<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>83622</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/11/2020 15:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/11/2020 15:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ภาพัฒน์&#039;กระตุกรีบซื้ออสังหาก่อนราคาขึ้นในปี64 </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 พ.ค. 2563 นายภาคย์ธนา ปรีดาวิภาต กรรมการผู้จัดการ บริษัท ภาพัฒน์ พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด เปิดเผยถึงภาพรวมตลาดอสังหาฯในไตรมาส 4/2563 ว่าเริ่มฟื้นตัวและมีทิศทางดีขึ้นกำลังซื้อที่เคยชะลอตัวก็ตัดสินใจได้เร็วขึ้น เพราะในช่วงนี้ผู้ประกอบการมีการจัดแคมเปญนำที่อยู่อาศัยมาลดราคากันมาก ทำให้ผู้ที่ต้องการที่อยู่อาศัยสามารถตัดสินใจได้เร็วขึ้น และคาดว่าในปี 2564 ราคาขายที่อยู่อาศัยจะต้องมีการปรับตัวขึ้นอย่างน้อย 5-10% แน่นอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับในส่วนของบริษัทฯหลังจากผ่านวิกฤติโควิด-19 ที่ผ่านมามองว่าได้รับผลกระทบน้อย เพราะพัฒนาแต่โครงการแนวราบ และดีมานด์มีความต้องการโครงการแนวราบมากขึ้น เนื่องจากต้องการพื้นที่ใช้สอยในการอยู่อาศัยมากขึ้น ดังนั้นทิศทางการดำเนินงานของบริษัทฯในปี 2564 จะรุกการพัฒนาโครงการแนวราบมากขึ้น โดยที่ผ่านมาได้ซื้อที่ดินใหม่ 1 แปลง ย่านพัฒนาการตัดใหม่ พื้นที่ 8 ไร่ มูลค่าโครงการประมาณ 500 ล้านบาท ซึ่งยังไม่สามารถเปิดเผยได้ว่าจะพัฒนาในรูปแบบของบ้านเดี่ยว หรือทาวน์เฮาส์ &amp;nbsp;เนื่องจากอยู่ในระหว่างการศึกษาข้อมูล ซึ่งจะเป็นการตั้งแบรนด์ใหม่ขึ้นมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สาเหตุที่เลือกพัฒนาโครงการในย่านดังกล่าว เพราะมองว่าการแข่งขันโครงการแนวราบยังไม่รุนแรงมากนัก ซัพพลายส่วนใหญ่พัฒนาในระดับราคาประมาณ 9-16 ล้านบาท ซึ่งโครงการที่บริษัทฯพัฒนาคงดำเนินการในระดับราคาเดียวกับคู่แข่ง ซึ่งมีความมั่นใจในข้อมูลการตลาดที่ศึกษามาดีพอสมควร และคุณภาพสินค้าสามารถแข่งขันกับผู้ประกอบการในย่านเดียวกันได้ ซึ่งจะเป็นทางเลือกและตอบโจทย์ลูกค้าได้อย่างแน่นอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;หากเลยจากทองหล่อและเอกมัยแล้ว ทำเลที่น่าสนใจลำดับถัดมาก็คือพัฒนาการตัดใหม่ ถือเป็นที่ดินผืนสุดท้ายในย่านพัฒนาการต้นๆที่มีศักยภาพ และมีดีมานด์ในระดับหนึ่ง หากสามารถพัฒนาสินค้าที่ตอบโจทย์ก็สามารถทำตลาดได้ดี&amp;rdquo; นายภาคย์ธนา กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกันในอนาคตยังสนใจที่จะพัฒนาโครงการแนวสูงในย่านซีบีดีแห่งใหม่ของกรุงเทพฯ จำนวนประมาณ 3 โครงการ มูลค่าประมาณ 5,000-6,000 ล้านบาท &amp;nbsp;โดยมีที่ดินรองรับการพัฒนาแล้ว ขนาดตั้งแต่ 6-10 ไร่ ซึ่งจะเป็นการร่วมทุนกับพันธมิตรต่างชาติ ทั้งจีนและเกาหลี ขณะนี้อยู่ในระหว่างการเจรจา จึงยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุดได้เปิดตัวโครงการ &amp;ldquo;โช&amp;rdquo; (SHO)ไปเมื่อวันที่ 7-8 พฤศจิกายน 2563 ที่ผ่านมา ซึ่งตั้งอยู่บริเวณซอยพัฒนาการ 32 บนพื้นที่ 2 ไร่ พัฒนาในรูปแบบของทาวน์โฮม 4.5 ชั้น ขนาด 32-43 ตารางวา ราคา 22.5-25 ล้านบาท จำนวน 22 ยูนิต มูลค่าโครงการ 400 ล้านบาท ขณะนี้มียอดพรีเซลประมาณ 2 ยูนิต และมีลูกค้าสนใจเข้าเยี่ยมชมโครงการอีกมากกว่า 50 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนโครงการ &amp;ldquo;ชิเซน&amp;rdquo; ซึ่งตั้งอยู่บริเวณซอยพัฒนาการ 32 บนพื้นที่ 8 ไร่ พัฒนาในรูปแบบของทาวน์เฮาส์ 3 ชั้นครึ่ง ขนาด 21-30 ตารางวา ราคา 7.8-8.5 ล้านบาท จำนวน 57 ยูนิต มูลค่าโครงการประมาณ 500 ล้านบาท ขณะนี้มียอดขายแล้วประมาณ 70%
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/83622</URL_LINK>
                <HASHTAG>ภาคย์ธนา ปรีดาวิภาต, ภาพรวมตลาดอสังหาฯ, ภาพัฒน์ พร็อพเพอร์ตี้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201112/image_big_5facf1f5977da.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
