณีจึงมีเหตุจำเป็นเพื่อทำการสอบสวนต่อไป ส่วนข้อคัดค้านอื่นไม่มีน้ำหนักให้รับฟัง จึงอนุญาตให้ฝากขังผู้ต้องหาตามขอ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ในส่วนคำร้องฝากขังระบุพฤติการณ์สรุปว่า เมื่อวันที่ 18 ก.ค.2563 เวลาประมาณ 16.00 น. นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ กับพวกได้จัดกิจกรรม &amp;quot;ใครไม่ทนให้ไปกันที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย&amp;quot; โดยกลุ่มผู้ชุมนุมได้ทยอยรวมตัวกันบนทางเท้าหน้าร้านแมคโดนัลด์ อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย และในเวลา 16.20 น. ได้มีรถยนต์กระบะ หมายเลขทะเบียน บธ-1792 สมุทรปราการ มาจอดเพื่อขนส่งอุปกรณ์จัดตั้งเวที จากนั้นมีเจ้าหน้าที่ตำรวจมาชี้แจงว่าพื้นที่ดังกล่าวไม่สามารถจอดรถยนต์ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกันนั้น นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ ซึ่งยืนอยู่บนถนนได้ดึงแผงเหล็กที่เจ้าหน้าที่ตำรวจกันแนวไว้ล้มลงบนพื้นถนน จากนั้นกลุ่มผู้ร่วมกิจกรรมประมาณ 40-50 คน ได้กรูลงบนพื้นผิวถนน พร้อมช่วยกันขนเวทีชั่วคราวจากรถยนต์กระบะคันดังกล่าวมาตั้งเวทีบนถนนห่างจากทางเท้าประมาณ 10 เมตร ระหว่างนั้น พ.ต.อ.อิทธิพล พงษ์ธร ผกก.สน.สำราญราษฎร์ จึงได้เข้าไปชี้แจงว่าการกระทำดังกล่าวเป็นการฝ่าฝืนกฎหมาย ฐานกีดขวางทางสาธารณะ กีดขวางการจราจร และขอให้กลุ่มผู้ร่วมกิจกรรมถอยกลับขึ้นไปบนทางเท้า แต่กลุ่มผู้ร่วมกิจกรรมไม่ปฏิบัติตาม กระทั่งเวลาประมาณ 16.24 น. กลุ่มผู้ร่วมกิจกรรมจำนวน 3 คน คือ น.ส.ปนัสยาสิทธิ จริวัฒนกุล แกนนำ สนท., นายณัฐชนน ไพโรจน์ สมาชิก สนท. และ น.ส.นิราภร อ่อนขาว ได้ร่วมกันชูป้ายข้อความ &amp;quot;ยกเลิก 112&amp;quot;
ศาลให้ประกันตัว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาในเวลาประมาณ 16.28 น. นายเอกชัย หงส์กังวาน ได้มาปรากฏตัวที่บริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ซึ่งในขณะนั้นกลุ่มผู้ร่วมกิจกรรมได้ตั้งเวทีเหล็กขนาด 1 คูณ 2 เมตรบนพื้นถนน ซึ่งจุดนี้เป็นการตั้งเวทีจุดแรกของการทำกิจกรรม และนายพริษฐ์ได้ขึ้นปราศรัยเป็นคนแรก โดยได้ชักชวนกลุ่มผู้ร่วมกิจกรรมลงมาบนถนนเพื่อทำกิจกรรมโดยไม่ต้องเกรงกลัว พ.ร.ก.ฉุกเฉิน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้น พต.อ.อิทธิพล พงษ์ธร ผกก.สน.สำราญราษฎร์ ได้ใช้รถเครื่องขยายเสียง (LRAD) ประกาศชี้แจงแก่ผู้ร่วมกิจกรรมเป็นครั้งที่ 2 ว่าอาจเข้าข่ายกระทำผิดกฎหมายควบคุมโรคติดต่อ และนายเอกชัย หงส์กังวาน ยังได้พูดสวนกลับมาว่าโควิดไม่มีแล้ว กลุ่มผู้ร่วมกิจกรรมยังคงฝ่าฝืนจัดกิจกรรมต่อไป โดยมีแกนนำและแนวร่วมชายหญิงสลับกันขึ้นพูดบนเวที เจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำแผงเหล็กไปกั้นด้านหลังเวทีเพื่อความปลอดภัยของผู้ร่วมกิจกรรม และให้รถสามารถสัญจรได้ โดยมีการจัดกำลังเจ้าหน้าที่ควบคุมฝูงชนหญิงและชายยืนสลับกันกระจายตลอดแนวแผงเหล็กด้านหลังอีกชั้นหนึ่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เวลาประมาณ 17.00 น. นายพริษฐ์ได้สั่งการให้กลุ่มผู้ร่วมกิจกรรมใช้กำลังฝ่าแนวแผงเหล็กที่มีตำรวจจัดเป็นแนวป้องกัน เพื่อนำมวลชนให้ลงไปสู่พื้นผิวการจราจร จากนั้นกลุ่มผู้ร่วมกิจกรรมจึงใช้กำลังดันแผงเหล็กกั้นอยู่ เป็นเหตุให้เกิดการยื้อกันระหว่างเจ้าหน้าที่ตำรวจและกลุ่มผู้ทำกิจกรรม จนเป็นเหตุให้เจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมฝูงชนหญิงที่ยืนรักษาความปลอดภัยแนวแผงเหล็กได้รับบาดเจ็บจำนวน 5 นาย ในที่สุดผู้ร่วมกิจกรรมสามารถฝ่าแนวแผงเหล็ก แล้วไปตั้งเวทีจนชิดขอบอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยเต็มพื้นผิวจราจร จนรถไม่สามารถสัญจรผ่านได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นได้มีแกนนำผลัดเปลี่ยนกันขึ้นปราศรัยบนเวทีเรื่อง ยุบสภา หยุดคุกคามประชาชน เร่งรัฐธรรมนูญใหม่ และโจมตีรัฐบาล แกนนำประกอบด้วย นายพริษฐ์ ชิวารักษ์, น.ส.จุฑาทิพย์ ศิริขันธ์, นายภาณุพงศ์ จาดนอก, นายทัตเทพ เรืองประไพกิจเสรี, นายอานนท์ นำภา, นายณัฐวุฒิ สมบูรณ์ทรัพย์, นายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา, นายกรกช แสงเย็นพันธ์, น.ส.สุวรรณา ตาลเหล็ก, น.ส.เนตรนภา อำนาจส่งเสริม, นายธนายุทธ ณ อยุธยา, นายบารมี ชัยรัตน์, นายทศพร สินสมบุญ, นายเดชาธร บำรุงเมือง, นายธานี สะสม และนายภาณุมาศ สิงห์พรม และมีบุคคลที่ร่วมกระทำความผิดทั้งหมด 31 ราย เหตุเกิดที่แขวงบวรนิเวศ เขตพระนคร กทม.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และเมื่อวันที่ 7 ส.ค.ที่ผ่านมา เวลาประมาณ 14.06 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สส.4 บก.สส.บช.น. ได้ร่วมกันจับกุมตัวนายอานนท์ นำภา ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลอาญา จ.1176/2563 ลงวันที่ 6 ส.ค.2563 ซึ่งเวลาไล่เลี่ยกัน เวลา 14.50 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจได้จับกุมนายภาณุพงศ์ จาดนอก ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลอาญา จ.1174/2563 ลงวันที่ 6 ส.ค.2563 ดำเนินคดีตามกฎหมาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ต่อมา นายคารม พลพรกลาง และนายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล 2 ส.ส.พรรคก้าวไกล ได้ใช้ตำแหน่ง ส.ส.ยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราวนายอานนท์และนายภาณุพงศ์ ผู้ต้องหา ซึ่งอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเวลา 16.45 น. ศาลพิเคราะห์แล้ว มีคำสั่งอนุญาตให้นายอานนท์และนายภาณุพงศ์ ผู้ต้องหาทั้งสองมีประกันตัวไป โดยตีราคาประกันคนละ 1 แสนบาท พร้อมกำหนดเงื่อนไข ห้ามผู้ต้องหากระทำการใดๆ ในลักษณะเดียวกันกับที่ถูกกล่าวหาในคดีนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอานนท์ให้สัมภาษณ์ขอขอบคุณศาลอาญาที่พิจารณาปล่อยตัวชั่วคราว โดยไม่ต้องวางหลักทรัพย์ ส่วนเงื่อนไขมีข้อเดียวคือ อย่าไปทำอย่างที่เขากล่าวหา ตนกล่าวมาตลอดว่า ชุมนุมด้วยความสงบมาตลอด ไม่มีการยุยงปลุกปั่น จุดยืนคือไม่เอารัฐบาลแห่งชาติ ไม่เอารัฐประหาร ขอขอบคุณพี่น้องทุกคนที่มานอนรอที่หน้า สน.ห้วยขวาง ส.ส.จากพรรคก้าวไกล หรือพรรคอนาคตใหม่เดิม และพรรคเพื่อไทย และ ส.ส.พรรคฝ่ายค้าน ที่แสดงความจำนงมาว่าจะยื่นขอประกันตัวผู้ต้องหาอื่นอีก พร้อมต่อสู้ทั้งในสภาและนอกสภา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;จากนี้จะไปร่วมชุมนุมเฉพาะกิจกรรมที่ชอบโดยรัฐธรรมนูญเท่านั้น เวทีที่พูดถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญ การยุบสภาก็ดี พวกตนยินดีไปทุกเวทีทั่วประเทศ สิ่งที่เรียกร้องเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ ทางรัฐบาลควรรับฟังและยุติการคุกคามพวกเราทุกรูปแบบ น้องๆ เยาวชนที่ออกมาต่อสู้เป็นหน้าที่ของพวกเรา น้า ป้า ที่มาเป็นแนวร่วมในการต่อสู้ ต่อไปนี้ทุกคนจะเป็นกองหน้าร่วมกัน ถ้าจะรับฟังเสียงพวกเรา อย่าตั้งข้อหาพวกเรา เคารพในความเห็นต่าง&amp;quot; นายอานนท์กล่าว.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/73844</URL_LINK>
                <HASHTAG>ภานุพงศ์ จาดนอก, ศาลให้ประกันตัว, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, ห้ามกระทำการใดๆ ในลักษณะเดียวกันกับที่ถูกกล่าวหา, อานนท์ นำภา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200808/image_big_5f2e8ddbdb947.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
