<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>78401</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/09/2020 18:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/09/2020 18:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กรอ. หนุนแนวคิด &#039;BCG โมเดล&#039;ดันผู้ประกอบการไทยสู่ยุคอุตสาหกรรม 4.0 </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 ก.ย. 2563 นายภานุวัฒน์ ตริยางกูรศรี รองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวในงานสัมมนาวิชาการ &amp;ldquo;อนาคตอุตสาหกรรมไทย...ก้าวไกลสู่ BCG&amp;rdquo; ซึ่งจัดโดยกรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.) ว่า กระทรวงอุตสาหกรรมมีนโยบายในการส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการให้มีความเข้มแข็ง สามารถแข่งขันได้ ส่งเสริมการประกอบกิจการอุตสาหกรรมให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม รวมทั้งขับเคลื่อนและพัฒนาระบบนิเวศอุตสาหกรรม เพื่อเปลี่ยนผ่านอุตสาหกรรมไทยสู่อุตสาหกรรม 4.0 &amp;nbsp;โดยปัจจุบันมีโรงงานอุตสาหกรรมที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) โรงงานฉบับใหม่ จำนวน 70,180 โรงงาน และเพื่อส่งเสริมให้สถานประกอบการเข้าสู่อุตสาหกรรมสีเขียวให้เพิ่มขึ้น กระทรวงอุตสาหกรรมจึงได้ขับเคลื่อนระบบอุตสาหกรรมสีเขียว ภายใต้โมเดลเศรษฐกิจใหม่ (BCG) และนวัตกรรมเทคโนโลยีสะอาด (GCIP)&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้โมเดลเศรษฐกิจใหม่ (BCG) นั้น เป็นการพัฒนาเศรษฐกิจแบบองค์รวมที่จะพัฒนา 3 เศรษฐกิจ คือ เศรษฐกิจชีวภาพ (Bio economy) เศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular economy) และเศรษฐกิจสีเขียว (Green economy) ไปพร้อมกัน โดยมุ่งเน้นการใช้ทรัพยากรชีวภาพเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม เน้นการพัฒนาให้เป็นผลิตภัณฑ์มูลค่าสูง เชื่อมโยงกับเศรษฐกิจหมุนเวียน โดยทั้ง 2 เศรษฐกิจนี้อยู่ภายใต้เศรษฐกิจสีเขียว ที่ต้องพัฒนาควบคู่กันไปเพื่อรักษาสิ่งแวดล้อมให้เกิดความสมดุล มั่นคง และยั่งยืน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ กระทรวงอุตสาหกรรมยังมีนโยบายในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไทย ผ่านการกำหนดทิศทางการดำเนินงานในการพัฒนาอุตสาหกรรม โดยกำหนดยุทธศาสตร์หลัก 4 ยุทธศาสตร์ ได้แก่ ยุทธศาสตร์ที่ 1. การเสริมสร้างศักยภาพของภาคอุตสาหกรรมให้เติบโตและเข้มแข็ง ผ่านการส่งเสริม พัฒนาและต่อยอดงานวิจัย เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตของภาคอุตสาหกรรม และพัฒนาผู้ประกอบการให้มีสมรรถนะสูงในทุกด้าน ยุทธศาสตร์ที่ 2. การพัฒนาปัจจัยสนับสนุนให้เอื้อต่อการลงทุนและการพัฒนาอุตสาหกรรม ผ่านการปรับปรุงข้อกฎหมาย กฎระเบียบและกระบวนการต่าง ๆ ให้เอื้อต่อการลงทุนและประกอบธุรกิจอุตสาหกรรมมากขึ้น ยุทธศาสตร์ที่ 3. การส่งเสริมและพัฒนาอุตสาหกรรมให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและสังคม ผ่านการพัฒนากลไกในการกำกับดูแลภาคอุตสาหกรรมให้ดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด ส่งเสริมให้โรงงานอุตสาหกรรมประกอบกิจการอย่างมีความรับผิดชอบต่อสังคม (CSR) โดยตั้งแต่ปี 2551 ถึงปัจจุบัน มีโรงงานอุตสาหกรรมได้รับโล่รางวัลแล้ว 999 ราย และมีโรงงานอุตสาหกรรมดำเนินงานด้านความรับผิดชอบต่อสังคมอย่างต่อเนื่อง (CSR-DIW Continuous) มากกว่า 400 ราย และยุทธศาสตร์ที่ 4. การพัฒนาสมรรถนะองค์กรเพื่อให้บริการอย่างมีคุณภาพ ผ่านการส่งเสริมจริยธรรม ธรรมาภิบาลและการป้องกันการทุจริตและประพฤติมิชอบในการปฏิบัติราชการ เพื่อประโยชน์สุขของประชาชน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;เป้าหมายสุดท้ายของหลักการ BCG โมเดล (Bio Circular Green) เพื่อนำความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีและนวัตกรรม รวมถึงพัฒนาด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อม มาต่อยอดเพื่อสร้างมูลค่าที่สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาล โดยกระทรวงอุตสาหกรรมมุ่งมั่นในการพัฒนาให้ประเทศไทยมีเมืองน่าอยู่คู่อุตสาหกรรม หรือ Eco Industrial Town ไม่น้อยกว่า 40 พื้นที่ ซึ่งนำไปสู่การพัฒนาอุตสาหกรรมที่นำเศรษฐกิจอุตสาหกรรมไปเหนี่ยวนำเศรษฐกิจชุมชนตามแนวทาง BCG โมเดล ให้เติบโตไปด้วยกันภายใต้สภาวะแวดล้อมและคุณภาพชีวิตที่ดี โดยมุ่งเน้นการพัฒนาด้านเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม กายภาพและการบริหารจัดการในพื้นที่ให้เกิดความสมดุลทุกมิติ&amp;quot; นายภานุวัฒน์ กล่าว&amp;nbsp;
นายศุภกิจ บุญศิริ รองอธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม กล่าวว่า การสัมมนาวิชาการ เรื่อง &amp;ldquo;อนาคตอุตสาหกรรมไทย...ก้าวไกลสู่ BCG&amp;rdquo; ได้จัดขึ้นในวันที่ 23 &amp;ndash; 25 กันยายน 2563 โดยเป็นการจัดงานภายใต้งาน Boilex Asia และ Pumps and Valves Asia 2020 ซึ่งกรมโรงงานอุตสาหกรรมเป็นหนึ่งในหน่วยงานหลักที่ให้การสนับสนุนการจัดงานร่วมกับ บริษัท อินฟอร์มา มาร์เก็ต จำกัด มาโดยตลอดอย่างต่อเนื่อง และปีนี้จัดขึ้นเป็นปีที่ 7 โดยมีหัวข้อสัมมนาทั้งหมด 16 หัวข้อ และมีผู้ลงทะเบียนเข้าร่วมการสัมมนาล่วงหน้าประมาณ 1,400 คน โดยการจัดงานได้มีมาตรการป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธ์ใหม่ 2019 (โควิด-19) ของกระทรวงสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด เพื่อความปลอดภัยของผู้เข้าร่วมงานสัมมนา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยการจัดสัมมนาในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมการขับเคลื่อนนโยบายพัฒนาอุตสาหกรรมไทยสู่ Factory 4.0 และการใช้แนวคิดเศรษฐกิจใหม่ที่เรียกว่า &amp;ldquo;BCG โมเดล&amp;rdquo; อันได้แก่ เศรษฐกิจชีวภาพ (Bio economy) เศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) และเศรษฐกิจสีเขียว (Green Economy) ผ่านการสัมมนา และเผยแพร่องค์ความรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยี สิ่งแวดล้อม วัตถุอันตราย และความปลอดภัย เพื่อให้ผู้ประกอบกิจการโรงงาน บุคลากรในโรงงาน และผู้ที่เกี่ยวข้อง สามารถนำไปปฏิบัติได้ โดยมีหัวข้อสัมมนาที่น่าสนใจ อาทิ Safety Application การตรวจประเมินตนเองด้านความปลอดภัย ระบบดิจิทัลเพื่อประชาชนของกรมโรงงานอุตสาหกรรม พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ที่เกี่ยวข้องกับโรงงานที่มีการปรับปรุงเพิ่มเติมอย่างครบมิติ ทั้ง พ.ร.บ.โรงงาน ซึ่งครอบคลุมทั้งกฎหมายเกี่ยวกับมลพิษทางน้ำ มลพิษทางอากาศ การจัดการสิ่งปฏิกูลหรือวัสดุที่ไม่ใช้แล้ว และพ.ร.บ.วัตถุอันตราย ตลอดจนการถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตที่สะอาด (Clean Technology) และ Eco Industrial Town เครื่องมือการอยู่ร่วมกันระหว่างชุมชนและเขตอุตสาหกรรมสู่ BCG&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ยังมีการจัดนิทรรศการแสดงผลสำเร็จตามภารกิจของกรมโรงงานอุตสาหกรรมในการส่งเสริม สนับสนุน และเผยแพร่องค์ความรู้ด้านเครื่องจักร เทคโนโลยีการผลิต สิ่งแวดล้อม ความปลอดภัย วัตถุอันตราย พลังงาน และความรับผิดชอบต่อสังคม ตลอดจนนโยบายสำคัญ ๆ ของกระทรวงอุตสาหกรรม เช่น ระบบดิจิทัลเพื่อการรับการบริการของประชาชนและภาคอุตสาหกรรม บริการรับคำขอประกอบกิจการโรงงานผ่านระบบดิจิทัล บริการใบอนุญาต ใบรับรองแบบดิจิทัล รายงานผลการปฏิบัติการตามกฎหมาย (Self - Declaration) อุตสาหกรรมสีเขียว (Green Industry) เมืองอุตสาหกรรมนิเวศ (Eco Industrial Town) รวมทั้งการบริหารจัดการวัตถุอันตรายและความปลอดภัย เป็นต้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;กรมโรงงานอุตสาหกรรม หวังเป็นอย่างยิ่งว่า การสัมมนาวิชาการในครั้งนี้ จะเป็นการสื่อสารข้อมูลและองค์ความรู้ที่เป็นประโยชน์โดยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เพื่อให้นำไปสู่การบูรณาการการบริหารจัดการด้านเทคโนโลยี นวัตกรรม วัตถุอันตราย สิ่งแวดล้อม และความปลอดภัยในภาคอุตสาหกรรมให้เป็นไปตามกฎหมายได้มาตรฐานเป็นที่ยอมรับในระดับสากล เกิดความปลอดภัยต่อชุมชน และสิ่งแวดล้อม เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้ภาคประชาชน ลดความขัดแย้ง และสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างยั่งยืน&amp;quot; นายศุภกิจ กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/78401</URL_LINK>
                <HASHTAG>ภานุวัฒน์ ตริยางกูรศรี, อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.), อนาคตอุตสาหกรรมไทย...ก้าวไกลสู่ BCG</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200923/image_big_5f6b302be8cfc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>18093</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/09/2018 09:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/09/2018 09:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กสอ.ลั่น 10 ปีพัฒนาอุตฯการผลิต 5 แสนราย เป็นผู้ประกอบการระดับ 4.0</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กสอ. ร่วม ส.อ.ท.ประเมินศักยภาพภาคอุตสาหกรรม หาจุดบกพร่องเตรียมแนวทางพัฒนาไปยังระดับ 4.0 ตั้งเป้าภายในปี 70 จะยกระดับภาคการผลิตทั้งประเทศกว่า 5 แสนรายก้าวสู่ระดับ 3.0-4.0 อาศัยเครื่องมือของรัฐทั้งด้านการเงินและไม่ใช่เงิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายภานุวัฒน์ ตริยางกูรศรี รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม(กสอ.) เปิดเผยว่าการประเมินศักยภาพผู้ประกอบการ ที่ร่วมกับสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(ส.อ.ท.) เพื่อให้ทราบว่าภาครัฐจะให้ความช่วยเหลืออย่างไรบ้าง ทั้งนี้การประเมินครั้งล่าสุดในปี 2561 มีผู้ตอบแบบสอบถาม 1,500 รายโดยทั้งหมดเป็นสมาชิก ส.อ.ท.พบว่าศักยภาพผู้ประกอบการไทยในภาพรวมปรับตัวเข้มแข็งเพิ่มขึ้น โดยเห็นได้จากสัดส่วนของภาคอุตสาหกรรมในระดับ 4.0 หรือระดับที่มีความเข้มแข็งมาก สามารถก้าวสู่ระดับสากลได้ ต่างจากปีก่อนหน้าที่ยังไม่มีภาคธุรกิจใดอยู่ในระดับนี้เลย แต่ปีนี้หลังการประเมิน พบว่ามีถึง 30 โรงงาน นับเป็นการศักยภาพปรับเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยอยู่ในอุตสาหกรรมยานยนต์ ดิจิตอล และวัสดุก่อสร้าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ กสอ.และส.อ.ท. ตั้งเป้าหมายว่า ในช่วง 10 ปีหลังจากนี้ ถึงปี 2570 จะยกระดับศักยภาพผู้ประกอบการไทยในภาพรวมในอุตสาหกรรมภาคการผลิตที่มีจำนวนประมาณ 500,000 รายทั่วประเทศ ให้มีศักยภาพอยู่ในระดับ 3.0 - 4.0 และยกระดับต่อไปอยู่ในระดับ 5.0 ต่อไปในอนาคต ขณะเดียวกันคาดว่าปีหน้า ผลการประเมินจะมีจำนวนผู้ประกอบการที่อยู่ในระดับ 4.0 เกินกว่า 60 โรงงาน โดยทั้งสองหน่วยงานจะร่วมกันพัฒนาและปรับปรุงการประเมินศักยภาพอุตสาหกรรมอย่างต่อเนื่องเพื่อให้มีความเหมาะสมและมีประสิทธิภาพมากขึ้น สามารถสะท้อนถึงระดับพัฒนาการของภาคอุตสาหกรรมไทยได้อย่างแม่นยำและเพื่อใช้ประโยชน์จากข้อมูลดังกล่าวในการกำหนดนโยบายและมาตรการส่งเสริมสนับสนุนต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เราได้เตรียมชุดมาตรการทั้งทางการเงินและที่มิใช่ทางการเงิน ร่วมกับองค์กรภาครัฐ ภาคเอกชนสถาบัน การศึกษา และสถาบันการเงินต่าง ๆ เร่งส่งเสริมให้สถานประกอบการพัฒนาสู่อุตสาหกรรม 4.0 เต็ม รูปแบบโดยคาดว่าจะทำให้สถานประกอบการ มีผลิตภาพเพิ่มขึ้นหรือลดต้นทุนให้ได้มากกว่า 30% สำหรับมาตรการที่ไม่ใช่การเงินนั้น ได้ร่วมกับเครือข่ายบิ๊ก บราเธอร์ จะให้บริการผ่านศูนย์ปฏิรูปอุตสาหกรรม 4.0 หรือ (ไอทีซี) ที่มีอยู่ทั่วประเทศ ในการให้ความรู้คำปรึกษาแนะนำ การถ่ายทอดเทคโนโลยี การสาธิตกระบวนการผลิตที่ใช้หุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ และการรับรองมาตรฐานนอกจากนี้กระทรวงอุตสาหกรรม&amp;rdquo;นายภานุวัฒน์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายมนตรี มหาพฤกษ์พงศ์ รองประธาน ส.อ.ท. กล่าวว่าการประเมินครั้งนี้มีประโยชน์ต่อ ส.อ.ท.อย่างยิ่งเพราะทำให้รู้สถานะปัจจุบันของอุตสาหกรรมไทยเพื่อนำไปใช้วางแนวนโยบายสนับสนุนภาคอุตสาหกรรมให้เกิดการพัฒนาและยกระดับศักยภาพการผลิตและเพิ่มขีดความสามารถภาคอุตสาหกรรมได้อย่างตรงจุดมากขึ้น ทั้งนี้ สอท.พร้อมเดินหน้าแผนการขับเคลื่อนนโยบายอินดัสทรี อินฟอร์เมชั่นที่มีหลากหลายโครงการรองรับอยู่&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/18093</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม, พัฒนาภาคอุตสาหกรรม, ภานุวัฒน์ ตริยางกูรศรี, อุตสาหกรรม 4.0</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180921/image_big_5ba456d6276ef.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
