<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>118102</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/09/2021 14:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/09/2021 14:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;จิสด้า&#039; เผยข้อมูลภาพดาวเทียมพบ 9 จังหวัดเหนือ-กลาง ท่วมแล้วเกือบ 6 แสนไร่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 ก.ย.64 -&amp;nbsp;สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ GISTDA ได้ใช้ข้อมูลภาพจากดาวเทียม COSMO-SkyMed-4 ของวันที่ 28 กันยายน 2564&amp;nbsp;พบพื้นที่น้ำท่วมขังบริเวณบางส่วนของภาคเหนือ และภาคกลาง รวมทั้งสิ้น 595,133 ไร่ ประกอบด้วย #สุโขทัย 222,431 ไร่, #นครสวรรค์ 139,498 ไร่, #พิจิตร 128,290 ไร่, #พิษณุโลก 74,410 ไร่, #กำแพงเพชร 25,711 ไร่, #อุตรดิตถ์ 2,717 ไร่, #อุทัยธานี 1,193 ไร่, #เพชรบูรณ์ 693 ไร่ และ #ตาก 190 ไร่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่เกษตรกรรมที่อยู่ในพื้นที่ลุ่มต่ำและพื้นที่ริมตลิ่ง ทั้งนี้ มวลน้ำจากพื้นที่ดังกล่าวกำลังไหลลงสู่ทุ่งรับน้ำในเขตภาคกลางตอนล่างต่อไป ดังนั้น ขอให้ประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ข้างต้น/ใกล้เคียง ระมัดระวังถึงผลกระทบจากน้ำท่วมด้วยครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;GISTDA ได้มีการดำเนินการวางแผนและปรับแผนรับสัญญาณดาวเทียม เพื่อวิเคราะห์และติดตามสถานการณ์ในพื้นที่ที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบจากปริมาณฝนตกหนักอย่างต่อเนื่อง และสามารถตรวจสอบพื้นที่อื่น ๆ เพิ่มเติมได้ที่ http://flood.gistda.or.th&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118102</URL_LINK>
                <HASHTAG>GISTDA, ข้อมูลภาพถ่ายดาวเทียม, น้ำท่วม, ภาพถ่ายดาวเทียม, สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210928/image_big_6152c259d43be.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>62743</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/04/2020 16:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/04/2020 16:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;จิสด้า&#039; เผยภาพถ่ายดาวเทียม ชี้ &#039;โควิด-19&#039; พลิกโฉมหน้าในยามค่ำคืนของประเทศไทย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 เม.ย.63 - เพจเฟซบุ๊ก &amp;quot;GISTDA สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน)&amp;quot; หรือ สทอภ. โพสต์รูปภาพถ่ายดาวเทียมในเวลากลางคืน พร้อมข้อความว่า โควิด-19 ที่มาพร้อมกับการเปลี่ยนแปลงในยามค่ำคืน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หากพูดถึง &amp;quot;Night Light&amp;quot; หรือไฟกลางคืน เป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นจากพฤติกรรมการใช้พลังงานไฟฟ้าจากทุกภาคส่วนในยามค่ำคืน ทั้งจากการใช้ไฟฟ้าในครัวเรือน ภาคอุตสาหกรรม การคมนาคม กลุ่มธุรกิจต่างๆ ตลอดจนระบบไฟฟ้าสาธารณะ เมื่อเรามองด้วยตาเปล่าจะสังเกตได้ว่า ไม่ว่าจะหันไปทางไหนก็มีแต่แสงสว่างตลอดในช่วงเวลากลางคืน ไม่ว่าจะเป็นช่วงเวลาใดเราจึงไม่เห็นการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นของแสงไฟกลางคืน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หากมองในทางกลับกัน มีสิ่งหนึ่งที่เฝ้ามองมายังโลกตลอดเวลาพร้อมบันทึกข้อมูลเป็นภาพให้เราได้เห็นกันและสามารถนำมาใช้ประโยชน์ต่อไปได้ นั่นก็คือ &amp;quot;ดาวเทียม&amp;quot; ภาพถ่ายจากดาวเทียม Suomi Npp ระบบเวียร์ (VIIRS) นอกจากจะใช้ในการอ่านค่าจุดความร้อน hotspot ในช่วงเวลากลางวันแล้ว ยังเป็นระบบดาวเทียมที่สามารถบันทึกภาพเพื่อดูแสงสว่างในช่วงเวลาค่ำคืนได้อีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด -19 ที่เกิดขึ้นในประเทศไทย ประกอบกับช่วงเวลาที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ได้ประกาศใช้ &amp;quot;พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน&amp;quot; มาเป็นระยะ เพื่อลดการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 มาตั้งแต่วันที่ 26 มี.ค.63 เป็นต้นมา รวมทั้ง ได้ขอความร่วมมือทั้งจากทางภาครัฐ ภาคเอกชน ตลอดจนภาคประชาชน งดออกจากเคหะสถานและจัดกิจกรรมงานรื่นเริงต่างๆ รวมถึงสถานบันเทิง ในช่วงเวลา 22.00 น. จนถึง เวลา 04.00 น.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จิสด้า หรือ สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม หรือ อว. ได้ติดตามสถานการณ์การให้ความร่วมมือจากหน่วยงานและประชาชน หลังจากมี พรก.ดังกล่าว โดยใช้ภาพถ่ายจากดาวเทียม Suomi Npp ระบบเวียร์ (VIIRS) บันทึกภาพทุกค่ำคืนในช่วงเวลา 01.00 - 02.00 น. เพื่อดูอัตราการใช้ไฟฟ้าในภาพรวมทั้งประเทศ เปรียบเทียบใน 3 ช่วงเวลา ได้แก่ ช่วงก่อนเกิดสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด -19 โดยบันทึกภาพวันที่ 2 ธันวาคม พ.ศ.2562 , ช่วงสถานการณ์ที่กำลังแพร่ระบาดก่อนประกาศ พรก. โดยบันทึกภาพวันที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563 และช่วงสุดท้าย เป็นช่วงเวลาหลังจากประกาศ พรก.ดังกล่าว โดยบันทึกภาพวันที่ 9 เมษายน พ.ศ.2563&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากประกาศ พรก. ฉุกเฉิน หน่วยงานต่างๆและประชาชนได้ให้ความร่วมมือในการลดการแพร่ระบาดฯ สังเกตได้จากภาพวันที่ 9 เม.ย.63 ที่มีจำนวนการใช้ไฟฟ้าลดลง นั่นหมายความว่า พรก.นอกจากจะใช้ในการควบคุมการแพร่ระบาดฯแล้ว ยังทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงด้านการใช้พลังงานไฟฟ้าในยามค่ำคืนอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งส่วนใหญ่มาจากการปิดแหล่งท่องเที่ยว และสถานบันเทิงต่างๆ รวมไปถึงการคมนาคมในช่วงเวลาดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/62743</URL_LINK>
                <HASHTAG>จิสด้า, พลังงานไฟฟ้า, ภาพถ่ายดาวเทียม, สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน), ไฟกลางคืน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200410/image_big_5e9040be21975.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>33859</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/04/2019 20:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/04/2019 20:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ดาวเทียมส่องพบกิจกรรมผิดปกติที่โรงงานนิวเคลียร์เกาหลีเหนือ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ภาพถ่ายดาวเทียมพบมีการเคลื่อนไหวผิดปกติที่โรงงานนิวเคลียร์หลักของเกาหลีเหนือ คาดอาจมีการแปรสภาพวัสดุกัมมันตรังสีเป็นเชื้อเพลิงระเบิดนิวเคลียร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาพถ่ายดาวเทียมดิจิทัลโกลบ เผยสภาพห้องปฏิบัติการทดลองเคมีกัมมันตภาพรังสีที่ศูนย์วิจัยนิวเคลียร์ยองบยอนของเกาหลีเหนือ วันที่ 12 เมษายน 2562 / CSIS / Beyond Parallel / DigitalGlobe 2019 via REUTERS&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศูนย์ยุทธศาสตร์และนานาชาติศึกษา ที่มีสำนักงานอยู่ในกรุงวอชิงตัน เผยเมื่อวันพุธที่ 17&amp;nbsp; เมษายนว่า จากภาพถ่ายดาวเทียมโรงงานนิวเคลียร์ยองบยอนของเกาหลีเหนือเมื่อวันศุกร์ที่ 12&amp;nbsp; เมษายน พบรถเดินราง 5 คันอยู่ใกล้กับโรงเสริมสมรรถนะยูเรเนียมและห้องแล็บรังสีเคมี ในอดีตที่ผ่านมารถเดินรางที่ออกแบบพิเศษชนิดนี้เกี่ยวข้องกับการเคลื่อนย้ายวัสดุกัมมันตรังสีหรือการแปรสภาพเชื้อเพลิงใช้แล้วจากเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ จากกิจกรรมล่าสุดนี้รวมถึงองค์ประกอบภายนอก ทำให้ไม่สามารถตัดความเป็นไปได้ที่เกี่ยวข้องกับการเคลื่อนย้ายวัสดุกัมมันตรังสี ซึ่งอาจจะเกิดก่อนหรือหลังการแปรสภาพวัสดุกัมมันตรังสี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โรงงานนิวเคลียร์ยองบยอนตั้งอยู่ทางเหนือของกรุงเปียงยางราว 100 กิโลเมตร เป็นที่ตั้งของเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์เครื่องแรกของเกาหลีเหนือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลังการประชุมซัมมิตครั้งที่ 2 ระหว่างประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กับคิม จองอึน ผู้นำเกาหลีเหนือ ที่กรุงฮานอยเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ที่ผ่านมาจบลงอย่างไร้ข้อตกลง เกาหลีเหนือเตือนว่ากำลังครุ่นคิดถึงทางเลือกด้านการทูตกับสหรัฐ และคิมบอกเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่าจะเปิดการเจรจากับทรัมป์ใหม่ต่อเมื่อสหรัฐมีทัศนคติที่เหมาะสม.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/33859</URL_LINK>
                <HASHTAG>ภาพถ่ายดาวเทียม, ยองบยอน, เกาหลีเหนือ, โรงปฏิกรณ์นิวเคลียร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190417/image_big_5cb72958cf210.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>30668</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/03/2019 19:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/03/2019 19:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ภาพดาวเทียมฟ้อง เกาหลีเหนือเร่งฟื้นฟูฐานยิงจรวดโซแฮ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ภาพถ่ายดาวเทียมตรวจพบเกาหลีเหนือดำเนินกิจกรรมที่ฐานปล่อยจรวดพิสัยไกลโซแฮ ที่เคยส่งดาวเทียมเมื่อปี 2555 และ 2559 บ่งชี้ว่าเกาหลีเหนือกำลังเร่งสร้างฐานแห่งนี้ใหม่อย่างรวดเร็วภายหลังซัมมิตระหว่างโดนัลด์ ทรัมป์ กับคิม จองอึน ล้มเหลว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ เมื่อวันที่ 8 เม.ย. 2555 ทหารเกาหลีเหนือรักษาการณ์ด้านหน้าจรวดอึนฮา-3 ที่สถานีปล่อยดาวเทียมโซแฮ ในเมืองทงชางรี / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เอเอฟพีรายงานอ้างข้อมูลของนักวิจัยจากศูนย์เพื่อยุทธศาสตร์และนานาชาติศึกษา (ซีซิส) จากกรุงวอชิงตัน เมื่อวันอังคารที่ผ่านมาว่า ดาวเทียมสามารถบันทึกภาพกิจกรรมใหม่ของเกาหลีเหนือที่สถานีปล่อยดาวเทียมโซแฮ สองวันภายหลังการประชุมสุดยอดที่กรุงฮานอยของเวียดนามปิดฉากลงเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ และความเคลื่อนไหวล่าสุดนี้อาจแสดงถึงการตัดสินใจแน่วแน่ของเกาหลีเหนือเมื่อสหรัฐปฏิเสธคำร้องขอให้ผ่อนปรนการคว่ำบาตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ฐานปล่อยแห่งนี้ไม่มีความเคลื่อนไหวมานับแต่เดือนสิงหาคม 2561 จึงบ่งชี้ว่ากิจกรรมที่กำลังเกิดขึ้นนี้เป็นความจงใจและมีจุดประสงค์&amp;quot; ซีซิสกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คิมตกลงปิดฐานทดสอบมิสไซล์โซแฮภายหลังประชุมสุดยอดกับประธานาธิบดีมุน แจอิน ของเกาหลีใต้ ที่กรุงเปียงยาง โดยเป็นส่วนหนึ่งของมาตรการสร้างความไว้วางใจ ภาพดาวเทียมเมื่อเดือนสิงหาคมเผยให้เห็นว่าคนงานได้รื้อแท่นทดสอบเครื่องยนต์แล้ว เกาหลีเหนือเคยยิงจรวดส่งดาวเทียมที่ฐานปล่อยโซแฮเมื่อปี 2555 และ 2559 ต่อมาคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติห้ามเกาหลีเหนือส่งดาวเทียมเนื่องจากเทคโนโลยีที่ใช้นั้นคล้ายกับขีปนาวุธพิสัยไกลข้ามทวีป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เว็บไซต์ของนักวิจัยอิสระ กลุ่ม 38 นอร์ท จากกรุงวอชิงตัน&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก็เผยเช่นกันว่า ดาวเทียมพาณิชย์พบหลักฐานการก่อสร้างที่โซแฮ โดยคาดว่าเริ่มต้นระหว่างวันที่ 16 กุมภาพันธ์ ถึง 2 มีนาคม หรือก่อนซัมมิตที่ฮานอย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/30668</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฐานยิงจรวด, ภาพถ่ายดาวเทียม, สถานีปล่อยดาวเทียม, เกาหลีเหนือ, โซแฮ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190306/image_big_5c7fc0bc3f632.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>14481</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/07/2018 22:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/07/2018 22:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ดาวเทียมสปายพบเกาหลีเหนือขยับพัฒนาขีปนาวุธข้ามทวีป</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ดาวเทียมจารกรรมของสหรัฐตรวจพบความเคลื่อนไหวของเกาหลีเหนือที่โรงงานผลิตขีปนาวุธพิสัยไกลข้ามทวีป ที่อาจเป็นการพัฒนาจรวดนำส่งและระบบนำวิถีต่อยอดจากฮวาซอง-15&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เกาหลีเหนือปล่อยขีปนาวุธพิสัยไกลข้ามทวีป ฮวาซอง-15 เมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน 2560 / KCNA / KNS / AFP &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หนังสือพิมพ์วอชิงตันโพสต์ของสหรัฐรายงานเมื่อวันจันทร์ที่ 30 กรกฎาคมที่ผ่านมา โดยอ้างแหล่งข่าวที่เป็นเจ้าหน้าที่หลายคนที่ใกล้ชิดกับรายงานข่าวกรองของสหรัฐ ว่ามีความเป็นไปได้ที่เกาหลีเหนือกำลังผลิตขีปนาวุธพิสัยไกลข้ามทวีป (ไอซีบีเอ็ม) 1 หรือ 2 ลูก ที่สถานีค้นคว้าวิจัยขนาดใหญ่ชานกรุงเปียงยาง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานกล่าวว่า ภาพถ่ายดาวเทียมจากสำนักงานภูมิสารสนเทศ-ข่าวกรองแห่งชาติของสหรัฐบ่งชี้ว่า เกาหลีเหนือกำลังพัฒนาไอซีบีเอ็ม ฮวาซอง-15 อย่างน้อย 1 ลูกที่โรงงานซานัมดง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โรงงานในเมืองซานัมดงแห่งนี้เป็นที่ที่เกาหลีเหนือผลิตไอซีบีเอ็มลูกแรก ที่เกาหลีเหนือคุยว่าสามารถโจมตีได้ไกลถึงแผ่นดินใหญ่ของสหรัฐ โดยเจ้าหน้าที่สหรัฐเชื่อว่าสิ่งที่เกาหลีเหนือกำลังทำอาจเป็นการพัฒนาจรวด ซึ่งยังไม่เคยผ่านการทดสอบเทคโนโลยีการกลับสู่ชั้นบรรยากาศ รวมไปถึงการพัฒนาระบบนำวิถีที่แม่นยำขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่รายงานของรอยเตอร์เมื่อวันอังคารที่ 31 กรกฎาคม อ้างแหล่งข่าวที่เป็นเจ้าหน้าที่รายหนึ่งซึ่งไม่เปิดเผยชื่อเนื่องจากข้อมูลข่าวกรองนี้เป็นความลับ ว่าภาพถ่ายดาวเทียมและภาพอินฟราเรดเผยให้เห็นว่ามีรถหลายคันเคลื่อนเข้าออกโรงงานแห่งนี้ แต่ภาพไม่สามารถบ่งบอกได้ว่าการสร้างมิสไซล์มีความคืบหน้าแค่ไหน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ผู้นี้กล่าวว่า มีภาพหนึ่งเผยให้เห็นรถบรรทุกพ่วงคันหนึ่งที่ส่วนเทรลเลอร์ถูกปิดไว้ คล้ายกับรถพ่วงเทรลเลอร์ที่เกาหลีเหนือเคยใช้เคลื่อนย้ายไอซีบีเอ็มลูกก่อนๆ และเนื่องจากเทรลเลอร์ถูกปิดจึงมองไม่เห็นว่ารถคันนี้กำลังบรรทุกของใดอยู่หรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทำเนียบขาวปฏิเสธจะให้ทัศนะต่อรายงานที่เป็นข่าวกรอง ขณะที่เจ้าหน้าที่ระดับสูงของทำเนียบประธานาธิบดีเกาหลีใต้รายหนึ่งกล่าวว่า สำนักงานข่าวกรองของสหรัฐและเกาหลีใต้กำลังตรวจสอบความเคลื่อนไหวต่างๆ ของเกาหลีเหนืออย่างใกล้ชิด แต่เขาปฏิเสธจะให้ข้อมูลเจาะจง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อต้นเดือนกรกฎาคมก็มีหลักฐานที่ชี้ว่า เกาหลีเหนือยังดำเนินกิจกรรมอยู่ในแหล่งพัฒนานิวเคลียร์และมิสไซล์ ถึงแม้ว่าการประชุมเจรจาระหว่างผู้แทนของเกาหลีเหนือกับสหรัฐยังคงดำเนินอยู่ ภายหลังการประชุมสุดยอดระหว่างประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และคิม จองอึน ผู้นำเปียงยาง ที่สิงคโปร์เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บรรยากาศชื่นมื่นเมื่อครั้งโดนัลด์ ทรัมป์ พบคิม จองอึน ครั้งแรกที่สิงคโปร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; คล้อยหลังซัมมิตชนิดที่ฝุ่นยังตลบ ทรัมป์ประกาศว่าเกาหลีเหนือไม่เป็นภัยคุกคามนิวเคลียร์อีกต่อไปแล้ว ภายหลังคิมรับปากจะระงับการพัฒนานิวเคลียร์และขีปนาวุธและปลดอาวุธนิวเคลียร์บนคาบสมุทรเกาหลี.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/14481</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขีปนาวุธพิสัยไกลข้ามทวีป, คิม จองอึน, ทรัมป์, ภาพถ่ายดาวเทียม, เกาหลีเหนือ, โสมแดง, ไอซีบีเอ็ม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180731/image_big_5b607f2c4c5dd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>12263</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/06/2018 21:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/06/2018 21:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ภาพดาวเทียมฟ้อง เกาหลีเหนือยังลุยปรับปรุงศูนย์วิจัยนิวเคลียร์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;กลุ่มสังเกตการณ์ความเคลื่อนไหวในเกาหลีเหนืออ้างภาพถ่ายดาวเทียมเมื่อไม่กี่วันก่อน ชี้ว่าเกาหลีเหนือไม่เพียงยังดำเนินงานที่ศูนย์วิจัยนิวเคลียร์ยองเบียนตามปรกติ แต่ยังปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานที่นั่นอย่างเร่งรีบด้วย ทั้งที่ &amp;quot;โดนัลด์ ทรัมป์&amp;quot; คุยไว้เป็นมั่นเหมาะว่าเกาหลีเหนือเริ่มปลดอาวุธนิวเคลียร์แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ โดนัลด์ ทรัมป์ จับมือกับคิม จองอึน ระหว่างพบกันที่สิงคโปร์เมื่อวันที่ 12 มิ.ย. 2561 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในการประชุมสุดยอดกับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ เมื่อต้นเดือนนี้ คิม จองอึน ผู้นำเกาหลีเหนือ รับปากว่าเกาหลีเหนือจะดำเนินตามเป้าหมายปลดอาวุธนิวเคลียร์บนคาบสมุทรเกาหลี แต่กลับไม่มีการจำกัดนิยามคำประกาศนี้ไว้อย่างชัดเจน หรือกำหนดกรอบเวลาที่เกาหลีเหนือจะกำจัดคลังแสงนิวเคลียร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทรัมป์ซึ่งอ้างหลังซัมมิตเมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2561 ว่ากระบวนการปลดอาวุธนิวเคลียร์จะเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ยังคุยไว้เมื่อสัปดาห์ที่แล้วอีกว่ากระบวนการนี้จะเป็นการปลดนิวเคลียร์อย่างสิ้นเชิง ซึ่งได้เริ่มต้นขึ้นแล้วด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทว่าคำแถลงของเว็บไซต์ 38 นอร์ท ซึ่งเฝ้าติดตามความเคลื่อนไหวในเกาหลีเหนือ กล่าวเมื่อวันพุธที่ 27 มิถุนายน ว่าภาพถ่ายดาวเทียมเมื่อไม่กี่วันก่อน ไม่เพียงแสดงให้เห็นว่าปฏิบัติการที่ศูนย์นิวเคลียร์ยองบยอนยังดำเนินอยู่เท่านั้น แต่ยังเผยว่าเกาหลีเหนือกำลังปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานของที่นั่นด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ภาพจากดาวเทียมพาณิชย์วันที่ 21 มิถุนายน บ่งชี้ว่าการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานที่ศูนย์วิจัยวิทยาศาสตร์นิวเคลียร์ยองบยอนกำลังดำเนินไปอย่างรวดเร็ว&amp;quot; คำแถลงกล่าวพร้อมกับชี้ว่ายังมี &amp;quot;ปฏิบัติอย่างต่อเนื่อง&amp;quot; ที่โรงงานเสริมสมรรถนะยูเรเรียมและสถานที่ใหม่ๆ หลายแห่งของที่นั่น ซึ่งรวมถึงสำนักงานวิศวกรรมและทางรถไปยังอาคารที่ตั้งของเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระนั้นพวกเขากล่าวว่า ปฏิบัติการที่ยังดำเนินอยู่นั้นไม่ควรถูกมองว่ามีความเชื่อมโยงถึงคำมั่นสัญญาของเกาหลีเหนือเรื่องการปลดอาวุธนิวเคลียร์ เนื่องจากเจ้าหน้าที่ด้านนิวเคลียร์ควรต้องดำเนินงานไปตามปรกติอยู่แล้วจนกว่าจะได้รับคำสั่งมาจากเปียงยาง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ ผู้สื่อข่าวต่างชาติยืนที่ทางเข้าอุโมงค์ทดสอบนิวเคลียร์เมื่อวันที่ 24 พ.ค. 2561 ก่อนพิธีระเบิดทำลายอุโมงค์พุงกเย-รี / STR / Dong-a Ilbo / News 1 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเดือนที่แล้วเกาหลีเหนือระเบิดทำลายอุโมงค์ทดลองนิวเคลียร์ใต้ดินพุงกเย-รี ที่ใช้ทดลองระเบิดนิวเคลียร์ทั้ง 6 ครั้งที่ผ่านมา เพื่อแสดงไมตรีก่อนซัมมิตที่สิงคโปร์ แต่รัฐบาลเปียงยางยังเก็บงำประเด็นปลดอาวุธนิวเคลียร์ไว้นับแต่เสร็จสิ้นซัมมิต.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/12263</URL_LINK>
                <HASHTAG>38 นอร์ท, นิวเคลียร์, ปลดอาวุธนิวเคลียร์, ภาพถ่ายดาวเทียม, ยองบยอน, เกาหลีเหนือ, โสมแดง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180627/image_big_5b33a08b53b83.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>4807</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/03/2018 16:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/03/2018 16:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แอมเนสตีแฉ พม่าสร้างฐานของฝ่ายความมั่นคงบนหมู่บ้านเก่าโรฮิงญา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;แอมเนสตีอินเตอร์เนชันแนลแฉ พม่ากำลังสร้างสิ่งปลูกสร้างด้านความมั่นคงบนผืนดินที่เคยเป็นหมู่บ้านของชาวโรฮิงญาหลายแห่งที่โดนเผาราบ เพิ่มความคลางแคลงต่อแผนการรับผู้ลี้ภัยชาวโรฮิงญาหลายแสนคนกลับคืนถิ่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: right;&quot;&gt;ภาพถ่ายดาวเทียมเมื่อวันที่ 25 ตุลาคม 2560 เผยสภาพหมู่บ้านคันคยาในรัฐยะไข่ ภาพ Amnesty International / DigitalGlobe / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ย่างกุ้ง (เอเอฟพี) / รายงานฉบับใหม่ของแอมเนสตีฯ เมื่อวันที่ 12 มีนาคม ใช้ภาพถ่ายดาวเทียมและข้อมูลจากการสัมภาษณ์ เพื่อชี้ให้เห็นถึงโครงสร้างพื้นฐานทางทหารและสิ่งปลูกสร้างอื่นๆ ที่ผุดขึ้นอย่างรวดเร็วบนผืนดินเหล่านี้มาตั้งแต่ต้นปี ซึ่งนักวิจัยกล่าวว่า เปรียบได้กับการ &amp;quot;ยึดที่ดิน&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทิรานา ฮัสซัน ผู้อำนวยการตอบโต้วิกฤติของแอมเนสตี กล่าวว่า หลักฐานใหม่และการก่อสร้างใหม่เหล่านี้แสดงให้เห็นว่า ทางการพม่ากำลังปลูกสร้างบนผืนดินที่ชาวโรฮิงญาต้องการกลับไปอยู่ และบางกรณี มีการทำลายบ้านเรือนที่ยังเหลืออยู่ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; แม้จะเห็นภาพแค่เพียงบางส่วน แต่แอมเนสตีกล่าวว่า สิ่งที่เห็นได้นั้นเป็นการสร้างโครงสร้างสำหรับกองกำลังด้านความมั่นคง, ลานจอดเฮลิคอปเตอร์ และแม้แต่ถนน ที่สร้างขึ้นบนที่ดิน หรือรอบที่ดินที่เป็นทรัพย์สินของชาวโรฮิงญา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภาพถ่ายดาวเทียมของหมู่บ้านหนึ่งชื่อ คันคยา ชานเมืองหม่องดอของรัฐยะไข่ ถ่ายไว้ราว 2 เดือนหลังเหตุการณ์เมื่อเดือนสิงหาคม เผยให้เห็นที่ตั้งถิ่นฐานโดนเผาราบ แต่ต้นเดือนมีนาคมนี้ กลับเห็นอาคารหลายหลังปลูกสร้างขึ้นบนผืนดินที่มีการปรับที่ ซึ่งแอมเนสตีเชื่อว่าสถานที่นี้เป็นส่วนหนึ่งของฐานที่ตั้งแห่งใหม่ของกองกำลังความมั่นคงพม่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาพถ่ายดาวเทียมเมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2561 พบเห็นสิ่งปลูกสร้างใหม่ๆ บนที่ดินของหมู่บ้านคันคยาที่เคยโดนเผาราบ ภาพ Amnesty International / DigitalGlobe / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข้อมูลยังพบกิจกรรมคล้ายกันที่หมู่บ้านอินดิน ที่พม่ายอมรับว่าสมาชิกกองกำลังความมั่นคงมีส่วนร่วมในการฆ่าชาวบ้านโรฮิงญา 10 คนเมื่อเดือนกันยายน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เหตุการณ์รุนแรงในรัฐยะไข่เมื่อสิงหาคม 2560 ส่งให้ชาวมุสลิมโรฮิงญาหนีข้ามพรมแดนเข้าบังกลาเทศเกือบ 700,000 คน รัฐบาลพม่าและบังกลาเทศทำข้อตกลงเพื่อรับผู้อพยพเหล่านี้กลับคืนถิ่น แต่ชาวโรฮิงญาจำนวนมากปฏิเสธจะกลับถิ่นฐานหากไม่ได้รับการรับรองความปลอดภัยและสิทธิขั้นพื้นฐาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านซอ เทย์ โฆษกรัฐบาลพม่า ปฏิเสธคำกล่าวหาของแอมเนสตี โดยยืนยันว่ารัฐบาลไม่ได้สร้างฐานทัพในชุมชน แต่ตั้งสถานีตำรวจขึ้นโดยเป็นส่วนหนึ่งของแผนสร้างหมู่บ้านขึ้นใหม่.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/4807</URL_LINK>
                <HASHTAG>พม่า, ภาพถ่ายดาวเทียม, ยึดที่ดิน, เมียนมา, แอมเนสตี้, โรฮิงญา, โรฮีนจา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180312/image_big_5aa644f7b803d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
