<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>119957</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/10/2021 11:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/10/2021 11:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โฆษกรัฐบาล เผยคนไทยรับวัคซีน 2 เข็มแล้วกว่า 26 ล้านคน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 ต.ค. 2564 นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พอใจภาพรวมการฉีดวัคซีนโควิด-19 ของประเทศไทยให้กับประชาชนทุกกลุ่มตามนโยบายรัฐบาล &amp;nbsp;ขณะนี้จำนวนผู้ได้รับวัคซีนเข็ม1 &amp;nbsp;ร้อยละ 51 และเข็ม 2 แล้วถึงร้อยละ 35 &amp;nbsp;หรือคิดเป็น 1 ใน 3 ของประชากรกลุ่มเป้าหมาย &amp;nbsp;สธ. รายงานข้อมูลการฉีดวัคซีนโควิด -19 ตั้งแต่วันที่ 28 ก.พ. &amp;nbsp;- 16 ตุลาคม 2564 &amp;nbsp;ยอดสะสมทั้งประเทศอยู่ที่ &amp;nbsp;65 &amp;nbsp;ล้านโดสแล้ว แบ่งเป็นเข็มที่ 1 ฉีดสะสมจำนวน 37,609,600 ราย &amp;nbsp;คิดเป็นร้อยละ 51 ของประชากร เข็มที่ 2 &amp;nbsp;ฉีดสะสมจำนวน 26,007,497ราย คิดเป็น ร้อยละ 35 ของประชากรและเข็มที่ 3 ฉีดสะสม จำนวน 1.8 ล้านราย &amp;nbsp;รัฐบาลมั่นใจว่า จะฉีดวัคซีนโควิด-19 ให้กับประชาชนทั้งประเทศได้ตามเป้าหมายที่กำหนดคือ 100 ล้านโดส ครอบคลุมคนไทย จำนวน 50 ล้านคน คิดเป็น 70% ของจำนวนประชากร ภายในปี 2564 ได้สำเร็จและสอดคล้องกับจำนวนวัคซีนที่ไทยได้รับมาในปี 2564 ทั้งวัคซีนที่รัฐจัดหาและวัคซีนทางเลือกรวมกว่า 179 &amp;nbsp;ล้านโดส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ยังเปิดเผยความคืบหน้าเดินหน้าฉีดวัคซีนโควิด 19 ให้กับกลุ่มนักเรียน/นักศึกษา หลังจากที่นายกรัฐมนตรีได้เป็นประธานในพิธี Kick Off ฉีดวัคซีนไฟเซอร์ให้กับนักเรียนทั่วประเทศ เมื่อวันที่ 4 ตุลาคมที่ผ่านมา โดยกระทรวงศึกษาธิการรายงานข้อมูลล่าสุด ณ วันที่ 15 ตุลาคม มีจำนวนนักเรียน/นักศึกษารวมทั้งหมด 5 ล้านคน &amp;nbsp;แสดงความประสงค์รับวัคซีน &amp;nbsp;3.7 ล้านคน คิดเป็นร้อยละ 74.15 นักเรียน/นักศึกษาที่ได้รับวัคซีนแล้ว 902,186 คน คิดเป็นร้อยละ 24.25 ขณะที่ กระทรวง อว. ก็ให้บริการฉีดวัคซีนนักศึกษาและบุคลากรกว่า 1 &amp;nbsp;ล้านคน &amp;nbsp; โดยหวังว่า ระบบการเรียนการสอนของไทยทั้งระดับพื้นฐานและอุดมศึกษา ส่วนใหญ่สามารถกลับมาเปิดการเรียนการสอนในรูปแบบปกติภายในเดือนพฤศจิกายน นี้ ขณะเดียวกัน กระทรวงยุติธรรมยังเปิดเผยว่า มีผู้ต้องขังที่ได้รับการฉีดวัคซีนเข็มแรกแล้ว 212,932 คน จากจำนวนทั้งหมด 284,190 คน และผู้ต้องขังฉีดวัคซีนครบสองเข็มจำนวน 66,416 ราย &amp;nbsp;ส่วนผู้ต้องขังจำนวน 71,258 คน เป็นผู้ติดเชื้อโควิดที่ต้องรอการฉีดวัคซีนหลังจากที่หายแล้ว 1-3 เดือน การฉีดวัคซีนให้ผู้ต้องขังจำนวนมากนี้ จะทำให้การแพร่ระบาดของเชื้อโควิดในเรือนจำลดลงต่อเนื่องด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;นายกรัฐมนตรียังฝากชื่นชม การฉีดวัคซีนโควิด -19 ของไทยที่มีการพัฒนาการอย่างรวดเร็วนี้ สะท้อนความสามารถในการจัดหาวัคซีนและการผนึกกำลังของภาครัฐ เอกชน ประชาชนและทีมแพทย์ ที่ได้จัดจุดบริการฉีดวัคซีนทั้งในและนอกโรงพยาบาล เช่น สนามกีฬา มหาวิทยาลัย ศูนย์การประชุม ศูนย์การค้า สำหรับบริการประชาชนทั่วประเทศ และที่สำคัญ คือ ความร่วมมือกันของประชาชนทุกกลุ่มเป้าหมายที่พร้อมใจกันฉีดวัคซีนด้วยความสมัครใจเพื่อสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ให้เกิดขึ้น มั่นใจไทยมีความพร้อมสู่การเปิดประเทศอย่างปลอดภัยในปลายปีนี้ ตามที่นายกรัฐมนตรีได้ประกาศไว้&amp;rdquo; นายธนกร กล่าว
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119957</URL_LINK>
                <HASHTAG>#การฉีดวัคซีนในเด็กอายุ3ปีขึ้นไป, ธนกร วังบุญคงชนะ, ประยุทธ์ จันทร์โอชา, ภาพรวมการฉีดวัคซีนโควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210920/image_big_61480761e5f4a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
